I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
21 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2) #13






Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2)




…13...ตกลงเราเป็นอะไรกัน....




ประตูห้องทำงานถูกเปิดเบา ๆ คนในห้องเลยไม่ทันจะรู้ตัวว่ามีใครบางคนเดินก้าวมายืนอยู่ข้างหลังตัวเองนานแล้ว ใจที่ปล่อยให้มันล่องลอยไปไหนต่อไหน ถูกกระชากกลับเข้าที่เพราะแขน 2 ข้างที่โอบร่างตัวเองไว้อย่างไม่ทันตั้งตัว

“มานานและเหรอแอนดี้”

“เพิ่งมาถึงน่ะฮะ พี่ริคไปไหนมาเหรอ”

“ห้องมินอูน่ะ” เอริคตอบก่อนเอี้ยวตัวไปหอมแก้มแอนดี้ฟอดใหญ่ แล้วจึงคลายอ้อมกอดออก กลับมานั่งพิงเก้าอี้มองหน้าอีกคนนิ่ง ๆ

“เป็นงัยบ้างเรา นอนหลับรึเปล่ามะคืน”

“หลับฮะ พี่ล่ะ”

“อืม ฝันดีด้วย” เอริคยิ้มอบอุ่นมาให้ คำพูดที่ต่างคนต่างโกหกกันเอง แต่ทั้งคู่คงรู้กันอยู่แก่ใจ ตาออกบวมขนาดนั้นของแอนดี้ และตาที่แทบจะลืมไม่ขึ้นของเค้าเอง จะเรียกว่านอนหลับได้งัย

“นายไม่เป็นไรใช่มั้ย แอนดี้”

“ไม่ฮะ ไม่เป็นไร” แอนดี้ก้มหน้าลง หยิบจับเอกสารรก ๆ ตรงหน้าตัวเองแก้เก้อ ไม่อยากหันมองหน้าของอีกคนตรง ๆ เพราะกลัวว่าตัวเองจะแสดงความอ่อนแอให้เห็น
…
..
.
“มันจะต้องผ่านไปด้วยดี นายเชื่อใจชั้นมั้ย .. แอนดี้” เอริคยังคงจ้องมายังใบหน้าที่พยายามกลั้นความรู้สึกอย่างสุดกำลังของแอนดี้ แต่หากว่านานกว่านี้ เค้าอาจเก็บอาการไม่ได้อีกต่อไปก็เป็นได้

“ผม.. ไม่รู้สิ ..

..แต่พี่อย่าโกรธพี่ซองกี้นะฮะ พี่เค้าทำไปเพราะเป็นห่วงผม ผมมันไม่ดีเองแหละ”

“เรื่องนี้นายไม่ผิดหรอก พี่นายก็ไม่ผิดหรอก ไม่มีใครผิด แต่ซักวันเค้าจะเข้าใจเรา ชั้นเชื่อมั่นอย่างนั้น”
...
..
..
.

“เออ พี่ฮะ พี่จินเป็นงัยบ้างอ่ะ เรื่องโปรเจ็คโทรศัพท์มือถือน่ะ”

“พรุ่งนี้มีประชุมอีกวัน ชั้นก็ไม่แน่ใจนักหรอก”

“พี่ซูยองเล่าให้ผมฟัง เค้าบอกว่า ที่กรรมการทุกคนไม่ยอมรับพี่จินน่ะ ไม่ใช่เพราะงานของพี่จินไม่ดีหรอก แต่เพราะชื่อเสียงลูกคนเล็กของท่านประธาน ไม่ค่อยดีเท่าไหร่”

“ซูยองบอกนายอย่างนั้นเหรอ”

“ฮะ มันจริงหรือเปล่าที่ว่าพี่จินอ่ะ เมื่อก่อนเค้า เอ่อ .. ค่อนข้างจะ เกเรน่ะ”

“แล้วนายเชื่อคนอื่นรึเปล่าล่ะ”

“ไม่รู้สิ.. ผมเพิ่งรู้จักเค้า แต่เท่าที่ผมเห็นเค้าตั้งใจทำงานดีนี่น่า”

“อืม... ก็อย่างที่นายเห็นนั่นแหละ อย่าไปเชื่อใครเลย เชื่อในสิ่งที่นายรู้สึกดีกว่า”

“ก็ถ้าเป็นอย่างที่พี่ซูยองบอกจริง แล้วพี่จะทำงัยล่ะฮะ”

“ชั้นก็กำลังคิดอยู่”

แอนดี้พยักหน้าน้อย ๆ

“พวกผู้ใหญ่ก็มักเป็นแบบนี้แหละ ดูถูกความสามารถของคนที่อายุน้อยกว่า คงคิดว่าแก่แล้วประสบการณ์จะแก่กล้าตามอายุละมั้ง”

“นี่ กำลังว่าใครอยู่รึเปล่า”

“เปล่าน๊า ไม่ได้ระบุซะหน่อย”

“ฮึ ๆ นึกว่านายจะว่าชั้น ... เที่ยงนี้ไปกินข้าวข้างนอกกันดีกว่า ชวนมินกะจินนี่ไปด้วย ดีมั้ย”

“ดีฮะ” แอนดี้ตอบรับเร็วจี๋ ยิ้มตาแทบมิดเลยทีเดียว

“พอเรื่องกินแล้วอารมณ์ดีทันทีเลยนะนายเนี๊ยะ”

“ผมไม่อยากหดหู่น่ะ อีกไม่นานผมก็ฝึกงานเสร็จแล้ว ต่อไปนี้ทุกเที่ยง คงไม่มีคนเลี้ยงข้าวผมอีก”

“หืม! นายฝึกงานเสร็จเมื่อไหร่”

“อาทิตย์หน้าฮะ”

“เร็วขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ฮะ” แอนดี้ก้มหน้าอีกครั้ง ไม่น่าพูดเรื่องนี้ขึ้นมาอีกเลย น้ำตามันพาลจะไหลย้อนมาที่เดิมอีกแล้ว เอริคสังเกตใบหน้านั้น เค้าก็รู้สึกได้ทันที ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปดึงอีกคน ฉุดให้ลุกมานั่งลงบนตักตัวเอง พร้อมทั้งกอดเอวไว้หลวม ๆ

“นายมาฝึกงานก็นานแล้ว แต่ชั้นยังไม่ได้หาโต๊ะทำงานให้นายเลย เมื่อยรึเปล่านั่งบนโซฟาเนี๊ยะ”

“ไม่นี่ฮะ สบายดีออก”

“งั้นวันนี้ไปนั่งทำงานที่โต๊ะชั้นนะ”

“อ่าว! แล้วพี่จะนั่งตรงไหนอ่ะ”

“ก็นั่งด้วยกันบนเก้าอี้ชั้นนั่นแหละ นายนั่งบนตักชั้นงัย”

“บ้า ลำบากออก”

“ไม่นี่ อบอุ่นดี นะแอนดี้ .. จนกว่านายจะฝึกงานเสร็จ”

“ฮึ ๆ กว่าผมจะฝึกงานเสร็จ ขาพี่คงพิการไปเลยแหละฮะ ”

“ช่างเหอะ พิการก็ยอม” เอริคกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกหน่อย ก่อนจะซบหน้าตัวเองลงตรงแผ่นหลังของแอนดี้ หลับตาลงเพื่อพักสายตาอันเหนื่อยล้าของตนซักครู่... แล้วก็เป็นอีกครั้ง ที่ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบมาคลอบงำรอบกายตนเองไว้... ปล่อยความคิดวุ่นวายที่อัดเต็มในหัวให้ได้ออกมาเริงระบำกันอย่างอิสระซักพัก

“เฮ้อ! ชั้นนึกไม่ออกเหมือนกันนะว่าถ้าชั้นไม่ได้เจอนาย ตอนนี้ชั้นจะเป็นงัย”

“พี่ก็คงจะได้ควงนางแบบสาวสวยซักคนไปแล้วน่ะสิฮะ ถามได้”

“อืม จริงสินะ อาจจะเป็นงั้นก็ได้” เอริคพูดยิ้ม ๆ ทั้ง ๆ ที่ตายังคงปิด และศีรษะยังคงซบลงบนหลังของแอนดี้

“เชอะ ไม่ต้องห่วงหรอก อีกเดี๋ยวผมก็ไม่อยู่สมใจพี่แล้ว”

“ฮึ ๆ นายเนี๊ยะน๊า .. ลืมไปแล้วเหรอ ว่าชั้นล่ามนายไว้” เอริคหมุนแหวนเล็ก ๆ บนนิ้วแอนดี้เล่นไปด้วย

“ ถึงนายจะอยู่ที่ไหน ไกลแค่ไหน ชั้นก็จะตามนายมาอยู่ข้าง ๆ ชั้นได้อยู่ดีแหละ”

“ถ้าเลือกได้ ผมก็ไม่อยากจากไปไหนหรอกฮะ... แต่”

“แอนดี้ ....
... นายอย่ากังวลใจอะไรเลยนะ ทุกสิ่งทุกอย่าง มันมีทางออกของมันอยู่แล้ว เชื่อชั้นสิ เราไปทำงานกันดีกว่า ป่ะ” เอริคดันตัวแอนดี้ให้ลุกขึ้น

“พี่เอาจริงเหรอฮะ”

“เรื่องอะไร”

“ก็ที่จะให้ผมนั่งทำงานบนตักพี่”

“หน้าชั้นเหมือนคนพูดเล่นเหรอ”

“ถ้าพี่บ่นนะ ผมจะดีดหน้าผากพี่ทีนึง”

“เปลี่ยนจากดีดหน้าผากเป็นจูบไม่ได้เหรอ นายรู้มั้ย เดี๋ยวนี้ชั้นหลงเสน่ห์รสจูบนายนะ”

“โธ่ งี้พี่ก็บ่นทั้งวันน่ะสิ พี่ริค”

“ไม่บ่นทั้งวัน สัญญา อาจจะบ่นแค่ นาน ๆ ครั้ง .....ต่อ 1 ชั่วโมง”

“บ้า ปากผมบวมกันพอดี”




....



ตกค่ำ..

RRRRRRRRrrrrrrrrrrrrr …

เสียงโทรศัพท์ที่ดังอยู่นาน กว่าเจ้าของจะคว้าขึ้นมากดรับ ก็เบอร์ที่โชว์ทางหน้าจอ มันชวนให้กดปิดหนีซะมากกว่าน่ะซิ

“เออ ว่างัย”

(ว่างป่ะ)

“กินข้าวอยู่ มีไรเหรอ”

(อยากคุยกะนายเรื่องประชุมพรุ่งนี้น่ะ)

“ชั้นอยู่กะหมอ”

(ไม่เป็นไร ไม่รีบ ทำธุระให้เสร็จก่อนเหอะ)

“เออ แล้วจะไป รอที่ไหน บ้านหรือคอนโด”

(ตอนนี้อยู่คอนโด คอนโดนายนะ ไม่ใช่คอนโดชั้น)

“เออ ดีมากเลยไอ่เพื่อนรัก คอนโดชั้นก็เหมือนคอนโดนายใช่มั้ย ...งั้นก็รอก่อนและกัน”

(อืม ๆ )

.......

