Group Blog
 
 
ธันวาคม 2547
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
25 ธันวาคม 2547
 
All Blogs
 

การผจญภัยของโนบิตะ

บ่ายวันหนึ่งในฤดูร้อน โนบิตะกำลังเล่นกับเพื่อน ๆ ที่สนามเด็กเล่น
แต่จู่ ๆ ก็มีรถบรรทุก เข้ามาจอดพร้อมกับมีคนงานก่อสร้างเดินเข้ามาพวกโนบิตะ แล้วบอกให้ไปเล่นที่อื่น
เพราะว่าที่ตรงนี้กำลังจะใช้เป็นที่เก็บอุปกรณ์ก่อสร้าง
ทำให้พวกโนบิตะไม่มีที่จะเล่น ไจแอนท์เลยบอกให้โนบิตะ ไปหาที่เล่นที่ใหม่มา
“นี่โนบิตะ!! ไปบอกโดราเอม่อนให้หาที่เล่นกว้าง ๆ ให้หน่อยสิ !”
“ใช่แล้ว ! รีบ ๆ ไปหามาด้วยหล่ะ ถ้าวันพรุ่งนี้หาไม่ได้ละก็ เจ็บตัวแน่ ๆ “ ซูเนโอะพูดขู่

โนบิตะจึงรีบวิ่งกลับบ้าน “โดราเอม่อนนนนน !!!” แต่พอโนบิตะเปิดประตูห้องก็ไม่เห็นโดราเอม่อน
“แม่ !!! โดราเอม่อนไปไหนแล้ว”
“อ๋อ เห็นบอกว่าจะไปทำธุระนะ วันมะรืน คงกลับมา” ได้ยินแม่บอกโนบิตะก็เลยคิดว่าทำยังไงดี
คิดไปคิดมา ก็นึกขึ้นได้ว่า “จริงสิ !! มีกระเป๋าสำรองของโดราเอม่อนอยู่นี่”
พอคิดได้ โนบิตะก็ไปค้นที่นอนของโดราเอม่อน พอเจอกระเป๋าสำรองก็ค้นดูว่าพอจะมีอะไรที่จะหาที่กว้าง ๆ ได้บ้าง
“เอาหล่ะ อันนี้คงใช้ได้”
โนบิตะคิดในใจพร้อมกับหยิบเอากระจกขึ้นมาแผ่นหนึ่ง ก
ระจกนี้ไม่ใช่กระจกธรรมดา แต่เป็นกระจกที่สามารถข้ามไปอีกฝั่งของกระจกได้
หรือเรียกว่าโลกในกระจก เป็นโลกที่กลับซ้ายเป็นขวา
พอหยิบได้ โนบิตะก็กดปุ่มแล้วมุดเข้าไปในกระจก ไปโผล่อีกด้านหนึ่ง
“ว้าว !!ที่นี่เยี่ยมจริง ๆ ไม่มีใครอยู่เลย เป็นโลกส่วนตัวของเราจริง ๆ”
หลังจากวิ่งเที่ยวเล่นได้ซักพัก ก็กลับเข้ามายังด้านของตัวเอง พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากแม่
“นี่ โนบิตะ ทาเคชิ โทรมาแหนะ คุยเสร็จแล้วมากินข้าวด้วย”
“คร้าบ แม่” โนบิตะตะโกนตอบขณะกำลังเดินลงบันไดมา
“ โนบิตะ!! หาที่เล่นได้หรือยัง ถ้ายังละก็ พรุ่งนี้ระวังตัวให้ดี” พูดจบไจแอนท์ก็วางหู
“ถ้าให้กระจกกับพวกนั้นหละก็ คงไม่ได้คืนแน่ แถมไม่พอยังจะโดนโดราเอม่อนว่าอีกแน่เลย” โนบิตะคิดในใจ




 

Create Date : 25 ธันวาคม 2547
19 comments
Last Update : 25 ธันวาคม 2547 22:33:10 น.
Counter : 1028 Pageviews.

 

บราโว แปะๆ เยี่ยมมากครับ

 

โดย: zxcv (ryzon ) 25 ธันวาคม 2547 22:08:41 น.  

