Webblog for Beauty and Health Review
Group Blog
 
All blogs
 

ประเภทของสิว





" สิว " ศัตรูตัวร้ายของความสวยความงาม สิวทำให้สาวๆ วัยใสทั้งหลายถึงขนาดขาดความมั่นใจไม่กล้าออกไปไหนเพราะกลัวคนจะเห็นสิวบนใบหน้า จริงๆ แล้วสิวเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ไม่เฉพาะวัยรุ่นเท่านั้น แต่ในวัยรุ่นมีระดับฮอร์โมนค่อนข้างสูงจึงทำให้มีโอกาสเป็นสิวได้มากกว่าวัยอื่น และทั้งเพศหญิงเพศชายก็มีโอกาสได้เป็นสิวพอๆ กันโดยแบ่งเป็นประเภทใหญ่ได้ดังนี้


1.สิวเสี่ยน

มักจะพบมากบริเวณจมูก ลักษณะเป็นจุดดำๆ หรือเห็นเป็นหนามแหลมสีขาว เป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันของไขมันที่จับตัวเข้ากับเยื่อรูขุมขนที่หลุดลอกออกและขนอ่อนที่ตกค้างในรูขุมขน เวลากดสิวไขมันก็จะหลุดออกมาเป็นสิวเสี่ยน

2.สิวผดหรือสิวเทียม/ สิวผื่น

เป็นผดเม็ดเล็กๆ ที่ขึ้นแถวๆ หน้าผากและแก้ม ลักษณะไม่เป็นสิวชัดเจน บางทีในตอนเช้าอาจจะยังไม่มีผื่นพอตกบ่ายเท่านั้นผดผื่นก็จะเริ่มขึ้นแล้ว สิวชนิดนี้มักเกิดจากความร้อน แสงแดด การเช็ดถูหน้าบ่อยๆ หรือการเช็ดหน้าแรงเกินไป

3.สิวหัวเปิดหรือสิวหัวดำ

คือสิวที่มีรูเปิดออกบริเวณภายนอก ทำให้บริเวณที่เป็นหัวสิวสัมผัสกับแสงแดดและฝุ่นละอองซึ่งสังเกตเห็นเป็นจุดดำๆ อยู่บริเวณหัวสิว แต่มักไม่อักเสบ และสามารถหลุดออกได้เอง

4.สิวอักเสบ

เกิดขึ้นมาจากสิวอุดตัน หรืหัวสิวขาวที่มีการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการอักเสบ เห็นเป็นรอยนูนแดงได้อย่างชัดเจน ถ้าการอักเสบนี้อยู่บริเวณต้นๆ ของท่อไขมันก็จะเห็นเป็นก้อนนูนบวมขึ้นมา แต่หากทีการอักเสบที่รุนแรงมาก และลึกลงไปใต้ชั้นผิวหนังจนกลายเป็นถุงหนองฝังอยู่ภายในจะเรียกว่า สิวหัวช้างหรือสิวอักเสบนั่นเอง


สาเหตุที่ทำให้เกิดสิว

1. เกิดจากกรรมพันธุ์

2. เกิดจากการแพ้อาหาร เช่น บางคนทานช็อกโกแลต แล้วสิวขึ้นทันที ทานเมื่อไรก็ขึ้นทุกที

3. เกิดจากสภาพอากาศ เช่น บางคนโดนแดดมาก ๆ สิวก็ขึ้นได้คะ

4. เกิดจากสภาวะเครียด เนื่องจากเมื่อเราเครียดการไหลเวียนของเลือดจะเริ่มผิดปกติ ต่อมไขมัน ผลิตไขมันมากจนเกิดสิว นอกจากนี้ความเครียดยังทำให้ความต้านมานโรคของร่างกายต่ำลง ทำให้เชื้อโรคเจริญเติบโตได้ง่ายขึ้น

5. เกิดจากระดับฮอร์โมน เช่นในช่วงก่อนมีประจำเดือน หรือวัยรุ่น โดยกรดไขมันที่เกิดจากากรย่อยไขมันโดยเชื้อโรคจะถูกขับออกมาตามรูขุมขนพร้อมๆกับเชื้อโรคตลอดเวลา แต่ระดับฮอโมนเพศในช่วงดังกล่าวจะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันมากขึ้น ดังนั้นไขมันจึงระบายออกมาไม่ทัน เชื้อโรคจึงมีโอกาสแบ่งตัวมากขึ้น

6. เกิดจากการทาครีม หรือแป้ง ทำให้มีการอุดตันรูระบายไขมัน สารเคมีในสบู่บางชนิดอาจกระตุ้นให้เกิดสิวได้ ครีมบำรุงผิว น้ำมัน และโลชั่นบางชนิดอาจเป็นสาเหตุก่อให้เกิดสิว


วิธีการป้องกันการเกิดสิวและเคล็ดลับการรักษาสิวโดยทั่วไป

1. ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Olive Oil, Lanolin, Sodium Laury Sulphate หรือการไปรบกวนบริเวณผิวบ่อย ๆ เช่น การขัดหน้าด้วยสครับ หรือการนวดหน้าด้วยครีมที่ส่วนผสมของน้ำมัน