“เอริคเหรอ” ดงวานเงยหน้าขึ้นถาม

“ครับ”

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า มินอูจะกลับเลยก็ได้นะ”

“อ๋อ เรื่องงานนิดหน่อยน่ะครับไม่เป็นไรหรอก ปล่อยไอ่ริคมันลิ้มรสชาติการรอซะมั่ง” มินอูยิ้ม ก้มหน้ากับจานอาหารของตนต่อ
…
..

“ผมไม่คิดเหมือนกันว่าเฮซองมันจะกีดกันเอริคกับแอนดี้ขนาดนั้น คิด ๆ ว่าอย่างน้อยมันคงเข้าใจ”

“เรื่องนี้ไอ่ริคมันก็ยังนิ่ง ๆ ผมเลยไม่กล้าจะถามอะไร มันคงยังคิดอยู่ ไม่อยากให้กระทบกับหลายๆ คนด้วย”

“เค้าก็งี้แหละ หมายถึงเฮซองน่ะ พ่อแม่เค้าเสียตั้งแต่แอนดี้ยังเล็ก เมื่อก่อนแอนดี้โดนส่งไปอยู่กับญาติที่เมกา หมอนั่นก็ไม่พอใจหรอก จนมันคิดว่ามันโตพอที่จะดูแลน้องได้แล้ว เลยขออนุญาตเอาตัวแอนดี้กลับมา หลังจากนั้นสองคนนั่นก็อยู่ด้วยกันมาตลอด เค้าเป็นมากกว่าพี่ชาย เป็นเหมือนผู้ปกครอง ฉะนั้น หลาย ๆ เรื่องมันอาจจะดูเป็นห่วงน้องมากกว่าปกติ”

“ว่าไปแล้วเอริคกับเฮซองนี่ก็คล้ายๆ กันนะ ผมว่าถ้าเค้าได้คุยได้เปิดอกกันจริง ๆ จัง ๆ ไม่แน่อาจจะคุยกันถูกคอก็ได้”

“แต่เฮซองเค้าบอกว่า ... เอ่อ โทษนะครับ เค้าว่าเค้าไม่ชอบหน้าเอริค ไม่รู้สิว่าทำมัย และถ้าเค้าคิดแบบนั้นแล้ว จะให้เปลี่ยนความคิดมัน คงยาก”

“อาจเพราะความที่คล้ายกันนี่แหละมั้ง ...จินนี่ก็เครียดอยู่กับงาน คงต้องปล่อยเรื่องนี้ไปซักพักก่อน ...”

..
.
“หมอทานต่อเหอะครับ ดูสิ ผมก็ชวนคุยแต่เรื่องเครียด ๆ”

“ไม่หรอกครับ”



“อุปป้า~~~~~~~~!

เสียงแหลมเล็กดังขึ้นมาขัดจังหวะการคุยของทั้งคู่ ซักพักผู้หญิงรูปร่างบอบบางที่คุ้นหน้าคุ้นตาก็วิ่งมาเกาะแขนมินอูไว้ประหนึ่งตะปูที่ถูกแม่เหล็กดูดเข้ามาก็ไม่ปาน

“อุปป้า ดีใจจังเลย มาทานข้าวที่นี่เหมือนกันเหรอคะ”

“อ่าว มีอา มาได้งัย”


“มีอามาทานข้าวกะเพื่อนน่ะ ... โชคดีนะ ที่ได้เจออุปป้า ... สวัสดีค่ะเอ่อ ....คุณหมอคนนั้นใช่มั้ย เราเคยเจอกันที่ร้านอาหาร” มีอาหันไปยิ้มให้ดงวานที่นั่งมึนกับบรรยากาศที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน

“เอ่อ สวัสดีครับ”

“อุปป้าไปหาเพื่อนมีอาหน่อยสิคะ ทางโน้นนน แน่ะ มีอาจะแนะนำให้เพื่อนมีอารู้จักอุปป้า นะ นะ”

“เอ่อ ไม่ดีมั้ง”

“ทำมัยจะไม่ดีล่ะ เพื่อน ๆ มีอาเค้าอยากเห็นอุปป้าทุกคนแหละ ไปเหอะค่ะ คุณหมอคะ ขอตัวแป๊บนะคะ”

ดงวานพยักหน้านิด ๆ อย่างไม่ใส่ใจหรือว่าพยายามจะไม่ใส่นั่นแหละ

... มีอาลากมินอูเดินมาจนใกล้โต๊ะที่เพื่อน ๆ ตนเองนั่งอยู่หน้าสลอน มีหญิงชายรวมๆ กันแล้วก็ 4 คน แต่อีกไม่กี่ก้าวก่อนจะถึงโต๊ะ คราวนี้มินอูเปลี่ยนมาเป็นฉุดเอาคนที่กำลังลากตนเดินออกไปทางด้านนอกร้านซะงั้น

“อุปป้าทางนี้นะ ไม่ใช่ทางนั้น” มินอูฉุดมีอามาหยุดตรงหน้าร้านอาหาร หลบมุมให้ไกลผู้คนซักหน่อย

“อุปป้ามีไรอยากคุยกับมีอาน่ะ ...คือว่า .. อุปป้าขอโทษ แต่เรื่องของเราสองคนน่ะ ... มัน.. มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

“ทำมัย .. อุปป้ากำลังจะบอกว่า อุปป้าจะทิ้งมีอาไปแล้วใช่มั้ย”

“เปล่า ... มีอาคือน้องที่อุปป้ารักนะ”

“แค่น้องเท่านั้นเหรอ งั้นที่ผ่านมาล่ะ มันคืออะไร”

“อุปป้าขอโทษ”

“ขอโทษ ๆ ๆ ทำมัยล่ะ ทำมัยอุปป้าถึงรักชั้นไม่ได้ ทำมัย” เสียงที่เริ่มดังขึ้น เรียกความสนใจของผู้คนรอบข้างให้หันมามองเป็นตาเดียวกัน จนมินอูเริ่มจะอยู่ไม่นิ่งแล้ว

“มีอาเบา ๆ สิ”

“อุปป้าหลอกให้ชั้นรักมาตั้งนาน แล้วจะมาทิ้งชั้นไปแบบนี้งั้นเหรอ”

“อุปป้าไม่ได้ทิ้งมีอานะ เมื่อไหร่ที่มีอาเหงา อุปป้าก็จะไปดูหนังเป็นเพื่อนมีอาก็ได้ เมื่อไหร่ที่มีอาเบื่อ อุปป้าก็จะพาไปเที่ยว พาไปกินข้าวเหมือนเดิม ในฐานะพี่ชายคนนึง”

“ก็แล้วถ้าเป็นแบบนั้นทำมัยอุปป้าถึงรักมีอาไม่ได้ อุปป้ามีใครอยู่แล้วงั้นเหรอ บอกหน่อย”

...
..
.
“อืม! อุปป้ารักคนอื่นอยู่แล้ว” คราวนี้มินอูตีสีหน้าจริงจังกว่าเดิม


“ไม่นะ ๆ ๆ ทำมัยอ่ะ มีอาสวยน้อยกว่าผู้หญิงคนนั้นของอุปป้างั้นเหรอคะ”

“เปล่าหรอก มีอาไม่ได้สวยน้อยกว่าใครทั้งนั้น มีอาสวยมากพอสำหรับคนที่เค้ารักมีอานั่นแหละ”

“ว่าแล้ว เดี๋ยวนี้อุปป้าเปลี่ยนไป โทรศัพท์มีอาก็ไม่รับ พอรับก็ไม่ว่าง ๆ ๆ ไม่ซักที ที่แท้อุปป้าก็มีแฟน เชอะ”

“ไม่เกี่ยวหรอก ช่วงนี้อุปป้างานเยอะมาก..ขอโทษมีอาด้วยนะ ที่อุปป้าทำให้มีอาเสียใจ”

“อุปป้าพูดไปก็เท่านั้นแหละ ... งั้น มีอาจะจีบคุณหมอเพื่อนอุปป้า”

“ห๋า!! มีอาว่างัยนะ.. หมอเหรอ”

“ใช่ ก็ในเมื่ออุปป้าไม่รักมีอาแล้ว งั้นมีอาก็มีสิทธิ์จะจีบใครก็ได้นี่ ใช่มั้ย” คำพูดนั้นออกแนวประชดกราย ๆ มันทำเอามินอูเริ่มลำบากใจกว่าเดิมซะแล้ว

“แต่คุณหมอน่ะ คือว่า.. คุณหมอเค้าไม่เหมาะกับมีอาหรอก”

“ไม่รู้ล่ะ อุปป้าต้องช่วยมีอาด้วย ในเมื่ออุปป้าเป็นอุปป้า(พี่ชาย) ของมีอานี่น่า ก่อนอื่น ขอเบอร์โทรศัพท์” ว่าแล้วก็ยื่นมือมาตรงหน้ามินอู

“ไม่ได้หรอก คือ ... คือ .. หมอเค้ามีแฟนแล้วน่ะ”

“เชอะ มีอาชอบหมอ หมอหล่อดี มีอาไม่ได้จะไปจีบแฟนหมอซักหน่อย ถ้าไม่ให้เดี๋ยวมีอาเดินไปขอเองก็ได้” ว่าแล้วก็ทำท่าเดินเข้าร้านไปจริง ๆ จนอีกคนต้องคว้าข้อมือเอาไว้ก่อน

“โอเค ๆ เดี๋ยวจ๊ะ เดี๋ยว ให้ก็ให้” มินอูส่ายหน้าน้อย ๆ ก่อนจะยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ของมีอามากดเลขยุกยิก ๆ อยู่ครู่นึงแล้วส่งคืน

“พอใจแล้วใช่มั้ย”

“อุปป้า.. มีอาเสียดายนะ มีอารักอุปป้ามาก รู้มั้ย หลายปีเนี๊ยะ มีอาไม่มีใครเลย มีแต่อุปป้าคนเดียว”

“วันนึงมีอาต้องเจอคนที่เค้ารักมีอา และมีอาก็รักเค้าเชื่ออุปป้าสิ..นะ .. นะครับคนเก่ง

แต่ เอ่อ ... เรื่องหมอน่ะ อุปป้าว่า ยังงัยซะ หมอเค้าก็ไม่เหมาะกับมีอาหรอก เชื่อเหอะ”


