I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
16 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2) #12





Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2)




…12...หนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์รัก.....



สามชีวิตตรงห้องโถง บัดนี้ต่างคนต่างนั่งมองหน้ากันไปมา ความรู้สึกแต่ละคนก็แตกต่างกันไป

เฮซอง กำลังนั่งรอให้ใครซักคนอธิบายเรื่องนี้กับเค้าซักที หลังจากเงียบมานานเหลือเกินแล้ว

จอนจิน ยังคงปิดปากสนิท ลุ้นให้พี่ชายตัวเองผ่านชั่วโมงอันน่าอึดอัดนี่ไปได้เช่นกัน

ส่วนเอริค ก็นั่งเงียบ เค้าคงรอเสียงระฆังดังขึ้นช่วยชีวิตตัวเองไว้ก่อนจะสำลักน้ำตาย ... แต่คงยากอ่ะนะ


“ว่างัย ตกลงจะมีใครบอกชั้นได้มั่ง ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”


...
..
RRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRrrrrr…
..
ยังไม่ทันทีเฮซองจะได้อ้าปากต่อ.. เสียงโทรศัพท์ของเอริคก็ดังขึ้นมาแทรกซะก่อน


เอริคหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เค้าเดินเลี่ยงไปรับโทรศัพท์ห่างออกมาจากเก้าอี้รับแขกพอสมควร

หน้าจอมือถือเป็นชื่อใครบางคนที่เค้าต้องการพูดด้วยที่สุดในชีวิตขณะนี้

(( ไอ่มินนนนน .. กรูรักเมิงงงงงงงง))


“ฮัลโหล”

(เอ่อ สั่งชั้นให้โทรมาตอนแปดโมงครึ่งเนี๊ยะ มีไรรึเปล่า)

“เปล่า”

(อ่าว! ไอ่นี่ เสียเวลาชั้นนะเว้ย ว่าแต่อยู่ไหนน่ะ)

“บ้านแอนดี้”

(แล้วไปทำไรที่นั่นล่ะ ...
...
..

เย้ยยยยยยยยย!!!!!!!!!!! เดี๋ยวนะ นายบอกว่านายอยู่บ้านแอนดี้เหรอ)

“เออ ..”

(โธ่!! ก็บอกแล้วว่าให้ใจเย็น ๆ มัยไม่เชื่อกันมั่งวะ)

“ชั้นแค่อยากคุยกับเค้า ถ้าไม่มา เดี๋ยวเค้าก็หาทางหลบหน้าชั้นอีก”

(เฮ้อ! เออ เจอแล้วเป็นงัยมั่ง)

“พี่ชายแอนดี้อยู่บ้านด้วย เอางัยดีวะ”

(...หนอย ไอ่ๆ ๆ ....ทีจะบุกล่ะไม่คิดเลยนะแกร พอบทจะปอดก็ปอดขึ้นมาซะงั้น)

“เร็ว ๆ ดิ ไม่ได้มีเวลายืนให้นายทับถมอยู่ทั้งวันหรอกนะ ไอ่มิน”

(ชั้นใช้ให้แกไปรึก็เปล่า ทีนี้จะมาขอความคิดเห็น ......

เอาวะ..ขั้นนี้แล้ว บอกไปเลยและกัน ยังงัยก็คนกันเอง แต่เล่นบุกถึงบ้านแบบนั้น เค้าไม่ตกใจน่าดูเลยเหรอ)

“เปล่าบุกถึงบ้าน บุกถึงห้องเลยต่างหาก”

( น่าน!!! ไอ่หื่น ทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเองอีกแล้วล่ะซิ .. นายนี่นับวันจะยิ่งกว่าไอ่จินนี่ซะอีก ...

...
.. ถ้าเป็นงั้น นายก็ต้องเคลียร์กับเค้าแล้วแหละ ไม่งั้นคนที่เดือดร้อน อาจจะเป็นไอ่จิน หรือไม่ก็คุณหมอของชั้นก็เป็นได้)

“นี่ ไอ่มิน นายห่วงชั้นหรือเปล่าเนี๊ยะ”

(ห่วงดิวะ ทำไมจะไม่ห่วง ยังงัยซะ อยู่ทางนี้ชั้นจะคอยเก็บศพนายให้เอง)

“ไอ่เพื่อนบ้า”

(เหอ ๆ พูดกับเค้าดี ๆ ล่ะ เค้าว่าอะไรมาก็ยืดอกรับชะตากรรมไปซะ อย่าไปทำตัวเป็นกอลลิร่าเจ้าอารมณ์ใส่เค้าอีก ไม่งั้นลำบากแน่ ๆ เลย แค่นี้นะ ชั้นติดธุระ กำลังจิบกาแฟกะคุณหมออยู่ มีไรคืบหน้าโทรบอกด้วย)

ตื๊ดดดดดดดดด....

“ช่วยชั้นได้มากเลยนะไอ่มิน”



เอริควางสายลง ปรับสีหน้าตัวเองให้เป็นปกติ ก่อนจะเดินกลับมาเพื่อเผชิญหน้ากับสองชีวิตตรงโซฟาอีกครั้ง

“ขอโทษนะครับ พอดีว่ามีธุระด่วน”

“ดูท่าทางคุณเอริคจะยุ่ง งั้นก็อย่าอ้อมค้อมอยู่เลย ผมก็ไม่ว่างนักหรอก”

“คือ .. คือว่า. ความจริงแล้วผมกับแอนดี้ .. เราสองคน..”

“ผมก็เป็นน้องชายพี่ริคเหมือนที่พี่จินเป็นน้องชายของพี่ซองกี้นั่นแหละฮะ”

เสียงดังขึ้นด้านหลัง ทำให้ทุกคนหันมองตามโดยพร้อมกัน

“แอนดี้!! ” เอริคชะงัก

“ใครว่าชั้นกะออมม่าเป็นพี่ชายน้องชายกันเล่า ความจริงแล้วชั้น..อุ๊บ” เฮซองซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เอื้อมมือมาปิดปากจอนจินไว้ทันอย่างหวุดหวิด

“ความจริงแล้วทำมัยเหรอพี่จิน” แอนดี้เดินมานั่งข้าง ๆ เอริค ยื่นหน้าไปถามจอนจินที่ตอนนี้โดนมือเรียว ๆ ของเฮซองอุดปากไว้แน่นหนาประหนึ่งโบกปูนตราตุ๊กแกเกาะผนัง

“จอนจินจะบอกว่า ความจริงแล้วเราเป็นเหมือนแม่ลูกกันน่ะ” เฮซองตอบเลี่ยง ๆ พร้อมหันไปทำตาดุใส่คนนั่งข้าง

“พี่ซองกี้สงสัยอะไรเหรอฮะ ผมสนิทกับพี่ริคก็เพราะเค้าเป็นเจ้านายผม และอีกอย่างพี่จินก็เป็นน้องของพี่ริคด้วย”

“แค่นั้นเหรอ” เฮซองยังคงซักต่อ ตอนนี้เค้าปล่อยมือออกจากปากจอนจินแล้ว

“ฮะ แค่นั้นแหละ ....” แอนดี้ยิ้มให้พี่ชายเค้า ที่ยังไม่วายมองคนหน้าแอนดี้กับเอริคสลับกันไปมาด้วยความสงสัยไม่หาย ..

“ไปยังพี่ริค ผมเรียบร้อยและ เดี๋ยวเกิดนาน ผมอาจจะขี้เกียจขึ้นมาอีกไม่รู้ด้วยนะ” แอนดี้ลุกขึ้นยืน ก่อนหันไปหาเอริค ที่ยังคงนั่งทำหน้าเหรอหราอยู่กับที่

“เอ่อ.. ไปสิ” เอริคลุกขึ้นยืนบ้าง “คิดว่าต่อไปเราคงเจอกันบ่อยขึ้น และคงมีโอกาสได้เลี้ยงข้าวคุณซักมื้อนะครับ คุณเฮซอง”

“พี่จินไม่ไปเหรอ”

“เดี๋ยวอยู่ดื่มกาแฟแก้ว แล้วจะตามไป”

“งั้น ..ไปนะพี่ซองกี้” เฮซองได้แต่พยักหน้าน้อย ๆ มองตามร่างของทั้งสองจนลับประตู



…เหลือกันอยู่สองชีวิต ที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่กับที่

“ทำมัยออมม่าไม่ให้ผมบอกน้องไปล่ะ”

“พี่ชายนายกับแอนดี้แปลก ๆ เหมือนมีอะไรปิดบังชั้นอยู่ นายรู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับเค้าสองคนรึเปล่าจอนจิน” ดวงตาเรียว ๆ ยังคงจับจ้องไปยังประตูบานเดิมนั่นอย่างไม่ลดละ เหมือนกับว่าถ้ามองจนทะลุแล้ว ความจริงจะเผยออกมางั้นแหละ

“ผมถามว่าทำมัยพี่ไม่ให้ผมบอกน้องไป ว่าความจริงแล้วเราเป็นอะไรกัน” เสียงที่ดังขึ้นข้างๆ หู ทำเอาเฮซองที่ยังสาระวนอยู่กับความคิดของตัวเอง ต้องสะดุ้งสุดตัว

“เอ๊ะ ! จะตะโกนทำมัยเนี๊ยะ ...”

