I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
27 สิงหาคม 2551
 
All Blogs
 
Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2) #10





Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2)



…10...... มันคืออะไร??? รักงัย.. ไม่เห็นต้องเดา. ...


เป็นเช้าที่อากาศสดใสอีกวัน สายลมหอบเอาแดดอุ่นๆ มาเคาะหน้าต่างห้องนอนปลุกคนที่กำลังงัวเงียได้ที่ให้รู้สึกตัวตื่น มือใหญ่ปัดป่ายไปตามที่นอนนุ่มข้างตัว เมื่อพบเพียงความว่างเปล่า คิ้วเข้มพาลขมวดกันยุ่งด้วยความสงสัย ทั้ง ๆ ที่ตายังไม่ลืมเต็มที่ด้วยซ้ำ จอนจินดันตัวลุกขึ้นนั่ง ขยี้ตาแรง ๆ พลางหันมองรอบ ๆ ห้อง เมื่อไม่เห็นแม้เงาของใครอีกคน เค้าจึงเริ่มเดินสำรวจไปทั่ว

ขายาว ๆ พาตัวเองเดินมาจนถึงชั้นล่าง ถ้าไม่ผิดจากที่คิด เฮซองคงต้องอยู่ในครัวแน่นอน

..และก็จริงดังคาด ร่างโปร่งที่ตามหายังคงอยู่ในชุดนอน ยืนหันหลังหยิบจับโน่นนี่ลงกระทะอย่างคล่องแคล่ว จอนจินย่องเงียบกริบไม่ให้อีกคนรู้สึกตัว ก่อนจะสวมกอดร่างนั้นทางด้านหลังไว้หลวม ๆ ซบหน้าลงยังกลุ่มผมหนานุ่ม ทำเอาคนที่ไม่ทันระวังตัวต้องสะดุ้ง

“ ตื่นไม่บอกกันเลยนะฮะ” เค้าแสร้งกระซิบเบา ๆ ให้ปากตัวเองเคลียกับใบหูของอีกคนไปด้วย

“จอนจิน ปล่อยก่อน ชั้นทำอะไรอยู่ไม่เห็นเหรอ”

“หอมจัง”

“เอาด้วยมั้ย จะได้ทำเผื่อ”

“เปล่า ไม่ใช่ไข่ดาวหรอก ออมม่าต่างหาก หอมจัง” พูดพร้อมทั้งฝังจมูกตัวเองลงไปตรงไหล่บาง ๆ

“นี่!! แอนดี้ยังไม่ไปนะ ทำอะไรระวังหน่อย และก็ไปนั่งนู้นก่อนได้มั้ย ชั้นไม่ถนัด”

“ก็ได้ฮะ” รับคำอย่างว่าง่าย แต่ไม่วายเอี้ยวตัวไปหอมแก้มแดงระเรื่อ ๆ นั่นอีกที ก่อนเดินมานั่งจุ้มปุ้กลงตรงโต๊ะอาหาร เฮซองได้แต่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ ไม่ใช่ไม่ชอบหรอก แต่มันเขิลจนทำอะไรไม่ถูกแล้วต่างหาก

“เอาอาหารเช้ามั้ย หรือว่ากาแฟ”

“กาแฟอย่างเดียวพอและฮะ เดี๋ยวผมจัดการเอง”

…
..
.
“พี่ซองกี้...”
แอนดี้เดินเปิดปากหาวหวอดมาแต่ไกล แต่เมื่อดวงตาปรือ ๆ สะดุดเข้ากับใครบางคนที่กำลังนั่งเท้าคางมองดูพี่ชายตัวเองทำอาหารเท่านั้นแหละ แทบหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

“พี่จิน มาทำมัยแต่เช้าฮะ ”

“อรุณสวัสดิ์ แอนดี้ ว่างัยเรา หน้าง่วงมาเชียว เป็นเด็กเป็นเล็กหัดกลับบ้านดึกดื่นนะ” แอนดี้เดินมานั่งลงตรงข้ามจอนจิน สีหน้าเหมือนคนนอนไม่เต็มอิ่ม

“ก็กอริลลาอารมณ์ไม่คงที่คนนั้นแหละพี่จิน เดี๋ยวจะไปโน่น เดี๋ยวก็จะไปนี่ ตะเวนจนทั่วโซลและ บอกให้กลับบ้านก็ไม่กลับ เฮ้อ!! ทำตัวเหมือนเด็กมีปัญหา..

…เย้ยยยย!!! แต่..เดี๋ยวนะ พี่รู้ได้งัยอ่ะ ว่าผมกลับดึก หรือว่าเมื่อคืนนี้ พี่นอนที่นี่งั้นเหรอ”

“อืม ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นชั้นจะอยู่ในชุดนอนออมม่าเหรอ นายนี่ถามแปลก”

“งั้น....แปลว่า คืนดีกะพี่ซองกี้แล้วสิ” แอนดี้ยื่นหน้าข้ามโต๊ะไปกระซิบถามจอนจินเบา ๆ ไม่ให้พ่อครัวได้ยิน

“อืม ก็ใช่ ดีกันแล้ว” อีกคนตอบด้วยสีหน้าร่าเริงสุดชีวิต

“โห ดีจังเลยฮะ ยินดีด้วย คราวนี้ผมจะได้ไม่ต้องคอยรองรับอารมณ์ของคุณชายหลายฤดูซะที”

“นายว่างัยนะ แอนดี้ พูดใหม่ซิ” เฮซองยืนมองดูทั้งคู่ซุบซิบกันอยู่ซักพัก ก่อนจะจับช้อนชงกาแฟอันเล็ก โขกไปบนหัวแอนดี้ให้ทีนึง

“โอ้ย! เจ็บนะพี่”

“นี่ อาหารเช้ารีบจัดการให้เสร็จเหอะ กิน ๆ เข้าไป จะได้เงียบ ๆ นายก็อีกคนจอนจิน ป่านนี้แล้วจะไม่ไปทำงานรึงัย” ว่าแล้วก็เดินไปหยิบถ้วยกาแฟของตัวเองออกไปจิบนอกระเบียงซะงั้น

ลับร่างของเฮซองแล้ว แอนดี้ก็ได้โอกาสยื่นหน้าไปถามจอนจินใหม่อีกที

“พี่จินทำงัยอ่ะ พี่เค้าถึงใจอ่อนได้”

“ก็ไม่ทำงัยหรอก ก็เหมือนที่นายเคยบอก ตื้อนิดตื้อหน่อยเค้าก็โอแล้ว”

“โห! จริงดิ เก่งจริง ๆ เลยอ่ะพี่ เห็นมะ ผมบอกแล้วว่าพี่เค้าน่ะ ใจอ่อน” แล้วแอนดี้ก็ก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารตรงหน้าตัวเองอย่างมีความสุข โดยไม่คิดเอะใจอะไรอีก

“แล้วนี่ไปงัยอ่ะ แท็กซี่เหรอ”

“อ๋อ! เดี๋ยวพี่ริคมารับน่ะ”

“เหรอ” จอนจินเดินไปเทกาแฟในเครื่องชงให้กับตัวเองพลางลอบชะเง้อมองไปยังอีกคนนอกระเบียงบ้านที่กำลังนั่งจิบกาแฟก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์โดยไม่สนใจอะไร

“วันนี้พี่ไม่ไปทำงานเหรอฮะพี่จิน”

“ไม่รู้สิ อาจไปสาย ๆ”

“อะไรอ่ะ เพิ่งทำงานได้วันเดียวก็เกเรซะและ พวกผู้บริหารระดับบิ๊ก ๆ นี่เป็นงี้กันทุกคนป่ะ ดูพี่ซองกี้สิ ผมไม่ยักกะเคยเห็น พี่เค้าใส่ชุดนอนนั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์สบายใจเอาตอน 8 โมงกว่าซักที ปกติมีแต่รีบยิก ๆ

“นายน่ะรีบ ๆ กินไปเหอะ เดี๋ยวพี่ริคมารับก็ไม่ทันพอดี”


RRRRRRRRRRRRRRRRRRRR ….

“อ๊ากกกกกก แค่พูดถึงพี่ริคก็มาเลยอ่ะพี่ โห! มะคืนก็นอนดึกนะ ตี 3 ยังโทรหาผมอยู่เลย ทำมัยตื่นเช้างี้อ่ะ โธ่!”

แอนดี้จิ้ม ๆ ๆ ใส้กรอกและไข่ดาวอีกคำใหญ่ใส่ปาก ตามด้วยนมอีกอึก ก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยความรีบร้อน

“ไปนะพี่จิน ขืนช้าเดี๋ยวกอลลิล่าหงุดหงิด แล้วเจอกันฮะ….. พี่ซองกี้ผมไปนะฮะ..” ประโยคหลังหันไปตะโกนให้คนนอกระเบียงรับรู้

จอนจินมองตามแอนดี้จนกระทั่งอีกคนวิ่งออกประตูบ้าน น่าแปลก จากความรู้สึกชอบในครั้งก่อนๆ แต่ตอนนี้มันกลับกลายเป็นความรู้สึกเอ็นดูซะอย่างนั้น จอนจินเผลอยิ้มให้กับความคิดตัวเองขึ้นมาอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะสะบัดมันออก ลุกขึ้นเดินไปสมทบกับคนอีกคนด้านนอก

“อากาศดีนะฮะวันนี้” เค้าเดินมานั่งลงตรงเก้าอี้อีกตัวข้าง ๆ กัน แต่เฮซองยังคงก้มหน้าสนใจกับหนังสือพิมพ์ฉบับตรงหน้าต่อไป

“อืม”

“นี่! สนใจผมหน่อยสิ”

“ทำมัยเล่า ก็พูดไปสิ ฟังอยู่”

“ไม่ไปทำงานเหรอฮะ”

“เดี๋ยวไป แล้วนายล่ะ”

