I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
28 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Shot fic shinhwa .... ก้าวเดียว ...Jin-Sung ep.1







ก้าวเดียว ..... Jin-Sung... ep.1 Superstar...




วันแรกที่เจอกัน

“พี่…”

เสียงนั้นไม่สามารถทำให้ใครอีกคนหันกลับมาได้ เพราะเค้าไม่ได้ยินอะไรและยังเดินต่อไป

“รุ่นพี่ ๆ ๆ “ ...เหมือนเดิม แถมยังฮัมเพลงอย่างสบายใจซะด้วย

“พี่คร้าบบบบบบบบ พี่ ๆ ๆ” … เมื่อเห็นว่าเสียงเรียกไร้ความหมาย ชายร่างสูงก้าวยาว ๆ มาดักหน้าผู้เป็นรุ่นพี่ไว้ สองแขนกางขึ้นตั้งฉากกับลำตัวเพื่อเป็นการสั่งให้อีกคน หยุดเดิน แต่...

โครมมมมมม !!!

โอ๊ยยยย!!! ทันทีที่สองร่างชนกัน ร่างบางของอีกคน ปลิวไปหล่นแปะอยู่กับพื้น ต่างกันกับคนตัวสูงที่ยังยืนทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ที่เดิม

“เฮ้ย! อะไรกันวะ มาดักหน้าชั้นทำไมเนี๊ยะ อ่อย .. เจ็บนาโว้ยยยยยยย”

“อ้าว~!!! พี่ฟังเพลงอยู่เหรอ ผมก็นึกว่าพี่หูหนวกน่ะสิ.. เดินเรียกมาตั้งแต่หน้าประตูแล้ว”

“ไอ้บ้า!!!! ชั้นกำลังแต่งเพลงอยู่นะ ดูสิ กางเกงเลอะเลยอ่ะ”

“คือ .. ผมจะถามว่า โรงยิมอยู่ที่ไหนน่ะฮะ”

“เปิดเทอมจะสามเดือนแล้วโรงยิมอยู่ไหนไม่รู้รึงัย ไอ้บ้า!!!!!!!!!!” เฮซองตะโกนดังลั่นเพราะความโมโห ก็อีกคนที่ยืนอยู่กับที่นั่นสิ ทำตัวเองหกล้ม แล้วยังจะยืนทำหน้าเฉยไม่มาพยุงกันอีก

“ผมช่วยมั้ย” ว่าแล้วก็ยื่นมือมาให้

“ไม่ต้อง ลุกเองได้”

“แล้วตกลงโรงยิมอยู่ไหน”

“ไม่บอกโว้ยยยยย ไปหาเอง” ลุกขึ้นได้ก็เดินบ่นไปพร้อมอารมณ์หงุดหงิด ปล่อยให้อีกคนยืนทำหน้างงอยู่กับที่

“เป็นไรของเค้า”
…
..
.
วันต่อมา เก้าอี้ม้าหินอ่อน

“ไอ่มิน ...”

“หืม!! ว่างัย”

“ไปเล่นคีย์บอร์ดให้หน่อยนะ เย็นนี้มีซ้อมใหญ่”

“อ้าว!! แล้วไอ้จีฮุนล่ะ”

“ชั้นว่านายฝีมือโอกว่ามันนะ ไม่แน่เผื่อวันนี้จะมีคนในค่ายใหญ่ ๆ มาดู ให้ไอ้จีฮุนมันร้องคอรัสแล้วกัน”

“เย็นนี้ไม่ว่างว่ะ”

“โธ่! ช่วยหน่อยนะเพื่อน วันหลังชั้นจะยอมยืนเป็นแบบให้นายถ่ายรูปเลยเอ้า ยิ้มหวานชูสองนิ้วด้วย ดีมะ”

“เออ งั้นตกลง เหอ ๆ แต่ว่า..ชั้นเอานายไปเป็นแบบคู่กับเด็กปี 1 คนนั้นดีกว่า ภาพคงขายได้ราคาคูณ 2 แหง๋ม ๆ“

“เด็กปี 1 ใครวะ???”

“คนสูงๆ ที่ดัง ๆ น่ะ เค้าเป็นนักกีฬา เพิ่งย้ายเข้ามากลางเทอมอ่ะ นายนี่มัวแต่ร้องเพลง ไม่รู้อะไรเลย ข่าวว่าดังน่าดูจากโรงเรียนเก่า ระวังนายจะตกกระป๋องนะ ไอ่ซอง”

“ชื่อเสียงชั้นไม่เห็นจะสนใจเลย ชั้นชอบร้องเพลงเพราะว่าใจรัก นายไม่รู้เหรอ งั้นตกลงว่าเย็นนี้โอใช่มะ”

“อืม ก็ได้ แต่อย่าลืมที่สัญญา” แล้วมินอูก็ก้มหน้าก้มตาหลับต่อ

“นี่ เดี๋ยวสิ ตื่นก่อน ..”

“ทำไมอีกว้า” น้ำเสียงส่อแววหงุดหงิดสิ้นดี

“นายไม่เห็นเหรอว่าวันนี้ชั้นเปลี่ยนไป”

“ไหน...” มินอูขยี้ตา เงยหน้ามองเพื่อนชัด ๆ อีกที”

“เปลี่ยนงัยวะ นายก็เป็นเฮซองเหมือนเดิม”

“วันนี้ชั้นทำผมทรงใหม่มา ดูสิ เท่ส์มะ เผื่อจะขึ้นกล้อง”

“อืม หล่อดี สวยด้วย งั้นชั้นนอนต่อได้ยัง”

….”พี่~~~~~ ระวัง!!!!!!!!!!!”

โป๊กกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!

“โอ้ยยยย !!!!!!!!!!” .....อีกและ

“พี่ๆ ผมขอโทษ ผมแตะแรงไปหน่อย เป็นไรมั้ย” ชายร่างสูงวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาดูอาการของรุ่นพี่เคราะห์ร้ายผู้ที่โดนลูกแตะปรมณูของเค้าเข้าไปเต็มรัก

“ไอ้บ้านี่อีกแล้วเหรอ อ๊ากกกกกกกกก ชั้นจะฆ่าแก ฮือ ๆ ๆ ผมช้านนนนนนนนนนน”


...เฮ้อ! มันก็เป็นแบบนี้แหละ

...
..
.
วันก่อน

เสียงเอะอะ กรี๊ดกร๊าดหน้าโรงเรียนที่ดังนั้น กลับทำให้ใครบางคนที่กำลังรื่นรมย์กับการเดินฮัมเพลงต้องชะงักงัน

“เหอะ! ดู ๆ นั่นยัยเปียโบว์แดง คราวก่อนยังส่งกล่องช็อคโกแลตผูกโบว์ลายสก๊อตให้ชั้นอยู่เรย วันนี้ดันไปยืนกรี๊ดให้นายนั่น คอยดูนะ คราวหลังมาขอถ่ายรูป ชั้นจะเชิดใส่ ยัยฟันเหล็กนั่นก็แฟนคลับชั้นนี่หว่า โอ๊ยยย หงุดหงิด ๆ ๆ “ เค้าได้แต่คิดและโวยวายอยู่กับตัวเองคนเดียว

“มันจะกรี๊ดอะไรกันได้ทุกวันนะ”

“ทำไม??? เสียอารมณ์ดิ ที่ตอนนี้นายไม่ใช่เบอร์ 1 ของโรงเรียน”

“เชอะ ยังกะชั้นจะสนนักนี่ …
..เออ ไอ่จีฮุน ชั้นถามนายจริงๆ ระหว่างชั้นกับจอนจิน ใครหล่อกว่ากัน”

“จอนจิน”

“เฮ้ย!!!! หยุดคิดก่อนตอบซักนิดซิวะ”

“ต้องคิดทำไม ของมันเห็น ๆ “

“นี่!!!!!! วันนี้ซ้อม 3 ทุ่มไม่ต้องกลับบ้านเลยนายน่ะ”

“อะไรว้า อ่ะก็มันเรื่องจริง หมอนั่นน่ะหล่อ แต่นายน่ะเท่ส์กว่า พอใจมั้ย”

“ชิ ... แล้วนี่จะเดินเอื่อยเฉื่อยอีกนานมะ เด๋วก็สายพอดี”

“แหม! มะก่อนล่ะเห็นเดินทอดน่องโฉบไปเฉี่ยวมาให้สาว ๆ กรี๊ดเล่นตั้งสองสามรอบนี่หว่า”

“นี่!! เดี๋ยวโดนสอยฟันร่วง เดินสิ จะยืนฟังเสียงกรี๊ดให้หูแตกอยู่ตรงนี้เหรอ น่ารำคาญ แล้วก็ไม่ต้องพูดมาก เพราะนายยิ่งพูด ต่อมเสียงชั้นยิ่งสึก รู้ไว้ด้วย” ว่าแล้วก็สะบัดหน้าเดินสับเท้าเร็ว ๆ ปล่อยให้เพื่อนรักมองตามอย่างงุนงง แต่ปลายสายตาไม่ลืมเหลือบมองไปยังกลุ่มเด็กผู้หญิงหน้าโรงเรียน สงสัยเช้านี้มันคงเป็นฤกษ์ไม่ดีอีกแล้วล่ะมั้ง