 

เช้าวันต่อมา โนบิตะกำลังหาทางว่าจะทำยังไงดี ในเมื่อวันนี้ก็นัดชิซูกะ ว่าจะไปเที่ยวหาที่บ้านด้วย
ก็พอดีเหลือบไปเห็นเงาตัวเองในกระจก
“ใช่แล้ว ! เราก็ก็อบปีตัวเองสิ ให้คนนึงไปหาไจแอนท์กับซูเนโอะ อีกคนนึงก็ไปหาชิซูกะ”
ว่าแล้วโนบิตะก็เอากระเป๋าสำรองของโดราเอม่อนมาค้นหากระจกก็อบปี
พอค้นเจอก็เอากระจกมาตั้ง โดยที่ไม่รู้ตัว กระจกก็อบปี กับกระจกโลกกระจกเงา ทำมุมตรงข้ามกันพอดี
โนบิตะก็เอื้อมมือไปดึงตังเองในกระจกออกมา
“เฮ้ย !!! นี่มันอะไรกัน”
โนบิตะคนที่ออกมาจากกระจกพูด
“ฉันกำลังดึงตัวก็อบปีออกจากกระจกนี่ แล้วทำไม่ฉันถึงถูกดึงเข้ามาแทน”
“อ้าว !!! นายไม่ใช่ตัวก็อบปีเหรอ? ก็ฉันดึงนายออกมาจากกระจกนี่” โนบิตะคนที่ดึงพูด
แล้วโนบิตะทั้งสองคนก็ทะเลาะกันหลังเถียงกันว่าใครจะเป็นคนไปหาไจแอนท์กับซูเนโอะ แล้วใครจะไปหาชิซูกะ
โนบิตะคนที่ถูกดึงออกมาผลักโนบิตะอีกคนเซเข้าไปในกระจกโลกกระจกเงาแล้วยังเซเข้าไปในกระจกก็อบปีอีก
“เอาหล่ะไปหาชิซูกะดีกว่า” โนบิตะคนที่อยู่นอกกระจกคิด

หลังจากเซเข้ามาในกระจกถึงสองบานพร้อมกัน
โนบิตะก็พบว่าตัวเองอยู่ในที่ที่แปลกประหลาด
ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่เงาตัวเองไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนมีกระจกล้อมอยู่รอบตัวทุกทิศทุกทาง
พอเอื้อมมือไปข้างหน้า ก็เห็นเงาตัวเองเอื้อมเข้ามาหาแต่เงานั้นกลับเลื่อนออกห่างโดยที่ระยะห่างระหว่างเงากับตัวเองนั้นยังเท่าเดิม
พอเริ่มวิ่งเพื่อจะหาทางออก ก็เหมือนกับวิ่งอยู่กับที่เพราะว่าไม่ว่าจะวิ่งไปทางไหน ก็เห็นเงาข้างหน้าวิ่งเข้ามาหา
แต่วิ่งเท่าไหร่ก็ไม่ชนกับกระจกซักที เหมือนกับกระจกมันเคลื่อนที่ตามไปด้วย
หลังจากวิ่งอยู่นาน โนบิตะก็เริ่มหมดแรงวิ่ง
เมื่อพักเหนื่อยได้ซักครู่ ก็ได้ยินเสียงสิ่งของขนาดใหญ่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหา
พอโนบิตะหันกลับไปดู ก็เห็นกลุ่มควันสีดำขนาดมหึมา กำลังเคลื่อนที่เข้ามาหา
โนบิตะพยายามจะวิ่งหนี แต่เพราะว่าวิ่งหาทางออกมานานทำให้หมดแรงจึงวิ่งหนีได้ไม่ไกลก็ถูกควันสีดำไล่ตามจนทัน
ทันทีที่กลุ่มควันสีดำกลืนโนบิตะเข้าไป เขารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังโดนไฟช๊อตอยู่
ซักพักเขาก็ได้ยินเสียงตะโกนว่า “มาทางนี้สิ !!! ทางออกอยู่นี่ !!!”
พร้อมกับแสงสว่างเล็ก ๆ อยู่ตรงหน้าห้างไปไม่กี่ก้าว
โนบิตะพยายามฝืนตัวเองไปจนถึงแสงนั้นแล้วก็ล้มลงหลับไป

 

โดย: ปั๊ม 25 ธันวาคม 2547 22:33:46 น.  