“อยากอยู่บ้านน่ะ อยู่บ้านกันนะวันนี้ นะฮะ ออมม่า”

“ทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโตไปได้ ยิ่งนายเรียกชั้นว่าออมม่านายก็ยิ่งเหมือนเป็นลูกชายชั้นเข้าไปทุกทีแล้ว รู้มั้ย”

“แล้วจะให้ผมเรียกว่าอะไรล่ะ ก็มันชินนี่น่า ผมว่ามันน่ารักดี แถมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอีกต่างหาก ออมม่า.. ออมม่า” พูดพลางทำหน้าทะเล้นใส่อีกคนด้วย

“งั้นก็อยู่บ้านไปคนเดียวละกัน ชั้นต้องไปทำงาน” เฮซองวางหนังสือพิมพ์ในมือลง ก่อนลุกขึ้นยืน

“ไปไหนเหรอ”

“ก็อาบน้ำไปทำงานน่ะสิ ชั้นไม่ได้เกเรเหมือนนายนี่” ว่าแล้วก็ทำท่าเดินลากรองเท้าแตะเข้าบ้าน แต่มีเหรอที่อีกคนจะปล่อยให้เหยื่อลอยนวลไปง่าย ๆ เค้าคว้าข้อมือของคนที่กำลังจะเดินผ่านไป ฉุดให้ร่างทั้งร่างเซลงมาบนตักตัวเองพอดิบพอดี พร้อมกระชับวงแขนโอบรอบเอวบางนั้นไว้แน่น

“ถ้าผมปล่อยออมม่าไปง่าย ๆ ก็อย่ามาเรียกผมว่าจอนจิน”

“นี่ ระเบียงบ้านเลยนะ ประเจิดประเจ้อไปมั้ย” เฮซองหันมาทำหน้าดุใส่

“ไม่หรอกฮะ ระเบียงบ้านคนอื่นที่ไหน บ้านเราเองแท้ ๆ หรือว่าต้องในครัว ถึงจะไม่บ่น หืม”

“ปล่อยเหอะ จอนจิน..” คราวนี้สีหน้าเฮซองเปลี่ยนไปจนจอนจินเริ่มงง นี่เค้าเผลอไปทำอะไรให้ไม่พอใจรึเปล่า

“พี่โกรธไรผมป่ะเนี๊ยะ ทำมัยถึงทำหน้าเครียด ๆ ผมทำอะไรผิดหรือเปล่า”

“ก็เปล่าหรอก” เฮซองยังนั่งนิ่ง ๆ ในอ้อมกอดของจอนจินอยู่อย่างนั้น

“แน่ใจนะฮะ ว่าไม่”

“อืม แน่ใจสิ ปล่อยได้ยัง”

“งั้นถ้าไม่โกรธ จุ๊บผมทีก่อน เป็นการยืนยัน”

“บ้า!! ฟันแปรงรึยังไม่รู้ ไม่เอาด้วยหรอก”

“งั้นเดี๋ยวเราก็ไปอาบน้ำ แปรงฟันด้วยกันซะเลยดีมั้ย จะได้ไม่ต้องเสียเวลา สายแล้วด้วยอ่ะ นะฮะ”

“เฮ้ย! ไม่นะ ปล่อย นายจะทำอะไรอ่ะจอนจิน” จอนจินอุ้มร่างบางไว้ในมือก่อนลุกขึ้นเดินเข้าบ้านหน้าตาเฉยซะงั้น

“ผมจะให้ออมม่าอาบน้ำให้งัย อาบ 2 คนจะได้ไม่เหงา”

“ไม่นะ ปล่อยเซ่” เฮซองยังคงดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของจอนจินอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งอีกคนเดินมาหยุดลงตรงเตียงกว้างในห้องนอนของตัวเอง และวางคนในอ้อมกอดลงอย่างทะนุถนอมบนที่นอนนุ่ม

“ไหนว่าจะอาบน้ำงัย”

“แล้วจะอาบทั้งชุดนอนเหรอ ผมจะช่วยถอดชุดออกให้ก่อนงัย” เค้ายิ้มเจ้าเล่ห์อีกแล้ว

“ชั้นถอดเองได้ ไม่ต้องมายุ่งหรอก” ว่าแล้วก็ก้มหน้าก้มตา ค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อตัวเองช้า ๆ ทำเอาคนมองต้องกลั้นหัวเราะด้วยความชอบใจ

“ออมม่า ถอดแบบนั้นชาตินี้จะได้อาบมั้ยอ่ะ เอางี้ดีกว่า ..ผมให้โอกาสออมม่าเลือก ว่าจะในห้องน้ำ หรือบนเตียงนี่”

“อะไรบนเตียง อะไรห้องน้ำ นายจะบ้าไปใหญ่แล้ว”

“นับถึง 3 ถ้าไม่เลือกผมเลือกเองน๊า ...แล้วจะเสียใจภายหลัง”

“1 ~~~

2 ~~~~ …

“เดี๋ยว ๆ ๆ ๆ ! …..

….นี่ชั้นต้องเลือกจริง ๆ ใช่มั้ย” จอนจินพยักหน้าเบา ๆ แววตาจริงจังจนอีกคนรู้สึกได้ว่ามันไม่ใช่เรื่องที่พูดเล่นแน่ ๆ

“งั้น บนเตียงนี่ก็ได้” เฮซองจำใจเอ่ยเสียงอ่อยๆ ออกมา ไม่เต็มปากนัก พลางหลบสายตาคู่นั้นที่มองมาเหมือนจะโลมเลียเอาทุกส่วนของตัวเองให้ละลายไปได้ในพริบตายังงัยยังงั้น

จอนจินคลานเข้าไปใกล้อีกคน ร่างหนาคล่อมร่างบางไว้ด้านล่าง มือแกร่งไล้ไปตามปากสวยได้รูปของอีกฝ่ายอย่างเบามือ ดวงตาเป็นประกายมองลึกไปในตาคู่นั้นอย่างมีความหมายสื่อแทนคำพูดมากมายหมื่นพัน

“รู้มั้ย ว่าผมดีใจแค่ไหน ที่ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ พี่แบบนี้อีกครั้ง.....ขอบคุณพี่ให้โอกาสผม”

“นายลืมไปแล้วเหรอจอนจิน ชั้นเป็นคนแอบรักนายก่อนนะ”

“งั้นก็ต้องขอบคุณพี่ ที่พี่รักผม….ผมจะไม่ทำให้พี่เสียใจ ผมสัญญา”

ความกลัว ที่จู่ ๆ ก็แล่นขึ้นมาจับใจเมื่อครู่ก่อนหน้า ความไม่แน่ใจอะไรบางอย่างในความสำพันธ์ครั้งนี้ แต่เพียงแค่คำพูดที่ออกมาจากปากไม่กี่คำ กลับสร้างพลังให้ความสับสนและความกลัวเหล่านั้นพ่ายแพ้ลงได้ อย่างไม่น่าเชื่อจริง ๆ

“ผมรักพี่นะฮะ ออมม่าของผม” เสียงเบาติดทุ้มนั้น เหมือนสายฝนเม็ดเล็ก ๆ ที่หล่นมาสัมผัสลงบนหัวใจสร้างความชุ่มชื่นขึ้นได้อย่างประหลาด

“ชั้นก็รักนาย ลูกเป็ดขี้เหล่ของชั้น” เฮซองยิ้มหวานใส่ดวงตาของอีกฝ่ายไม่แพ้กัน แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่แสดงอาการฮึดฮัดขึ้นมา ทำเอาเค้าต้องอมยิ้ม

“โอเค ลูกนกก็ได้ ลูกนกผู้น่ารัก พอใจมั้ย” ทั้งคู่สบตากันชั่วครู่ ก่อนเฮซองจะโอบสองแขนรอบคออีกคนไว้ ออกแรงโน้มให้ริมฝีปากทั้งคู่เข้ามาใกล้ และแตะกันเบา ๆ บรรจงจูบอย่างอ่อนหวาน ครั้งแล้ว ครั้งเล่าอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย

ชุดนอนที่ยังอยู่ในสภาพเรียบร้อยเมื่อครู่ บัดนี้ถูกถอดออกไปกองอยู่ปลายเตียงเมื่อไหร่ตัวเองยังแทบไม่รู้สึกตัว อาจเพราะรสจูบที่เริ่มหนักหน่วงรุนแรงขึ้น พาให้ใจหลุดลอยเคลิ้มไปกับห้วงแห่งความสุขที่อีกคนเริ่มเป็นฝ่ายนำพาก็เป็นได้ ..

แสงแดดยามสายที่ไม่ได้เชื้อเชิญ สาดส่องเข้ามากระทบกับผนังห้อง ช่วยขับให้สีผิวขาวของเฮซองผุดผ่องยิ่งขึ้นจนจอนจินเริ่มอดใจอยากลิ้มชิมรสนั้นไม่ไหว เค้าผละริมฝีปากของตัวเองออกจากกลีบปากบาง ลากลิ้นชื้น ๆ ของตัวเองเลื่อยลงต่ำมายังลำคอขาว ถึงไหล่บาง และต่ำลง ๆ จนคนใต้ร่างเริ่มหอบหายใจถี่รัว ทุกสัมผัสล้วนแล้วแต่เร่าร้อน และอ่อนโยนไปพร้อม ๆ กัน ...



..ฟ้าหลังฝนอย่างที่ใคร ๆ ว่า มันเป็นแบบนี้หรือเปล่านะ มันจะหวานเหมือนรสจูบรสนี้ มันจะอบอุ่นเท่ากับร่างกายของคนที่โอบกอดเค้าอยู่มั้ย หรือมันจะนุ่มนวลเหมือนสัมผัสทุกสัมผัสที่เค้าได้รับหรือเปล่า เฮซองเอง ก็ไม่แน่ใจนัก แต่ช่างเถอะ ตอนนี้เค้ารู้แต่เพียงว่า เค้ามีความสุขมากที่สุดในโลก ก็เพียงพอแล้ว
.....


