I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
30 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
(Fic Shinhwa) เรื่องเล่าของเจ้าหญิง 3







ความเดิมตอนที่แล้ว


เอริคซึ่งอยู่ระหว่างฝึกต้องออกมารักษาอาการปวดหลังของเค้า เวลา 1 อาทิตย์ ทำให้เค้าตัดสินใจ ที่จะเปิดเผยความรู้สึกทั้งหมดกับแอนดี้ แต่แล้ว น้องน้อยของเรา ดันทำเสียเรื่องซะนี่ อาวล่ะ เอริคจะทำยังงัยต่อไปดี แล้วฮเยซองล่ะ เค้าคิดจะทำยังงัยกันแน่ .. ไปซุ่มดูต่อกันเรย...






แอนดี้ซึ่งช่วงนี้โหมงานหนักกว่าเดิมหลายเท่าตัว เพียงเพราะอยากให้เวลาที่มี มันหมด ๆ ไปเร็ว ๆ ซักที ฮเยซองจะบินไปญี่ปุ่นพรุ่งนี้แล้ว อีกนานกว่าที่เค้าจะหมดช่วงโปรโมทอัลบั้ม และบินกลับมาทำงานที่เกาหลีต่อ จอนจินยุ่งวุ่นวายกะงานและละครของเค้าเหมือนเดิม ข่าวว่าอาทิตย์หน้ามินอูจะกลับมาจากอเมริกา


...

วันนี้แอนดี้มาถ่ายรายการวาไรตี้รายการหนึ่งในสตูดิโอ เวลาพักว่าง ๆ แทนที่จะหยิบเกมส์มาเล่นเหมือนเคย คราวนี้เค้ากลับหยิบตารางงาน และเอกสารอีกปึกใหญ่ขึ้นมานั่งอ่าน เป็นภาพที่เห็นได้ยากเหลือเกิน

ประตูห้องพักถูกใครบางคนเปิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ

ฮเยซอง : แอนดี้ยา~~~

แอนดี้ละจากเอกสารตรงหน้า เงยขึ้นไปมองต้นเสียงแสนคุ้น

แอนดี้: อ้าวว พี่ซองกี๊ มาได้งัยฮะเนี๊ญะ
ฮเยซอง: ชั้นมาธุระแถวนี้น่ะ เรยแวะมาหาจอนจิน เค้าบอกชั้นว่าวันนี้นายมาอัดรายการ เป็นงัยมั่ง ไม่เจอกันเรยเราน่ะ
แอนดี้: ผมยุ่งๆ น่ะฮะ ขอโทดนะฮะที่ไม่ได้ไปหาพี่เรย
ฮเยซอง : ไม่เป็นไรหรอก พอดีชั้นก็ยุ่งๆ กะการเตรียมงานนิดหน่อยเหมือนกันแหละ ... สีหน้าไม่ดีเรยนี่ เป็นงัยเหรอ เหนื่อยมากหรือเปล่า ทำงานหนักไปและมั้งนายน่ะ
แอนดี้ : ไม่หรอกฮะ ก็สนุกดี ผมรู้สึกว่าผมชอบทำงานฮะ มันเหมือนว่า พอผมทำงาน ผมยิ่งมีพลัง ไม่สงสัยและ ว่าทำมัยพี่มินอูถึงบ้างานจนต้องเลิกกะแฟน 555
ฮเยซอง : พรุ่งนี้ชั้นต้องไปญี่ปุ่นและ คราวนี้คงนานหน่อย
แอนดี้ : อ่าว ไหงไวแบบนี้อ่ะ พี่มินอูจะกลับมาแล้ว ผมนึกว่าเราจะได้เจอกันก่อนพี่จะบินซะอีก
ฮเยซอง : งานทางโน้นเสร็จเร็วกว่ากำหนดนิดหน่อยน่ะ อืม ว่าแต่คืนนี้เราไปหาไรกิน ดื่มไรกันนิดหน่อยดีมะ
แอนดี้: ดีฮะ อืม งั้นก็ที่เดิมนะฮะ เด๋วผมโทบอกพี่อีกที
ฮเยซอง : อืม แล้วเจอกัน


....

ภายในผับประจำที่สมาชิกชินฮวาต่างมาดื่มกันจนกลายเป็นที่ประจำ มีห้องส่วนตัวของตัวเองกันแล้ว ผิดแต่ตอนนี้ ไม่มีเสียงเฮฮาหนวกหูมากมาย มีเพียง คน 2 คน ซึ่งนั่งจิบแอลกอฮอล์ ดื่มด่ำกับเพลง และบทสนทนาที่สรรหามาคุยกันได้แทบทุกเรื่อง

แอนดี้ : ผมมีอะไรอยากถามพี่อย่างนึงอ่ะฮะ
ฮเยซอง : อืม ว่ามาสิ
แอนดี้: พี่รู้เรื่องที่พี่เอริคแอบรักผู้หญิงคนนึงหรือเปล่าฮะ
ฮเยซอง : หืม (ฮเยซองที่กำลังยกแก้วตัวเองขึ้นมาจิบ ต้องชะงักไปนิดนึง ก่อนส่งน้ำสีอำไพในแก้วเข้าปากเหมือนไม่ได้แปลกใจอะไร).. เอริคมันบอกนายแบบนั้นเหรอ
แอนดี้: ฮะ แต่เค้าไม่ได้บอกหรอกว่าใคร บอกแค่ว่าไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดา ๆ ดูเค้าจะเป็นทุกข์เรื่องนี้จังเรย ผมสงสารเค้า อยากช่วยเค้าอ่ะ
ฮเยซอง : แล้วนายคิดยังงัยกับเรื่องนี้ล่ะ
แอนดี้: อืม ตอนแรกผมก็ตกใจนะ ใจมันหาย ๆ พอพี่เค้าบอกว่าเค้ามีความรัก แต่มาคิด ๆ ดู มันก็อาจเป็นไปได้นะ เพราะ 2- 3 วันก่อนเค้ากลับอ่ะ เค้าดูเคลียด ๆ มากเรยแหละฮะ
ฮเยซอง : ชั้นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้หรอกนะ นายคิดว่าถ้าเอริคมีแฟน หมอนั่นจะบอกชั้นงั้นเหรอ

ฮเยซองหัวเราะหึ ๆ เบา ๆ ในลำคอ

แอนดี้ : ไม่รุ้สิ ก็เผื่อว่าพี่จะเป็นที่ปรึกษาลับ ๆ ให้พี่เอริค ผมจะไปรู้เหรอ แค่ถามดูเฉย ๆ