2. การรับประทานช็อกโกแลตหรืออาหารที่มีความมันไม่ได้ทำให้เกิดสิว

3. การล้างหน้าบ่อย ๆ ทำให้เกิดสิวมากขึ้นเพราะการล้างหน้าบ่อย ๆ จะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้ง่ายจึงทำให้เกิดสิวได้ง่ายขึ้นควรล้างหน้าวันละ2 ครั้งก็เพียงพอแล้ว และควรหลีกเลี่ยงการใช้โฟมล้างหน้า ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนต่อผิวและไม่มีสารก่อให้เกิดคอมมิโดน (Non-comedongenic)

4. ไม่ควรบีบสิวเองเพราะจะทำให้เกิดรอยดำและรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ได้ถ้าเป็นมาก ๆ ควรได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

5. การทาครีมละลายหัวสิวก่อนล้างหน้าจะช่วยให้สิวหลุดออกได้ง่ายจึงทำให้ไม่เป็นสิวอักเสบตามมาภายหลัง

6. การรับประทานยา Isotretinoin ในการรักษาสิวถ้าจะตั้งครรภ์ควรหยุดยาอย่างน้อย 3 เดือน

7. การรับประทานแร่ธาตุสังกะสีจะช่วยลดการอุดตันของรูขุมขนซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิวและแร่ธาตุยังช่วยให้วิตามินเอในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น แต่ถ้าเป็นสิวมาก ๆ แร่ธาตุเหล่านี้ก็ไม่สามารถช่วยลดการอักเสบของสิวได้

8. ภาวะเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ระบบขับถ่ายไม่ดี และประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวได้

9. การรับประทานยาคุมกำเนิดไม่ได้ช่วยในการรักษาสิวโดยตรง ยาคุมกำเนิดเหมาะสำหรับคนที่มีภาวะฮอร์โมนเพศชายในร่างกายสูงกว่าปกติ เช่นเป็นสิวง่าย หน้ามัน ขนดก

10. การฉีดยารักษาสิวอักเสบเม็ดใหญ่ ๆ ให้ยุบเร็วขึ้นเป็นการรักษาที่ปลายเหตุควรรักษาที่ต้นเหตุของสิวคือรักษาสิวเม็ดเล็ก ๆ โดยการทายาแล้วกดออกก่อนที่สิวเม็ดเล็ก ๆ จะบวมเป็นเม็ดใหญ่เพราะถ้าบวมอักเสบเป็นเม็ดใหญ่แล้วก็จะทำให้เกิดรอยดำและรอยแผลเป็นหลุมได้


สิวทุกชนิดอาจทำให้ทุกคนขาดความมั่นใจมากที่สุดฉะนั้นจงรักษาความสะอาดของใบหน้า ทานอาหารที่สามารถหยุดการกระตุ้นของฮอร์โมน (เราก็เป็นเหมือนกัน หน้าไม่สวย ตอนนี้กำลังระดมการกินอาหารที่มีประโยชน์อย่างแรง)



Crated By: Pup'e





 

Create Date : 27 มีนาคม 2553    
Last Update : 29 มีนาคม 2553 12:51:50 น.
Counter : 2256 Pageviews.  

\\\\ การรักษาแบบธรรมชาติบำบัด หรือ Homeopathy ////






เนื่องจากว่า มีคนเข้ามาสอบถามกันหลากหลายมากค่ะ ว่า Homeopathy คืออะไร แล้วเค้าทำการรักษากันอย่างไร และค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณเท่าไร รวมทั้งได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง ดังนั้น เลยทำการเขียนข้อมูลนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ที่ต้องการค่ะ



Homeopathy คือ อะไร

การรักษาแบบธรรมชาติบำบัด ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งที่อยู่ในระบบแพทย์ทางเลือก ซึ่งชาวต่างชาติใช้วิธีการรักษานี้มาตั้งแต่เมื่อ 200 ปีที่แล้วได้ค่ะ



Homeopathy ใช้วิธีการรักษา อย่างไร

เป็นทฤษฎีในการรักษาที่ใช้สารที่มีอยู่ตามธรรมชาติ จำพวก พืชสมุนไพร ใบไม้ ดอกไม้ สารอินทรีย์หรืออนินทรีย์ เกลือ แร่ธาตุ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ นำมาทำการรักษาในโรค ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว Homeopathy จะเป็นสิ่งที่ได้จากธรรมชาติทั้งหมด ดังนั้น จึงไม่ก่อให้เกิดภาวการณ์แพ้ยาหรือสารเคมีใดๆ ทั้งสิ้นจากการรักษานี้

ซึ่งการรักษาแบบนี้ เรียกว่าเป็นการรักษาแบบองค์รวม ทั้งภาวะร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ นั่นก็หมายความว่า สารที่ใช้ทำการรักษาจะเข้าไปกระตุ้นหรือไปทำการรักษาตัวเองนั่นเอง (Self Healing)