ขาสั้น ๆ ที่เดินฝ่าฝูงชนอย่างรีบร้อน เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นมาเต็มหน้าผาก ไม่รู้เกิดจากอากาศหรือความกังวลใจกันแน่

“มีอานะมีอา นัดที่ไหนไม่นัด ทำมัยต้องนัดร้านนี้ด้วยว้า”

เค้าบ่นกับตัวเองด้วยประโยคนี้มาไม่ต่ำกว่า 10 รอบ ทันทีที่ถึงที่หมาย หันซ้ายหันขวาอย่างคนมีพิรุธก่อนจะผลักประตูเข้าไป

“ขออย่าให้หมอนึกอยากทานมื้อเที่ยงเอาตอนนี้เรยน๊า”

“อุปป้า ทางนี้ค่ะ” สาวสวยร่างบางโบกมือเรียกให้มินอูหันไปมอง สองเท้าก้าวไปยังที่หมายรวดเร็ว แต่ยังไม่วายมองชำเลืองมองซ้ายมองขวาสำรวจอะไรบางอย่างแทบตลอดเวลา

“ทำมัยต้องนัดที่นี่ด้วยล่ะมีอา อุปป้าว่ามันไกลจากที่ทำงานออก”

“ก็ชั้นได้ยินมาว่า อุปป้าน่ะ ชอบมาทานอาหารแถวนี้บ่อย ก็เลยลองดูว่าที่นี่มีอะไรดีนักหนาน่ะสิ” สาวสวยพูดพลางทำหน้าทำตาไม่พอใจไปด้วย

“ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่ต้องมาธุระแถวนี้บ่อยก็เท่านั้นแหละ ว่าแต่มีอะไรเหรอถึงโทรชวนอุปป้ามาเนี๊ยะ ”

“เรียกมาทานข้าวเดี๋ยวนี้ต้องมีอะไรด้วยงั้นเหรอค่ะ”

“ก็เปล่าหรอก พอดีช่วงนี้ไม่ค่อยว่างน่ะเดี๋ยวบ่ายมีประชุมอีก”

“ลืมแล้วเหรอคะ อุปป้าติดเลี้ยงไอติมชั้นและก็เลี้ยงหนังอีกรอบด้วย”

“จำได้สิจ๊ะ ทำมัยจะจำไม่ได้ ….ว่าแต่จะทานอะไรสั่งสิ เอาเลย ส่วนหนังน่ะ ขอเป็นวันหลังนะจ๊ะ คนดี..”
...
..
.
อาหารน่าตาน่าทานหลายอย่างถูกลำเลียงมาวางไว้ตรงหน้าคนทั้งคู่ แต่ดูเหมือนมินอูเพียงแค่รีบกลืน ๆ ให้มันพล่องไปเร็ว ๆ ยังงั้นแหละ ต่างจากอีกคน ที่เอาแต่คุ้ยฟุ้งเรื่องโน้นเรื่องนี้ไม่ขาดปากซักที

“อุปป้ารีบไปไหนคะ” หญิงสาวท้วงขึ้น เมื่อเห็นอีกคนเรียกพนักงานมาคิดเงิน

“เดี๋ยวบ่ายโมงอุปป้ามีประชุมงัย ก็บอกไปแล้วนี่น่า ไปเหอะ” มินอูลุกขึ้นเมื่อจัดแจงค่าใช้จ่ายเสร็จ พลางดึงข้อมือคนที่นั่งทำหน้าบูดไม่พอใจฉุดให้เดินตามมา


“หวัดดีครับ มินอู” เสียงคุ้นๆ ดังขึ้นข้าง ๆ ตัว ทำเอามินอูไม่อยากจะหันหน้าไปมองเลยจริงๆ และก็จริงดังคาด บุคคลที่ตามปกติเค้าต้องการจะเห็นหน้าแทบตลอดเวลา แต่แล้วทำมัยต้องเป็นตอนที่เค้าไม่พร้อมจะพบหน้าด้วยน๊า ..

“เอ่อ หวัดดีครับหมอ มาทานมื้อเที่ยงเหรอครับ จะบ่ายแล้วน๊า” มินอูยิ้มเจื่อน ๆ ให้

“พอดีผมเพิ่งว่างน่ะครับ”

“ใครเหรอคะ อุปป้า หล่อจัง” เสียงมีอาดังขัดขึ้นมาทำให้ดงวานต้องหันไปมอง ใช่สิ มินอูไม่ได้มาคนเดียวนี่น่า

“ลืมไปเลย มีอา นี่คุณหมอชื่อดงวาน”

“หมอครับ นี่มีอาครับ เธอเป็น.. เป็น..น้องสาวผมเอง”

“ชั้นไปเป็นน้องสาวพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอ .. ชิ ...ชั้นเป็นแฟนพี่มินอูน่ะคะ ว่าแต่ว่าหมอชื่อดงวานเหรอคะ คุ้นๆ นะ ชื่อนี้เหมือนเคยได้ยิน”

“เอ่อ หมอมาทานคนเดียวเหรอครับ เมื่อกี๊ผมก็ว่าจะโทรชวนอยู่แล้ว กลัวหมอยุ่ง ๆ อยู่”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” ดงวานพูดด้วยสีหน้าเรียบ ๆ จนคนฟังเองชักหวั่น ๆ ใจ

“อุปป้าไหนว่ารีบไง ไปเถอะค่ะ” มีอาดึงมือมินอูให้เดินออกไปพร้อมกัน

“หมอครับ แล้วผมจะโทรมาหานะครับ”

ดงวานมองตามร่างของคนทั้งคู่จนลับสายตา เค้าเริ่มมีความรู้สึกประหลาด ๆ บางอย่างจนต้องสะลัดมันออกไปจากหัว ก่อนจะเดินไปหาโต๊ะนั่งเงียบ ๆ


...

การประชุมวางแผนงานระดับใหญ่เพื่อเปิดตลาดมือถือยี่ห้อใหม่ล่าสุด ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ก็นับว่าสร้างความตรึงเครียดพอดู และหลังจบการประชุม ทุกคนต่างแยกย้ายเดินออกจากห้อง มีเพียงคน 2 คนที่ยังนั่งนิ่งอยู่กับที่ คนแรก เหมือนยังคงจมอยู่ในความคิดของตัวเอง ส่วนอีกคนก็จ้องหน้าสังเกตอาการเพื่อนอย่างคนสงสัยใคร่รู้

“นี่ ไอ่มิน งานที่เสนอก็ดีนี่หว่า แล้วนายจะมานั่งทำหน้าเซ็งโลกไปทำมัยวะ มีอะไรรึเปล่า”

“เปล่า” มินอูตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก

“เออ ตอบง่ายดีวุ้ย” เอริคลุกจากเก้าอี้เดินมายืนกอดอกมองหน้าเพื่อน

“ถ้ามีอะไรบอกกันได้นะเว้ย” คนฟังถอนหายใจยาว ๆ พลางเงยหน้ามามองเพื่อนช้า ๆ

“นายคิดว่าชั้นเหมือนนายเหรอ เรื่องของชั้นชั้นจัดการเองได้น่า ไม่ต้องห่วงหรอก”

“อ่าว ไอ่บ้านี่ คนมันเป็นห่วง อยากช่วย ดันมาพูดกวนโมโหอีก”

“เออ รู้ รู้ว่าห่วง ขอบใจ.. แต่มันไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องเข้าใจผิดนิด ๆ หน่อย ๆ ชั้นจัดการได้จริงๆ”

“เออ ไม่มีก็ไม่มีดิวะ เห็นทำหน้าเหมือนหมาป่วย ก็นึกว่าเป็นไรมากสิ”

“ซดเหล้ากันดีกว่ามะ วันนี้”

“เฮ้ย!! รอค่ำ ๆ ดิวะ ฟ้ายังไม่มืดเลย”

“อืม งั้นชั้นไปธุระเดี๋ยว แล้วเจอกันที่เดิมนะ”

“เออ ๆ ส่งแอนดี้กลับบ้านแล้วจะตามไป”

“เออ แล้วเจอกัน” มินอูพยักหน้าให้เอริคก่อนจะเปิดประตูออกไป

“มันเป็นบ้าไรของมันวะ” เอริคได้แต่ส่ายหน้าอย่างงง ๆ

ว่าแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ยกมือสองข้างของตัวเองขึ้นบีบขมับไล่ความตึงเครียด.. การประชุมผ่านไปตั้งหลายชั่วโมง ชักเริ่มคิดถึงอีกคนที่อยู่ในห้องทำงานแล้วสิ มุมปากกระตุกยิ้มอ่อนโยนทันทีที่ใบหน้าของคน ๆ นั้น ลอยเข้ามาในห้องแห่งความคิด..


...