แอนดี้ : ทำมัยพี่จินนี่ยังไม่มาอีกอ่ะ

ฮเยซอง : มันเคยตรงเวลาที่ไหนเล่า ปล่อยมันไปเหอะ เด๋วก็มาเองแหละ

เวลาเดินไปเรื่อย ๆ ไม่มีวี่แววการปรากดตัวของเจ้านกยักษ์บ้าพลังเรย
แอนดี้และฮเยซองก็ดื่ม คุยกันไปเรื่อย ๆ เรื่องแล้วเรื่องเล่า แก้วแล้วแก้วเล่า ซองกี๊แกรจะมอมเหล้านุ้งเห็ดชั้นอีกและเหรอเนี๊ยะ

แอลกอฮอล์เริ่มส่งผลให้เส้นเลือดสูบฉีดไปทั่วร่างแค่ไหน ใบหน้าก้เริ่มแดงยิ่งขึ้นเท่านั้น นอกจากจะแดง ยังเริ่มจะหนาขึ้นมานิด ความในใจที่เคยสงสัยใคร่รู้ อยากถามมานานแสนนาน ห่วงก็แต่ความรู้สึกอีกคนตรงหน้า แต่หากเวลานี้ เหมาะสมที่สุดแล้วไม่ใช่เหรอ หากเค้าไม่รู้สึกอะไร ก็ถือซะว่า ตื่นมา มันก็คือฝัน ยังงัยซะ เราก็คงไม่เจอกันไปอีกนาน


ฮเยซอง : ชั้นมีอะไรอยากถามนายอย่างหนึ่ง ชั้นขอร้องให้นายตอบชั้นตามความเป้นจิงได้มั้ย ในฐานะที่ชั้นเป็นพี่ และนายเป็นน้อง
แอนดี้ : โหว พี่ดูจิงจังจนผมชักกลัว ได้สิฮะ ถามอะไรเหรอ
(เงียบไปชาติเศษ กว่าที่ฮเยซองจะเงยมองหน้าอีกคน ประกายตาจิงจังที่จ้องลึกเข้าไปในตาปรือ ๆ อีกคู่ บ่งบอกว่า เค้าต้องรวบรวมกำลังภายในทั้งหมด ที่จะเอ่ยมันออกมาเชียว)
ฮเยซอง : .... นายคิดยังงัยกะเอริคกันแน่ ..

แอนดี้เงียบไปซักพัก ในหัวประมวลได้ผลออกมายุ่งเหยิง งงกับคำถามก็งง สีหน้าเรยบอกอาการ ประหนึ่งกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

แอนดี้ : พี่หมายถึงอะไรฮะ ไอ่คิดยังงัยกันแน่ของพี่อ่ะ
ฮเยซอง : ก็อย่างที่ถามนั่นแหละ ความรู้สึกที่แท้จริงของนาย นายรู้สึกยังงัยกับเค้า ชั้นถามวกวนไปเหรอ
แอนดี้: เอ่อ ... แล้ว ... แล้วพี่จะให้ผมตอบยังงัยล่ะฮะ ผมก็รักพี่ริค เหมือน ๆ ที่ผมรักพี่ ๆ นั่นแหละ
ฮเยซอง : ชั้นรู้นะ สีหน้านายมันบอกชั้นว่านายเข้าใจคำถามดี และนายก็มีคำตอบให้ชั้นแล้วด้วย เราอยู่ด้วยกันมานานแล้วนะ 6 ปีในบ้านหลังเดียวกัน เจอกัน คลุกคลีกันมากกว่าสมาชิกแท้ ๆ ในครอบครัวเดียวกันบางครอบครัวซะอีก นายเห็นว่าชั้นจะโง่เหมือนเจ้าเอริคอย่างนั้นเหรอ

แอนดี้ได้แต่ก้มหน้าก้มตา น้ำตาเริ่มซึมผ่านตาคู่ปรือนั่น

แอนดี้: ผมไม่รู้ (แอนดี้พูดทั้ง ๆ ที่ยังก้มหน้า ปล่อยน้ำตาให้ไหลอยู่อย่างนั้น ฤทธิ์แอลกอฮอล์ นอกจากจะทำให้คนเข้มแข็งขึ้น กล้าขึ้นแล้ว มันยังสร้างความอ่อนแอให้เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน)
ฮเยซอง : ไม่ยากหรอก นายคิดถึงเค้าตลอดเวลา นายห่วงใยเค้า นายเห้นรอยยิ้มของเค้าแล้วนายมีความสุข นายทุกข์ใจเวลาที่เค้าเศร้า แค่นี้ มันก็อธิบายความหมายได้ทั้งหมดแล้ว นายบอกชั้นสิ ว่านายไมได้คิดแบบนี้กะเอริค
แอนดี้: ...ผมพยายามจะไม่คิดให้ไปไกลเกินกว่าที่ควรจะเป้นอยู่แล้วฮะ พี่รู้อะไรมั้ย ผมต้องอดทนแค่ไหน ตอนที่พี่เค้าบอกว่า เค้ามีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ผมแทบจะหยุดหายใจตรงนั้น พี่ไม่รู้เหรอ การที่ต้องปรับสีหน้าให้เป็นปกติเพื่อมองหน้าพี่เค้าได้อย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นน่ะ มันยากมากแค่ไหน พี่รู้มั้ย (แอนดี้พรั่งพรูคำพูดต่าง ๆ ทะลักออกมาเหมือนมันคอยท่าที่จะระบายออกมานานเหลือเกินแล้ว)

ฮเยซอง : ทำมัยชั้นจะไม่รู้ ชั้นรู้ดีเรยแหละ เพราะชั้น ... ชั้น ... ช่างมันเหอะ ตอนนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้น
แอนดี้: ...ผมเฝ้าถามตัวเองมาตลอด ผมปฏิเสธกับตัวเองว่ามันไม่ใช่ความรัก มันเป็นความผูกพันธ์ระหว่างพี่ที่มีให้น้องคนนึง และผมก้ไม่ต้องการที่จะทุกข์ทรมาณแบบนี้ด้วย แต่พี่ก็รู้ใช่มั้ย ว่ายิ่งทำ ยิ่งฝืน มันก้ยิ่งจมดิ่งเข้าไปทุกที ตอนที่เราต้องแยกกันอยู่ ผมคิดว่า ผมอาจจะดีขึ้น แต่เปล่าเรย มันกลายเป้นความเคยชิน ที่ผมจะต้องมีเค้าาอยู่ในชีวิตประจำวันทุกวัน มันไม่ได้ช่วยให้ผมดีขึ้นเรย .. ตอนที่พี่เค้าต้องเข้ากรม ผมนอนไม่หลับไปเกือบอาทิตย์ กินอะไรก็ไม่ลง ทำงานเป็นบ้าเป็นหลังให้ลืม พี่จินนี่ยังจะมาส่งข้อความบ้า ๆ ให้ผมต้องคิดถึงพี่ริคเข้าไปอีก ผมแทบจะเป้นบ้า พี่รู้มั้ย


