I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
23 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2) #17





Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2)




…17.. Star - Wind - Moonlight and Love ...



เสียงฮัมเพลงเบา ๆ อย่างสบายอารมณ์ ลอยละล่องมาจากห้องครัว ชายร่างเล็กกับผ้ากันเปื้อนสีสดใส ที่กำลังตั้งใจกับการหั่น ๆ ๆ และผัด ๆ ๆ อย่างคล่องแคล่ว ดูแล้วก็น่ารักไปอีกแบบ

“มินอูครับ .. มินอู++” เสียงเรียกชื่อตัวเองด้วยคีย์สูงดังมาจากอีกมุมหนึ่งของห้องชุดหรู ทำให้มือที่กำลังบรรจงกับอาหารต้องชะงักลงชั่วคราว

“ครับผม” เค้าตะโกนตอบออกไปพร้อมหันมาเบาแก็สที่เตา เดินเร่งฝีเท้าเลี้ยวไปตามทางถึงห้องที่มาของเสียงเรียกนั้น

“ว่างัยครับหมอ อ่าว! ทำมัยยืนตัวสั่นงั้นล่ะ”

“ก็..น้ำมันเย็นมากเลย ...ผมคิดว่าเครื่องทำน้ำอุ่นคงเสีย .... เอ่อ..ผมหาชุดนอนของมินอูไม่เจอ” ดงวานพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ร่างกายสะท้านด้วยความหนาว ทำเอาคนมองต้องอมยิ้ม

“เปล่าเสียหรอกครับ ขอโทษที แต่สงสัยผมคงเปิดปุ่มน้ำเย็นไว้ บางครั้งผมก็อาบน้ำเย็นน่ะ มันทำให้สดชื่นดี”

“น้ำเย็นในหน้าหนาวแบบนี้อ่ะนะ”

“ครับ อาบน้ำเย็นแล้วแข็งแรงนะ”

“แข็งตายล่ะมากกว่า” ดงวานมองค้อนกลับมาให้

“หมอมานั่งนี่ดีกว่า” มินอูเดินไปจูงมือดงวานมายังเตียงนอน ให้อีกคนนั่งลงตรงขอบเตียง ก่อนดึงผ้านวมผืนใหญ่ขึ้นมาห่อหุ้มร่างที่หนาวเย็นนั้นไว้ทั้งร่าง และนั่งลงข้าง ๆ กัน

“ ห่มนี่ไว้ก่อน เดี๋ยวได้เป็นหวัดพอดี ....
.....ค่อยยังชั่วมั้ยครับ”

“ก็ ...ดีขึ้นครับ” สายตาอ่อนโยนพร้อมยิ้มบาง ๆ ของมินอู ทำเอาคนที่สั่นเพราะความหนาว เริ่มมีอาการผิดปกติจนต้องรีบเปลี่ยนเรื่อง

“เอ่อ ผมว่าผมได้กลิ่นหอมใหญ่ มินอูกำลังทำอะไรเหรอ”

“ออ ผมซอยหอมใหญ่ใส่ในซอสสปาเก็ตตี้น่ะครับ หมอไม่ชอบกลิ่นหอมใหญ่เหรอ”

“ก็ไม่เชิงหรอกครับ” ดงวานตอบโดยแสร้งเบือนหน้าตัวเองเงยขึ้นมองหลอดไฟ มองกระจก มองประตูโน้นนี่ เลี่ยงการสบสายตาที่พาลเอาใจอ่อนยวบนั้น ... และแล้วความเงียบ ...ก็กลับมาครอบงำบรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่ไว้

มินอูขยับตัวเค้ามาใกล้ ๆ เอื้อมสองมือโอบกระชับเอาร่างนั้นไว้ผ่านผ้านวมผืนหนา ก่อนค่อย ๆ เลื่อนหน้าตัวเองเข้าไปใกล้ ๆ ใกล้จนแทบได้ยินเสียงหัวใจ ใกล้จนสัมผัสถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของอีกฝ่ายได้

“เอ่อ มินอู กลิ่นหอมใหญ่มันแรงมากเลยนะ” ริมฝีปากที่ห่างกันแค่เซนติเมตรของมินอู กลับต้องหยุดชะงักทันที

“ทำมัยเหรอครับ ทีผมยังยอมรับราเมงได้เลย นี่ก็แค่หอมใหญ่”

“แต่…” มินอูชิงปิดปากนั้นไว้ก่อนที่จะทันให้อีกคนได้ปฏิเสธ ซึ่งดงวานเอง ก็คงเตรียมใจไว้อย่างดีแล้วเหมือนกัน ..เพียงชั่วครู่ รอยจูบแผ่วเบา ก็ผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง แต่อ้อมกอดนั้นก็ยังคงกระชับร่างสองร่างไว้อย่างแน่นหนาเหมือนเดิม

“ผมได้กลิ่น” ดงวานทำสีหน้าแปลกๆ อีกแล้ว

“กลิ่นอะไรอีกครับ”

“คราวนี้ไม่ใช่กลิ่นหอมใหญ่นะ”

“สปาเก็ตตี้ไม่ได้ใส่แค่หอมใหญ่อย่างเดียวซักหน่อย ไม่แปลกหรอก ที่หมอจะได้กลิ่น ..หมอไม่ต้องหาทางซะให้ยากหรอก ที่เชจู ผมยอมปล่อยให้ แต่คราวนี้ ผมจะไม่ยอมหมอแล้วนะ”

และคงเป็นเพราะไม่ทันตั้งตัว จูบคราวนี้ ดงวานเลยปล่อยให้ลิ้นร้อนๆ ของอีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาในโพรงปากของตัวเองอย่างง่ายดายเหลือเกิน เค้าเพียงแต่หลับตาพริ้มและปล่อยทุกอย่างให้อีกคนนำพาให้ใจล่องลอยไปอย่างเคลิ้มเคลิ้ม

มินอูคลายอ้อมกอดของตัวเองออก ก่อนดันให้ร่างของอีกคนนอนลงไปบนที่นอนนุ่ม เค้าถอดผ้ากันเปื้อนที่สวมไว้ออก โยนไปยังมุมหนึ่งของห้อง ดึงผ้านวมผืนหนาตวัดคลุมร่างของเค้าไว้ทั้งคู่ ก่อนจะก้มตัวลงสะสางภารกิจเมื่อครู่ต่อ เริ่มจากริมฝีปากเดิมที่ยังมีรสหวานเจือจางอยู่ภายในปากเค้า คราวนี้สัมผัสระหว่างทั้งคู่เนิ่นนานและรุนแรงขึ้นกว่าเดิม

จนกระทั่งมือของคนใต้ร่าง ที่ตีเบา ๆ ตรงแขนตัวเองเหมือนจะทักท้วงอะไรซักอย่าง มินอูจำต้องถอนริมฝีปากตัวเองออกมามองหน้าอีกคนอย่างสงสัย

“หมอมีไรอีกครับ”

“ผมว่า ผมได้กลิ่น”

“หมอครับ กลิ่นอะไรอีกล่ะคราวนี้”

“มินอูไม่ได้กลิ่นเหรอ กลิ่นเหมือนอะไรไหม้”

“อะไรไหม้!??
...เอ่อ! สงสัยจะซอสสปาเก็ตตี้ของผมแน่เลย”

“อ่าว แล้วงี้ทำงัยอ่ะครับ”

ช่างมันเหอะครับหมอ ยังงัยมันก็ไหม้ไปแล้ว เรามาต่อกันดีกว่า”

“ไปปิดแก๊สก่อนไม่ดีเหรอ” ดงวานยังคงท้วงไม่เลิก

“โอเค ก็ได้ครับ” มินอูผุดลุกขึ้นยืน

“หมอรอผมแป๊บนะ” ว่าแล้วก็วิ่งออกไปด้านนอกทันที กลิ่นขนาดนี้ มันคงจะกินไม่ได้แล้วล่ะมั้ง ดงวานมองตามร่างเล็กนั้นอย่างขำ ๆ


แล้วสุดท้าย ทั้งคู่ก็คงได้หม่ำบะหมี่แทนสปาเก็ตตี้สีดำ แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นบะหมี่มื้ออร่อยเหาะที่สุดสำหรับคนสองคนที่ความรักกำลังเบ่งบานเต็มที่ในตอนนี้



................