..
..
.
ดงวานที่นั่งอยู่กับโต๊ะ คอยชะเง้อมองคนนอกร้านผ่านทางกระจกใส ในใจก็คิดไปต่างๆ นา ๆ ว่ามีเรื่องอะไรกัน ถึงต้องคุยกันนานขนาดนั้น .... เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ มินอูจึงเดินกลับเข้ามานั่งประจำที่ ดงวานแกล้งทำเป็นสนใจอาหารตรงหน้าต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“หมอจะไม่ถามอะไรผมหน่อยเหรอ มินถูถามขึ้น หลังจากนั่งมองหน้าเรียบเฉยของดงวานซักพัก

“ถ้ามินอูอยากจะบอก ก็บอกสิ”

“ฮึ ๆ หมอโกรธรึเปล่าเนี๊ยะ”

“เปล่า”

“แน่นะ หมอใช้ซ้อมจิ้มเนื้อปลาจนมันเละหมดแล้วน่ะ ปลามันทำผิดอะไร”

“เปล่า” ดงวานยังเฉยต่อ

“ผมน่ะเคลียร์กับมีอาเรียบร้อยแล้ว เรื่องของเราสองคน ต่อไปนี้ หมอเลิกห่วงได้แล้วครับ ผมบอกมีอาไปแล้ว ว่าผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว” สำเร็จ คราวนี้ดงวานเงยหน้าจากปลาชิ้นเละ ๆ นั่นได้ซักที

“หืม! ใครล่ะ คนที่มินอูรักน่ะ”

“ไม่รู้จริงหรือปากแข็ง หน้าแดงแบบนี้น่ะ เดี๋ยวก็หัวใจเต้นแรง ลำบากผมต้องผายปอดให้อีก”

“หึ ๆ”

“หมอหัวเราะอะไรเหรอ”

“ทฤษฎีไหนของคุณ หัวใจเต้นแรงแล้วต้องผายปอดเนี๊ยะ”

“ทฤษฎีส่วนตัวผมแหละ .. ไม่โกรธใช่มั้ย เรื่องมีอาน่ะ”

“ไม่หรอกครับ ก็แค่... ช่างมันเหอะ”

“แน่ใจนะ ถ้าโกรธตอนนี้ ผมจะได้ง้อทัน... หมออิ่มแล้วเหรอครับ”

“ครับ เดี๋ยวผมขึ้นแท็กซี่กลับเองดีกว่า คลินิกแค่นี้เอง จะได้ไม่ต้องย้อนไปย้อนกลับ”

“ไม่เป็นไร ผมไปส่งดีกว่า .. ช่วงนี้ผมคงวุ่น ๆ หน่อยนะครับ หมอคงไม่ว่า”

“ไม่หรอก ผมเข้าใจ เช็คบิลเหอะ เดี๋ยวเอริครอนาน”

“ขอบคุณนะครับที่เข้าใจ ไว้เรื่องวุ่น ๆ นี่จบ ผมกะจะลาพักยาว ๆ พาหมอไปเที่ยวบ้างดีกว่า ดีมั้ย หมออยากไปเที่ยวไหนล่ะ อ๊ะ ให้ผมเดาดีกว่า ญี่ปุ่นแน่ๆ ”

“ญี่ปุ่นก็ดีนะ .... แต่ก่อนอื่นก็หวังว่าเรื่องมันคงจบแบบดี ๆ นะครับ ....”



………




ขายาว ๆ เดินก้าวเข้ามาในบริเวณบ้านที่แม้ไม่ใช่บ้านตัวเอง แต่ก็เป็นบ้านที่แสนคุ้นเคยสำหรับเค้าไปซะแล้ว

“แอนดี้” จอนจินเอ่ยปากทักคนที่นั่งทำหน้าเซ็งโลกอยู่หน้าจอทีวียักษ์

“อ้าว! พี่จิน มาทำมัยผมไม่ได้ยินเสียงเลยอ่ะ”

“ไม่ได้ยินหรือว่าใจลอยอยู่ล่ะ” จอนจินเดินมานั่งลงบนโซฟาข้าง ๆ แอนดี้ สายตาสำรวจอีกคนตรงหน้าไปด้วย พี่ชายเค้าก็คล้าย ๆ แอนดี้นี่แหละ ไม่ว่าอยู่ที่ทำงานหรือกลับบ้าน สีหน้าเหมือนคนครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา แต่แอนดี้คงเก็บอาการไม่เก่งเหมือนพี่เค้าเท่าไหร่ สีหน้าเลยแย่กว่าเห็น ๆ

“เป็นงัยบ้างฮะพี่..”

“ถามชั้นเหรอ ชั้นน่ะ ควรถามนายมากกว่า”

“ผมเหรอ ก็ไม่เป็นงัย อย่างที่เห็นนี่แหละ ... เอ่อ.. พี่ต้องเข้าประชุมพรุ่งนี้นี่ฮะ ใช่มั้ย”

“อืม!! ..”

“เป็นงัยมั่งพี่ ผมได้ยินอะไรไม่ดี ๆ มานิดหน่อย แต่ผมว่าอย่างพี่น่ะ คงจัดการได้แน่นอน ใช่มั้ยฮะ”

“พี่มินเค้าบอกว่าทุกอย่างโอเค ไม่รู้จะทำยังงัยเหมือนกันน่ะ”

“เอาเหอะฮะพี่ ไฟ้ติ้ง ๆ สู้ตาย”

“อืม ขอบใจ” จอนจินยิ้มน้อย ๆ เมื่อเห็นรอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นบนหน้าหมองๆ ของอีกคน
…
..
.
RRRRRRRRRrrr เสียงโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นมา แอนดี้เอี้ยวตัวไปรับทันที เหมือนว่าเค้ารอคอยมันอยู่นานแล้ว


“พี่ริคโทรมา ผมไปคุยบนห้องนะพี่จิน ... ออ พี่ซองกี้ขึ้นไปอาบน้ำน่ะฮะ”

ว่าแล้วก็วิ่งจู๊ดขึ้นบันไดไป ปล่อยอีกคนมองตามอย่างอดกังวลใจไม่ได้ ก่อนจะลุกขึ้นและเดินตามไปบ้าง


มือใหญ่เอื้อมไปบิดลูกบิดประตูห้องอย่างเบามือ เสียงน้ำจากฝักบัวดังเล็ดลอดออกมา แสดงว่าเฮซองยังคงอาบน้ำอยู่ เค้าทรุดตัวลงนั่งบนที่นอนนุ่นอันแสนคุ้นเคย หัวสมองก็คิดเรื่องโน่นนี่ไปด้วย ผ่านไปซักพักจนเสียงน้ำหยุดลง แล้วจอนจินก็ลุกขึ้น เดินไปแอบตรงหน้าประตูห้องน้ำ หมายจะทำให้อีกคนด้านในตกใจเล่น ..


ประตูห้องน้ำถูกเปิดออก พร้อมทั้งอ้อมกอดของใครบางคน ทำเอาคนที่ไม่ทันระวังตัวสะดุ้งสุดตัว

"ออมม่า..."

“จอนจิน เล่นอะไรอ่ะ ตกใจหมด นี่ ปล่อย!! เดี๋ยวก็เปียกหมดหรอก”

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ เปียกก็จะได้อาบน้ำเลย”


“แอนดี้ล่ะ”

“คงอยู่ในห้องน่ะฮะ”

“ปล่อยก่อน ชั้นจะเช็ดตัว” น้ำเสียงออกดุ ๆ นิดหน่อย จอนจินจำต้องปล่อยมือของเค้าออก ก่อนทรุดตัวลงนั่งบนที่นอนที่เดิมมองดูอีกคนผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเพลินอารมณ์

..
.

“น้องหงอยไปเลยอ่ะ ออมม่าไม่สงสารน้องเหรอ”

“...” เฮซองเงียบ ไม่รู้ว่าจะเลี่ยงคำถามหรือว่าไม่ได้ยินกันแน่

“ออมม่า!!!!!”

“ชั้นเป็นพี่แอนดี้นะจอนจิน”

“ก็แล้วงัยล่ะฮะ พี่ริคเค้าไม่ดีตรงไหนเหรอ พี่ถึงไม่ยอมให้เค้าคบกัน”

“ชั้นไม่ได้บอกเลยนะ ว่าไม่ให้เค้าคบกัน แต่ตอนนี้แอนดี้ยังเด็ก และนายก็เหมือนกัน นายไม่เข้าใจหรอก”

“เด็ก! ฮึๆ เด็กอีกแล้วเหรอ เด็กไม่มีหัวใจรึงัยฮะ ทำมัยพี่ต้องเอาข้อนี้มาอ้างด้วย แล้วไอ่ที่พี่ทำอยู่นี่ ไม่เรียกกีดกันแล้วมันเรียกอะไรล่ะฮะ” คราวนี้เหมือนว่าเสียงที่ราบเรียบเมื่อครู่ จะเริ่มดังขึ้นเพราะแรงหงุดหงิดอีกนิดหน่อยแล้ว

“พอเหอะ นี่นายมาเพื่อจะชวนชั้นทะเลาะเรื่องนี้งั้นเหรอ”

“พี่บอกผมหน่อย เหตุผลอะไรที่ผมบอกน้องไม่ได้ ว่าเราเป็นอะไร” คราวนี้เฮซองละสายตาจากหน้ากระจกหันมามองหน้าอีกคนด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายที่จะตอบคำถามนี้เหลือเกิน

“ชั้นบอกนายไปแล้ว ว่ามันยังไม่ถึงเวลา”

“ผมชักไม่แน่ใจ ว่าพี่จะปิดน้องไปเพราะอะไร เพราะพี่กลัวใช่มั้ย ว่าน้องจะเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นข้ออ้าง หรือความจริงแล้ว พี่มีเหตุผลอื่น”

“พอเหอะ นายเดาไปก็เท่านั้น มันไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ .... นี่นายหงุดหงิดอะไรกันแน่จอนจิน”

“เปล่า ผมก็แค่อยากรู้ พี่ริคกับแอนดี้ เค้ารักกันนะฮะพี่รู้มั้ย ทำมัยพี่จะต้องบังคับน้อง พี่น่าจะรู้ เพราะพี่ก็เคยมีความรักนี่ เรื่องแบบนี้มันบังคับกันไม่ได้หรอก”

“พูดไปก็วนมาที่เดิมอีกนั่นแหละ .. เลิกพูดเหอะ”

“วนมาที่เดิม??? หมายถึงน้องยังเด็กน่ะเหรอ”

“ถ้าเราจะคุยกันเรื่องนี้อีก ชั้นจะเลิกคุยกับนายแล้ว”

“ก็ดีฮะ ... เลิกคุยกันเหอะ เพราะคนที่จะคุยกับผู้ใหญ่อย่างพี่เข้าใจ คงต้องเป็นผู้ใหญ่ด้วยกันนั่นแหละ.. ผมมันก็เด็กไม่รู้จักโตนี่”

“จะไปไหนน่ะ ..” เฮซองทักขึ้นเมื่อเห็นอีกคนทำท่าจะลุกเดินออกไป

“พี่ริคกับพี่มินโทรตามน่ะฮะ เรื่องประชุมพรุ่งนี้ แล้วจะโทรหานะฮะ”

“นายโกรธชั้นเรื่องนี้งั้นเหรอ..”