“ไอ่ดงวานนนน เปิดประตูนาเฟ้ยยยย” เฮซองจับลูกกรงประตูกระแทกไปมา

“ไม่ได้ มันสายมา 5 นาทีแล้ว นายเป็นรุ่นพี่แล้วนะ ทำไมถึงไม่ทำตัวอย่างดี ๆ ให้น้องปี 1 ล่ะ”

“นี่นายเป็นประธานนักเรียนเหรอ เฮ้ย! เปิดสิ”

“ชั้นได้รับมอบหมายมาว่ะเพื่อน ต้องทำตามหน้าที่”

“ไอ่บ้า” เฮซองถอนหายใจเฮือกใหญ่ วันนี้มันดวงซวยอะไรกันเนี๊ยะ

“เอางัยดีจีฮุน”

“ปีนกำแพงงัย ชั้นน่ะทำบ่อย ไปดิ”

“เฮ้ย! ปีนกำแพง!!! นายก็รู้ว่าชั้นเข่าไม่ดีอยู่ ตกมาตายใครจะรับผิดชอบวะ”

“กำแพงไม่สูงมากซะหน่อย ไปสิ หรือจะยืนตรงนี้ ...เอาน่า...ไม่ต้องปอดหรอก แค่นี้เอง” เพื่อนอีกคนเดินไปแล้ว แต่เฮซองยังยืนมองกำแพงด้วยความครุ่นคิด

“ปีนก็ปีนวะ”

“ไอ่จีฮุน มันสูงนาเฟ้ย ทำไมนายไม่มาเป็นกะไดให้ชั้นก่อนเล่า” เฮซองป้องปากพูดเบา ๆ กับอีกคนที่ตอนนี้ขึ้นไปอยู่บนกำแพงเรียบร้อยแล้ว

“เดี๋ยวชั้นจะได้รอรับนายฝั่งโน่นงัย”

“แล้วชั้นจะขึ้นงัยเนี่ย”

“เอามือจับกำแพง แล้วดันตัวขึ้นมาสิ ใช้เท้าไต่ ๆ เอาอ่ะ”

“เฮ้อ! ไอ่ดงวานบ้า คอยดูนะ คราวหลังถ้านายแอบกินราเมงในห้อง ชั้นจะฟ้องครู ..ชิ” ว่าแล้วก็โยนกระเป๋าตัวเองข้ามฝั่งไปทางโน้น ให้เพื่อนอีกคนรับ หลังจากนั้นก็จัดการพับแขนเสื้อนักเรียนให้ทะมัดทะแมง ก่อนจะเอามือคว้าเอากำแพงไว้แน่น ดันตัวปีนขึ้นไปอย่างทุลักทุเล

“พี่.. พี่ปีนกำแพงโรงเรียนเหรอ” เสียงดังมาจากด้านล่าง

“เฮ้ย!! เบา ๆ สิวะ เดี๋ยวไอ่ดงวานมันก้ได้ยินหรอก”

“ลงมาเหอะฮะ”

“ไอ่จอนจิน ชั้นบอกว่าให้เบา ๆ ไปไกล ๆ เลย ไม่ต้องมายุ่งกับชั้น” แล้วเฮซองก็ทำท่าก้าวขาของเค้าไปอีกฝั่งเพื่อจะกระโดดลงสู่พื้นด้านล่าง .. แต่แล้ว

“ไอ่ซองงงงงง แกรปีนกำแพงโรงเรียนเหรอ ลงมาเดี๋ยวนี้นะ”

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก ตุ๊บ!!!!!!!!!!!!!!.. “ - -“ คงไม่ต้องบอกนะ

“โอย!! ขาช้านนนนนนนนนนนน”

“พี่เป็นไรมากป่ะฮะ ผมแบกไปห้องพยาบาลมั้ย”

“ไม่ต้องมายุ่ง บอกแล้วว่าอย่าเสียงดัง เมื่อไหร่จะเลิกวุ่นวายกับชั้นซักทีนะ”

“ผมแค่จะบอกว่า พี่ดงวานเค้าเปิดประตูให้แล้ว .. ก็แค่นั้นแหละ”

“แล้วทำไมไม่บอก!!!!!!!!!!!!!!!!!”

“ก็บอกอยู่นี่งัยฮะ..มา ช่วยพยุง”

“ไม่ต้อง ปล่อย” แล้วก็เดินกะเผลก ๆ เข้าโรงเรียนไปด้วยอารมณ์หงุดหงิดสุดกำลัง


แล้ววันต่อมา เฮซองก็ต้องหยุดเรียน เนื่องจากเข่าอักเสบ ....

................


“เฮ้อ!!! เซ็งโว้ยยยยยยยยยยยย”

“เป็นไร” เพื่อนที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ เริ่มรำคาญ

“เป็นนักร้องรูปหล่อ”

“เป็นนักร้องรูปหล่อแล้วทำไมต้องเซ็ง”

“นี่ เอริค ชั้นจะเป็นไรมันยุ่งอะไรนายด้วยวะ จะอ่านการ์ตูนก็อ่านไปสิ”

“งั้นนายก็เงียบ ชั้นหนวกหู เสียงบ่นนายมันทำลายเนื้อเยื่อในเส้นประสาทชั้น รู้ป่ะ” พูดจบก็ก้มหน้าก้มตาอ่านการ์ตูนในมือต่อ เฮซองมองสีหน้าเพื่อนข้าง ๆ อย่างนึกรำคาญ เค้ากะเอริคไม่เคยคุยกันได้นานเกินสองประโยคเลยซักที สงสัยหมอนี่ต่อมมนุษย์สัมพันธ์คงเสื่อมสมรรถภาพ แต่เค้าเป็นคนขอเอริคเพื่อจะมานั่งตรงข้างหน้าต่างตรงนี้ ซึ่งเอริคก็ใจดียอมสละที่ให้ ฉะนั้น แม้จะต้องทนนั่งข้างคนที่เหมือนไม่มีตัวตน หน้าตาง่วงนอน และขี้โมโหแค่ไหน ก็ต้องอดทนไว้เท่านั้น จริง ๆ แล้วการได้นั่งกับเอริคมันดีกว่านั่งกับคนที่พูดมาก ๆ ตั้งเยอะเพราะคนอย่างเฮซอง เป็นคนขี้รำคาญคนอยู่แล้ว

.. ………….

ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าในโรงยิม หลังชั่วโมงพละผ่านไป


“โอยยย เหนื่อยวุ้ย” คำบ่นประจำตัวของเค้าล่ะ

“เป็นไงล่ะ ทำเป็นเก่ง เจ็บเข่าอีกรึเปล่า”

“ก็นิดหน่อย นี่ถ้าไม่ติดว่าเข่าชั้นมีปัญหานะ ชั้นชู๊ตแต้มนำฝ่ายโน้นไปแล้ว”

“เออ ๆ รู้ว่านายน่ะเก่ง สังขาลไม่ให้ยังจะเป็นงี้อีก เดี๋ยวก็พิกาลขึ้นมาหรอก”

“ก็มันเรื่องจริงนี่ ถ้าเข่าชั้นปกติ ป่านนี้อย่าหวังว่าไอ้หน้าขาวนั่นจะได้เป็นนักกีฬาโรงเรียนเลย” บีบ ๆ ขาตัวเองไป ก็ทำสีหน้าพยาบาทคาดแค้นไปจนเพื่อนได้แต่ถอนหายใจ

“เมื่อไหร่โรคไม่ยอมแพ้ใครของนายมันจะหายซะทีวะ”

“พูดมาก เปลี่ยนเสื้อผ้าซะที เดี๋ยวจะได้ไปซ้อมต่อ”

“นี่จะไปเปลี่ยนในห้องอีกเหรอ ทำไม ป่านนี้แล้วยังจะอายชั้นอีกเหรอ ยังกะผู้หญิงเลยนายน่ะ”

“ก็ชั้นไม่สะดวกใจ ชั้นเป็นของชั้นแบบนี้มานานแล้วนายจะมาอะไรกับชั้นวะ ไอ่จีฮุน” เฮซองเปิดล็อคเกอร์ของเค้า คว้าชุดนักเรียนเดินดุ่ม ๆ เข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไป
..
..
.
แต่แล้วทันทีที่เปิดผลักประตูห้องริมสุดเข้าไปแค่นั้น ..

“เฮ้ยยยยยยย ! “

“เป็นอะไรวะไอ่ซอง” เสียงจีฮุนตะโกนดังมาจากข้างนอกทันทีที่เสียงอุทานของเค้าไปถึงหูของอีกฝ่าย

“ไม่มีอะไร นายไปก่อนเหอะ”

“เออ! สงสัยนายจะเจ็บขาจริง ๆ เสียงถึงเพี้ยน ๆ แบบนี้ งั้นชั้นไปรอที่ห้องซ้อมนะ”

“อื้มมมมมม”

หลังเสียงฝีเท้าของคนด้านนอกค่อย ๆ ไกลห่างออกไป หลงเหลือไว้แต่ความเงียบ

“ปล่อยสิ นี่!!!!! บอกว่าให้ปล่อย นายจะบ้ารึงัยมาจับชั้นไว้ทำไมเนี๊ยะ ไอ้ ๆ”

“พี่เป็นคนเปิดประตูเข้ามาเองนะ จะมาว่าผมได้งัยล่ะ”

“ก็ใครใช้ให้นายแก้ผ้าแล้วไม่ผิดประตูเล่า โรคจิตป่ะเนี๊ยะ”

“ใครโรคจิตกันแน่ ดูดิ หน้าพี่น่ะ แดงแจ๋เลย คิดไรอยู่เนี๊ยะ”

“ไอ่บ้า ไม่ได้คิดไรเว้ย ปล่อยซะที ชั้นไปเปลี่ยนห้องอื่นก็ได้”

“ไม่คิดจริงเหรอ ...