“ออมม่าใจลอยตามน้องออกประตูไปแล้ว ผมพูดก็ไม่ได้ยิน”

“ได้ยินสิ ...
.... เอาไว้ชั้นพร้อมกว่านี้แล้วชั้นจะบอกเค้าเอง ไหนนายบอกว่าจะดื่มกาแฟแล้วไปทำงานงัย”

“ไม่แล้วล่ะฮะ ผมรีบ เดี๋ยวมีประชุม” จอนจินลุกขึ้นยืน

“นี่ โกรธเหรอ”

“เปล่า ผมรีบจริง ๆ บายนะฮะ แล้วจะโทรหา”

ว่าแล้วก็คอตกออกไปอีกคน อาการนั้น สร้างความงุนงงให้กับเฮซองไม่น้อยทีเดียว แต่ตอนนี้ เรื่องที่น่าสงสัยที่สุด ก็คือเรื่องของแอนดี้และเอริค เป็นไปได้งัยที่เค้าทั้งคู่จะเป็นแค่พี่น้อง ... เฮซองได้แต่คิดและคาดเดาเรื่องทั้งหลายอยู่ในใจคนเดียวลำพัง

……


หลังจากขับรถออกมาพ้นอาณาเขตที่ทำเอาคนตัวโตอย่างเอริคหดลีบจนเหลือตัวเท่ายุงแล้ว ตอนนี้ เค้าก็ยังคงนิ่ง ขับรถไปเรื่อย ๆ ลอบมองคนข้าง ๆ ที่นั่งทำหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนไปพลาง

“ทำมัยนายต้องบอกพี่ชายนายไปอย่างนั้นด้วยแอนดี้ นายรู้มั้ยว่ามันไม่ดี มันอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่ก็ได้”

“รู้หรอกฮะ ว่าไม่ดี แต่หากว่าโกหกไปแล้วยังได้อยู่กับพี่แบบนี้ ยังดีกว่าพูดความจริงแล้วไม่ได้เจอกับพี่อีก”

แม้สีหน้าและน้ำเสียงของแอนดี้นั้นจะดูราบเรียบเหมือนไม่มีอะไร แต่มันก็ทำเอาคนฟังสะอึกได้ทีเดียว และแอนดี้เองก็คงสังเกตเห็น

“ผมรู้ว่าพี่อึดอัด แต่คนอย่างพี่เฮซองน่ะ เค้าฉลาดจะตายไป ไม่มีทางที่เค้าจะไม่รู้หรอก เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ผมก็คิดที่จะบอกพี่เค้าอยู่แล้วแหละฮะ”

“แต่นายควรปล่อยให้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของชั้นมากกว่านะ ทำแบบนี้ พี่นายอาจยิ่งไม่พอใจ”

“เอาเหอะฮะ วันนี้ผมยังไม่อยากให้เป็นวันแย่ ๆ สำหรับพี่ ....

...แล้วนี่เราไม่ไปทำงานกันเหรอ ทำมัยพี่ขับรถมาทางนี้ล่ะ” เอริคมองหน้าแอนดี้อีกครั้ง ความกังวลหรือความกลัวกันแน่นะ ที่จู่ ๆ มันก็แล่นขึ้นมาเกาะกุมใจให้เย็นเฉียบขึ้นมาเฉย ๆ แต่เค้าต้องปิดมันไว้ให้มิดใช่มั้ย แอนดี้ยังยิ้มได้ แล้วเค้าล่ะ จะกังวลอะไรอีก

“วันนี้เราไปเดทกันดีมั้ย แอนดี้”

“หืม! พี่พูดเป็นเล่น ไปเดทเหรอฮะ แต่วันนี้ประชุมนี่”

“เรื่องนั้นน่ะ มินอูจัดการได้อยู่แล้ว เมื่อวานวันเกิดชั้น ซุปสาหร่ายหรือเค้กซักชิ้นยังไม่ได้แตะเลย ฉะนั้นวันนี้ เราจะไปเดทกันแทน และกินเค้กกันด้วย”

“เหรอฮะ โห ไม่น่าเชื่อ งั้นไปไหนดีอ่ะ”

“ไปไหนก็ได้ ตามใจนาย แต่เค้กน่ะ ไว้ค่อยกินที่บ้านชั้นหลังจากเรากลับจากเดทกันนะ”

“แน่ะ ลูกเล่นอีกแล้ว พี่อ่ะ”

“เปล่าน๊า เค้กอยู่ในตู้เย็นตั้งแต่เมื่อคืน ไอ่มินมันซื้อมา ชั้นยังไม่ได้แตะเลย รอกินกะนายงัย นายทิ้งชั้นไปตั้งวันครึ่งนะแอนดี้ ไหนว่าจะตามใจชั้นงัย”
…
..
.
“ก็ได้ฮะ วันเกิดพี่ ผมต้องตามใจพี่อยู่แล้ว” แอนดี้ยิ้มอีกแล้ว คราวนี้มันทำเอาเอริคแทบจะละมือจากพวกมาลัยรถแล้วกระชากอีกคนเข้ามาจูบซะเหลือเกิน แต่เค้าเพียงแค่เอื้อมมือข้างนึงไปจับแก้มใส ๆ นั่นเบา ๆ เท่านั้น

“ดีมาก”

แล้วเสียงหัวเราะของทั้งคู่ ก็แทรกผ่านความกังวลใจขึ้นมาในตลอดเส้นทางนั้น


...


มื้อค่ำในร้านอาหารญี่ปุ่น(อีกแล้ว) ดงวานกำลังทำหน้าเครียด ๆ หลังเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น โดยมีมินอูนั่งอยู่ตรงข้ามจ้องมองมาด้วยสีหน้าที่วิตกไม่แพ้กัน

“ว่างัยครับหมอ” มินอูยื่นหน้าไปใกล้ๆ อีกคน หลังจากดงวานวางโทรศัพท์ลง

“เฮซองเค้าอยากเจอผมน่ะครับ ที่เดิม สงสัยจะเรื่องเอริค กะแอนดี้แน่ ๆ”

“ผมทำหมอเดือดร้อนรึเปล่าเนี๊ยะ รู้สึกผิดจัง”

“ไม่หรอก เฮซองน่ะ ถ้าลองสงสัยแล้ว เค้าต้องหาทางหาคำตอบจนได้แหละ ไม่ว่าทางไหน ไม่งั้นหมอนั่นคงนอนไม่หลับ”

“แล้วหมอจะเอางัยครับ หรือว่าจะบอกเฮซองไปเลย”

“ผมจะเลี่ยง ๆ ก่อนแล้วกัน เรื่องนี้คงต้องปล่อยให้พี่น้องเค้าคุยกันเอง ผมไม่แน่ใจว่าถ้าพูดไปตอนนี้มันจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่หรือเปล่า ยังเข็ดกับเรื่องคราวก่อนไม่หายเลย หน้าตาหมอนั่น มันทำเอาผมรู้สึกโกรธตัวเองไปหลายวัน”

“ผมนี่แย่จริง ๆ ไม่น่าต้องดึงหมอเข้ามาเกี่ยวด้วยเลย” มินอูเริ่มทำหน้าจ๋อย จนดงวานต้องยื่นหน้าเข้าใกล้ พร้อมวางมือตัวเองแตะเบา ๆ บนหลังมืออีกคน

“ไม่ต้องคิดมากหรอกครับ มันผ่านไปแล้ว”

“ถือว่าผมติดหนี้หมอแล้วกัน แล้วผมจะใช้คืน…”

“งั้นก็โอเคครับ” คำพูดดงวาน ทำเอามินอูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

“อืม .. ทานข้าวเสร็จหมออยากไปไหนอีกมั้ย”

“คงไปหาเฮซองมันเลยแหละ แล้วมินอูล่ะ”

“งั้นผมจะแว๊บไปดูไอ่จินนี่มันหน่อย เรื่องประชุมวันนี้ทำมันเฮิร์ทหนัก ไม่รู้จะเป็นยังงัยบ้าง เอาเป็นว่าผมจะโทรหาหมออีกทีนะครับ ถ้าเฮซองกะหมอคุยกันไม่ดึกเกินไป เดี๋ยวผมไปรับ”

“ก็ได้ครับ งั้น... ไว้คุยกันอีกที ขอบคุณสำหรับมื้อค่ำด้วย อร่อยมากเลย”

“หมอพูดเหมือนเราเป็นคนอื่นคนไกลเลย ผมยินดีสุดชีวิตอยู่แล้ว”


………..


