I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
16 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
(Fic Shinhwa) เรื่องเล่าของเจ้าหญิง 13 The end












มีตติ้งเลี้ยงส่งจอนจิน และแอนดี้เข้ากรม เค้าและแฟน ๆ ชินฮวาฉางโจว จัดให้มีขึ้นก่อนกำหนดเข้ากรม 1 อาทิตย์ ซึ่งบรรยากาศก็เต็มไปด้วยความอบอุ่น และสนุกสนานดังคาด เสียงที่ตะโกนบอกรักกันและคำสัญญาที่เคยให้ไว้ในคอนเสิร์ตครั้งก่อน ถูกนำกลับมาผูกเป็นเงื่อนใหม่ในมีตติ้งครั้งนี้อีกครั้ง “พวกเราจะรอคุณ ไม่ว่าจะนานแค่ไหน” เรียกน้ำตาของแอนดี้ให้รื้นขึ้นได้อีกแล้ว แต่คราวนี้ ดูเหมือนว่าเค้าเก็บอาการได้ดีทีเดียว ส่วนปาร์ตี้เลี้ยงอำลาของเหล่าสมาชิก ซึ่งก็คือวันนี้ 1 วันก่อนเข้ากรมนั่นเอง

จอนจินยังคงนั่งเถียงกะฮเยซองอยู่ตรงนี้มานานร่วมชั่วโมงเห็นจะได้ โดยมีใครอีกคนนั่งสังเกตการณ์อยู่ไม่ห่าง ดงวานนั่นเอง เค้านั่งมองทั้งคู่ราวกะนั่งดูกีฬาเทนนิสอันแสนตื่นเต้นเร้าใจ
จอนจิน: ผมบอกพี่แล้วงัย ว่าไม่เป็นไร พี่ไม่ต้องไปหรอก
ฮเยซอง: อ่าว ทำมัยล่ะ ชั้นบอกนายแล้วว่าชั้นอยากไป
จอนจิน: พี่รู้มั้ย ถ้าพี่ไปยืนร้องไห้ตรงนั้นอ่ะ ผมจะปลอบใจพี่ไม่ได้ ให้ดี พี่ร้องไห้ตรงนี้เรยดีกว่า
ฮเยซอง: ก็ใครบอกนายล่ะว่าชั้นจะร้องไห้ นายไปเป็นทหารนะ ไม่ได้ไปตายซะหน่อย
จอนจิน: แล้วใครล่ะ เอะอะไรก็ร้องน่ะ
ฮเยซอง: ใคร ใครที่ไหนกัน ไม่ต้องเถียงแล้ว ชั้นจะไป
จอนจิน: โธ่ ! ป๊ะกะออมม่าก็ไป ไม่เป็นไรหรอก
มินอู: นี่ ! นายสองคนยังเถียงกันไม่เสร็จอีกเหรอ แล้วงัยนั่น ดงวาน นายก็นั่งมองมันเถียงอยู่ได้ ไม่เบื่อเรอะ ...
มินอูและแอนดี้เดินออกมาจากครัวพร้อมอาหารที่เพิ่งทำเสร็จ วางลงกลางวงสนทนา
ดงวาน: เออ เพลินดีว่ะ ฮ่ะ ๆ ๆ
มินอู : ไอ่นี่ ... พิลึกคน

มินอูฉะดงวานไปที ก่อนจะหันไปยังอีกคู่ ที่ยังคงทะเลาะกันอย่างน่ารำคาญ

มินอู: ฮเยซองจะไป แล้วนายห้ามทำมัยว่ะจิน
จอนจิน: พี่น่ะ ไม่รู้หรอก
มินอู: ชั้นไม่รู้นายก็บอกสิวะ ชั้นล่ะรำคาญพวกนายจริง ๆ นะเนี๊ยะ
…
…
จอนจิน : ก็ผมกลัวนิ.. ผมกลัวว่าผมจะทนไม่ไหว ตอนเห็นหน้าพี่ฮเยซองอ่ะ
ดงวาน: ทนไม่ไหวอะไร จะปล้ำมันตรงนั้นรึ (ดงวานพูดขำ ๆ )
ฮเยซอง: ไอ่บ้า
จอนจิน: เปล่าหรอก ผมกลัวผมร้องไห้น่ะสิ ขายหน้าแย่เลย
ฮเยซอง: โธ่ นึกว่าเรื่องอะไร ไม่เป็นไรหรอก นายร้องก็ร้องไปสิ ใคร ๆ เค้าก็ร้องไห้ ไม่เห็นแปลกนี่น่า
มินอู : เออ นั่นสิ นี่ถ้าฮเยซองมันไม่ไป แล้วนายมานั่งทำหน้าเหมือนลูกหมาผิดหวังอยู่ตอนนี้ก็ว่าไปอย่าง .. ชั้นจะไม่รู้สึกผิดปกติเลย ... แต่นี่ .. เฮ้อ ! อะไรของมันวะ
มินอูพูดเซ็ง ๆ ก่อนจะหยิบเหล้าที่ดงวานส่งมาให้ กระดกเข้าปากซะ

ฮเยซองเบือนสายตาจากหน้างอ ๆ ของจอนจินหันมาทางน้องน้อยที่นั่งห่อเนื้อย่างคำโต อย่างตั้งใจ เนื่องจากทั้งแอนดี้และจอนจินต้องรายงานตัวกันคนละที่ เค้าจึงไม่สามารถไปส่งคนทั้งคู่พร้อมกันได้ ...

ฮเยซอง: แอนดี้ พรุ่งนี้ชั้นคงไม่ได้ไปส่งนายนะ

แอนดี้เงยหน้ามามองฮเยซอง ก่อนส่งยิ้มสดใสให้เหมือนทุกครั้งให้

แอนดี้: ไม่เป็นไรฮะพี่ พี่มินอูกะพี่ดงวานก็ไปแล้ว
ดงวาน: ไอ่ริคมันก็ใจดำเนอะ บินมาหน่อยก็ไม่ได้
….
…

ทันทีที่จบประโยคของดงวาน ทุกคนมีอันต้องหันไปมองที่เค้าเป็นตาเดียว ทำให้ดงวานต้องปิดปากฉับพร้อมทำสีหน้าสำนึกผิด ส่วนแอนดี้นั้น ได้แต่ก้มหน้ายิ้ม ๆ อย่างเคย

ดงวาน: ชั้นขอโทษ ก็แค่พูดถึงเฉยๆ มัยต้องมองกันงั้นด้วยอ่ะ
แอนดี้: พี่เค้าไม่ว่างนี่ แต่..ผมไม่เป็นไรจริง ๆ นะฮะ พวกพี่ไม่ต้องห่วงหรอก

หลังจากหันไปทำหน้ายักษ์ใส่ไอ่คนที่มันไม่รู้จักกาลเทศะ มินอูจึงเขยิบตัวเองเข้ามาใกล้พร้อมกอดและตบบ่าแอนดี้เบา ๆ เค้าก็พอรู้ถึงความรู้สึกของแอนดี้อยู่หรอก แม้ว่าเจ้าตัวจะพยายามทำตัวร่าเริงขนาดไหน แต่มีหรือ ที่อีกด้าน เวลาน้องน้อยคนนี้นั่งเหม่อคิดโน่นนี่ หรือซึมเศร้าไป เค้าจะมองไม่เห็นมัน

