I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
23 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
Shot fic shinhwa .... ก้าวเดียว ...Special Jin-Dy ep.6-7







ก้าวเดียว Special Jin-Dy ep.6

เมื่อหัวใจคือตัวบงการ และความรู้สึกคอยเป็นกำลังเสริม








เครื่องพ่นไอน้ำ ปล่อยไอลอยคลุ้งเป็นสายเพื่อเพิ่มความชื้นให้อากาศ ดอกเดซี่สีขาว สื่อความหมายแทนความไร้เดียงสาสั่นไหวน้อย ๆ ตามแรงลมอยู่บนหัวเตียง เอริคเป็นคนถือมันมาวางไว้ใกล้ ๆ เมื่อเช้า บอกว่ามองดอกไม้จะได้มีพลัง เชอะ ทฤษฎีไหนของนายกันล่ะนั่น .. อืม แต่ทั้งหมดไม่ใช่ประเด็นหรอก

ตอนนี้แอนดี้ต้องมานอนแกร่วอยู่บนเตียงผู้ป่วยอย่างเซ็ง ๆ นี่ต่างหากที่เป็นประเด็นหลัก แล้วเหตุผลที่ทำให้ต้องป่วยก็ไม่ใช่เพราะต้องการเล่นน้ำฝนเหมือนที่บอกกับเฮซองไปหรอก นั่นน่ะมันเรื่องโกหก คนที่ทำให้เค้าต้องเดินตากฝนจนเปียกปอนเป็นระยะทางหลายกิโล คือคนที่นั่งทำหน้าตึงอยู่ตรงหน้าตอนนี้ต่างหาก

จอนจิน นายนั่นแหละ ตัวการใหญ่ ..


ดวงตาเรียวเล็กไล่มองภาพและตัวหนังสือในมือเหมือนตั้งใจและจดจ่อ แต่ความเป็นจริง การ์ตูนที่เอริคอุตส่าห์ขนมาให้อ่านเป็นกองเหล่านั้น ไม่ได้ซึมเข้าสู่เซลล์สมองเลยแม้แต่นิด คนป่วยของเราก็เพียงแค่ยกมันขึ้นมาจ่อกับหน้าเพื่อบดบังสายตาของเค้าออกห่างจากแขกผู้มาเยี่ยมต่างหาก ก็จะให้ทำงัย ในเมื่อเหตุการณ์ประหลาดมันเพิ่งเกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ และตอนนี้ เค้าก็ยังไม่พร้อมจะพูดเรื่องนั้นซะด้วยสิ

ทำไมล่ะ??

โกรธเหรอ .. เปล่าหรอก เพราะถ้าโกรธจริง ๆ ป่านนี้จอนจินคงไม่ได้มานั่งหายใจอยู่ใกล้ ๆ เตียงเค้าแบบนี้เป็นแน่

หรืออาย .. อืม!! น่าคิด แล้วถ้าความรู้สึกที่ว่านั้นมันคืออายจริง ๆ ล่ะ หมายความว่า เค้าก็คิดอะไรกะรุ่นพี่คนนี้น่ะสิ

หวา~~~ ไม่ใช่หรอกนะ ... ไม่ใช่จริง ๆ ให้สาบานวัดไหน ศาลไหน โบสไหนก็ไม่ใช่ เค้าไม่เคยคิดอะไรกะจอนจินเกินรุ่นพี่คนนึงเลย ไม่เคยเล้ยยยยยยยยยยยย เชื่อลูกหมีตัวเล็ก ๆ คนนี้เหอะ ..
.
.
.

จนกระทั่งเมื่อวาน ... (กรรม~~)
.
.
.
“แอนดี้...

...แอนดี้ ..”

“อ๊ะ!! ฮะ ..พี่จินจะกลับแล้วใช่มั้ย เชิญเลยฮะ ขอบคุณที่อยู่เฝ้า” คนป่วยยิ้มแหย ๆ ให้ หัวสมองที่คิดการณ์ไปไกลจนวกกลับเข้ามาสู่สภาวะปัจจุบันแทบไม่ทันเมื่อไห้ยินเสียงตัวการณ์ใหญ่เรียกชื่อตน

“เปล่า พี่ไม่ได้บอกว่าจะกลับซักหน่อย เรียกเรานานแล้วยังเห็นเฉย นึกว่าเป็นอะไรซะอีก”

“ก็ .. ก็ผมกำลังอ่านหนังสือ”

“อืม!! เห็น.. หรือว่าอ่านคำไหนไม่ออก เห็นค้างอยู่หน้านั้นมา 10 นาทีแล้ว ถามพี่ได้นะ”

“ขอบคุณฮะ” ว่าแล้วก็ยกหนังสือในมือขึ้นในระดับสายตาอีกครั้ง คราวนี้เปิดลวก ๆ ให้มันผ่านไปเร็ว ๆ กว่าเดิม แต่สายตาก็ยังไม่ได้จดจ่ออยู่กับหน้าหนังสืออยู่ดี

“ความจริงผมไม่เป็นไรมากหรอกฮะ เดี๋ยวพี่ริคก็มาแล้วด้วย พี่จะกลับก็ได้นะ”

“เราก็ได้ยินที่เฮซองพูดนี่ ถ้าเค้ารู้ว่าพี่หนีกลับ เดี๋ยวเป็นเรื่อง”

“ก็ถ้าผมไม่บอก แล้วพี่ซองเค้าจะรู้ได้งัยล่ะฮะ”

“ก็ใช่ แต่เราไม่อยากเห็นหน้าพี่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ แอนดี้” อูย~~ เข้าโหมดตาหวานน้ำเสียงนุ่มลึกทะลวงใส้อีกแล้ว

“ปะ ..เปล่า ..หรอกฮะ ถ้าพี่อยากอยู่ ก็อยู่ไปเหอะ” แอนดี้เลี่ยงสายตาออกจากใบหน้าของจอนจิน เสมองไปทุกที่ทุกทาง มองไปยังสิ่งของทุกอย่างที่มีตัวตนอยู่ในห้อง...ยกเว้นก็แต่ใบหน้าของคนตรงหน้า ดวงตา และพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่มองต่ำไปกว่าจมูกโด่ง ๆ ของเค้าผู้นั้น ..

นี่ขนาดแค่คิด ยังไม่มอง ...แต่แค่นี้ก็รู้สึกว่าเลือดในตัวไหลมากองอยู่ที่หน้าได้งัยก็เกินจะหยั่งรู้

“อีกไม่นานจะมีแข่งกีฬา พี่คงซ้อมบาสกับเราไม่ได้”

“เอ่อ ไม่เป็นไรหรอกฮะ ผมก็ไม่อยากเล่นบาส ผมว่าผมคงไม่เหมาะกับกีฬาประเภทนี้” เจ้าตัวยิ้มแหย ๆ ให้อีกที นึกดีใจเหลือเกินที่ต่อไป คงไม่ต้องเข้าใกล้อะไรที่มันเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและหัวใจของตัวเองอีก

“ใช่สิ เราน่ะคงไม่เหมาะกับบาส เล่นบอลเหมือนเดินน่ะดีแล้ว ฝนคงไม่ตกแล้วแหละ เอาเป็นว่าถ้าหายดีเมื่อไหร่ก็เจอกันที่สนามเหมือนเดิมนะ”
..
.
.
“หะ ...ห๋า!!!!!!!!!! พี่จินว่าไงนะฮะ” ความหวังพังทลาย รอยกระหยิ่มยิ้มย่องในใจตะกี๊ หายเกลี้ยงไปแทบหมด

“ก็บอกว่าตอนเย็นหลังเลิกซ้อมเจอกันที่สนามเหมือนเดิมไง”

“แต่ .. แต่ว่า”

“ถือว่าเป็นเพื่อนซ้อมให้พี่ ไม่ต้องคิดอะไรมากหรอก...”