หลังกลับจากเดท ทั้งสวนสนุก กินข้าว ดูหนัง ฟังเพลงมาจนแทบทุกมุมเมือง ตอนนี้ทั้งคู่ก็กลับมาอยู่ที่คอนโดได้ซักที

เอริคนั่งจิบเบียร์เย็น ๆ อยู่ตรงโซฟาหน้าทีวี ดูข่าวโน่นนี่ไปเรื่อยๆ

ส่วนแอนดี้น่ะเหรอ …

“พี่ริคฮะ ไหนอ่ะ เค้กของพี่ ไม่เห็นมีเลย”

“ข้าง ๆ ตู้เย็นน่ะ ไม่เห็นเหรอ”

“ทั้งข้างตู้เย็น ทั้งในตู้เย็น หาจนทั่วแล้ว พี่จำผิดป่ะ อยู่ที่บ้านพี่มากกว่ามั้ง..” ปากที่ตะโกนตอบไป แต่ตัวเองยังคงก้ม ๆ เงย ๆ ไปทั่วครัว ทั้งด้านล่าง ด้านบน ใต้โต๊ะ แทบจะมุดโต๊ะกินข้าวแล้ว ก็ไม่เห็นเจอแม้เค้กซักชิ้นเหมือนที่อีกคนบอกเลย

“ไม่ใช่ที่บ้านหรอก ... นายหาไม่เจอเหรอ สงสัยมดมันหอบไปกินกันหมดแล้วมั้ง”

“พี่จะบ้าเหรอ มดฝูงเท่าไหนกัน หอบเค้กไปได้ทั้งก้อนน่ะ” ตอนนี้แอนดี้เริ่มคิ้วขมวดด้วยความหงุดหงิดบ้างแล้ว

“มันไม่มีจริง ๆ นะพี่ ใครหยิบไปกินและป่าวอ่ะ”

“อืม ไม่รู้สิ แต่ที่นี่ก็ไม่มีใครนี่ .. ช่างมันเหอะ งั้นนายก็หยิบเทียนที่วางบนโต๊ะมาและกัน”

แม้จะขัดอารมณ์ไปบ้าง เพราะเหมือนว่าจะโดนหลอกอีกแล้ว แต่แอนดี้ก็ยังคงคว้าเทียนบนโต๊ะเดินออกไปด้านนอกยื่นให้เอริคอย่างว่าง่าย

“เค้กไม่มีจะเอาเทียนมาทำมัยอ่ะ”

เอริคหยิบเทียนขึ้นมาเล่มนึง จุดมันแล้วยื่นให้กับอีกคนที่ยังคงมองทุก ๆ การกระทำของเค้าอย่างงุนงง

“ก็นายงัย เป็นเค้กให้ชั้นหน่อย อ่ะ ถือไว้ ชั้นจะหลับตาอธิฐานและเป่ามันงัย”

“หลอกกันอีกอ่ะสิ โธ่! คิดไว้แล้วเชียว”

“เอาน่า ไหนนายบอกว่าจะตามใจชั้นงัยวันนี้”

“งั้นก็รีบเหอะฮะ น้ำตาเทียนมันหยดใส่นิ้วอ่ะ ร้อน”

“เหรอ งั้นวางไว้บนโต๊ะก็ได้ แล้วเราก็เป่าพร้อมกัน ดีมั้ย” เอริคหยิบเทียนในมือแอนดี้ออก และปักมันไว้บนโต๊ะเตี้ย ๆ ด้านหน้าของเค้า ก่อนจะจับมือข้างที่ถือเทียนเมื่อครู่ของแอนดี้ขึ้นมาดูและเป่าลมอย่างแผ่วเบา

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ แค่นี้เอง ทำเหมือนผมเป็นเด็ก ๆ ไปได้”

“ก็แค่กลัวนิ้วนายจะพองน่ะ .. อ่ะ หลับตาสิ อธิษฐานด้วยนะ”

“หืม!! ผมด้วยเหรอ”

“ใช่ นายด้วย เราอธิษฐานพร้อมกัน”

“ก็ได้ฮะ” แอนดี้ยิ้มอย่างชอบใจพร้อมหลับตาลงอย่างว่าง่าย(อีกแล้ว) กิริยานั้นมันทำเอาเอริคต้องอมยิ้มนิด ๆ ตาคม ๆ จ้องมองดวงตาที่หลับพริ้มอย่างหลงใหล

.. ยิ่งนับวัน คนตรงหน้ายิ่งมีอิทธิพลกับหัวใจเค้ามากมายเข้าไปทุกที วันทุกวันสำหรับเค้าตอนนี้ แค่ขอมีคนนี้อยู่ข้างๆ เค้าแทบจะไม่อยากร้องขออะไรกับใครทั้งนั้นอีกแล้ว

ขณะที่แอนดี้กำลังหลับตา พนมมือ และเพลินอยู่กับการขอพรต่อพระผู้เป็นเจ้าทั้งที่ไม่ใช่วันเกิดตัวเองอยู่นั้น เอริคก็เลื่อนหน้าเค้าเข้าไปใกล้ ๆ ประทับจูบอ่อนโยนลงบนกลีบปากบางของอีกคน พรอันประเสริฐที่มีค่ามากที่สุดสำหรับเค้า ก็คือคนที่อยู่ตรงหน้าเค้าคนนี้เท่านั้น

“พี่ริค..ผมกำลังอธิษฐานอยู่นะ” แอนดี้ท้วงขึ้นมาทันทีที่อีกคนปล่อยริมฝีปากตัวเองให้เป็นอิสระ”

“นายขอเผื่อคนทั้งโลกเลยเหรอแอนดี้ ถึงได้นานขนาดนี้”

“เปล่า ..ผมขอให้พี่ต่างหาก ขอให้พี่มีความสุข”

“งั้นเหรอ” ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คำพูดธรรมดา ๆ คำนั้น มันกลับทำเอาหัวใจเค้าพองโตคับอกขึ้นมาทันที

“อืม ใช่ และก็ขอให้พี่รักผมนาน ๆ ด้วย” คราวนี้เหมือนว่าแก้มแอนดี้จะแดงระเรื่อขึ้นมาซะเฉยๆ จนคนมองอดยิ้มไม่ได้

“ไม่ต้องลำบากอธิฐานหรอก มันจะต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว”

“พี่สัญญาแล้วนะ”

“สัญญาสิ เป่าเทียนได้แล้วแอนดี้”

“พี่ด้วยนะฮะ พร้อมกัน

... 1...
.......2...
..........3... ฟู่วววววว~~~~…”

ควันเทียนลอยขึ้นมาพร้อมกับแสงสว่างที่ดับลงไป เค้าทั้งคู่จ้องมองมันอยู่เนิ่นนานอย่างมีความหมาย และคนสองคนตอนนี้ ก็มีความคิดที่แอบเก็บไว้ในใจต่างกัน หากแต่ทั้งสอง ก็เลือกที่จะเงียบ และยิ้มใส่ตาของอีกฝ่ายอย่างอบอุ่น

เอริคคว้าตัวแอนดี้เข้ามากอดไว้หลวม ๆ มือข้างหนึ่งลูบไปบนปอยผมนุ่มเป็นลอนอย่างทะนุถนอม..ไม่อยากเลย ไม่อยากคลายอ้อมกอดนี้ออก เพราะกลัวว่าวินาทีใดวินาทีหนึ่ง คนในอ้อมกอดเค้าจะหายตัวไปต่อหน้าต่อตา

“พี่ริคกังวลอะไรอยู่เหรอฮะ”

“เปล่าหรอก” เอริคจับไหล่แอนดี้ดันออกจากอกตนเบา ๆ เพื่อต้องการสบตาอีกคนให้ชัดขึ้น มือใหญ่ไล้ไปตามรูปหน้าใส ๆ นั่น ก่อนจะดึงตัวเข้ามาใกล้กันอีกครั้งเพื่อกดจูบลงบนริมฝีปากอีกครั้ง ส่วนอีกฝ่ายก็หลับตาพริ้มพร้อมรับจูบนั้นอยู่แล้ว เอริคไม่อยากทำตามใจตัวเองมากไปนัก หากแต่อีกคนนี่สิ ไหนจะลิ้นเรียวในปากที่เกี่ยวกระหวัดกันไปมาอย่างชำนาญการ ขนตาเป็นแพตรงหน้า ลำคอขาว ๆ นี่อีก แค่นี้มันก็ทำเอาความตั้งใจแต่แรกสาบสูญไปหมดสิ้น

“เดี๋ยวนี้นายเก่งกว่าชั้นเข้าไปทุกทีแล้วนะแอนดี้” เอริคถอนริมฝีปากออก ลุกขึ้นยืน พลางดึงตัวแอนดี้ขึ้นมากดจูบหนักหน่วงลงใบบนซอกคอของอีกคน ก่อนอุ้มร่างทั้งร่างขึ้นเหนือพื้น แอนดี้เกี่ยวขาตัวเองไว้กับลำตัวอีกคน ส่วนสองแขนก็คว้าไหล่กว้างไว้พยุงตัว ก้มหน้าตัวเองกดจูบร้อนแรงลงบนริมฝีปากหนา ยังงัยก็โดนชมแล้วนี่ ขอโชว์ฝีมืออีกหน่อยแล้วกัน

จูบนี้คงอยู่อีกเนิ่นนานจนกระทั่งเอริคที่ยังคงอุ้มแอนดี้ไว้เดินช้า ๆ มาจนถึงห้องนอนของตัวเอง...