ฮเยซองเองก็ลุกจากที่นั่งเค้าเดินมานั่งลงข้าง ๆ แอนดี้

ฮเยซอง: มา ชั้นจะเพิ่มพลังให้นายเอง

ว่าแล้วฮเยซองก็โอบกอดแอนดี้ไว้เช่นกัน จอนจินเห็นฮเยซองทำงั้น เค้าจึงลุกมากอดแอนดี้บ้าง จากทางด้านหลังฮเยซองอีกที แต่พอดงวานคิดทำท่าจะลุกมาด้วยเท่านั้น ทุกคนกลับร้องห้ามขึ้นพร้อมกันราวกับนัดกันไว้ แต่แค่นั้น มีเหรอจะหยุดเค้าได้ ดงวานกลับยิ้มยิงฟันเดินมากอดแอนดี้อีกคน ตอนนี้เลยกลายเป็นว่าทุกคนต่างรุมกอดกันกลมกลางวงเหล้าซะงั้น

แอนดี้: พี่ฮะ อย่าจิ เดี๋ยวผมร้องไห้นะ

แอนดี้ยิ้มกับท่าทางของพี่ ๆ ที่ดูเป็นห่วงเค้ามากมาย ..แต่กลัวเหลือเกิน ว่าน้ำตามันจะไหลออกมา พลอยให้เสียบรรยากาศต้องมาโอ๋กันอีกรอบ

ส่วนไอ่พี่ตัวดีไม่สะทกสะท้านกันเลย ยังคงโอบกอดกันแน่นอย่างมีความสุข จากความซึ้งกลับกลายเป็นการฆาตรกรรมน้องไปซะงั้น เมื่อแอนดี้กำลังจะขาดอากาศหายใจ

แอนดี้ : พี่ฮะ พี่ แฮ่ก ๆ ๆ ปล่อยฮะ หายใจไม่ออก อึดอัดอ่ะ ปล่อย.... อ๊ะ ๆ ปล่อยจิ

แต่คำทักท้วงของน้องที่ขาดเป็นห้วง ๆ นั้นหาได้เป็นผลไม่ ทุกคนกลับกอดกันแน่นขึ้น แถมยังโยกตัวไปมาเป็นจังหวะเดียวกันอีก

ตื๊ดดดดดดดดดดดดดด...........
เสียงแมสเสจจากโทรศัพท์ของแอนดี้ เข้ามาเป็นระฆังช่วยชีวิตเค้าไว้ได้ทัน ก่อนหมดอากาศหายใจ ทำให้ทุกคนต้องคลายวงแขนออก และเดินกลับมาประจำจุดที่นั่งเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

มินอู: วันนี้ข้อความนายถี่เหลือเกินนะแอนดี้ ตะกี๊ทำอาหารก็ดังเป็นสิบ ใครมันส่งไรมานักหนาเหรอ
แอนดี้ : พี่เอริคน่ะฮะ

แอนดี้ไม่ตอบอะไรมาก ได้แต่อมยิ้ม พร้อมกดโทรศัพท์ อ่านข้อความไปด้วย

จิน: พี่ริคนี่ สงสัยจะบ้ามาก ตอนพี่เค้าไม่อยู่อ่ะนะ สั่งผมให้ส่งข้อความหาแอนดี้ทุก ๆ ชั่วโมงด้วยซ้ำ แต่ผมไม่ว่างขนาดนั้นหรอก เลยขอเค้าเปลี่ยนเป็นวันละ 2 ครั้ง
มินอู : แต่ชั้นว่านายแปลกกว่า มันสั่งให้ทำ ก็ทำเนอะ คนเรา
จิน: ก็ใครมันจะกล้าปฏิเสธพี่เค้าล่ะฮะ หรือพี่กล้า
ฮเยซอง: ชั้นว่าพวกนายมันก็แปลกไปคนละอย่างนั้นแหละ .... อย่าว่าแต่เอริคมันเลย
ดงวาน : พูดไปแล้วก็คิดถึงมันเหมือนกันนะเนี๊ยะ ไม่มีเอริคแล้ว มันก็เหงา ๆ
ฮเยซอง: เหงาที่ไหน มีความสุขขึ้นเยอะล่ะไม่ว่า... (ฮเยซองพูดเสียงเรียบ ๆ)
มินอู: แน่ใจเหรอว่านายไม่คิดถึงมันน่ะ ฮเยซอง
ฮเยซอง: ไม่ซักนิด
มินอู: ก็สมและแหละ ที่เอริคเรียกนายว่าเจ้าชายชาเย็นน่ะ ฮ่ะ ๆ ๆ (เจ้าชายชาเย็นคู่แข่งของเจ้าชายกาแฟ)
จิน: พี่มินอู อย่าว่าพี่ฮเยซองงั้นสิ พี่เค้าจะเสียใจรู้ป่ะ
ดงวาน: โห ไม่ค่อยเลยนะนายอ่ะ ยังไม่ทันไร แก้ตัวแทนกันเชียว
จิน: ก็ทำงัยได้ คนมันรักกัน

มินอูและดงวาน ได้แต่นั่งกัดฮเยซองอยู่อย่างนั้น แต่คนโดนน่ะเหรอ หาได้สะทกสะท้านไม่ ยังคงนั่งกรีดนิ้วจิบเหล้าไปเรื่อย ๆ

RRRRRRRRRRRRRRRRRRRRRr….

แอนดี้: พี่เอริคโทรมา ผมออกไปคุยที่ระเบียงนะฮะ
ดงวาน: ส่งข้อความมาเป็นสิบ ต่อด้วยโทรมาคุยอีก สงสัยบอสัดพ่อมันต้องล้มละลายเพราะค่าโทรศัพท์มันแน่ ๆ

...
แอนดี้: ฮะพี่
เอริค: คิดถึงจัง ทำอะไรอยู่เหรอ
แอนดี้: นั่งดื่มกะพี่ ๆ เค้าอยู่ฮะ เลี้ยงส่งน่ะ ...
เอริค: พรุ่งนี้มินอูไปส่งนายรึเปล่า
แอนดี้: ฮะ พี่ดงวานก็ไปด้วย พี่ฮเยซองไปส่งพี่จินนี่
เอริค: อืม ... นาย .. นายไม่เป็นไรใช่มั้ย
แอนดี้: ผมไม่เป็นไร พี่ไม่ต้องห่วงหรอก แค่นี้สบายอยู่และ (แอนดี้ยังคงทำเสียงรื่นเริง)

เอริค: .... ก็ดี ... ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว
แอนดี้: พี่น่ะแหละเป็นไรรึเปล่า
เอริค: เปล่าหรอก ... .ชั้นเพียงแต่คิดว่าถ้าตอนนี้ชั้นอยู่ข้าง ๆ นาย มันคงดีกว่านี้
แอนดี้: ไม่หรอกฮะ แค่นี้ก็ดีแล้ว พี่อย่าทำเสียงงี้ดิ ผมใจไม่ดี
เอริค: นั่นนาย กำลังร้องไห้อยู่ใช่มั้ย?
แอนดี้: เปล่านะฮะ ลมตรงระเบียงมันเย็น ผมเลยหนาว เสียงก็เลยสั่น
เอริค: ดงวานอยู่ใกล้ ๆ หรือเปล่า
แอนดี้: ฮะ ทำมัยเหรอ
เอริค: ให้มันถ่ายรูปนายตอนนี้แล้วส่งเมลล์มาให้ชั้นเลย
แอนดี้: โธ่ ! พี่อ่ะ ..... ก็ได้ ผมร้องไห้ แต่ก็แค่นิดเดียวฮะ นิดเดียวจริง ๆ
เอริค: นิดเดียวแน่นะ งั้น ...ชั้นจะเชื่อนายก็ได้
…
…..
เอริค: แอนดี้..... วันนี้ชั้นบอกรักนายรึยัง?
แอนดี้: ฮ่ะ ๆ ๆ พี่ส่งข้อความเข้ามา อืม... 31 ครั้งได้มั้ง สำหรับวันนี้ ถ้าพี่พูดอีกครั้ง นี่ก็รวมเป็น 32
เอริค: ใครบอกนายล่ะว่าชั้นจะพูด
แอนดี้: .... พี่ว่างัยนะฮะ