ขั้นตอนการรักษาจากประสบการณ์

1. จะเข้าพบกับคุณหมอก่อนค่ะ เพื่อพูดคุยเบื้องต้นว่าลูกค้าจะต้องเสียอะไรบ้าง และให้เข้าใจถึงการรักษาแบบนี้ค่ะ

2. เมื่อเข้าใจในเรื่องของค่าใช้จ่ายและการรักษาแบบ Homeopathy แล้ว ก็จะทำการให้สัมภาษณ์กับคุณพยาบาลค่ะ คุณพยาบาลจะทำการถามรายละเอียดข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับตัวเรามากมาย ดังนั้น ต้องทำการเตรียมตัวก่อนไปให้ดีค่ะ เพราะ ยิ่งเราให้ข้อมูลเค้ามากเท่าไร หรือ ถูกต้องมากเท่าไร คุณหมอจะทำการวิเคราะห์ตัวเราได้มากขึ้นเท่านั้น และจะทำให้ง่ายต่อการรักษาค่ะ

ส่วนข้อมูลในการสอบถามก็ไม่มีอะไรมากค่ะ เช่น ประวัติส่วนตัว, มารักษาโรคอะไร, อาการเป็นยังไง, ต้องสังเกตตัวเองด้วยว่ามีอะไรที่กระตุ้นในเราเป็นมากขึ้นไหม, เป็นมานานหรือยัง, คิดว่าเป็นจากสาเหตุอะไร ไปทำอะไรมาแล้วถึงเป็น, เป็นคนแบบไหน, ชอบอะไร, เกลียดอะไร, กลัวอะไร, มีโรคประจำตัวอะไรไหม, ไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นอย่างไร, คนในครอบครัวมีโรคประจำตัวอะไรบ้าง, ความสัมพันธ์กับคนในบ้าน หรือ เพื่อน หรือ แฟน หรือ คนใกล้ตัว, สภาพแวดล้อมที่ตนเองอยู่เป็นอย่างไร, เกิดอะไรแปลกๆในร่างกายไหม (เมารถ เมาเรือ มีซิกเซ้นส์ เป็นต้นค่ะ) เป็นต้นนะค่ะ เพราะว่า จะไม่ได้แล้วค่ะ อิอิ

3. หลังจากทำการสัมภาษณ์เสร็จ คุณพยาบาลก็จะนำข้อมูลของเราเข้าไปให้คุณหมออ่านค่ะ ระหว่างนี้ก็ต้องรอคุณหมอนิดนึงค่ะ เพื่อให้เค้าทำการวิเคราะห์พฤติกรรมของเรา รวมทั้งปัญหาของเราค่ะ พอคุณหมอเค้าวิเคราะห์เสร็จ เค้าก็จะเรียกเราเข้าไปพบค่ะ แล้วก็อาจจะมีการสอบถามเพิ่มเติมจากคุณหมอเอง ว่าคุณหมออยากรู้อะไร (ถ้าคุณหมอต้องการทราบอะไร พยายามคิดและตอบให้ละเอียดที่สุดค่ะ เพื่อประโยชน์ของตัวเราเอง และเงินที่เสียไปค่ะ เพราะบางทีคำถามอาจจะเป็นคำถามที่แบบว่า “ทำไมต้องรู้ด้วย แล้วถามทำไม ไม่เห็นจำเป็นเลย” ขอแนะนำว่าตอบไปเถอะค่ะ เพราะ การหาสารมารักษาอาจต้องใช้ข้อมูลที่คุณหมอถามค่ะ)

4. หลังจากคุณหมอทำการวิเคราะห์และหาสารในการรักษาของเราได้แล้ว เค้าก็จะทำการเขียนสารลงไปเพื่อให้คุณพยาบาลนำไปจัดยาให้เราค่ะ

แต่ขั้นตอนนี้ต้องขอบอกไว้ก่อนเลยนะค่ะ ว่าอย่าคาดหวังว่ามาครั้งแรกแล้วจะหายเลย เนื่องจากคุณหมอบอกว่า การรักษาโรคๆหนึ่งนั้น จะมียารักษาเป็นกลุ่ม และยาในกลุ่มนั้นจะต้องเหมาะสมกับร่างกายเราด้วยถึงจะเข้าไปทำการรักษาได้ เช่น

โรค Eczema
สารที่ใช้ทำการรักษาโรคมี 10 สาร
มีสารที่เหมาะสมกับเรา 5 สาร
หมอเลือก 1 สาร (สุ่มตามความเป็นไปได้ แต่ไม่มีผลเสียต่อร่างกาย เพราะเป็นธรรมชาติค่ะ)


 ถ้าสารที่หมอเลือกนั้นยังไม่ใช่ - ร่างกายจะไม่เกิดปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสินค่ะ
 ถ้าสารที่หมอเลือกนั้นใกล้ตัวที่จะใช่ - ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาค่ะ (โรคที่เป็นอยู่แย่ลง..ไม่มาก..แต่จะเห็นชัดว่าเกิดปฏิกิริยาค่ะ)
 ถ้าสารที่หมอเลือกนั้นใช่ - ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยา ทำการรักษาระบบร่างกายเราค่ะ ทำให้อาการค่อยๆดีขึ้นเอง