คืนที่ดาวสุกสกาวอยู่เหนือท้องฟ้ากลางกรุงโซล เอริคยืนชื่นชมลูกเล่นของแสงสีของท้องฟ้ายามค่ำคืน พร้อมกับเบียร์กระป๋องหนึ่งในมือ แต่เพราะเสียงเกมส์ที่ดังมาจากหน้าจอทีวีด้านในนานสองนานโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ทำเอาเค้าต้องหันกลับมามองร่างเล็กอีกร่างในห้องก่อนจะเดินเข้ามาหยุดตรงโซฟาหน้าจอทีวี ใครอีกคน ดูท่าว่ากำลังสนุกเพลินเพลินจนไม่ใส่ใจสิ่งรอบตัวเอาซะเลย

“ยังไม่อาบน้ำอีกเหรอ แอนดี้”

“ผมขอเล่นเกมส์ย่อยอาหารแป๊บก่อนนะฮะ แล้วค่อยอาบ”

“แล้วมันจะย่อยได้มั้ยนั่น ....
..
..
.เออ... วันก่อนนายบ่นอยากกินไอศกรีมใช่มั้ย ชั้นซื้อมาไว้ในตู้เย็นแล้วนะ”

“หืม ไอติมเหรอฮะ ได้กินตอนนี้ก็ดีเลย”

“ไหนตะกี๊บ่นอิ่มพุงจะแตก”

“แหม ไอติมมันไม่หนักหนาซะหน่อย มันสามารถซึมเข้าสู่กระเพาะผมได้สบาย ๆ อยู่แล้ว”

“โอเค งั้นรอแป๊บ”

“ขอบคุณฮะพี่ริค” แอนดี้ยิ้มหวานส่งให้ เอริคจำต้องวางกระป๋องเบียร์ลงบนโต๊ะ ก้าวยาว ๆ เดินเข้าไปในครัว แล้วกลับออกมาอีกครั้งพร้อมกระติกไอศกรีมในมือ

“อ่ะ ได้และ”

“ผมเล่นเกมส์อยู่ พี่ป้อนให้สิ”

“ป้อนเหรอ!.. โอเค ได้ แต่ต้องป้อนด้วยปากนะ”

“อ๊ะ! งั้นไม่เอา กินเองก็ได้”

“ล้อเล่น มา! ป้อนก็ป้อน” ทันทีที่เค้าทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาแอนดี้กลับเอนตัวลงมาพิงไหล่กว้างของเค้าทั้ง ๆ ที่มือก็กดเกมส์ ตาก็ยังคงจ้องมองจอทีวีเหมือนเดิม เรียกรอยยิ้มเล็ก ๆ ให้ใบหน้าคมได้ทันที

“นายจะอ้อนชั้นไปถึงไหน”

“เปล่าน๊า อ้อนที่ไหน แค่เมื่อย พิงหน่อยไม่ได้เหรอฮะ ไหล่ของพี่ก็คือไหล่ผมนั่นแหละ”

“ก็เปล่าบอกว่าไม่ได้ ...นี่ รู้มั้ย ..ทุกอย่างในตัวชั้นน่ะ เป็นของนายทั้งหมดนั่นแหละ...
…
…
.... แล้วนายล่ะ แอนดี้ ..หืม!”

“ทุกอย่างในตัวของผม ก็เป็นของพี่เหมือนกันฮะ” ถึงประโยคนี้ เอริคตัดสินใจวางไอศกรีมในมือลง ดึงจอยส์ในมือแอนดี้ออกวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า ก่อนหันมาคว้าไหล่บางของอีกคนให้หันมาสบตากับตนตรง ๆ

“แน่ใจนะ ว่าทุกอย่าง”

“แน่ใจสิฮะ” แอนดี้เงยหน้าสบสายตาคม ๆ สายตาคู่นี้ที่เค้าหวงแหน อยากเก็บไว้มองแต่เพียงผู้เดียว เพราะกลัวจับใจ ว่าวันใดที่ตนต้องอยู่ห่างออกไป จะมีใครบางคน เผลอหลงเสน่ห์และแย่งมันไปจากเค้า

“งั้น ... ปากของนายก็ต้องเป็นของชั้น ใช่มั้ย” เอริคก้มหน้าลงกดจุมพิตเบาๆ ลงบนริมฝีปากที่แสนหวานของอีกคน

“และแก้มนาย ก็เป็นของชั้นเหมือนกัน” คราวนี้เค้าซุกไซ้จมูกโด่ง ๆ ของตัวเองกดหนัก ๆ ลงบนแก้มกลมใสนั่นอีกที เคราสาก ๆ จากร่องรอยการโกนหนวด เมื่อมาคลอเคลียกับแก้มใส กลับเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากอีกคนได้เลยทีเดียว

“ตาคู่นี้ด้วย อย่ามองใครล่ะ รู้มั้ย เพราะว่าชั้นหวง” เอริคเชยคางของคนที่กำลังหลับตาพริ้ม จุมพิตมันเบา ๆ ลงบนเปลือกตาคู่นี้ ดวงตาที่เค้าเหมือนต้องมนต์เสน่ห์เพียงแค่แรกเห็น ... ก่อนจะดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดไว้หลวม ๆ

“พี่ริคฮะ”

“หืม”

“เหมือนนิยายเลยเนอะ ผมกับพี่เคยเจอกันมาก่อน ไม่น่าเชื่อ”

“นายเชื่อในพรหมลิขิตรึเปล่าล่ะ .. มีคนกำหนดไว้แล้ว ว่าเราต้องได้เจอกัน”

“พรหมลิขิตเหรอ”

“อืม พรหมลิขิต”

“ฟังดูดีจัง .. หวังว่าใครคนนั้น คงจะเก็บรักษาพรหมลิขิตของเราเอาไว้นาน ๆ นะฮะ”

“แน่นอนอยู่แล้ว ...ถ้ามีใครมาแย่งมันไป ชั้นจะปกป้องมันเอง
..
…อ่ะ แอนดี้ไอศกรีมละลายหมดแล้ว ไม่อยากกินแล้วเหรอ”

“เดี๋ยวสิฮะ กำลังสบาย อย่าเพิ่ง” เอริคกำลังจะดึงตัวแอนดี้ออก แต่อีกฝ่ายกลับกระชับสองแขนรอบคอดึงให้ร่างทั้งคู่แนบแน่นกว่าเดิม

“นายเนี๊ยะนะ ชั้นอุตส่าห์จะป้อนให้”

“กำลังอุ่นดีเลยอ่ะ อีกแป๊บนะฮะ” เสียงเริ่มสั่นเคลือ อาการสั่นไหวของไหล่บาง ๆ และหยดน้ำตาที่เริ่มซึมเข้าสู่เนื้อผ้า ลงบนผิวหนังที่ไหล่ แค่นี้เอริคก็รู้ถึงอาการของร่างเล็ก ๆ ได้ดี แอนดี้กำลังร้องไห้อีกแล้ว คนรักเค้า เปราะบางแบบนี้เสมอ เค้าอยากจะจูบซับน้ำตา ใช้หัวใจของตัวเอง ปกป้องและดูแลคน ๆนี้ตลอดไปเหลือเกิน..

“แอนดี้”

“ฮะ”

“อยากอุ่นนานกว่านี้มั้ย หืม”

“อะไรนะฮะ” เอริครวบร่างของคนในอ้อมกอดขึ้นบ่าพร้อมลุกขึ้นยืนโดยไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว ก่อนจะเดินช้า ๆไปยังห้องนอนของตัวเอง

ขายาวเดินมาหยุดตรงเตียงกว้าง ก่อนจะบรรจงวางร่างบนบ่าลงบนที่นอนนุ่ม คราวนี้เค้าเห็นใบหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตานั้นชัดเจนทีเดียว เอริคทรุดตัวลงคล่อมร่างเล็กอีกร่าง จูบเบา ๆ เพื่อซับรอยน้ำตานั้นให้จางหายไป เอริคเอื้อมมือของเค้าข้างนึงขึ้นลูบไล้บริเวณหน้าผากมน ดวงตากลม ๆ สายตาที่จับจ้องกันนานหลายนาที ทำเอาร่างเล็กเริ่มประหม่า ..

“พี่ริคฮะ..”

“หืม”

“ถ้าผมไม่อยู่ พี่อย่าไปมองใครแบบนี้นะ รู้มั้ย”

“ทำมัยล่ะ แอนดี้”

“ผมกลัวว่าเค้าจะหลงเสน่ห์พี่น่ะสิ”

“มันช่วยไม่ได้นะ เพราะว่านายมีแฟนหล่อ นายต้องทำใจ”

“พี่ริคอ่ะ…” แอนดี้เริ่มงอล

“ล้อเล่นน่า...ชั้นไม่มีสายตาไว้มองใครแล้วแหละ นายเชื่อใจได้เลย หรือนายจะควักลูกตาชั้นออกแล้วไปเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวกันล่ะ..หืม”

“ไม่หรอกฮะ ให้มันอยู่กับพี่แบบนี้แหละดีแล้ว .. ผมเชื่อในความรักของพี่ ..และผมก็เชื่อในพรหมลิขิตของเรา”

“โห แฟนชั้นน่ารักนะเนี๊ยะ ... อย่างนี้งัย ชั้นถึงไปไหนไม่ได้ .. เพราะนาย..”