“ไม่ให้คิดมากเนี๊ยะนะ .. ใครมันจะไปทำได้กันล่ะเว้ยเฮ้ย” อันนี้แอนดี้คิดในใจ ขณะที่แอบถอนหายใจเฮือกเล็ก ๆ เฮือกหนึ่งไม่ให้จอนจินรู้

“กระเป๋าเป้ในล็อคเกอร์น่ะ จะให้เอามาให้รึเปล่า”

“ไม่ต้องหรอกฮะ เดี๋ยวผมก็หายดีแล้ว ค่อยไปเอาก็ได้”

“อืม!”

จอนจินกลับเข้าสู่โหมดนิ่ง นั่งจ้องหน้าคนป่วยตาแทบไม่กระพริบ ริมฝีปากเริ่มหยักเป็นรอยยิ้มเย็น ๆ จนน่าหวาด เค้าขยับเก้าอี้เข้าใกล้เตียงอีกนิด ก่อนจะยกมือสองข้างวางศอกไว้บนเตียงเท้าคางตัวเองแล้วก็จ้องไปยังคนป่วยที่เริ่มจะสั่นงก ๆ ไม่รู้ว่าสั่นเพราะพิษไข้ หรือกลัวอะไรกันแน่ จนปัญญาที่แอนดี้จะขับไล่ เลยได้แต่ใช้มุกเก่ายกการ์ตูนขึ้นมาบังหน้าอีกหน

“เล่มนั้นจบแล้วนี่ ยังอ่านอีกเหรอ” คนร่างสูงทักขึ้น คลี่ยิ้มกว้างเป็นเท่าตัว เมื่อเห็นอาการเก้ ๆ กัง ๆ ของผู้ป่วยที่นอนหน้าแดงแจ๋ รีบวางการ์ตูนในมือลง พร้อมกับหยิบเรื่องใหม่ข้าง ๆ ตัวขึ้นมาแก้เก้อ

“พี่จะมานั่งจ้องผมทำไมเนี๊ยะ กลับเหอะฮะ”

“มองเราแบบนี้ก็ตลกดีนะ”

“พี่จิน!!!”

“คิดอะไรอยู่ บอกพี่สิ”

“เปล่า”

“แต่เราดูลน ๆ ชอบกลนะ ไข้ขึ้นรึเปล่า หน้าแดงแจ๋เชียว”

“ทำเป็นไม่รู้อีก ปัดโธ่” ... แอนดี้ได้แต่คิดพร้อมขมวดคิ้วยุ่ง ๆ ส่งให้คนหน้าเป็นตรงหน้า จนปัญญาที่จะให้สมาธิจดจ่ออยู่กับหนังสือได้อีกต่อไปแล้ว ...

“ก็ ... ก็ .. คือ จะบอกว่าไม่คิดก็ไม่ถูกหรอก ความจริงแล้ว ก็คิดนะ นิดนึง พี่จินไม่คิดเหรอ”

“คิดอะไรล่ะ ไม่บอกแล้วจะรู้มั้ยเนี๊ยะ” ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มกวน ๆ มาให้ ยิ่งเห็นอาการตกใจของคนตัวเล็กตรงหน้า กลับยิ่งก้มหน้าลงไปใกล้ยิ่งขึ้น แววตาที่โกรธจนแทบจะพ่นไฟของคนป่วยตอนนี้ เห็นแล้วก็พาลจะหลุดขำซะให้ได้

“เรื่องอะไรน่ะเหรอ ... พี่ไม่รู้จริงๆ น่ะเหรอฮะ ยังจะให้พูดจริง ๆ อ่ะนะ”

“จริงสิ” ทำหน้าตายดวงตาใสซื่อ(บื้อ) แอนดี้ต้องถอนใจเฮือก ... พี่จะล้อเล่นกับผมงั้นเหรอพี่จิน..

“ก็เรื่อง ... เรื่อง .. เรื่องที่เรา .. เอ่อ โธ่! เรื่อง .. จ..จูบไงฮะ....” เฮ้อ! กว่าจะหลุดจากปากได้ แทบต้องบนบานศาลกล่าว แต่พอออกจากปากได้แล้วกลับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีซะงั้น
..
.
.

“จูบ??…”


แกร่ก~~~~~~~~

เสียงประตูเปิดออกฉับพลันโดยไร้เสียงเคาะตามมารยาทที่ควรทำ ทำให้เจ้าตัวเล็กบนเตียง และคนเฝ้าสุดหล่อเป็นอันต้องสะดุ้งหน้าถอดสีขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

หน้าประตูปรากฏหนุ่มรูปงามส่งยิ้มอวดฟันเรียงสวยมาให้ .. แถมด้วยถุงขนมในมือมากมายจนดูพะรุงพะรัง


“เอริค” แอนดี้ส่งเสียงคล้ายละเมอออกมามากกว่า

“ว่างัย .. อ้าว! จอนจิน มาเยี่ยมแอนดี้เหรอ”

“อ่ะ ฮะ.. ผมมากับเฮซอง แต่พี่เค้ามีธุระเลยให้ผมอยู่เป็นเพื่อนแอนดี้รอพี่ริค”

“ขอบใจนะ” เอริคเดินมานั่งลงบนเตียงผู้ป่วย เอื้อมมือมาจับหน้าผากวัดอุณหภูมิความร้อน คนป่วยบนเตียงเริ่มตัวแข็งทื่อ เพราะไอ้ประโยคสุดท้ายก่อนที่เอริคจะเปิดประตูเข้ามานั่น มันดังพอดู ไอ้ยักษ์บ้าจะทันได้ยินรึเปล่าหว่า ..


“ดีขึ้นรึยัง หน้าซีด ๆ นะ สงสัยต้องบอกหมอให้ฉีดยาซักเข็ม”

“เย้ยยยย!! ชั้นหายดีแล้ว ไม่เอาหรอก ไม่ฉีดนะ ให้ตายก็ไม่ฉีด” ตัวเล็กส่ายหัวดิก ๆ ทำเอาเอริคหัวเราะชอบใจ เจ้าตัวเล็กเมินหน้า พลันสายตาปะทะเอากับสีหน้าที่อมยิ้มนิด ๆ ของสิ่งมีชีวิตอีกคนในห้อง ที่ถูกลืมไปแล้ว

“ทำไมพี่จินต้องยิ้มเหยียด ๆ แบบนั้นด้วยนะ ..” เค้าได้แต่คิด

“เอริค.” ช้อนตาขึ้นมองใบหน้าคม ๆ ของคนรัก พร้อมส่งเสียงออดอ้อน

“ว่าไง ... จะเอาอะไร ขนมเต็มห้องแล้วนะ”

“วันนี้ทำไมมาช้า รู้มั้ยว่าชั้นรอนายนานแค่ไหน” โดยไม่ทันได้ตั้งตัว แอนดี้ดึงคอเสื้อโน้มให้ร่างสูงเข้ามาใกล้ ก่อนโอบกระชับร่าง ๆ นั้นซุกตัวลงบนอกแกร่งอย่างไม่อายสายตาใครอีกคู่ ..