 

เมื่อลืมตาขึ้นมา โนบิตะก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนพื้นห้อง
ห้องนี้สร้างเป็นรูปโดม ผนังและพื้นห้องเป็นสีขาว
ข้างหลังของเขา เป็นกล่องทรงลูกบากศ์ ลอยเอาด้านมุมชี้ลง พร้อมกับหมุนรอบตัวเอง
ขณะที่โนบิตะกำลังสงสัยว่าตัวเองหลุดมาที่ไหนอีก ฉับพลันก็มีประตูโผล่ขึ้นมาจากพื้น พร้อมกับเปิดออก
คนที่ก้าวออกมาจากประตูเป็นหญิงสาว สวมชุดคลุมสีขาวล้วน
แม้แต่ผิวก็ยังดูขาวซีดเหมือนกับไม่เคยสัมผัสกับแสงแดดเลย
“เป็นอย่างไรบ้าง คงสงสัยใช่ไหมว่าที่นี่คือที่ไหน?”
“ที่นี่ก็คือ โลกอีกโลกหนึ่ง ที่อยู่ระหว่างโลกของเธอ กับโลกอีกฝากของกระจกของเธอ”
โนบิตะทำหน้าสงสัย
“ไม่ต้องสงสัยหรอก อีกไม่นานเธอจะได้รู้ทุกสิ่ง แต่ตอนนี้ฉันต้องส่งเธอกลับบ้านก่อน” “
แล้วคุณเป็นใครเหรอครับ”
“ฉันเป็นผู้ดูแลที่นี่นะ ผู้คนรู้จักฉันในชื่อของ “ผู้ดูแล” นั่นอาจเป็นเพราะว่าฉันไม่มีชื่อด้วย เธอจะเรียกฉันว่าผู้ดูแลก็ได้นะ”
เธอพูดพร้อมกับเดินนำหน้าโนบิตะออกจากห้องนั้น

เมื่อออกมาภายนอกห้อง โนบิตะก็พบกับเมืองขนาดไม่ใหญ่มาก มีผู้คนอาศัยราว ๆ 500 คน
เมืองแห่งนี้เป็นเมืองที่มีความเจริญสูงมากเมืองหนึ่ง
ดูจากความก้าวหน้าทางวิทยาการแล้ว เหมือนจะลำหน้าโลกอนาคตของโดราเอม่อนไปหลายร้อยปี
แต่โนบิตะไม่ได้สังเกตเลยว่า ในเมืองนี้ไม่มีวัตถุที่สามารถสะท้อนเงาได้เลย

ผู้ดูแลพาโนบิตะมายังห้องห้องหนึ่ง
ภายในห้องนี้มีเพียงกระจกสองบานที่วางหันหน้าเข้าหากันและมีทางเดินเล็ก ๆ คั่นระหว่างกระจก
เธอบอกให้โนบิตะเดินไปตามทางแล้วหยุดอยู่หน้ากระจกทั่งสองบาน พร้อมกับบอกให้โนบิตะหันหน้าไปทางขวา
“นั่นเป็นทางกลับไปยังบ้านของเธอ”
“แล้วอีกบานไปที่ไหนเหรอครับ”
“ก็กลับบ้านเหมือนกัน แต่เป็นบ้านของเธออีกคนหนึ่ง เธอรีบกลับบ้านได้แล้วก่อนที่จะสายเกินไป”

 

โดย: ปั๊ม 25 ธันวาคม 2547 22:34:06 น.  

 

เมื่อโนบิตะผ่านกระจกมาก็พบว่าตัวเองยืนอยู่หน้ากระจกโลกกระจก
แล้วก็คิดว่าตัวก็อบปีของเขาตอนนี้ไปอยู่ที่ไหน ไม่ว่าจะไปตามหาที่ไหน โนบิตะก็ไม่พบใครเลย
ไม่ว่าจะเป็นตัวก็อบปีของเขาเอง หรือว่าเพื่อน ๆ ไม่มีใครอยู่บ้าน หรือบนถนนเลย
โนบิตะออกตามหาจนทั่วเมืองแต่ก็ไม่พบใครแม้แต่คนเดียว
ท้องฟ้าก็เริ่มมืดขั้นเรื่อย ๆ โนบิตะรู้สึกเหมือนกับตาของตัวเองเริ่มพร่ามัว
สิ่งของต่าง ๆ มองดูไม่ชัดเจนเหมือนเก่า แต่เขาคิดว่าเป็นเพราะว่าน้ำตากำลังจะไหลออกมามากกว่า
โนบิตะเดินอย่างหมดอาลัยกลับบ้านด้วยน้ำตานองหน้า
เมื่อกลับถึงบ้านโนบิตะเกิดมีความหวังขึ้นมาว่า
“ไม่เป็นไร วันพรุ่งนี้โดราเอม่อนก็กลับมาแล้ว”
แต่ความหวังมาได้ไม่นานก็ถูกกลบด้วยความเศร้าที่ต้องอยู่คนเดียว
โนบิตะร้องให้จนหลับไป