เอริคก้มหน้าประทับจูบลงบนริมฝีปากที่ยังเปื้อนยิ้มอยู่ของอีกคน ปลายจมูกแหลม หยอกเย้าไปกับรูปหน้า เคล้าเคลียใบหูขาว ๆ แผ่วเบา ชวนเคลิ้มเคลิ้ม ..

ท้องฟ้าข้างนอก ดวงดาวยังคงระยับ อวดแสงแข่งขับดวงจันทร์ดวงกลมโตสีนวล และสายลมก็ยังคงพลิ้วไหว ..

ความรักที่มาพร้อมความเข้าใจ ย่อมเป็นรักที่ยืนยาวต่อไปไกล ... แสนนาน...


.....


เสียงเพลงเบา ๆ ภายใต้ดวงไฟสลัว ๆ หลากหลายดวง มีใครบางคนกำลังก้มหน้าก้มตาเทเหล้าเข้าปากอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง กระทั่งใครคนหนึ่งในกางเกงสเล็คสีดำสนิท เสื้อเชิ้ตพับแขนขึ้นไปกว่าครึ่งเดินมาหยุดและทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างกัน

“ออมม่าเป็นอะไรรึเปล่า” เสียงและสรรพนามคุ้นเคย ดึงให้ใบหน้าสวยที่ตอนนี้ระเรื่อแดงเพราะแอลกอฮอล์หันมามองอย่างงุนงง

“จอนจิน มาได้งัย”

“พี่หมอโทรบอกให้ผมมารับออมม่ากลับ ทำมัยถึงมานั่งดื่มคนเดียวฮะ อยากดื่มทำไมไม่บอก”

“แล้วทำมัยชั้นต้องบอกนายด้วยล่ะ ชั้นไม่อยากให้ใครอึดอัดกับชั้น”

“นี่ผมทำอะไรให้ออมม่าไม่สบายใจอีกรึเปล่า”

“ไม่นี่” เฮซองไม่สนใจคำถามนัก เค้าจับแก้วของตัวเองเทเหล้าเข้าปากอีกระรอก แต่คราวนี้มีมือของคนข้าง ๆ มาหยุดไว้ จอนจินจับแก้วเหล้าในมือนั้น ดึงออกจากมือเรียวของอีกฝ่าย แล้วดื่มมันหมดเสียเอง

“พอเหอะฮะ เมามากแล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ทำงานไม่รอดหรอก กลับบ้านนะ ผมไปส่ง”

“เดี๋ยวสิ กำลังจะหมดอยู่แล้ว”

“ถ้าขืนหมดขวดจริง ๆ ผมคงต้องแบกออมม่ากลับแน่ ๆ”

“ทำมัยล่ะ กะแค่แบก ถ้าไม่เต็มใจเดี๋ยวชั้นโทรตามไอ่หมอก็ได้”

“ฮึ ๆ ออมม่าเนี๊ยะ บางทีก็ทำตัวเป็นเด็กจนน่าแปลกใจเลย เอาเหอะฮะ จะดื่มก็ดื่มไป เดี๋ยวแบกกลับก็ได้ พอใจมั้ย” จอนจินหันไปหยิบแก้วที่บริกรนำมาวางไว้ตรงหน้า เทเหล้าให้ตัวเอง และนั่งจิบเป็นเพื่อนไปเรื่อย ๆ

เวลาผ่านไปอีกนาน กว่าที่เหล้าในขวดจะพร่องลงไปเกือบหมด และตอนนี้สภาพของเฮซอง ก็เรียกได้ว่าแทบไม่มีสติเท่าไหร่ แม้เจ้าตัวเองจะยังดึงดันว่าไหว แต่เพียงแค่ลุกขึ้นยืน สองขาก็เป๋ไปเป๋มา ยากจะทรงตัว สุดท้าย ไม่วายต้องให้จอนจินแบกขึ้นบ่าจนได้

ตลอดทางตั้งแต่เดินออกจากร้าน ไปยังรถยนต์ที่จอดค่อนข้างไกล เสียงโวยวายจากปากบาง ๆ ดังขึ้นเป็นระยะ สองมือเรียว ๆ เดี๋ยวทุบเดี๋ยวตีลงบนแขนของจอนจินจนเจ็บไปหมด

“ออมม่า ผมเจ็บนะ จะตีผมทำมัยเนี๊ยะ”

“นายว่าชั้นใจร้ายงั้นเหรอ ไอ่ลูกเป็ดบ้า”

“ลูกนก ไม่ใช่ลูกเป็ดซักหน่อย บอกกี่ครั้งแล้ว”

“นายมันคือลูกเป็ดต่างหาก ลูกเป็ด ๆ ๆ ๆ”

“งั้นออมม่าก็คือออมม่าเป็ดน่ะสิ”

“ไม่เอา ชั้นไม่เป็นออมม่าเป็ดหรอก”

“แล้วจะเถียงทำมัยเนี๊ยะ ผมก็ไม่ยอมเป็นลูกเป็ดเหมือนกันแหละ”

แม้ตลอดทางจอนจินจะอายแสนอาย เพราะมีสายตาผู้ผ่านไปมา ต่างหัวเราะคิกคัก ชี้ชวนให้มองมายังทั้งคู่ ภาพที่เค้าแบกคนเมา แถมเถียงกันจะเป็นจะตายเรื่องเป็ดเรื่องนกดังลั่นถนน แต่ทำงัยได้ล่ะ นี่ถ้าเฮซองหายเมา แล้วรู้ว่าตัวเองทำอะไรลงไป สงสัยมีหวังต้องเอาปี๊บคลุมหัว

และกว่าจะเดินมาถึงรถของตนได้ เล่นเอาหมดแรง เหลือไหลซึมทั่วตัว เค้าใช้มือปาดเหงื่อลวก ๆ ที่ไหลเต็มหน้าผาก พลางยืนมองคนที่เริ่มสงบลงบ้างแล้วในรถอย่างนึกขำ ก่อนจะอ้อมไปนั่งประจำที่คนขับ รัดเข็มขัดให้คนข้าง ๆ และตัวเอง ก่อนจะสตาร์ทรถออกไป

และเป็นอันต้องทุลักทุเลกันอีกรอบ เมื่อต้องแบกร่างบางเข้าบ้าน อาการสงบนิ่งในรถเมื่อครู่ ดูจะหายไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เหมือนกับเฮซองที่ช่างโวยวายคนเดิมกลับมาสิงร่างนี้ไว้อีกครั้ง

“ออมม่า จะนอนในรถเหรอ”

“จอนจิน นาย .. จอนจิน”

“อะไรล่ะฮะ ผมทำมัย..”

“นายคิดว่าชั้นใจร้ายงั้นเหรอ”

“โธ่! โอเค พรุ่งนี้เราค่อยลุกขึ้นมาเถียงกันเรื่องนี้ใหม่ แต่ตอนนี้ไปนอนก่อนดีกว่านะฮะ”

เค้าพยายามอุ้มร่างที่เอาแต่ขัดขืน แม้ว่าสุดท้าย จะพาร่างที่ดิ้นไปดิ้นมาไม่หยุดของเฮซองมาวางไว้บนที่นอนนุ่มได้ แต่นั่น ก็หมดแรงและเสียเวลาไปโขทีเดียว

“ขอบคุณพระเจ้า”

จอนจินทรุดตัวลงนั่งริมขอบเตียง เค้าดึงเอาผ้าห่มมาคลุมตัวอีกคนไว้ ก่อนจะก้มหน้ากดริมฝีปากตัวเองลงบนหน้าผากที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเบา ๆ แทนการบอกราตรีสวัสดิ์ แต่ก่อนที่ริมฝีฝากจะได้สัมผัสกับผิวขาวนั่น

“ทำมัยนายถึงไม่เข้าใจ ทำมัย....

...จอนจิน... นายไม่รักชั้นเลยใช่มั้ย ทำมัย ๆ ๆ..”