“เป็นอะไรเนี๊ยะ ... อายจอนจินบ้างสิ”

“ช่างพี่เค้าสิ”

“แอนดี้ ปล่อยก่อน”

“ทีนายยังไม่เห็นอายใครเลย ตอนนายจูบชั้นหน้ามหาลัย หน้าโรงเรียน หน้าห้าง หน้าห้องน้ำโรงหนัง ชั้นยังไม่ว่าอะไรเลยนะ” ประโยคทั้งหมดเหล่านั้นทำเอาเอริคเลิ่กคิ้ว น้ำเสียงดัง ๆ ยังกะไม่ต้องการปกปิดทำให้เอริคเริ่มแปลกใจ

“นี่ ทีหลังถ้านายเรียกชั้นว่าเจ้ายักษ์หน้าไม่อาย ชั้นจะทำโทษนาย รู้มั้ยแอนดี้”

“ยอมให้ทำโทษ” คนตัวเล็กยื่นหน้ายื่นตาแสนน่ารักเข้ามาแทบติดกับใบหน้าอีกคนอย่างท้าทาย แม้จะสร้างความแปลกใจ แต่เอริคกลับหัวเราะคิก

“เอ่อ ผมว่าผมขอตัวกลับดีกว่าฮะพี่ริค ... ผมมีธุระต่อด้วย” เมื่อนั่งมองฉากสวีทหวานอยู่นานจนเริ่มจะทนไม่ไหว จอนจินก็ลุกขึ้นโค้งให้เอริคทีนึงเป็นการบอกลา

“หายไว ๆ นะแอนดี้ แล้วเจอกันที่โรงเรียน”


คนร่างสูงผลักประตูออกไปโดยไม่หันหลังกลับมามองอีก ทำเอาแอนดี้ที่ยังคงรั้งคอเสื้อเอริคไว้แน่นลอบยิ้มอย่างสะใจ

“ฮึ ๆ ๆ ให้มันรู้ไปสิ พี่กับผม ใครจะแน่กว่ากัน”

“ห๋า! นายว่าไงนะแอนดี้”

“อ่ะ เปล่า ๆ ๆ ไม่มีอะไร” มือเล็กผละอกคนตรงหน้าออก ก่อนล้มตัวลงนอนหันข้างให้อย่างไม่แยแส อาการผิดกับเมื่อกี๊หน้ามือเป็นหลังมือ

“เป็นอะไร ตะกี๊ยังอ้อนยังกะลูกแมว”

“เปล่า หายไปไหนมาถึงมาเอาป่านนี้ล่ะ ห่วงชั้นบ้างมั้ยเนี๊ยะ” กระแทกเสียงแข็ง ๆ ใส่ ทำเป็นโกรธไปงั้นเอง

“ถ้าไม่ห่วง ชั้นคงไม่ได้มายืนตรงนี้หรอก รู้มั้ย ว่าเพราะห่วงนาย งานโรงเรียนชั้นยังทิ้งมาได้เลยรู้มั้ย” เอริคดึงร่างที่แน่นิ่งให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง สองมือประคองแก้มแดง ๆ ป่อง ๆ ของคนป่วยไว้เบา ๆ ดวงตาคมจ้องมองลึกลงไปในดวงตากลมใสอีกดวงให้รู้ว่าหวงแหนและแสนห่วงขนาดไหน ... เพียงแค่แววตา ยังไม่มีคำหวานซักคำมาหว่านล้อม แต่เพียงแค่นี้แอนดี้ก็อ่อนยวบลงไปแล้ว

“หายไว ๆ นะ เห็นนายอยู่ในชุดคนป่วยแบบนี้แล้ว ชั้นแทบไม่กล้าจับนายแรง ๆ กลัวนายจะหักคามือซะก่อน”

“ไม่อยากจับแรง ๆ เนี๊ยะนะ พูดออกมาได้ อยู่บ้านล่ะทำเกือบตายไม่เคยสำนึก”

“มันต่างกันนี่น่า ...” เอริคเลื่อนใบหน้าของเค้าเข้าใกล้คนป่วย กดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนเบา ๆ อุณหภูมิยังคงอุ่นๆ จึงยั้งริมฝีปากไว้แค่นั้นก่อนปล่อยให้แอนดี้เป็นอิสระ แต่มือเล็กก็ยั้งการกระทำนั้นเอาไว้ เมื่อเห็นว่าเอริคกำลังจะลุกเดินไป..


อยากถามว่าได้ยินอะไรแปลก ๆ ก่อนเข้ามาในห้องรึเปล่า ก็ไม่กล้าถาม เกิดเอริคบอกว่าได้ยินจริง ๆ ก็กลัวจะไปไม่ถูก ความกังวลนั้นเผลอแสดงออกมาทางดวงตาจนต้องยิ้มกลบเกลื่อน

“จะไปไหน?..”

“ชั้นจะเอาของไปเก็บในตู้เย็น”

“เอริค~~”

“หืม! ปวดหัวอีกเหรอ”

“นายรักชั้นใช่มั้ย??” คนร่างสูงชะงักไปชั่วครู่ ... เป็นครู่เดียวจริง ๆ ก่อนรอยยิ้มมุมปากจะปรากฏ ขืนใจตัวเองมากมายไม่ให้กระโดดเข้าไปปล้ำคนป่วยเอาตอนนี้

“ต้องการเหรอ หืม! ป่วยอยู่เลยนี่ เอาไว้ให้หายก่อนสิ”

แล้วพ่อตัวดีก็เดินหายไปอีกด้าน ปล่อยแอนดี้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่กับที่ นี่มันจะเข้าใจอะไรมั้งมั้ยเนี๊ยะ รักกับเซ็กซ์ มันคนละเรื่องกันน๊า ... ไอ้ยักษ์หื่น..









มันเริ่มออกทะเล

พี่รสฮะ ที่เคยขอไว้ ขอเป็นตอนหน้านะ จริง ๆ ก้แต่งแล้ว แต่รู้สึกว่ามันเริ่มออกทะเล 5555

พี่บีเศร้า โอ้ววววววว มายก็อด มันเป็นเรื่องฮา ๆ นะฮะ หาใช่ดราม่าไม่ (พอแต่งดราม่าทีไร ดันไม่เศร้าวุ้ย)


ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันจะออกมายังงัย คนแต่งเองก็ชักงง ๆ เอาเป็นว่า ประเด็นมันอยู่ที่ความรู้สึก ถ้ามั่นคง ก็โอ เมื่อไหร่ที่ไม่มั่นใจมันก็ว่อกแว่กเป็นธรรมดา แต่พุดดี้ขอยืนยันด้วยเกียรติของความเป็นแม่ยกริคดี้ ว่าเรื่องนี้ ไม่ดาร์กแน่นอนฮะ เหอ ๆ ๆ












+++++++++++++++++++++++++
++++++++++++++++++++
+++++++++++++++
+++++++++
++
++
+
+
+




ก้าวเดียว Special Jin-Dy ep.7 (ตอนนี้มีแต่แม่ลูกล้วน ๆ )

คุณสมบัติของหัวใจผม ... อ่อนโยน .. อ่อนไหว ...อ่อนแอ และอ่อนต่อเธอ




.
.
.
.