“เปล่า ผมแค่ไม่เข้าใจพี่ .. แต่ช่างเหอะ ความคิดผมจะสำคัญอะไรล่ะ และอีกอย่าง พี่รู้มั้ย ตอนนี้ผมเกลียดคำว่าเด็ก คำว่าผู้ใหญ่ที่สุดในโลก ผมได้ยินมันทุกวันจนผมแทบจะสำลักอยู่แล้ว...”

ว่าแล้วจอนจินก็หมุนลูกบิดเปิดประตูเดินออกไป โดยไม่หันมามองอีกเลย เฮซองมองตามร่างนั้นอย่างกังวลใจ ช่วงนี้นอกจากแทบจะไม่ได้เจอกันแล้ว โทรไปก็มักติดงาน แต่พอวันนี้ได้เจอ กลับต้องมาทะเลาะกันอีก นี่เค้าทำผิดมากมายเลยเหรอ แค่เรื่องแอนดี้กับเอริค

ทำมัยนะ . ......


…





แสงไฟจากจอโปรเจ็คเตอร์ดับลง พร้อมด้วยเสียงปรบมือดังกระหึ่มแทรกขึ้นมาแทน

มินอูยืนยิ้มอยู่หน้าห้องประชุม เค้าพยักหน้านิดหน่อยเป็นสัญญาณให้ทุกคนเงียบเสียงลง


“นี่คือแผนการตลาดทั้งหมดของมือถือที่เรากำลังจะเปิดตัวออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก ฝ่ายแผนของเราต้องโคกับฝ่ายการตลาด ฉะนั้นผมจะขอความเห็นจากกรรมการฝ่ายการตลาดเป็นคนแรกละกันครับ”



“ดีครับ ดีมากเลย ... ก็ถ้าคุณมินอูจัดการเองมาแต่แรกก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะครับ ใช่มั้ยครับทุกคน”


ภายในห้องประชุมฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง แต่ละคนต่างพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง



“งั้นก็แสดงว่าไม่มีปัญหา เราจะได้เริ่มดำเนินการตามนี้ มีใครคัดค้านบ้างมั้ยครับ” มินอูกวาดตามองรอบห้องประชุมอีกครั้ง เมื่อไม่มีใครยกมือเค้าจึงเริ่มพูดขึ้นต่อ แต่คราวนี้ เค้าตีสีหน้าจริงจังขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว

“โอเค ในเมื่อทุกคนเห็นด้วย ก็เป็นเอกฉันท์ ... แต่ผมขอเวลาทุกท่านซักครู่นึง เพื่อฟังความในใจอะไรจากผมซักอย่าง...ครู่เดียวครับ หวังว่าคงไม่กวนเวลามื้อเย็นของทุกท่านมากนัก...”


“ผม อีมินอูคนนี้ ... นานมาแล้วที่ผมเคยได้รับความไว้วางใจจากทุกท่านในที่นี้ มันเป็นความกรุณาที่ผมยังทราบซึ้งใจมาจนทุกวันนี้ ผมขอขอบคุณทุกคนที่เชื่อมั่นในตัวผมอีกครั้ง .. ขอบคุณครับ ... (เค้าโค้งให้ทุกคนนิดหน่อยและกลับมายืนในท่าปกติ)
…
..
..แต่วันนี้ มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น มันไม่ควรเป็นเรื่องที่จะเกิดขึ้นในบริษัทของเรา ความจริงแล้ว แผนงานครั้งนี้ คนที่คิดและทำขึ้นมาทั้งหมด ไม่ใช่ผมหรอก ... เจ้าของตัวจริงก็คือคุณจอนจิน ซึ่งเป็นเจ้าของโปรเจ็คแต่แรก ผมไว้ใจเค้า และเชื่อมั่นว่า ความคิดของคนรุ่นใหม่อย่างเค้า คงผลักดันให้พวกเราได้รับอะไรดี ๆ จากมันสมองของพวกเค้าได้บ้าง .. แต่.... แต่ว่าสิ่งที่ตามขึ้นมา มันคือความอคติอย่างไม่ถูกต้อง ...มันคืออคติที่ไม่มีวันล้างออกไปได้จากความคิดใครบางคน หรือหลาย ๆ คน ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มันคงจะไม่เกิดขึ้นอีก


... บริษัทของเราเดินหน้ามาไกลขนาดนี้ นั่นก็ด้วยมันสมองของทุกท่านที่นั่งอยู่ในที่นี้ และอีกหลายๆ ชีวิตในบริษัท ที่ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจให้ เสียสละเวลาผลิตผลงานแต่ละอย่างออกมาให้มีประสิทธิภาพ นั่นถือเป็นสิ่งที่ดีและผมขอปรบมือให้ทุกคน แต่เราจะปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคสมัยมันเปลี่ยนไปแค่ไหน โลกพัฒนาไกลมากขึ้นทุกที และพัฒนาเรียกได้ว่าแทบจะทุก ๆ วินาที .. ซึ่งนั่นหมายถึงเราต้องพึ่งพามันสมองของคนยุคใหม่ด้วย ผสมผลาสกับความความเก๋าและประสบการณ์อันโชคโชติจากบุคคลที่มีฝีมืออย่างท่านทั้งหลาย ซึ่งทั้งสองอย่างต้องเดินควบคู่ไปด้วยกัน ตั้งแต่ประธานมุนคนก่อน จนถึงประธานคนปัจจุบัน บริษัทเราเราถ้อยทีถ้อยอาศัยและอยู่กันอย่างเป็นครอบครัวใหญ่มานานแล้ว พวกคุณคงไม่ปฏิเสธ ในบริษัทมีลูกหลานคุณ และเราก็ดูแลพวกเค้ามาตลอด สมกันแล้วกับที่พวกเค้าแลกเอามันสมองเพื่อมาพัฒนาบริษัทอย่างไม่หยุดหย่อน แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น เราเริ่มมีคำว่าอคติกันมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ถ้าเราจะมองดูใครซักคน ว่าเป็นคนเก่ง เราจะมองดูที่ฝีมือเค้าหรือเราจะวัดฝีมือเค้าที่อายุ พวกคุณคิดว่าเป็นข้อไหนล่ะ ผมขอให้ทุกท่าน ตัดสินจอนจินที่ฝีมือการทำงานเถอะครับ ไม่ใช่จากสิ่งที่ได้ยินมาหรือว่าอายุที่ยังน้อยของเค้า และหากว่าต่อไปทุกท่านพบว่า ฝีมือการทำงานของเค้าไม่ได้เรื่องหรือเค้าเกิดสร้างความเสียหายให้แก่บริษัทจริง แม้ว่าเค้าจะเป็นน้องชายประธานก็เหอะ ผมก็ไม่เอาเค้าไว้หรอก ... แค่นี้แหละครับที่ผมจะพูด ขอบคุณทุกคนที่อุตส่าห์นั่งฟัง ขอให้ทานดินเนอร์กันอย่างเอร็ดอร่อยนะครับ...


....
.

“เฮ้อ! คอแห้งชิบ” มินอูนั่งลงพิงพนักเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวแรง ตอนนี้กรรมการทุกคนในห้องประชุมออกจากห้องไปแล้ว เอริคลุกจากเก้าอี้ของตัวเองมาตบบ่าเพื่อนเบา ๆ

“เจ๋งนี่หว่า”

“อืม! ชั้นก็พูดตามโปรเจ็คที่จินนี่มันเล่าให้ฟังคล่าว ๆ มะคืนนั่นแหละ นายต้องชมน้องนายต่างหาก”

“เปล่า หมายถึงไอ่ตอนท้ายน่ะ ดูแต่ละคน สีหน้าดูไม่จืดเลยว่ะ”

“หวังว่าพวกเค้าคงจะคิดอะไรได้บ้างละนะ แต่ถ้าไม่ ก็ไม่รู้แล้วแหละ” มินอูยิ้ม ๆ พลางหันหน้าไปหาใครอีกคนที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่อีกด้าน


“เฮ้ย! นี่นายหลับตอนประชุมด้วยเหรอ จินนี่”

...
..
.

“เปล่าหรอกฮะ”

“ทำมัย มันผ่านไปด้วยดีแล้วนี่ ไม่ดีใจเหรอ”

“ไม่รู้สิ..”

“นายไม่ต้องคิดมากกับเรื่องวันนี้หรอก ยังมีเวลาให้นายพิสูจน์ตัวเองอีกมากนะ” มินอูลุกจากเก้าอี้ของตนเดินมานั่งริมขอบโต๊ะ ตรงหน้าจอนจิน งานก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่สีหน้าที่ไม่ได้ดูดีขึ้นเท่าไหร่ บ่งบอกได้ว่า คงมีอะไรซักอย่างที่ผิดปกติอีกแน่ ๆ


“นายคิดว่างานนี้เป็นเพราะฝีมือชั้น ทุกคนไม่ได้ยอมรับเพราะว่ามันเป็นนาย แต่มันเป็นเพราะชั้น นายกำลังคิดแบบนี้ใช่มั้ย"

“ผมคิดอยากจะทำให้พวกเค้าเห็นว่าผมทำได้ แต่จนแล้วจนรอด พี่ก็ต้องช่วยอยู่ดี”


“เฮ้ย ! ก็บอกแล้วงัย เวลาที่นายจะพิสูจน์ตัวเองน่ะมันมีอีกเยอะ อย่าคิดไรมากเลย คนเราบางทีมันก็ต้องมีอ่อนมีแข็งให้ถูกจังหวะเหมือนกันนะ เอาน่า พวกเค้ายอมรับเพราะว่ามันดีจริง ๆ ถึงจะเป็นฝีมือชั้น ถ้ามันห่วยแล้วใครเค้าจะยอมโอ่นอ่อนผ่อนตามกันล่ะ เชื่อมั่นในตัวเองดิวะ ใช่มั้ยไอ่ริค”

“ไอ่ริค ... ไอ่ริค อ่าว นั่นหลับไปอีกคนแล้วเหรอ”

“นายก็ทำตามแผนงานที่นายวางไว้แล้วกัน ฝีมือแค่ไหน ไว้ไปโชว์เอาตอนนั้น ถ้าไม่ไหวก็บอก ชั้นเคยบอกแล้วว่าชั้นไม่ได้บังคับนาย..” เอริคพูดเสียงเรียบ ๆ ก่อนลุกขึ้นเดินออกนอกห้องไป

“เป็นไรมันวะ ...” มินอูมองตามร่างเพื่อนอย่างงง ๆ ก่อนจะหันมาสนใจจอนจินที่ยังคงนิ่งอีกครั้ง

“เอาน่า คิดไรมาก .... 5 โมงและ ไปกินเหล้ากันดีกว่า ชั้นนัดหมอไว้”

“ไม่ดีกว่าฮะ .. พี่ไปเหอะ ผมอยากอยู่เงียบ ๆ ซักพัก”

“อืม เอาเหอะ ถ้ามันจะทำให้นายดีขึ้น.. มีไรโทรหาชั้นนะ”

“ฮะ” มินอูตบบ่าจอนจินเบา ๆ อีกที ก่อนเดินตามเอริคออกไปบ้าง

....


