ความหวาดกลัวต่อการคัดลอกและหวงแหนในงานของตัวเองมี...แต่ก็ไม่มากเท่ากับความปรารถนาดีที่อยากให้คนอ่านของเรามีความสุขกับทุกตัวอักษรในทุกวัน
ขอบคุณที่เป็นคนอ่านของเราค่ะ Copyright Act B.E. 2537
Link นิยายที่เว็บอื่นๆ ขวามือล่างสุดค่ะ
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2561
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
1 ธันวาคม 2561
 
All Blogs
 
ตอนที่ 36 ของขวัญ โดย ภูปรดา

36.

“รวยใหญ่ มีกำไลใส่ด้วยรุ้ง” ฝางเย้าเพื่อนเล่นเมื่อกำลังนั่งพับผ้ากันอยู่

“คุณนายให้ ถูกหวยก็ให้แม่ คุณนายด่าว่ากระจอกเลยให้นางไปตัดชุดใหม่ใส่จ้ะ พี่ดำไม่ตัดให้บอกว่าซื้อสำเร็จสวยกว่า ว่าแต่ว่าแม่ลูกเขาเป็นอะไรกันไม่คุยกันเลย? เมื่อเที่ยงกินข้าวกันยังไม่พูดเลย” สายรุ้งสงสัย

“ไม่รู้สิ คุณในเรือนก็สบายดีนะ มีหายไปดึกๆ บ้างแต่ก็ยังพูดคุยปกติ”

“ไม่นะ รุ้งว่าเธอเก็บตัว คุณโสนนี่โดนไล่ทางอ้อมมาหน้าเสียเลย บางทีก็สงสารนะ เธอรอผู้ชายคนนี้มาตลอด รวยก็รวย สวยก็สวย มาวิ่งตามเขาต้อยๆ”

“วันพระหน้าก็จบแล้วรุ้ง” ฝางอมยิ้ม “คืนนี้ฝางขอคุณในเรือนไปนอนห้องริมน้ำ อยากนั่งสมาธินานๆ ไปด้วยกันไหมจ๊ะ?”

“ไม่หรอก ขี้เกียจ ไปดูละครกับนางอ้นดีกว่า”



ฝางรู้สึกผ่อนคลายที่ได้อยู่คนเดียว เธอเอาที่นอนมาปูแล้วนั่งสมาธิเพียงลำพังในห้องริมน้ำ “ขอส่งบุญให้เจ้าที่เจ้าทาง เทวดานางไม้ที่บ้านนี้ด้วยนะคะ” หญิงสาวเอ่ยในใจ “เงยหน้าขึ้นเถิดอังควิภา” เสียงเมตตาสั่งเบา “อย่าได้เศร้าหมองอีกเลย เราจากกันชาตินี้ ชาติหน้าก็คงจะได้พบหนา”

องค์ขาลพิงหมอนอิงอย่างอิดโรย สตรีผู้เคยงดงามซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด สีผ้าผ่อนแลสไบไร้ราศี แสงที่เคยระยิบระยับจับตาคนจากดอกไม้ไหวประดับผมก็มิปรากฏ สีของมันซีดจางราวกับใบไม้แห้ง เสียงผู้หญิงสะอื้นอยู่ใกล้ๆ ตัวฝาง ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามาจนกลายเป็นหนึ่งเดียว

“ไม่ว่าภพภูมิใดก็หาได้เป็นที่ยึดเหนี่ยวไม่ ฟังคำข้าแลหาบุญใส่ตัวให้เป็นเสบียงอย่าได้พร่อง จงระงับจิตระงับใจอย่าให้เสียเพราะสิ่งที่มากระทบ อย่าให้บาปเหนือบุญผุดในใจ กาลหน้าหากพบกันขอให้เราเต็มไปด้วยศีล หากแม้ผู้ใดพร่องก็ขอให้ช่วยเติมให้เต็ม ขอให้รักใคร่ห่วงหา เมตตาดั่งเก่า”