วันต่อมาโนบิตะตื่นขึ้นมาแล้วนั่งรอโดราเอม่อนอยู่ในห้องทั้งวัน ไม่ยอมออกไปไหน
แต่วันนี้กลับมืดสลัวยิ่งกว่าเมื่อวาน และสิ่งต่าง ๆ ก็เริ่มซีดจากมากยิ่งขึ้น
โนบิตะคิดว่าเป็นเพราะว่าเขาร้องไห้ทั้งคืนจึงทำให้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ไม่ชัด
แต่ไม่ว่าจะรอนานแค่ไหนโดราเอม่อนก็ไม่กลับมา
คืนนี้โนบิตะต้องหลับทั้งน้ำตาอีกคืน และอีกหลายคืน
อาหารในตู้เย็นก็หมดแล้ว อาหารในตลาดส่วนใหญ่ก็กินไม่ได้ จะกินได้ก็เฉพาะขนมกับของแห้งเท่านั้น
แต่โนบิตะไม่รู้สึกอยากจะกินอะไรเลย เขาถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวมาหลายวันแล้ว
และรอบข้างก็มืดลงเรื่อย ๆ จนแทบจะมอบอะไรไม่เห็น
เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นกลางวันหรือกลางคืน เพราะไม่ว่าจะตื่นมาตอนไหนท้องฟ้าก็มืดตลอดเวลา
ไม่มีแสงจากดวงอาทิตย์หรือดวงจันทร์หรือแม่แต่แสงริบหรี่จากดวงดาว
วันนี้โนบิตะก็นั่งอย่างไร้จุดหมาย เขาล้มเลิกความคิดที่ว่าโดราเอม่อนจะกลับมาแล้ว
ตอนนี้เขารู้แค่ว่าตัวเองถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในโลก แล้วน้ำตาก็ไหลอาบแก้มอีกครั้งจนหลับไป

 

โดย: ปั๊ม 25 ธันวาคม 2547 22:34:21 น.  

 

“นี่!!! นี่!!! ตื่นได้แล้ว”
“โดราเอม่อน !!! โดราเอม่อน นายกลับมาแล้วใช่ไม๊?” โนบิตะถามด้วยความดีใจทั้งที่ยังไม่ลืมตา
“ไม่ใช่หรอก ฉันไม่ใช่โดราเอม่อนหรอก”
เสียงที่เขาคุ้นหูตอบ
โนบิตะพยายามลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกสับสนระหว่างสิ้นหวังกับดีใจ
เมื่อเขาลืมตาขึ้นเขาก็เห็นตัวเขาเอง ไม่ใช่สิ ก็อบปีของเขา
“นายมาที่นี่ได้ยังไงกัน?” โนบิตะถาม
“ก็มาทางกระจกก็อบปีนะสิ” โนบิตะอีกคนตอบ
“มันเกิดอะไรขึ้นนะ หลังจากที่ฉันผลักนายเข้าไปในกระจก ผู้คนก็เริ่มซีดจางแล้วก็หายไปเรื่อย ๆ”
“พอทุกคนหายไปหมด ฉันก็เลยกลับไปยังฝากของฉัน แต่ว่าที่ฝากของฉันก็เหมือนกัน ไม่มีใครอยู่เลย”
“นายก็รอโดราเอม่อนกลับมาเหมือนกันใช่ไหม?” โนบิตะอีกคนถาม
“ใช่ ฉันรอโดราเอม่อนมาหลายวันจนคิดว่าเขาไม่กลับมาอีกแล้ว”
“จนฉันคิดว่าคงต้องเหลือฉันอยู่คนเดียวในโลก แต่พอลองคิดดู ในเมื่อตัวฉันยังไม่หายไป นายก็ไม่น่าจะหายไปด้วย เพราะว่านายก็เป็นก็อบปีฉัน ฉันก็เลยเสี่ยงข้ามฝากมาหานายนี่ไง”
“อะไรน๊ะ !!! ฉันเป็นก็อบปีนายเหรอ นายต่างหากที่เป็นก็อบปีฉัน”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเถียงกันนะ ว่าใครเป็นก็อบปีใครเป็นตัวจริง เราน่าจะหาทางแก้นะ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”
“นายบอกว่ามันเกิดเรื่องตอนที่ฉันถูกนายผลักเข้าไปในกระจกใช่ไหม?”
“ถ้าอย่างนั้นเราลองนั่งไทมแมคชีน ย้อนกลับไปดูสิ” พอคิดได้ดังนี้ โนบิตะทั้งสองคนก็เดินไปที่ลิ้นชักแล้วเปิดออก