*** ถ้าสารที่หมอเลือกนั้นใกล้ตัวที่จะใช่ จะทำให้คุณหมอหาตัวที่ใช่ได้เร็วขึ้นค่ะ และถ้าอาการที่เป็นอยู่แย่ลงเยอะ สามารถไปหาหมอได้ทันทีเลยค่ะ ไม่ต้องรอถึงวันนัด ***



Homeopathy ค่าใช้จ่ายอยู่ที่เท่าไรและระยะเวลาการรักษา

ค่าใช้จ่ายในการรักษาจะอยู่ที่ประมาณ 8,000 – 10,000 บาท ค่ะ
โดยส่วนมากแล้วค่าใช้จ่ายนี้จะเป็นค่าปรึกษากับคุณหมอรวมกับค่ายาที่ใช้ในการรักษา จำพวกพืชสมุนไพร ใบไม้ ดอกไม้ สารอินทรีย์หรืออนินทรีย์ เกลือ แร่ธาตุ หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ ที่นำมาทำการรักษาในโรคเท่านั้น (ไม่รวมถึงวิตามินต่างๆ ที่จะต้องกินควบคู่ค่ะ)

ระยะเวลาการรักษา 6 เดือนโดยประมาณ (ทำการรักษาแบบต่อเนื่อง)



Homeopathy ผลลัพธ์จากการรักษา

ตอนที่เป้เป็นแล้วเจอสารที่ไม่ใช่ ทำให้โรคที่เป็นอยู่แย่ลง มีอาการน้ำเหลืองไหลแบบมากมายค่ะ ไหลตลอดเลย ไม่มีสาเหตุ แล้วก็คันมากๆๆด้วยค่ะ แดง แล้วก็พองค่ะ ก็เลยไปหาหมอค่ะ เพราะคันมาก

แต่พอเจอตัวที่ใช่ โรคที่เป็นอยู่ค่อยๆ ดีขึ้นค่ะ ไม่มีน้ำเหลืองไหล แผลเริ่มแห้ง ตกสะเก็ดลอก เป็นแผ่นๆ อาการคันลดลง แต่ก็ใช้ระยะเวลาพอสมควรประมาณ 3 อาทิตย์ได้ แผลก็แห้งสนิทค่ะ

แต่ตอนนี้ที่ยังหลงเหลืออยู่อาการคันค่ะ แต่ไม่มากเท่าตอนที่เป็น แค่คันยิบๆ เวลาอากาศร้อนค่ะ แต่ก็ยังคงไปหาคุณหมออยู่ค่ะ



Created By: Pup'e









 

Create Date : 26 มีนาคม 2553    
Last Update : 29 มีนาคม 2553 12:52:33 น.
Counter : 4414 Pageviews.  

Sebderm / Eczema โรคภูมิแพ้ผิวหนังที่น่ารำคาญ





โรค SebDerm หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกว่า โรค Sebdermabration เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่งที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ คนส่วนใหญ่อาจจะเรียกว่า โรค Eczema หรือโรคสะเก็ดเงิน

ลักษณะ คือ ผิวหนังจะเป็นรังแค ขุยๆ ออกมา และมีน้ำหนองขาวๆใสๆไหลออกมาจากแผล และคัน เมื่อมีเหงื่อออกหรือทำผมที่ต้องโดนสารเคมีจะคันที่แผลยิบๆเลยค่ะ

โรคนี้เป็นโรคที่เป็นๆหายๆค่ะ ไม่หายขาด โดยส่วนตัวแล้วเป็นมา 5-6 ปี ได้แล้วค่ะ เป็นตรงท้ายทอยของศรีษะค่ะ พอไปหาหมอ หมอก็จ่ายยามาให้ทา พอทายาแผลก็แห้งและค่อยๆลอกเป็นแผ่นหลุดไป พอซัก 2-3 อาทิตย์ก็กลับมาเป็นใหม่ค่ะ ไม่หยุดเลยแม้แต่นิดเดียว

แผลที่ท้ายทอยเป็นประมาณนี้ค่ะ ตรงท้ายทอย แนวไรผมจากซ้ายไปขวา เกือบถึงหลังใบหูค่ะ แต่ที่หนังศีรษะไม่เป็นอะไรนะค่ะ




หลังจากที่เป็นมานานก็พยายามศึกษาหาข้อมูลต่างๆ ว่าจะมีวิธีไหนไหมที่จะสามารถช่วยรักษาเราให้หายจากโรคนี้ได้บ้าง และไม่นาน ก็ไปเจอคลีนิคแห่งหนึ่งที่รักษาแบบ Homeopathy เป็นแพทย์ทางเลือกที่รักษาแบบ Self Healing ค่ะ หมอเค้าว่าอย่างนั้น และหมอเค้าก็ยืนยันด้วยค่ะว่า โรคผิวหนังเรื้องรังแบบนี้สามารถรักษาให้หายขาดได้ ก็เลยลองไปลองของดูค่ะ ว่าจะเจ๋งยังไง