....พี่ ๆ กำเดาพี่ไหลอ่ะ”

“เฮ้ย!” เฮซองสะบัดมือข้างนึงของตนให้หลุดจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย พร้อมทั้งยกมือข้างนั้นขึ้นมาคลำสะเปะสะปะไปยังจมูกของตนเอง ทำเอาอีกคนที่ยืนมองหัวเราะดังลั่น

“แกล้งชั้นเหรอ”

“เปล่า เดี๋ยวสิ จะไปไหน” จอนจินคว้าเอาร่างบางไว้อีกครั้งทันทีที่เฮซองดิ้นจนหลุด

“เข้ามาดูผมถอดเสื้อผ้าแล้วจะหนีไปเลยแบบนี้อ่ะนะ ต้องรับผิดชอบก่อนสิ”

“แล้ว .. ก็แล้วทำไมต้องรับผิดชอบล่ะ ชั้นไม่ได้ทำอะไรของนายสึกหรอซะหน่อย ปล่อย...” ว่าแล้วไอ้สายตาเจ้ากรรมมันก็ก้มมองเราเรือนร่างเปล่าเปลือยของคนตรงหน้าอย่างไม่ได้ตั้งใจอีกที ส่งผลให้ใบหน้าที่แดงอยู่แล้ว ยิ่งมีเลือดสูบฉีดกว่าเดิม

“ทำไมพี่ถึงไม่ชอบหน้าผม ผมถามจริงเหอะ”

“ก็หน้านายมันกวนบาทาชั้นนี่ จะจับอีกนานมั้ย ชั้นต้องไปซ้อม” คราวนี้เฮซองเลิกดิ้น เงยหน้ามองคนตัวสูงกว่าอย่างหาเรื่อง เพราะมือทั้งสองที่โดนมือใหญ่อีกมือจับกุมไว้ เอวก็โดนล็อคจากวงแขนแกร่งนั้น ดิ้นไปก็ไร้ความหมาย เหนื่อยเปล่าๆ และเมื่อจอนจินเห็นอาการสีหน้าไม่พอใจของเฮซอง เค้าจึงปล่อยมือนั้นออก

“ผมขอโทษ ก็แค่อยากคุยกับรุ่นพี่ผู้โด่งดัง “ชินเฮซอง” ก็แค่นั้น” คนฟังอย่างเฮซองชิงสะบัดหน้าเดินออกจากห้องนั้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ แต่ก่อนที่จะพ้นประตู เสียงจอนจินกลับดังไล่หลังมาอีกครั้ง

“ผมชอบพี่ตอนที่พี่ใส่ชุดนักเรียนร้องเพลงบนเวที ... แล้วผมจะรอเชียร์นะฮะ”


.............



เช้าที่อากาศสดใสวันนึงในอาทิตย์ต่อมา

“จีฮุนๆ นี่ ๆ ดูอะไรสิ นี่ลูกสาวชั้น สวยมั้ย” เฮซองยื่นเจ้าหมาน้อยน่ารักให้เพื่อนดูด้วยสีหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม

“หืม นายพาหมามาโรงเรียนด้วยเหรอวะ ไอ่ซอง”

“อย่าเรียกมันว่าหมานะ มันเป็นลูกสาวชั้น”

“เออ ๆ ๆ แล้วนี่พาลูกสาวมาโรงเรียน เดี๋ยวครูก็จับได้หรอก”

“ไม่เป็นไร ชั้นจะเลี้ยงมันไว้ในห้องซ้อมน่ะ”

“น่ารักดีว่ะ หน้าเหมือนนายเลยอ่ะ ฮ่ะ ๆ “

“ก็มันเป็นลูกสาวชั้นนี่”

“ไปเอามาจากไหนเหรอ” จีฮุนเอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าหมาน้อยน่ารักในมือของเฮซองบ้าง

“ไม่รู้ใครเอามาให้ มันวางอยู่หน้าบ้านชั้นเมื่อเช้าน่ะ ชั้นบ่น ๆ กับแม่ว่าอยากเลี้ยง สงสัยแม่เลยซื้อมาให้…
…เออ วิชานี้ชั้นโดดนะ เดี๋ยวไปหาอะไรให้มูริกินก่อน นายเรียนเสร็จเจอกันที่ห้องซ้อมนะ ออ ฉุดไอ่มินมาให้ได้ด้วยล่ะ วันนี้ไอ่คังทาไม่มา ไม่มีใครดีดกีตาร์”

“เออ”


ตกเย็น

เฮซองที่เดินอุ้มเจ้ามูริในอ้อมกอดไว้มือนึง อีกมือก็ลูบหัวมันอย่างรักใคร่ไปด้วย คงเพราะเห่อ เค้าถึงไม่ปล่อยมันห่างตัวเลยซักนาที

“มูริน้อย ชั้นจะร้องเพลงให้ฟังน๊า ..”

“...” มูริเงยมองหน้าออมม่าตัวเองอย่างงง ๆ

“นี่..เอาเพลงไรดี อยากฟังเพลงไร ร็อค บัลลาด ป๊อบ หรือแดนซ์”

“...” มูริเริ่มกระสับกระส่าย ไม่ร้องได้ม้ายยยยยย วันนี้นอนฟังอยู่ในกล่องทั้งวัน เบื่อแย้ววว...

“นี่ ดิ้นทำไม นอนดี ๆ สิ เดี๋ยวก็ตกหรอก” คาดว่ามูริกลัวจะสำรอกเอานมที่กินมาทั้งวันจนพุงจะแตกตายเพราะเสียงสูง ๆ ของออมม่าตัวเอง มันเลยดิ้นจนหลุดและล่วงลงจากมือของเฮซอง

“มูริ จะไปไหน เดี๋ยว ๆ”

...
..
เอี๊ยด !!!!!!!!!!!!!!!


ภาพนั้นเหมือนภาพสโลโมชั่น มันทำเอาเฮซองแทบลืมหายใจ มูริที่หลุดจากมือเค้าวิ่งข้ามไปยังถนนอีกฝั่ง แต่ก่อนที่จะพ้นถนน รถคันหนึ่งที่ขับมาด้วยความเร็วเบรกเอี๊ยดอย่างกระทันทัน มันเร็วจนเค้ายกมือขึ้นมาปิดตาแทบไม่ทัน ..


“มูริ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

“ไอ้เด็กเวรรรรรร อยากตายใช่มั้ย”

“ขอโทษครับคุณลุง”

เสียงเอะอะตรงนั้น ทำให้เฮซองยิ่งไม่กล้าเปิดหน้าขึ้นมาดูสถานการณ์ดังกล่าว

“มูริ .. ฮือ ๆ มูริของช้านนนน “

“พี่ฮะ นี่ลูกสาวพี่รึเปล่า” ใครบางคนมายืนอยู่เบื้องหน้าตนตอนนี้ ยื่นบางสิ่งบางอย่างที่มีขนปุย ๆ ถูไปมายังแขนของเค้า ทำให้เค้าต้องลดมือที่ปิดตาตัวเองออก … ภาพตรงหน้า มูริลูกสาวตัวเองในอาการที่ยังครบ 32 กับใครบางคนที่ยิ้มอบอุ่นตรงหน้า

“มูริ ไม่เป็นไรใช่มั้ย” เฮซองเอื้อมมือไปคว้ามันมาจากอ้อมกอดของจอนจิน

“ขอบใจมาก ... คราวหลังอย่าทำอะไรโง่ๆ แบบนั้นนะ ถ้านายเป็นอะไรไป ชั้นจะบอกคนอื่นว่างัย”

“ผมไม่เป็นไรหรอก แต่พี่เหอะ อุ้มมันให้ดี ๆ หน่อย เกิดโดนรถชนขึ้นมา เดี๋ยวก็ได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งหรอก”

“ไอ่นี่ อย่าคิดว่ามีบุญคุณแล้วจะมาพูดล้อเล่นกับชั้นนะ ชั้นเป็นรุ่นพี่นาย หัดเคารพซะมั่ง... ว่าแต่ไม่เป็นไรจริง ๆ น่ะเหรอ”

“ฮะ ไม่เป็นไร”

“เลือดนายออกอ่ะ ที่แขน มาให้ชั้นดูหน่อย”