...เติมความมั่นใจให้ผมหน่อย ... ให้ผมรู้ว่าหัวใจที่มีคุณอยู่ในนั้น ยังรักมั่นเชื่อมั่นกับผมเสมอ ให้ผมได้รู้สึกถึงเลือดที่หล่อเลี้ยงร่างกายไหลสูบฉีดเพื่อผมและเธอผู้อยู่ภายในใจนั้น เพียงคนเดียว...

....รับจูบผมไว้หน่อย แม้คุณอาจเสพมันครั้งแล้วครั้งเล่าจนความหวานก็ดูราวกับจืดชืด หากแต่เพียงคุณขานรับ และบรรจงซึมซับสัมผัสนั้นไว้ ผมคงพร้อมอุทิศทั้งชีวิต เพื่อมอบหัวใจถวายให้ .. อย่างไม่มีวันจืดจาง .. ทั้งดวง

..
.
.
.
.
วันนี้โดดซ้อมบอล แต่แทนที่จะได้ใช้เวลาสำเริงสำราญไปกับร้านเกมส์ หรือเที่ยวเล่นตามประสา จอนจินกลับพาตัวเองมาเดินเอ้อละเหยเพื่อรอเฮซองอยู่ริมถนนซะนี่ ..

ตอนที่เดินออกมาจากโรงพยาบาล ใจก็อยากจะโทรหาไอ้เพื่อนตัวดีทั้ง 3 ที่คิดว่าวันนี้ มันก็คงโดดซ้อมครือกัน แต่อีกใจ กลับอยากใช้เวลาอยู่คนเดียว

เอ! ทำไมถึงรู้สึกแปลก ๆ นะ ... แปลก ๆ ที่ว่ามันคืออะไร ก็เกินจะหยั่งรู้ ...

เบียร์ 2-3 กระป๋องถูกกรอกเข้าปากอย่างเอื่อย ๆ เพื่อฆ่าเวลาระหว่างรอคนรัก ไม่ได้ตั้งใจจะมอมเหล้าตัวเองเพื่อดับความกลุ้มเลยซักนิสสสสสสสสส (ก็ไม่ได้กลุ้มอะไร แล้วจะกินเบียร์เพื่อดับกลุ้มไปทำมัย) หัวสมองปฏิเสธ แต่หัวใจก็ไหวลู่ ... แม้คิดเข้าข้างตัวเองเป็นคุ้งเป็นแควว่าแค่อยากฆ่าเวลาก็เหอะ.. แต่มันก็อดหงุดหงิดกับสีหน้าของคนบางคนที่ลอยเข้ามาอยู่ในหัวจนเต็มเซลล์สมองไปหมดไม่ได้ ...

ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ..

เบียร์กระป๋องสุดท้าย ถูกส่งเข้าปากอีกระลอกเหมือนคนกระหายน้ำ บางส่วนของเบียร์ที่ลำเลียงเข้าไปในลำคอไม่ทันก็ไหลรินลงมาเป็นสายทางมุมปาก ...

จอนจินยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดคราบเบียร์ลวก ๆ ก่อนหันก้มลงมองนาฬิกาที่ข้อมือซึ่งบอกเวลา 3 ทุ่มนิด ๆ นี่เค้านั่งรอเฮซอง 2 ชั่วโมงเต็ม ๆ เลยหรือเนี๊ยะ มันนานมาก ...

เวลาหลายเดือนมานี่ เค้าใช้มันหมดไปกับการรอคอยนานแค่ไหนแล้วนะ .. อืม ปกติไม่เคยอยากนับ แต่วันนี้ทำไมหัวสมองมันถึงคิดขึ้นมา.. ยิ่งมึน ก็ยิ่งคิด ยิ่งคิด ก็ยิ่งกรุ่น ขืนไม่มาในอีก 30 นาทีนะ .. คอยดู

คอยดูอะไรล่ะ อย่างเค้าน่ะ จะทำอะไรเฮซองได้งั้นเหรอ ..

อืม ทำอะไร .. นอกจากปล้ำก็ไม่เคยทำอะไรได้อยู่แล้ว (กร๊ากกกกกกกกกกก... เริ่มเข้าโหมดหื่น เมียจินขอมา)


“รอนานมั้ย” เสียงหวาน ๆ ของใครบางคนลอยมาตามลม ทำเอาคนที่กำลังเคลิ้มเพราะคิดแผนปล้ำมีอันต้องสะดุ้ง .. หันมองหาที่มาของเสียงให้ควั่ก

“หายตัวมาเหรอฮะ เงียบจัง”

“นายน่ะเหม่อเองต่างหาก!!.. วันนี้ดื่มด้วยเหรอ”

“ก็ดื่มเล่น ๆ รอพี่น่ะ”

“ยังใส่ชุดนักเรียนอยู่เลยนะ แย่จริงๆ” คนโดนดุได้แต่ยกไหล่ขึ้นอย่างไม่หยี่ระ

“ชั้นให้นายรอแบบนี้ มันไม่ค่อยดีเลยนะ เอาเป็นว่าต่อไปชั้นกลับคนเดียวดีกว่า ไม่ต้องคอยมารับหรอก ลำบากเปล่า ๆ”

“อะไรที่ทำเพื่อคนรัก สิ่งนั้นไม่นับว่าเป็นการลำบากหรอกนะฮะ รู้มั้ย??”

คนฟังอมยิ้มน่ารัก ก่อนจะยื่นมือไปตรงหน้าหวังฉุดร่างสูงของจอนจินให้ยืนขึ้น

“กลับกันเหอะ” มือแกร่งยื่นมาจับแต่โดยดี ดึงตัวเองลุกขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวานไม่ต่างกัน อาจจะเชื่อมกว่าปกติเพราะสติเริ่มจะไม่อยู่กับร่องกับรอยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ... คนทั้งคู่เดินไปตามทางที่มีแสงสว่างสาดส่องจากเสาไฟเป็นทางยาว สองมือกุมกระชับกันแน่นกวัดแกว่งไปมาเล่น ๆ

“พี่รู้มั้ย ทำไมผมถึงต้องมารอพี่”

“อะไรเหรอ”

“ผมชอบตอนที่เราได้ใช้เวลาเดินกลับบ้านด้วยกันแบบนี้แหละฮะ เพราะมันเป็นเวลาเดียวที่ผมได้อยู่กับพี่ แล้วก็คุยกับพี่” คนพูดไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่าความรู้สึกในใจจริง แต่เค้าคงไม่รู้ว่าประโยคนั้นมันทำเอาคนฟังนิ่งอึ้งไปแค่ไหน

“นายทำเอาชั้นรู้สึกผิดเลยนะจอนจิน” ขาเรียวยาวที่กำลังก้าวเดินพลันหยุดกึก มือที่จูงกันไว้ถูกสะบัดจนหลุดจากการเกาะกุม

“ผมไม่ได้ว่าอะไรนะ ผมแค่จะบอกว่าผมชอบเดินจับมือพี่แบบนี้ ก็เท่านั้นแหละ”

“นายเมา แล้วนายก็กำลังต่อว่าชั้นที่ไม่มีเวลาให้นาย อย่างนั้นใช่มั้ย”