เย็นย่ำผ่านไป จนเวลาพลบค่ำมาเยือน แต่จอนจินก็ยังนั่งอยู่ที่เดิมตรงนี้ เวลาผ่านไปนานแค่ไหนแทบไม่รู้สึกตัว

..เค้าไม่แน่ใจนัก ว่ามันจะเรียกว่าความผิดหวังหรือเปล่า สีหน้าหลาย ๆ คนในห้องประชุมวันนี้นี่แหละ ที่มันทำเอาเค้าเริ่มคิด ..นี่เค้าเหมาะกับงานนี้จริงเหรอ ถึงแม้ความตั้งใจจะมีมากมายขนาดไหน มันก็เหมือนกับทุกสิ่งทุกอย่างดูไร้ค่าไปหมด ก็อย่างที่มินอูว่า มันผ่านไปด้วยดี แต่ทำมัยนะ ทำมัยกลับรู้สึกแย่ ๆ อย่างนี้ ..



“นายน่ะยังเด็ก”


เค้ายิ้มให้ตัวเองทันทีที่คำพูดคำนี้ของเฮซองผุดขึ้นมาในสมอง เค้าเกลียดมันจริงๆ นะ ยิ่งมันเป็นคำที่หลุดออกจากปากของเฮซองด้วยแล้ว มันยิ่งฟังดูหยาบคายในความรู้สึกที่สุด


รอบตัวเริ่มมืดลงเรื่อย ๆ เค้าพยุงตัวเองขึ้น ถอนหายใจแรงๆ ออกมาเหมือนคนที่เริ่มหมดแรง แต่ยังไม่ทันที่เท้าตัวเองจะขยับ ..

“จอนจิน”

เสียงคุ้นเคยดังมาจากประตูห้องประชุม เค้าหันหลังไปมอง อย่างแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

“ออมม่า ... มาได้งัยฮะ”

“ชั้นติดประชุมน่ะ มารับแอนดี้ช้า แต่เค้าไม่อยู่แล้ว โทรไปก็ไม่ติด”

“น้องคงกลับเองแล้วละฮะ”

“เป็นไรรึเปล่า สีหน้าไม่ดีเลย”

“เปล่า ..ออมม่ารู้ได้งัยว่าผมอยู่นี่”

“โทรหานาย นายไม่รับ เลยโทรหาหมอ หมออยู่กับมินอูพอดี ….พี่นายพาแอนดี้ไปไหนรึเปล่า”

“ถ้าพาไปแล้วงัยล่ะฮะ” จอนจินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม

“ก็ไม่แล้วงัยหรอก ชั้นก็จะได้รู้ นี่นายจะหาเรื่องทะเลาะกับชั้นอีกงั้นเหรอ จอนจิน”

“เปล่า”

“แล้วทำมัยไม่รับโทรศัพท์”

“ออมม่าก็เห็นนี่ ผมอยู่ในห้องประชุม”
…
..
.

“โอเค ถือว่าชั้นไม่ได้พูดแล้วกัน...”

“ออมม่าจะไปไหน”

“ไปให้ห่างจากตรงนี้น่ะ ชั้นอึดอัด ... ชั้นจะบอกอะไรให้ ถ้านายยังแยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวไม่ออก นายก็ยังถือว่าเด็กอยู่อีกมากนะจอนจิน” คำพูดนี้พาลเอาจอนจินที่อารมณ์เริ่มจะนิ่ง พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกจนได้ เค้าหันขวับไปคว้าข้อมือของเฮซองที่กำลังจะหมุนตัวออกไป

“คำก็เด็ก สองคำก็เด็ก พี่รู้ป่ะหลายวันมานี้ผมได้ยินคำนี้มากี่ครั้งแล้ว แต่ผมไม่ได้สนใจคำพูดพวกเค้าหรอก แต่นี่ ผมยังต้องมาฟังคำ ๆ นี้จากปากพี่ด้วยงั้นเหรอ”

“จอนจิน!!!! นี่ชั้นไม่เข้าใจจริง ๆ นะ ว่านายจะหงุดหงิดอะไร ในเมื่อเป็นงี้ก็เลิกคุยกันดีกว่า ถึงพูดไปนายก็ไม่เข้าใจอยู่ดี” เฮซองสะบัดมือนั้นให้หลุด แต่อีกคนกลับกระชากแรงขึ้นให้ร่างบางนั้นเซถลาเข้ามายังอ้อมกอดของตัวเอง

“ผมพยายามที่จะเป็นคนที่พี่ภูมิใจ แล้วงัยเหรอ หรือว่าคนที่เหมาะกับพี่ คู่ควรกับพี่ ต้องเป็นผู้ใหญ่เหมือนพี่งั้นสิ”

“นี่ปล่อย ชั้นเบื่อจะพูดกับคนเข้าใจอะไรยาก”

“พี่รู้มั้ย พี่มินไม่เคยที่จะพูดอะไรแบบนี้กับผมซักครั้ง เค้าเชื่อมั่นเสมอไม่ว่าจะผมจะทำอะไร พี่ริคอีก แม้ว่าบางอย่างบางเรื่องมันจะกระทบถึงหน้าที่การงานเค้าก็เหอะ แล้วพี่ล่ะ คนที่ผมรักอีกคน พี่เห็นผมเป็นแค่เด็กไม่รู้จักโตเท่านั้นเหรอ”

“นายกำลังเครียดกับงาน หรือนายกำลังโกรธชั้นเรื่องแอนดี้กันแน่ ทำมัยนายต้องหงุดหงิดขนาดนี้”
..
.


“ผมขอโทษ” นั่นสิ นี่ตัวเค้าเองเป็นอะไรกันแน่ เค้ายังแทบไม่รู้สึกตัว มันเหมือนหลาย ๆ สิ่งหลายๆ อย่างที่ทับถมกันมากกว่า


“ปล่อยได้แล้ว .. แล้วอีกอย่างนะ ถ้านายยังไม่เข้าใจ แอนดี้เป็นน้องชั้น ฉะนั้น นายก็ไม่เกี่ยวถ้ามันเป็นเรื่องนี้”

.....
.....
...

เพราะคำพูดนี้ จากมือที่กำลังจะปล่อยอีกคนให้เป็นอิสระ แต่ตอนนี้กลายเป็นกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิมด้วยแรงโมโห สองแขนกระชับกอดอีกคนไว้แน่นยิ่งกว่าเกา ก่อนก้มหน้าตัวเองลงปิดปากบาง ๆ นั่นด้วยปากหนาๆ ของเค้าเองด้วยแรงอารมณ์ ยิ่งดิ้นรนแรงกอดและรสจูบยิ่งหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ ประหนึ่งร่างบางในอ้อมแขนทั้งร่างแทบแหลกคามือ ..

“นี่นายจะบ้าไปแล้วใช่มั้ย จอนจิน” คำพูดคำแรกที่หลุดออกมาจากปากเฮซองหลังจากที่จอนจินถอนริมฝีปากของออก แต่สองมือของเค้า ก็ยังคงกอดเอวอีกคนไว้แน่นเหมือนเดิมแม้ว่าจะโดนทั้งทุบ ทั้งตีเพื่อดิ้นรนให้หลุดจากอ้อมกอดนี้ก็ตาม

“บ้าเหรอ โอเค ถ้าพี่ต้องการให้ผมบ้า ผมก็จะบ้าให้พี่ดู” แล้วก็อีกครั้ง ที่จอนจินกดริมฝีปากตัวเองจูบไปบนริมฝีปากบางที่เพิ่งคืนอิสระให้เมื่อครู่ คราวนี้ฤทธิ์จูบรุนแรงจนแทบขาดอากาศหายใจ ขาข้างหนึ่งของเค้าลากเอาเก้าอี้ที่ตังเองนั่งเมื่อครู่ออกมาให้ห่างจากโต๊ะ มือข้างหนึ่งปล่อยจากเอวบาง ๆ กวาดเอกสารการประชุมต่าง ๆ บนโต๊ะให้ร่วงหล่นลงพื้นอย่างไม่ใส่ใจ เคลียพื้นที่ให้ร่างในอ้อมกอดนอนลงบนโต๊ะว่างเปล่านั่นแทน

ด้วยแรงที่มหาศาลต่างกัน อาการดิ้นรนเฮือกสุดท้ายของเฮซองจึงหมดลง .. จอนจินเห็นอีกคนนิ่งลงไปแล้ว เค้าจึงเปลี่ยนสัมผัสที่รุนแรงและจาบจ้วงของตัวเอง เป็นเบามือและชวนวาบหวิวขึ้น .. เล็บที่จิกอยู่ตรงหลังเค้าเมื่อครู่อาการอ่อนลง แม้จะมีสูทหนาทับ รู้สึกได้ราวกับว่ามันคงจะเป็นรอยแผลเป็นทางยาวไปแล้ว แต่ชั่วโมงนี้ อะไรก็ไม่น่าสนใจเท่าคนตรงหน้า

จอนจินถอนริมฝีปากตัวเองออก ถอยตัวห่างออกมานิดเพื่อจะสบตากับอีกคนให้ชัดยิ่งกว่าเดิม แววตานั้นที่เริ่มแสดงอาการสั่นไหวเพราะอารมณ์เมื่อครู่ แม้อยากจะปฏิเสธ แต่หัวใจมันกลับกระเจิงไปเรียบร้อยแล้ว และยิ่งตอนนี้ แววตาที่เศร้าสร้อยของจอนจิน มันก็ทำเอาเฮซอง ปวดร้าวใจไปไม่น้อยเหมือนกัน..