ตอนนี้สีหน้าของอีกคนที่ฟังอยู่ แทบไม่ได้ต่างกันเรย เค้าดูกลัดกลุ้ม และเสียใจ

ฮเยซอง : ...ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ชั้นมีอะไรจะบอกนายอย่างนึง ความจิง ชั้นควรจะบอกกับนายนานแล้วด้วย ชั้นปล่อยมันมานานเกินไปแล้ว และถ้าขืนชั้นต้องเก็บมันไว้ นายนั่นแหละ ที่ต้องเป็นฝ่ายเจ็บปวดที่สุด

ฮเยซองหลับตาของเค้าไปชั่วขณะ ก่อนจะขยับตัวเข้าใกล้แอนดี้ สองมือประคองหน้าซึ่งเต็มไปด้วยน้ำตา ใช้สองนิ้วปาดน้ำตาออกจากพวงแก้มใส ซึ่งบัดนี้มันแดงปลั่งด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ บวกด้วยการร้องไห้อย่างไม่หยุด

ฮเยซอง : ชั้นไม่อยากทำร้ายนาย ขอให้คิดว่าพี่คนนี้ ไม่เคยคิดร้ายกับนายเรยซักครั้ง เพราะเวลานายมีน้ำตา นั่นหมายถึงข้างในของชั้น มันก้เจ็บปวดเหมือนกัน

ฮเยซองหันกลับมานั่งอยู่ในท่าเดิม พร้อมกับหยิบแก้ววิสกี้ขึ้นจิบอีกอึกใหญ่ เป็นการเรียกความกล้า

ฮเยซอง : นายไม่รู้ใช่มั้ย ว่าใครคือคนที่เอริครัก
แอนดี้ส่ายหน้าไปมา น้ำตายังไม่เหือดหายไปจากดวงตาปรือคู่นั้น
ฮเยซอง : นายงัย คนที่เค้ารัก เค้าหวง เค้าห่วงตลอดเวลา

อีกครั้งที่แอนดี้ได้แต่ทำตาโตประหนึ่งไม่เชื่อในคำพูดที่เพิ่งผ่านหูตัวเองไปเมื่อครู่ ก็มันจะเป้นไปได้งัย

ฮเยซอง : แต่นายรู้มั้ย ทุกวันนี้สิ่งที่ทำให้โลกมันสับสนวุ่นวาย มันก้คือความไม่เข้ารูปเข้ารอย ไม่เข้าที่เข้าทาง ไม่เป้นอย่างที่เราอยากให้เป็นดั่งใจซะทุกอย่าง

แอนดี้: พี่หมายถึงอะไรเหรอฮะ
ฮเยซอง : เอริคต้องแต่งงานทันทีที่กลับจากกรมทหารกับผู้หญิงที่พ่อกับแม่เค้าหมายหมั่นไว้ให้เมื่อนานมาแล้ว นั่นคือสิ่งที่เค้าต้องทำ

แอนดี้ยิ่งตกใจกับสิ่งที่เพิ่งผ่านหูไปหยก ๆ กลับต้องตาโตขึ้นมาอีกเท่าตัวกับสิ่งที่ได้ยิน หลังจากนั้นจึงได้แต่ก้มหน้าฟังเงียบ ๆ ทำมัยวันนี้อะไรต่ออะไรมันถึงได้ยุ่งเหยิง วุ่นวาย จนในหัวเค้าแทบจะจับใจความสำคัญอะไรไม่ได้แบบนี้นะ

ฮเยซอง: ...เพราะไม่งั้น ชินฮวา ก็จะเป็นตำนานที่จะไม่มีตัวตนอีกต่อไป เราต้องปิดมันลงแค่นั้น นั่นคือสิ่งที่เค้าสัญญาไว้กับพ่อแม่เค้า นายรู้ใช่มั้ย ตอนที่เราย้ายค่ายใหม่ ๆ อะไรมันก็ดูไม่เข้าที่เข้าทางซักอย่าง แต่นั้น เอริคดิ้นรนทุกทางเพื่อให้ชินฮวายังคงอยู่ เค้าเรยต้องทำสัญญานี้กับพ่อแม่เค้า ไม่งั้น นายคิดว่า นักธุรกิจใหญ่จะปล่อยให้ลูกชายเพียงคนเดียวของเค้าเป็นนักร้องอย่างนั้นเหรอ

ฮเยซองเว้นระยะนิดนึง หยิบแก้ววิสกี้ขึ้นมาจิบ พลางมองสำรวจสีหน้าคนฟังอีกคน ที่ตอนนี้ ได้แต่นั่งสะอึกกับสิ่งใหม่ที่เพิ่งได้รู้วันนี้

แอนดี้ : หมายความว่า ถ้าพี่เอริคแต่งงาน พี่เอริคก้ยังคงร้องเพลงต่อไปได้ใช่มั้ยฮะ แต่ถ้าพี่เค้าไม่แต่งงาน พี่เค้าก้ต้องกลับไปทำงานให้พ่อเค้า อย่างนั้นเหรอฮะ

ฮเยซอง : นายเข้าใจถูกแล้ว เพราะเมื่อก่อน เอริคเคยบอกกับครอบครัวของเค้าว่า เค้าจะไม่แต่งงานเด็ดขาด ชั้นคิดว่าเค้าคงหมายถึง... คือ ถ้าเค้ารักนาย การแต่งงาน มันก็คงดูไกลไป นายเข้าใจใช่มั้ย

แอนดี้ : ความรัก กับ ความฝัน มันจะแทนกันได้ยังงัยล่ะฮะพี่ฮเยซอง ในเมื่อการเป็นนักร้อง เป็นสิ่งที่พี่ริคทุ่มเทมาตลอด

ฮเยซอง : นั่นงัย ที่ชั้นบอกว่ามันคือปัญหา เอริคต้องเลือก ระหว่างรักษานาย และรักษาความฝันทั้งชีวิตของเค้าไว้ ซึ่งสำหรับเค้า มันก็คือสิ่งสำคัญทั้งคู่