“เปล่า” จอนจินสั่นหัวปฏิเสธข้อกล่าวหา

“เปล่าได้ไง เห็นอยู่ชัด ๆ ก็บอกแล้วว่าต่อไปชั้นจะกลับเองงัย นายไม่จำเป็นต้องเสียเวลามารับก็ได้” ว่าแล้วใบหน้าสวยก็สะบัดเชิด เดินนำอีกคนที่ยังงุนงงเกาหัวแกรก ๆ อยู่กับที่เดินตามต้อย ๆ

กลับมาถึงห้อง เฮซองเปิดประตูโดยที่สีหน้ายังคงระบายไปด้วยความหงุดหงิดจนเห็นได้ชัด แม้จะเรียบเฉย แต่ก็เย็นชาและยังคงเลี่ยงที่จะเอ่ยปากพูด ซึ่งจอนจินเองก็รู้ดีว่าคนตรงหน้าของเค้าตอนนี้อยู่ในอาการที่เรียกว่า งอล นั่นเอง เค้าวางเป้ไว้บนชุดรับแขกก่อนจะเดินเข้าไปในครัว เปิดตู้เย็นหยิบเบียกระป๋องเย็นฉ่ำขึ้นมาเปิดเสียงดังซ่าก่อนลากเท้าออกไปชมวิวด้านนอกตรงระเบียง ปล่อยเฮซองทำธุระส่วนตัว จัดการกับอารมณ์ที่หงุดหงิด ๆ นั้นไปลำพัง อีกเดี๋ยวค่อยง้อก็ยังทัน

เวลาผ่านไปจนเสียงประตูห้องปิดโครมใหญ่ราวต้องการร้องเรียกความสนใจดังขึ้นมาโน่นแหละ จอนจินจึงได้ฤกษ์วางเบียร์ลงตรงลงตรงระเบียงหันไปมองคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพที่แค่เหลือบมองด้วยหางตายังต้องกลืนน้ำลายดังเอื้อก แล้วความรู้สึกที่อยู่ด้านในตัวเองก็ยกปลายนิ้วชี้ขึ้นมาสะกิดต่อมอารมณ์ปรารถนาให้รู้ว่าถึงเวลาที่คนหล่ออย่างเค้าจะต้องงอนง้อซักที

“พี่โกรธผม” จอนจินเดินมายืนพิงตู้ยิน อมยิ้มน้อย ๆ พลางเหลือบมองใบหน้าแดง ๆ ที่ทำแก้มป่องของคนที่กำลังรินน้ำและยกเข้าปากด้วยท่าทียั่วยวนชัด ๆ ..เอ หรือไม่ค่อยชัดแต่แอบยั่วยวนดี

“เปล่า” เฮซองตอบเหมือนไม่ใส่ใจนัก

“ผมบอกแล้วงัยว่าการรอคอยคนรักน่ะ มันคือเรื่องที่สมควรทำ ผมพูดจากใจจริงว่าชอบเดินจูงมือพี่กลับบ้าน เราเป็นแบบนั้นกันมาตั้งแต่เริ่มคบกันแล้วนี่ ผมพูดอะไรผิดงั้นเหรอ”

“ไม่นี่”

“งั้นพี่งอนทำไมล่ะ”

“เปล่า” เฮซองวางแก้วลงบนหลังตู้เย็น กำลังจะหมุนตัวกลับ แต่มือแกร่งของอีกคนไวกว่าคว้าเอาร่างเค้าไว้ กรงขังแกร่งสองข้างที่มีชีวิตและห่อหุ้มด้วยเลือดเนื้อโอบกระชับด้านหลังร่างโปร่ง วางคางตนไว้บนไหล่บาง ๆ พลางก้มหน้าสูดความหอมกรุ่นของกลิ่นสบู่อ่อน ๆ บนซอกคอขาวเข้าปอดเฮือกใหญ่

กลิ่นคุ้นเคยเจือจางที่ติดมากับออกซิเจนกวาดเอาความเครียด และจิตใจว่อกแว่กที่สะสมมาทั้งวันให้เริ่มกลับเข้าที่เข้าทางอย่างที่มันควรจะเป็นได้อย่างอัศจรรย์

“พี่จำวันที่เราเจอกันได้มั้ย พี่รู้มั้ยว่ากว่าเราจะรักกันน่ะมันยากแค่ไหน ผมยอมวิ่งตัดหน้ารถไปช่วยมูริไว้ เพื่อให้พี่เห็นใจและคิดว่าผมเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยม เท่ส์แสนเท่ส์ในสายตาพี่ พี่รู้รึเปล่าว่าผมเสียใจแค่ไหนที่วันนั้นผมไม่อาจช่วยชีวิตมูริได้ ผมเจ็บปวดที่เห็นพี่เศร้าแต่ช่วยอะไรไม่ได้เลย แล้วเราสองคนก็ผ่านมันมาได้ กับเรื่องก่อนนั้นพี่คิดว่าแค่เรื่องที่ผมต้องไปนั่งรอพี่ มันจะทำให้ผมเสียเวลาและทำเอาผมหงุดหงิดหัวใจได้งั้นเหรอฮะ”

“ช่วงนี้ชั้นยุ่งจริง ๆ ตั้งแต่ต้องเทรนชั้นก็แทบไม่มีเวลาให้นายเท่าไหร่”

“แล้วงัยฮะ”

“ชั้นกลัวนี่น่า กลัวนายจะเหงา กลัวนายจะเบื่อ กลัวนายจะเหนื่อยหน่ายที่ต้องรอคอยและต้องทำอะไรเพื่อชั้นอีกตั้งเยอะตั้งแยะ”

“หากบอกไปว่าไม่มีเลยมันก็เหมือนผมโกหก โอเค ผมก็เหงาบ้าง น้อยใจนิดหน่อย มันก็แค่นั้น ผมจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้อยู่แล้ว”

“แค่นั้น แต่มันก็ทำให้ชั้นกังวลนะ”

“ผมก็กังวลไม่น้อยกว่าพี่หรอกนะฮะ ต่อไปพี่ต้องกลายเป็นนักร้องดัง อย่าหวังว่าแค่เวลาเลยที่พี่จะไม่มีให้ผม ผมกลัวแม้กระทั่งหัวใจที่พี่เคยให้ พี่ก็จะทวงมันคืนกลับไปด้วยซ้ำ” เสียงเบา ๆ ปนเศร้าของจอนจิน สะกดให้หัวใจอีกดวงห่อเหี่ยวโดยเฉียบพลันราวทานตะวันเหี่ยวเฉาเมื่อยามอาทิตย์คล้อยบ่ายไปแล้ว

จอนจินกระชับร่างกึ่งเปลือยร่างนั้นไว้ในอ้อมกอดให้แน่นกว่าเดิม จรดปลายจมูกโด่งฝั่งลงบนแก้มที่เริ่มแดงระเรื่อนั่นอีกครั้งเบา ๆ เพื่อปลอบขวัญเมื่อเห็นว่าคำพูดเค้าทำเอาอีกคนวิตกกังวลแค่ไหน

“ผมเคยบอกพี่แล้วว่าผมจะไม่ให้พี่เลือก และหากว่าวันนึงผมต้องทำอะไรบางอย่างที่เรียกว่าเสียสละเพื่อพี่ ผมก็ยอมนะ”