ปลายสายเงียบเสียงลง ซักพักแอนดี้ที่พอจะนึกออกว่าเอริคคิดจะทำอะไร เค้าจึงเลื่อนโทรศัพท์ที่อยู่ข้างแก้มของตัวเองมาจ่อไว้ตรงปาก มือกดสปีกเกอร์ให้ได้ยินเสียงปลายสายชัด ๆ ก่อนที่จะค่อย ๆ ..หลับตาลง
“จุ๊บบบบบ”
และราวกับว่าเค้าสัมผัสมันได้จริง ๆ ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ของอีกคนที่อยู่ห่างไกล ตอนนี้น้ำตาอุ่ที่พยายามเก็บไว้ กลับไหลรินเป็นสาย ทั้งที่มุมปากยังคงเปื้อนยิ้มอยู่
เอริค : นายรู้สึกมั้ย
แอนดี้: ...รู้สึกฮะ
เอริค: เราจูบกันข้ามประเทศเลยทีเดียว เห็นมะ ...
แอนดี้: …..ใช่ฮะ
…
….
เอริค: แอนดี้ ..ดวงตาของนายคู่นี้ นายจะไม่หันมองใครอื่น นอกจากชั้นใช่มั้ย ..
แอนดี้: ฮะ พี่เอริค
เอริค: หัวใจของนายดวงนี้ มันไม่ได้เป็นของนายคนเดียวแล้ว มันเป็นของชั้นด้วยครึ่งนึง นายรู้มั้ย ฉะนั้น นายห้ามยกมันให้ใครอีก เข้าใจมั้ย ..
แอนดี้: เข้าใจฮะ ..


ตอนนี้น้ำตาที่ไหลนองเงียบ ๆ กลับพรั่งพรูมากกว่าเดิม เค้าพยายามเหลือเกินที่จะข่มอาการสะอื้นนั้นไว้ เพื่อไม่ให้อีกคนรู้สึกกังวลถึงความอ่อนแอของตัวเอง แอนดี้เช็ดน้ำตาข้างแก้มออกด้วยแขนเสื้อ และสูดลมหายใจหนัก ๆ ก่อนจะเอ่ยคำรับปากกับอีกคนได้แต่ละประโยค แต่มีเหรอ ที่คนรักจะจับความผิดปกติในน้ำเสียงสั่น ๆ นั้นไม่ได้ แม้จะเพียงเล็กน้อยก็เถอะ

…
…

...เวลาผ่านไป คราวนี้ มีแค่ความเงียบที่แทรกเข้ามาแทนที่คำพูดของเค้าทั้งคู่ แอนดี้ได้แต่จับโทรศัพท์ค้างไว้และนิ่งอยู่อย่างนั้น แม้เอริคจะไม่ได้เอ่ยอะไรซักคำ แต่เค้ากลับรู้สึกได้ถึงลมหายใจของคนไกล ที่มาลอยวนอยู่รอบ ๆ ตัวเค้า มาเช็ดคราบน้ำตาให้เหือดแห้งไปได้ โดยไม่รู้ตัว หัวใจที่หนาวเหน็บและว่างเปล่าเมื่อครู่ เริ่มอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด ...

...
.......
เอริค: นายจะคิดถึงชั้นก็ได้นะ ชั้นอนุญาต คิดถึงเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ชั้น .. ชั้นจะคิดถึงนาย 24 ชั่วโมง ในทุก ๆ วันนะ...แอนดี้
…
…
แอนดี้: ฮะ พี่เอริค ผมจะคิดถึงพี่ ... ตลอดเวลา .. ตลอดเวลาเหมือนกัน...

ตื๊ดดดดดดดด.....

เหมือนหัวใจดวงน้อยจะหลุดลอยตามสายโทรศัพท์ที่โดนตัดลง แอนดี้เงยหน้าของตัวเองขึ้น กระพริบตาถี่ ๆ ไล่น้ำตาใส ๆ 2 ปี แค่ 2 ปีเท่านั้น หวังว่าระหว่างนี้ เค้าคงไม่อ่อนแอไปกว่านี้แล้ว เค้าจะต้องเข้มแข็ง เพื่อรอวันจะได้อยู่ในภายในอ้อมกอดของเอริคอย่างอบอุ่นอีกครั้ง แอนดี้ยืนปล่อยความคิด เก็บสิ่งต่างๆ ที่มันจะทำให้เค้ามีน้ำตาอีกครั้งออกไป ก่อนจะเดินเข้าข้างใน บัดนี้ พี่ ๆ เริ่มชะเง้อมองมาทางนี้ หากมีใครรู้ว่าเค้าร้องไห้ คราวนี้ เค้าคงต้องโดนโอบกอดเพื่อปลอบโยนกันอีกรอบเป็นแน่


..............