แอนดี้ : ผมเข้าใจแล้ว ว่าทำมัยวันนั้น พี่เค้าถึงพูดเรื่องนั้น

แอนดี้ : ผมต้องทำยังงัย ผมต้องทำยังงัยฮะพี่ฮเยซอง

ฮเยซองขยับตัวอีกครั้ง ดึงแอนดี้เข้ามาไว้ในอ้อมกอด พลางลูบหลังเบา ๆ เป้นการปลอบโยนอีกคน

ฮเยซอง : ชั้นรู้ว่าบางขณะนึงของชีวิตมันก็ยากแสนยาก เอริคเอง มันยังปล่อยเวลามาถึงตอนนี้ แต่ชั้นรู้ ว่าแม้นายจะเป้นทุกข์และทรมาณแค่ไหน แต่ทางที่นายเลือก มันคือทางทีถูกต้องที่สุด และชั้นก้รู้ด้วย ว่านายจะจัดการยังงัย ใช่มั้ย

แอนดี้ยกมือขึ้นโอบรอบคอฮเยซอง ปล่อยน้ำตาที่กักเก็บไว้ให้ไหลรินอีกระรอก บัดนี้ในหัวเค้ามีแต่เรื่องยุ่งเหยิงที่ผูกโยงกันจนแกะไม่ออก


(ว้า ทำมัยเศร้านักฟร้า เฮ้อ คนแอบฟังอย่างชั้นพลอยหลั่งน้ำตาไปด้วย ทำมัยความรักของคนสองคนถึงได้มีอุปสรรคขนาดนี้น๊อ )

RRRRRRRRRRRRRRRr

แอนดี้คลายวงแขนที่โอบรอบคอฮเยซองออก เพราะเสียงทอสับที่ดังขึ้นมาของฮเยซอง
ฮเยซอง : ครับ ยังอยู่ครับ ครับ ๆ ๆ (เสียงฮเยซองคุยกะปลายสาย)

ฮเยซอง : นายรอชั้นแป๊บนะ เด๋วชั้นไปเอาเอกสารข้างหน้าแป๊บเดียว

แอนดี้ได้แต่พยักหน้า

ฮเยซองเดินเปิดประตูเดินคล้อยหลังออกไปด้านนอก

อีกคนในห้อง ได้แต่ทรุดตัวลง อย่างคนหมดเรี่ยวแรง น้ำตาทำมัยมันไม่จางหายไปซะที


แอนดี้ : ทำมัยนะ ทำมัยต้องเป็นแบบนี้ด้วย


ผ่านไปชั่วขณะฮเยซองกลับมา เค้าพบว่าอีกคนได้แต่นอนนิ่งบนโซฟาตัวเดิม เหล้าในขวดพร่องลงไปเกือบก้นขวด ชั่วไม่ถึง15 นาที เค้าดื่มไปขนาดนี้เรยเหรอเนี๊ญะ แอนดี้ซึ่งตอนนี้แทบไม่ได้สติ ครึ่งหลับครึ่งตื่น อยู่ตรงนั้น พาลเอาสีหน้าเครียดอยู่แล้วของอีกคน ให้ต้องคิ้วขมวดมากไปกว่าเดิม

ฮเยซองหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ แอนดี้ ใช้มือลูบไปบนกลุ่มผมดำของแอนดี้อย่างเบามือ

ฮเยซอง : นี่พี่ทำร้ายนายใช่มั้ย นายรู้มั้ย ตอนนี้พี่ก็แทบจะไม่ต่างจากนายเรย

แกร๊กกกกกกกกกก (เสียงเปิดประตูเบา ๆ พร้อมด้วยใบหน้ายิ้มแป้นของใครอีกคน)

จิน: พี่ฮะ ผมมาและ โทดทีช้าไปหน่อย อ่าว แอนดี้หลับและเหรอ
ฮเยซอง : อืม ทำมัยช้านักวะ
จิน : ที่กองถ่ายมีปัญหานิดหน่อยน่ะฮะ โธ่ อะไรฟร้า ช้านิดเดียวเอง เมาและได้ ไม่ไหวเรย ไอ่ไก่อ่อนเอ้ยยย (ประโยคหลังหันมาตะโกนด่าแอนดี้ซึ่งบัดนี้ไม่ได้รับรู้อะไรแล้ว )
ฮเยซอง : เบาหน่อยสิวะ มาและก็เอะอะเรย กิน ๆ เข้าไปเหอะ จะได้รีบกลับ พรุ่งนี้ชั้นต้องเดินทางด้วย
จิน: อ่าว ไหงงั้น ผมเพิ่งมา จะกลับและเหรอ งั้นกลับ ไปดื่มบ้านพี่ก็ได้
ฮเยซอง : นี่นายจะนอนบ้านชั้นอีกเหรอ พ่อนายลืมหน้านายไปและมั้ง ป่านนี้
จิน : พี่ก็ อัปปาเค้ารู้แหละ ว่าผมไม่เหลวไหล น่า ไปนะ
ฮเยซอง : งั้นเด๋วชั้นขับรถแอนดี้ ไปส่งแอนดี้ที่บ้านก่อน นายขับตามไป ชั้นไม่ได้เอารถมา ช่วยพยุงดิ
จิน: เชฮะ






สองวันเต็ม ๆ ที่ชั้นได้แต่นั่งมองแอนดี้ที่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ฮเยซองบินไปญี่ปุ่นแล้ว แต่ในทุก ๆ วัน เค้าก็จะโทรศัพท์มาคุยกับแอนดี้บ่อย ๆ จินนี่ที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรกับคนอื่น ก็ยังคงแปลกใจในอาการซึมเศร้าของน้องอย่างเห็นได้ชัด สองวันแล้ว ที่น้ำตาไม่เคยเหือดหายไปจากดวงตาคู่เศร้า ๆ คู่นี้ เค้าตื่นขึ้นมา นั่งนิ่งลงบนโซฟาตัวเดิม เสียงข้อความทางโทรศัพท์ที่ดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า จากที่เมื่อก่อน เค้าแทบวิ่งสะดุดขาตัวเองเพื่อไปคว้ามันมาเพื่อเปิดอ่านอย่างอารมณ์ดี แต่ตอนนี้กลับไม่สนใจใยดี แอนดี้ ชั้นอยากจะช่วยเธอเหลือเกินนะ


แต่วันนี้แปลกไปกว่าทุกวัน เค้าตื่นขึ้นมา อาบน้ำแต่งตัวเหมือน ๆ เตรียมตัวไปทำงาน สีหน้านิ่ง ๆ ที่เป็นอยู่ตอนนี้ บางครั้งชั้นกลับนึกกลัวขึ้นมาจับใจมากกว่าตอนที่เค้ามีน้ำตานองหน้าอยู่ซะอีก นั่นเป็นเพราะ ชั้นเดาใจเค้าไม่ออกนั่นเอง