“ห๋า!!! เลือดออกเหรอ อ๋อยยยยยย!!” ทันทีที่เห็นแขนตัวเองมีลอยถลอกเป็นทางยาว แถมด้วยเลือดไหลซิบ ๆ เท่านั้น ใบหน้าที่ปรากฏรอยยิ้มอบอุ่น ริมฝีปากแดงๆ เมื่อครู่กลับกลายเป็นซีดเหมือนไก่ต้มแทบทันที

“เฮ้ย! เป็นไรไป ตะกี๊ยังดี ๆ อยู่เลย” เฮซองเห้นใบหน้าที่ซีดเซียวของจอนจินมีอันต้องตกใจ เค้าก้มลงพยุงจอนจินไว้ อีกมือก็อุ้มเจ้ามูริไปด้วย

“จอนจิน ๆ เป็นไรไป นี่”

“ผมกลัวเลือดน่ะ ไม่ไหว พี่ช่วยพยุงหน่อย”

“ตัวยังกะควาย กลัวเลือดเนี๊ยะนะ แล้วเมื่อกี๊ทำเป็นเก่ง อ่ะ ลุกดี ๆ นะ กลับไปห้องพยาบาลทำแผลก่อนดีกว่า”

...
..
สามชีวิต(เฮซอง จอนจิน และมูริน้อย) จึงเดินกันอย่างทุลักทุเลมาถึงห้องพยาบาล

“ไม่มีใครอยู่เลยอ่ะ มางั้นชั้นลงมือเองดีกว่า”

“พี่จะทำแผลหรือพี่จะฆ่าผมฮะนั่น”

“ทำแผลสิ เอ๊ะ! นายนี่ แต่ทำใจหน่อยนะ เพราะชั้นไม่เคยทำแผลให้ใคร ...นั่งดี ๆ เอาแขนมา”

“เบา ๆ ฮะ เบา ๆ”

“ก็เบานี่ไง ..ไม่น่าเชื่อนักกีฬาอย่างนายจะกลัวเลือด” เฮซองจับแขนของจอนจินไว้ บรรจงใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดลงไปอย่างเบามือที่สุด เมื่อเห็นอีกคนทำหน้าเหยเกเพราะความเจ็บก็เป่าเบา ๆ ที่แผลให้ด้วย

“ลูกสาวพี่ไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“อืม! ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจนะที่ช่วยมูริไว้น่ะ”

“ชื่อมูริเหรอ”

“อืม”

“ชื่อเพราะจัง” คำชมนั้นเรียกรอยยิ้มจากปากบาง ๆ ของเฮซองได้เลยทีเดียว

“ผมนึกว่าพี่เกลียดผมซะอีก”

“ทำไมชั้นต้องเกลียดนายด้วยล่ะ”

“ไม่รู้สิ เจอผมแต่ละที พี่ชอบตะคอกผมแรง ๆ และก็ชอบเดินหนีด้วย”

“ก็..ก็นายชอบทำให้ชั้นเจ็บตัวเรื่อยเลยนี่น่า ... อ่ะ ใส่ยาอีกนิดก็เสร็จแล้ว ... แสบหน่อยนะ” เฮซองทายาลงบนแผลของจอนจินอีกครั้งอย่างเบามือโดยมีสายตาของคนเจ็บเฝ้ามองตามใบหน้านั้นอย่างตั้งใจระคนหลงใหลเคลิ้มเคลิ้ม ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไม่ใช่จะไม่รู้สึกถึงประกายตานั่น แต่ก็ทำเป็นกลบเกลื่อนไม่สนใจ...

“เสร็จแล้ว”

“ขอบคุณฮะ”

“อ๊ะ! มูริอยู่ไหนแล้ว”

“มันคงวิ่งเล่นอยู่ในนี้แหละ”

“มูริ ...มูริ...”

“มันอยู่ใต้เตียงน่ะฮะ เดี๋ยวผมมุดไปเอาให้”

“นายเจ็บแผลอยู่นะ ให้ชั้นเรียกมันมาเองดีกว่า .. ชั้นเป็นแม่มัน มันต้องมาหาชั้นอยู่แล้ว” ว่าแล้วก็ก้มตัวลงใต้เตียง ตบมือแปะ ๆ เรียกมูริให้ออกมา แต่เจ้ามูริน้อยหาได้สนใจเสียงเรียกนั่นไม่ มันคงดีใจที่ได้ห่างจากออมม่ามันซักที

“เอ๊ะ! มูริ มาซิ นี่ ชั้นเรียกทำไมไม่มา เดี๋ยวเย็นนี้อดข้าวเย็นเลยนะ”

“ผมเข้าไปเอามันให้ดีกว่าฮะ” ว่าแล้วจอนจินก็ก้มตัวทำท่าจะมุดเข้าใต้เตียง

“มูริ ๆ มานี่เร็ว” คำพูดประโยคเดียวของจอนจินแค่นั้นแหละ เจ้าหมาน้อยจอมใจง่ายก็วิ่งร่าออกมาให้จอนจินจับได้อย่างง่ายดายซะงั้น

“ไอ้ลูกไม่รักดี” เฮซองบ่นอยู่ในใจ

“กลับกันเหอะฮะ เดี๋ยวค่ำ”

“อืม” แล้วระยะทางจากโรงเรียนถึงบ้าน เจ้ามูริก็ได้อาศัยนอนในอ้อมอกอุ่น ๆ ของจอนจิน แทนอกของออมม่าตัวเองอย่างสบายใจเฉิบ ..และดูเหมือนมันจะชอบเอามาก ๆ ซะด้วยซิ ...

“เนรคุณจริง ๆ “ อันนี้เฮซองคิดในใจ


…………..


“เฮ้ย!! เที่ยงแล้ว ไม่กินข้าวเหรอวะ นั่งเหม่อไรอ่ะ” เสียง ๆ หนึ่ง ดึงให้สายตาที่กำลังเหม่อมองไปไกลยังสนามหญ้าเขียว ๆ ต้องหันมามอง สีหน้าแสดงอาการส่อพิรุธ

“ก็รอนายนั่นแหละ ช้าจริง”

“อย่าทำไขสือ ชั้นยืนมองนายอยู่ตรงนี้ซักพักแล้ว มองไรอยู่วะไอ่ซอง ท่าทางน่าสนใจ ไหนดูหน่อย”

“ไม่มีไรเว้ยยยยยย ไปกินข้าว หิวจะบ้าแล้ว”

...
..
.

“นี่ เป็นไรไปวะ วันนี้ทั้งวันเห็นเหม่อตลอดเลย”

“เปล่านี่” เฮซองกินข้าวตัวเองต่อ ไม่สนใจสายตาเพื่อนที่มองมาอย่างสงสัย

“นี่ ชั้นอิ่มแล้ว เดี๋ยวจะเอานมไปให้มูริที่ห้องซ้อม เดี๋ยวอิ่มแล้วนายตามไปนะ” ว่าแล้วก็ลุกจากที่นั่งซะเฉย ๆ

เค้าเดินเอื่อย ๆ มายังห้องซ้อม จิตใจที่มันสับสนตอนนี้ ชวนให้ตัวเองต้องปวดหัวยิ่งนัก ... ซึ่งอะไรคือสาเหตุก็ยังไม่รู้แน่ชัด

“ไอ่มิน ทำไรวะ”

“กะลังหารูปไปส่งตามออร์เดอร์น่ะสิ”

“ออเดอร์!!!! โห นี่ทำเป็นการค้าเลยรึงัยวะ”

“อืม! “

“ไหนดูหน่อย” เฮซองเอื้อมมือไปดึงรูปในมือของมินอูมา 4-5 รูป

“ทำไมมีแต่จอนจิน”

“ตอนนี้เค้ากะลังขายดีนี่ กะว่าจะตามไปถ่ายรูปในโรงบาล เผื่อได้ภาพอีกแนว”

“โรงพยาบาลเหรอ ทำไมต้องไปโรงพยาบาล”

“ก็จอนจินมันอยู่โรงบาลนี่ ตอนใส่ชุดคนป่วย พวกเด็ก ๆ ผู้หญิงคงชอบ”

“นายน่ะประสาท แบบนั้นใครมันจะชอบเล่า”

“นายไม่รู้อะไรน่ะสิไอ่ซอง ภาพที่เป็นธรรมชาติแบบนั้นแหละ ขายดีนัก”

“เหรอ..”
…
..
.
“เค้าเป็นอะไรล่ะ ทำไมเข้าโรงบาล”

“ได้ยินว่าเมื่อวานประสบอุบัติเหตุ ขาหักน่ะ”


“เมื่อวาน!! ประสบอุบัติเหตุงั้นเหรอ”

“อืม!”
…
.
.
“งั้นชั้นไปและ มูริยังไม่ได้กินนมเลย เออ! ภาพเนี๊ยะ ชั้นขอใบนะ ไปและ ขอบใจ”

“เฮ้ย! เดี๋ยว นั่นมันสามพันวอนนาเฟ้ย จ่ายมาก่อน…”


......................