ครั้งแรกที่ไปก็ งงๆ ค่ะ หมอถามว่า “อยากถามไรหมอไหม” เราก็งงค่ะ ว่า เอ๊ะ หมอต้องถามเราไม่ใช่เหรอ ว่าเป็นอะไร อาการเป็นยังไง แต่หมอกลับเป็นคนถามเราเอง เราก็แอบขำๆ เราก็บอกว่าไม่มีค่ะ หมอก็บอกว่า “อ่ะ ไม่มีคำถาม งั้นก็ไปตอบคำถามนะ“ เราก็งงหนักไปใหญ่ ว่า เอ่อ มาหาหมอ แต่หมอบอกว่าให้ไปหาคุณพยาบาล ไปให้คุณพยาบาลสัมภาษณ์ก่อน

เราก็เข้าห้องไปพร้อมกับพยาบาล พยาบาลก็ถามเรา ว่า “เป็นคนแบบไหน ชอบทำอะไร มีปัญหาไรในร่างกายบ้าง ไม่ชอบอะไรที่สุด ชอบอะไรที่สุด .....” ถามทุกอย่างที่เกี่ยวกับเราและครอบครัว ว่าง่ายๆ คือ เจาะลึกกันไปเลยค่ะ เค้าบอกว่าถ้ายิ่งให้ข้อมูลเยอะเท่าไร ก็จะยิ่งรักษาเราได้เร็วมากเท่านั้น ถามหมดเลยค่ะ เหมือนระบายความทุกข์ ทะเลาะกับพ่อ แม่ เรื่องอะไร กับแฟนยังไง เอาเป็นว่า ถามกัน งงไปเลยค่ะ

หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ คุณพยาบาลก็เอาข้อมูลของเราเมื่อกี้นี้ไปให้คุณหกมอค่ะ แล้วก็เข้าไปพบคุณหมอ คุณหมอก็อ่านๆๆ แล้วก็ถามเพิ่มเติม (เรื่องส่วนตัว อีกค่ะ!!!) เราก็ตอบค่ะ ไม่มีไรอยู่แล้ว พอคุณหมอหมดข้อข้องใจก็บอกเราว่า “อ่ะ เดี๋ยวหมอจะจัดยาให้ไปลองก่อนนะ ทาน 2 อาทิตย์แล้วเดี๋ยวมาดูกันอีกทีว่าเป็นยังไง” เราก็แอบงงอีกค่ะ ว่าเอ๊ะ แค่นี้เหรอ

พอออกจากห้องคุณหมอ คุณพยาบาลก็เรียกรับยาและจ่ายเงินค่ะ ทันใดนั้นเองก็ช็อคค่ะเมื่อได้เห็นยา เป็นขวดใสๆๆข้างในเป็นน้ำเปล่าค่ะ 1 ขวดเท่านั้น คุณพยาบาลก็บอกว่า ก่อนทานและหลังทาน 15 นาที งดดื่มน้ำ งดเสียง งดกลิ่นค่ะ (เป็นไปได้ไหมค่ะ)

หลังจากนั้นก็กลับออกมาพร้อมขวดน้ำ 1 ขวด กับจ่ายค่าปรึกษา 8,000 บาท (ลืมบอกค่ะ ว่าเป็นคอร์สนะค่ะ คือจ่ายครั้งเดียวเลยค่ะ รักษาตนกว่าจะหาย ราคานี้คือค่าปรึกษากับคุณหมอค่ะและน้ำ 1 ขวด อิอิ)

หลังจาก 2 อาทิตย์ผ่านไป ก็กลับไปพบคุณหมอ พร้อมกับอาการท้ายทอยที่แย่กว่าเดิม ซึ่งคันตลอดเวลาและมีน้ำเหลืองไหลด้วยค่ะ พอพบหมอ เราก็บอกคุณหมอว่า เราไม่ดีขึ้นเลยค่ะ รู้สึกว่าคันกว่าเดิมแล้วก็น้ำเหลืองไหลออกมาเยอะกว่าเดิมอีก หมอก็บอกว่า “อ่ะ ไม่เป็นไร ลองใหม่ แสดงว่าใกล้ถูกละ หมอก็จ่ายยาตัวใหม่ให้ค่ะ” หลังจากนั้นก็ออกไปพร้อมกับน้ำอีก 1 ขวด ไม่เสียเงินค่ะ (เพราะว่าจ่ายไปแล้วตั้งแต่ตอนแรกเลยค่ะ) แต่ครั้งนี้น้ำนี่ ให้ทาน 2 มื้อเท่านั้นค่ะ และอีก 2 อาทิตย์เจอกับคุณหมอใหม่

หลังจากที่อีก 2 อาทิตย์ผ่านไป ก็กลับไปพบคุณหมอ พร้อมกับอาการท้ายทอยที่ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะ เริ่มแห้งขึ้น คันบ้างเล็กน้อยและไม่มีน้ำเหลืองไหลแล้ว คุณหมอเลยบอกว่า “อ่ะ สงงสัยจะถูกตัวแระ งั้นเดี๋ยวหมอรักษาต่อนะ ให้ทานต่ออีกชุด และอีก 2 อาทิตย์มาพบกันใหม่” หลังจากนั้นก็ออกไปพร้อมกับน้ำอีก 1 ขวด ไม่เสียเงินค่ะ ทาน 2 มื้อเหมือนก่อนหน้านี้ค่ะ