แอนดี้เข้าบริษัท เพื่อเคลียร์งานต่าง ๆ อย่างน้อย เค้าก็ยังคงวุ่นอยู่ตลอดเวลาเหมือนก่อนหน้านั้น ไม่สังเกต ก็แทบไม่แตกต่าง มีเพียงดวงตาที่แข็งกร้าวมากขึ้นคู่นี้ ที่ยังคงปรากฎให้เห็น




ตื๊ดดด .. ตื๊ดดดดด....เสียงข้อความดังขึ้น


แอนดี้อ่านข้อความเงียบ ๆ สีหน้าปรากดอะไรบางอย่างที่มีความหมาย ซึ่งชั้นเองก็ไม่เข้าใจหรอก

พี่จินนี่

[พี่มินอูกลับมาแล้วนะ]

แอนดี้เงยหน้าจากข้อความ คิดอะไรอยู่ชั่วครู่ แล้วจึงกดเลขลงบนโทรศัพท์ยิก ๆ ๆอยู่ครู่หนึ่ง


?? : โหล
แอนดี้: พี่มินอูเหรอฮะ
มินอู : อืม แอนดี้เป็นงัยมั่ง พี่เพิ่งโทหาไอ่จิน กะลังจะโทหานายพอดีเรย
แอนดี้ : พี่จินส่งข้อความมาว่าพี่กลับมา ผมเรยโทหาดู เหนื่อยมั้ยฮะพี่
มินอู : ไม่หรอก มาก็สลบ พอตื่นก็โทหาไอ่จินมันเรย อยู่ไหนน่ะ
แอนดี้: ผมอยู่ในบริษัทน่ะฮะ เด๋วต้องไปอัดรายการ เอ่อ คือพี่ว่างหรือเปล่าฮะ
มินอู : เด๋ววันนี้ต้องเข้าไปบริษัทเหมือนกัน ต้องเคลียร์อะไรนิดหน่อย ทำมัยเหรอ
แอนดี้ : ผมอยากเจอพี่อ่ะ แต่คงต้องดึก ๆ หน่อย เพราะวันนี้ผมยุ่งทั้งวันเรย
มินอู : อืม พี่ก็อยู่นั่นตลอดแหละ เข้ามาตอนไหนก็ได้ หรือว่างัย อยากให้ไปหามั้ย
แอนดี้ : ผมเสร็จงานแล้วจะไปหาพี่เองนะฮะ
มินอู : อืม เอางั้นก็ได้
แอนดี้ : ฮะ งั้น ไว้เจอกันนะฮะ บาย
มินอู : อืม บาย


มินอูกลับมาแล้ว โอ้ววว คิดถึงพี่เอ็มจังเรย

---

มินอู : ว่างัยเรา มาซะดึกเรย ดื่มไรมะ
แอนดี้ : น้ำก็พอฮะ ขอบคุณฮะ

มินอู : เห็นไอ่จินมันว่านายน่ะ แปลก ๆ ไป มีไรหรือเปล่า

มินอูถามขึ้น พร้อมส่งแก้วน้ำในมือให้แอนดี้ ส่วนตัวเอง ก็นั่งจิบกาแฟร้อน ๆ หย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ
แอนดี้ : ผมมีเรื่องจะถามพี่อ่ะ ผมคิดว่าพี่น่าจะรู้ดีที่สุด
มินอู : เรื่องอะไรเหรอ มันต้องสำคัญมากแน่ ๆ ไม่งั้นนายคงไม่ถ่อมาถึงนี่เวลานี้หรอกนะ
แอนดี้ : พี่ช่วยเล่าเรื่องพี่เอริคให้ผมฟังหน่อยสิฮะ ผมอยากรู้เรื่องทุกเรื่องของเค้า

มินอูเลิ่กคิ้วสูงขึ้นนิด ด้วยความแปลกใจระคนสงสัยในคำถาม
มินอู : เรื่องเอริค ทำมัยเหรอ พี่ว่าเรื่องเอริค นายน่าจะรู้ดีกว่าพี่นะ ทำมัยต้องมาถามพี่
แอนดี้ : ก็เพราะมันเป็นเรื่องที่ผมไม่รู้น่ะสิ พี่บอกมาเหอะ ผมรู้จากพี่ฮเยซองหมดแล้ว

มินอูหน้าขรึมขึ้นมาทันทีที่อีกคนพูดจบ เค้าจ้องมองหน้าแอนดี้พลางครุ่นคิดอยู่พักใหญ่

มินอู : มันคือสาเหตุที่ทำให้นายแปลกไปใช่มั้ย
แอนดี้พยักหน้าน้อย ๆ แทนคำตอบ
มินอู : พี่ไม่มีอะไรจะบอกนายหรอก ในเมื่อนายบอกว่าฮเยซองบอกนายหมดแล้ว แต่พี่แค่จะบอกว่า เอริคกับพี่น่ะ เราสนิทกันแค่ไหน นายก็รู้ มันแทบจะเป็นยิ่งกว่าเพื่อนตาย ยิ่งกว่าพี่น้อง ยิ่งกว่าอะไรต่อมิอะไรทั้งหมด พี่คิดว่าพี่รู้นะ เพียงแค่สบตาหมอนั่น พี่ก็อ่านใจมันทะลุเชียวแหละ เราเป็นแบบนั้นกันจริง ๆ นายคงรู้แล้วใช่มั้ย

แอนดี้พยักหน้าน้อย ๆของเค้าอีกครั้ง
แอนดี้ : นั่นมันคือเหตุผล ว่าทำมัยผมถึงต้องมาถามพี่
มินอู : ไม่ว่าจะเป็นยังงัย พี่เชื่อมั่นเสมอ ว่ามันจะต้องจัดการกับปัญหา และหาทางออกให้ตัวเองได้ในที่สุด พี่แค่อยากให้นายเลือกที่จะเชื่อมั่นมัน

แอนดี้ : ทำไมพี่เค้าไม่บอกผมก่อน ถ้าเพียงแค่ผมรู้ก่อนหน้านี่ ผมคง... ผมคง ...
มินอู : นายคิดว่ามันไม่อยากจะทำแบบนั้นเหรอ มันกลัดกลุ้ม มันเครียดทุกครั้งที่มองหน้านาย ทุกครั้งที่มันหัวเราะทำตัวบ้าบอ แต่ในสมองมันอ่ะ เต็มไปด้วยเรื่องร้อยแปดนั่นแหละ แต่นั่น ไม่ได้หมายความว่ามันจะเดือดร้อนใจอะไรนะ หมอนั่นน่ะ แค่เห็นรอยยิ้มนาย มันก็ลืมเรื่องเครียดได้แล้ว