“พี่คือคนที่ผมรัก ทุก ๆ อย่างในชีวิตผมคือส่วนหนึ่งของพี่ แล้วพี่ล่ะ ผมเป็นอย่างนั้นด้วยรึเปล่า”

“ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะให้นายเข้าใจอย่างนั้นนะจอนจิน”

“ผมเกลียด ..เวลาที่พี่ทำเหมือนผมเป็นคนนอกชีวิตพี่ พี่รู้มั้ย”
...
..
.

“ชั้น .. ชั้น รักนาย ...

... แต่ทุกครั้งเวลามองนาย ชั้นก็กลัว .. ชั้นไม่แน่ใจว่ามันจะยืนยาวไปอีกแค่ไหน” คราวนี้เฮซองเป็นฝ่ายหลบสายตาคู่นั้น มันคือความจริงที่ฝังลึกลงไปในใจนานแล้ว และนี่คือสิ่งที่คอยทิ่มแทงตัวเองให้เจ็บปวดอยู่เสมอ...

“ทุกครั้งที่ผมมองพี่ ในหัวของผมมันมีแต่คำว่าผมรักพี่ ผมรักพี่ ๆ ๆ อัดแน่นไปหมด แต่เวลาที่พี่มองผม พี่คิดเพียงแต่ว่า เมื่อไหร่เราจะเลิกกัน งั้นเหรอ”

“มันไม่ใช่อย่างนั้นนะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นแล้วอย่างไหน...” คำพูดพยางค์สุดท้ายเกือบไม่หลุดรอดออกจากริมฝีปากซะแล้ว คราวนี้เฮซองเป็นฝ่ายลงมือดึงเน็กไทของอีกคนเข้ามาเพื่อโน้มหน้าเค้าเข้ากดจูบลงไปอย่างหนักหน่วงบ้าง และแม้จะตกใจอยู่บ้าง แต่อาการตอบสนองเป็นไปด้วยความรวดเร็วตามหัวใจที่เรียกร้องอยู่ก่อนแล้ว


เฮซองใช้มือที่ดึงเน็กไทเมื่อครู่ของตัวเอง ปลดมันออกจากคอของจอนจิน ก่อนจะถอดสูทและปลดกระดุมเอาชุดอันน่าอึดอัดนั่นออกไปให้พ้นซะ ซึ่งอีกคนก็ทำตัวเป็นผู้ช่วยได้อย่างดีทีเดียว แม้ว่าริมฝีปากทั้งคู่จะยังคงเกี่ยวรัดกันอย่างหวานชื่น แต่ไม่นาน สูทและเสื้อเหล่านั้น ก็หลุดออกจากร่างเค้าอย่างง่ายดาย ดูเหมือนว่าเฮซองจะพอใจกับการกระทำของตัวเองพอสมควร เสียงครางในลำคอเบา ๆ นั่น ชวนให้อีกคนแทบอยากจะกระชากเสื้อเชิ้ตให้หลุดออกจากร่างบางแทนการปลดกระดุมทีละเม็ดด้วยซ้ำ และเพียงไม่นานเสื้อของเฮซอง ก็ถูกถอดออกอย่างง่ายดายเช่นกัน ตอนนี้จึงมีเพียงความอุ่นบนร่างกายเปล่าเปลือยของทั้งคู่ที่สัมผัสกันอยู่

และแล้วไม่ปล่อยเวลาให้นานเกินกว่าตัวเองจะทนได้ไปกว่านี้ ร่างสูงด้านบนจัดการลากลิ้นชื้น ๆ ของตน เลื้อยไปตามผิวหนังขาวผ่องของอีกคน ยิ่งเสียงครางหวาน ๆ หลุดออกจากปากบางดังขึ้นแค่ไหน เค้าก็ยิ่งย้ำจุมพิตกับผิวบางนั่นให้แรงลึกลงไปเท่ากัน มือหนาลูบไล้เบา ๆ อย่างทะนุและแหนหวง เหงื่อที่เริ่มซึมออกตามไรผมและใบหน้าระเรื่อนั้น กระตุ้นต่อมอารมณ์ให้ยิ่งต้องเร่งมือกับภาระกิจนี้มากขึ้นไปอีก ..


ความรักสินะ มันคือความรักแน่ ๆ เพราะถ้าไม่ใช่ เค้าจะใส่ใจกับรายละเอียดทุกส่วนของอีกคนขนาดนี้เหรอ


และหากว่าคำพูดทั้งหลายมันจะทำให้เข้าใจผิดไปบ้างก็ตาม แต่การกระทำทั้งหมด มันคงช่วยอธิบายตัวมันเองได้บ้างไม่มากก็น้อยล่ะ...













เฮ้อ! กว่าจะเสร็จ เล่นเอาเหนื่อย แหะ ๆ ๆ ฟิคตามใจผู้อ่านฮะ อยากให้ลาก จัดให้ ...



อ๊ากกก อิเลิฟซีนสุดท้ายนั่น แก้แล้ว 3 หน ได้แค่นี้แหละฮะ พี่ทอม เง้ออออออ


Create Date : 21 กันยายน 2551
Last Update : 21 กันยายน 2551 10:55:29 น. 24 comments
Counter : 556 Pageviews.

 
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก

ในที่สุดก็มาลากกันที่ห้องประชุม เหอๆๆ นอนๆ พุ่งนี้ค่อยมาเมนท์นะฮะ


โดย: Tom & Jinny วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:1:17:03 น.  

 
มินมินนี่ใจดีกับผู้หญิงจริงๆจะเลิกกับเค้ายังคบแบบพี่ชายได้อีก..(เป็นแฟนมินมินต้องอดทน)คุณหมอจะทนรึปล่าวค้า

เอริคติดใจรสจูบดี้ขนาดนั้นเชียว

แม่นกลูกนกคู่นี้ผาดโผนดีแท้ ในรถ ในครัว ตอนนี้ในห้องประชุม
ตอนต่อไปที่ไหนดีเอ่ย

น้องพุดจัดให้สมใจมากๆ
(รู้สึกว่าพี่จะเม้นท์แต่บทรักทั้งนั้นนี่..เหอเหอ)


โดย: piyawan IP: 118.172.246.235 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:2:05:14 น.  

 
กี๊ดดดดดดดดดดดดดดด นอกสถานที่อะเกน 555
ว่าจะไปนอนอยู่ละ ง่วงจนตาจะปิด ที่ไหนได้ อ่านจบตาสว่างเลย อ่านไปเขินไป ฮี่ๆๆ

ฟิคพี่พุดอ่านแล้วอินอ่ะ ตอนพี่หอยเครียดทั้งเรื่องโปรเจคงาน ทั้งเรื่องออมม่า อ่านแล้วรุสึกกดดัน ทำเอาเค้าเครียดตามไปด้วยเลย..สงสัยจะอินจัด
ยิ่งตอนที่พี่หอยตัดพ้อออมม่า(ศัพท์สมัยไหนเนี่ย) น้อยใจแทนพี่หอยอ่ะ ออมม่านะออมม่า คำก้อเด็ก 2คำก้อเด็ก ชิชะ เด็กแล้วทำไมอ่ะ อ่านแล้วรุสึกงอนออมม่าไปด้วยเลย

ส่วนตอนท้าย...เค้าไม่เอ่ยถึงนะ...เขิน 555 หลังจากที่ปล่อยให้พี่หอยเปนฝ่ายเริ่มก่อนมานาน ในที่สุดออมม่าก้อเปนฝ่ายรุกพี่หอยก่อนมั่ง ฮี่ๆๆ (นี่ขนาดบอกจะไม่พูดถึงนะเนี่ย)

ลืมๆๆๆ คู่พี่หมอ...ทำไมพี่เอ็มให้เบอร์พี่หมอกะคนอื่นอ่ะ ไม่กลัวพี่หมอโดนแย่งหรอเนี่ย
แล้วทฤษฎีอะไร ใจเต้นแรงต้องโดนผายปอด ยังงี้ถ้าตอนพี่เอ็มมาไทยเค้าเหนพี่เอ็มแล้วใจเต้นแรง พี่เอ็มต้องผายปอดให้เค้าด้วยมะ 555
ส่วนพี่ป๋ากะนุ้งดี้ก้ออย่าเครียดเลยเน้อ ออมม่าหวงน้องมากก้อจิง แต่เด๋วก้อใจอ่อนแล้วแหละ ขนาดกะพี่หอยออมม่ายังใจอ่อนได้เลย สู้ๆๆๆ~

อ่านไปเหนสายตาพี่หอยจ้องตอบกลับมาจากแบล็คบล๊อคอีก ตอนช่วงเครียดอ่านไปเหนแล้วรุสึกตาพี่หอยเศร้าจิงๆ แต่ทำไมตอนมันสวีทกันนี่ เหนตาพี่หอยแล้วเขิลอ่ะ ต้องพยายามไม่สบตากะพี่หอย ไม่งั้นจะละลาย 5555 (เว่อร์ไปป่ะ)

ทำไมคราวนี้เม้นยาวผิดปกติหว่า สงสัยจะอินมากจิงๆ ^ ^ ไปนอนก่อน เด๋วพรุ่งนี้มาอ่านแบบเก็บรายละเอียดอีกที 555


โดย: Bowiie IP: 58.64.80.185 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:2:35:26 น.  

 
ว้าว.......

อ่านจบต้องย้ออนไปอ่านใหม่อีกรอบ

ย้ำกลับไปใหตัวเองมั่นใจว่า...ที่เกิดเหตุเนี่ยห้องประชุมจริงๆ

อ้า...ไม่ไหวแล้วเลือดหมดตัว...

สติสตางค์ในการอ่านหนังสือหายไปหมดแล้ว พระเจ้าท่าน

พี่พุด...แบบว่าโดนใจ

สถานที่โดนใจมากๆ55+

แล้วก็ยาวโดนใจมากๆ

อ่านเรื่องนี้แล้วชอบจินนี่มากๆอ่ะ

น่ารักมากๆๆๆๆๆเลย


โดย: wizze IP: 124.120.96.2 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:10:41:47 น.  

 
โอ้ อ่านหนังสือสอบเบื่อๆเปิดคอมมา เจอะพี่พุดอัพฟิค สุดยอดคะ นั่งอ่านยาวเลย

น่าสงสารจินนี่แฮะ เป็นนาโดนคนว่าบ่อยๆก็หมดกำลังใจเหมือนกัน ยิ่งเป็นเพราะความอคติเนี่ย เฮ้อ

ชอบบฉากลากกก น่ารักมากเลยคะฉากนี้
อ่า แล้วงี้มินมินให้เบอร์หมอไปจริงๆป่าวคะเนี่ย โฮ้ ถ้าให้จริงหมอจะงอนไหมเนี่ย 55 ชอบคู่นี้คะ ลุ้นให้กุ๊กกิ๊กกันไปอีกเรื่อยๆ


โดย: นาค่า IP: 124.120.35.155 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:13:27:43 น.  