บ้านหลังใหญ่ที่เคยมีสองชีวิตพี่น้อง ตอนนี้กลับต้องต้อนรับแขกประจำแทบทุกวันซะแล้ว จอนจินมาอาศัยข้าวเย็นที่นี่แทบทุกมื้อ แถมยังมีเอริคเป็นแบล็คกราว พาแอนดี้ไปดินเนอร์นอกบ้าน ถือเป็นการเปิดโอกาสให้ทั้งเฮซองและจอนจินได้มีเวลาร่วมกันสองคน อย่างไร้กังวล

และวันนี้ก็เช่นกัน

“น้องยังไม่มาเหรอฮะ ออมม่า”

จอนจินหิ้วถุงอาหารต่าง ๆ นานาที่หอบมาวางลงบนโต๊ะ ก่อนหันไปกอดเฮซองที่กำลังยืนสำรวจของในตู้เย็นอยู่

“ยังหรอก เห็นว่าจะทานข้าวข้างนอกน่ะ โห! ซื้ออะไรมาตั้งเยอะแยะ”

“ไม่อยากให้ออมม่าเหนื่อยน่ะ ทำงานก็เหนื่อยทีและ”

“ก็ดี ชั้นจะได้ไม่ต้องทำ แล้วนี่จะกอดอีกนานมั้ยเนี๊ยะ” ตอนนี้จอนจินเกาะติดหลังเฮซองเหมือนลูกลิงเกาะแม่ลิงยังงัยยังงั้น จนอีกคนนึกรำคาญ ทำอะไรก็ไม่ถนัด

“ แหม ห่างกันทั้งวัน คิดถึงมั่งไม่ได้เหรอ”

“เหงื่อท่วมตัวอยู่นี่ ยังจะกอดลงอีกเหรอ ถามจริง”

“เหงื่อออมม่าน่ะ หอมเซ็กซี่จะตายไปฮะ .. ว่าแต่ว่า.. วันนี้ผมนอนนี่นะ”

“นอนนี่บ่อย ๆ พี่ชายนายไม่เป็นห่วงเหรอ”

“โธ่ ก็ผมนอนไม่หลับนี่น่า ถ้าไม่ได้กอดออมม่าน่ะ” พูดพลางทำเสียงเง้างอดไปด้วย คนฟังได้แต่สายหน้า มือก็จัดการกับถุงอาหารที่วางบนโต๊ะนั่นไปด้วย

“อีกอย่าง พอแอนดี้กลับดึกน่ะ ออมม่าก็ต้องอยู่คนเดียว น่ากลัวออกนะ กลัวผีไม่ใช่เหรอ”

“ชั้นก็ต้องฝึกไว้ อีกหน่อยแอนดี้ไปเรียนต่อชั้นก็ต้องอยู่คนเดียวอยู่ดีนั่นแหละ”

“น้องจะไปเรียนต่องั้นเหรอ ไม่ยักรู้”

“อืม เค้าวางโครงการไว้นานแล้วล่ะ เพิ่งบินไปดูที่เรียนมาเมื่อไม่กี่เดือนนี้เอง”

“ทำมัยไม่ให้น้องเรียนต่อที่นี่ล่ะฮะ ออมม่าจะได้ไม่ต้องอยู่คนเดียวด้วย อีกอย่าง ตอนนี้น้องอาจไม่อยากไปแล้วก็ได้”

“มันเป็นความต้องการของเค้าเองนะ ทำมัยนายถึงคิดว่าแอนดี้ไม่อยากไปล่ะ”

“ก็ไม่มีอะไรหรอกฮะ แค่ไม่เคยเห็นเค้าพูดถึง ก็เลยเดา ๆ ดู”

สีหน้าจอนจินออกแวววิตกกังวลนิดหน่อย เอริคจะรู้เรื่องนี้รึยังน๊า ช่วงนี้ดู ๆ ไป พี่ชายเค้าติดแอนดี้ยิ่งกว่าอะไรซะอีก

“หิวรึเปล่าเนี๊ยะ เดี๋ยวชั้นจะรีบอาบน้ำก่อน”

“ออ! ไม่ฮะ แต่อยากอาบด้วยเหมือนกัน”

“พอ ๆ หื่นจริง ๆ”

“เอ่อ ! ออมม่าฮะ สมมุตว่าแอนดี้ต้องไปเรียนต่อจริงๆ ออมม่าจะอยู่คนเดียวได้งั้นเหรอ ไม่คิดถึงน้องเหรอ”

“ก็คงคิดถึง แต่มันเป็นอนาคตเค้านะ ถ้าเค้าอยากไป ชั้นก็ห้ามเค้าไม่ได้หรอก นายกังวลอะไรเหรอ”

“ก็ผมกลัวออมม่าเหงา แต่ถ้าน้องต้องไปจริง ๆ ผมเสียสละตัวเองมาอยู่เป็นเพื่อนก็ได้นะ ดีมะ”

เฮซองเพียงแค่ยิ้มแล้วดินขึ้นห้องไป

ส่วนอีกคน ก็กลับเข้าสูภวังค์ของตัวเอง
จากคำบอกเล่าของมินอู ช่วงเวลาที่ผ่านมา ช่วงที่ตัวเองมัวเอาแต่เที่ยวเตร่ ปล่อยพี่ชายให้รับผิดชอบภาระต่าง ๆ อยู่คนเดียวนั้น ทั้งปัญหาที่ไม่ค่อยลงรอยกับพ่อ ทั้งปัญหาที่ทำงาน มันทำให้เอริคกลายเป็นคน ๆ ใหม่ ที่ดูจะไร้หัวจิตหัวใจไปเลย แต่มาตอนนี้ เอริคกลับยิ้มง่ายขึ้น ดูสดใสกว่าเดิมขึ้น แต่ถ้าแอนดี้ต้องไม่อยู่นาน ๆ แบบนี้ มันจะเป็นงัยบ้างก็ไม่รู้ ...


….


“โห หนวกหูจะแย่ อ่ะพี่ริค”

“บอกแล้วว่าอย่ามา ไม่เชื่อนี่”

เอริคที่กำลังเดินจูงมือแอนดี้เดินเข้ามาในสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยแสง สี และเสียงเพลงหนัก ๆ บัดนี้กลางฟอล์วัยรุ่นน้อยใหญ่มากมายต่างขยับโยกร่างกายอย่างสนุกสนานสุดเหวี่ยง

จะว่าไป ไม่ใช่ว่าแอนดี้ไม่เคยรู้จัก หรือไม่เคยมาเที่ยว แต่เค้าไม่ค่อยจะชอบอะไรแบบนี้เท่าไหร่ พาลเดินบ่นมาตั้งแต่ประตูจนถึงที่นั่งซึ่งมีใครคนนึงนั่งดื่มรออยู่แล้ว

“ก็ผมอยากเปิดหูเปิดตามั่งนี่ฮะ ทำมัยเหรอ พี่ริคอยากมาคนเดียว จะได้โฉบสาวสวยได้ซักคนงั้นสิ”

“แน่ะ ทำมัย หึงเหรอ”

“ชิ ใครไปหึงพี่กันล่ะ เชิญตามสบายเลย”

“อ่าว แอนดี้มาด้วยเหรอ ไหนว่าจะไปส่งก่อน” มินอูเงยหน้าแดง ๆ ของเค้าขึ้นมาทักทายอีก 2 คนที่ยังคงยืนเถียงกันไม่เลิก

“ก็เค้าอยากมาน่ะ มาแล้วก็บ่นตั้งกะเหยียบประตู” เอริคทำเป็นไม่สนใจสีหน้าไม่พอใจของแอนดี้ หันไปลอบยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเห็นหน้าตางอน ๆ นั้น

“ นั่งก่อนสิ แอนดี้เอาไรอ่ะ ดื่มได้มั้ย” มินอูถามขึ้น

“พี่มินอูเห็นผมเป็นไรเนี๊ย ได้สิฮะ”

“นายดื่มมากไม่ดีนะแอนดี้รู้มั้ย เอาค็อกเทลอ่อน ๆ และกัน หรือน้ำส้มคั้น”

“ดูถูกจริงๆ ผมคอแข็งนะ ไม่รู้เหรอ”

ยิ่งดึก ยิ่งครึกครื้น แอนดี้เมื่อได้ค็อกเทลเข้าปากไปแก้วสองแก้ว ก็เริ่มสนุกขึ้นมาบ้าง เค้าโยกไปมาตามจังหวะดนตรี ตาก็คอยชะเง้อมองโน่นนี่ตามประสา แต่ใต้โต๊ะน่ะ มีขาของเอริคเกี่ยวพันกันไว้แน่นเชียว

“พี่ฮะ สาว ๆ โต๊ะโน้นมองพี่ใหญ่เลย ยังกะจะกินเข้าไปงั้นแหละ”

“ทำมัย นายอยากให้ชั้นเดินเข้าไปจีบเค้างั้นเหรอ แอนดี้”

“เปล่านี่”

“ถ้าเปล่าก็นั่งเฉยๆ และก็ไม่ต้องส่งยิ้มไปให้เค้าด้วยล่ะ” เอริคหันมาทำหน้าดุอีกแล้ว

“มินอู เป็นงัยวะ เหล้าเข้าปากแล้วเงียบเชียว”

“เปล่า คิดอะไรเล่น ๆ เพลิน ๆ น่ะ”


“เครียดเหรอ ออกไปดิ้นดิ ปกตินายชอบเต้นนี่น่า เวลาเครียด ๆ เต้นแล้วจะได้หาย ไปสิ เพลงกะลังมันส์”

“อืม นั่นดิเนอะ ไปมั้ยแอนดี้”

“ไม่อ่ะ ผมไม่ชอบ เชิญพี่เหอะฮะ พาพี่ริคไปด้วยดิ ผมอยากรู้ว่ากอลลิร่าเวลาอยู่กลางฟอลล์เค้าเต้นท่าไหนกัน”

“แอนดี้ เอาอีกแล้วนะ วันนี้นายเป็นอะไรอ่ะ ปากดีจริงๆ ระวังเหอะ ปากดี ๆ อย่างนี้ เดี๋ยวก็เจอดีหรอก”

แอนดี้มีอันต้องปิดปากฉับ เห็นสายตาหื่น ๆ ที่ส่งมาให้แล้วพาลเสียวสันหลัง

....