....ปาฎิหารย์มีจริงค่ะ.... จากแผลท้ายทอยที่พุเป็นแดงๆ พองๆ น้ำเหลืองไหล ทายาเท่าไหร่ก็ไม่หาย กลับแห้งโดยที่ไม่ต้องทำไรเลยค่ะ ทานน้ำที่หมอให้มาอย่างเดียวจริงๆ ตอนนี้ไม่คันแผลเริ่มตกสะเก็ดหลุดลอกออกมาเป็นแผ่นๆค่ะ

ตอนนี้หายแล้วค่ะ หายวิ้งไปเลย งง อึ้งกิมกี่กันไปเลยค่ะ ว่า เอ๊ะ น้ำเปล่าผสมยา หายได้ด้วยค่ะ

ถ้าอยากทราบว่าที่ไหน และคุณหมออะไร เมลมาถามหลังไมค์กันได้เลยนะค่ะ ยินดีค่ะ จะได้หายกันเป็นปกติ และเห็นมีลูกค้าบางคนไปหาพวกสิวเรื้อรัง ฝ้า ลมพิษ ภูมิแพ้ พวกนี้ด้วยค่ะ เค้าบอกกันว่าหายขาด อย่างงี้ด้องลองค่ะ

Tips: หลังจากหายแล้ว สามารถควบคุมไม่ให้มันกำเริบหรือว่ากลับมาเป็นใหม่ได้โดยทานอาหารเสริมพวก Evening Primrose + Omega3 ค่ะ

Created by: Pup’e





 

Create Date : 25 มีนาคม 2553    
Last Update : 29 มีนาคม 2553 12:52:55 น.
Counter : 17231 Pageviews.  

….ผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรง….





ขอเกริ่นก่อนนะค่ะ ก่อนหน้านี้ หน้าใส เป็นปกติคนทั่วไปค่ะ ถ้าจะมีสิวบ้าง ก็ประปลายเล็กน้อยค่ะ แต่ก็มีการดูแลรักษาหน้าโดยการไปทำ treatment จำพวก ionto หรือ phono ค่ะ เนื่องจากช่วงนั้น คงเป็นช่วงที่ผิวหน้าอ่อนแอมาก จึงทำให้เป็นโรคผิวหนังอักเสบอย่างรุนแรงค่ะ เกิดจากการทำ treatment หน้ามากเกินไป จนต่อมไขมันบนใบหน้าเกิดการระคายเคืองจนเกิดการอักเสบค่ะ หรือที่คุณหมอเรียกว่า ผิวหนังอักเสบค่ะ มีอาการคันมากๆๆ ยิบๆ ที่หัวสิว หัวตุ่มๆ ทั้งหลายค่ะ คันทั้งหน้าเลยค่ะ ก็เลยไปหาหมอคลินิกผิวหนัง 2 ที่

คลินิกที่ 1: ไปหา เค้าบอกว่าเป็นสิวอุดตัน เนี่ยะ จะต้องทำ CO2 เอาหัวสิวออก เราก็ อืม เอาออกแล้วหาย เราก็ทำ จ่ายเงินไป 6000 กว่าบาทค่ะ แล้วก็เอายามาทาและทานด้วย พอหลังจากทำได้ซัก 2-3 วัน หน้าก็เกิดอาการอักเสบค่ะ หัวสิวที่ไปทำ CO2 มา อักเสบอย่างแรง และแดงทั้งหน้า บางเม็ดเป็นหัวขาวๆค่ะ บางเม็ดก็ใสๆ บางเม็ดปูดออกมาเฉยๆ เลยค่ะ พอกลับไปที่คลินิกนี้อีก และบอกเค้าว่า เรามาทำ CO2 แล้วหน้าเป็นแบบนี้ เค้าก็บอกว่า เพราะว่าหน้าเรามันผิดเองที่อ่อนแอ คือ สรุปง่ายๆ ว่าคลินิกเค้าไม่รับผิดชอบอะไรค่ะ จึงเกิดอาการเคืองเป็นอย่างมากเลยเปลี่ยนที่หาต่อเลยค่ะ

คลินิกที่ 2: พอไปหา เค้าก็บอกว่า เนี่ยะไม่ใช่สิวนะ เป็น Sebderm เดี่ยวทำ Ionto ผลักยาแก้ผื่นอ่อนๆก่อน ช่วยให้หายไวขึ้น เราก็ได้ค่ะ ทำไรทำหมด ขอให้หายค่ะ พอทำเสร็จหน้าก็ดีขึ้นนะค่ะ ที่เป็นเม็ดขาวๆยุบทันทีหลังจากทำเสร็จค่ะ ก็กลับบ้านไปพร้อมยามาทา ยาที่หมอจ่าย คือ Tar 2% ค่ะ พอรู้มาบ้างว่าเป็น สเตียรอยด์ ทาแล้วจะกระตุ้นสิวได้ แต่หมอบอกว่าเป็น Sebderm เราก็คิดว่าทา 2-3 วันคงไม่เป็นไรมั้ง สิวคงยังไม่มา หลังจากกลับบ้านทายามาได้ 2 มื้อเท่านั้นเองค่ะ ต้องรีบหยุดยาทันที สิวขึ้นอย่างแรง ปูดออกมายังกะเตรียมจะระเบิดยังไงอย่างงั้น แทบทั้งหน้าเลยค่ะ