“นี่จอนจิน .. นายคิดว่าชั้นเป็นคนเห็นแก่ชื่อเสียงเงินทองขนาดนั้นเลยรึงัย นายกำลังทำให้ชั้นหงุดหงิดเป็นบ้าเลยรู้มั้ย” มือบางพยายามแกะปมที่รัดตรึงร่างกายของตนเองออก ดิ้นขลุกขลักให้หลุดจากอ้อมกอดกำยำ ซึ่งรู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก

“ปล่อย”

“ผมเปล่าหมายความว่างั้นนะ ทำไมพี่ไม่เข้าใจบ้างนะ”

“ไม่ได้หมายความว่างั้นแล้วหมายความว่างัย”

“ไม่มีใครรู้ว่าต่อไปอะไรจะเกิดขึ้นหรอก ถูกมั้ย บางทีอาจเป็นผมด้วยซ้ำที่ต้องเป็นฝ่ายทำให้พี่เจ็บ ใครจะรู้”

“ก็ถ้าเป็นอย่างนั้น ชั้นจะจัดการนายก่อน”

“ค่อยสมกับพี่หน่อย” จอนจินค่อย ๆ คลายอ้อมกอด ดันไหล่สองข้างหมุนคนตรงหน้าให้หันเข้ามาหาตน ใบหน้าที่ยังคงงอง่ำเพราะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นั้น มองดูกี่ทีก็น่ารักน่าหลงใหลเหมือนหลายปีที่ผ่านไปไม่เคยเปลี่ยน

“ชั้นอยากมีเวลาให้นาย แต่มันเป็นไปได้ยากเหลือเกิน”

“ผมรู้ แต่มันแก้ไขได้นี่ ตราบใดที่ผมยังสัมผัส จับต้องพี่ได้แบบนี้ ผมก็โอเคแล้ว”

“ขอบใจ”

“อีกอย่าง ผมแค่อยากให้พี่ย้ำกับผมบ่อย ๆ ว่าพี่รู้สึกยังงัย เวลาที่ผมเหนื่อย คำรักของพี่ช่วยฟื้นพลังให้ผม ...เวลาที่ผมเหงา แค่อ้อมกอดของพี่มันก็ทำให้ผมไม่เดียวดายแล้ว”

“ฮึ ๆ นายตลกเป็นบ้าเลยวันนี้ รู้มั้ย”

“ผมพูดจริง ๆนะ” เฮซองยิ้มนิ่ง กรอกตาไปมาอย่างใคร่ครวญซักครู่ แล้วจึงคลี่ยิ้มหวานให้คนตรงหน้า

“ชั้นรักนาย....คำนี้ใช่มั้ยที่มันทำให้นายหายเหนื่อย”

“อืม...ฮะ”

“แล้วก็ไม่ต้องโดดเดี่ยวหรอก เพราะชั้นจะอยู่กับนายเสมอ ๆ” เฮซองเอื้อมมือขึ้นโอบรอบคอของอีกฝ่ายยืดตัวขึ้นกดริมฝีปากบางฝังลงบนริมฝีปากหนา ๆ ของคนตรงหน้าเบา ๆ เพื่อย้ำคำที่ได้พูดไปชัด ๆ กรีดให้คำสัญญานั้นเป็นร่องลึกลงไปอีกนิด

“โอเครึยัง” ใบหน้าสวยเอียงคอถามโดยไม่มีความเคอะเขินแม้แต่นิดในน้ำเสียงใส ๆ นั่น

“ทำไมผมยังเหนื่อยอยู่ล่ะฮะ” คนหล่อเลิ่กคิ้วถามก่อนดึงร่างในอ้อมกอดให้กระชับกว่าเดิม จนช่องว่างระหว่างทั้งคู่แทบไม่เหลือ

“หืม! .. คงเพราะนายดื่มไปล่ะมั้งวันนี้”

“รู้มั้ยฮะ ว่านอกจากคำบอกรักแล้ว อะไรที่ทำให้ผมหายเหนื่อยได้เร็วกว่านั้น”

“ไม่รู้สิ” ไหล่บางไหวน้อย ๆ เพราะอาการสะดุ้ง เมื่อมือหนาของอีกคน เอื้อมมาดึงผ้าขนหนูของตนด้วยท่าทางกรุ้มกริ่ม

“ทำอะไรน่ะ”

“ก็สิ่งที่ทำแล้วหายเหนื่อยงัยฮะ” มือหนาออกแรงกระตุกเพียงนิด ผ้าขนหนูผืนขาวสะอาดก็ลงไปนอนสงบอยู่บริเวณปลายเท้าของเจ้าของมันเป็นที่เรียบร้อย

“นายมัน..”

“ให้ความร่วมมือกับผมหน่อยนะฮะ ไม่งั้นผมอาจจะเหนื่อยกว่าเดิมก็ได้นะ” ปลายนิ้วไล้สำผัสผิวเรียบลื่นจากสะโพกเลื่อยขึ้นไปยังแผ่นหลังอย่างสนุกมือ

“ฮึ นี่มันจะไม่ยิ่งทำให้เหนื่อยหรอกเหรอ”

“งั้นพี่ก็ต้องทำให้แล้วล่ะ”

“ไอ่บ้าจิน นายนี่มัน...”

“มันเป็นคนที่รักพี่ที่สุดในโลก ... ใช่มั้ย” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลา

“ใครบอกล่ะ... มันเป็นคนที่ทำให้ชั้นรักได้สุดหัวใจต่างหาก”










เราบอกคุณแล้ว ว่ามันเริ่มออกทะเล

น้องกบฮะ เรื่องนี้กี่ตอนพี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แหะๆ ๆ แต่งไปเรื่อย ๆ ถึงฝั่งตรงไหนก็ตรงนั้นแหละเนอะ

ขอบคุณที่ติดตามนะฮะ

ขอโทษนะฮะ ถ้าจะผิดหวังกะเลิฟซีน ... แบบว่า ... มันแต่งไม่ออก เอิ้กกกกกกกกก ซอรี่สุด ๆ ฮะ

ปูลู จะบอกว่าแต่งไปด้วย เลี่ยนตัวเองไปด้วย


Create Date : 23 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 2 มีนาคม 2552 23:35:32 น. 14 comments
Counter : 645 Pageviews.

 
อ๊ายยยยยย น้องพุดจะจัดให้ตามรีเควสเลยหรอออออออ กรี๊ดดดดดดดด

ตกลงป๋าจะรู้มะเนี่ย ...ลุ้นต่อไป แต่ป๋าหึ่นได้ใจจิงๆ ฮ่าๆๆ น้องดี้ก้ออ้อนนนนน น่ารักน่าเอ็นดู

ออกทะเลหรอเนี่ย??? มะรู้เลยนะเนี่ย สนุกจนไม่รู้เลยว่าออกทะเล ฮ่าๆๆ ไม่ออกทะเลหรอกน้องพุด แค่ไม่ใช่ฟิคสั้นเท่านั้น อิอิ แต่จริงๆก้อไม่ได้มีการกำหนดนิ ว่าต้องสั้นแค่ไหนถึงจะเป็นช็อตฟิค เอาเป็นว่า อ่านเพลิน จิ้นบรรเจิด มีความสุขก้อพอแล้ว จิงปะ

น้องพุดสู้ๆน๊า อย่าเพิ่งถอดใจ...พี่นั่งเฝ้าตอนต่อไปมันตรงเนี้ยแหละ มีฉากสำคัญซะด้วย พลาดมะด๊ายยยยย..อิอิ

ปล..ยังไงตอนที่พี่ขอไม่ต้องทำให้สั้นก้อได้นะ ลากยาวๆหน่อยกะดี หึหึ (ยังจะขออีกวุ้ย)



โดย: ไอ้หนูลูกพ่อ IP: 155.140.255.113 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:52:08 น.  