เหมือนเป็นถ้อยคำที่เพียงแค่ละเมอหลุดออกมาจากปากมากกว่า หรือเพราะมันคือสาเหตุของการเมามายในครั้งนี้กันแน่เค้าเองก็ชักไม่มั่นใจ

..ใช่สินะ รู้แล้วใช่มั้ย ว่าการที่หัวใจตัวเองมันต้องถูกพลัดพรากไปไกลน่ะ มันเจ็บปวดแค่ไหน.. จอนจินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะลุกขึ้นเพื่อเดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้เฮซอง จู่ ๆ แขนสองข้างของคนที่กำลังจะหลับใหล กลับคว้าหมับเอาข้อมือของเค้าไว้

“นายจะไปไหน”

“ผมจะไปเอาผ้ามาเช็ดหน้าให้ออมม่างัยฮะ จะได้สบายขึ้น ดีมั้ย”

“ไม่ .. นายอย่าไปไหนนะ”

“ออมม่าฮะ ผมไม่ไปไหนหรอก…เดี๋ยวผมมา รอแป๊บนะ”

จอนจินเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ กลับมาอีกครั้งพร้อมผ้าขนหนูหมาด ๆ ในมือ เค้าซับมันเบา ๆ ลงบนใบหน้าของคนที่เอาแต่นอนกระสับกระส่ายไปมา อย่างไม่สบายตัว

“ออมม่า อึดอัดเหรอฮะ ลุกขึ้นอาบน้ำมั้ย”

“ไม่”

“อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวเช็ดหน้าให้”

คนเมายังคงเอามือปัดป่าย เบี่ยงหน้าหลบซ้ายหลบขวา จนอีกคนชักจะเริ่มโมโห

“จอนจิน ชั้น ... ชั้น..”

“ทำมัยฮะ”

“ชั้น ..คลื่นใส้”

“อ่าว! งั้นผมอุ้มออมม่าไปห้องน้ำนะ”

จอนจินยกร่างบางทั้งร่างใช้เท้าผลักประตูห้องน้ำและวางคนในอ้อมแขนของตนลงบนพื้นหน้าชักโครก ส่วนตัวเองก็เดินไปหน้ากระจกรองน้ำใส่แก้วมายืนรอไว้ ..

เมื่อสิ่งที่ทำให้รู้สึกพะอืดพะอมถูกขับออกมาจากจากร่างกายเกือบหมด บวกกับน้ำกลั้วคอ 1 แก้วและผ้าเช็ดหน้าเย็น ๆ ตอนนี้คนเมาก็รู้สึกดีขึ้นมาก ..เฮซองนั่งพิงผนังห้องน้ำ สายตาเหม่อมองไปยังแผ่นหลังกว้างดูอบอุ่นของคนที่กำลังซักผ้าขนหนูผืนเล็กอยู่หน้ากระจก

“จอนจิน..”

“ฮะ แป๊บนะฮะ”

“ชั้นถามอะไรนายซักอย่าง ... ได้มั้ย”

“ได้สิฮะ” เค้าตอบโดยที่ยังไม่ได้หันหลังกลับมา

“ตอนนี้เราสองคนเป็นอะไรกัน…” ประโยคนี้ ทำให้ต้องชะงักมือ หันหลังกลับมามองสีหน้าที่ดูแย่ ๆ ของคนเมา เหมือนว่าอาการเมามายจะดีขึ้นแล้ว.. แต่ทำมัย..

“ทำมัยออมม่าถึงถามแบบนั้นล่ะ”

“ชั้นรูสึกว่าความสัมพันธ์ของเรามันเปราะบางเหลือเกิน พอมีอะไรซักอย่างมากระทบกระทั่ง..แม้เพียงนิดเดียว มันก็ทำให้ชั้นรู้สึกเจ็บ และนายก็เจ็บ มันเป็นแบบนี้บ่อยจนชั้นก็กลัว ..ชั้นทำอะไรผิดไปใช่มั้ย” ร่างสูงที่หน้ากระจกเดินมาทรุดตัวลงนั่งตรงหน้า เอื้อมมือสองข้างไปแตะพวงแก้มที่ยังคงมีสีระเรื่อ แววตาปวดร้าวคู่นี้ ... เมื่อไหร่จะหายโศกเศร้าซะทีนะ

“ทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะผม ผมทำให้พี่ต้องเป็นแบบนี้ ..
...พี่กลัวใช่มั้ย ว่าความรักของเรามันจะยืนยาวรึเปล่า ..
...พี่กังวลใช่มั้ย ว่าในใจผมตอนนี้คิดกับแอนดี้ยังงัย...
…พี่ไม่บอกเรื่องของเราให้น้องรู้ พี่ไม่อยากให้น้องต้องมาตกอยู่ในวังวนของความรักที่มันอ่อนไหวเหมือนพี่...

และพี่รู้มั้ย ทุก ๆ อย่างที่พี่กำลังกังวล มันทำให้พี่เผลอสร้างกำแพงขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองเอาไว้ กำแพงหนา ที่แม้แต่ความรักของผม ก็ทำอะไรมันไม่ได้”

“ชั้นเป็นอย่างนั้น....งั้นเหรอ”

“ใช่ พี่เป็นแบบนั้น ผมขอได้มั้ย อย่าให้มันมีอิทธิพลจนต้องทำร้ายพี่มากได้มั้ย ผมทำให้พี่เลิกคิดไม่ได้ แต่ผมกำลังพยายามทุกวิถีทาง พยายาม...จนผมก็ไม่รู้จะทำยังงัยแล้วเหมือนกัน...ผมอยากให้พี่รู้จักความรัก และเข้าใจมัน”

“นายบอกว่าชั้นไม่รู้จักความรักงั้นเหรอ จอนจิน แล้วไอ้ที่ชั้นเกือบเป็นเกือบตายกับแผนหลอก ๆ ของนายน่ะ แค่นั้นยังทำให้ชั้นรู้จักมันไม่ดีพออีกเหรอ”

“ก็นั่นงัยฮะ ผมถึงได้บอก ว่าทุกอย่างมันเป็นเพราะผม ผมผิดเองทั้งหมด ...”

เฮซองเริ่มนิ่ง เค้าจ้องมองลึก ๆ ลงไปในดวงตาของอีกคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ

((ความพยายามงั้นเหรอ .. พยายามแล้วทำมัยต้องไปด้วย... ทำมัย นายกำลังลองใจชั้นงั้นสิ ถ้าจะบอกไปว่าความจริงเป็นงัย นายยังจะหนีชั้นไปอีกมั้ยนะ.. ))

“ชั้น ... ไม่รู้สิ ชั้นไม่แน่ใจว่าทำมัยตัวเองต้องมีสภาพแบบนี้”


ตอนนี้ ตอนที่ฤทธิ์แอลกอฮอลล์ยังคงส่งผลต่อร่างกายให้อยู่เหนือการควบคุม เฮซองเอื้อมมือจับไหล่กว้างของอีกคนตรงหน้าให้โน้มใบหน้านั้นเข้ามาใกล้ตัวเอง ริมฝีปากที่เผยอรอรสหวานประกบไปแรง ๆ ยังริมฝีปากหนา ลิ้นเรียวตวัดเคล้าเคลียกัน ซึ่งจอนจินเอง ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร กลับให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีอีกต่างหาก เค้ารวบร่างของที่อ่อนยวบของเฮซองให้ลุกขึ้นยืนก่อนจับชายเสื้อยืดถลกขึ้นเพื่อถอดให้มันหลุดออกไปพ้นจากร่างนี้ และทันทีที่ปากผละกันเพียงแป๊บหลังจากเสื้อพ้นตัวไปแล้ว มันกลับเข้ามาประกบกันใหม่ประหนึ่งมีสนามแม่เหล็กให้ดึงเข้าหากันอีกครั้ง สองแขนแขนโอบรอบคอกอดร่างหนานั่นเหมือนต้องการย้ำถึงสิ่งที่ตัวเองกังวลมากมาย คงอีกนาน กว่าเค้าจะได้โอบร่างอบอุ่นร่างนี้อีก ใช่มั้ย และเหมือนใครบางคนจะล้วงรู้ถึงความคิดของเค้า

“ออมม่าฮะ ไม่ต้องกลัวนะฮะ .. อย่ากังวลกับอะไรอีกเลย” จอนจินกระซิบเสียงแผ่วเบา ให้จมูกของเค้าคลอเคลียไปกับใบหู นั่นยิ่งเป็นการปลุกให้บางสิ่งบางอย่างภายในของอีกคนตื่นตัว

เฮซองพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนเงยหน้าระบายเสียงครางเบา ๆ เมื่ออีกคนซุกไซ้ทั้งจมูกและริมฝีปากของเค้าไปยังลำคอของตน และลากเลื้อยต่ำลงเรื่อย ๆ อย่างชำนาญ ตอนนี้ สองขาไร้เรียวแรงจนแทบยืนไม่อยู่ ร่างสูงผละออกนิดเอี้ยวตัวปิดฝาชักโครงและนั่งลงยกร่างบางขึ้นคล่อมหน้าขาตัวเองไว้ สองแขนโอวรอบเอวบางไม่ให้อีกคนหลายหลัง แต่เมื่อสายตาเหลือบเห็นเหงื่อเม็ดใหญ่เริ่มผุดขึ้นเต็มใบหน้าแดงระเรื่อนั้นจนชักนึกหวั่น

“ไหวมั้ยฮะ”

“อืม ..”