ก๊อก ๆ ๆ

“เชิญครับ” เสียงตอบรับจากคนด้านในดังขึ้น มือเรียวจึงเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูอย่างแผ่วเบา ก่อนจะแทรกตัวเข้าไป

“พี่ มาได้งัย มาเยี่ยมผมเหรอ”

“เปล่า เจ้ามูริต่างหากมันคิดถึงนาย ชั้นเลยพามันมาเยี่ยม”

“มูริ!!! พี่พามูริมาด้วยเหรอ อยู่ไหนฮะ”

“ในกระเป๋าชั้น”

“ห๋า เอาไว้ในกระเป๋าแบบนั้นแล้วมันไม่อึดอัดเหรอ”

“ชั้นอุ้มมันมาเอง เพิ่งใส่กระเป๋าก่อนเดินเข้าโรงบาลมาน่ะ” แล้วเฮซองก็เปิดกระเป๋า ล้วงเอากล่องซึ่งเป็นที่นอนของลูกสาวเค้าออกมา

“มันเหมือนดีใจนะที่ได้เจอนายน่ะ เห็นมั้ย” เฮซองวางเจ้ามูริน้อยไว้บนอกของจอนจิน ส่วนมูริเมื่อออกมาจากกระเป๋านั้นได้มันก็ดูร่าเริงทันที

“ทำไมถึงเจ็บขาได้ล่ะ เพราะเมื่อวานรึเปล่า”

“เปล่าหรอกฮะ ผมแค่หกล้มเอง”

“แค่หกล้มเหรอ แน่ใจนะ เป็นไรมากมั้ย”

“ข้อน่ะฮะ มันอักเสบ ขยับไม่ได้”

“เจ็บมั้ย” ประกายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและกังวลนั้น สร้างความประทับใจให้อีกคนมากทีเดียว

“พี่เป็นห่วงเหรอ”

“เปล่านี่ ก็อีกไม่นานจะมีแข่งขันกีฬาใช่มั้ย ชั้นกลัวโรงเรียนเราขาดนักบอลนักสิ”

“แค่นั้นเหรอ”

“อืม”

“เดี๋ยวก็หายแล้ว ... ไม่ต้องห่วงหรอก”

“ก็ดีแล้ว” เฮซองเอื้อมมือมาลูบขนของเจ้ามูริที่บัดนี้นอนสงบอยู่บนตัวของจอนจิน มือของทั้งคู่ที่โอบอุ้มหมาน้อยอยู่ เกิดแตะและสัมผัสกันบ้างบางที และสิ่งนั้นมันทำให้เฮซองรู้สึกแล้วว่า ตลอดเวลาทั้งวันนั้น เค้าเป็นอะไร

...เค้าคิดถึงคน ๆ นี้อยู่นั่นเอง ... ทำไมนะ ทำไมถึงมีอาการแบบนี้

“ผมคงไปซ้อมบอลไม่ได้หลายวัน ระหว่างนี้ ผมขอไปดูพี่ซ้อมร้องเพลงได้มั้ย”

“ได้ซิ ระหว่างชั้นร้อง นายจะได้ดูแลมูริไปด้วย”

“ได้เลยฮะ” จอนจินชะงักมือที่ลูบหัวมูริอยู่ดื้อ ๆ แล้วคว้าเอามือบาง ๆ ของอีกคนเอาไว้ เค้ากำมันไว้แน่น พร้อมส่งประกายตาที่มีความหมายสื่ออยู่เต็มเปี่ยมมาที่เจ้าของมือนุ่ม ๆ นั้น ซึ่งเฮซองเองก็ไม่ได้สะบัดออก

“มูริหลับแล้ว” เฮซองพูดเสียงเบา ๆ อมยิ้มนิด ๆ ด้วย

“อืม!” จอนจินก็ยังคงไม่ปล่อยมือนั้น

“ใครเฝ้านายเหรอ ชั้นยังไม่เห็นใครซักคน

“แม่น่ะฮะ แต่เค้ามาค่ำ ๆ โน่น

“งั้นเหรอ..”
…
..
.

“พี่ฮะ .. “

“อะไร”

“ก้มหน้ามานิดสิ มีอะไรจะบอก”

“อะไรเหรอ พูดตรงนี้ก็ได้นิ”

“เดี๋ยวมูริได้ยิน มันจะตื่น”

“เหรอ .. งั้นก็ได้” เฮซองก้มหน้าของเค้าลง รอคอยคำพูดของอีกคนอย่างตั้งใจ แต่แล้วคำพูดนั้นกลับกลายเป็น

“จ๊วบบบบบบ~~~~

“เฮ้ย! จอนจิน นายหอมชั้นทำไมเนี๊ยะ”

“ก็พี่ยื่นหน้ามาโดนปากผมเองนะ อย่าเสียงดังสิฮะ เดี๋ยวมูริตื่นไม่รู้นะ”

“บ้า..” เฮซองจับแก้มตัวเองด้วยความเขินอาย หน้าตอนนี้แดงซะยิ่งกว่าอะไร อาการเขินนั้นทำเอาจอนจินต้องอมยิ้มชอบใจ

“พี่..”

“ทำไมอีกล่ะ”

“รังเกียจผมรึเปล่า”

“นายน่ะเหรอ ...อืม .. ไม่รู้สิ”

“ผมหอมพี่ไปแล้วนะ ไม่รู้อีกเหรอว่าคิดยังงัย”

“ก็ไม่รู้จริง ๆ นี่ จะให้ตอบว่าอะไรล่ะ”

“งั้นก้มหน้ามาใกล้ ๆ อีกทีสิ”

“ทำไมอีก”

“เหอะน่า” แม้จะไม่แน่ใจว่าจะโดนขโมยหอมแก้มอีกรึเปล่า แต่เค้าก็ยังยื่นหน้าไปหาผู้ป่วยแต่โดยดี

“หลับตาด้วยฮะ”

“ทำไมล่ะ”

“หลับสิ ทีมูริยังหลับตาเลยเห็นมั้ย”

“นายเนี๊ยะนะ อ่ะ หลับก็หลับ” คนสวยหลับตาลงอย่างว่าง่ายแล้ว จอนจินนอนจ้องใบหน้าที่ระเรื่อแดงของคนตรงหน้าอยู่ซักพัก ก่อนจะปล่อยมือที่กุมมือของอีกคนเลื่อนมาจับใบหน้าให้หันมาทางเค้าพร้อมทั้งประกบปากลงไปยังริมฝีปากอีกคนอย่างแผ่วเบา ดวงตาที่พริ้มหลับเมื่อครู่ลืมตาโพรงขึ้นมาทันที แต่ก็ไม่ได้หันหนีรสจูบนั้นไปไหน เพียงครู่ ก่อนจะผละริมฝีปากออก

“คราวนี้รู้สึกอะไรมั่ง”

“อืม! ก็จั๊กกะจี้ดีอ่ะ”

“ผมหมายถึงรู้สึกอะไรกับผมบ้างต่างหาก พี่อย่านอกเรื่องสิ”

“ไม่แน่ใจอ่ะ ...” เฮซองยังบอกปัดไปปัดมา แต่ไม่ใช่เพราะเค้าไม่แน่ใจอะไรหรอก มันเป็นเพราะเค้าเขินมากที่จะพูดมันออกมาต่างหาก

“งั้นทำยังงัยผมถึงจะรู้ล่ะ”

“งั้นชั้นจะลองทำแบบเมื่อกี๊ดู คราวนี้ชั้นคงตอบนายได้ว่าชั้นรู้สึกยังงัย” เฮซองพูดจบก็ก้มหน้าของเค้าลงประกบจูบไปยังริมฝีปากแดง ๆ ของจอนจินอีกครั้ง มือของจอนจินที่จับเจ้ามูริน้อย(ตอนนี้มูริหลับไปแล้ว) เค้าปล่อยมันออกและโอบเอาร่างบางของเฮซองไว้จับท้ายทอยให้ใบหน้าของอีกคนแนบชิดตนยิ่งขึ้น ... เหมือนกับเฮซองที่ตอนนี้มือเค้าจับหัวเตียงคนป่วยไว้แน่น ปล่อยอารมณ์ซึมซับกับรสจูบนั้นอย่างเป็นสุข ...


........