เสียงสะอื้นไม่ได้ลดลง ฝางรู้สึกเหมือนตัวเองเจ็บในใจอย่างที่สุด

“อังควิภาแม้บำเพ็ญภาวนามา แต่กลับหนีไม่พ้นกรรมเก่าต้องดับสูญไปจุติ บุญมิอาจล้างกรรมเก่าให้ข้าได้ ข้าเสียใจเพราะมิอาจได้อยู่กับท่านดังเก่าก่อน”

“ทางนี้พี่” เสียงผู้หญิงแทรกขึ้นในหัวฝาง พอลุกขึ้นกำไลข้อมือที่ใส่อยู่ก็ร่วงลงพื้น สีกำไลทองของอังควิภาในเครื่องทรงเต็มยศเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ฝางบอกตัวเองว่าไม่อาจจะสนใจเรื่องเครื่องแต่งตัวได้ หญิงสาวก้าวเร็วๆ ไปที่หน้าต่างทันที!

“ให้ไปซ่อนที่ใดนางเอิบ?” คุณปรุงถาม เขาแต่งกายเหมือนบ่าวที่มาปรุงเรือน มีอีกสองคนเดินตามมาด้วย “ที่ยุ้งข้าวเจ้าค่ะ” ฟ้ามืดลงแล้วบ่าวไพร่ทยอยกลับเข้าเรือนตน เหลือเพียงกลิ่นควันไฟจากกองฟาง นางเอิบสบตากับนายไม้ผัวของมันเอียงอาย พอเปิดประตูยุ้งข้าวให้ ชายอีกคนที่มาปรุงเรือนจริงๆ ก็เดินไปยังกองไม้เพื่อทำงาน

“นางเอิบคุณจีบให้หา!!” เสียงบ่าวตะโกนเรียก

“รู้แล้วๆ ข้าไปเดี๋ยวนี้” นางเอิบวิ่งไปทันที

ฝางรู้สึกเหมือนตัวเองหายใจหอบ อ่อนแรงผิดธรรมดา เครื่องทรงที่คลุมกายอยู่สีของมันค่อยๆ จางลงเรื่อยๆ ราวกับปาฏิหาริย์ เพียงวูบเดียวที่มองเห็นร่างของอังควิภาที่ซ้อนกายอยู่ ฝางก็ถูกดึงไปยังอีกที่ทันที!



แม่จีบนั่งอยู่หน้ากระจก หล่อนบรรจงทาน้ำปรุงอย่างพิถีพิถัน คืนนี้คุณแม่ไม่อยู่ รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างยิ่ง ประเดี๋ยวคุณรุ้งก็จะมาอย่างสง่าผ่าเผยด้วยจะมาช่วยตั้งเครื่อง หากแต่จะไม่กลับไปอย่างที่ต้องทำ จะมีบ่าวอีกคนปลอมตัวเป็นเธอกลับเรือนแทน กว่าคุณแม่จะลาศีลกลับมาก็สายแล้ว เธอจะได้อยู่กับคุณปรุงนานๆ อย่างที่หวังมาตลอด “หายหัวไม่มาช่วยข้าแต่งตัว อยากจะโดนตบหรือไง? ต่อให้เอ็งช่วยข้าพาคุณรุ้งมามิให้บ่าวไพร่มันอื้ออึง ก็ใช่ว่าเอ็งจะทิ้งขว้างข้าได้” หล่อนค้อน

“บ่าวไปดูพวกมาปรุงเรือนเจ้าข้า ไม่งั้นมารุ่มร่ามหน้าศาล” คนตอบเจียมตัว ไม่อยากชักใบให้เรือเสีย

“ไปหาผัวเอ็งล่ะไม่ว่า อย่ามาปิดข้าเลย พวกบ่าวมันพูดกันว่าอีกไม่นานเอ็งก็ทิ้งข้า นางบ่าวไม่รักดี เห็นผู้ชายดีกว่าข้า” คนพูดหน้าตึง นางเอิบคลานไปกราบที่เท้าทันที “คุณเจ้าขา บ่าวทำตัวไม่ดีรักเขาแต่พี่ไม้ก็เป็นคนดี คุณอย่าโกรธเลยนะเจ้าคะ ไว้คุณออกเรือนบ่าวก็จะขอตามคุณไปด้วย อย่ากลัวไปเลยเจ้าค่ะ”