เค้าวางร่างแอนดี้ลงบนที่นอนนุ่ม ก่อนทรุดตัวทาบทับร่างเล็กเอาไว้อีกที สายตาแอนดี้ตอนนี้ สีหน้าแดงๆ ระเรื่อของแอนดี้ตอนนี้ มองดูเหมือนเชื้อเชิญให้เค้าต้องก้มไปสูดดมความหอมอีกครั้ง

เคลาสาก ๆ ลากเลื้อยไปตามความยาวของลำคออีกฝ่าย แอนดี้ถึงกะกลั้นหัวเราะออกมาด้วยความจั๊กจี้

“พี่อ่ะ มันคันนะ”

“ใครสอนนายให้ทำแบบนี้ห๋าแอนดี้ รู้มั้ย จูบนายเกือบทำชั้นคลั่ง”

“ใครจะสอนได้อีกล่ะ ก็มีแต่พี่นั่นแหละ”

“งั้นบอกชั้นหน่อย นอกจากจูบแล้ว นายทำอะไรได้ดีอีกมั่ง”

“อืม ไม่รู้สิ นอกจากจูบ พี่ก็ไม่เคยสอนอะไรเลย พี่ลงมือเองทุกอย่าง” แอนดี้พูดพลางอมยิ้มไปพลาง สายตาเจ้าชู้คู่นั้นที่ส่งมา พาลจะละลายตัวเองให้กลายเป็นขี้ผึ้งเมื่อโดนไฟได้เลยทีเดียว

“งั้นชั้นจะสอนให้นาย ต่อไปนายจะได้เก่ง ดีมั้ย”

“พี่ริค ๆ ๆ ๆ เดี๋ยวสิ มันจั๊กเดียมน๊า 5555 ...”

“อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวไม่จบบทเรียนไม่รู้ด้วย”

“พี่ ๆ .”……………..

…
..
.



ดึกดื่นค่อนคืน ที่แอนดี้ยังคงหลับนิ่งสนิทอยู่ในวงแขน เอริคเฝ้ามองใบหน้าของคนไม่รู้สึกตัวอยู่อย่างนั้นจนแทบไม่รู้เลยว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน

แค่ไม่ได้เห็นหน้าไปวันครึ่ง มันก็ทำเค้าแทบคลุ้มคลั่ง อยากเห็นแก่ตัว ฉุดแอนดี้ไว้ในอ้อมกอดแบบนี้ทั้งคืนเหมือนกัน หากแต่สถานการณ์ตอนนี้ มันอาจทำให้ทุกอย่างแย่ขึ้นกว่าเดิม เอริคจำใจปลุกแอนดี้เบา ๆ ด้วยการพรมจูบไปทั่วทั้งแก้ม ส่วนคนหลับไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ก็เริ่มทำหน้าขยุกขยิก เหมือนมีอะไรมาเคลื่อนไหวอยู่บนใบหน้าตัวเอง ยิ่งนานก็ยิ่งรบกวนเวลาหลับฝันดีเหลือเกิน เปลือกตาบางปรือขึ้นมอง ก็พบกับดวงตาคมที่คอยจ้องมาอยู่ก่อนแล้ว

“พี่ริค มีอะไรเหรอฮะ”

“4 ทุ่มแล้ว ไม่กลับเหรอ เดี๋ยวพี่นายเป็นห่วงแย่”

“ห๋า!!!!! ..สี่ทุ่ม นี่ผมหลับไปนานแบบนั้นเลยเหรอ สงสัยจะเหนื่อยเพราะเล่นเครื่องเล่นวันนี้แน่ ๆ ทำมัยไม่ปลุกผมล่ะ”

“ก็ปลุกอยู่นี่งัย เช็ดน้ำลายด้วย เต็มแก้มเลย”

“บ้า!!! ไม่มีซักหน่อย” แอนดี้ค้อนขวับเข้าให้

“อาบน้ำเหอะ เดี๋ยวชั้นไปส่ง” แม้จะเป็นสิ่งที่ตรงข้ามกับความต้องการมากมาย แต่เอริคต้องตัดใจลุกนั่ง พลางดึงตัวแอนดี้ที่ทำบิดขี้เกียจอยู่บนเตียงให้ลุกเช่นกัน

“ชั้นจะเข้าไปคุยกับพี่นายวันนี้เลยดีมั้ย”

“อย่าเลยฮะพี่ ผมบอกแล้วว่าถ้าถึงเวลา ผมจะบอกเค้าเอง”

“ชั้นรู้สึกไม่ดีน่ะ ไม่รู้ว่าทำมัย” แอนดี้ลุกขึ้นมานั่งลงตรงหน้าเอริค จับจ้องไปในดวงตาโต ๆ คู่นั้น ทำมัยเค้าจะไม่รู้ วันทั้งวันแม้ว่าเอริคจะดูเหมือนเป็นปกติ แต่เวลาลับหลังเค้า สีหน้าเข้ม ๆ ที่หมองลงไป มันก็ทำเอาเค้าเดาได้เหมือนกัน

“เรื่องนี้มันไม่มีอะไรที่น่าห่วงหรอกฮะ พี่ริคสบายใจได้”

“ชั้นไม่ได้เป็นไรหรอกน๊า ไปเหอะ อาบน้ำดีกว่า เดี๋ยวจะยิ่งดึก”


...


ภายในบ้านที่ดูเหมือนจะเงียบกริบ แต่เพียงแค่แอนดี้ก้าวขึ้นบันใดไปยังห้องนอนตัวเองด้านบน แม้ปลายเท้าจะเบาแค่ไหน แต่เสียง ๆ หนึ่งก็ดังขึ้นมาทันทีทำเอาหัวใจแทบวาย

“แอนดี้ นี่มันกี่โมงแล้ว รู้มั้ย”

“พี่ซองกี้ยังไม่นอนเหรอ”

“ตอบให้ตรงคำถามหน่อย ถามว่ารู้มั้ยว่านี่มันกี่โมงแล้ว”

“ก็รู้งัยฮะ เห็นว่าดึกแล้วงัย เลยถามว่าทำมัยยังไม่นอน” แอนดี้เดินยิ้มเข้ามาหาพี่ชายที่กำลังนั่งกอดอกรอตัวเองอยู่ตรงโต๊ะกินข้าว

“ไปไหนมาเหรอ”

“ไปทานข้าวกับพี่ริคมาน่ะฮะ เมื่อวานเป็นวันเกิดพี่เค้า แต่ผมไม่ได้ไปฝึกงาน เค้าเลยเลี้ยงข้าววันนี้”

…
..
.
“เพราะเอริคหรือเปล่า ที่ทำให้นายลังเลเรื่องเรียนต่อ” เฮซองเอ่ยเสียงเรียบ ๆ ใบหน้ายังนิ่งอยู่กับที่ ไม่แม้จะมองเหลือบมาทางอีกคนซักนิด

“พี่ซอง..”

“ตอบมาเหอะ ..
..แม้ว่าวันนี้ไอ่หมอจะไม่พูดอะไร แต่ชั้นเป็นพี่นาย นายคิดจะโกหกชั้นไม่ถึงเมื่อไหร่”

“ผมเปล่าฮะ ผมไม่คิดจะโกหกพี่หรอก .. แต่ว่า..”

“ไม่บอก ก็เหมือนโกหกนั่นแหละ” คราวนี้เฮซองหันมามองหน้าแอนดี้ตรง ๆ จนอีกคนแทบตั้งตัวไม่ทัน

“นายคบกับเค้ามานานเท่าไหร่ จริงจังกันแค่ไหน”

“พี่ฮะ.. ทำมัยพี่ต้องซักเหมือนผมเป็นนักโทษของพี่งั้นล่ะ”

“น้องชายชั้นนิสัยยังงัย ทำมัยชั้นจะไม่รู้ แล้วคนที่เข้าใกล้นาย เค้าเป็นยังงัย เค้าจะจริงใจกับน้องชายชั้นหรือเปล่าทำมัยชั้นที่เป็นพี่นายจะไม่มีสิทธิ์รู้เรยงั้นเหรอ…

…แล้วถ้าไม่ใช่ชั้นที่ต้องคอยเป็นห่วงนาย นายคิดว่าสมควรจะเป็นใครล่ะ เรามีกันแค่สองคนแบบนี้มานานแล้ว หรือนายจำไม่ได้..แอนดี้” คราวนี้แอนดี้ก้มหน้านิ่ง

“ผมขอโทษ”

“ความสัมพันธ์แบบนี้น่ะ มันจีรังยั่งยืนหรือเปล่า เราก็ไม่ยังไม่รู้ อีกอย่าง นายยังเด็กมาก อย่างน้อย ในสายตาชั้น นายก็ยังแยกแยะประเภทคนไม่ออก..”