แอนดี้สบตาขึ้นมองหน้ามินอูนิดหนึ่ง ตอนนี้ขอบตาของเค้าร้อนผ่าว แค่คิดถึงว่าเวลาที่เค้าทุกข์ใจกับการที่ต้องเก็บอาการแอบรักเอริคข้างเดียวตลอดมา มันยังสร้างความทรมาณขนาดนี้ แต่อีกคนซิ ต้องทุกข์ทรมาณขนาดไหนกันนะ นี่เค้าเป็นตัวการให้คนที่เค้ารักต้องเจ็บปวดอยู่หรือเปล่า

แอนดี้ : ผมไม่มั่นใจ ผมชักไม่แน่ใจ ว่าทำมัยพี่ฮเยซองต้องบอกผม
มินอู : ทำมัย นายสงสัยในตัวฮเยซองงั้นเหรอ
แอนดี้ : ทำมัยพี่เค้าถึงเพิ่งมาบอกผม
มินอู : ฮเยซองไม่เคยต้องการทำร้ายนายนะ ตลอดเวลา เค้านั่นแหละ ที่หัวชนฝาคิดจะปกป้องนายอย่างเดียว
แอนดี้ : พี่คิดว่า ระหว่างผม กับชีวิตของพี่เอริคทั้งชีวิต พี่เค้าจะเลือกอะไรฮะ
มินอู : เค้าจะต้องปกป้องสิ่งที่เค้ารักทั้งสองอย่างไว้ได้อย่างแน่นอน พี่เชื่อในตัวเอริค และพี่ก็อยากให้นายคิดแบบนี้ด้วย
แอนดี้ : ผมไม่มั่นใจในตัวเองขนาดนั้นหรอกฮะ ผมไม่อยากเป็นสาเหตุให้คนที่ผมรักต้องเสียใจ ผมก็แค่มาถามพี่ให้แน่ใจแค่นั้นแหละฮะ ขอบคุณพี่มาก

ว่าแล้วแอนดี้ก็ลุกขึ้น เปิดประตูเดินออกไป ทิ้งอีกคนให้มองตามร่างนั้น อย่างจนปัญญาจะช่วยอะไร ไม่รู้ว่าคำพูดทั้งหมด จะช่วยให้แอนดี้ดีขึ้น หรือยิ่งสุมความเจ็บปวดเข้าไปอีกก็ไม่รู้



--ชั้นตัดใจอยู่ชั่วครู่ ว่าจะเกาะติดดูปฏิกิริยาต่อจากนี้ของมินอู หรือตามไปดูแลแอนดี้ต่อดี เวลาอย่างนี้สภาพจิตใจแอนดี้ดูจะสำคัญกว่านะ เอางัยดีหว่า ---

หลังแอนดี้กลับ (ซาหรุป ตรูก็ต้องอยู่กะเพ่เอ็ม เหอ ๆ ไม่ค่อยเรยวุ้ย)
มินอูที่ดูจะกระสับกระส่ายนิดหน่อย เด๋วนั่ง เด๋วยืน ก่อนมือเรียวจะค่อย ๆ กดโทรศัพท์หาใครซักคน

มินอู : ชั้นเอง หลับยัง
?? : ยัง ว่างัย
มินอู : นายจะกลับมาอีกครั้งเมื่อไหร่วะ
?? : อืม ถ้าจะไปได้ก็ต้องกลาง ๆ เดือนหน้าเรยน่ะ มีอะไรมั้ย
มินอู : แอนดี้แปลก ๆ ชั้นไม่รู้ว่าเค้าคิดกับเรื่องนั้นยังงัยน่ะสิ นายมาล่ะกัน อย่างน้อย มีนาย เผื่อมันจะได้ดีขึ้น นายเริ่มมันก่อน ก็มาจัดการมันด้วยละกัน
?? : งั้นเหรอ งั้นพรุ่งนี้ชั้นจะเคลียร์อะไรนิดหน่อย แล้วชั้นจะไปเรย แต่คงอยู่ได้ไม่นานนะ
มินอู : เสียงานนายมั้ยเนี๊ยะ
?? : ไม่เป็นไรหรอก แอนดี้สำคัญกว่า แค่นี้นะ

คืนนั้นทั้งคืน มินอูก็อยู่ทำงานที่บริษัท พร้อมทั้งนอนที่นี่ด้วย สถานการณ์ไม่มีอะไรเท่าไหร่ นาน ๆ ครั้ง ที่เค้าจะเงยหน้าที่เหนื่อยล้าขึ้นมา พร้อมทั้งถอนหายใจยาว ๆ ซักที ก่อนก้มหน้าก้มตาทำงานเงียบ ๆ ต่อไป

เวลามินอูทำงานนี่ เท่ส์จิง ๆ นะ (อันนี้ไม่เกี่ยวเรย)



RRRRRRRRRRRRRRRRRRRRR
เช้าวันใหม่มาเยือน หอบเอาแดดอุ่น ๆ มาด้วย เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ทำให้มินอูต้องกระพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่ความง่วงงุน ก็เค้าเพิ่งได้นอนไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงเองนี่น่า

มินอู: ว่างัย นี่มันกี่โมงเนี๊ยะ อะไรที่ทำให้นกยักษ์จอมตื่นสายถึงโทมาหาชั้นแต่เช้าได้วะ
จิน : พี่ฮะ อยู่ไหน
มินอู: บริษัท มะคืนนอนที่นี่ มีไร
จิน : พี่เปิดเน็ตดูสิฮะ เปิดเรยนะ ผมกำลังจะไปกองถ่าย เด๋วเสร็จแล้วจะไปหาพี่ที่นั่นเรย
มินอู : เรื่องอะไรวะ..เด๋วสิ
ตื๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

มินอู : อ่าว ไรมันฟระ นี่ถ้าเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้วมาปลุกกรูให้ตื่นนะเมิงง แม่มจะเตะตรูดให้ซักป๊าบบ

ว่าแล้วมินอูก็เดินไปหน้าคอม เปิดเครื่องไว้ แล้วเดินไปจัดการหากาแฟซักแก้วเป็นการแก้ง่วงให้ตัวเอง แล้วลงมานั่งหน้าจอที่เดิม

มินอูลองเปิด ๆ เวปประจำ เวปข่าวที่ทั่ว ๆ ไป ปากก็บ่นอีกคนไปด้วย (ให้ตรูเปิดเน็ตก็ไม่บอกว่าให้ดูอะไร เฮ้อ)

แต่แล้วสายตาก็สะดุดเอากับเวปข่าวเอ็นเตอร์เทนเม้นท์เวปนึงเข้า ทำเอาเกือบสำลักกาแฟ ..