อาการชะงักไปของจอนจินทำให้เฮซองขัดใจมากมาย คราวนี้เค้าเป็นฝ่ายดึงอีกคนเข้ามาประกบปากอย่างเร่าร้อนแทน องศาความร้อนพุ่งขึ้นถึงขีดสุดก่อนที่ร่างบางแทบต้องทรุดฮวบลงกับพื้น


จอนจินวางร่างในอ้อมแขนลงบนที่นอนจัดแจงห่มผ้าก่อนจะหลับใหลไปในอ้อมกอดของกันและกัน


...

ผ่านคืนที่อากาศหนาวเหน็บเข้าสู่เช้าวันใหม่ที่อากาศดูจะอบอุ่นทีเดียว

เฮซองเปิดเปลือกตาตัวเองได้ยากเย็นเหลือเกิน เค้าใช้สองมือปีบขมับไล่อาการปวดหัวเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว จมูกตอนนี้หายใจขัด ๆ ชอบกล ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงบ่งบอกตัวเองได้ว่า สงสัย เค้าคงจะป่วยแน่ ๆ เค้าพยุงร่างตัวเองนั่งงัวเงียอยู่กับที่ซักพัก ก่อนจะหันสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง วันนี้แปลกกว่าทุกวัน ตรงที่ไม่มีร่างใครอีกคน นอนหลับเป็นตายซุกกายอยู่ข้างตนเองเหมือนทุก ๆ วัน และแม้อากาศวันนี้จะอุ่น แต่เนื้อตัวที่ปราศจากเสื้อผ้าปกปิดร่างกายซักชิ้น ทำให้เฮซองต้องดึงเอาผ้าห่มขึ้นมากระชับคลุมตัวไว้ เพียงไม่ถึงอึดใจ ประตูห้องก็ถูกเปิดขึ้น ใครอีกคนในยังอยู่ในกางเกงนอน และเสื้อกล้ามเพียงตัวเดียว ก็ปรากฏตัวยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าประตู

“ตื่นและเหรอฮะ ผมทำโจ๊กมาให้”

“หืม ! โจ๊ก”

“ออมม่าอย่าทำหน้าภาคภูมิใจอย่างนั้นสิฮะ ก็แค่โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป” จอนจินลากเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งออกมาวางถาดในมือ และนั่งลงข้าง ๆ อีกคนที่ยังมีสีหน้ามึน ๆ ไม่หาย

“เมื่อเช้าออมม่าตัวร้อนมากเลย กินซะหน่อยนะฮะ แล้วกินยาจะได้พักผ่อน”

“แต่ชั้นไม่หิวนะ”

“ไม่หิวได้งัยฮะ เมื่อคืนก็ไม่ได้กินอะไร ผมเห็นถ้วยบะหมี่วางอยู่ในครัว ออมม่าไม่ได้แตะมันซักนิด แถมยังดื่มหนักอีก จะไม่ป่วยได้งัย.. นี่น่ะ ออมม่าไม่รู้เหรอ นี่ไม่ใช่โจ๊กธรรมดา เป็นโจ๊กชามแรกที่ผมทำให้ออมม่าเลยนะ รู้มั้ย ผมบรรจงต้มน้ำ และฉีกซองโจ๊กอย่างสุดฝีมือ..” คำพูดพร้อมใบหน้าทะเล้น ระบายรอยยิ้มจาง ๆ ให้คนป่วยได้สดใสขึ้นมาอีกนิด

“ชั้นไม่แน่ใจนัก ว่านายเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”

“แบบไหนฮะ”

“ก็ ..แบบนี้แหละ”

“แหม ก็ออมม่ากำลังป่วย ผมก็ต้องดูแลสิ ทีเมื่อก่อนตอนผมอยู่ที่นี่ ออมม่ายังดูแลผมเลย..”

เพราะสายตาออดอ้อนชวนน่าสงสาร ทำให้เฮซองต้องยอมอ้าปากกินเจ้าโจ๊กนั่นแต่โดยดี

“พูดง่ายแบบนี้ รักตายเลย”

บทสนทนาระหว่างเค้าเมื่อคืน มันดูลางเลือนอยู่ในหัวอันปวดตื๊บ ๆ นี้เหลือเกิน บางครั้งก็เหมือนจะนึกได้ แต่บางทีมันก็หายไปซะเฉยๆ เค้าได้แต่คิด คิด และคิด..

“จอนจิน”

“ฮะ”

“เมื่อคืนชั้นคงไม่ได้ทำอะไรน่าอายลงไปหรอกนะ”

“อืม... ก็ไม่หรอก ออมม่าก็แค่ตะโกนร้องเพลงดังลั่นถนนจนคนบนรถประจำทางหันมามองทั้งคัน ก็เท่านั้นเอง”

“จริงเหรอ” คนป่วยทำหน้าตกใจ

“ล้อเล่นฮะ ถ้าไม่นับที่ออมม่าข่มขืนผมในห้องน้ำ ก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว”

“บ้าเหรอ” คราวนี้หน้าที่แดงอยู่เพราะฤทธิ์ไข้ กลับยิ่งแดงขึ้นเพราะอาการเขินอาย เรื่องอื่นแม้มันจะลางเลือน แต่ถ้าเรื่องนี้ มันกลับชัดเจนอยู่ในหัวทีเดียว ..

“ทานต่อเถอะฮะ จะได้กินยา .. นะ”

“นายจะไปทำงานรึเปล่า”

“ผมเคลียร์งานที่บริษัทเรียบร้อยแล้ว วันนี้ผมอยู่เป็นเพื่อนและกัน”

“เคลียร์งานเสร็จแล้ว หมายความว่า นายต้องไปเร็ว ๆ นี้แล้วใช่มั้ย”

จอนจินเพียงแค่ยิ้มแทนคำตอบ ...


โจ๊กพร่องไปกว่าครึ่งถ้วย ก่อนจะกินยา แล้วเอนกายลงนอน โดยมีอีกคนข้าง ๆ คอยดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี
ภาพสุดท้ายก่อนที่เฮซองจะหลับเพราะความอ่อนเพลียและเข้าสู่ห้วงนิทรา ...นั่นคือ...ใบหน้ากับรอยยิ้มที่อ่อนโยน และรอยจูบเบา ๆ ที่หน้าผากของตน แต่ทำมัย หัวใจเค้าถึงเหน็บหนาวขนาดนี้นะ เฮซอง นายกำลังจะกลายเป็นเจ้าชายน้ำแข็งแล้วงั้นเหรอ ..

“ทำไมชั้นถึงหนาวจับขั้วหัวใจขนาดนี้...

ทำไมนะ” ...








รีเควสอูด้งกันจัง เลยจัดให้ แต่ได้เท่าที่เห็นนะฮะ มันได้เท่านี้จริง ๆ ไปจิ้นต่อกันเอาเองน๊า ..ขอโทษอีกที

เป็นงัยล่ะ จบไม่ลงเลย เหอ ๆ ๆ

หวังว่าผู้โดยสารคงรัดเข็มขัดเตรียมตีลังกาเหนือก้อนเมฆ 1 รอบก่อนลงจอดเรียบร้อยและนะฮะ แปลกเนอะ เครื่องบินลำนี้ จะจอด จะจอด แต่ไม่จอดซะที


ขอบคุณที่โดยสารมากะเรานะฮะ ขอบคุณทุก ๆ กำลังใจด้วย ...







Create Date : 23 ตุลาคม 2551
Last Update : 27 ตุลาคม 2551 22:15:50 น. 22 comments
Counter : 627 Pageviews.

 
กรี๊ด!กลายเปนเจ้าป้าต้องมาเจิมบล็อคคนแรกไปซะแระ


เด๋วไปร่างคอมเมนท์ยาวๆก่อง ค่อยมารอบ 2 เน้อ อดใจรอน๊า


โดย: Tom & Jinny วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:22:02:53 น.  

 
ป๊าด ครั้งแรกเลยนะเนี่ยที่ได้เจิมเป็นคนแรก เห็นยังไม่มีใครมา เลยรีบจิ้มก่อน เด๋วมะได้เป็นคนแรกอ่ะ
ไปอ่านก่อนนะค้า เด๋วมาใหม่ แหมแค่ชื่อตอนก็กิ๊บกิ้วแล้วอ่ะพี่พุด


โดย: โบ_andyholic IP: 115.67.95.0 วันที่: 23 ตุลาคม 2551 เวลา:22:13:09 น.  

 
จะหวานกันไปไหนเนี่ย 3 คู่นี้ อิจฉาน่ะเฟ่ย......


โดย: พี่นา IP: 203.151.144.4 วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:9:17:54 น.  

 


555555555

ขำคู่อูด้ง 55555555555











โดย: จ๊อย.... IP: 222.123.108.196 วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:11:16:40 น.  