สรุป คือ ตอนนั้นหน้าพังมากมายจากคลินิกที่ 1 ค่ะ ทั้งหน้าอักเสบ ทั้งสิว บนกันมั่วเลยค่ะ

วันต่อมา เลยตัดสินใจไปหาหมอผิวหนังที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์เลยค่ะ คิดว่า เนี่ยะ ไม่หายให้มันรู้ไป มาโรงพยาบาลแพงขนาดนี้แล้ว พอหาหมอเสร็จ หมอก็วินิจฉัยว่าเป็น ผิวหนังอักเสบ ปนสิวอุดตัน เราก็อืม โอเค พอถูกทางแระ แล้วก็บอกหมอว่า เราไม่ถูกกับสเตียรอยด์นะค่ะ อย่าจ่ายมา ไม่ปลื้มอย่างแรงค่ะ หมอก็เลยจ่ายยาทาที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ชื่อ Erythromycin 2% Cream (เป็นยาของโรงพยาบาลนะค่ะ เลยไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป) พร้อมกับยาทาน 2 ตัวค่ะ คือ Telfast 180 mg กับ Zyrtec ค่ะ กลับไปถึงบ้านก็รีบล้างหน้าทายาเลยค่ะ และก็ทานยา





ท่านเชื่อหรือไม่ค่ะ ว่า 5 วันเท่านั้น ยุบหมดเลยค่ะ เหลือทิ้งไว้จำพวกสิวอุดตันประปรายค่ะ แบบประทับใจมากๆ หมอก็นัดไปดูอีกรอบ หมอเค้าก็เอาแว่นขยายส่องมาที่หน้าแล้วก็บอกว่า เนี่ยะ ผิวหนังอักเสบเพิ่งยุบไป 50% เอง เราก็ เอ่อ เราว่ามันยุบหมดละนะ นี่ขนาดยุบลงไป 50% แล้ว ยังประทับใจขนาดนี้ เราก็โอเคค่ะ หมอเลยให้ทาต่ออีก 2 อาทิตย์ แล้วไม่ต้องมาหาหมอแล้วค่ะ ก็กลับบ้านมาทายาต่อค่ะ จนตอนนี้ผิวหนังอักเสบหายดีแล้ว แต่ต้องมาเจอกับสิวอุดตันอีก ไม่รู้จะไปหาหมอที่ไหนแล้วค่ะ เพราะที่ไปมาตอนแรก คือ เคยหาแล้ว แล้วก็ดีสุดแล้วด้วย แต่กลับทำให้เสียใจทีหลัง เลยไม่คิดจะหาแล้วค่ะ


Created By: Pup'e







 

Create Date : 25 มีนาคม 2553    
Last Update : 29 มีนาคม 2553 12:53:15 น.
Counter : 9449 Pageviews.  

.............. หน้าอกใหญ่ได้ ตู้ม ตู้ม ได้โดยไม่ต้องทำศัลยกรรม ..............




เนื่องจากก่อนหน้านี้เป็นคนเจ้าเนื้อค่ะ ว่าง่ายๆ คือ อ้วน แต่ไม่มีหน้าอกค่ะ ก็พยายามศึกษา และลองมาหลายวิธีแล้วค่ะ สินค้าที่เคยลองไปมีดังนี้ค่ะ

1. Cookie นมโต – ของญี่ปุ่น
2. อาหารเสริมเพิ่มหน้าอก ยี่ห้อเดียวกับ Cookie นมโตค่ะ - ของญี่ปุ่น
3. อาหารเสริมเพิ่มหน้าอก ของกวาวเครือ – ของไทย
4. ยาทาเพิ่มเนื้อหน้าอก กวาวเครือ – นำเข้าโดยเว็บในไทยค่ะ พวกนางสาวไทยใช้เวลาเก็บตัวค่ะ

สินค้าที่ลองไปดังกล่าว ไม่มีตัวไหนเลยที่สามารถเพิ่มได้จริงค่ะ

สินค้าที่ 1-3 : ไม่มีผลตอบรับเลยค่ะ ไม่รู้สึกอะไรทั้งสิ้น

สินค้าที่ 4 : หน้าอกเพิ่มขึ้นจริงค่ะ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ใช้เลย ไม่โม้นะค่ะ ใช้จนใหญ่ขึ้นระดับหนึ่งค่ะ ก็เลยเลิกใช้ ไม่กี่วันต่อมามันก็แฟ๊ปไปเลยค่ะ กลับมาเท่าเดิมเลยจริงๆค่ะ