หลายอาทิตย์ผ่านไป

“เหนื่อยว่ะ”

“ทีหลังก็ไม่ต้องวิ่งสิ เห็นวิ่งเอาเกือบตายพอหมดคาบแล้วมาบ่นทุกที”

“เออ เรื่องของชั้นน่ะ” เฮซองนั่งลงจับเอาสมุดเรียนมาโบกลมให้ตนเองคลายร้อน

“วันนี้ซ้อมรึเปล่า”

“อืม! ซ้อมสิ ถามทำไมวะ”

“อ้าว ! ก็เห็นช่วงนี้ขลุกอยู่แต่สนามบอล ไม่รู้นิว่าจะซ้อม”

“อะไรของนายวะ จีฮุน”

“เค้าลือกันให้ทั่ว ว่านายกับหมอนั่นน่ะ คบกัน เรื่องจริงป่ะวะ”

“หมอนั่น!!!!!!! ใครพูด”

“เค้าก็พูด ๆ กันทุกคนแหละ แล้วสรุปเรื่องจริงรึเปล่า”

“นายจะบ้าเหรอ เอาอะไรมาพูด”

“ก็เห็นหมอนั่นในห้องซ้อมทุกวัน บางทีก็เห็นนายที่สนามบอล ปกตินอกจากบาส นายไม่เห้นเคยสนใจกีฬาชนิดอื่นนี่หว่า”

“ไม่จริงซักหน่อย ชั้นเป็นผู้ชายนะเว้ย แล้วชั้นจะไปคบกับผู้ชายได้ยังงัย แล้วยิ่งเป็นผู้ชายคนนั้นแล้วด้วย นายจำไม่ได้เหรอ ว่าชั้นน่ะเกลียดหมอนั่นยังกะอะไรดี” เฮซองปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาด้วยเสียงและสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก

“หึ ๆ ก็ถ้านายจะคบกับเค้า แล้วใครมันจะว่าอะไรล่ะวะ ทำไมต้องปฏิเสธ เดี๋ยวนี้ชั้นเห้นนายกับเค้าเข้ากันดีออกนี่ กระหนุกกระหนิงกันยิ่งกว่าอะไร”

“พอ หยุดพูดได้แล้ว ชั้นทำเพราะว่าชั้นมีแผนแหละน่า ... จอนจินเค้าช่วยมูริไว้ไม่ให้โดนรถชนจนขาเค้าต้องเจ็บ ถ้าชั้นไม่ทำดีกับเค้ามันก็ดูใจร้ายไปหน่อยสิ ใช่มั้ย”

“แน่ใจเหรอ”

“แน่ซะยิ่งกว่าแน่ อย่างไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่นน่ะ ชั้นไม่ควงให้เสียศักดิ์ศรีชั้นหรอก เปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้วก็ออกไปสิ ชั้นจะเปลี่ยนมั่ง”

“เออ แล้วเจอกันที่ห้องซ้อม”

“อืม” จีฮุนเดินไปแล้ว แต่เฮซองยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เค้านั่งคิดอะไรกับตัวเองครู่ใหญ่ ก่อนที่ประตูห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าจะถูกเปิดออก พร้อมร่างใครบางคน ยืนมองเค้าด้วยสายตาเจ็บปวด

“จอนจิน!!!!!!!!!!!!!!!!!”

“ที่พี่พูดเมื่อกี๊ มันเรื่องจริงรึเปล่า”

“เรื่องอะไร ชั้นพูดเรื่องอะไรงั้นเหรอ”

“พี่ ... พี่เป็นคนแบบนี้งั้นเหรอ”

“…”

“หึๆ เด็กเมื่อวานซืนงั้นเหรอ”

“นี่ ฟังชั้นก่อนนะ”

“ผมผิดหวังในตัวพี่มาก พี่รู้มั้ย”

“จอนจิน ...”

ไม่ทันที่คำแก้ตัวต่าง ๆ จะหลุดออกจากปาก ร่างของจอนจินก็ผลักประตูออกไป..แววตาเจ็บปวด ผิดหวัง และแข็งกร้าวคู่นั้น ทิ้งความรู้สึกบางอย่างไว้ให้เฮซอง หัวใจเค้าแทบจะหลุดลอยตามร่างสูงออกไปจากห้อง ..

….ทำไมนายต้องมาอยู่ในนี้ ในเวลาแบบนี้ด้วยนะจอนจิน ...










เป็นการแต่งฟิกที่ทรมาณมากที่สุดเท่าที่เคยแต่งมา ตัน ตื๊บ และรีบมาก

เฮ้อ! ...ค่อยแก้ตัวพาร์ท 2 นะฮะ ...

ปูลู ใครที่เคยรีเควสอะไรไว้ ขอปัดไปเป็นฟิกยาวละกันนะฮะ ฟิกสั้นมันใส่ไปไม่ลงจริง ๆ ง่ะ ขอโทษด้วยน๊า...



Create Date : 28 ธันวาคม 2551
Last Update : 30 ธันวาคม 2551 20:42:02 น. 21 comments
Counter : 1359 Pageviews.

 
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก จองพื้นที่ไว้ก่อนแล้วค่อยเมนท์อีกทีได้มะ เหอๆๆ

แบบว่าขอไปนอนคิดตามให้จำขึ้นใจแล้วค่อยมาเมนท์อีกที


โดย: Tom & Jinny วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:22:48:43 น.  

 
ออมม่านะออมม่า ทำลูกนกเสียใจอีกแล้ววว ประจำเลย --"

มูริท่าทางจะน่ารักเนอะ เหอๆๆ ฮาอ่ะ เสียงแม่นกสงสัยจะ R&B มากปายหนอย มูริเลยชอบลูกนกมากกว่าแม่นกซะ ลูกนกก็เท่ห์ชะมัด เป็นฮีโร่ช่วยชีวิตมูริจนเข่าเจ็บอ่ะ (อยากเป็นมูริมั่ง อยู่ท่ามกลางแม่นกและลูกนก เหอๆๆ อันนี้เพ้อแระ^O^)

ชอบฉากสวีีทในโรงพยาบาลจัง แหว๋วววมั่กๆๆ แต่มัยมีฉากหวีดๆ นิดเดียวเอง คนอ่านขอร้องเพิ่มอ่ะ เหอๆๆๆ

จะมารออ่านตอน 2 ต่อนะจ๊ะ ฟิคจะยาวสัก 5 ตอน 10 ตอน พี่ก็ชอบอยู่แล้วววค้า ^^

ปล. น้องพุด Fighting!!



โดย: kayzila IP: 124.120.156.37 วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:23:06:07 น.  

 
ฟิคคู่แม่ลูกมาแว้ว อิอิ

ซองอ่ะ ปากไม่ตรงกับใจอีกล่ะ

ทำลูกนกเจ็บปวดไม่ดีนะฮะ

แม้แต่ในฟิค เพ่ M ก็หัวการค้าเหมือนเดิม

ไม่รีเควสฮ่ะพุด แต่จะรอพาร์ท2 อย่างใจจดใจจ่อ


โดย: piyawan IP: 118.172.251.222 วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:23:29:23 น.  

 
ก่อนอื่นขอดีใจก่อนนะ เปน....จินซองจิงๆด้วย แต้งกิ้วนะค๊าาาา


“ก็จอนจินมันอยู่โรงบาลนี่ ตอนใส่ชุดคนป่วย พวกเด็ก ๆ ผู้หญิงคงชอบ” /// ม่ายช่ายแต่เด็กๆ พี่ก้อชอบนิ หุหุ

มันล้อกันกะริคดี้ชิมิ นักกีฬาโรงเรียน กะนักร้อง งั้นฉากในห้องเก็บของ และดาดฟ้าตึกวิทย์ ก้อ...หุหุ จิ้นซะแล้น...


พี่อ่านไปยิ้มไป แอบขำด้วย แต่ตอนจบจะเศร้ากระชากแบบของริคดี้ป่าวเนี่ย สงสัยพี่ต้องกินยากันโรคหัวใจไว้ก่องและ ขนาดริคดี้ยังบีบหัวใจเลย ถ้าเปนแม่ลูก...หัวใจพี่จะอ่อนแอกว่าปกติ..


พี่ชอบอีกแล้วน้องพุด ส่วนตัวพี่ชอบภาษา การดำเนินเรื่อง (ในแบบช็อตฟิก) เล่าเหตุการณ์ที่แม่ลูกพบปะ ผูกพันกัน ให้คนอ่านคล้อยตามได้ ไม่ข้ามๆ และพี่ก้อชอบมุขที่สอดแทรกด้วย จะรอตอนต่อไปนะ (ยังไม่จบกะได้นะ)

ปล. น้องพุดขอปัดเอารีเควสไปไว้ฟิกยาว แปลว่าจะมีฟิกยาวแม่ลูกอีกชิมิ หุหุ พูดแล้วห้ามคืนคำนะ พี่จะรอน๊าาาาาา




โดย: ไอ้หนูลูกพ่อ IP: 58.8.248.207 วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:23:33:56 น.  

 
โอ้ววววววว ช็อตฟิคเรื่องใหม่...

น้องมูริน่ารักอ่ะ ท่าทางจะชอบพี่ลูกนกมากกว่าออมม่าด้วยนะเนี่ย แต่สงสัยจิฟังออมม่าครวญเพลงมากไปหน่อย เลยดิ้นใหญ่เลย 555
อ่านแล้วอยากเลี้ยงหมาแบบน้องมูริซักตัว

ส่วนพี่หอยก้อเท่ห์อ่ะ เปนนักกีฬา รักสัตว์ มีแฟนคลับเปนของตัวเองซะด้วย แถมเปนฮีโร่ช่วยลูกสาวของออมม่าจนขาหักอีก เท่ห์เจงๆ
(ว่าแต่ห้องเปลี่ยนเสื้ออยู่ที่ไหนหว่า ห้องริมสุดด้วยใช่มะ เด๋วจะได้ไปตามเปิดดู เผื่อจะเจอพี่หอยกะลังเปลี่ยนเสื้อมั่ง 555 (ไม่ค่อยหื่นเรยยย -*-))

ฉากที่ห้องพยาบาลก้อน่ารักอ่ะ อ่านแล้วเขิลลลลลลลลลลลลลลลลลลลล

แต่ทำไมพี่ซาร่าปากไม่ตรงกับใจเลยอ่ะ -*- ชอบก้อบอกว่าชอบไปจิ
ถึงออมม่าจะพูดไปเพราะอาย ไม่ได้คิดอย่างนั้นจิงๆ แต่พี่หอยไม่รุว่าออมม่าเขินเลยโกหกนี่นา แถมมาได้ยินพอดีอีก น่าสงสารพี่หอยจิงๆ TT TT

ออมม่ารีบไปง้อพี่หอยเด๋วนี้เลยน้าาาาาาาาาาาาา


ปล.เค้าแอบอิจฉาน้องมูรินี่ผิดมั๊ยอ่ะ เหอๆๆ


โดย: Bowiie IP: 58.64.85.51 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:0:02:16 น.  