 
พี่เอ็มกับลุงหมอ........อยากกรี้ดด...ดังๆๆ พี่เอ็มน่ารักจริงๆ
“ทำมัยเหรอครับ ทีผมยังยอมรับราเมงได้เลย นี่ก็แค่หอมใหญ่”
.......อยู่กันไปนานๆ เดี๋ยวลุงหมอก็จะชินกับหอม....เอ๊ย..กลิ่นหอมใหญ่ของพี่เอ็ม.......หรือว่าชอบผายปอดของพี่เอ็มมากกว่า....เหอๆๆๆ

ป๋ากับน้องดี้.....ก็น่ารักแต่แอบเศร้านิดด.ๆ.....
"ทุกอย่างในตัวชั้นน่ะ เป็นของนายทั้งหมดนั่นแหละ.....
“ทุกอย่างในตัวของผม ก็เป็นของพี่เหมือนกันฮะ”
"ความรักที่มาพร้อมความเข้าใจ ย่อมเป็นรักที่ยืนยาวต่อไปไกล ... แสนนาน..."
ซึ้งมากๆๆ..... อย่าให้ป๋าต้องเสียใจเลยนะ.... เอาใจช่วย............
(หวังว่า....น้องดี้คงหายหัวเหม็นแล้วน๊า ขยันสระผมหน่อยนะจ๊ะ แต่...ระหว่างหัวเหม็น...กับหัวล้าน.....แบบหนายจะดีกว่ากันน่ะ)

แม่นกกับลูกนก...........สงสารแม่นกมากกๆๆๆๆ
ลูกนกอย่าทำอะไรให้แม่นกเสียใจเลยนะ....แค่นี้....แม่นกก็จะแย่แล้ววว..

“ล้อเล่นฮะ ถ้าไม่นับที่ออมม่าข่มขืนผมในห้องน้ำ ก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว”
อ้าวว.......แม่นกข่มขืนลูกนกตอนหนายหว่า................เหอๆๆๆๆ


อยากจะให้กัปตันตีลังกาอีกซัก 10 รอบ แล้วบินวนไปเรื่อยๆๆ ก่อน ผู้โดยสารยังไม่พร้อมที่จะลงฮะ
หวังว่ากัปตันคงยังไม่เหนื่อย...... สู้ๆๆ นะคร้าบ




โดย: Pekkiokung IP: 203.146.75.80 วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:14:41:44 น.  

 
มินกะลุงน่ารักจังกว่าจะลงเอยได้มีกลิ่นโน้นกลิ่นนี้อยู่นั่นแหละสุดท้านดีไม่บอกว่ากลิ่นหัวใจผมไหม้นะนั่น55555

ส่วนคู่ป๋าซึ้งมากๆดูอบอุ่นอ่อนโยนชอบมากเลยตอนที่บรรจงจูบแต่ละที่อยากจิ้นเป็นตัวเองจังอ่ะยิ่งอีตอนที่บอกว่าสายตาแบบนี้อย่าไปมองคนอื่นนะรวมทั้งตอนที่บอกว่าทุกสิ่งในตัวฉันและทุกอย่างในตัวผมเป็นของนายและเป็นของพี่โรแมนติกสุดสุดชอบที่สุดเลย
ถึงมันจะแฝงความเศร้าอยู่ลึกๆก็ตาม

ส่วนคู่แม่นกกะลูกนกตอนแรกก็เหมือนจะไม่เข้าใจกันเพราะความไม่แน่ใจของแม่นกมันเลยดูทำให้น่าสงสารแม่นกเน่อะแต่มันเหมือนกับจะสะท้อนให้รู้ว่าป๋ากะดี้รู้สึกยังไงเวลาที่คนรักต้องจากไปไกลแม่นกคงจะได้เข้าใจสักทีว่ามันทรมานแค่ไหนเพราะแค่คิดก็เป็นทุกข์ซะขนาดนี้แล้วท่าต้องจากกันจริงๆหัวใจตัวเองจะเป็นยังไงเศร้าจัง

แล้วมาต่อไวๆนะจริงๆไม่อยากให้แต่งจบเลยอยากอ่านไปเรื่อยๆแต่อีกใจก็อยากรู้ว่าจุดจบของแต่ละคู่จะเป็นยแบบไหน แหะแหะแต่ขอแบบแฮปปี้นะเราจะรอ


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:19:07:47 น.  

 
ว๊าย มะใช่คนแรกนี่นา แอบอาย เหอเหอ
เข้าเรื่องดีกว่า
ว๊าว คู่อูด้ง นี่สวีทไม่เบานะค้า แหมๆ ได้กลิ่นนั่นกลิ่นนี่ แค่ข้ออ้างชิมิ สุดท้ายคุณหมอก็........เสร็จเพ่เอ็มสิคะ หุหุ ขอบคุณนะคะพี่พุด นี่เป็นเลิฟซีนของคู่นี้เรื่องแรกที่ได้อ่านเลยนะเนี่ย แปลกๆดี

คู่ที่สองยังหวีดกันน่ารักเหมือนเดิม
“ทุกอย่างในตัวของผม ก็เป็นของพี่เหมือนกันฮะ”
“งั้น ... ปากของนายก็ต้องเป็นของชั้น ใช่มั้ย”
"และแก้มนาย ก็เป็นของชั้นเหมือนกัน” อร๊าย โรแมนติกไปถึงหนายค้า หวานสุดๆเลย ไม่รู้สิเวลาอ่านเลิฟซีนของคู่นี้แล้ว มันอิ่มอกอิ่มใจไงไม่รู้ อบอุ่นๆ ดูร้ากรักกันมากๆ แต่ตอนนี้แอบเศร้านิดนึง น้องแอนคงใจหาย เฮ้อ

สุดท้าย แม่ลูกนี่เค้าก็ยังร้อนแรงเหมือนเดิม แม้กระทั่งจะมีปมในใจก็ตาม โฮ๋ๆ คราวนี้ห้องน้ำ คราวหน้าที่ไหนดีค้า อิอิ แหมพอมีเรื่องไม่เข้าใจกัน ก็นะ ทุกทีเลย

สุดท้าย เรียนท่านกัปตัน อยากบอกว่า กัปตันอยากวน อยากร่อนตีลังกา ตกหลุมอากาศ ก็เอาเลยค่า แต่อย่าเพิ่งแลนดิ้งเท่านั้นล่ะค่า ผู้โดยฯ ยังไม่พร้อมจะลงนะค้า..............รักค่า


โดย: โบ_andyholic IP: 115.67.184.175 วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:19:27:58 น.  

 
กี๊ดดดด.....พี่เคชอบตอนเน้ค่อด ๆ อ่ะน้องพุด โอ้..เลิฟซีนมีมาทุกคู่

คู่พี่มินกะลุงหมอ...สุดท้ายก็..เสร็จพี่มินจนได้ ทำเป็นเบี่ยงเบนท่านั้นท่านี้

พี่ริคกะน้องดี้ น่ารักมากค่ะคู่นี้ อ่านแล้วแอบเศร้าตามอารมณ์น้องดี้เลยนะเนี่ย

คู่แม่ลูก..สงสารตัวแม่จังเลย เค้ามีปมอะไรอยู่ในใจนักนะ ลูกนกจะแก้มันออกได้สำเร็จมั้ย

แต่...แหม ๆ ฉากในห้องน้ำนั่น แม่นก on top เลยนะคะ เหอ ๆ ลูกนกจะได้ไม่ต้องเหนื่อยชิมิ

พี่บอกแล้วว่าเราสามารถเติมน้ำมันกลางอากาศได้นะฮะ

จากผู้โดยสารข้างบนแต่ละท่านก็พอจะสรุปได้แล้วว่ายังไม่อยากให้แลนดิ้งเลย

ถ้างั้นเดี๋ยวกัปตันก็บินวน ๆ มันงี้ไปเรื่อย ๆ นะ บินข้ามมหาสมุทรทั้งหมดเลยก็ด้าย

ขอบคุณสำหรับอีกหนึ่งตอนคุณภาพนะฮะพุดดิ้ง


โดย: ekada IP: 124.120.188.38 วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:20:18:31 น.  

 
กรี๊ดส์สสสสส.... 3 คู่ ครบทุกรสชาด

ในที่สุด..พุดก็จัดคู่มินมินกับคุณหมอให้
เดี๋ยวคุณหมอก็ชินกับกลิ่นหอมใหญ่เองนั่นแหละ..มินมินซะอย่าง

ซึ้งกับคู่ริคดี้....เราเป็นของกันและกัน...

ส่วนอีกคู่นึง...เร่าร้อนอยู่เสมอ..ซองจิ๊ดจ๊าดได้ใจ....จินจะไปไหนเสีย..ฮิฮิ

พุด..เครื่องบินลำนี้ไม่ต้องร่อนลงจอดก็ได้นะ...บินไปเรื่อยๆ..สนุกดี..ตีลังกาอีกกี่สิบรอบก็ได้



โดย: piyawan IP: 118.172.240.69 วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:23:12:56 น.  