 
มาแว้วคอมเมนท์ยาวๆๆ เพื่อแลกกะการลาก เหอๆ คนรู้หมดเลยว่าตรูหื่น

อยากได้เก้าอี้นั่งบนตักพี่ริคมั่งอ่ะ ที่ฝึกงานที่ไหนมี จะปลอมตัวไปเปนนักศึกษาฝึกงาน แต่คงต้องหมดตังค์ไปกะการดึงหน้าสักแสนสองก่อนอ่ะถึงจะมีคนรับเข้าฝึกงานได้ เหอๆ คู่นี้ความรักยังคงทำให้ทุกข์ใจอย่างต่อเนื่อง กังวลใจ กะความรักที่ยังเปนปมรอการแก้ไข หวังว่าตอนหน้าพี่ริคจะเดินหน้าแก้ปัญหาบ้างนะฮะ เหนแต่จะแก้ผ้าอิดี้อย่างเดียวเลยอ่ะ เหอๆ ก็ดีนะ ชอบ!!

น้องมีอากะจะไม่ไปไหนไกลชิมิ วนเวียนอยู่แต่กะคู่ปฐมพยาบาลนี่แหลแต่อย่างว่าชีวิตรักมันก็ต้องมีเรื่องผ่านมาให้ทดสอบกันเปนธรรมดาขึ้นอยู่กับว่าจะเปนเรื่องใดชิมิ คุ่นี้ฉลุยไม่มีไรน่าห่วงอยู่แระ

อ๊ากกกกกกเหอๆ จิ้มมันทุกอิโม่หื่นเลย เย้ยๆม่ายช่าย แค่จะช่วยเปนพร็อพประกอบฟิคให้พุดดี้ต่างหาก เหอๆ

กะลังรอดูความคืบหน้าของโปรเจคหอย ในที่สุดก็รู้แระว่าเปนโปรเจคไรจิงๆไม่น่าจะเครียดไรมากเลยอ่ะ เพราะมันใหม่มากสำหรับงาน และการยอมรับจากผู้คน จากคนที่เที่ยวเตร่ไปวันๆ งานการไม่เคยทำ แล้ววันนึงพอมาจับงาน ก็จะหวังให้มันสำเร็จดังใจหวังมันคงเปนไปได้ยาก ทุกคนต้องมีการเริ่มต้น มีการลองผิดลองถูก มีสมหวัง ผิดหวัง มีล้มเหลวและประสบความสำเร็จกันทุกคน แต่หอยมันหวังมากเกินไปอ่ะ หวังทั้งกะตัวเอง ทั้งผลงาน และการยอมรับ แต่มันก็ไม่ผิดนิที่จะหวัง เหอๆ จะพูดมัยให้ยาว สุดท้ายก็เข้าข้างมันอยู่ดี

นั่น!!เครียดจากงานไม่พอ ยังต้องมาปะทะคารมด้วยความเหนไม่ลงรอยกะออมม่าอีก ไหนจะปมคำถามคาใจที่ออมม่าเลี่ยงที่จะตอบอีก สถานการณ์รุมเร้าให้เหนื่อยใจจิงๆเลยอ่ะ

แต่อารมณ์เครียดและครุกรุ่นในใจถูกบำบัดได้ด้วยโต๊ะประชุม เหอๆ อ๊ากกกกกก

เคลียร์พื้นที่ให้ร่างในอ้อมกอดนอนลงบนโต๊ะว่างเปล่านั่นแทน // พื้นว่างๆทำไมไม่ใช้ฮะ ดูจิเสียเวลาต้องเอามือมากวาดเอกสารบนโต๊ะอีกแต่ก็ไม่เปนอุปสรรคเลยวุ๊ย


“ชั้น .. ชั้น รักนาย ...

... แต่ทุกครั้งเวลามองนาย ชั้นก็กลัว .. ชั้นไม่แน่ใจว่ามันจะยืนยาวไปอีกแค่ไหน”// เผยไต๋ให้ได้รู้แระว่าออมม่าหวาดระแวงอยู่ลึกๆแระจะให้ทำไงอ่ะ บอกรักบ่อยๆก็จะกลายเปนปากพล่อยไปจิ นี่ก็พยายามพิสูจน์ด้วยการทำงานให้ได้ดี ทำตัวสม่ำเสมอแระนะ เพราะเหตุนี้ชิมิเลยกลัวแทนน้องไปด้วย หวังว่าหอยคงรู้และช่วยพี่ริคแก้ปัญหาพี่เมียได้แล้วจิ เหอๆ

จิงๆแระประโยคเวลาที่หอยโต้เถียงกะออมม่าอ่ะ มันก็ออกแนวเด็กจิงๆอ่ะ ดูมันง็องแง็งๆ หรือพี่จิ้นไปทางนั้นเองหว่า เหอๆ เหมือนมันชอบแบบว่า ทำไมอ่ะ เปนไรอ่ะ คือเหมือนเด็กช่างโวยวาย ช่างถาม แล้วก็โกรธหรือโวยวายง่ายมากอ่ะ (อันนี้ตรูก็เปน มิน่าถึงเปนเนื้อคู่กัน เหอๆ)

คอมเมนท์จะยาวเกินไปมั้ยเนี่ย เกินจะกลับไปสั้นแระ 555

พยายามเลี่ยงที่จะไม่เมนท์ถึงฉากอัศจรรย์ (นึกไงใช้ภาษาพระอภัยวะเนี่ย) เพราะยังอยากรักษาภาพพจน์ตัวเองอยู่(มีเหรอ??) แต่คงเลี่ยงไม่ได้ เหอๆ กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆ ชอบๆๆ ยาวเยอะสะใจดีอ่านและจิ้นตามได้เต็มๆดีอ่ะ

เวลาหอยกะออมม่าจะเลิฟซีนกันแต่ละที ทำไมมันต้องรุนแรงกันอยู่เรื่อยเลย อ้าว!ถ้าไม่แรงจะเรียกว่าปล้ำเหรอ แล้วตรูก็ชอบชิมิ คราวนี้ออมม่าก็มีเรื่องกังวลในใจ หอยก็มีเรื่องเครียดและนอย อารมณ์รัญจวนคงหายากในช่วงเวลานี้มั้ง ดูๆออมม่าก็ไม่สมยอม หอยมันก็เลยต้องข่มขืนซะเลย แต่สุดท้ายอ่ะนะก็ต้องสมยอมอยู่ดี ออมม่าจะดิ้นทำไมให้เหนื่อยเนี่ย

จะว่าไปออมม่าก็ชอบเริ่มก่อนอยู่บ่อยๆเหมือนกันนะนี่ เหอๆ

“ทุกครั้งที่ผมมองพี่ ในหัวของผมมันมีแต่คำว่าผมรักพี่ ผมรักพี่ ๆ ๆ อัดแน่นไปหมด แต่เวลาที่พี่มองผม พี่คิดเพียงแต่ว่า เมื่อไหร่เราจะเลิกกัน งั้นเหรอ” //ชอบประโยคนี้ที่หอยถามกลับออมม่า มันดูตัดพ้อ และสะเทือนใจอ่ะ
หลังๆเหมือนหอยจะรักและติดออมม่ามากกว่าออมม่าซะอีกนะนั่น

พอแระเด๋วจะหนักบล็อคเกินไป เหอๆ หวังว่าเหตุการณ์ในห้องประชุมจะช่วยให้สถานการณ์รักของพี่ริคกะดี้ดีขึ้นนะฮะพุดดี้


โดย: Tom & Jinny วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:16:09:28 น.  

 
กรี๊ดดดด อะไรเนี่ย

สงสัยต้องอ่านย้อนตอนเก่าๆ ซะแล้ววว...



โดย: แฟนพี่เอ IP: 125.26.126.75 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:17:00:56 น.  

 


ตอนหน้าคู่อูด้ง จ๊อยจะมีปัญหากันมั๊ยน๊า

พี่อูเอาเบอรืพี่หมอไปให้คนอื่นทำไม....

อ๊ากกกกกก เด๋วกะเหมือนในไทยที่ตัวโกงชอบให้พระเอกไปเป็นพ่อสื่อให้ตัวเองกับนางเอก

แล้วนางเอกก็จะเข้าใจผิดพระเอก เหอะๆๆ

แบบนี้พี่ด้ง งอน พี่อู แน่เลย .........

ขอบคุณฮะ

ตอนหน้าขอลากยาวๆเลยนะ 5555555


พี่ทอมเม้นยาวได้ใจจริงๆ


โดย: จ๊อย.... IP: 202.176.120.150 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:17:35:46 น.  

 
มาเม้นอีกรอบ เพราะติดใจแบคกราวด์อันนี้ อ่านไปมองตาจินไปแบบว่า อายย ต้องหลบตาจินเวลาอ่าน - -"



โดย: นาอีกรอบคะ IP: 124.120.38.167 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:18:42:15 น.  

 
ในที่สุดก็รู้แล้วว่าพี่หอยทำบิ๊กโปรเจ็คอะไร อิอิ

แต่ประทับใจพี่มินมากเลยค่ะ เรื่องนี้พี่มินเป็นฮีโร่สุดๆๆ อยากให้พี่มินพาพี่หมอไปเที่ยวญี่ปุ่นไวไวจังค่ะ (พาไปปีนภูเขาไฟฟูจิเลยท่าทางลุงแกน่าจะชอบ ฮี่ๆๆ)


โดย: keiropi IP: 125.26.129.15 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:19:17:03 น.  

 
ตอนนี้พี่มินของเราเป็นพระเอกมากเลยค่ะ ช๊อตที่พูดในห้องประชุมเท่ห์สุดๆ

สงสารจินนะคะเครียดเรื่องงานและก็ไม่เข้าใจกะออมม่า แต่เลิฟซีนตอนจบน่าจะทไห้อะไรๆดีขึ้น

คู่ดี้กะป๋าก็ต้องลุ่นต่อไป

พี่พุด เจี๊ยบอยากให้คู่ลุงกะมินมีดราม่าบ้างอะค่ะ คู่นี่แบบน่ารักน่าหมั่นไส้มากๆ (ขอมากไปเปล่าค่ะ)

ขอบคุณค่ะ จะนั่งรออ่านตอนต่อนะคะ


โดย: carina_jeab IP: 58.9.82.97 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:21:12:47 น.  

 
^^ พี่พุดข๋า.... ตอนนี้ได้ใจมากๆๆๆ โดนลากแว๊วววค่ะซองกิข๋า...