เมื่อทั้งสองคนลงไปยังไทมแมคชีน
สิ่งที่พวกเขาเห็นมันยิ่งสร้างความหดหู่และสิ้นหวังมากขึ้นอีก เมื่อพวกเขามองไปข้างหน้า
อุโมงค์เวลาที่พาไปอนาคตไม่มีแล้ว มันว่างเปล่า ไม่มีอะไรเลย
และพอมองไปข้างหลังมองไปยังด้านอดีต มันก็มีสภาพเหมือนกับด้านอนาคต
และความว่างเปล่านั้นก็เคลื่อนตัวเข้าหากันโดยมีทั้งสองคนเป็นศูนย์กลาง
พอเห็นดังนั้นโนบิตะทั้งสองจึงต้องรีบออกมาจากไทมแมคชีนก่อนที่พวกเขาจะถูกทำลายไปด้วย
ทันที่ที่พวกเขากลับเข้ามาในห้อง ก็เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงขึ้น
สิ่งต่าง ๆ ดูเหมือนกำลังจะสลายไปอย่างรวดเร็ว
ก่อนที่พวกเขาจะทันตั้งตัว ก็มีแสงสว่างจากกระจกโลกกระจกมาดึงทั้งสองเข้าไป

 

โดย: ปั๊ม 25 ธันวาคม 2547 22:34:35 น.  

 

“ที่นี่ที่ไหนนะ” โนบิตะคนหนึ่งถามขึ้น
“โลกที่อยู่ระหว่างโลกของนายกับโลกของเรานะ” โนบิตะอีกคนตอบ
“แล้วเรามาที่นี่ได้ยังไงกัน”
“นั่นสิ”
“ฉันเป็นคนพาเธอสองคนมาที่นี่เอง” เสียงหนึ่งตอบขึ้น และไม่ใช่ใครที่ไหน “ผู้ดูแล” นั่นเอง
“ฉันดึงเธอทั้งสองเข้ามาก่อนที่โลกของเธอจะถูกทำลายลงอย่างสมบูรณ์นะ”
“หมายความว่าไงที่ว่า ถูกทำลายนะ”
โนบิตะทั้งสองถามพร้อมกัน
“ตามฉันมาสิ”
ผู้ดูแลพูดพร้อมกับพาโนบิตะทั่งสองคนเดินตามไปยังห้องทรงโดมที่โนบิตะอีกคนมาถึงครั้งแรก
ระหว่างทางทั้งสองคนสังเกตเห็นเมืองในโลกนี้เกิดปรากฏการคล้ายกับโลกของเขาคือมันกำลังซีดจาง แต่เป็นไปอย่าง ช้า ๆ
“นี่มันอะไรกันนะ” โนบิตะคนหนึ่งพูด “นั่นสิ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ว่าฉันเคยมาแล้วนี่ที่นี่นะ ครั้งแรกเลยตอนมาถึงโลกนี้”
“ตอนนี้คุณบอกพวกเราได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้นกับโลกของเรา”

“ความว่างเปล่า”
“ความว่างเปล่ายังไงหล่ะ” ผู้ดูแลตอบ
“ความว่างเปล่ากำลังกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าโลกของเธอ หรือว่าโลกของฉัน”
“แล้วมันเกิดขึ้นได้อย่างไรล่ะครับ”
“เธอเป็นลูกบากศ์นั้นไม๊หล่ะ”
“มันเป็นที่เก็บความว่างเปล่าไว้”
“ในอดีต บรรพบุรุษของเราค้นพบความว่างเปล่านี้ และรู้ว่า ซักวันหนึ่ง ความว่างเปล่านี้มันจะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในจักรวาลนี้”
“ดังนั้นพวกเขาจึงหาทางป้องกันไม่ให้จักรวาลนี้ต้องถูกทำลาย”
“แล้วพวกเขาทำยังไงเหรอครับ”
“พวกเขาเก็บความว่างเปล่าไว้ในโลกที่ไม่สิ้นสุด คือ ภายในวัตถุที่มีกระจกล้อมรอบทุกด้าน ไม่ว่าจะมองด้านไหนก็จะไม่เห็นอีกฝั่ง ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ ลูกบากศ์ที่เธอเห็นในห้องนั้นยังไงหล่ะ”
“งั้นตอนแรกที่ผมหลุดเข้ามาก็…”
“ถูกต้องแล้ว เธอหลงเข้าไปในที่เก็บความว่างเปล่า ทำให้ภายในที่เก็บเสียสมดุลขึ้น
และเกิดช่องว่างของมิติ ทำให้เธอหลุดออกมาได้ และความว่างเปล่าก็อาศัยช่องทางนั้นออกมายังภายนอกด้วย”
“และอีกเหตุผลหนึ่งที่เราเลือกที่จะเก็บความว่างเปล่าไว้ในโลกแห่งนี้ก็เพราะว่า โลกนี้ไม่สามารถเข้าออกได้ นอกจากช่องทางที่เปิดไว้เท่านั้น”