“แต่พี่ริคเป็นคนดีนะฮะพี่ และเรื่องเรียนต่อ พี่บอกผมเอง ว่าถ้าผมตั้งใจจะเรียนที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ”

“แล้วนายคิดเหรอ ว่าถ้ายังเป็นแบบนี้ นายจะตั้งใจเรียนได้

...... เรามีกันแค่สองคนนะแอนดี้ แล้วชั้นก็หวังที่จะเห็นวันที่นายประสบความสำเร็จ เพราะชั้นอยู่ดูแลนายตลอดไปไม่ได้หรอก”

“แต่ผมรักพี่ริคจริง ๆ นะฮะ พี่ซองกี้ และพี่เค้าก็รักผม เราไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย”

..
..
“หนึ่งคือนายโกหกชั้น ทั้ง ๆ ที่นายไม่เคยทำ สองคือความตั้งใจเรียนของนายถดถอยลงทันทีที่มีเอริคเข้ามาในชีวิต แค่นี้นายยังคิดว่าไม่มีอะไรผิดอีกเหรอ”

“แต่ผมยังไม่เคยบอกพี่เลยนี่ ว่าผมจะไม่เรียนต่อ” แอนดี้เริ่มเสียงอ่อยลง เพราะสิ่งที่พี่ชายตัวเองพูด มันก็ไม่หนีจากความจริงไปเท่าไหร่

“นี่ อย่ามาทำยังกะชั้นไม่รู้จักนาย”

“ทำมัยอ่ะ ทำมัยผมถึงคบกะพี่ริคไม่ได้”

“ชั้นไม่ได้หมายความว่าคบกันไม่ได้ แค่เวลาไม่นาน เค้าก็ทำให้นายเป็นแบบนี้ เค้าเป็นนักธุรกิจน่ะแอนดี้ ส่วนนายน่ะ มันเป็นมนุษย์โลกที่มองทุกอย่างเป็นสีขาวโพลนไปหมด นายไม่มีเล่ห์เหลี่ยม นายไม่เคยที่จะไม่ไว้ใจใคร และ.. มันก็ยังไม่ถึงเวลา”

“ผมโตและนะพี่ซอง..”

แต่สำหรับชั้น นายยังคงเป็นเด็ก.... ไปเหอะ อาบน้ำนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ตื่นเช้า ๆ ล่ะ ชั้นจะไปส่ง”

“หืม!! ไปส่ง ทำมัยฮะ”

“ก็เมื่อก่อนชั้นไปส่งนายทุกวันอยู่แล้วนี่”

“แต่ผมไม่ได้ไปมหาลัยนะ ผมฝึกงานอยู่ ไกลจากที่ทำงานพี่ด้วย”

“เอาเหอะ ไม่ลำบากชั้นหรอก แล้วตอนเย็นน่ะ 5 โมง ชั้นจะไปรับทุกวัน อย่าโอ้เอ้ล่ะ แค่นี้แหละ”

“พี่ฮะ พี่….” แอนดี้เรียกเฮซองเอาไว้เมื่อเห็นว่าเค้ากำลังจะลุกเดินออกไป

“พี่จะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรฮะ” เฮซองชะงักเท้าตัวเอง หันหน้ามาเผชิญกับแอนดี้อีกครั้ง

“แล้วการที่ชั้นเป็นห่วงเป็นใยน้องตัวเองนี่ มันจำเป็นต้องหาเหตุผลมั้ย..”


.....



เช้าวันนี้ ท้องฟ้าดูไม่สดใสเหมือนวันก่อนซักเท่าไหร่ จอนจินนั่งคอตกอยู่กับที่มานานนับชั่วโมงในห้องแคบ ๆ แห่งนี้ ความคิดที่อยากเอาชนะกรรมการหลาย ๆ คน ความคิดที่อยากให้คนที่ตัวเองรักภูมิใจ เหมือนมันจะถูกบั่นทอนให้น้อยลงไปทุกที

“จินนี่ ... พักก่อนเหอะ”

“พี่ฮะ ถ้าผมยอมวางมือจากโปรเจ็คนี้ลง พี่คิดว่าคนในห้องประชุมเมื่อวานทั้งห้อง เค้าจะพอใจหรือว่าจะโห่ไล่ผม”

“ก็อาจจะทั้งคู่ล่ะมั้ง” มินอูเดินจากเก้าอี้ของตัวเองมาตบบ่าจอนจินเบา ๆ

“ค่อย ๆ คิดก็ได้ พรุ่งนี้อีกวัน ทำมัยมันจะไม่สำเร็จล่ะ ในเมื่อนายตั้งใจซะขนาดนี้น่ะ”

“พี่มั่นใจจริง ๆ เหรอ ว่าคนอคติพวกนั้นจะปล่อยผมไปได้”

“นี่ น้อย ๆ หน่อย ยังงัยพวกเค้าก็อาวุโสกว่านะ”

“หึ อาวุโส แต่สมองไม่มีเลยน่ะสิ”

“จอนจิน...” มินอูทำเสียงดุ

“ผมขอโทษฮะ..”

“เอาเหอะ ไอ่ที่นายทำน่ะ มันดีอยู่แล้ว ข้อเสียที่พวกเค้าพูดมันอยู่ตรงไหน ก็ค่อย ๆ คลำค่อย ๆ แก้เอา”



ปัง!!!!!!!!!

ประตูห้องถูกเปิดออก ด้วยแรงและเสียงที่มหาศาลมากกว่าปกติ ทำให้สายตาอีกสองคู่ในห้องหันไปมองแทบจะพร้อมกัน ร่างสูงที่เดินเข้ามา สีหน้าท่าทางทีมองปราดเดียวก็รู้ว่าคงมีอะไรบางอย่างแปลกไป ถึงแม้ดูจะเรียบเฉย แต่ก็น่ากลัว

“เป็นไรไปน่ะ แต่เช้าเชียว” มินอูเป็นฝ่ายเปิดปากถามก่อน หลังจากนั่งจ้องตากับจอนจิน พยักเพยิดเกี่ยงกันอยู่ครู่ใหญ่ เอริคทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ หยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาอ่านเหมือนไม่ใส่ใจอะไรนัก

“เปล่า”

“แน่ใจนะว่าไม่ ว่าแต่เรื่องเมื่อวานล่ะ เป็นงัยมั่ง”

“เปล่า ไม่มีอะไร”

“อ่าว!! นี่เพื่อนชั้นกลายเป็นหุ่นยนต์โดนป้อนโปรแกรมมาให้พูดเป็นแค่เปล่าคำเดียวตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”

“ผมว่าออมม่าน่ะ คงไม่พอใจให้พี่คบกับแอนดี้แน่ๆ สังเกตจากสีหน้าเค้าเมื่อวาน” จอนจินที่นั่งนิ่งพูดขึ้นมั่ง

“ทำมัยวะ เรื่องรักเรื่องใคร่ ทำมัยต้องมากีดกัน” มินอูท้วงขึ้น

“ไม่รู้สิฮะ ผมก็ไม่ได้ถามอะไรมาก ขนาดเรื่องผมกับเค้า เค้ายังปิดไม่ให้บอกแอนดี้เลย” แล้วจอนจินก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางก้มหน้าก้มตาลงบนเอกสารตัวเองอีกที

“เมื่อวานขอโทษด้วยนะ ที่ไม่ได้อยู่ดูนายน่ะ จินนี่”

“พี่อยู่พี่ก็ช่วยไรไม่ได้หรอกฮะ พวกเค้าน่ะ รวมหัวจะกดผมให้จมคาเท้าเค้าอยู่แล้ว”

“จินนี่ ...” คราวนี้มินอูทำเสียงสูงขึ้นกว่าเดิม จอนจินต้องปิดปากตัวเองลงอีกหน

“ถ้ามันเหนื่อยใจมากนะ ก็ปล่อยมันไปเหอะ ชั้นไม่ได้ต้องการให้นายเริ่มงานด้วยอะไรที่ยาก ๆ แบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว นายยังใหม่ ค่อย ๆ เรียนรู้ไปสิ” เอริควางหนังสือพิมพ์ลงหันมาสนใจน้องชายตัวเอง