จอนจินกะแอนดี้เข้ากรมไปแล้ว ทุกคนที่เหลือ ต่างก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานหนักเหมือนเคย ผ่านวันคืนแต่ละวัน ด้วยสิ่งที่ยึดเหนี่ยวให้ทุกคนมีพละกำลัง นั่นก็คือคำสัญญา ความรัก กำลังใจ และการรอคอยที่ไม่น่าเบื่อหน่าย เอริคห่างหายไปนาน เค้าไม่แม้แต่จะกลับเที่ยวที่เกาหลีเลยซักครั้ง ซึ่งหลายคน ก็ยังคงปล่อยความสงสัยไว้อย่างนั้น เพราะคนอย่างเอริค ถ้าเลือกที่จะไม่บอก เค้าก็คงไม่มีวันบอกแน่ ๆ แต่เพื่อน ย่อมเชื่อมั่นในเพื่อนเสมอ ซักวัน เค้าจะกลับมาตรงนี้ ตรงที่ของเค้า กลับมาหาหัวใจของเค้า.. อย่างแน่นอน













~~~2 ปีผ่านไป~~~
















วันนี้แล้วสินะ ชั้นเดินทางมาพร้อมกันชินฮวาอีก 4 ชีวิต เพื่อมารับจอนจินและแอนดี้ ทุกคนดูตื่นเต้นน่าดูตั้งแต่เมื่อวาน ฮเยซองเอง แม้ท่าทีที่ออกจะดูนิ่งๆ แต่หากลับตาจากดงวานและมินอูเมื่อไหร่ ดูเหมือนเค้าเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวทุกครั้ง

เมื่อมาถึง ด้านหน้าค่ายทหาร ตอนนี้มีแฟน ๆ มารอรับพวกเค้ามากมายอยู่ก่อนแล้ว ทุกคนเลยได้แค่รออยู่ในรถ ให้เวลาจอนจินและแอนดี้ได้พบปะกับแฟนๆ ที่เฝ้ารอพวกเค้ามานาน ก่อนที่การ์ดจะพาตัวเค้ามาขึ้นรถ

และทันทีที่เจอหน้ากัน ต่างก็โอบกอดกันด้วยความดีใจ ผ่านการกล่าวถึงสารทุกข์สุกดิบกันได้ซักพัก แอนดี้จึงสอดส่ายสายตามองหาใครคนนึง คนซึ่งเคยให้สัญญากับตัวเองว่าจะมาให้เค้าเห็นหน้าเป็นคนแรก ... แต่ยิ่งเวลาผ่านไปนาน ก็ยิ่งใจไม่ดี พี่ ๆ ที่ยืนรออยู่ข้างๆ ต่างก็รู้ถึงปฏิกิริยาของน้องเล็ก ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

แอนดี้: พี่ฮะ พี่เอริคล่ะฮะ ทำมัยพี่เค้าไม่มากับพวกพี่ด้วยล่ะ
มินอู: กลับบ้านก่อนเหอะแอนดี้ ไปพักผ่อนก่อนดีกว่า มาเร็ว ขึ้นรถ
แอนดี้: เด๋วสิฮะ รอพี่เอริคก่อน เค้าบอกว่าเค้าจะมารับนี่น่า เค้าคงกำลังมาน่ะฮะ เดี๋ยวคลาดกัน
แอนดี้ยังคงปลอบใจตัวเอง แม้ภายในใจเริ่มกังวล สายตาก็ยังคงมองไปรอบ ๆ ตัว แต่ยังคงไร้วี่แวว ไม่มีใครเลยซักคน ไม่มีแม้แต่เงา ...
มินอู: เด๋วมันคงมาแหละ โทรบอกว่าให้ตามไปที่บ้านก็ได้นี่
แอนดี้: แต่ .. แต่ว่าพี่เค้าสัญญากับผมแล้วว่าจะมารับ พี่เค้าก็ต้องมาสิฮะ ใช่มั้ย
ฮเยซอง : แอนดี้ ขึ้นรถก่อน

ฮเยซองเริ่มตีสีหน้าเครียด พร้อมออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เป็นงี้แล้วจะทำงัยได้ น้องน้อยได้แต่เดินหน้างอ ๆ ดวงตารื้นไปด้วยน้ำตา

ตลอดเส้นทางจากหน้าค่ายจนถึงบ้านแอนดี้ ภายในรถตู้ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงัน จอนจินเองแม้จะกระดี๊กระด๊าที่ได้เจอหน้าฮเยซองแค่ไหน แต่ก็ได้เพียงนั่งจับมือกันไว้หลวม ๆ แค่นั้น ไม่มีใครพูดอะไรซักคำ แอนดี้นั่งเหม่อมองออกไปนอกรถ น้ำตารินไหลเป็นสาย ในใจก็คิดอยากต่อว่าเอริคมากมาย แต่เพียงแค่นึกถึงหน้าอีกคน หัวใจมันก็เจ็บปวดเหลือเกิน นึกไปถึงคำสัญญา นึกไปถึงวันนั้น คำพูดคำนั้น เป็นไปได้เหรอที่เอริคจะลืม หรือว่าเค้าลืมวัน เป็นไปไม่ได้อีก ข่าวออกจะครึกโครม ว่าเค้าจะปลดประจำการวันนี้ แล้วนี่มันหมายความว่างัย ด้านมินอูและดงวานก็ได้แต่มองหน้ากันไปมาอย่างอึดอัดเช่นกัน กระทั่งรถตู้เข้ามาจอดยังบ้านแอนดี้

มินอู: ไปพักก่อนนะแอนดี้ ทำใจให้สบาย
แอนดี้: แล้วพี่ ๆ ไม่แวะกันเหรอฮะ
มินอู: ไม่ดีกว่า ให้นายได้พัก เดี๋ยวพี่ไปส่งจินนี่ที่บ้านแล้วจะเข้าบริษัทน่ะ ไว้เจอกันตอนเย็นนะแอนดี้

แอนดี้พยักหน้าน้อย ๆ ยืนโบกมือส่งพี่ ๆ รอจนกระทั่งรถตู้ลับไปจากสายตา จึงพาร่างอันไร้เรี่ยวแรงเดินกลับเข้าบ้าน ทันทีที่ปิดประตูตามหลัง ร่างทั้งร่างกลับทรุดฮวบลง หลังพิงประตู ก้มหน้าซุกกะเข่าตัวเองและเริ่มต้นร้องไห้อีกครั้ง ภายในใจที่มีเครื่องหมายคำถามยุบยับไปหมด ทำไม และเพราะอะไร คำสัญญา เค้าคนนั้นลืมมันไปแล้วจริงๆ น่ะเหรอ หรือมีธุระอะไรด่วน แต่มีธุระอะไรที่มันจะสำคัญไปกว่าเค้า คนรักพูดพร่ำแต่คำว่ารักอยู่ทุกวัน คนที่ไม่ได้เจอกันสองปีกว่า อุตส่าห์เตรียมคำพูดมากมายเพื่อจะบอกเอริค เค้าอุตส่าห์ตื่นเต้นกับนาทีแรกที่จะได้เห็นหน้าเอริคอยู่คืนเต็ม ๆ ทำไม ทำไมนะ ...

ในหัวสมองมันยังคงวนเวียนด้วยคำถามเดิม ๆ ซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น .... เมื่อร้องไห้จนตอนนี้ดวงตาเล็กบวมช้ำไปหมด แอนดี้เงยหน้าขึ้นก่อนลงมือค้นหาบางสิ่งบางอย่างในกระเป๋าเป้ข้าง ๆ ตัว มือที่ยังคงสั่นหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาใครซักคน
ทันทีที่ยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู พลันเสียงดนตรีที่ไม่คุ้นเคยลอยมาเข้าหู เสียงเหมือนไม่ไกลนัก แอนดี้ขมวดคิ้วนิด ๆ ฉงนกับเสียงเพลงที่ได้ยิน แล้วจึงลุกขึ้นยืน เดินตามหาที่มาของเสียงเพลง ในขณะที่โทรศัพท์ก็ยังคงไม่ละไปจากหู