 
จินนี่รีบกลับเนี่ยเพราะอะไรกัน~ กลัวจัวเองหวั่นไหว หรือสู้ฉากสวีทหวานไม่ได้55+

แบบว่าชอบประโยคที่ดี้บอกไม่ได้คิดอะไรกับจิน..จนกระทั่งเมื่อวาน..55+ สะใจนิดๆ

ปล.พี่พุดลากออกทะเลไปไกลๆก็ไม่ว่า เพราะเราก็อยากอ่านนานๆ


โดย: wizze IP: 124.120.95.231 วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:14:02:34 น.  

 
จินนี่โดนซองกี้ดุอีกละ แต่แหม...คำขอ
ของสุดที่รักนี่ก็นะ เป็นสิ่งที่อุตส่าห์เลี่ยง
มาทั้งวัน สุดท้ายก็จุดใต้ตำตอจนได้....
แหม พออ่านมาถึงตอนนี้แล้ว เริ่มอยาก
ให้ทั้งคู่นอกใจขึ้นมาซะแล้วสิ ก็น้องดี้
พออยู่ใกล้จินนี่ทีไร ชอบออกอาการน่า
รักน่าชังอยู่เรื่อย จินนี่ก็ช่างยั่วเย้าน่ารัก
น่าหยิกเหมือนกัน พออ่านแล้วเห็นภาพ
มันก็ชักจะเซๆแล้วแฮะ (นอกใจซะเอง)

แล้วที่จินนี่รีบขอตัวกลับโดยไม่เหลียว
หลังเลยเนี่ย เพราะหึงใช่ปะ ก็ถ้าไม่ใช่
ก็น่าจะมีเหลียวๆซักหน่อยนะ ออกจะน่า
ดูน่ามองซะขนาดนั้น คู่รักหวานแหวว
อ้อ...แล้วคำว่าจูบน่ะ ป๋าไม่ได้ยินเลย
เหรอ ปกติหูดีออก แล้วน้องดี้ทำอาการ
แปลกๆแบบนั้น ป๋าคนฉลาดก็คงสังเกตุ
เห็นขึ้นมาบ้างเหมือนกันล่ะนะ

ส่วนที่พุดบอกว่าเริ่มออกทะเลน่ะ ขอเป็นมหาสมุทรแปซิฟิคไปเลยละกันนะ
ยิ่งอ่านยิ่งน่ารักใครจะไปอยากให้ขึ้นฝั่ง
ง่ายๆล่ะจ๊ะตัวเอง หุ หุ หุ ..................

แล้วจะมาใหม่คราวหน้านะ อยากรู้ว่าทั้ง
สองคนจะซ้อมบอลกันแบบไหน จะทำ
หน้ายังไง จะออกอาการอะไรเมื่ออยู่กับ
คนหล่อและคนน่ารัก หัวใจจะเต้นใน
จังหวะคงที่ได้อีกรึเปล่า ต้องรอลุ้น ไปล่ะนะ............................................


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:40:26 น.  

 
จินนีรีบกลับไปเปล่าตัวเอง

แอนดี้ จงใจทำฉากสวีตใส่เพื่อไรกันค่ะ

ระวังเถอะป๋าจับได้โดนเอาตาย

พี่พุดเรื่องลากออกทะเล หนูเต็มใลากกกกกก ค่ะพี่

จะได้มีให้หนูอ่านเยอะ ๆ


โดย: ket_dd IP: 114.128.28.164 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:7:32:22 น.  

 
หมีดี้มันอ้อนป๋า ประชดจินรึเนี่ย
แปลว่ามันคิด.......

แล้วจินมันรีบออกจากห้องเพราะอะรัย ทนฉากสวีทไม่ไหว รึไม่พอใจ......

มาเฉลยเร็วๆเลยนะพุด

จะออกทะเลก็ไปเลยนะ...พี่ไม่เมาเรือ..ชอบ...จะได้มีเรื่องยาวๆอ่าน ฮิฮิฮิ


โดย: piyawan IP: 118.172.243.168 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:39:07 น.  

 
อ้าวๆ ตกลงมันคิดวอกแวกจริงๆ รึแค่อยากไล่จินนี่ออกไปกันแน่ แล้วจินนี่ที่ออกไปแค่เขินแทน รึว่ามันจี้ใจรึปล่าว
น่าคิดๆ
คราวนี้กัปตันพาล่องทะเล ไม่เอาๆ เอาเป็นล่องมหาสมุทรเลยดีกว่า กว้างดี อยากลอยอยู่นานๆน่ะฮ่ะกัปตันลากได้เต็มที่เลยฮะ


โดย: โบ_andyholic IP: 203.144.236.214 วันที่: 26 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:12:56:06 น.  

 
เพิ่งได้เข้ามาอ่านจริงๆหลังจากปักป้ายจองไว้นานเลยค่ะ
พี่พุดคะ เรื่องนี้ทำเอาแม่ยกแอบหวั่นไหวไปตามๆกันเลยทีเดียวค่ะ
กลัวว่าพี่ริคกะพี่ร่าจะอกหัก
แต่คู่สมการนี้เค้าน่ารักดีเหมือนกันนะคะ
อย่าว่าแต่ดี้เลย เป็นน้องถ้าเจอนักกีฬาทีมโรงเรียนที่รูปหล่อขนาดนี้ ก็ต้องแอบมีเผลอใจจากพี่กำนันบ้างเหมือนกันล่ะน๊า อุอุ

ปล.เรื่องนี้จะมีประมาณกี่ตอนอ่ะคะ


โดย: keiropi IP: 125.26.127.202 วันที่: 27 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:19:15:30 น.  

 
//“หากบอกไปว่าไม่มีเลยมันก็เหมือนผมโกหก โอเค ผมก็เหงาบ้าง น้อยใจนิดหน่อย มันก็แค่นั้น ผมจัดการกับความรู้สึกเหล่านั้นได้อยู่แล้ว”//
ด้วยการแอบไปสอนบอลสอนบาสน้องคนนึงรึป่าวคะพี่จิน อุอุ (แอบกัดเล็กน้อย)

//เรื่องนี้กี่ตอนพี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แหะๆ ๆ แต่งไปเรื่อย ๆ ถึงฝั่งตรงไหนก็ตรงนั้นแหละเนอะ

ขอบคุณที่ติดตามนะฮะ //

โอเชเลยค่ะ แฟนคลับพร้อมลอยคอออกทะเลไปกับนักเขียนอยู่แล้ว ^^
ปล.คลับของคนอกหักยังไม่สมบูรณ์เลย
ว่างๆพี่พุดไปมุงต่อด้วยนะคะ ไฟท์ติ้งๆๆๆค่า ^*^



โดย: keiropi IP: 125.26.124.56 วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:19:23:26 น.  