“ผมวางมือ ผมก็แพ้น่ะสิ งานเนี๊ยะ เป็นงัยเป็นกัน ผมไม่ยอมหรอก”

“เอ่อ แล้วไอ่หน้าไหนตะกี๊ที่มันเกิดหงอขึ้นมาเฉย ๆ ซะงั้น”

“ผมก็พูดไปงั้นแหละ อย่างผม ยอมแพ้ไรเป็นเหรอ”

“เออ ให้ได้งั้นสิ เดี๋ยวนายก็ร่าง ๆ มาและกัน ชั้นจะมาลองแก้ให้อีกที”

.. เออ ไอ่ริค แอนดี้ยังไม่มาเหรอ แล้วมัยวันนี้ไม่ต้องไปรับเค้าล่ะ”

“พี่ชายเค้ามาส่งน่ะ ยังมาไม่ถึงเลย”

“ว่าและ ทำหน้าเซ็งมาเชียว แล้วทำมาบอกว่าไม่มีอะไร”

“เฮซองเค้ารู้แล้วแหละ แอนดี้โทรมาบอกชั้นเมื่อคืน ต่อไปนี้เค้าจะมารับมาส่งแอนดี้เอง”

“เฮ้ย! ถึงขนาดมารับมาส่งเลยเหรอ เกินไปหน่อยมั้ย”

“เฮซองน่ะเหรอฮะ ทำมัยอ่ะ.... ผมก็แค่คิด ๆ ว่าพี่เค้าคงไม่ชอบแต่ไม่คิดว่าจะกีดกันถึงขนาดนี้ เอางี้ดีมั้ยพี่ริค เดี๋ยวผมจะลองพูดกะเค้าดู” จอนจินเสนอขึ้น


“ช่างเหอะ ตอนนี้นายมีงานที่จะต้องทำเยอะอยู่แล้ว ความจริงมันเป็นปัญหาที่ชั้นจะต้องหาทางแก้เองมากกว่า”

จอนจินมองหน้าพี่ชายตัวเองซักพัก ก่อนจะเอ่ยอะไรออกมาเบา ๆ อย่างกลัว ๆ กล้า ๆ

“เอ่อ ผมคิดว่าพี่คงรู้เรื่องที่แอนดี้จะไปเรียนต่อแล้วใช่มั้ยพี่ริค”

“อะไรนะ ไปเรียนต่อเหรอ???”

“ฮะ ตอนที่ผมเจอเค้าที่สนามบินเมื่อหลายเดือนก่อน เค้าไปดูที่เรียนที่เมกามาน่ะฮะ เฮซองบอกว่า เค้าอยากไปเรียนต่อที่นั่น ... พี่ไม่รู้เหรอ”
.
เหมือนว่าตอนนี้ ความหวาดกลัวก่อนหน้า แล่นกลับมายังทุก ๆ ประสาทสัมผัสของเค้าอีกแล้ว และคราวนี้มันกลับหนักอึ้งมากยิ่งขึ้นอีกเท่าตัวด้วยซ้ำ

จอนจินและมินอู ได้แต่นิ่งมองหน้าเอริค อย่างคนที่จู่ๆ คำพูดทั้งหลาย ก็เกิดติดคอขึ้นมาดื้อ ๆ ซะอย่างนั้น








เฮ้อ!!!!! รีบสุดชีวิตเรย ขอโทษนะฮะ ที่ปล่อยให้รอกันนานเลย ..




Create Date : 16 กันยายน 2551
Last Update : 21 กันยายน 2551 1:28:26 น. 25 comments
Counter : 615 Pageviews.

 
มาจองพื้นที่สำหรับมือวางอันดับหนึ่ง เรื่องแซงหน้าคนอื่น เหอๆ

ขออ่านก่องค่อยมาติชมเน้อ


โดย: Tom & Jinny วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:21:21:50 น.  

 
ที่1 ไม่ไหว ชั้นเต็มใจขอเปนแค่ที่2~ เหอๆๆๆ

อยากเม้นยาวๆ แต่ไม่รุจะเม้นว่าอะไรดีอ่ะ ตอนนี้กะลังเจ็บปวดตอนแรกกะลังยิ้มอยู่เลยที่พี่ป๋าสวีทกะนุ้งดี้ ไหงไปๆ มาๆ ออมม่าขัดขวางซะงั้นอ่ะ T T


โดย: Bowiie IP: 58.64.81.208 วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:22:00:36 น.  

 
พี่พุดกลับมาแว๊วววววววว +++

ตอนนี้ฮเยซองดุจังค่ะ อันนี้ก็เข้าใจนะค่ะว่าเหมือนออมม่าจริงๆเลย อิอิ ดุได้ใจจริงๆนะค่ะ อ่านตอนที่สอนแอนดี้คมมากมาย... ใช่เลยค่ะน้องดี้เสียสูญเพราะปะป๋า แต่ยังไงคนอ่านก็ชอบให้ดี้ตามใจป๋าเยอะๆใช่ม๊ะค่ะ เพราะว่าหนูก็ชอบ อ๊ากกกกกกกกกกสสสส์ ใครจะนึกว่าดี้จะกล้า อิอิ


ซองกิมาขั้นรับส่งถึงที่นี่ไม่มีเวลาส่วนตัวกะจินนี่เลยซิค่ะทีเนี้ย.. ว๊า.. สงสารจินนี่จับใจเลยค่ะ (ไม่รู้ว่าสงสารตัวเองมากกว่าหรือเปล่าที่ไม่เห็นหวานๆนะค่ะพี่พุดข๋า.... อิอิ)


ขอบคุณพี่พุดนะค่ะ คมจริงๆนะค่ะ อ่านไปนึกถึงหน้าซองกิเป็นออมม่าในชีวิตจริงเลยทีเดียว... ไม่พูดก็เหมือนโกหก จริงๆหนูเป็นโรคนี้นะค่ะ ฮาฮาๆๆ หนูไม่ได้โกหกจริงๆน้า... แค่หนูไม่พูดอะไรเลยเท่านั้นเอง อิอิอิ


ปล. รออ่านต่อเลยนะค่ะ เพราะว่าหนูจะลงหลักปักฐานที่นี่เลยค่ะ


โดย: praery_za IP: 58.10.170.8 วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:22:09:30 น.  

 
สถานการณ์ของคู่ที่ดูจะราบรื่นและราบเรียบ กลับกลายมาสู่หนทางที่ขรุขระแล้วสินะ จากปัญหาเล็กๆที่เหมือนถูกละเลย กลับกลายมาเปนปัญหาหนักหน่วงถ่วงหัวใจสิ้นดี เหอๆ เอาวะฮะปัญหามีให้แก้ มิได้มีไว้ให้กลุ้ม ด้วยหัวสมองอันชาญฉลาดของพี่ริค(ซึ่งคงจะแย่งพื้นที่สมองของหอยไปหมด --!)ต้องสามารถผ่านอุปสรรคทั้งปวงได้อยู่แระ เพียงแต่จะหาทางออกทางไหนที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและคนรักเอาใจช่วยห่างๆนะฮะพี่ริค ที่ต้องห่างเพราะใจเค้าห้อยไว้กะหอยแล้วจิ เหอๆมิได้เกี่ยวกันเลยนิตรู ชอบโยงอยู่เรื่อย

มาถึงออมม่าฝีปากกล้ามั่ง .. ก็เข้าใจอ่ะฮะว่าออมม่ารัก เปนห่วง และหวังดีต่อน้องชายเพียงคนเดียว แต่ออมม่าจะไม่ลองฟังเหตุผลของน้องชายหน่อยเหรอ เหตุผลของหัวใจที่ออมม่าก็เคยอยากฟังจากใครบางคนมาแล้ว แล้วถ้าจะมองดีๆ น้องชายก็มิได้มีหัวใจที่ผิดแผกจากตัวเองเลยแม้แต่นิดเดียว ออมม่าห่วงน้องเกินจำเปนไปป่าวฮะ บางทีความห่วงของออมม่าอาจทำร้ายตัวออมม่าและน้องชาย รวมถึงคนรักของทั้ง 2 ได้นะฮะ (แต่พุดดี้บอกว่าไม่เศร้า เหอๆ)

นิดนึงนะ!!ตอนที่ออมม่าห้ามไม่ให้หอยบอกกะดี้เรื่องความสัมพันธ์ลากกันไปลากกันมาของทั้งคู่อ่ะ ออมม่าคิดไรอยู่อ่ะ ถ้าเปนเค้าคงจะนอยมากกว่าหอย อาจจะแหกปากแระมือปิดไม่มิดแบบหอยกะได้นะฮะ แต่ๆๆน้ำลายหอยไม่เต็มมือเหรอฮะ ปากออกจะห้อยซะขนาดนั้น