“ข้าก็พูดไปอย่างนั้นเอง จะมีใครดีกับข้าเท่าเอ็ง ตลับสีผึ้งข้าหายไปไหน?” นางเอิบหยิบตลับไม้ในชายพกยื่นส่งให้ทันที “หุงมาให้ใหม่เจ้าค่ะ” คุณจีบหยิบตลับไปแล้วทาสีผึ้งเคลือบริมฝีปาก ลิ้นของหล่อนแตะมันอย่างเคยตัว แม่จวงหล่อนรู้จักลูกสาวดี คุณจีบติดสีผึ้งนักและหล่อนก็ชอบใช้ลิ้นเลียและกินมันเข้าไป

“เครื่องไหว้พร้อมหรือยัง?”

“รออยู่แล้วเจ้าค่ะ คุณรุ้งจะเข้าห้องมาเมื่อคุณกลับเข้ามาเจ้าค่ะ”

แววตาของแม่จีบมีความสุขนัก ฝางหลับตาเพียงครั้งเดียวก็รู้สึกเหมือนตัวเองหมอบอยู่ตรงหน้าองค์ขาลเช่นเดิม “สุดกำลังจะต้านทานชะตาแล้วหนาอังควิภา ผู้ชายสองคนอยู่ในอาณาเขตบ้าน หามีผู้ใดมีศีลบริบูรณ์ไม่”

เสียงสะอื้นของอังควิภาไม่ได้ลดลง ฝางที่ซ้อนกายนางอยู่รู้สึกได้ถึงความเศร้าจนยากจะเอ่ย “วาสิกา.....แลข้าต้องแยกกันแล้วเจ้าข้า” พอสิ้นเสียงหล่อน ร่างของวาสิกาก็ปรากฏ “องค์อังควิภาเจ้าข้า....วาสิกามากราบลา กาลหน้ามิอาจคาดเดา ข้ามิอาจอยู่ปกป้องได้ดังเก่าแล้ว ขอผลบุญที่ได้ร่วมสร้าง ขอให้ได้พบพานสักวันหนา ข้าลาองค์ขาลด้วยเจ้าข้า” ร่างของวาสิกาค่อยๆ เลือนหายไปต่อหน้าต่อตา องค์ขาลพยักหน้า แม้สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาของท่านก็เศร้านัก

อังควิภาไม่เอ่ยปาก หล่อนสะอื้นมองเพียงอย่างเดียว หัวใจของอังควิภามิมีผู้ใดรับรู้มันได้ ไม่นานนักแสงระยิบระยับก็ปรากฏให้เห็น องค์ขาลและอังควิภามองผู้มาเยือนนิ่ง

“จะอาลัยอาวรณ์กันไปใย ในเมื่อพวกเจ้าเฝ้ารอวันจากไปอยู่ตลอดเวลา” องค์อจลายืนอยู่ในชุดทรงเครื่องเต็มยศ ผมเกล้ามวยไว้เบื้องหลัง ชฎาที่ครอบศีรษะอยู่สว่างไสว อกกำยำเปล่าเปลือยถูกตกแต่งด้วยเครื่องทรงสีทองอร่าม

อังควิภาเห็นแสงทองเหล่านั้นแล้วก็เจ็บในอกมากยิ่งขึ้น หล่อนทรงเครื่องชฎาเต็มยศเช่นกัน สไบจีบสีกลีบบัว ผ้านุ่งทิพย์จีบหน้านางสีแดงเลือดนกเหลือบทองซีดลงจนแทบจะไม่เหลือความสง่างามให้เห็น กำไลที่เคยร้อยรัดไว้ที่ข้อมืออีกข้างก็หายไปเสียแล้ว หล่อนมองกำไลที่ร่วงลงไปก่อน หามีให้เห็นอีกไม่! ถึงเวลาแล้วอังควิภา เจ้ามิอาจต้านทานชะตาได้แล้ว