มินอูวิ่งไปผละจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปคว้าโทรศัพท์มากด ๆ ๆ ๆ ระหว่างรอปลายสาย เค้าทำท่าลุกรี้ลุกรนตลอดเวลา

---- ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก ---------


มินอู: ปิดมือถืออีกต่างหาก แอนดี้นะแอนดี้

ว่าแล้วคนเก่งของชั้นคว้าแจ็คเก็ตใกล้ตัว หยิบกุญแจรถและวิ่งออกจากบริษัทไป

----
ติ๊งงง ต่องงง~~~..

มินอูกดกริ่งหน้าห้องอยู่นานสองนาน ไร้วี่แววว่าเจ้าของห้องจะมาเปิดประตูให้ซักที ห้องนี้ คือห้องที่ชั้นอยู่มานาน มันคือห้องแอนดี้นั่นเอง


มินอูชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ว่าจะรอ หรือจะกลับดี ก่อนได้ยินเสียงเปิดประตู

แอนดี้ : อ่าว พี่ มาทำมัยแต่เช้าฮะ

แอนดี้เดินมาเปิดประตูด้วยใบหน้าเหมือนคนยังไม่ตื่นเต็มที่ สองมือยกขึ้นขยี้ตาแรง ๆ ก่อนเดินนำอีกคนเข้ามาในห้อง

มินอู : นายทำบ้าอะไรของนายอ่ะ เมื่อคืนไปไหนมา
แอนดี้ : ไปดื่มนิดหน่อยฮะ
มินอู : ดื่มนิดหน่อยน่ะเหรอ แล้วไอ้ข่าวบ้า ๆ ในเน็ตนั่นน่ะ มันหมายความว่างัย บอกพี่ซิ
แอนดี้ : ข่าวอะไรเหรอฮะ
มินอู : ก็นายกับโซลบิน่ะ
แอนดี้ : ออ ข่าวนั้นน่ะเหรอ เร็วดีนะฮะ ก็ไม่มีไรนี่ฮะ เรากำลังคบกันอยู่
มินอู : นี่นายจะบอกว่า นายกำลังคบกับผู้หญิง ที่นายเพิ่งเจอเพียงชั่วข้ามคืนนี่อะนะ
แอนดี้ : แล้วมันแปลกเหรอฮะ ผู้ชายกับผู้หญิงจะคบกัน

มินอูสูดลมหายใจลึก ๆ เหมือนเค้ากำลังพยายามอดทนกับพฤติกรรมเด็กดื้อๆ คนหนึ่งอย่างสุดกำลัง

มินอู : พี่เข้าใจ ว่านายรู้สึกยังงัย แต่นายคิดว่านายทำแบบนี้แล้วนายจะช่วยไอ่ริคมันได้ จะทำให้มันจะสบายใจขึ้นงั้นเหรอ
แอนดี้:...
มินอู : นายฟังชั้นนะ

มินอูลุกเดินจากโซฟาตัวยาว ไปยังหน้าต่าง เค้าค่อย ๆ รูดม่านหน้าต่างออก ให้แดดแรง ๆ ส่องเข้ามาด้านใน ละลายบรรยากาศอึดอันตรงนี้

มินอู : วันนึง เมื่อนานมาแล้ว จู่ ๆเอริคก็เดินเข้ามาหาพี่ เค้าถามพี่ว่าอะไรนายรู้มั้ย
แอนดี้: ...(แอนดี้ยังคงเงียบ)
มินอู : เค้าถามพี่ว่า ถ้าเค้าจะรักแอนดี้ พี่คิดว่าเค้าแปลกประหลาดมั้ย นายรู้มั้ยสีหน้ามันตอนนั้นเรียบเฉยมาก จนพี่เองก็แปลกใจ
มินอูเผลอยิ้มมุมปากนิด ๆ เมื่อนึกถึงฉากระหว่างเค้ากับเอริคตอนนั้น
เมื่อเห็นแอนดี้ยังนิ่งเค้าจึงพูดต่อ
มินอู: พี่ตอบเค้าไปว่า ก็ไม่แปลกนี่ ชั้นว่าเรื่องบางเรื่องที่แกทำในชีวิตแก แปลกกว่านี้ตั้งหลายเรื่อง แค่นี้ไม่เห็นมีไรพิศดารนี่หว่า แล้วมันก็หัวเราะซะดังลั่นบ้าน ขอบอกขอบใจพี่ใหญ่ บอกว่านึกแล้ว ว่าพี่ต้องตอบแบบนี้

มินอูเว้นจังหวะนิดนึง
มินอู : พี่คิดว่านะ การปกป้องความฝัน ดิ้นรนทำสิ่งที่รักให้สำเร็จมันเป็นสิ่งสำคัญที่น่าประทับใจ แต่การที่มันเดินมาเพื่อที่จะบอกพี่ว่า มันตกหลุมรักใครคนหนึ่ง ภาพตอนนั้น ประทับอยู่ในใจของพี่มากกว่าเข้าไปอีก นายรู้มั้ย นายเหมือนเป็นพลังให้เอริคเป็นเอริคอย่างทุกวันนี้นะ พี่คิดว่าสิ่งที่นายทำตอนนี้ นายอาจจะคิดว่าเป็นการช่วยให้เอริคตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น แต่พี่ขอบอกนายไว้อย่างนึง ถ้าพี่เป็นเอริค พี่จะเสียใจมากกว่าที่พี่ต้องสุญเสียสิ่งสำคัญทั้ง 2 ไปพร้อม ๆ กันซะอีก

แอนดี้นิ่งฟังมินอูเงียบ ไหล่บางที่กระตุกขึ้นเล็ก ๆ ทำให้มินอูรู้ว่า ตอนนี้แอนดี้กำลังร้องไห้ มินอูเดินเข้ามาใกล้ พร้อมทั้งตบไหล่นั้นเบา ๆ

มินอู : พี่บอกนายแล้ว ว่าให้เชื่อมั่นเค้า พี่ไม่ใช่เจ้าชีวิตนาย พี่ตัดสินใจแทนนายไม่ได้ทุกเรื่อง แต่พี่เป็นพี่ ขอให้รู้ว่าทุกการกระทำ ทุกคำพูด พี่คิดมาดีแล้ว พี่พยายามที่จะให้นายได้รับสิ่งดีที่สุดเสมอ ถ้าคำพูดพี่จะมีประโยชน์และนายจะรับฟังมันซักนิด พี่ขอบอกว่า สิ่งที่นายกำลังทำ มันไม่ใช่สิ่งที่ถูกเรย ทั้งนายและเอริค ต่างก็เจ็บปวดกันทั้งคู่ พี่พูดได้แค่นี้