 

โดย: ปั๊ม 25 ธันวาคม 2547 22:34:57 น.  

 

“แล้วโลกนี้มันอยู่ตรงไหนเหรอครับ ที่ว่าอยู่ระหว่างโลกของผมกับโลกของเขา”
โนบิตะถามพร้อมกับชี้ไปยังโนบิตะอีกคนหนึ่ง
“โลกนี้อยู่กึ่งกลางของกระจกเงา ไม่ใช่หน้า หรือ หลัง เพราะแท้จริงแล้ว กระจกเงาไม่มีหน้า หรือหลัง”
“เธอจะสังเกตุเห็นว่าในโลกนี้จะไม่มีวัตถุหรือสิ่งของที่สามารถสะท้อนเงาได้เลย”
“เป็นเพราะว่าเราอยู่ระหว่าง แสง และ เงา ที่นี่จึงมีทั้ง แสง และ เงา รวมอยู่ด้วยกันไม่แยกจากกัน”
“แต่โลกของเธอทั้งสองจะอยู่คนละด้าน ไม่สามารถบรรจบกันได้ เพราะจะทำให้สมดุลของทั้งสองโลกเสียไป และโลกของฉันก็อยู่ตรงกึ่งกลางของทั้งสองโลกพอดี”
โนบิตะถามต่อว่า “ถ้าอย่างนั้นทำไมครั้งแรกที่เขาเข้าไปในโลกกระจก ถึงไม่เห็นใครเลยแม้ว่าฝั่งเขาจะมีคนอยู่มากมาย”
“นั่นเป็นเพราะว่ามันไม่ใช่โลกกระจกเงาที่แท้จริง เป็นเพียงโลกกระจกเงาที่ถูกสร้างเลียนแบบโดยอาศัยการหักเหและช่องว่างของมิติขึ้นมาเท่านั้น ส่วนกระจกก็อบปีก็เช่นกัน มันไม่ได้ดึงของจากโลกกระจกเงาออกมา แต่มันสร้างสิ่งของขึ้นมาเท่านั้น”

“ถ้าอย่างนั้นตัวก็อบปีของเขาหล่ะ ทำไม่ถึงมาจากกระจกก็อบปีได้”
“ไม่ใช่หรอก นั่นไม่ใช่ก็อบปีของเธอ แต่เป็น “เธอ” อีกคน ที่อยู่คนละฝากของกระจกต่างหาก”
“กระจกก็อบปีมันสามารถก็อบปีตัวเธอได้แค่ร่างกายเท่านั้น แต่ไม่สามารถเลียนแบบความเป็นเธอได้”
“และเหตุผลที่มีเธอ อีกคนมายังโลกของอีกคนได้ก็เพราะว่า กระจกก็อบปี ก็อบปีโลกในกระจกเงาเทียมทำให้เกิดช่องว่างหรือรูรั่วของมิติขึ้น ทำให้สามารถดึงตัวเธออีกคนจากอีกฝั่งมาได้ต่างหาก”
“และแท้จริงแล้วโลกของเธอกับโลกอีกฝากหนึ่งไม่ได้อยู่ตรงกันข้ามกัน แต่อยู่ซ้อนทับกัน”
“เพราะหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่า ไม่ว่าจะมองกระจกเงาจากที่ไหนก็ตาม เธอจะเห็นเงาหรืออีกนัยหนึ่งคือ โลกหลังกระจก อยู่เสมอ ๆ”

 

โดย: ปั๊ม 25 ธันวาคม 2547 22:35:13 น.  