คราวนี้หอยมาโหมดจมปรักกะงานอยากรู้จิงๆมันทำโปรเจคไรวะฮะ ทะมัยยากเยนและถูกกดขี่และกดดันขนาดเน๊เนี่ย ใครมันดูถูกหอยบอกมาเลยนะฮะ เด๋วเค้าส่งระเบิดผูกโบว์ไปเปนของกำนัลให้เอง เย้ย ฟิคๆๆ ท่องไว้ฮะ

“ผมวางมือ ผมก็แพ้น่ะสิ งานเนี๊ยะ เป็นงัยเป็นกัน ผมไม่ยอมหรอก” // กรี๊ดๆเท่ห์จิงๆวุ๊ย อย่ายอมแพ้กะขวางหนามแค่นี้นะฮะ หอยซะอย่างอึดและถึกต่อทุกสิ่งอยู่แระ


อ่านจบแบบรีบๆ 1 รอบ มันก็ไม่ได้มีน้ำเยอะอย่างที่กังวลนิฮะพุดดี้ บางช่วงเนื้อหาค่อนข้างหนักด้วยจิ หนักไปในทางหื่นอ่ะ อ๊ะ!!ย้อเย่น แต่ช็อตเลิฟซีนของริคดี้ก็เล่นเอาเตลิดได้เหมือนกันนะนั่น ฮ่าๆๆๆๆ

ปล.ออมม่ามัวแต่เอาเวลามากีดกันความรักของน้อง แล้วมะไหร่จะมีเวลาให้ถูกลากอีกละเนี่ย เหอๆ


โดย: Tom & Jinny วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:22:29:24 น.  

 
เย้ ได้อ่านต่อแล้ว
นาชอบฉากคอนโดริคจังคะ
มันหวานๆ อุ่นๆ ดี
แต่ดูดี้จะพัฒนาการสูงนะเนี่ย ขนาดทำให้ป๋าริคแกหวาบหวิวได้ 55

คราวนี้ลุงหมอออกมาน้อยจัง
อยากเห็นลุงกะมินๆ หวานแหววกันอีก

ออมม่าน่าจะเข้าใจน้องหน่อยเน้อ อย่ากีดกันเลย หัวอกเดียวกันแท้ๆ ป๋าออกจะหล่อรวย แถมน้องชายก็หล่อเป็นหวานใจออมม่าอยู่แล้ว

รอตอนต่อไปคะ


โดย: eimerb_power IP: 124.122.128.229 วันที่: 16 กันยายน 2551 เวลา:22:40:15 น.  

 
“ก็นายงัย เป็นเค้กให้ชั้นหน่อย อ่ะ ถือไว้ ชั้นจะหลับตาอธิฐานและเป่ามันงัย”
>> รู้ป่าว...เค้าจิ้นไปไกลมากๆๆ


“อย่าดิ้นสิ เดี๋ยวไม่จบบทเรียนไม่รู้ด้วย” อร๊าย...พี่ป๋าหื่น ชอบ


แม่นกแอบโหด พี่หอยแอบเศร้า
พี่มินก็ห่วงคุณหมอตลอดเวลา...หมั่นไส้

สรุป...ชอบค่า (ขนาดรีบนะเนี่ย นับถือมากๆ จ้า)

ว่าแล้วก็ไปอัพของตัวเองมั่งดีก่า..เด๋วแฟนๆ รอนาน


โดย: แม่ยกชูงแจ วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:9:15:44 น.  

 
ชอบตอนนี้จังเลยน้องพุด มีหลายรสชาติอ่ะ


โดย: พี่นา IP: 203.151.144.4 วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:9:49:59 น.  

 
ออมม่าใจร้ายจัง ไม่สงสารหัวใจน้องดี้บ้างเลยหรอเนี่ย ใจร้ายยยยยยยยย

นั่นจิคะ สงสัยเหมือนกันว่าพี่ห้อยทำบิ๊กโปรเจคอะไร เครี๊ยด เครียด???

ประเด็นสุดท้ายที่สงสัย
//“ถือว่าผมติดหนี้หมอแล้วกัน แล้วผมจะใช้คืน…”

“งั้นก็โอเคครับ” คำพูดดงวาน ทำเอามินอูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่//
พี่มินมินจะใช้หนี้คุณหมอที่รักยังไงน๊อ สงสัยสัยและใคร่รู้จักค่ะพี่พุด ฮี่ๆๆๆ


โดย: keiropi IP: 125.26.128.116 วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:17:22:12 น.  

 
โหย..อ่านฟิคช้าไปวันนึงแน่ะ -_-""

ตอนนี้วี๊ดวิ้วคู่เพ่ป๋ากะนุ้งดี้มากๆ เหอๆๆ แหม..เอานุ้งดี้เป็นเค้กซะงั้น กร๊ากสสส รู้สึกเนือ้หากำลังจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆแระ น่าติดตามมั่กๆ

ว่าแต่พี่เก๋ติดคู่ออมม่ากะลูกนกมากกว่าอ่ะ ออมม่าจายร้าย มะยอมบอกความจริงเรื่องลูกนกซะงั้น ลูกนกก็ดูหงอยๆ จากโปรเจ็ค งี้ออมม่ามัวแต่สนใจนุ้งดี้แล้วจะมีเวลาสนใจลูกนกของเค้ามั่งมั๊ยเนี่ยยย

ส่วนเพ่มินก็สวีทเจี๊ยบๆ กะเพ่หมอ

ฮือๆๆ อยากอ่านตอนต่อปายแล้วอ่ะ น้องพุด น้องพุดสู้ๆ (ว่าแต่ขอออมม่ากะลูกนกเยอะๆ น้า พี่เก๋ชอบบบบบ ^^)


โดย: kayzila IP: 124.120.154.9 วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:18:58:40 น.  

 
ความรักของป๋ากะดี้เริ่มมีอุปสรรคแล้ว
ตอนนี้ซองแอบโหดอยู่นะ....แต่ออมมาคนนี้ก็มีเรื่องที่ปิดน้องไว้เหมือนกันนี่นา

ส่วนคู่ลุงกะพี่เอ็มก็สุขุมนุ่มลึกมากเลยค่ะ

ขอบคุณพี่พุดค่ะ


โดย: carina_jeab IP: 58.9.80.85 วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:21:17:26 น.  

 
อ่านจบตั้งแต่มะวานแล้วค้า แต่เพิ่งมาเม้นมะว่ากันน้า

โอ้ นุ้งดี้ลุคใหม่ ทำป๋าหวิว ป๋าสอนให้น้องแก่แดดนะเนี่ย กล้าม้ากค่า

ว่าแล้วเชียวที่ป๋าบอกว่าเด๋วไปกินเค้กที่คอนโด มันต้องมีอะไรแน่ๆเรย จริงๆด้วย นุ้งดี้โดนเป็นเค้ก ก็เข้าทางคนอ่านหื่นๆอย่างโบเด่ะคะ555++

แต่ว่าความรักมันก็ต้องมีอุปสรรคอ่ะนะคะ พี่ซองกี้ดันรู้ซะก่อน แต่ก็นะ น้องลังเลเรื่องเรียนเพราะมีแฟน (แฟนอย่างป๋า ฮี่ฮี) อ่านไปนึกหน้าซองไป ได้อารมณ์เสียวสันหลังวาบดีค่า นิ่งๆ แต่บาดลึก

วานนี่กะมินมินดูเรื่อยๆนะคะ อยู่ในช่วงปลูกต้นรัก เฮ่อเฮ่อ น่ารักดีค่ะ

จินนี่โหมดมุ่งมั่น เท่มากเลย แต่แอบหงอยงอนออมม่า

พี่พุดค๊ารอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ ปูเสื่อนอนรอเลยค่า


โดย: โบ_andyholic IP: 202.91.18.204 วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:21:22:44 น.  

 

โกรธออมม่า

ออมม่าใจร้าย

สงสารป๋าอ่ะ หงอยเรยยยยยย


โดย: puppi วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:21:28:00 น.  

 
เอริคพรากพรหมจรรย์แอนดี้อีกแล้วเรื่องนี้ ไม่พลาดเลยสักงาน


โดย: pitoejung IP: 58.9.66.104 วันที่: 17 กันยายน 2551 เวลา:23:52:44 น.  

 
แฮ๊คมาก่อนพี่ได้งัย

ออมม่าซองดุจังเลย

ดี้เดี๋ยวนี้เก่งใหญ่แล้ว
ขนาดริคออกปากชมเลยนะเนี่ยะ..แอบไปหัดมากับใครเอ่ย..หุหุ

น้องพุดสงเคราะห์พี่หน่อย
อยากอ่านมินจีบหมออ่ะ


โดย: piyawan IP: 118.172.245.80 วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:0:58:05 น.  