..
.
คนสองคนที่นั่งจิบเครื่องดื่มสบายอารมณ์ ดวงตาก็เหม่อมองไปกลางฟรอเต้นรำมองเพื่อนตัวเอง จนไม่ทันได้สังเกตอะไรรอบตัว

“อ้าว แอนดี้”

เสียงหนึ่งทักขึ้น ทำเอาแอนดี้กับเอริคที่กำลังมองมินอูแด้นกระจายต้องหันกลับมามอง

“อ้าว พี่หมอ ไม่ได้เจอกันนานเลย หวัดดีฮะ” แอนดี้ลุกขึ้นยืนโค้งให้นิดหน่อย

“หวัดดีครับคุณเอริค ไม่ยักรู้ว่าคุณก็มาเที่ยวแบบนี้ด้วย”

“ออ ไม่บ่อยหรอกครับ นานๆ ครั้ง”

“พี่หมอมาคนเดียวเหรอฮะ นั่งด้วยกันสิ”

“เปล่าหรอก เพื่อนมันนัดที่นี่น่ะ พี่ไม่ค่อยชอบหรอก ปวดหัว กำลังจะกลับแล้ว แล้วนายล่ะ เฮซองไม่ได้มาด้วยเหรอ”

“ออ เปล่าหรอกฮะ มากะพี่ริค กะพี่มิน”

แอนดี้ชี้ไปกลางฟอร์ ที่ตอนนี้มีบุรุษผู้หนึ่งเต้นแร้งเต้นกาโดยไม่สนใจอะไร แถมยังมีผู้หญิงอีกคนเข้ามาเต้นคู่กัน เหมือนฟอร์ทั้งฟอร์ต้องหลีกทางให้ทั้งคู่ยังงัยอย่างงั้น เพราะนอกจากจะมันส์ตามเพลง ท่าเต้นนั้นดูจะร้อนแรงมากอีกด้วย

เอริคหน้าเจื่อนลงนิดหน่อย เมื่อสังเกตสีหน้าหมอที่มองภาพดังกล่าว

“เอ่อ คือว่า หมอครับ นั่งก่อนมั้ย เดี๋ยวผมไปตามไอ่มินมา”

“ไม่ดีกว่าครับ เค้าคงกำลังสนุก ผมกำลังจะกลับพอดี เชิญพวกคุณเถอะครับ” ภาพที่เห็นทำเอาดงวานสะดุ้งนิดหน่อย วันนี้ก็หน้าระรื่นกับผู้หญิง ตกดึกก็ไปรื่นเริงกะใครอีกคน นึกว่าจะซึมเหมือนกัน ที่ไหนได้ สุขสุดเหวี่ยงซะไม่มี ...

“ไว้เจอกันนะแอนดี้ สวัสดีครับคุณเอริค” ดงวานกล่าวลาทั้งคู่ ก่อนหันหลังกลับเดินออกไป

“ปัดโธ่ ! อะไรจะซวยแบบนี้วะ”

“เป็นไรเหรอพี่ริค” แอนดี้งงกับอาการเอริคที่เอาแต่เกาหัวแกรกๆ

“เปล่าหรอก ...

..นายนอนที่คอนโดชั้นนะวันนี้”

“ผมไม่ได้บอกพี่ซองกี้ไว้น่ะสิฮะ”

“ก็โทรไปบอกก็ได้นี่ นะ แอนดี้นะ ตอนนี้กลิ่นตัวนายมีแต่กลิ่นบุหรี่ ไหนจะแอลกอฮอล์เพียบอีก พี่นายต้องไม่พอใจแน่ๆ”

“แต่ไอ่เที่ยวไม่กลับบ้านนี่มันยิ่งกว่านะฮะ ยังงัยผมก็เกรงใจพี่เค้า”
...
.

“อืม ! ก็ได้กลับก็กลับ ..บางทีชั้นคิดว่า ชั้นอาจจะต้องไปเจอพี่ชายนายและบอกเรื่องของเราให้เค้ารับรู้ไว้ ดีมั้ยแอนดี้ เผื่อวันไหนที่นายหายไป เค้าจะได้ไม่ห่วง”

“กลัวว่าเค้าจะห่วงยิ่งกว่าเดิมน่ะสิ ว่าแต่ ..พี่กล้าเหรอฮะ พี่ผมน่ะ ดุนะ”

“ทำงัยได้ รักน้องเค้าแล้วนิ ไม่เข้าถ้ำเสือแล้วจะได้ลูกเสือเหรอ ใช่มั้ย”

“หึ ๆ ก็ได้ฮะ ดีเหมือนกัน ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่กะพี่ซองกี้ ใครจะแน่กว่าใคร”
..
.


“เหนื่อยเป็นบ้าเลยว่ะ” มินอูเดินมานั่งหอบหายใจแรง ๆ เหงื่อเต็มหน้า

“มีข่าวดีกับข่าวร้ายจะบอกนายว่ะ ไอ่มิน”

“ข่าวไรวะ”

“ข่าวดีคือ เมื่อกี๊ชั้นเจอคุณหมอว่ะ”

“หืม! เหรอ ไหนวะ” มินอูหันซ้ายหันขวา ชะเง้อมองไปทั่ว

“ข่าวร้ายคือ เค้าไปแล้ว และที่สำคัญเค้าเห็นตอนนายกะลังเต้นสีกะสาวคนนั้นอย่างมันหยดด้วยน่ะ”

“ห๋า! ว่างัยนะไอ่ริค”

“เวรกรรมอะไรของชั้นเนี๊ยะ”


....


ก๊อก ๆ ๆ

“เชิญครับ”

“หวัดดีครับหมอ” ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร ดงวานก็ก้มหน้าก้มตาทำงานตัวเองเหมือนไม่ใส่ใจคนที่ทำหน้าแป้นแล้นตรงหน้า

“ทำมัยหมอไม่รับโทรศัพท์ผมล่ะ”

“ผมยุ่งน่ะ ว่าแต่มีอะไรรึเปล่า ผมไม่มีเวลามานั่งคุยเล่นด้วยหรอกนะ”

“โธ่ หมอครับ หมอโกรธผมเหรอ มีอาน่ะ เค้าเหมือนน้องสาวผมนะ ผมรู้จักกับเค้ามาตั้งแต่ม.ปลายแล้ว แล้วอีกอย่างเค้าเป็นลูกสาวคนเดียว เค้าก็เลยติดผมเหมือนพี่ชาย ส่วนผู้หญิงที่หมอเห็นเค้าเต้นอยู่กะผมนั่น ผมไม่รู้จักเค้านะครับ ผมก็เต้นอยู่เฉยๆ แล้วเค้าเข้ามาแจมด้วย ก็แค่นั้นแหละ”

“ก็ดีและนี่ แล้วคุณมาบอกผมทำมัยล่ะครับ เรื่องในครอบครัวคุณ ผู้หญิงของคุณไม่ได้อยู่ในขอบเขตที่ผมจะต้องมารับฟังซะหน่อย”

“แน่ะ มองก็รู้ว่าหมอโกรธ ยังจะปากแข็งอีก”

“ผมไม่มีสิทธิ์อะไรไปโกรธคุณหรอกครับ อย่าเข้าใจผิด และตอนนี้ผมก็ยุ่งจริง ๆ คนไข้ผมก็มี รบกวนไว้คุยกันวันหลังดีมั้ย” ดงวานพูดตัดบทไปโดยที่สายตาก็ยังคงก้มอยู่กับโต๊ะ เค้าไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเค้าจะหงุดหงิดอะไร ในเมื่อเค้ากับมินอูเอง ก็ไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย ทุก ๆ ครั้ง ก็มีแค่เพียงการหยอกเย้าธรรมดา ไม่เคยมีอะไรจริงจังซักที แล้วนี่ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เค้าจะหึงเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้นน่ะเหรอ ไม่มีทางเป็นไปได้

“โธ่ หมอคร้าบบบบ อย่าพูดตัดเยื่อใยกันงี้สิ ทำมัยหมอจะไม่มีสิทธิ์ หมอมีสิทธิ์ในตัวผมได้เต็มร้อยเลยนะ ไม่เชื่อเหรอ”

คราวนี้ดงวานเงยหน้านิ่ง ๆ ของเค้ามาสบตาคนตรงหน้า เค้าพยายามปั้นหน้าสุดฤทธิ์ให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ผมก็พูดจริง ๆ ว่าผมยุ่งมาก ๆ และถ้าคุณมินอูจะกรุณา เชิญกลับไปก่อนเถอะครับ”

“หมออ่ะ ผมก็เป็นคนไข้นะ หมอดูผมสิ ปกติที่ไหน” อาการดื้อและตื้อของอีกคน ทำเอาดงวานส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ

“ไหน คุณเป็นอะไร”

“หมอตรวจดูสิ ผมหัวใจกำลังอ่อนแอ เพราะใครบางคนไม่สนใจ และเข้าใจผิดผม”

คราวนี้สีหน้าเรียบเฉยที่ปั้นไว้มาซักพักเริ่มเก็บอาการไม่อยู่ เมื่อมองเห็นสีหน้าออดอ้อนสุดฤทธิ์ของอีกคน

“เอ แต่ผมว่าหมอไม่ต้องตรวจผมหรอก ให้ผมตรวจหมอแทนดีกว่ามั้ย” มินอูลุกจากที่นั่งเดินอ้อมมายังเก้าอี้ตัวที่ดงวานนั่งอยู่ เค้าจับเก้าอี้หมุนให้อีกคนมาเผชิญหน้ากัน พร้อมทั้งนั่งยอง ๆ ลงตรงนั้น

“หมอหน้าแดงอ่ะ สงสัยจะไม่สบาย ใช่มั้ยครับ”

“ผมปกติดีนะ” หมอปฏิเสธงง ๆ มินอูจะมาไม้ไหนอีกเนี๊ยะ

“ไม่จริงหรอก... ไหนผมขอดูหน่อย”

ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปแตะหน้าผากและเลื่อนลงมายังแก้มของคนที่ยังตระหนกตกใจไม่หาย เพราะไม่คิดว่าจะโดนรุกเร็วอย่างนี้

“เอ ไข้ก็ไม่มีนี่หน่า ทำมัยยังหน้าแดง หัวใจล่ะครับ เต้นปกติมั้ย” แล้วก็ยืดตัวใช้หูแนบลงตรงอกด้านซ้ายของดงวานอย่างไม่บอกไม่กล่าว ถ้าไม่ใช่เพราะมือทั้งสองข้างของมินอูที่ยังจับเก้าอี้ตัวเองไว้แน่น สงสัยเค้าคงหงายหลังไปแล้ว