 
โฮะๆๆ คุ่ลุงกะมิน...กรี้ดค่ะ เจี๊ยบจิ้นเองไปไกลเลยนะนั่น

คู่ดี้กะป๋าก็หวานมากเลยค่ะ

คู่ออมม่ากะลูกนก เกือบๆว่าปมในใจออมม่าจะแก้ได้ แต่ดูเหมือนว่ามันยังแก้ไม่ได้นะสิ

อย่างที่พี่เคว่า ผู้โดยสารไฟลท์นี้ยินดีให้กัปตันพาวนค่ะ

ขอบคุณพี่พุดค่ะ


โดย: carina_jeab IP: 58.9.82.206 วันที่: 24 ตุลาคม 2551 เวลา:23:14:18 น.  

 
คอมพ์บ้านติดไวรัส เลยมะค่อยออน เลยมาอ่านฟิคน้องพุดช้าอีกตามเคย

วันนี้หนุกจัง มีซีนหวานๆ ของคู่เพ่หมอและเพ่มินแระ แหม นึกว่าจะไม่ได้เห็นซะแล้วสิ น่ารักดีค่ะ ^^

ส่วนคู่เพ่ป๋ากะนุ้งดี้ นุ้งดีก้ออ้อนซะเหลือเกิน จนคนอ่านอิน อยากอ้อนเพ่ป๋าแบบนี้บ้างจังงง มะรู้ป่านนี้เพ่ป๋าจะเป็นยังงัยบ้่าง คิดถึง!!

มาคู่สุดท้าย คู่โปรดของเรา วันนี้เปลี่ยนสถานที่อีกแระน้า 555 อ่านแล้วเขิลแทนแม่นกเลย ทำปายด้าย มาทำอะไรลูกนกของเค้าอีกแระ เหอๆๆ

ว่าแต่ยังมะต้องรีบจบก็ได้นะคะ ไปเรื่อยๆ คนอ่านชอบค่ะ หุๆๆ ^O~


โดย: kayzila IP: 124.122.147.122 วันที่: 25 ตุลาคม 2551 เวลา:14:20:32 น.  

 
อ๊ากกกกกกกกกกกกกก ห้องน้ำๆๆๆๆอ้อ!ลืมตัวต้องเมนท์มะช่ายกรี๊ด เหอๆ

ทำไมพี่หมอไม่ชอบหอมหว่า เค้าออกชอบยิ่งหอมฟอดใหญ่ด้วยยิ่งชอบ เหอๆ อ้อ!คนละหอมชิมิ หมอไม่ชอบหอมหัวใหญ่ แต่พี่เอ็มชอบหอมฟอดใหญ่น๊า อีกหน่อยหมอก็ชอบเองแหล

สรุปว่าคราวที่เกาะ นอกจากตกอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นแล้ว ก็มิได้มีการกล้ำกรายใดๆกันเลยใช่มะ เหอๆ ดีนะที่ยับยั้งจินตนาการไว้แค่กอดกันแล้วหลับตาลง ไม่งั้นถ้าคิดไปไกลกว่าคนแต่ง รับรองว่าคนอ่านคนนี้ดึงกลับไม่ได้แน่ๆ

คู่พี่ริคกะน้องดี้ยังคงซาบซึ้งต่อเนื่อง บรรยากาศภายในคอนโดน่าจะอบอุ่น อยากจะแฝงตัวเปนยุงคอยสังเกตการณ์จิงๆเลย

อ๊ากกกกกลืมไป เปลี่ยนใจไม่บินไปคอนโดพี่ริคแระ เด๋วจะพลาดช็อตสำคัญของคู่แม่ลุก กะพือปีกกลับมาที่คู่นี้ดีกว่า

ออมม่าใช้เหล้าดับกลุ้มอีกแระ ดูจิเลยกลายเปนเมรีขี้เมาอยู่เรื่อยเลยเหล้ามันไม่ได้ช่วยให้หมดทุกข์นะฮะ มันแค่ช่วยให้ลืมชั่วครู่เองอ่ะ แล้วดูดิเหมือนออมม่าหมดสภาพเลยโวกเวกโวยวายอายชาวบ้านเค้ามั้ยเนี่ย

“ตอนนี้เราสองคนเป็นอะไรกัน…” // กี่ลากแระยังไม่รู้เหรอฮะออมม่าอะย้อเย่น .. ทำไมออมม่าชอบเรียกหาความมั่นใจบ่อยจัง ความรักของหอยมันช่วยไม่ได้จริงๆเหรอ? มั่นไม่สร้างความมั่นคงในจิตใจออมม่าให้เพิ่มขึ้นเลยเหรอฮะ

ออมม่ารออีกหน่อยน๊า เด๋วทุกอย่างจะดีเอง ถ้าไม่ดีจับคนเขียนหมกดงดีมั้ยฮะ เหอๆ

อ๊ากกกกกกกกกกคราวนี้ห้องน้ำจิงๆด้วยอ่ะ อีกหนึ่งฉากเบสิคเลยนะนั่น คราวนี้ออมม่าเริ่มก่อนอีกแว้ว เวลาเมาทีไรออมม่าชอบลวนลามก่อนก่อนอยู่เรื่อยเลย

อยู่ว่างๆย้อนไปนับดีกว่าว่าออมม่ากะหอยใครเปนคนเริ่มก่อนมากที่สุด เหอๆ นี่ตรูไม่มีไรจะทำแระชิมิ สงสัยจะว่างจัด จิตนะมะช่ายเวลา

ยาวอย่างไร้สาระอีกแระตรู


โดย: Tom & Jinny วันที่: 25 ตุลาคม 2551 เวลา:19:44:23 น.  

 
อร๊ายยย ขอกรี๊ดก่อนเมนท์หน่อย
ชอบมาก ๆ ค่ะตอนนี้...จะหวานกันไปไหนนักหนาค๊า....

ที่เชจู ผมยอมปล่อยให้ แต่คราวนี้ ผมจะไม่ยอมหมอแล้วนะ” // ตกลงที่เชจูจบลงแค่นั้นเหรอน้องพุด...พี่จิ้นเลยไปกว่านั้นอีกแระ เหอๆๆๆ

คราวนี้เค้าซุกไซ้จมูกโด่ง ๆ ของตัวเองกดหนัก ๆ ลงบนแก้มกลมใสนั่นอีกที เคราสาก ๆ จากร่องรอยการโกนหนวด เมื่อมาคลอเคลียกับแก้มใส กลับเรียกเสียงหัวเราะคิกคักจากอีกคนได้เลยทีเดียว// ฮิ๊วววว...จั๊กจี๋ อย่าสิคะป๋า (เค้าหอมแก้มนุ้งดี้มะใช่จูบแกร จะเสียวทไมเนี่ย


อาการชะงักไปของจอนจินทำให้เฮซองขัดใจมากมาย คราวนี้เค้าเป็นฝ่ายดึงอีกคนเข้ามาประกบปากอย่างเร่าร้อนแทน // กี๊ดด....ออมม่าหื่น...ชอบมากๆ ค่า ผลัดกันรุกผลัดกันรับ เกมนี้จะได้สูสีไง

อ่านฟิคน้องพุดแล้วมันแบบอบอุ่นไงบอกไม่ถูกอ่ะ (อ่าว..ไม่ใช่ร้อนเพราะไฟราคะเหยอ) ...ชอบการเดินเรื่อง ชอบภาษาที่ใช้ ถ้าให้เดานึกว่าน้องพุดเป็นครูสอนภาษาไทยนะเนี่ย ใช้ภาษาสวยมากๆ อ่านแล้วเคลิ้ม (อะ นึกว่าแกรอ่านแล้วหื่น...)


งือ...เศร้าจบตอนหน้าซะแล้ว แล้วพี่จะเอาที่ไหนหื่น เอ๊ย อ่านต่อดีอ่ะ...เสียดายจัง





โดย: พี่จิ๋วจิน ค่า IP: 202.28.21.4 วันที่: 27 ตุลาคม 2551 เวลา:9:11:30 น.  