 

“แล้วอดีตกับอนาคตหายไปไหนแล้วหล่ะครับ”
“อุโมงค์กาลเวลาเส้นทานที่ไปอนาคตถูกทำลายลงมาจนถึงปัจจุบันและกำลังถูกทำลายต่อไปเรื่อง ๆ จนถึงอดีต”
“นั่นเป็นเพราะว่า เมื่อปัจจุบันไม่มี ไม่ได้หมายความว่าถูกทำลาย แต่ไม่มี ดังนั้น อนาคตจึงสูญสลายไปก่อน เพราะไม่มีปัจจุบัน และปัจจุบันที่ไม่มี ก็จะทำให้อดีตสลายไปด้วย โดยความว่างเปล่าที่ไม่มีที่สิ้นสุด”

“แล้วเราจะหยุดมันได้ยังไงเหรอครับ”
“ไม่ได้เลย เพราะในอดีต เราหยุดมันไว้ก่อนที่มันจะเริ่มต้นทำลายทุกสิ่ง แต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่าง ได้สูญสิ้นไปหมดแล้ว และดินแดนแห่งนี้กำลังจะสลายตามไป เพราะ หากไม่มีซ้าย ไม่มีขวา ก็จะไม่มีกึ่งกลาง”
“แล้วฉันก็บอกพวกเธอไปแล้วนี่ ว่าโลกของพวกเธอนั้นถูกทำลายอย่างสมบูรณ์ไปแล้ว”
“ถ้าอย่างงั้นก็ไม่มีทางเลยเหรอ” โนบิตะถามเสียงเศร้า
“ก็ไม่ถึงกับสิ้นหวังหรอก เพราะไม่ว่าวันใดวันหนึ่ง การทำลายโดยความว่างเปล่าก็จะต้องเกิดขึ้น และเมื่อไม่สิ่งใดในความว่างเปล่าแล้ว ตัวความว่างเปล่าเองก็จะเริ่มทำลายตัวเอง เพื่อสร้างสภาวะความว่างเปล่าที่ครอบคลุมตัวมันเอง และกระบวนการทำลายตัวเองจะเป็นการสร้างจุดเริ่มต้นของจักรวาลอีกครั้งหนึ่ง”
“ณ ที่จุดเริ่มต้นนั้น สิ่งต่าง ๆ ที่กำลังอุบัตขึ้นนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว ไม่ได้แยกจากกันเหมือนกับโลกของเธอ แต่มันอยู่รวมกันเหมือนกับโลกของฉัน”
“แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิ่งต่าง ๆ ก็แยกออกจากกัน เพื่อรักษาสมดุล หรือเพื่อสร้างช่องว่างของความว่างเปล่าขึ้นมา เพื่อที่จะทำลายตัวเองอีกครั้งหนึ่ง”
“ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเป็นวัฐจักรอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันจบสิ้น”

“แต่เธอสองคน อยู่นอกเหนือจากเหตุผลนี้ โลกที่อยู่คนละฝากของกระจก ซึ่งโลกหนึ่งจะเป็นแสงอีกโลกจะเป็นเงา
แต่เธอทั้งสองได้นำแสงและเงาจากทั้งสองฝากมาบรรจบกันโดยไม่มีกระจกกันกลาง
ดังนั้นเธอทั้งสองอาจจะสร้างจักรวาลใหม่ที่เหมือนกับที่เธอจากมาก็ได้
เอาหล่ะถึงเวลาของฉันแล้ว คงต้องลาพวกเธอแล้ว
หวังว่าเธอสองคนคงจะสร้างจักรวาลใหม่ที่เหมือนกับโลกที่เธอจากมาได้
และหวังว่าเมื่อถึงเวลานั้นเราคงจะไม่ได้พบกันอีก ลาก่อน”
ทันทีที่พูดจบ ผู้ดูแลก็เลือนหายไป พร้อมกับทุกสิ่งทุกอย่าง