คือเข้าใจนะค่ะว่าจินนี่ก็เครียด... ซองกิก็เครียด... ป๋าก็เครียด... หนูดี้ก็เครียด... ว่าแต่พี่พุดเครียดไปด้วยหรือเปล่าค่ะเนี่ย อิอิ อย่าเครียดนะค่า


ว่าแต่เครียดดด ต้องหาเรื่องแก้เครียดถูกไหมค่ะ... ห้องประชุมเป็นสถานที่เหมาะเจาะเพราะเป็นแหล่งที่เครียดมากๆๆ ฮาฮาๆๆ ไม่ค่อยหื่นเลยค่ะเห็นม๊ะค่ะพี่ หนูออกจะเรียบร้อย อิอิ


สุดท้ายออมม่าก็พูดออกมาเรื่องความไม่จีรังยั่งยืน ... หนูไม่รู้นะค่ะว่ามายังไง แต่ถามความรู้สึกหนูอันนี้โทษจินนี่ค่ะ เพราะว่าแรกสุดเลยเนี่ย ออมม่าโดนลูกหลอก.... แต่ก็ไม่แน่นะค่ะว่าออมม่ามีความหลังไรหรือเปล่า (อินจัดไปไหมค่ะพี่... ท่องไว้ๆๆๆ ฟิค ฟิค)



แต่หวังว่าจากครั้งนี้ที่ออมม่าจัดการลากกระชากเน็กไทน์นี่นะค่ะ อะไรๆของพ่อหมีลูกหมีจะเวิร์คๆๆๆ จริงๆแพรแอบหมั่นไส้อยู่เหมือนกันนะค่ะ ฮาฮาๆๆๆ แต่จริงๆก็ไม่นึกว่าออมม่าจะกระชากเน็กไทน์นะค่ะ ไม่นึกจริงๆ ผิดคาดดดดมากกกกก แต่ชอบค่ะชอบ เลือดค่ะเลือด ตั้งแต่ตอนก่อนและค่ะ นุ้งดี้กะป๋าก็ไม่นึกดี้จะเป็นกะเค้าด้วย ฮาฮาฮาๆๆ แต่ก็ยังยืนยันนะค่ะว่าหนู JinSyung 4Ever หนูจะโดนไล่ออกจากบ้านไหมค่ะเนี่ย ฮ่าฮาฮาๆๆๆ



ปล.พี่พุดข๋า... มันส์มากกค่ะฟิคพี่ ชอบมากๆๆด้วย รออ่านต่อนะค่ะ แล้วก็แบล็คกราว์นสวยมากๆๆเลยค่ะ ทุกอันเลยยย ขออนุญาติเซฟนะค่ะพี่ข๋า... พี่พุด Fighting!!!!!


โดย: praery_za IP: 58.10.170.201 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:22:42:48 น.  

 
ช่วยด้วยย คนอ่านเลือดกำเดาไหล เหอๆๆๆ ออมม่ากะลูกนกเข้าฉากกันอีกแว้ววว หวังว่าออมม่าจะมะทำร้ายจิตใจลูกนกอีกอ่ะนะ เอ..แต่เข้าใจกันผิดกันทีไร มีฉากแหววทุกทีแฮะ ตกลงพี่เก๋ควรจะเชียร์ให้เคืองกันบ่อยใช้มะจ๊ะ น้องพุด เอิ๊กสสส!!!

อ้อ เพ่มินนี่ซุปเปอร์ฮีโร่ของน้องจินเลยอ่ะ อ่านแล้วอยากมีแควนแบบเพ่มินมั่งจัง จะกอด 3 เวลาหลังอาหารเลย อ่อนโยน ใจดี และอบอุ่นมั่กๆๆ (ตกลงชักจะอิจฉาเพ่หมอแล้วนะเนี่ยยย เหอๆๆๆ)


โดย: kayzila IP: 124.120.158.223 วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:0:55:59 น.  

 
ลาก ลากกกกกกกกกกก โฮะ ๆๆๆๆ แบบนี้น่าจะงอนกัน เถียงกัน ทะเลาะกันบ่อย ๆ เลือดคนอ่านจะได้สูบฉีดดีกันทุกคน 555+ จิตอีกแล้วแฮะ ว่าแต่วองจินเขาอินเลิฟกัน แล้วป๋าลากดี้ไปไหน...



โดย: ket_dd IP: 202.151.41.53 วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:9:33:43 น.  

 
เด๋ว ดึก ๆ แวะมาอ่าน งานเข้าพอดี


โดย: พี่นา IP: 203.151.144.4 วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:9:59:47 น.  

 
ฮิ๊ว....ได้ใจคนอ่านมากมายเลยจ้า โดยเฉพาะตอนท้ายๆ

แล้วเมื่อไหร่พี่มินจะลากคุณหมอมั่งน๊า....

ปล.ชอบคำบรรยายในฉากอัศจรรย์ (ยืมของพี่ทอมมาหน่อย)ของน้องพุดมากๆ ได้อารมณ์สุดๆ


โดย: แม่ยกชูงแจ วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:10:21:43 น.  

 
จินนี่โมโหแล้วชอบลากป่ะคะ จะได้ให้ซองขักใจจินนี่บ่อยๆ ให้จินนี่ลาก โฮ่โฮ่ คราวนี้ห้องประชุม ครีเอทสุดๆ
เข้าใจกันแล้วใช่มั้ยคะ แม่นกกะลูกนก รักกันนานๆนะคะ
พี่เอกะน้องแอน ก็ต้องให้กำลังใจกันต่อไปนะคะ หนักแน่นเข้าใว้น้า หาได้ที่ไหนฝึกงานไปนั่งตักเจ้านายไป อยากได้มั่ง
คู่ราเมงจ๊ะจ๋า ท่าจะมีอุปสรรคแล้วนะคะ เมื่อมีอาเปลี่ยนทาเก็ตไปหาพี่หมอเข้า เพ่มินสู้ๆนะ
พี่พุดขาลากงี้ชอบงี้ชอบค่า ลากเยอะนะคะ ไม่อยากให้จบเลย fighting!!! นะพี่พุด


โดย: โบ_andyholic IP: 203.144.236.214 วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:12:44:48 น.  

 
นี่ป๋าๆ ระวังเป็นเบาหวานนะ วุ้ยมีให้นั่งตักทำงานอีก หมั่นไส้ๆๆ

ตอนมินอูพาหมอไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่าลืมมีภาคพิเศษด้วยน๊า น้องพุด (อูด้งๆๆ)

ส่วนแม่ลูกคู่ไฮไลท์ เป็นรัยมากป่ะยะ ทะเลาะไปด้วย ลากไปด้วย ทึ้งไปด้วย แถมเคลียร์กันไปด้วยทู๊กที ชอบมากเรยอ่ะ (กี๊ดๆๆๆ)



ปล. วันรุ่งขึ้น ใครมาใช้ห้องประชุมต่อ ถือว่าเฮงนะนี่ เหอๆๆ


โดย: duckie IP: 124.122.194.97 วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:19:30:45 น.  

 
เชื่องช้าได้อีกนะพี่เนี่ย จริง ๆ จะเม้นแต่วันแรกและ แต่ไม่มีเวลา ช้าไปหน่อยโทษทีนะจ๊ะ

วันนี้คงได้สั้น ๆ
หอย..แกร..ทั้งเด็ก ทั้งง๊องแง๊ง แถมหื่นอีกต่างหากทำไมถึงไม่เข้าใจจิตใจคนอ่อนไหวอย่างออมม่าแกรฟะ (อินอีกแล้วเจ้าค่ะ มันเป็นฟิกนะ)
คู่นี้นอกสถานที่อะเกน สงสัยมีคนรีเควสแน่เลย

คู่ดี้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร มั้ง เพราะยังไง ๆ อิป๋ามันก็ต้องมาปรึกษาคนที่ฉลาดที่สุดในเรื่องอย่างพี่เอ็มอยู่ดี

ประโยคยาวเหยียดที่พี่เอ็มพูดในห้องประชุมนั่นสุดยอดเลย
แต่ทำไมมาตกม้าตายอิตอนให้เบอร์หมอด้งอ่ะ กลัวไม่มีเรื่องยุ่งอย่างคู่อื่นรึไง

วันนี้เม้นแบบแห้ง ๆ นอย ๆ ตามสภาพคนเม้นนะจ๊ะ แต่ยังไงก็ชอบนะ สนุกดีจ้า


โดย: พี่อัน IP: 202.129.32.218 วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:20:15:01 น.  

 
อ่านตั้งกะเมื่อวานละ แต่เพิ่งได้มาเม้นท์

ทะเลาะกันอีกสิคะ ยังลากกันได้อีกค้า...สถานที่ยังมีอีกเยอะนะคะ เหอ ๆ

นึกแล้วว่าจินนี่มันต้องนอย ไม่เรื่องใดก็เรื่องนึง ออมม่าก็คิดมากไปอ่ะ

เชื่อใจจินนี่ดิคะ...ออมม่าขา

ไม่เม้นท์ไรมากมายน๊า..ชอบฟิคน้องพุดทุกตอนเลยค่ะ มีเรื่องคาดไม่ถึงเกิดขึ้นได้เสมอ

ความรักไม่ได้ราบเรียบเสมอไป หนทางมันต้องมีขรุขระกันบ้าง มันจะได้มีรสชาติไง

ตอนหน้า คู่อูด้งอยากจะลากกันมั่งมั้ยคะ


โดย: ekada IP: 124.122.152.214 วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:20:59:39 น.  

 
ลูกนกเก่งขึ้นทุกวัน ยังงัย ๆ แม่นกก็ต้องยอมลูกนก.......
ไม่ต้องเสียเวลาหาสถานที่เลยนะ... โต๊ะประชุมก็สามารถ........(ชอบมากๆ )

พี่เอกับน้องแอน หวังว่าคงไม่เจออุปสรรค....(แอบหมั่นไส้พี่เอ.. จะให้น้องแอนนั่งบนตักทำงาน....คิดได้งัย)

พี่เอ็มกับลุงหมอ จะมีเลิฟซีนเหมือนแม่นกกับลูกนกมั้ย......ต้องติดตาม.....


โดย: Pekkiokung IP: 58.8.94.157 วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:21:55:36 น.  

 
สุดยอดเลยพี่พุด เอาใจช่วยจินนี่ให้งอนออมม่าต่อไปให้ออมม่าทรมานเลย อิอิๆ นานๆจินนี่จะโกธร สู้ๆ


โดย: เอ๊ะ IP: 125.24.164.229 วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:3:21:08 น.  

 
ขอบคุณที่มาอัพต่อ แต่...ในห้องประชุมเลยเหรอ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นทำไงอ่ะ


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:0:09:22 น.  

 
เหอๆ เพ่เอ็มเท่ห์สุดๆๆ เลยอ่ะ ฉากในห้องประชุม....555++

สงสารจินจังเลยอ่ะ....T_T


โดย: powergaru IP: 203.153.166.116 วันที่: 26 กันยายน 2551 เวลา:9:50:55 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.