 
อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
พี่พุดดดดดดดดดดดดดดดดดด
สุดยอดดดดดดดดดดดดดดดด
3 คู่ทีเดียวแทบตาย อ้ากก
นั่งยิ้มอยู่หน้าคอมคนเดียว เขินนนน
ชอบตอนนี้ที่สุดแล้วพี่พุด ไม่ใช่เพราะนาหื่นนะ 55 แต่มันอุ่นดี แบบว่า อ่านไปฟังเพลงเพราะๆไป มันอุ่น น่ารัก กำลังดี สำนวนพี่พุดสุดยอดคะ มันอ่านแล้ววิ้งๆในใจ เผลอยิ้มตอนไหนไม่รู้ ^^

คู่จินซองแอบเศร้า แต่ก็อบอุ่นไปด้วยไอรัก โอ้ เพ้ออออ
คู่อูด้งที่รอคอย เอาแค่นี้ละคะพี่พุด กำลังงาม น่ารักปนรั่วๆ 555
คู่ดี้ริคก็หว๊านหวาน

สรุปชอบบบบบบบสุดๆ
ยังไม่จบก็ดีคะ อ่านได้อีกๆๆๆ ^^
สู้ๆพี่พุด ไอเดียไหลมาเทมา


โดย: นาค่า IP: 124.120.35.66 วันที่: 27 ตุลาคม 2551 เวลา:12:23:44 น.  

 
มันหวานเหลือเกินคะพี่พุด...หวานมาก

มดขึ้นจอแล้ว..แต่แบบนี้ชอบอ่ะ55+


โดย: wizze IP: 124.120.102.62 วันที่: 27 ตุลาคม 2551 เวลา:20:13:09 น.  

 
ผ่านมาเลยแวะเข้ามาดู

จะรอตอนต่อไปนะจ๊ะ..


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:2:11:28 น.  

 
อิอิ อ่านแล้วเขิล (แกเขิลทำไมเนี่ย)
เขิลแทนลุงหมอค่ะ ได้กลิ่นโน่นนี่ สุดท้ายเนยังไงล่ะคะ อุอุ
หวานทั้งสามคู่เลยนะคะ ชอบมากๆค่ะ
แต่เครื่องจะลงจอดแล้วหรอคะ
ไวจังเลย อยากยืดระยะทางให้มันไกลขึ้นอีกหน่อยได้มั้ยคะ กัปตันขา


โดย: keiropi IP: 117.121.208.2 วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:17:43:28 น.  

 
พี่พุดข๋า... หนูกลับมาแว๊ววววว.... อิอิ


โอ๊วววว... สุดจะต้านทานค่ะพี่ หวานมากกก งานนี้หนูอิจฉาดี้สุดๆเลยนะค่ะ ป๋าแบบว่าสุภาพบุรุษสุดๆคือ หนูอยากได้แฟนแบบนี้สักคนนะค่ะ เอาแค่ครึ่งเดียวอย่างนี้ก็พอ ... ชักออกนอกเรื่องและค่ะ แหะๆๆ


คู่แรกนี่แบบว่าไม่นึกว่า... อิอิอิ เพ่เอ็มน่ารักอีกและค่ะ จริงๆน่าจะรวบหัวรวบหางตั้งแต่แรกที่เกาะเชจูและนะค่ะ อิอิ หื่นอีกแล้วหนู แงบๆๆๆ



ส่วนอีกคู่สุดท้ายเลยค่ะ JinSyung 4ever คือแบบหวั่นไหววววว คือหวั่นไหวที่ไรหนูชอบทุกทีค่ะพี่ งานนี้น่าฉงฉานทั้งคู่เลยยย อ่อมม่าคิดเยอะแยะเลยนะค่ะ อ่อมม่าก้า... อย่าคิดมากเดี๋ยวแก่ไวนะก๊ะ... ม๊ะดีๆ เดี๋ยวต้องเสียตังค์ อิอิ แต่จินนี่จะไปจริงหรือแค่ลองใจค่ะเนี่ย แอบลุ้นเยอะเลยค่ะพี่พุดข๋า...

คือว่าอ่อมมามีกึ่มๆทุกรอบเลยนะค่ะ ฮาฮาฮาๆๆ นับไปนับมานี่อ่อมม่าเริ่มเยอะนะค่ะเนี่ย แถมจำได้ว่าเตียงเนี่ยครั้งเดี่ยว (หยุดดีกว่าค่ะ หนูชักหื่นมากมาย หนูเป็นเด็กน้อยน่ารักใสซื่อนะค่ะพี่ --- แกเนี่ยอะนะ) ฮาฮาฮาๆๆ


บินวนๆไปก่อนนะคะพี่พุดข๋า อย่าเพิ่งรีบจอด หนูชอบนั่งนานๆอะค่ะกัปตัน

รออ่านต่อนะค่ะพี่ พี่พุดสู้ๆๆๆๆ


โดย: praery_za IP: 58.10.170.106 วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:20:10:01 น.  

 
ตอนแรกคิดว่า
พี่เอมจะบอกว่าปล่อยให้ไฟไหม้บ้านไปเรย
555555555


ชอบคู้ริคดี้ค่ะ
ม่ายไหวแร้ววววววววว

จินซองก้อ...
เข้าใจกันซักที
ฉากทะเลาะกลางถนน
เอ๋อ่านแร้วยิ่มตลอดเรย
ลูกเป็ด หรือลูกนก ^^อิอิ




นู่รออ่านอยุคร่า
จะเปิดเทอมแร้ว

ม่ายมีเวลามานั่งอ่านเหมือนตอนนี้แน่เรย

ต้องได้อ่านเสา-อาทิด
โถ่ๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: sushilanla IP: 58.9.22.192 วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:20:45:17 น.  

 
พระเจ้าช่วยกล้วยตานีปลายหวีเหี่ยว คนอ่านโดน(ใจ)ไปเต็มๆทั้ง3 คู่ (ไม่รู้จะกรี๊ดคู่ไหนก่อนดีตรู -*- )



ร่ำร้องฉากจู้ฮุกกรูของอูด้งนักหนา พอน้องพุดใจดีจัดให้ อ่านแล้วดันแอบขำซะงั้น แถมมาทิ้งค้างไว้ให้จิ้นต่อเองอีก บร้าๆๆๆ (พยายามจิ้นต่อเองแล้ว แต่ไม่สำเร็จวุ้ย จิ้นทีไรเห็นแต่ภาพข้าวต้มมัดไส้กล้วยโรยถั่วดำมัดตอกติดกันแน่น พาลขนลุกซู่วๆๆ อีกตั่งหาก กร๊ากกกกกก ทรมานคนจิ้นได้อีกกกก)



ส่วนป๋านี่แถวบ้านเรียกทั้งรักทั้งหลงน้องแอนค่อดๆ อ่านแล้วนึกถึงเพลงนี้ “อยากจะกินกลืนเธอทั้งตัว ไม่อยากเหลือไว้ให้ใครได้กลิ่น อยากได้ยินเพียงเสียงของเธอ เพรียกบอกรักเพ้อถึงฉันผู้เดียว กดอารมณ์ทนไปไม่ไหวใจมันหวิววาบ ไม่เจอคงขาดใจ โอ๊ย โอ๊ยยยยย จะทนได้นานสักเท่าไหร่ หากคิดถึง โอ๊ย โอ๊ยยยย โอ่ยโอ๊ย คิดถึงจังเธอ ...... ” หวานซ้า ~~~


มาถึงคู่ที่ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะเป็นเผ่านกหรือเผ่าเป็ด (เวงงง เถียงกันเรื่องบร้าๆ ยังน่ารักค่อด^.^ ) น่าแปลกที่ไม่ว่าอิคู่นี้จะหวาน จะขม จะพูดหรือทำอะไร จะลากกันไปหัวหกก้นติดที่ไหน ทำมั๊ยทำมัย มันลงตัว โดนใจไปซะหมดหว่า (หรือออมม่าและบุตรจะเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ 555)



ปล. จะแลนดิ้ง ปล่อยผู้โดยสารลงจากเครื่องแล้วเหรอ ยังไม่มีฉากบนเครื่องบินเลยน๊า ฮี่ๆๆๆ


โดย: duckie IP: 124.121.28.101 วันที่: 28 ตุลาคม 2551 เวลา:22:10:01 น.  

 
ริคดี้กลับมาหวานกันต่อ หลงกันหัวปักหัวปำ
จินซอง คู่นี้เดี่ยวงอนเดี่ยวหวาน ต่อปากต่อคำกันเก่งจริง ๆ
ลงมินวานหวานนะค่ะ แต่แอบคำเวลาจิ้น


โดย: ket_dd IP: 117.47.189.142 วันที่: 2 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:50:41 น.  

 
มาแบบเชื่องช้า ดีเลย์ไปตั้งหลายวัน

พี่ว่านะ เรื่องนี้ผู้โดยสารเค้าไม่ค่อยอยากลงกันอ่ะนะ
พี่ก็เหมือนกัน อยากรู้เรื่องต่อไปแต่ก็ไม่อยากให้จบ เอ๊ะ... ยังไงเนี่ย

ขอถอนหายใจ สงสารแม่นกปากแข็ง แสดงออกไม่เก่ง เก่งแต่ตอนเหล้าเข้าปากอย่างเดียว


โดย: พี่อัน IP: 202.129.32.218 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:14:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.