 
ในที่สุดฟิคแม่ลูกที่รอคอยก็มาแร้ววววววว

อ่านไปอมยิ้มไป ได้ฟิลล์อ่านการ์ตูนญี่ปุ่นกุ๊กกิ๊กสมัยก่อนเลยอ่ะค่ะ พ่อแง่แม่งอนสุดๆ จินก็แอบชอบซองเลยมาตามตื้อ ซองก็ออกแนวขี้งอนเลยต้องให้จินมาง้อนิดๆ โอ้ยยยยยยยน่ารักกกกก

ยิ่งช็อตในห้องที่โรงพยาบาล อ่านแล้วเขิลแทนซองจริงๆเลยอ่ะ อ่านไปยิ้มไป

เรื่องนี้จินก็แบบเท่มากกกค่ะเป็นทั้งนักกีฬา แถมมีสาวๆมากรี๊ดดดจนแม่นกแอบหมั่นไส้ น่ารักกกกกก ยิ่งฉากช่วยมูริแบบนึกภาพออกเลยอ่ะ โอ้ยยยยยเท่

แต่ตอนท้ายพี่พุดทำใจแป้วเลย สงสารจินเข้าใจไรผิด ซองก็อย่าปากแข็งนักเลย สงสารรรรรรจินอ่า เรื่องที่แร้วซองงอนจิน เรื่องนี้จินเลยเอาคืนให้ซองไปง้อ

แต่โดยรวมแล้วอิจฉาน้องมูริจัง ยิ่งฉากที่ “อย่าเรียกมันว่าหมานะ มันเป็นลูกสาวชั้น” อ๊ายยยยยคิดหน้าซองออกเลยว่าจะต้องน่ารักมากกกกกกก

อยากเป็นน้องมูริได้นอนแนบอกทั้งจินทั้งซอง

พี่พุดสู้ๆนะค่ะ รอ part 2 อยู่ค่ะ จะแต่งเพิ่มจาก 2 เป็นสิบก็ได้นะค่ะ ชอบบบบบบ (พี่พุดบอกเหนื่อยเฟร้ย) เป็นกำลังใจให้ค้า


โดย: Best IP: 124.120.147.161 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:0:59:16 น.  

 


ฟิคอันนี้น่ารักมากเลย

จินซอง กุ๊กกู๊

อยากเกิดเป็นซองงงงง

จะได้โดนจินหลอกหอม 5555

ตุ้งกิ้วพี่พุด

เอาหลายๆตอนจบเลยนะ น่ารักมากๆๆเลยอันนี้



โดย: double J IP: 202.176.100.53 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:11:49:33 น.  

 
อ้ากกกกกกกกก
>w<
น่ารักจังเลยพี่พุดดดดด
อ่านแล้วหน้าแดงอ่า หน้าแดงจริงๆนะเนี่ยยยยยย
หวานแหววมากเลย จินซองน่ารักที่สู้ดดด!!!

ขำป๋าอ่านการ์ตูน ขำลุงแอบกินราเมง 555
แต่ฮาสุดก็

“เฮ้อ!!! เซ็งโว้ยยยยยยยยยยยย”

“เป็นไร” เพื่อนที่นั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ เริ่มรำคาญ

“เป็นนักร้องรูปหล่อ”

อันนี้แบบ ฮาก๊ากมาก 555

สรุปว่าช่วงกุ๊กกิ๊กเนี่ย น่ารักทำเอาใจเต้นเลยละพี่พุด
แต่สงสารจินง่า...จะเป็นเยี่ยงไรต่อไป T^T
สู้ๆค่าพี่พุด ^^


โดย: da friday child วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:13:18:45 น.  

 
อีกแล้ว ซองปากจะใจไม่ตรงกัน แอบฝืนหัวใจตัวเองอีกแล้ว ทำให้จินเข้าใจผิดอีก
แต่จินนี่ก็ตื๊อสุดๆเลย เจ้าเล่ห์ด้วยแอบหอมเค้า แต่ออมม่าก็เปรี้ยวนะฮะ จูบจินก่อนทีนึง อิอิ

น้องมูริ นี่ท่าทางคงเบื่อออมม่าตัวเองมากเลย ก็เค้าเป็นสาวชิมิฮะ เจอจินนี่หล่อขั้นเทพ แทบลืมออมม่าตัวเองเลย

น่ารักดีค่าเวอร์ชั่นจินซอง พระเอกจอมตื๊อ นางเอกก็ช่างวีน หวานแหววเช่นเคย เป็นกำลังใจให้นะค้า


โดย: โบ_andyholic IP: 115.67.129.184 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:17:48:29 น.  

 
มาทำให้เปลืองพื้นที่คอมเมนท์อีกรอบ มะรู้ทำไมไม่เมนท์ซะตั้งแต่มะคืนว๊า .. เหอๆๆรู้แระ จะรอลอกเมนท์ของคนอื่นนินา

superstar ดาวดังของโรงเรียน เหมือนที่เค้าว่าเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ชิมิ เว้นแต่จะเปนเสือเคะกะเสือเมะถึงจะอยู่ด้วยกันได้เปนอย่างดี

เด็กนักเรียนเดินกันเกลื่อนจากหน้าประตูโรงเรียนทำไมมันไม่เลือกถามทาง ทำไมต้องวิ่งถามคนที่ไม่ได้ยินเสียงลมเสียงฟ้าด้วยเนี่ย เหอๆๆ คิดไรอยู่ในใจชิมิ ทำเปนต้องจำเพาะวิ่งถามนักร้องดังซะด้วยแต่มุขถามแล้วสร้างความเจ็บตัวเนี่ย อย่าใช้บ่อยนะเฟ้ยพี่ซองจะน่วมซะก่อนได้มาวิ่งเล่นในหัวใจแล้วทรงผมอ่ะเปนที่หวงแหนสุดๆ ไปทำหัวเค้าเสียทรงเนี่ยระวังนะเฟ้ย


Love me love my dog มันเปนงี้เองเหรอ เหอๆๆ มูริน้อยปริศนาสื่อรักแท้ๆเลย แอบสงสัยว่าใครน๊าเปนเจ้าของมูริตัวจริง ใครหว่าที่พามาหย่อนไว้หน้าบ้านเนี่ย ถ้าไม่ใช่ ... ใช่มะ อุตส่าห์เสี่ยงตายเพื่อมูริ ถือว่าคุ้มค่าชิงๆ แต่อย่าเสี่ยงบ่อยน๊า กลัวจะถูกสิบล้อเสยไปกินจิงๆเลยอ่ะ



คนเราขนาดขาเดี้ยง นอนตะแหง้วๆอยู่โรงบาล ยังไม่วายจะหื่นเลย เหอๆๆ ดีๆตรูชอบแม้มีแค่เล็กน้อยก็ดีกว่าไม่มี ฮ่าๆๆมูริเนี่ย เปนข้ออ้างของทั้งคู่เลยนะ คิดถึงอยากมาเยี่ยมก้อ้างมูริ อยากลวนลามก็อ้างมูริอีก เหอๆ


ว่าแต่ทำไมจินถึงชอบไปซ่อนอยู่ในห้องเปลี่ยนเสื้ออ่ะ เหอๆๆแบบว่าที่อื่นไม่มีอยู่เหรอ ถึงได้เข้าไปอยู่ในห้องนั้นน่ะ แต่ตอนสุดท้ายเนี่ย ไม่น่าเข้าไปแอบฟังอยู่เลยชิงๆ หวีดๆกันอยู่ดีๆก็ต้องวืดซะงั้น

ตอนนี้น่ารักดี เนื้อหาใสๆเบาๆ ไม่หนักเกินไป อ่านแล้วยิ้มอ่ะ อ่านไปก็นึกถึงหน้าจินเวลามันเดินมันพูด ทำหน้าแอ๊บแบ๊วไร้เดียงสา ใสซื่อบื้อเล็กๆ เหอๆ ส่วนซองก็นะ ตอนนี้เหมือนเปนตัวเดินเรื่องที่น่ารักน่าหยิกดีอ่ะ

จริงๆและอยากเมนท์ต่ออีกหน่อย แต่ถูกล่อด้วยส้มตำ ซกเล็ก มิได้เหนแก่กินน๊า แต่เหนแก่พุงน้อยๆค่อยๆโต แล้วค่อยมาเมนท์ให้อีกทีตอนจบน๊า

ปล.ถ้าคนแต่งทำให้แม่ลุกเจ็บปวด คนแต่งจะโดนมิช่ายน้อย เหอๆๆ

ไปแระส้มตำรออยู่


โดย: Tom & Jinny วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:18:33:11 น.  