แต่ความพยายามก็ไม่หมดแค่นี้นะค่ะ ยังคงสรรหาต่อไปจนไปเจออาหารเสริมตัวหนึ่งค่ะ ที่พวกนางแบบ พริตตี้เค้าใช้กันค่ะ เค้าว่านมตู้มขึ้นจริงๆๆ ค่ะ

แต่ตอนแรกก็ยังไม่เชื่อนะค่ะ ซื้อมาก่อน 10 เม็ดค่ะ ( อิอิ ไม่เชื่อ แต่ซื้อเลยทันทีค่ะ ) 1 คอร์ส คือ ทาน 7-8 เม็ดค่ะ เป็นระยะเวลา 2-3 เดือน แต่หลังจากซื้อมาก็ยังไม่ได้ทานนะค่ะ

พูดตามตรง คือ กลัวค่ะ เพราะเค้าว่ากันว่า ใหญ่ขึ้นตั้งแต่เม็ดแรกเลยค่ะ เลยรอดูรีวิวของลูกค้าคนที่เคยทานก่อนค่ะ อ่านไปเรื่อยๆก่อน ศึกษาตั้งแต่เดือน กค 2009 ปีที่แล้วค่ะ จนตัดสินใจเพิ่งมาทาน เอาตอนเดือน มค 2010 ค่ะ

อ่อ ... ลืมเกริ่นก่อนค่ะ ก่อนทาน ขนาดหน้าอกอยู่ที่ 28.5 นิ้วเท่านั้นค่ะ

เม็ดแรก วันที่ 19 มค 2010 ค่ะ
เม็ดสอง วันที่ 26 มค 2010 ค่ะ
เม็ดสาม วันที่ 29 มค 2010 ค่ะ
เม็ดสี่ วันที่ 2 กพ 2010 ค่ะ

ตอนนี้ทานไป 4 เม็ดแล้วต้องหยุดค่ะ เนื่องจากว่ามีประจำเดือน

หลังจาก 4 เม็ดไปแล้วขนาดหน้าอก ตอนนี้ อยู่ที่ 30.5 นิ้วค่ะ
( ช่วงที่หยุดไปมีประจำเดือน หน้าอกไม่มีการยุบเลยนะค่ะ คอนเฟิร์มค่ะ )

*** วิธีการวัดหน้าอก วัดที่ระดับหัวนมนะค่ะ ***

หลังจากทานจบ คอร์ส จะมาคอนเฟิร์มกันอีกทีนะค่ะ ว่าเป็นยังไงกันบ้างค่ะ

เม็ดห้า วันที่ 17 กพ 2010 ค่ะ
เม็ดหก วันที่ 24 กพ 2010 ค่ะ
เม็ดเจ็ด วันที่ 3 มีค 2010 ค่ะ

หลังจาก อีก 4 เม็ดต่อมา ขนาดหน้าอก ตอนนี้ อยู่ที่ 31 นิ้วค่ะ


สรุป แล้ว จากเม็ดที่ 1 – 8 ขนาดหน้าอก เพิ่มขึ้นจาก 28.5 นิ้ว เป็น 31 นิ้ว รวม 2.5 นิ้ว ค่ะ

ระยะเวลาที่ทาน – 3 เดือน ค่ะ
ค่าใช้โดยประมาณ - 3,000 บาท ค่ะ

หน้าตาของอาหารเสริมค่ะ

รูป




ข้อดี
1. หน้าอกใหญ่ขึ้นจริงค่ะ
2. ผิวพรรณดูมีน้ำมีนวลขึ้นค่ะ
3. ดูอวบอิ่มขึ้นด้วยค่ะ ( ทั้งตัวเลยนะค่ะ )
4. ไม่ต้องทำศัลยกรรมค่ะ

ข้อเสีย
1. ราคาแพงค่ะ
2. น้ำหนักขึ้นค่ะ ทานเก่งขึ้น จาก หนัก 46 กก ตอนนี้อยู่ที่ 49 กก ค่ะ สูง 164 ซม. ค่ะ
3. ช่วงแรกที่ทาน มีอาการคลื่นไส้ อยากจะอาเจียนค่ะ แต่อาการน้อยค่ะ เพราะทานยาคุมก่อน 2 แผง ช่วยได้ค่ะ
4. ต้องทานคู่กับยาคุมค่ะ จะเห็นผลเร็วขึ้น ( ส่วนตัวทานยาคุมล่วงหน้าก่อน 2 แผงค่ะ ก่อนทานอาหารเสริมตัวนี้ )


Created By: Pup'e









 

Create Date : 25 มีนาคม 2553    
Last Update : 29 มีนาคม 2553 12:53:40 น.
Counter : 12632 Pageviews.  

1  2  

pupe1426
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Blog นี้ จัดทำขึ้น เพื่อเป็นความรู้และให้ประโยชน์ต่อผู้ที่มีปัญหาผิวพรรณต่างๆ และ เนื่องจากเจ้าของ Blog เป็นคนที่มีผิวแห้งและแพ้ง่ายมาก ดังนั้น Blog นี้จึงขอเน้นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เหมาะสมกับคนผิวประเภทนี้นะค่ะ


Friends' blogs
[Add pupe1426's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.