“หัวใจหมอเต้นเร็วมากเลยครับ น่ากลัวอันตรายนะเนี๊ยะ สงสัยต้องผายปอด”

คราวนี้ยิ่งกว่าครั้งไหน มินอูยื่นหน้าขึ้นกดปากตัวเองลงบนปากของดงวานโดยไม่ปล่อยให้คนตรงหน้าได้ตั้งตัวอีกด้วย แม้จะแผ่วเบานัก แต่ก็ชวนเคลิบเคลิ้มได้ไม่ยาก
และอีกเนิ่นนาน กว่าที่จะคืนอิสระให้ได้หายใจทั่วท้อง

มินอูถอนริมฝีปากออก กลับมานั่งลงตรงหน้าอีกคนในท่าเดิม คอยดูปฏิกิริยาหลังจากนี้ ว่าจะได้คำตอบ หรือจะโดนบาทาเบอร์ใหญ่ยันเอา อันนี้ต้องมาลุ้นกันอีกที

ดงวานยังนิ่งเค้ายกมือข้างหนึ่งปิดปากตัวเองไว้ สัมผัสเมื่อครู่ มันอะไรกันเนี๊ยะ .. เค้ามองคนตรงหน้าอย่างสงสัย ระคนเขินอายไปด้วย ตอนแรกแค่หน้าแดง แต่ตอนนี้ช่องท้องกลับวูบวาบขึ้นมาซะเฉย ๆ ปากที่คิดจะด่าว่า กลับอ้าไม่ออกซะงั้น

“ทุกครั้งที่ผมพูด ทุกคำที่ออกจากปากผมไป มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ผมอำหมอนะครับ หมออย่าเข้าใจผิด และวันนี้ หากว่าผมทำอะไรให้หมอไม่สบายใจ ผมอยากให้หมอยกโทษให้ และเราก็มาเริ่มต้นกันใหม่ ผมไม่มีใครจริง ๆ ทุกคนที่ผมเดินด้วย ทุกคนที่ผมคุยด้วย คนเหล่านั้นไม่ได้มีอิทธิพลกับหัวใจผมซักนิด”

….
…
ดงวานยังนิ่ง เพื่อนสองคนนี้เค้าเหมือนกันจริง ๆ นะ เวลาทำอะไรไม่ถูก ก็ชอบนิ่ง เห็นแล้วมันน่าจะกระชากมาจูบปากอีกทีจริงๆ แต่ไม่หรอก มินอูไม่ป่าเถื่อนขนาดนั้น เค้านุ่มนวลกว่านั้นเยอะ (หรือเปล่า)

“หมอบอกได้มั้ย การที่เราอยากเจอใครอยู่บ่อย ๆ อยากได้ยินเสียงเค้าทุกวัน ประหม่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเค้า และมีความสุขที่เห็นเค้ายิ้ม ปวดใจเมื่อเห็นเค้าเศร้า หมอบอกหน่อย ว่าอาการเหล่านี้มันคืออะไร หมอวินิจฉัยได้มั้ย” มินอูเลื่อนมือที่จับเก้าอี้มากุมมือทั้งสองข้างของดงวานไว้ ดวงตาที่แสดงอาการหวั่นไหวนั่น มันพอจะเป็นคำตอบที่เดาออกได้ไม่ยาก

แต่..ขอเพียงซักคำเหอะ ซักคำที่จะหลุดจากปากเพื่อจะยืนยันให้เค้ารับรู้หน่อยว่า อีกคน ก็คิดไม่ต่างกันเลย

“ว่างัยครับ หมอบอกผมได้มั้ย .. ถ้าเพียงแต่หมอไม่ได้คิดเหมือนผม ผมก็จะเดินกลับออกไป และจะไม่กวนใจหมออีก”

“ผม ... ผม ..”

“งั้นผมให้เวลาหมอ หากการกระทำทั้งหมดของผมตรงนี้ทำให้หมอไม่พอใจ หมอต่อยหน้าผมได้เลย .. แต่หากมันตรงข้ามกัน แค่หมอรู้สึกอะไรบ้างเพียงนิด หมอช่วยกระซิบผม .. ให้ผมรู้หน่อย แค่นี้ ได้มั้ย..”

ดงวานนั่งเงียบอีกนาน คิดไปคิดมา การปล่อยหมัดใส่อีกคนตรงหน้าก็ดูน่าเชิญชวนไม่น้อยเลย แต่หัวใจที่ยังสั่น ๆ หวั่นไหวกับสายตาหวานเยิ้มที่มองมา แค่นี้เพียงพอหรือเปล่าที่จะบอกได้ว่า ความจริงแล้ว ตัวเองก็รู้สึกไม่ต่างกัน

ตอนนี้แม้คิดอะไรไม่ออก ไม่พร้อมจะตอบคำถามเท่าไหร่ แต่เค้าเลือกที่จะโน้มหน้าของตัวเองไปกดริมฝีปากลงบนแก้มอีกคนเบา ๆ แทนคำตอบ ก่อนหมุนเก้าอี้กลับมานั่งในท่าเดิมมือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข หยิบโน่นถือนี่ให้มั่วไปหมด

มินอูนั่งมองอาการเขิน ๆ นั้นด้วยรอยยิ้มพึงพอใจ

“เอ เมื่อกี้เค้าเรียกว่าอะไรนะครับ”

“ก็ .. ก็จูบงัย”

“หมายความว่าหมอก็คิดเหมือนกันกับผม ใช่มั้ย”

“นี่! หรือคุณจะให้ผมต่อยหน้าคุณแทนคำตอบดี”

“แหะ ๆ ๆ ไม่ฮะ ผมล้อเล่น แค่นี้ผมก็ดีใจมากแล้ว” มินอูลุกขึ้นกลับมานั่งที่เดิม


“งั้นเย็นนี้ ผมมารับหมอไปทานข้าวเย็นนะครับ โอเคมั้ย”

“หืม เย็นนี้เหรอครับ”

“ไม่ว่างเหรอ”

“เปล่า”

“หมออยากทานอะไรครับ ราเมงอีกมั้ย”

“แต่มินอูไม่ชอบราเมงไม่ใช่เหรอ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ต่อไปผมจะรักราเมงให้เท่าชีวิตผมเลย”





คุยกันเหมือนเดิม

จากที่คิดว่าจะจบในตอน 10 แต่มันจบไม่ลงอ่ะ ขออภัยผู้อ่านทุกคนไว้ ณ ที่นี้ด้วยน๊า ...

ตอนนี้ยาวนานจริง ๆ นั่นแหละ ไม่อยากให้รอกันนาน เลยอาจยังไม่ค่อยสละสลวยเท่าไหร่ อย่างที่บอก คิดไม่ออกอ่ะ สมองมันตัน อาจดูว่าเยอะ ความจริง น้ำล้วน ๆ ..


ยังงัยก็ขอให้อ่านกันอย่างสนุกสนานนะฮะ แต่ถ้าไม่หนุก ก็ไม่รู้จะทำงายอ่ะ เหอ ๆ ๆ ...





Create Date : 27 สิงหาคม 2551
Last Update : 2 ตุลาคม 2551 18:23:45 น. 23 comments
Counter : 563 Pageviews.

 
คราวนี้มาทันเปนที่2 ป่าวอ่ะ เหอๆๆ
อ่านก่อนเด๋วค่อยเม้นน๊า~

ปล.พี่พุดจะด่าป่าวเนี่ย เปลืองเนื้อที่เหลือเกิน


โดย: Bowiie IP: 58.64.83.45 วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:20:31:04 น.  

 
รอบพี่นี้พี่เอ็มชนะเลิศค่ะ สุดยอดมากกกกก หยอดหวานอ่านแล้วเขินแทนมากกกกกก จริงๆนะค่ะพี่พุดข๋า... ไม่รู้ละ รอบนี้เพ่เอ็มได้ที่หนึ่งใจไปครองเรียบร้อยและค่ะ อิอิ


ส่วนคู่แรกของเราก็หื่นใช่ได้นะค่ะจินนี่ แหะๆๆ ตอนแรกก็นึกว่าออมม่าจะไม่ตอบจินนี่ซะและนะค่ะ อิอิ ฮู้ววว์


ส่วนป๋าก็อะนะค่ะ... ระวังนะค่ะ ที่รักในอ้อมก่อนจะหนีไปไกลที่นี้ละค่ะ กิลลิล่ายักษ์จะกลายเป็นลิงน้อยไปไหมค่ะพี่



พี่พุดข๋า อย่ารีบจบเลยค่ะ หนูกำลังมันมากๆๆๆ ชอบมากกๆๆเลยค่ะ ไม่ไหวแล้ว หนูแอบเปิดบล็อกพี่เกือบทุกวันเลยนะค่ะ อิอิอิ รออ่านต่อนะค่ะพี่ พี่พุด อิมเนเซโย.... fighting!!!!


โดย: praery_za IP: 58.10.170.172 วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:21:20:01 น.  

 
โหดีจังเลยวันนี้ได้อ่านทั้งฟิคของพุด และของน้องพลอยที่พุดส่งให้
ขอให้พุดสมองโปร่งนะ จะได้มีแรงเขียนตอนต่อไปนะ
pudding สู้ๆ


โดย: spaghetti IP: 61.90.80.56 วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:21:24:58 น.  

 
กำลังหนุกเลย...

อ้าอยากให้ซองรู้เร็วๆเรื่องของริคดี้อะไรจะเกิดขึ้น

เหอๆ หนุกๆมาต่อเร็วๆนะพี่พุด


โดย: wizze IP: 125.25.13.162 วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:21:31:51 น.  