ตอนนี้นอกจากโนบิตะทั้งสองคนแล้ว ก็ไม่มีสิ่งใดอีกเลย
นอกจากความว่างเปล่าและตอนนี้ทั้งสองคนก็เริ่มที่จะเลือนหายที่ละน้อย ทีละน้อย
แต่สีหน้าทั้งสองคนกลับไม่มีแววของความกังวลเลย
เพราะพวกเขารู้แล้วว่าต้องทำอย่างไร เพียงแค่พวกเขาสองคนรวมเป็นหนึ่ง
เพื่อสร้างจุดเริ่มต้นของจักรวาลของพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง
โนบิตะทั้งสองคนจึงหันหน้าเข้าหากันพร้อมทั้งยื่นมือเข้าหากันในลักษณะเหมือนกับการส่องกระจก
ทันทีที่มือของทั้งสองสัมผัสกัน ทั้งสองก็เคลื่อนตัวเข้าหากันโดยที่รางกายของทั้งคู่ได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
และเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้น การระเบิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จ
นโนบิตะรู้สึกว่าตัวของเขากำลังจะแยกออกเป็นสองอีกครั้ง
และเมื่อเวลาผ่านไปอีกเนิ่นนาน โนบิตะทั่งสองคนก็แยกห่างออกจากกันไกลขึ้น ไกลขึ้น ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่

 

โดย: ปั๊ม 25 ธันวาคม 2547 22:35:32 น.  

 

“โนบีตาาาาาา !!!จะนอนไปถึงไหนกัน”
โนบิตะงัวเงียตื่นขึ้นมา
“โดราเอม่อน!!!” โนบิตะตะโกนอย่างดีใจ “นายหายไปไหนมา”
“ฉันก็ไม่ได้ไปไหนนี่ วันนี้จะไปหาชิซูกะกันไม่ใช่เหรอ?”
“จริงสิ วันนี้นัดไปเที่ยวด้วยกันนี่นา” “เร็ว ๆ เข้าหล่ะ เดี๋ยวจะไปไม่ทันรถไฟ”
หลังจากแต่งตัวเสร็จ โนบิตะเดินผ่านกระจก แต่ก็อดมองไม่ได้
นึกถึงเรื่องที่ผ่านมา มันเป็นความจริงหรือความฝันกันแน่
แต่เขาก็อดยิ้มให้กับตัวเองในกระจกไม่ได้ แต่ใช่ยิ้มให้กับตัวเองแต่ยิ้มให้กับตัวเขาที่อีกฝากของกระจก ก่อนที่วิ่งตามโดราเอม่อนไป….

ภาพการยิ้มให้กันของโนบิตะจากโลกทั้งสอง อยู่ในสายตาของคนคนหนึ่ง
เขาก็ยิ้มให้กับคนทั้งสองเช่นกัน ก่อนที่จะเก็บกล่องสีดำเข้าบนชั้น
ที่มีกล่องแบบเดียวกันอีกนับไม่ถ้วน
บนกล่องนั้นเขียนไว้ว่า


“บันทึก การเริ่มต้นครั้งที่ XXXXXXXXX”

 

โดย: ปั๊ม 25 ธันวาคม 2547 22:35:48 น.  

 

ชอบเรื่องโดราเอมอนมั่กๆ จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ

 

โดย: วา IP: 203.150.217.112 25 ธันวาคม 2547 22:42:36 น.  

 

ชอบค่ะ เขียนได้สนุกดี

 

โดย: จ้า IP: 61.90.12.33 26 ธันวาคม 2547 11:07:37 น.  

 

เคยอ่านละอ่ะ









ที่แกเคยเอาให้อ่านอ่ะนะ

 

โดย: ปีศาจจิ้งจอก IP: 203.209.124.165 4 มกราคม 2548 0:32:49 น.  

 

ไม่นึกเหมือนกันน่ะ ว่าคนที่เรารู้จัก จะมีความสามารถ ทึ้งค่ะ

 

โดย: อ๋อมเจ้า IP: 203.172.52.211 4 มกราคม 2548 21:02:21 น.  

 

เอาเรื่องอื่นอีก

 

โดย: Knot IP: 61.7.130.65 3 มีนาคม 2548 3:02:19 น.  

 

สนุกมากๆงับ คงมีตอนต่อไปนะงับ

 

โดย: มาร์ก IP: 58.10.43.133 12 กันยายน 2548 19:18:13 น.  

 

 

โดย: Knot IP: 61.7.137.66 28 กันยายน 2548 7:10:51 น.  

 

สนุก

 

โดย: อับยา IP: 203.156.0.189 2 มิถุนายน 2550 10:32:17 น.  

 

หนุกมาก

 

โดย: แยม IP: 58.8.161.92 22 กรกฎาคม 2550 14:41:50 น.  

 

รอเรื่องใหม่อยู่
เอามาลงเร็ว ๆ

 

โดย: แม่สาวน้อยห้อยอยู่บนคาน IP: 58.64.64.103 16 ตุลาคม 2551 15:12:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ปั๊ม
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ปั๊ม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.