 
ซองกี้ใจร้ายอ่ะ กีดกันความรักน้องจำไมอ่ะ ที่เรื่องตัวเองไม่ยอมบอกน้องให้รู้ แง้ ๆ ซองกี้ใจร้ายจะไปฟ้อง..ฟ้องใครอ่ะ ฟ้องใครไม่ได้เลยอ่ะ ทำไงดี ทำไงดี พี่พุดดดดด ซองกี้ใจร้าย


โดย: ket_dd IP: 202.151.41.53 วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:8:42:41 น.  

 
ยังนี้ซองต้องจับดี้ไปเรียนต่อแน่เลย

ถ้าอย่างนี้ก็แย่ซิความรักของริคดี้

ไม่ได้ๆ จินนี่ จัดการออมม่า นายด่วนเลย

มาต่อเร็วๆนะ 55+


โดย: wizze IP: 125.25.50.147 วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:13:54:05 น.  

 
แต่พี่เข้าใจออมม่านะ ประมาณว่าความรักของเค้ากะจินนี่มันก็ผิดธรรมชาติอยู่แระ

ใจนึงไม่อยากให้น้องชายมาลงอิหรอบเดียวกันอ่ะ แระก็อยากให้น้องดี้ตั้งใจเรียนด้วย

อีกประเด็นคือมองว่าป๋าแก่กว่าน้องดี้หลายปี เป็นนักธุรกิจใหญ่ อยู่ในวงสังคม

กลัวจะไม่จิงจังและจิงใจกะน้องดี้

เหอ ๆ มะว่าออมม่ามันจะทำไร พี่ก็เข้าใจทู้กอย่าง

แต่ที่ออมม่าทำกะจินนี่อ่ะ กลัวมันจะแอบนอยน่ะสิ

ไหนจะเรื่องงานของมันอีกล่ะ...อ่อมม่าจะทำไรก็คิดเยอะ ๆ นะฮะ

เรื่องนี้อย่าเศร้าน๊าพุดดี้...ห้ามเศร้านะก๊า..




โดย: ekada IP: 203.146.146.130 วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:15:59:44 น.  

 
ตอนนี้มีหลายอารมณ์ดีนะ สนุกดีออก
หรือว่าพี่จะมาโซจริง ชอบเห็นความทุกข์ของคนอื่นโดยเฉพาะป๋ากะจินนี่

ไม่รู้พี่คิดไปเองรึเปล่า แต่เหมือนนุ้งดี้ตอนนี้จะพัฒนาขึ้นเยอะอ่ะ อ่าน ๆ ไปเหมือนกะว่ารู้ทุกอย่างทั้งเรื่องแม่ลูก เรื่องอิป๋ากังวล แต่ไม่พูด ทำหน้าแบ๊วไปวัน ๆ แถมยังไม่บอกเค้าเรื่องเรียนต่ออีกต่างหาก ตกลงมันไม่อยากเรียนแล้วใช่มั้ยเนี่ย
หรือจริง ๆ แล้วดี้มันก็ไม่รู้จริงๆ พี่คิดไปเองทั้งนั้น 5555

แต่พี่ว่าตอนนี้ซองกี้เป็นอย่างนี้ก็ถูกแล้วนะ พี่ชอบ..เพราะซองในเรื่องนี้เค้านิสัยประมาณนี้ จะให้เค้ายอมรับง่าย ๆ มันก็ไม่ถูกอ่ะ ต้องโหดประมาณนี้แหละ
จริง ๆ ถ้าทั่วไปอิป๋าก็ต้องสู้จนกว่าออมม่าจะยอมรับอ่ะนะ แต่เรื่องนี้ก็ไม่แน่ว่าอาจจะถูกกดดันจากคนรอบตัวจนซองต้องยอมรึเปล่า ยังไงพี่ก็จะรออ่านละกัน

พี่แอบสงสัยที่ซองบอกดี้นี่ คิดถึงเรื่องของตัวเองด้วยรึเปล่า ที่ว่า เรื่องอย่างนี้มันไม่รู้จะยั่งยืนรึเปล่า อะไรประมาณนี้

โอ้.. เกิดอะไรขึ้นกะพี่เนี่ย เม้นอย่างตั้งใจ แต่วกวนน่าดู เขียนไรไม่เห็นรู้เรื่องเลย

พักสมองด้วยคู่อูด้ง ให้บรรยากาศสบาย ๆ กับเรื่องนี้เลย

แล้วก็ต้องเชียร์ จินนี่ให้สู้กะงานต่อใช่มะ
ยิ่งอ่านยิ่งชอบพี่เอ็มนะเนี่ย (ไม่เกี่ยวกันเลย)


โดย: พี่อัน IP: 202.129.32.218 วันที่: 18 กันยายน 2551 เวลา:21:15:59 น.  

 
ร่าคงเป็นห่วงน้องแอน กลัวว่าจะถูกพี่เอหลอก เลยพยายามปกป้อง
งานนี้ พี่เอคงต้องออกแรงพิสูจน์ความรักและความจริงใจที่มีต่อน้องเอ ให้ร่าเห็น(พี่เออย่าถอดใจซะก่อนหละ)
หรือว่า พี่เอ็มกับลุงหมอ... จะเป็นตัวช่วยของพี่เอ
ต้องติดตามตอนต่อไป.....

เป็นกำลังใจให้น้องพุดค่ะ


โดย: พี่ตุ๊ IP: 61.90.7.174 วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:6:50:41 น.  

 
ออมม่า..ใจร้ายอ่า....T_T







ปูลู ...เหอๆ เม้นท์ ตอน 11 เค้าพิมตกไปแระ...สิบ.....เอ็ด..หายไป...ก๊ากๆๆๆๆ


โดย: powergaru IP: 58.136.117.118 วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:11:15:22 น.  

 



อ่านหลายวันละ

มาเม้นท์ก่อน

ไอ ว้อทเลิฟซีนนนนนน 5555


ขอบคุณฮะพี่พุด


โดย: จ๊อย.... IP: 222.123.125.116 วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:18:04:55 น.  

 
ขอสาระแพบ ว่าแอบสะจายยยยย ที่ป๋าเจออุปสรรคซะบ้าง แหม่ ก็เล่นหลอกเด็กสำเร็จสมหวังได้ดั่งใจมาตลอด แถมกล้าหาญชาญชัยไปตามจิกเค้าถึงห้องนอนที่บ้าน ไม่เกรงใจพี่เชื้อเค้าเลย โดนซะมั่งๆ อิป๋า เหอๆๆๆ


ปล. ลูกนกเอ๊ยยย อย่าไปกังวลกะงานให้มากนัก ว่างๆ ก็ลากออมม่าไปช่วยกันทำความสะอาด เช็ด ถู ห้องน้ำ ห้องครัว คลายเครียดมั่งเน้อออออ คิๆๆๆ


โดย: duckie IP: 124.122.193.125 วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:20:06:16 น.  

 
จะบอกว่าซองทำแบบนี้ถูกต้องที่สุดดดดดดดดดดแล้วค่ะ สนับสนุนจริงๆ นะ
ส่วนเอ็ม...รักกกกก เอ็ม ที่ซู๊ดดดดดด


โดย: andybe IP: 58.9.217.122 วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:20:57:01 น.  

 
เข้าข้างซองสุดพลังค่ะ

“แล้วการที่ชั้นเป็นห่วงเป็นใยน้องตัวเองนี่ มันจำเป็นต้องหาเหตุผลมั้ย..”

ถูกต้องที่สุดดดดดดด

เข้าใจที่ซองมีอาการแบบนี้นะ เพราะอิป๋าอยู่ดีๆก็โผล่มาจากไหนไม่รู้ จะให้แน่ใจได้ไงว่ารักดี้จริง ของอย่างนี้มันต้องพิสูจน์

ป๋าก็ต้องอดทนนะคะ ถ้ารักดี้จริง

ถ้าเกิดว่าอิป๋าทำไรแผลงๆขึ้นมาเช่น พาดี้หนี คราวนี้ ซองหอบดี้ไปอยู่อเมริกาแน่

ทีนี้แหละ หงอยคู่เลย ทั้งลูกนกทั้งพ่อหมี

เรื่องนี้ต่างคนต่างเหตุผลค่ะ
แต่นาทีนี้ขอเข้าข้างซองแล้วกัน

พุดสู้ๆ เน้อ


โดย: sassy IP: 125.25.23.67 วันที่: 20 กันยายน 2551 เวลา:3:40:55 น.  

 
ป๋าเจอมุมเครียดซะแร้วววว


เครียดแทนป๋าเรยอ่าT^T

ซองกี้จัยร้ายยยยยยยย
ชิช๊ะๆๆๆๆๆๆๆ


พี่พุดจะทำให้เอ๋เสียน้ำตามั้ยคะเนี่ยย??
แง่มๆๆๆ


โดย: sushilanla IP: 58.9.16.7 วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:16:21:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.