ขาท่อนสั้น เดินไปเรื่อย จนกระทั่งมาหยุดเอาตรงหน้าห้องของตัวเอง เสียงมันน่าจะอยู่แถว ๆ นี้ มือบางจับลูกบิดประตู พร้อมบิดเปิดเบา ๆ อย่างไร้เสียง คิดไปถึงว่า คงเป็นโทรศัพท์ของพี่คนใดซักคน ที่เผลอลืมไว้ แต่ทันทีที่ประตูเปิดกว้าง สายตาก็ประทะเข้ากับร่าง ๆ หนึ่ง นอนขดตัวหลับอยู่บนเตียงนุ่มของตนเอง ร่าง ๆ นั้น คน ๆ นั้น คนที่ทำให้เค้าต้องร้องไห้อยู่ในขณะนี้ “พี่เอริค”

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันให้ยุ่งเข้าไปอีก ก่อนมือจะกดวางโทรศัพท์ แล้วเสียงเพลงก็ดับลงไปพร้อมกัน แอนดี้ก้าวช้า ๆ ไปยังบุคคลที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียง ในใจคิดเพียงแต่ว่า นี่เค้าคิดถึงคน ๆ นี้มากมายขนาดถึงกับเห็นภาพหลอนไปเลยเชียวหรือ แต่ก็ไม่แน่ เพราะเค้าก็เคยเจอแบบนี้มาแล้ว ภาพเอริคที่ยิ้มตรงหน้า ทั้ง ๆ ที่ไม่มีเอริคจริงๆ ซะหน่อย
แอนดี้นั่งลงตรงหน้าร่างนั้น ยื่นมือเข้าไปสัมผัสคนที่ยังคงนอนสงบอยู่ เพียงแตะเบา ๆ ตรงมือเรียว ในใจหวังอย่างยิ่ง ว่าอย่าให้สิ่งที่ตัวเองจับต้องอยู่ตอนนี้เลือนหายไปเลย แล้วก็จริงดังหวัง ร่าง ๆ นี้ยังคงอุ่นเป็นปกติ หายใจเข้าออกสม่ำเสมอ และยังคงหลับ ..(เป็นตาย) เช่นเดิม สร้างความงุนงงให้อีกคนเป็นทวีคูณ



แอนดี้มองสำรวจเอริคอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเองอยู่ตรงนั้น หัวใจที่เต้นแรงเมื่อครู่ บัดนี้เมื่อได้เห็นหน้าชัดๆ มันกลับรัวเร็วยิ่งขึ้น นั่นเป็นเพราะมันขานรับการกลับมาของเจ้านายของมันอีกคน .. ใช่มั้ยนะ

ดวงตาบอบช้ำเนื่องจากผ่านการร้องไห้มาตะกี๊ ตอนนี้เบิกกว้าง และแทบไม่อยากกระพริบตา ด้วยกลัวว่าคนตรงหน้าเค้า จะหายไปจากเค้าอีกหน นานแค่ไหนแล้วนะ ....เค้ารู้แค่ว่ามันนานมากเหลือเกินที่ไม่ได้พบเจอกับใบหน้าเข้ม ๆ จมูกโด่งๆ ปากหนาเป็นรูป และยิ่งมอง ยิ่งเหมือนมีมนต์ดึงดูดให้เค้าอยากเข้าไปสัมผัสมันเหลือเกิน แอนดี้ฝืนคำสั่งของหัวใจตัวเองได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น ว่าแล้วก็ยื่นหน้าของตัวเองเข้าไปกดริมฝีปากลงบนแก้มที่ครึ้มไปด้วยไรเคราบาง ๆ .. แค่เพียงแผ่วเบาเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนให้คนหลับได้รู้สึกตัว และเมื่อดึงตัวเองออกมา หน้าใสกลับระบายไปด้วยรอยยิ้มชอบใจเมื่อพบว่า กลิ่นกายนี้ ยังคงเดิม ใช่เอริคของเค้าจริงๆ

ใจนึงอยากจะปลุกอีกคนขึ้นมา เพื่อสอบถามถึงสิ่งที่ค้างคาในใจ ก็ทำมัยเล่า นัดว่าจะไปรับ ดันมานอนหลับเป็นตายอยู่ที่นี่ได้ อีกใจก็อยากจะจ้องมองใบหน้าคมคายยามหลับไปอีกซักพัก คนตัวโต ที่ยังรั้นเหมือนเด็ก คนหล่อแต่นิสัยช่างห่างไกลกับรูปลักษณ์ภายนอกเหลือเกิน คน ๆ นี้ คนที่เค้ารัก .. สุดหัวใจ


แสงแดดแรง ๆ ยามสายทอผ่านผ้าม่านตรงหน้าต่าง เข้ามาปลุกคนที่กำลังหลับใหลให้งัวเงียตื่น แอนดี้ลุกขึ้นนั่งใช้หลังมือขยี้ตาตัวเองแรง ๆ เหมือนเคย และหลังจากนั่งกระพริบตาปริบ ๆ อยู่นานสองนาน พลันเริ่มรู้สึกตัวเอง ถึงสาเหตุที่มานอนหลับเอาตรงนี้ได้ ตาปรือ ๆ หันไปมองยังที่นอนข้างๆ ตัว ก็พบเพียงความว่างเปล่า ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยเดิมอีกเหรอ

แอนดี้: พี่เอริค พี่เอริคมาแล้วนี่น่า

เค้านั่งบ่นพึมพับกับตัวเองครู่นึง ก่อนลุกวิ่งไปยังทั่วบริเวณห้อง ห้องน้ำ ไม่มี ห้องนอนอีก 2 ห้อง แม้กระทั่งใต้เตียงตัวเอง ในตู้เสื้อผ้า หลังม่าน ทุกที่ว่างเปล่า หมายความว่าเมื่อเช้าที่เค้าเห็น มันคือความฝันงั้นเหรอ ไม่ใช่นะ เค้าสัมผัสอีกคนกะมือตัวเอง นั่งมองหน้าคน ๆ นั้นอยู่นานสองนาน จนตัวเองเผลอหลับไป แล้วมันจะเป็นความฝันไปได้ยังงัย

แอนดี้วิ่งลงมาด้านล่าง หน้าโซฟาไม่มี งั้นก็อีกที่ แม้อาจจะเป็นไปได้น้อยซักหน่อย แต่ตอนนี้เลิกคิดถึงความเป็นไปได้หรือเป็นไปไม่ได้เหอะ และทันทีที่ขาสั้น ๆ พาตัวเองมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องครัว เป็นจริงดังคาด แผ่นหลังของคนบางคนในเสื้อกล้ามสีขาวโชว์ให้เห็นไหล่กว้าง อันแสนคุ้นเคย ทรงผมด้านหลังที่ยังคงยุ่งอันเนื่องมาจากเพิ่งตื่นนอน และเหมือนเจ้าของไม่ได้สนใจที่จะจัดทรงกับมันนัก

แอนดี้ยืนตะลึงมองแผ่นหลังของคนตรงหน้าที่ตอนนี้กำลังหยิบจับอะไรต่ออะไรให้ยุ่งไปหม

ด ก่อนที่คนตรงหน้าจะหมุนตัวหันหน้ามา
เอริค: แอนดี้ ตื่นแล้วเหรอ

เอริคทักขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้ม พลางเดินถือจานสองใบที่ใส่สปาเก็ตตี้กลิ่นหอมมาวางลงบนโต๊ะ

เอริค: หิวมั้ย นั่งสิ
เอริคเลื่อนเก้าอี้แล้วนั่งลงประจำที่ ในขณะเดียวกับที่แอนดี้ ก็ยังคงยืนนิ่งมองคนตรงหน้าอยู่ที่เดิม

เอริค: อ่าว เป็นไรเหรอ หรือว่านายไม่หิว
แอนดี้ : อะไรอ่ะ สปาเก็ตตี้เหรอ จะกินได้มะนั่น
แอนดี้บ่นอุบอิบ ก่อนเดินมาทรุดตัวนั่งตรงเก้าอี้ซึ่งไกลจากเอริคพอสมควร หน้าตายังคงบึ้งตึง มองคนที่เอาแต่หมุนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปาก
เอริค: อ๊ะ ๆ ๆ อย่าดูถูกกันนะ ลองชิมดู มา ป้อนให้
แอนดี้: พี่อ่ะ หยุดอยู่ตรงนั้นเลย ไม่ต้องมาใกล้ ชิ.. บัญชีแค้น ยังไม่ได้ชำระความเลยนะ
แอนดี้ตะโกนเสียงดุใส่หน้าอีกคน เอริคได้แต่ทำหน้าหงอ ๆ หดตัวกลับมานั่งที่เดิม
…
….
เอริค : ไม่กินเหรอ อร่อยจริงๆ นะ
แอนดี้: ทำมัยพี่ถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะ

แอนดี้ยิงคำถาม ทำเอาอีกคนที่กำลังดูดเส้นอย่างเอร็ดอร่อยต้องค้างเติ่ง เงยหน้าขึ้นมอง

เอริค: นายก็ไม่น่าถาม หัวใจชั้นอยู่ที่นี่ ชั้นก็ต้องมาหาหัวใจของชั้นที่นี่น่ะสิ (เอริคพูดเสียงหวาน ส่งประกายตาแพรวพราวไปให้)
แอนดี้: แล้วเมื่อเช้าทำมัยไม่ไปรับฮะ
เอริค: คือ .. พอดีเมื่อเช้าน่ะ ชั้นมีธุระจำเป็นนิดหน่อย จริงๆ นะ ชั้นโทรหามินอู มันก็บอกว่าจะถึงแล้ว ชั้นไม่ต้องไปก็ได้ เดี๋ยวรับแอนดี้มาให้ ชั้นบอกมันแล้วว่าไม่เอา ให้วกรถกลับมา ไม่งั้นชั้นจะดิ้นแด่ว ๆ อยู่ตรงนี้ มันก็ไม่ฟังนี่น่า นายจะให้ชั้นทำงัยอ่ะ
แอนดี้: ที่แท้พี่มินอูก็รวมหัวกันปิดผมด้วยน่ะสิ ร้ายกันจริงๆ เรยพวกพี่น่ะ
...

... แอนดี้ยังคงหงุดหงิดไม่หาย ก้มลงมองจานสปาเก็ตตี้อีกครั้ง พลางหยิบส้อมขึ้นเขี่ย ๆ ก่อนตัดสินใจว่าจะกินมันลงไปดีมั้ย
เอริค: มันอร่อยจริง ๆ น๊า ลองดูสิ ชั้นอุตส่าห์ทำซะสุดฝีมือ เพื่อนายเลย…

ยังไม่ทันสิ้นประโยคของเอริค แอนดี้วางส้อมลงบนจานดังโครม เงยหน้ามองคนตรงหน้าด้วยสายตาหงุดหงิดหัวใจเต็มทน ทำมัยนะ นี่เค้าไม่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิดบ้างเลยเหรอ

แอนดี้: พี่เคยทำอะไรเพื่อผมจริงๆ เหรอ ถามหน่อยเหอะ ไอ่คำสัญญานั่นน่ะ มันไม่ความหมายเลยเหรอ พี่รู้มั้ย ผมไม่เห็นพี่ ผมใจหายแค่ไหน ใจคิดไปเรื่อยกลัวว่าพี่จะเป็นอะไรไปรึเปล่า เพราะพี่คงไม่ลืมวันที่ผมออกจากกรมแน่ๆ แต่นี่อะไรอ่ะ กลับมานอนสบายใจอยู่ที่บ้าน ปล่อยผมเป็นห่วงแทบแย่น่ะ แล้วธุระอะไร มันสำคัญมากใช่มั้ยถึงมาให้เห็นหน้ากันก่อนไม่ได้ ทีผม ผมยังเห็นพี่สำคัญกว่าอะไรทั้งหมด แล้วผมล่ะ ผมเป็นอะไรสำหรับพี่งั้นเหรอ

คราวนี้อารมณ์แอนดี้ที่นิ่งไปแล้วกลับระเบิดขึ้นมาอีกครั้ง นึกถึงเมื่อเช้าที่ตัวเองนั่งร้องไห้คร่ำครวญ ส่วนอีกคนกลับนอนหลับสบายอยู่บนเตียง ตื่นมา ก็ยังทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แอนดี้พยายามเงยหน้าขึ้น บังคับให้น้ำตาไหลย้อนลงไปที่เก่า เค้าไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว เพราะเค้ารู้สึกว่าวันนี้ ตัวเองร้องมามากมายเหลือเกิน

เอริค: ชั้นก็อยากไปรับนายใจจะขาด จริง ๆ นะ แต่ ... โธ่ แอนดี้ คนเรามันก็ต้องมีผิดพลาดกันบ้างแหละ ตอนชั้นรอนายที่นี่ ชั้นก็ตื่นเต้น อยากเห็นหน้านาย พอชั้นตื่นชั้นดีใจแค่ไหนรู้มั้ย ที่เห็นนายมาอยู่ตรงหน้าชั้นน่ะ ชั้นอยากจะกอดนาย อยากจะจูบนาย แต่ชั้นคิดว่านายคงเหนื่อย เลยมาทำสปาเก็ตตี้รอไว้กินด้วยกันตอนนายตื่น ชั้นตั้งใจทำมันมากเลยนะ

เอริคพูดเสียงเบา ๆ เค้าก็พอรู้อยู่หรอกว่าตัวเองผิด แต่ตลอดเวลา แค่ง้อนิดเดียว แอนดี้ก็จะหายโกรธแล้ว ยิ่งถ้าง้อด้วยของกิน ยิ่งไม่ต้องพูด แล้วทำมัยคราวนี้ ...
แอนดี้: พี่คงตื่นเต้นมากจนเผลอหลับไปเลย ใช่มั้ยฮะ (แอนดี้ทำเสียงประชดประชัน)
เอริค: แอนดี้ นายอย่าทำอย่างนี้สิ เรื่องหลับน่ะมันเป็นสันดานเสีย ๆ ของชั้นไปแล้ว นายก็รู้นี่
แอนดี้: ผมชักรู้ถึงความรู้สึกของพี่จินนี่แล้วแหละ พี่รู้มั้ย ผมกำลังเริ่มรู้สึกเหนื่อย ผมกำลังเริ่มรู้สึกท้อ
เอริค: ไม่เอาน๊า อย่าเหนื่อยสิ ห้ามท้อด้วย... โอเค คราวนี้ชั้นผิด ชั้นทำเกินไป นายอยากให้ชั้นทำอะไร นายถึงจะยอมยกโทษน่ะ
แอนดี้: ผมไม่อยากเห็นหน้าพี่น่ะ ขอตัวนะฮะ และผมยังไม่หิวด้วย

ว่าแล้วแอนดี้ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ ปล่อยเอริคมองตามด้วยสายตาเศร้าสร้อย 2 ปีกว่า กว่าจะได้เจอหน้ากัน สุดท้าย ทำมัยมันถึงต้องเป็นแบบนี้นะ



….



ยามเย็น บ้านแอนดี้ที่เคยเงียบเหงามานาน กลับคึกคักขึ้นมาอีกครั้ง แต่น้องน้อยของเรายังคงมีอาการหงุดหงิดใครบางคนอย่างเห็นได้ชัด

ดงวาน: ทรงผมนายน่าหัวเราะชะมัดเลยอ่ะจอนจิน

ดงวานปล่อยก๊ากอย่างไม่มีกั๊กทันทีที่เดินออกมาจากครัวและเห็นหน้าจอนจินกับทรงผมสั้

น ๆ ของเค้า ที่เพิ่งเดินจูงมือกันเข้ามาในบ้านกะฮเยซอง

จิน: ผมว่ามันเท่ส์ออกนะ ไปทำสีทองดีมะฮะพี่ฮเยซอง (พูดพลางลูบผมตัวด้วยความภูมิใจ)

ฮเยซอง: ไหนดูซิ (ฮเยซองมองอย่างใคร่ครวญอยู่ซักพัก) อืม ก็ดีนี่
จิน: เห็นมะพี่ดงวาน พี่ฮเยซองของผมยังบอกว่าดีเลย
ฮเยซอง: แค่ทุเรศว่าตอนอัลบั้ม 4 นิดหน่อยเอง ฮ่ะ ๆ ๆ
จอนจินเกือบหุบยิ้มแทบไม่ทัน
จิน: โธ่ พี่อ่ะ

มินอู : เจ้าบ้านสองคนนี้ มันเป็นอะไรกันอีกน่ะ ทำหน้าเหมือนคนท้องผูกทั้งคู่

มินอูหันมามองหน้าเอริค ที่ยังคงนั่งดื่มเงียบ ๆ สลับกับอีกคนที่ตักอาหารเข้าปากอย่างไม่พูดไม่จา
ดงวาน: หน้างี้ ทะเลาะกันอีกน่ะดิ ไม่น่าถาม