“ข้ามิได้มาเพื่อลาเจ้าอังควิภา เมื่อไม่ใยดีกันก็สุดกำลังจะต้านทาน นางคนชั้นต่ำที่เจ้าอาลัยอยู่นั่น ถึงเวลาต้องรับกรรมของเจ้าแล้ว” สายตาของอจลาเย็นชา น้ำเสียงของเขากดอีกคนลงจมธรณี

องค์ขาลก้มหน้า มิอาจเอ่ยคำใดได้ อังควิภาลุกขึ้นยืนทันที “หากจะล่วงเกินองค์ขาลเพราะข้า ก็อย่าได้หวังว่าจะทำได้อีก!” หล่อนเดินตรงเข้าไปหาองค์อจลา แสงจากกายสีขาวปะทะแสงสีทองที่สะท้อนออกมาจากร่างขององค์อจลาทันที! เมื่อฝางรู้สึกถึงความโกรธของอังควิภา มือไม้ของเธอก็สั่น “ออกมากับข้า!!!” อังควิภาพยายามใช้แรงที่มีดึงร่างขององค์อจลาออกมา หากแต่ไม่สำเร็จด้วยกำลังจะเคลื่อนไปจุติใหม่ในไม่ช้า ร่างหล่อนกระเด็นออกมาชนฝาเรือนราวกับมนุษย์

“หยุดเถิดอังควิภา แม่จีบตั้งเครื่องแล้วหนา ข้าจะต้องไปรับ อย่าได้สร้างเวรกรรมใดๆ ก่อนจะไปจุติเลย ก่อสิ่งใดต้องได้สิ่งนั้น อย่าได้โกรธา”

องค์อจลายืนนิ่ง หาได้สะทกสะท้านกับแรงใดๆ ที่อังควิภาพยายามจะสู้กับเขา “หล่อนหมดแรงแล้วอังควิภา นางเจ้าที่ต่ำต้อยก็จะได้เศษบุญเพียงฝุ่นผง ด้วยมนุษย์ที่กำลังจะไหว้มันนั้นไร้ศีล ติดชั่ว หาได้กราบไหว้เพราะศรัทธาไม่ ทั้งนายทั้งบ่าวทำชั่ว ทั้งเทวดาทั้งเจ้าที่หมดบุญ พวกข้างนอกก็นินทามนุษย์ให้จมดินด้วยคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าคนอื่น”

“ปากเอ่ยว่าเขา แต่ตัวท่านก็หาได้ดีกว่าใครไม่”

“ผิดแล้วอังควิภา ข้ายังมีบุญจึงยังยืนอยู่ได้ เห็นหรือไม่ว่าต่อให้ถือศีลอย่างไรพวกเจ้าก็ไม่ได้สูงส่งไปกว่านี้ ข้าเสียอีกที่ยอมก้มกราบเพื่อเจ้า ยอมลดตัวลงไปกราบนางคนต่ำต้อยนี่ ข้านี่แหละที่ทำได้ทุกอย่างเพื่อเจ้า!”

“ใจต่ำ หาได้พ้นธรณีไม่” อังควิภาสะอื้น แต่สีหน้าของหล่อนแสดงความเกลียดชังองค์อจลาอย่างเห็นได้ชัด

“หยุดบัดเดี๋ยวนี้! เจ้ากำลังล่วงเกินข้า!”

อังควิภาไม่รอให้ใครได้พูด หล่อนใช้อำนาจที่เหลืออยู่พุ่งเข้าไปหาองค์ขาลแล้วฉุดหล่อนให้ลุกขึ้น ทั้งสองหายไปจากห้องกลางแล้วมุ่งไปยังศาลพระภูมิทันที



แสงสีขาวปรากฏขึ้นในศาลพระภูมิพร้อมๆ กับที่แม่จีบกำลังถือธูปในมืออธิษฐาน “ข้าก็ยังต้องการให้ตัวเองยิ่งใหญ่เกินใคร หากแม้ทำชั่วก็ด้วยรู้ตัวและจำเป็น หากชาติหน้ามีจริง ข้าจะชดใช้ให้ แต่ชาตินี้ข้าจะต้องชนะเท่านั้น” หล่อนปักธูปลงกระถางแล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ

“ออกไปเถิดหนาอังควิภา ข้าขอบใจที่เจ้ามาส่งถึงที่ ลาภสักการะนี้แม้น้อยนิด หากแต่แม่จีบหล่อนก็ได้ลงมือทำอย่างตั้งใจ มันคงจะส่งข้าไปในกาลหน้าแลได้อยู่ในที่ดีๆ บุญข้ามีเท่านี้ เจ้าจงเชื่อฟังข้า อย่าได้ไปโกรธเขา”

“ข้าปล่อยไปมิได้เจ้าข้า ข้าปล่อยเขาไปมิได้” สิ้นเสียงสะอื้น ร่างของอังควิภาก็หายไปทันที



“แม่จีบของพี่” เสียงทุ้มดังอยู่ข้างกาย คุณรุ้งยืนไหว้เจ้าที่กับหล่อนอยู่เมื่อค่ำ แต่บัดนี้ได้เข้ามาในหอนอนของหล่อนดังที่เคยทำ เขากอดรัดหญิงสาวด้วยแรงปรารถนา นางเอิบปิดประตูห้องให้นายของมันเมื่อทำหน้าที่เสร็จแล้ว

อีกไม่นานทั้งสองร่างก็จะหลับใหล คุณจีบจะไม่ได้สติไปอีกนาน นางเอิบจะส่งคุณรุ้งกลับเรือนก่อนฟ้าสางและคุณปรุงจะถูกนำเข้าห้องมาแทนที่ แผนการที่แม่นายจวงวางไว้ไม่มีปัญหาเพราะนางเอิบทำถวายหัว



“ไม้! เอ็งจะออกเรือนกับนางเอิบ นี่ข้าให้” ชายหนุ่มยื่นถุงผ้าสีแดงส่งให้บ่าว “เอาไปตั้งตัว ข้าจะให้เอ็งออกเรือนดังใจหมาย จะเป็นไทแก่ตัวนับแต่บัดนี้” นายไม้นั่งคุกเข่าแล้วก้มลงกราบนายของมันทันที

“ขอรับคุณปรุง กระผมไม่รู้จะตอบแทนบุญคุณอย่างไรได้ หากวันใดคุณปรุงต้องการชีวิต ไอ้ไม้ก็จะให้ชีวิตขอรับ” เขายื่นมือไปรับถุงมา

“สมบัติข้ามีมาก เสียแต่หัวใจข้าให้แม่จีบ ถึงต้องได้มานั่งหลบๆ ซ่อนๆ รอเข้าหออย่างคนโง่ แต่ข้าก็ยังโชคดีที่มีบ่าวอย่างเอ็ง” เขาอมยิ้มอย่างใจเย็น

“คุณปรุงขอรับ เปลี่ยนใจยังทันหนา กระผมไม่อยากให้คุณปรุงได้ของมีตำหนิ แม่เรือนดีๆ มีอยู่มาก คุณปรุงยังหาได้ดีกว่านี้อีกนะขอรับ กระผมต่ำต้อยหากแต่หวังดีต่อนายของกระผม” นายไม้พนมมือพลางพูด

คุณปรุงจ้องตานายไม้นิ่ง เขารู้ดีว่าบ่าวคนนี้ภักดีเพียงใด “เอ็งหมายจะบอกอะไรข้า?” คนพูดยังมีสติ หากแต่น้ำเสียงเยือกเย็น

“หล่อนมีผัวแล้วขอรับ”

“มันผู้นั้นหรือ?”

“เป็นเช่นนั้นขอรับ”

“ข้าเสียทองไปหลายหีบ อดทนมาหลายปี เสียข้าวของไปไม่น้อย เอ็งคิดว่าเรื่องนี้ข้าจะคิดเองไม่ได้หรือไม้?” คนพูดหน้านิ่ง “ข้าอาจจะโง่ แต่ข้าก็ยังหวังว่าแม่จีบจะมีใจให้ข้า ข้ามีทุกอย่างนะไม้ แต่ข้ากลับอยากได้ใจของแม่จีบที่สุดเอ็งรู้หรือไม่? เอ็งรอให้ฟ้าสางได้หรือไม่ แม่จวงจะจัดการให้ข้าเองหนา”