 
เหอๆๆ กลับมาเป็นคู่ของแม่ลูกแว้วว ชอบๆๆ จริงมันเป็นตอนพิเศษที่สนุกนะ ถึงจะบอกว่าเป็นจินดี้ แต่พี่เก๋ก็ไม่ได้ไม่ชอบหรอก แค่รู้สึกแปลกๆ เพราะชอบคู่แม่ลูกมากกว่า แล้วตอนนี้ก็เหมือนจะให้รายละเอียดกับความรู้สึกของแต่ละคู่มากขึ้นกว่าตอนปกติด้วย สรุป ก็ชอบนะคะ ไม่แพ้ตอนก่อนหน้านี้เลย

ว่าแต่เพ่หอยนี่เท่ห์ชะมัดเลย หุๆๆ


โดย: kayzila IP: 124.120.151.164 วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:20:13:11 น.  

 
อ๊ายยยยยยยย แม่ลูกทั้งตอนเลย อินโทรตอนเจ็ด ภาษาสวยมากเลยน้องพุด


ฟิคน้องพุดเนี่ย อิจินมันหล่อ เท่ห์ นิ่ง เข้อ้อน แถมฉลาดด้วยวุ้ย เพอร์เฟคแมนชิงๆ พี่หาตุ่มมะทัน กรี๊ดมันตรงนี้ล่ะน๊า กรี๊ดดดดด ชอบอ่ะ

วันนึงผมต้องทำอะไรบางอย่างที่เรียกว่าเสียสละเพื่อพี่ ผมก็ยอมนะ // น้องพุดมะได้วางพล็อตให้มีฉากเศร้าเคล้าน้ำตาช่ายปะ

บางทีอาจเป็นผมด้วยซ้ำที่ต้องเป็นฝ่ายทำให้พี่เจ็บ ใครจะรู้ // อ๊ายยยย มะยอมน๊า แม่ลูกต้องสมหวังน๊า ลูกนกต้องเป็นเด็กดีน๊าาาา

น้องพุดเลี่ยนหรอ พี่กะลังอร่อยเลย (ยังหวานได้อีกนะพุด อิอิ) แม่ลูกเนี่ย เท่าไหร่ก้อไม่เคยพอ เสพติดไปแล้ว ทำงัยดีอ่ะ


โดย: ไอ้หนูลูกพ่อ IP: 58.8.36.78 วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:22:07:46 น.  

 
ซองกล้าพูดเน้อ~

น่ารักจัง...หวานเยิ้ม

มดขึ้นหน้าจอแล้วเนี่ย

ชอบที่ซองพูดลงท้ายมากเลย

แบบว่าตอนแรกเหมือนซองไม่ยอม

แต่ไปๆมาๆ แบบนี้มัน..ยอมหมดใจแล้วตั้งหากละเนี่ย~

มาต่อเร็วๆนะคะ พี่พุด

อ่านแล้วหายเครียดเรื่องสอบไปได้อีกวันเลย~


โดย: wizze IP: 124.120.107.77 วันที่: 3 มีนาคม 2552 เวลา:23:19:00 น.  

 
พอตอนมันมาซ้อนกันแล้วรู้สึกจะสับสนกะตัวเองเวลาคอมเมนท์ เรียกง่ายๆว่าง่อนั่นเอง เหอๆๆ

ตอนที่ 6 ..

จริงๆแล้วชอบคู่สมการน๊า ชอบมากด้วย มะงั้นคงไม่จิ้นมันได้หรอก แต่ก็นะในเมื่อปวารณาตัวเปนแม่ยกชมรมรังนกแล้ว หน้าที่มันต้องมาก่อนสิ่งอื่นใด ฮ่าๆๆ ขอยัดใต้โต๊ะพุดดี้ได้มะ ว่าพี่ขอตัวซาร่าไปเก็บไว้ในซอกใจก่อง แล้วเรื่องหน้าแต่งคู่สมการจินดี้เพียวๆ ส่วนร่าให้ได้คู่ลงเอยติดชึ่งกะพี่แทน กร๊ากกกก ต้องยัดสักกี่ล้านวอนเนี่ย

จริงๆมันจิ้นได้ทั้งจินดี้และจินซองเลยอ่ะ ช่วงเวลาของจินดี้ก็น่ารักดีอ่ะ พฤติกรรมที่ดี้แสดงต่อหน้าจิน มันดูเหมือนต้องการเย้ย ต้องการอวดจินอ่ะ ถ้าเปนพี่ พี่จะคิดว่าดี้มันมีใจให้เยอะเหมือนกันนะเนี่ย ประมานว่าวอกแวกล้ำเส้นอ่ะ ถ้าคนไม่คิดไรมาก ก็แค่จัดการกะหัวใจและความคิดของตัวเองอย่างเงียบๆ แต่นี่ดันแสดงเหมือนจะให้จินหึง มันจะยังไงๆอยู่น๊า เหอๆ

ตอน 7 ..

มาถึงคู่สร้างสวรรค์สาป(สาปให้อยู่คู่กันจนตาย เหอๆ) เริ่มต้นมาเหมือนอารมย์จะค้างจากอาการเหมือนๆจะเคืองเพราะแรงหึงแฟนคนอื่น แต่พอมาเจออารมย์แม่ทูนหัวงอลใส่มั่งเปนไงละแก เกือบได้กินมะเหงกแระมั้ยล่ะ

แต่ก็นะคู่นี้มันดูจะงอลกันและดีกันได้ด้วยร่างกายอยู่เรื่อยน๊า ประมานว่าภาษากายดูมีอิทธิพลมากเลยอ่ะ แบบว่ากายนำใจยังไงยังงั้น แต่ดีใช้ภาษากายเยอะๆ ชอบบบเหอๆ แต่ก็นะร่างกายไม่ยืนยงและไม่สามารถผูกมัดใดๆได้ ถ้าใจไม่มั่นคงและรักจริง

ยังไงก็ขอให้พลังรักของทั้งสองจงมั่นคงและยั่งยืนตราบนานเท่านานน๊า



ส่วนจินดี้ แม่((นก))เผลอแล้วเจอกัน ฮ่าๆๆ

ปล.ถ้าจะจบเรื่องนี้ ขอฉากncแรงๆหน่อยได้ป่าว ช่วงนี้ชอบหน้ามืดวิงเวียนคล้ายจะเปนลมบ่อยๆ เลยอยากได้เลือดมาสูบฉีดเยอะๆอ่ะ เหอๆ


โดย: Orange Rose วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:17:58:03 น.  

 
หวานกว่านี้ได้อีกม๊ายยยยยยย
น่าร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก


โดย: andyBE IP: 58.9.194.98 วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:18:55:06 น.  

 
คราวนี้เป็นคู่แม่ลูก คราวหน้าคงเป็นคู่
พ่อลูกใช่ปะ...
จินนี่เองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าหงุดหงิด
ทำไม นั่นน่ะสิ..แล้วเราจะรู้ไปกะเค้ามั้ย
ส่วนเรื่องนอกใจ จินนี่คงไม่กล้าล่ะมั้ง ก็
แค่เปรยๆออกมานิดหน่อย ว่าอาจจะทำ
ให้ซองกี้เจ็บ แม่ก็ขู่ซะละว่าจะจัดการซะ
ก่อน แบบนี้โดนเชือดลูกเดียว.............
แล้วจะรอตอนต่อไปนะ น่ารักดี............


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 4 มีนาคม 2552 เวลา:21:43:43 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.