มินอู: เออ เอากะมัน พอคู่โน้นหวาน คู่นี้ดันขม เพิ่งเจอกันวันนี้ไม่ใช่เหรอ เอาเวลาตอนไหนไปทะเลาะกันได้อีกวะ

มินอูทำเสียงเซ็ง ๆ

จิน: หรือว่าแอนดี้เค้ารู้แล้วฮะ พี่เอริค
เอริค: รู้อะไรของนาย
จิน: ก็เรื่องที่พี่แอบไปแต่งงานที่เมืองนอกมีลูกคนนึงแล้วน่ะ
เอริค: ไอ่บ้านี่ ถ้าไม่ได้ช่วยให้ดีขึ้น ก็อย่าทำให้มันเลวร้ายลงได้มั้ยวะ ไอ่นกตัวลูก
เอริคทำดุคนปากดีที่นั่งหัวเราะเสียงดัง
มินอู: นายไปทำอิท่าไหนเข้าล่ะ
มินอูหันมากระซิบถามเพื่อนเบา ๆ
เอริค : เค้าโกรธน่ะ ที่เมื่อเช้าชั้นไม่ได้ไปรับเค้า แล้วดันเผลอหลับไปตอนรอเค้ากลับมาด้วย
มินอู: นายเนี๊ยะน๊า แอนดี้น่ะไม่ใช่คนโกรธใครง่าย ๆ ซักหน่อย แต่ทำมัยถึงทำให้น้องมันโมโหอยู่เรื่อยเลยว้า
เอริคได้แต่นั่งทำหน้าหน่าย ๆ ส่งให้มินอู ส่วนคนที่งอลตุ๊บป่องตอนนี้ หันไปเล่นพูดคุยกันสนุกสนานกะจอนจินและดงวาน ไม่ได้หันมาสนใจตัวเองซักนิด คิดแล้วก็เศร้า ได้แต่ส่งเหล้าเข้าปากเงียบ ๆ พร้อมแอบชำเลืองสายตามองอีกคนเป็นระยะ ๆ อยู่ห่าง ๆ



ยิ่งดึก วงสนทนายิ่งคึกคัก แต่ละคนต่างสรรหาเกมส์มาเล่นกันอย่างสนุกสนาน อารมณ์เด็กนักเรียนอนุบาลที่ไม่ได้พร้อมหน้ากันมานานมันเริ่มกลับมาอีกแล้ว

เมื่อยังคงเห็นว่า ยังงัยซะ แอนดี้คงไม่คืนดีด้วยง่าย ๆ เอริคหันไปสะกิดมินอูที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ให้เดินออกไปคุยกันตรงระเบียงด้านนอก
ทันทีที่อีกฝ่ายลุก สายตาแอนดี้ก็ได้แต่มองตามร่างสูงนั้นทุกก้าว ใจก็สงสาร อีกใจก็ยังแค้นในคำสัญญาที่โดนลืม

ฮเยซอง : เอริคมันทำอะไรผิดขนาดที่นายอภัยให้มันไม่ได้เลยเหรอแอนดี้
ฮเยซองเห็นสายตาน้องที่ทอดมองไปยังบุคคลที่ยืนอัดบุหรี่อยู่ด้านนอกด้วยสีหน้าซึมเซา


จึงกระเถิบตัวเองเข้ามานั่งใกล้

แอนดี้: ก็เปล่าหรอกฮะ ไม่มีอะไรมาก แต่ผมรู้สึกว่า พี่เอริคน่ะ เป็นงี้ทุกที ชอบลืมสัญญา ชอบทำให้ผมเสียใจอยู่เรื่อย
ฮเยซอง: แล้วงัย โกรธมันน่ะ นายสบายใจขึ้นงั้นเหรอ
แอนดี้: ไม่หรอกฮะ (แอนดี้ก้มหน้าลง ทำเสียงอ่อย ๆ มันก็จริงแหละ นอกจากไม่สบายใจ แถมยังอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก)
ฮเยซอง: ไหนว่าคิดถึงมันมากงัย
แอนดี้: ...ก็ .. ผมอยากจะทำให้พี่เค้ารู้สึกตัวมั่ง ก็แค่นั้นแหละ ดูสิ ผมรึอุตส่าห์ดีใจที่จะได้เห็นหน้าเค้า แต่เค้าน่ะ เหมือนไม่สะทกสะท้านอะไรเลย ไม่เห็นจะดีใจที่ได้เจอผมซักนิด จริง ๆ ผมกะจะให้พี่ฮเยซองจัดการให้ซะด้วยซ้ำนะ เอาให้แหลกละเอียดคามือพี่ไปเลย
ฮเยซอง : เฮ้ย ! จัดการอะไร ชั้นไม่กล้าหรอก เอริคคนนี้ ไม่ใช่เอริคคนเดียวกะเมื่อ 2 ปีก่อน นายลองมองหน้ามันสิ

ว่าแล้วทั้งสองคนที่นั่งซุบซิบกันอยู่ก็พร้อมใจกันหันไปมองคนที่อยู่ด้านนอกที่บัดนี
้ นอกจากจะอัดบุหรี่ ยังยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มถี่เหลือเกิน

ฮเยซอง : เห็นมะ ถ้าเป็นเอริคคนเดิม มันจะทำคิ้วขมวดนั่งตีหน้าขรึมได้นานเกินนาทีรึเปล่า เอริคคนนี้น่ะ ทำหน้าเครียด มานานเกิน 2 ชั่วโมงแล้ว

แอนดี้ได้แต่มองหน้าคนด้านนอกนิ่งอยู่อย่างนั้น ก็จริงนะ 2 ปีกว่า แม้ภายนอกของเอริคจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่ดูจากนิสัยโดยรวมในเวลา 1 วันที่อยู่ด้วยกัน เหมือน ๆ เค้าจะนิ่งขึ้นเยอะ เยอะมากจนน่าแปลก เพียงแต่เค้าเพิ่งมาสังเกตจริง ๆ จัง ๆ ก็ตอนที่ฮเยซองบอกนี่แหละ

ฮเยซอง : นายไม่เสียดายเวลาแล้วเหรอ ไหนนายเคยบอกชั้นงัย ว่าให้ดีกันไว้ เวลาที่ต้องอยู่ไกลกัน จะได้มีเรื่องดี ๆ ให้คิดถึง จำไม่ได้เหรอ

แอนดี้ยิ้มสดใสให้ฮเยซองทันที แต่ประกายตายังคงแฝงไว้ด้วยความเศร้า ๆ เค้าน่ะดีใจมากแค่ไหนที่ได้เห็นหน้าอีกคน อันนี้เค้ารู้ดี เวลาเห็นเอริคเศร้า มันก็เจ็บปวดไม่แพ้กันเลย สุดท้าย เค้าก็ต้องยอมล้มเลิกบทลงโทษเอริคลงใช่มั้ย เค้าไม่เคยเอาชนะเอริคได้เลยซักที ให้ตายเหอะ (แอนดี้ได้แต่คิดในใจ)
แอนดี้: ผมน่ะก็ไม่อยากทำแบบนี้อยู่แล้ว 2 ปีกว่า มันทรมาณมามากแล้ว..... ขอบคุณฮะพี่ฮเยซอง….
ฮเยซอง: ไม่มีปัญหา เมื่อก่อนนายยังเคยช่วยชั้นไว้ในเวลาที่ชั้นรู้สึกแย่ๆ เลยนี่น่า
จอนจิน: ตอนไหนเหรอฮะ ที่พี่รู้สึกแย่น่ะ

จอนจินได้ยินประโยคสุดท้ายที่ฮเยซองพูดพอดี เลยยื่นหน้าเข้ามาถามด้วยความสงสัย

ฮเยซอง: ก็ตอนที่มีคนขี้ใจน้อยบางคนมันเข้าใจชั้นผิดน่ะสิ อยู่ ๆ ก็มาด่า ๆ ๆๆ แล้วอีกวันดันบินไปจีนเฉยเลย
จอนจิน: โห มันคือใครฮะ ไอ่คนนิสัยแย่ๆ คนนั้นน่ะ
ฮเยซอง: มันก็คือไอ่ลูกนกสมองกลวง ๆ งัย
จอนจิน : พี่ว่าผมเหรอ
ฮเยซอง: แล้วนายเป็นลูกนกสมองกลวงงั้นเหรอ
จอนจิน : .....

ดงวานที่ตอนนี้ถือกล้องถ่ายรูปอยู่ในมือ กดถ่ายรูปเพื่อนรอบ ๆ ตัวไปเรื่อย ๆ แล้วแต่ว่าใครจะเผลอ เค้านึกอะไรบางอย่างออกมาได้ ก่อนจะวางกล้องลงข้าง ๆ ตัว
ดงวาน: เออ เมื่อเช้า หลังจากชั้นมาส่งแอนดี้แล้วกลับไปบริษัทกะมินอูน่ะ ยามหน้าบริษัทถามชั้นว่า เอริคกลับมาเที่ยว หรือว่ามาอยู่เลย