นายไม้ได้แต่ก้มหน้าแล้วถอยออกมานั่งข้างๆ คุณปรุง มันหมดปัญญาจะต้านทานความรักของนายแล้ว แม้รู้ว่าผู้หญิงมีราคีก็ยังจะรอให้เขามารัก ความรักยากจะหักห้ามใจจริงๆ

“พวกเอ็งมันโง่!” เสียงทุ้มดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ หากแต่ไม่มีมนุษย์ผู้ใดได้ยิน “จะทำอะไรเล่าองค์อจลา?!” เสียงรุกขเทวานางหนึ่งร้องทักเมื่อแสดงตนหน้าเรือนกรรณิการ์ หล่อนขวางทางองค์อจลาไว้ “หลีกไป ข้าจะขึ้นเรือน”

“ขึ้นไม่ได้ เจ้าที่อยู่ที่ศาล”

องค์อจลามองหน้าอีกคนแน่วแน่พลางยิ้มที่มุมปาก “จะเป็นขี้ข้าเจ้าที่อีกคนหรืออย่างไร ถอยไป!” สิ้นเสียงเขา แสงสีทองก็ปะทะกันแล้วแตกกระจายเหนือแผ่นดินเรือนกรรณิการ์ ทันใดนั้นแสงสีขาวก็พุ่งออกมาจากดงดอกกรรณิการ์

“เจ้านั่นแหละถอยไป!” อังควิภายืนตระหง่านมั่นคง ร่างหล่อนลอยสูงเหนือแผ่นดิน “ข้าปล่อยให้เจ้าเข้าไปไม่ได้!”

“รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าข้าจะทำการใด?”

“องค์ขาลเป็นเจ้าเรือน เจ้าอย่าได้ล่วงเกินท่านอีก ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย” อังควิภาพยายามใช้อำนาจและพลังที่หล่อนมีทั้งหมดเพื่อสร้างกำแพงบุญปกป้องเรือนกรรณิการ์ไว้ แสงสีขาวแผ่ปกคลุมตั้งแต่บันไดแล้วค่อยๆ คลุมตัวเรือนไว้

“เก็บบุญเจ้าไว้ส่งตัวเองไปจุติเถิดอังควิภา ข้าสั่งเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย” คนพูดหัวเราะลั่นแล้วแสงสีทองก็แผ่ซ่านปกคลุมเรือนกรรณิการ์ทั่วบริเวณ

เหล่ารุกขเทวาปรากฏเหนือยอดไม้ของตนรอบๆ บ้าน ด้วยสัญญาณแห่งความหายนะได้บังเกิดขึ้นแล้ว ผีบ้านผีเรือนวิ่งกรูกันออกมาราวกับกำลังถูกขับไล่ เสียงฟ้าคำราม หากแต่ไร้หยาดฝน เสียงหัวใจของฝางสั่นไหว ด้วยแผ่นดินนี้ร้อนราวกับกองไฟ ร่างของหล่อนหลอมรวมเข้ากับอังควิภาอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เสียงหัวใจเธอเอ่ย องค์ขาลของข้า!!!!


Create Date : 01 ธันวาคม 2561
Last Update : 1 ธันวาคม 2561 10:17:40 น. 0 comments
Counter : 169 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

Handmade
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 24 คน [?]




คนเขียน..เป็นคนธรรมดา เราเขียนทุกอย่างเพราะอยากเขียนเท่านั้นเอง เป็นงานอดิเรก...ไม่ใช่มืออาชีพ ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังใจให้ ขอบคุณที่แวะมาค่ะ



ลิขสิทธิ์ของงานเขียนทุกชิ้นในบล็อกนี้เป็นของผู้เขียนตามกฎหมายพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ห้ามคัดลอก ดัดแปลงหรือนำไปเผยแพร่ต่อด้วยวิธีใดๆ มิฉะนั้นจะเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์และจะดำเนินการตามกฎหมาย
Copyright Act B.E. 2537






New Comments
Friends' blogs
[Add Handmade's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.