 
วันนี้มาก่อนพี่ทอมอีกเหรอเนี่ย

จินนี่ แกร..หื่นมาก

พี่เอ็มมมม....ปากว่า มือถึง ใจกล้า หน้าด้าน... ชอบบ........อ่ะ
ไม่คิดเลยว่าพี่เอ็มกะลุงจะได้มีช่วงน่ารัก ๆ อย่างนี้ด้วย..รักราเมงเท่าชีวิต..

แล้วป๋าพัวพันขนาดนี้ ดี้จะได้ไปเรียนเหรอเนี่ย

อย่าเพิ่งจบเลยน้องพุด สนุกดีออก


โดย: พี่อัน IP: 202.91.19.206 วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:21:37:43 น.  

 
วี๊ดวิ้วววว...พี่หมอกะพี่เอ็มสมหวังซะที
พี่เอ็มหวานมากกกก คู่พี่ป๋านุ้งดี้ก้อน่ารักเชียว ส่วนแม่นกกะลูกนกก้อหื่นได้อีก เหอๆๆ ชอบนะนั่นไม่ใช่ไม่ชอบ

พี่พุด ถ้าน้ำสนุกยังงี้ขอน้ำๆ อีกสัก 2-3 ตอนได้มั๊ยอ่ะ 555(พูดเหมือนสั่งก๋วยเตี๋ยวกินเลย)


โดย: Bowiie IP: 58.64.83.45 วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:21:59:57 น.  

 
**แม้ไม่ใช่คนแรกอย่างคนอื่นเค้า แม้จะดูว่างเปล่าในสายตาเทอ ...

แต่ยาวชนะเลิศวะฮะ เหอๆๆ .. let's go to comment >>>


“ถ้าผมปล่อยออมม่าไปง่าย ๆ ก็อย่ามาเรียกผมว่าจอนจิน” // เย้ย!! มันต้องงี้ดิวะฮะหอย แต่จะอะจึ๊กๆๆตรงระเบียงเนี่ยนะ อ๊ากกกก ดีๆๆ อยากดู เย้ย อุจาดนะนั่น


ตรงระเบียงเหมือนออมม่าจะงอล คือ ใจจิงที่ออมม่างอลเพราะอยากจึ๊กตรงระเบียงเหยอ เหอๆ ออมม่านี่คงชอบความมั่นใจและมั่นคง แบบว่ามะคืนหอยมันเมาป่าววะ ไม่เมาเหล้าก็คงเมารัก เลยหน้ามืด พอเช้ามาออมม่าเลยนอย

ผมให้โอกาสออมม่าเลือก ว่าจะในห้องน้ำ หรือบนเตียงนี่” // กร๊ากกกก ตัวเลือกน้อยไปป่าวฮะหอย ยังเหลือห้องรับแขก ห้องเก็บของ โรงจอดรถก็ดีนะฮะ แต่คงต้องลากกันไปไกล กว่าจะถึงหมดรมย์พอดี ฮี่ๆๆ



“งั้นก็ต้องขอบคุณพี่ ที่พี่รักผม….ผมจะไม่ทำให้พี่เสียใจ ผมสัญญา” // ชอบคำสัญญาจากปากคนนี้จังเลยฮะ ลำเอียงไปหน่อยป่าวไม่รู้ อ่านแระเหมือนพูดให้ตัวเองฟัง เหอๆ

อืม!!ฉากเลิฟซีนก็ไม่ได้ด้อยไปนะฮะพุดดี้ มันอธิบายชวนสะหยิวได้ ถึงแม้ไม่ได้หวือหวา แต่จินตนาการไม่เคยปรานีใครฮะ โดยเฉพาะพี่ ฮ่าๆๆ มันเปนบทชวนคิดกันเองอ่ะ ใครคิดได้มากก็หลอนตามได้มาก แบบนี้อ่ะเหมาะกะเยาวชนแบบพี่อีกนั่นแหละ


ส่วนคู่พี่ริคกะน้องดี้ .. คู่นี้มันโรยกลีบกุหลาบอยู่แระ ไม่น่าห่วงมาก แล้วอีกอย่างหอยก็เปนตัวประกันอยู่ด้วย พี่ริครับรองผ่านฉลุย เตรียมยกขันหมากไปขอดี้ได้เลยฮะ แต่ๆๆ รอตอนต่อไปว่าดี้จะไปเพื่ออนาคต รึ จะหยุดเพื่อรักดี ..

ส่วนอีกคู่ เหอๆๆ สงสัยต้องไปคุ๊ยทริบิ้วท์ และรูปประกอบช่วยจิ้นแระมั้ง รึไม่ต้องดี เพราะดูและจากอารมย์รัญจวนจะกลายเปนฮาแตกมากกว่า ฮ่าๆๆ

แหมๆ ลุงก็โรแมนติคเปนนะแก ขำลุงทะมัยเนี่ย ...

ตอนแรกคิดว่าผงเข้าตาตัวเองคงไม่สามารถปัดเองได้แน่ๆ แต่นักวางแผนระดับพี่เอ็มแระไม่ทิ้งลายเลยชิงๆ การแก้ปัญหาและเผชิญหน้ากะความรู้สึกตัวเองของพี่เอ็มนี่น่าจะเอาไปใช้มั่งเนอะ แบบว่าไม่ปล่อยเวลาให้เนิ่นนานโดยเปล่าประโยชน์เลยอ่ะ


รวมๆแล้ว มันไม่เรียกว่าน้ำหรอกฮะพุดดี้ .. อาจจะออกแนวบรรยายความรู้สึกของคู่แม่ลุกต่อเนื่องมาจากค่ำคืนอันเร่าร้อน ถ้าตัดฉับออกไปอาจมีเคืองกันได้ ส่วนคู่ลุงกะเอ็มก็เปนการสร้างความกระจ่างให้แก่ผู้อ่าน จะได้เคลียร์ๆกันไปเลยว่าคู่นี้จะกิ๊กกั๊กกันป่าว รึแค่ผ่านมาประกอบฉากให้แค่ชวนหวิว

เหอๆยาวเหยียดเลยวุ๊ย .. เอาไว้ค่อยนอกรอบอีกทีฮะ


โดย: Tom & Jinny วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:22:57:13 น.  

 
อ่านคู่ลุงหมอกะมินมินแล้วก็เขิลตามอ่ะ แหะๆๆๆ รู้สึกเขิลหยั่งกะอยู่ในเหตุการณ์ด้วยเลย ดีแล้วค่ะ ที่ยังมะจบอ่ะ เพ่เก๋อยากอ่านนานๆ อยู่แล้ว อยากอ่านคู่แม่นกกะลูกนกอ่ะ น่าร๊ากกก มะเห็นน้ำเลย ออกจามีความสนุกให้คนอ่านรอลุ้นอะ

พี่ตามคลิ๊ก Blog น้องพุดทุกวันเลย เพราะอยากอ่านเร็วๆ อ่ะนะ พอเห็นตอน 10 ก็กรี๊ดแระ เหอๆๆ เด๋วจะ Print มาอ่านอีกสักรอบสองรอบก่อนนอนด้วย อิอิอิ

เป็นกำลังใจให้พุดสำหรับตอนต่อไปนะคะ Fighting จ้า !!


โดย: kayzila IP: 124.120.155.95 วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:23:22:59 น.  

 
น้องพุด...ยังจบไม่ได้นะคะกำลังสนุก....
มินมินปากหวานน้า..พูดทีคุณหมอดงวานเคลิ้มเลย..
จินเธอหื่นมากเลย...แม่นกชั้นออกจะบอบบาง...อย่าโลดโผนนักซิ
น้องพุดแต่งให้ถึง 20 ตอนเลยนะ


โดย: piyawan IP: 118.172.244.212 วันที่: 27 สิงหาคม 2551 เวลา:23:27:23 น.  

 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดด
เข้ามาเจอตอนสิบดีใจมากมายยยย

แม่นกกะลูกน่ะอารายกันค่ะ ทำอิชั้นเลือดตกยางออกทุกครั้งที่อ่านเลย ยิ่งเพิ่งดูคลิบที่จินไปเชียร์ซองอยู่ขอบเวทีนั่นด้วย มันโดนใจค่ะ จินช่างน่ารักหาใครเปรียบจริงๆ แล้วยิ่งไอ้ตอนนึกภาพกอดจากด้านหลังเนี่ย เหมือนว่ามากอดกันตรงหน้าเราเลย

มินจ๋าวิธีการของมิน สมกับเป็นมินจริงๆ พูดจริง ทำจริง จูบจริง อร๊ายยยยย แล้วมีซีนราเมงมาตบท้าย กร๊ากกกกกก

ป๋ากะดี้นี่เรารอลุ้นว่าตอนเจอกับซองแล้วจะเป็นไง

พุดจ๋าอย่าเพิ่งรีบจบนะเอายาวๆ วันไหนตันจริงๆก็เอาน้ำๆ (อย่างที่พุดบอก) แบบตอนนี้ก็ได้ ชอบ ชอบ

เป็นกำลังใจให้เน้อออ


โดย: Sassy IP: 125.25.12.194 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:1:00:32 น.  