 
OMG!!!! Jin-Syung กรี๊สสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส์


พี่พุดข๋า จินซอง อิอิ หนูบ้าไปแล้ว ฮาฮาฮาๆๆๆ แหมๆๆเจ็บปวดนะค่ะเจ็บปวด ซองกิทำจินนี่เจ็บปวดเลยทีเดียว อิอิ แหมๆๆปากไม่ตรงกะใจเลยนะค่ะออมม่านักร้องดัง


แล้วก็คุณนายมูริด้วยย หมาน้อย เป็นแม่สื่อแม่ชักนะค่ะ ถ้าเป็นจริงๆคงต้องคิดอีกที ฮาฮาฮ่าๆๆๆ แต่เรื่องของเรื่องความสงสัยหนูพรุ่งปรี๊ดดดกะหมาน้อยตัวนี้จริงๆๆ miss muri มันเป็นท็อปซีเคล็ดหรือหนูไม่รู้เองก็ไม่รู้นะค่ะ ได้ข่าวว่ามันนอกเรื่องไปเยอะแยะมากมาย ขอโทษคร๊าบบบ....


แหมๆๆ แอบหวานด้วยนะค่ะ ออมม่าตกหลุดจินนี่เนี่ย อันนี้รู้เขาหลอก... ก็เต็มใจหลอก... หรือเปล่าค่ะ อิอิ ชอบค่ะชอบบ ชอบมั๊กมากกกก อิอิ กางเต้นท์นอนรออ่านต่อเลยนะค่ะ ขอบคุณนะค่ะที่แต่งให้อ่าน ขอบคุณจริงๆนะค่ะ พี่พุดสุดยอดมากกกก สู้ๆนะค่ะพี่ fighting!!!!


โดย: praery_za IP: 58.10.170.121 วันที่: 29 ธันวาคม 2551 เวลา:21:15:41 น.  

 
เนื้อเรื่องน่ารักดี ลูกแง่แม่งอนกันเลยทีเดียว อ่านไปก็ลุ้นไปเล็กน้อย
แต่พุดดิ้ง แต่งยังไงเนี่ย อ่านแล้วพี่ยังชอบพี่เอ็มอยู่เลย พี่เอ็มเป็นตัวหลักของเรื่องชิมิเนี่ย หรือ หนูมูริกันแน่
นอกเรื่องมากมาย รอตอนต่อไปดีกว่าจ้ะ


โดย: พี่อัน IP: 118.172.94.185 วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:0:02:52 น.  

 
อู๊ย...น้องมูริแฮ่ดได้ใจเจ๊เจงๆ เข้าใจเลือกคนซบอกนะค๊า (เออ..เหมือนจะออกแนวอิจฉาหมาซะงั้น)

ซองทำร้ายจิตใจแฟนเค้า...ฟิคเรื่องหน้า...เจอกันนะซอง หึหึ

เหอๆๆ อ่านช็อตฟิคของน้องพุดแระไอเดียบรรเจิดอีกแระ (ที่บ้านเรียกว่าลอก) หลังปีใหม่...จะไปปั่นมั่งเหมือนกันหล่ะ


Happy new year นะจ๊ะ

รอตอนหน้าด้วยใจจดจ่อ ~~


โดย: พี่จิ๋วจิน IP: 202.28.21.4 วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:9:19:26 น.  

 
ขอปันใจให้กับตัวละครพิเศษเจ้ามูริหน่อนะคะ แอบหลงรักตั้งแต่เห็นครั้งแรก

ชอบบทพ่อแง่แม่งอนอย่างนี้มากเลยค่ะ แต่ซองปากไม่ตรงกับใจ ทำเอาจินเสียใจเลย

ขอบคุณพี่พุดค่ะ


โดย: carina_jeab IP: 58.9.79.121 วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:21:06:51 น.  

 

กำ เปลี่ยนแบล๊คการวหรอ

นึกว่าอัพฟิค 555555




โดย: จ๊อย IP: 117.47.26.46 วันที่: 30 ธันวาคม 2551 เวลา:22:20:07 น.  

 
เข้ามากี่ทีๆก็ไม่เคยผิดหวังกะฟิคพี่พุดเลยอ่ะค่ะ ชอบๆๆ เรื่องนี้น่ารักใสๆดีค่ะ
แต่ว่าออมม่าใจร้ายอีกแล้วน๊า ทำไมเป็นพวกปากไม่ตรงกะใจแบบนี้นะ หยั่งงี้ต้องให้ลูกนกแกล้งงอนซะให้เข็ดเลย

ปล.มีลุงโผล่มานิ๊ดนุงตอนปิดประตูรั้วด้วยอ่ะค่ะ อิอิ (นึกภาพออกเลยว่าลุงจะทำกะเพื่อนยังไง คริๆๆๆๆ อ้าวนี่ฟิคจินซองนี่นา พูดถึงลุงเฉยซะงั้น ^^)

ปล.อีกทีรอพาร์ทหน้านะคะว่าออมม่าจะง้อลูกชายยังไง ตอนนี้แว๊บไปก่อนดีกว่าค่ะ หนังสือรออยู่ T_T


โดย: keiropi IP: 119.42.82.191 วันที่: 31 ธันวาคม 2551 เวลา:0:37:58 น.  

 
รอพาร์ท 2 อย่างจดจ่อ !!!


โดย: พี่ตาล IP: 124.121.109.7 วันที่: 31 ธันวาคม 2551 เวลา:11:08:51 น.  

 
กี๊ดดดด...หายเฮดไปตจว.3-4 วัน มีฟิคคลอดอีกเรื่องแระ น้องพุดเก่งจัง

อ่านตั้งแต่เย็น แต่เพิ่งมีเวลามาเม้นท์ - -" แม่ลูกมุ้งมิ้งน่ารักอีกแล้ว

แต่...ทะมายเมียพี่มันใจร้ายเยี่ยงนั้นล่ะฮะน้องพุด....ทำร้ายจิตใจหอยทำไม

กว่าจะลากกันบนดาดฟ้าตึกวิทย์ฯ ได้นี่ก็ต้องผ่านมรสุมชีวิตมาพอสมควรแหล่ะเนอะ

หวังว่าเรื่องรักของคนทั้งคู่จะจบแบบ Happy Ending นะจ๊ะ

Happy New Year 2009 น้องพุดและทุก ๆ คนที่เข้ามาอ่านฟิคนะจ๊ะ


โดย: ekada IP: 124.120.189.108 วันที่: 1 มกราคม 2552 เวลา:23:33:04 น.  

 
จินนี่ กับ ซองกี้ น่ารักมากๆ

ผลัดกันหอม ผลัดกันจุ๊บ..........
เวลาเค้าจะถามความรู้สึกกันนี่ ต้องมีการสัมผัส.....ก่อนเนอะ...เหอๆๆๆ

แม่นกทำให้ลูกนกเข้าใจผิดด...งั้นคงต้องมีการปรับความเข้าใจกัน...(รอฉากนี่อยู่..อิอิอิ)

ต้องติดตามตอนต่อไป..............

เป็นกำลังใจให้น้องพุดด....สู้สู้


โดย: Pekkiokung IP: 58.8.86.138 วันที่: 4 มกราคม 2552 เวลา:8:53:53 น.  

 
ไปอ่านตอนจบมาแล้วค่อยมาเม้นท์ ตอน 1 กร๊ากกกกก

จริงๆ อ่านตั้งหลายวันแล่ว แต่พออ่านที่น้องพุดบอกตอนท้ายว่ารู้สึกว่าเขียนไม่ดี พี่เลยมรึน ไปไม่เป็นเลย รายว๊า เขียนดีจะตาย น่ารักกุ๊กกิ๊ก ชอบมากจนติดอันดับต้นๆ ในใจพี่เลย ขอ-บอก

ที่ชอบมาก อาจเป็นเพราะบุคลิก ซอง กะ จิน ค่อนข้างคล้ายกับตัวจริงมั้ง เลยอินมากๆ เหอๆ
ซองเป็นนักร้องเสียงดี และเป็นคนที่ขี้หงุดหงิด ขี้โวยวาย ได้น่ารักที่สุดในโลก จินเป็นนักกีฬา หันซ้ายก็หล่อ หันขวาก็เท่ กรี๊ดดดดดด คู่สร้างคู่สมแท้ๆเลยอิคู่นี้

ชอบฉากบนเตียงโรงพยาบาลมากกก เป็นฉากที่ติดอันดับต้นๆ ในใจพี่(อีกแระ) โรแมนติกสุดๆ น้องมูริต้องแอบเผยอตามองด้วยแหง๋เลยๆ (คิดแล้วก็อยากเป็นม๋าขึ้นมากะทันหัน กร๊ากกกก)


สรุปว่าชอบบบบบบ และรักคนเขียนด้วย ได้ยินม๊ายยยยยย


โดย: duckie IP: 124.121.19.165 วันที่: 4 มกราคม 2552 เวลา:21:42:36 น.  

 
เศร้าเกินไปแย้วววววว


โดย: g IP: 125.24.124.210 วันที่: 14 มกราคม 2552 เวลา:17:31:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.