ว่าแล้วมินอูก็เดินก้าวออกจากห้องไป ปล่อยอีกคนให้ร้องไห้อย่างหนัก ตอนนี้น้ำตาที่ไหลบ่ามา มันเก็บไว้ไม่มิดแล้ว ชั้นรีบตามมินอูไป มองข้างหลังของแอนดี้ตอนนี้ ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน





********หมายเหตุ มันเป็นแค่ฟิคนะฮะ อ่านเอาฮา เรื่องอะไรก็แล้วแต่ในเรื่อง ล้วนแล้วแต่แต่งขึ้นเองทั้งสิ้น ไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด ********


Create Date : 30 เมษายน 2551
Last Update : 3 พฤษภาคม 2551 12:10:01 น. 7 comments
Counter : 680 Pageviews.

 

(วันนี้มาดึก เพิ่งกลับมาฮับ แต่ก็ยังมาเช็คทุกวัน แล้วได้อ่านทุกวัน อารมดี ลั่นล้าเลยค้า อิอิ)

ตอนแรกที่อ่าน นึกว่าพี่พุดเล่นมุก ตรงนี้อะค่ะ

ฮเยซอง: เป็นงัยมั่ง ไม่เจอกันเรยเราน่ะ
แอนดี้: ผมยุ่งๆ น่ะฮะ

555 อ่านแล้วนึกว่าดี้บอกว่า ตอนนี้ ผม ยุ่ง อยู่ หมายถึง ผมเสียทรงน่ะค่ะ 5555

อ่านไปแล้วก็รอลุ้น เพราะทุกวันนี้อ่านแล้วสงสัยว่า เฮซองคิดไงกะริค

แต่ว่า อ่านเพลินๆ แบบว่า มันเบรคกะทันหัน
พี่พุดใจร้ายยยย

ทำไมจบแค่นี้อะค้าา อยากรู้คำตอบของดี้อ้าา บอกมาน้าๆๆๆๆๆ


โดย: โฝนนนน IP: 125.24.252.38 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:21:58:16 น.  

 

มะเก้ไปหน้า 2 เห็นพี่ถามไว้

มันหนุกจริงๆน้าพี่ขา

แบบว่า แต่งริคดี้ ได้เหมือนจริงดีจัง 555 ชอบๆค่ะ เลยอยากอ่านต่อไวๆ อยากรู้เรื่องรู้ราว พออ่านแล้วก็อยากรู้อีก อยากมากเรื่อยๆอยู่แบบนี้ 555



โดย: มาอีกสีกที IP: 125.24.252.38 วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:22:17:22 น.  

 
สาบานได้เรยจิง ๆ นะ ว่าก่อนแต่งเมื่อนานมาแล้วอ่ะ กะจะแต่งให้ดี้เป็นลูกของซองกะป๋า 555 พิศดารได้อีกชั้น

แต่มันเริ่มจะปกติและ เพราะเรื่องริคดี้ เป็นฟิคที่ปกติที่สุดของชินฮวา คู่นี้ใคร ๆ ก็ลุ้นนน


โดย: พุดดิ้งของซอนโฮ วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:1:00:59 น.  

 
^
^
โอ้ววว ก๊อดด พี่พุด เอาจริงเรอะ ให้ดี้เป็นลูก 2 คนนั้น มันคงฮาแตกเลยอะ แต่ว่า ไม่เอา ไม่เอาริคซอง จะริคดี้เท่านั้น ตลอดไป 5555

มาเข้าที่เรื่องฟิก

แบบว่า อ่านแล้ว โหยยยย เอริคโอปป้า เท่ห์ไปไม๊ อ่านแล้วเหมือนเป็นเรื่องจริงเลยค่ะ อินๆๆๆ อ่านแล้วแบบ เฮ้ยยย เราเองก็เคยแอบคิดนะว่า 2 คนนี้อาจจะรักกันจริงๆก็ได้ แต่เพราะเป็นนักร้องดัง ทำให้ ต้องคิดแค่ว่าเป็นพี่น้อง 555

เฮซอง ตกลง คุณคิดยังไงกับดี้ชั้นค้าเนี้ยยยย

แบบว่าชอบจัง ใครๆต่างก็รักและเอ็นดูดี้

มินวูโทรหาไคคะ ดองวาน?

อยากรู้ๆๆ

แล้วเวปที่ว่าคืออะไร?
เอริคจะแต่งงาน?
หรืออะไร โอ้ววว พี่พุด มาต่อด่วนๆเลยค้า พี่ ทำหนูค้างงงงง



โดย: แฟนคลับฟิก อันดับ1 อิอิ IP: 125.25.151.96 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:14:53:06 น.  

 

โฮ๊ยยยยยยยยย

ฉากนี้ พี่มิน เท่ห์ไปเลยยยย
เท่มากกกกกกกก โอ้ววว

เอริคก็แอบเท่ห์ค่ะ กับฉากไปบอกเพื่อนว่าตัวเองรักแอนดี้ 555

อยากอ่านต่ออีก จังเลยค้า

ปล. อ่านเอาฮาจริงๆฮับ มันไม่ใช่ความจริง
มันเป็นแค่ สิ่งที่คนอ่าน จินตนาการอยากให้มีความจริงนิดนึง นิดนึง เท่านั้นจริงๆฮับ 555



โดย: เม้นๆๆๆ IP: 125.25.151.96 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:21:24:13 น.  

 
แง๊ ๆ ๆ แต่งได้ตั้งเยอะและ ไฟดันดับ ตรูยังไม่ได้เซฟเรยนะ พิมว่างัยไปบ้างกะไม่รู้ เฮ้อ เซงจิต


โดย: พุดดิ้งของซอนโฮ วันที่: 2 พฤษภาคม 2551 เวลา:0:02:11 น.  

 
มินมิน..เท่ห์ได้ใจจริงๆ
ฟิคน้องพุดไม่จริงแต่โดนใจ5555
(ก็น้องพุดบอกว่าคิดเองแต่งเอง...
แต่บังเอิญโดนใจ..บรรนานุแฟน
ริคดี้ 4ever)


โดย: piyawan IP: 118.172.244.51 วันที่: 23 สิงหาคม 2551 เวลา:21:42:33 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.