 
ลุกขึ้นมาเจอฟิคตอนตีห้า...อินี่บร้า

เหอ ๆ สนุกค่อดค่ะพุดดี้ ลากยาวได้อีกค่ะ ขนาดนู๋บอกนี่แค่น้ำ ๆ ยังหนุกขนาดนี้เลย

ตอนนี้คู่แม่ลูกมัน....ได้ใจจิง ๆ แต่....ได้อีกนะพี่ชอบ

ลุ้นให้แม่นกเลือกห้องน้ำแทนห้องนอน...ฮี่ ฮี่

ดูเหมือนซองจะขาดความมั่นใจไปนิดนึง...คงคิดว่าเมื่อคืนจินทำไปเพราะเมา

จินก็ต้องให้ความมั่นใจกะซองนะ รักก็บอกว่ารัก รักมากก็บอกรักมาก

บางทีแค่การกระทำอย่างเดียวมันก็อธิบายอะไรไม่ได้ทั้งหมดหรอก

ตอนนี้เทใจให้คู่พี่เอ็มกะพี่หมอจิง ๆ น่ารักมากอ่ะ ไม่เคยอ่านเรื่องไหนแล้วยิ้มบ้าเหมือนเรื่องนี้เลย

อ่านไปก็เขินไปประหนึ่งตัวเองเป็นตัวนาง ในเรื่องเลย

ส่วนคู่ริคดี้...คู่นี้มันน่ารักอยู่แล้วอ่ะ...รีบ ๆ เข้าไปทำความรู้จักกะผู้ปกครองของสุดที่รัก

เร็ว ๆ นะป๋า...ถ้าน้องดี้ต้องไปไกลตัว พี่ป๋าก็ไปกะน้องดี้เลยสิ วางมือจากงานบ้างก็ได้

ปล่อยให้จินนี่มันดูแลบ้าง...ถึงเวลาต้องเป็นผู้ใหญ่ซะที...แฟนก็มีเป็นตัวเป็นตนแล้วนิ...อะฮี้ว




โดย: ekada IP: 124.120.186.118 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:6:45:46 น.  

 
"คุณชายหลายฤดู" พี่ชอบคำนี้น้องพุด ขอยืมไปใช้หน่อยน่ะ อิ อิ

ไม่ต้องรีบจบน่ะ อ่านได้เรื่อย ๆ ไม่เบื่อ ตามติดทุกสถานการณ์ ทุกวัน ยิ่งกว่า เช็ค mail บริษัทอีก


โดย: พี่นา IP: 203.151.144.4 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:9:40:50 น.  

 
แทงกิ้วพี่พุดสำหรับตอน 10 อย่าเพิ่งจบนะ อยากอ่านอีกนาน ๆ อ่ะ

อ่านไป จิ้นไป แม่นกน่ารักได้อีก
ลูกนกก็อ้อนได้ใจจิง ๆ

มะไหร่ป๋าจะมาเจอซองกี้ละฮะ เค้าอยากให้ป๋ามาขอดี้ไปอยู่ด้วยเลย ดี้ไป จินมา ยื่นหมูยื่นแมว

แต่คู่หลังจิ้นไม่ได้จิง ๆ อ่านแล้วเขิลแทนอ่ะ




โดย: puppi วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:10:35:44 น.  

 
อย่ารีบจบเลยนะน้องพุด ขนาดแค่น้ำๆ ยังทำพี่เครซี่ได้ขนาดนี้ อยากอ่านไปอีกเรื่อยๆ ง่ะ

ใครเป็นเหมือนเค้ามั๊ย...อ่านตอนพี่เอ็มจูบคุณหมอแล้วจั๊กจี้อ่ะ เหมือนโดนลวนลามซะเอง เหอๆๆๆ


สู้ๆ นะฮะน้องพุด



โดย: พี่จิ๋วจิน IP: 58.147.74.4 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:14:59:36 น.  

 
กรี๊ดพี่พุด อ่านไปเขิลไป ซองจินคู่นี้หวานจริง ๆ เลย มินวาน เหอ ๆ คู่นี้ จิ้นไม่ออกจริง ๆ ฮะว่าเวลามินจูบวาน กะวานจูบมินเป็นไง แต่ก็น่ารักดี้ฮะ ปล. คราวน่าขอริคดี้เยอะ ๆ หน่อยได้ไหมฮะ หนู่อยากอ่านริคดี้ (ใครเขาจะตามใจเธอ)


โดย: ket_dd IP: 58.8.115.245 วันที่: 28 สิงหาคม 2551 เวลา:22:18:24 น.  

 
เอ่อ คู่แม่ลูกเนี่ยเค้าจะหวานเยิ้มหยดย้อยไปถึงไหนค้า
รู้มั้ย อีกคู่เค้าอิจฉา นุ้งดี้ก็กะลังจะไปเรียนต่อด้วยหรอคะ เศร้าแน่เลย
อิอิ คู่มินวานมาแล้ว อ่านแล้วเขินค่า ต่างคนต่างล่ำ วานนี่จุ๊บมินมิน อ๊ากกเขิล
ขนาดพี่พุดว่ามีแต่น้ำนะเนี่ย ยังกรี๊ดลั่น
สู้ๆนะค้า แบ๊คกราวน์เริ่ดทุกตอนเลยค่า ชอบๆ


โดย: โบ_andyholic IP: 202.91.19.206 วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:0:11:38 น.  

 
จะสอบแล้วแต่ก็แวะมา blog พี่พุด ว้าวอัพตอนสิบพอดี ไม่รู้ใครเป็นเหมือนกันรึป่าว แต่ฉากหมอกะพี่มินนี่มันชวนให้เขิลลลมากจริงๆค่ะ เอาอีกๆๆๆๆๆชอบให้มีฉากหมอกะพี่มินเยอะๆค่ะ ^^
แต่คราวหน้าขอหมอเล่นตัวนานๆหน่อยได้มั้ยคะ หมั่นไส้คนตัวเล็กที่ชอบหยอดหมอน่ะค่ะ
ปล.ไฟท์ติ้งนะคะพี่พุด แต่งได้อินมากเลยค่ะ เวลาอ่านประหนึ่งว่าตัวเองได้อยู่ในเรื่องด้วยเลย อิอิ


โดย: keiropi IP: 119.42.82.134 วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:1:04:53 น.  

 
แม่นกกับลูกนก..จะหวานกันไปถึงไหนน๊า ลูกนกให้แม่นกเลือกสถานที่เองซะด้วย......

พี่เอ็มแก้ปัญหาตัวเองได้ดีจริงๆ นะ
ไม่ยักรู้ว่าเวลาหัวใจเต้นเร็วนี่ต้องผายปอด...(เจ้าเล่ห์เหลือเกินนะพี่เอ็ม....)

หวังว่าป๋าคงไม่ต้องเสียใจ เพราะน้องดี้ต้องไปเรียนต่อ (เค้าสงสารป๋า อย่าทำให้ป๋าเสียใจเลยนะ....)

เป็นกำลังใจให้น้องพุดแต่งตอนต่อไปนะจ๊ะ


โดย: Pekkiokung IP: 61.90.5.2 วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:20:53:41 น.  

 
จินหื่นมากเลยอ่ะคะ
ป๋ากับดี้ก็กระเง้ากระงอดน่ารัก
ส่วนคู่ลุงกับมิน กรี้ด...ชอบค่ะชอบ น่ารักมากเลยค่ะ

ดีใจที่ยังไม่จบ เจี๊ยบจะได้อ่านฟิคเรื่องนี้ต่อ ^^ ตอนนี้ติดฟิคสุดๆๆ

ขอบคุณค่ะ


โดย: carina_jeab IP: 58.9.88.185 วันที่: 29 สิงหาคม 2551 เวลา:22:21:19 น.  

 
อ้ากกกกกกกกกก
ไม่มีไรมาก...แค่ตอนนี้...
เค้าอยากเป็นดงวานมากมาย
เขิลลลลลลลลล ^^

ป.ล.ดีแล้วล่ะน้องพุด..อย่าเพิ่งรีบจบ..
ริคดี้โมเม้นอ่ะค่ะ...ขออีกนิ๊สสส อิอิ


โดย: andybe IP: 58.9.197.228 วันที่: 30 สิงหาคม 2551 เวลา:0:17:08 น.  

 
ตอนนี้เฮีย M ได้ใจไปเต็มๆเลยคะ
อยากเห็นหน้าตอนลุงเขินจัง
ชอบๆๆๆคู่นี้
มาแบบนิ่งๆหวานๆหยอดๆ
เฮีย M แกหยอดเก่งได้ใจมากกกกกก

สนุกมากๆและสนุกต่อไป
ไม่จบไม่ว่าคะ ยาวได้ อยากอ่านเรื่อยๆ
รอฉากว่าลูกนกจะ...กะแม่นกอีกที่ไหน
555
ยังติดใจห้องครัวอยู่
หื่นจิงๆ
555


โดย: นาค่า IP: 124.120.42.21 วันที่: 31 สิงหาคม 2551 เวลา:10:57:39 น.  

 
“หัวใจหมอเต้นเร็วมากเลยครับ น่ากลัวอันตรายนะเนี๊ยะ สงสัยต้องผายปอด”


55555555555555+


โดย: powwergaru IP: 58.9.44.19 วันที่: 31 สิงหาคม 2551 เวลา:16:05:41 น.  

 
“รู้มั้ย ว่าผมดีใจแค่ไหน ที่ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ๆ พี่แบบนี้อีกครั้ง.....ขอบคุณพี่ให้โอกาสผม”

“นายลืมไปแล้วเหรอจอนจิน ชั้นเป็นคนแอบรักนายก่อนนะ”

“งั้นก็ต้องขอบคุณพี่ ที่พี่รักผม….ผมจะไม่ทำให้พี่เสียใจ ผมสัญญา”
^
^
อ่านแล้วใจอ่อนยวบเรยอ่ะ ชอบมากกกก

แล้วก็ แหม่ๆๆๆ ตกลงใครเป็นหมอกันแน่ หมอตัวจริงโดนหมอตัวปลอมตรวจร่างกายแถมผายปอดซะงั้น (กี๊ดด ถูกใจๆๆ ได้อีกจ้ะมินอู ได้อีกกก )

ปล. วันหลังไม่ต้องถามนะ ลากเข้าห้องน้ำไปเรย เข้าจายม้ายยยยยย (น่านๆหื่นนนน กว่าอิลูกนกอีกวุ้ย ตรู - -")


โดย: duckie IP: 124.121.28.70 วันที่: 1 กันยายน 2551 เวลา:19:13:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.