แอนดี้: หืม พี่เอริคยังไม่ได้เข้าบริษัทเลยนะฮะ วันนี้เค้าอยู่นี่ทั้งวัน
ดงวาน: นั่นน่ะสิ ชั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมา ก็มีแต่มินอูแหละที่รู้ ชั้นก็เลยงงว่าทำมัยพี่ยามถึงรู้ เห็นว่าเข้ามาแต่เช้าด้วย ซักพักก็กลับ พี่ยามเค้าเรียกแท็กซี่ให้เองน่ะ เค้าเลยเห็น
แอนดี้: เหรอฮะ งั้นแสดงว่าที่พี่เค้าบอกว่าติดธุระ สงสัยจะเข้ามาธุระที่บริษัท เอ! แต่ทำมัยต้องไปตั้งกะเช้าด้วยนะ
ฮเยซอง: เออ พูดถึงเรื่องบริษัท พรุ่งนี้เช้ามีประชุมด้วยนะ อย่าลืมกันล่ะ
ดงวาน: อันนี้ชั้นก็ยังงง ประชุมฝ่ายบริหาร แล้วมัยเราต้องเข้าด้วยวะ ไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลย ข่าวว่ามีการเปลี่ยนหุ้น
ฮเยซอง: เหรอ ! ประธานซงไม่ได้ถือหุ้นใหญ่แล้วเหรอ
ดงวาน: เหอ ๆ ๆ เท่าที่ลองถามใครต่อใครดู ก็รู้มาแค่นี้แหละ ลองถามมินอูมันดูมันยังส่ายหัว

แล้วทั้งสี่ก็หันมองไปยังนอกระเบียงอีกครั้ง ระเบียงที่มีคนร่างสูงหน้าตาคมคายทำคิ้วขมวดยุ่ง ๆ กะคนร่างกะทัดรัด ที่นั่งอธิบายอะไรบางอย่างพร้อมมือไม้ประกอบ

ฮเยซอง: บอกตามตรงนะ ยังงัยชั้นก็ยังชอบไอ่อีทีครึ่งพันคนเดิมคนนั้นมากกว่า คนนี้ยิ่งมันขรึม มันยิ่งขัดลูกตาชอบกล ..

จู่ ๆ ฮเยซองก็พูดแทกฝ่าความเงียบขึ้นมา














늘 내가 원하는 것은 - 신화Shinhwa





Create Date : 16 มิถุนายน 2551
Last Update : 21 มิถุนายน 2551 18:46:48 น. 13 comments
Counter : 1150 Pageviews.

 
สมกับที่รอคอยค่ะน้องพุด ใครบอกว่าเขียนไม่ดี เด๋ว พี่เบิร์ดกะโหลกให้ 555+ (ลุ้นกันหัวใจแทบวาย ป๋า จะมาหรือเปล่า)

ปล. สู้ สู้ น่ะ พี่จะปูสาดรออ่านทุกวัน (แอบกดดันเล็กน้อยถึงปานกลาง)


โดย: rattanam IP: 203.151.144.4 วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:9:05:08 น.  

 
กี๊ดด...น้องพุด ใครบอกว่าเขียนไม่ดีล่ะ ดีจะตาย พี่เคชอบมากเลย
อ่านแล้วอินอ่ะ จะร้องไห้ตามน้องดี้ซะให้ได้ ยอมเสียสัตย์แอบอ่านมันในที่ทำงานเลยนะเนี่ย

fighting นะคะพุดดิ้ง ยังไงพี่ก็จะรอนะ


โดย: ekada IP: 203.146.146.130 วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:10:38:50 น.  

 
ทำมัยป๋าไม่ไปรับ(หรือว่าอู้อีกแล้ว)
สงสารน้องดี้จังเลย เห็นน้องดี้ร้องไห้
พี่ก็ร้องไห้ตามเลย น้องพุดเขียนได้ดีสนุกมาก มีครบทุกรสเลย รอตอนจบไม่ไหวแล้ว แต่ยังงัยก็ต้องรอ เป็นกำลังใจให้น้องพุดเขียนเรื่องต่อไปเลยนะจ๊ะ


โดย: pekkiokung IP: 203.146.75.80 วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:12:29:00 น.  

 
เอ่อ...คุณป๋า

เราว่าให้ดี้ชำแหละป๋าเลยดีกว่า

ไปรับก็ไม่ไปดันมานอน

เหอๆ สงสารดี้T-T


โดย: ++*WizzE*++ IP: 124.121.229.195 วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:13:58:09 น.  

 
คัยบอกว่าพี่พุดเขียนไม่ดีอ่ะ เค้าเถียงสุดชีวิตเลย พี่พุดเขียนดีจะตาย อ่านแล้วอินน้ำตาไหลตามนุ้งดี้เลย

ว่าแต่..ทำไมพี่ป๋าใจร้ายยังงี้อ่ะ นอนอู้อยู่บ้านไม่ยอมไปรับนุ้งดี้ ToT



โดย: Bowiie IP: 58.64.82.147 วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:16:51:48 น.  

 
จริง ๆ ก็ไม่มีใครว่าหรอก

แต่มันเป็นความรู้สึกเองน่ะ

ตอนแต่งมันไม่ลื่น อ่านเองมันก็ไม่ลื่น คือบทไหนที่แต่งแล้วไม่สะดุด จะรู้สึกว่าบทนั้นแต่งดี ... (ซึ่งมีไม่กี่บท)


โดย: พุดดิ้งของซอนโฮ วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:20:56:13 น.  

 
ใครว่าเขียนไม่ดีคะพี่พุด
กบนั่งอ่านแล้วซึ้งอ่ะค่ะ
ซึ้งทั้งป๋ากะดี้และจินกะซอง


โดย: keiropi IP: 125.27.45.249 วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:21:10:09 น.  

 
ซึ่งง่า แต่งนะฮะพี่พุด ซึ่งมาก ๆ เลยอ่ะ


โดย: ket_dd IP: 58.8.120.103 วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:22:58:39 น.  

 
ตอนแรกตกใจเล็กๆ นึกว่าจบตอนนี้ซะแระ(อยากอ่านตอนจบ แต่ก็ไม่อยากให้จบ...น้องงป่ะเนี่ย)

ค่อยๆ แต่งไปกะได้น้อง อย่าเครียดน๊า

รีเควสตอนหน้า..ขอหวีทแบบมดขึ้นบล็อคเรยจะดีมั่ก อิอิ

น้องพุด Fighting !!


โดย: แม่ยกชูงแจ IP: 117.47.139.221 วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:18:36:31 น.  

 
โอ้โห้...พี่พุด พี่เขียนได้ดีมากๆเลย พาเอาเอ๊ะอินเลย สู้ๆนะพี่ จะติดตามอ่านเสมอเลย

พี่พุดสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: เอ๊ะ IP: 202.149.25.233 วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:2:28:30 น.  

 
มาให้กำลังใจน้องพุดอีกคน ตอนนี้พี่กำลังบ่อน้ำตาแตกอยู่ ซึ้งงงง

น้องพุด Fighting!!


โดย: kayzila IP: 124.120.158.186 วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:21:27:18 น.  

 
แต่งดีแล้วจ้า สำหรับพี่นะ ซึ้งอ่ะ ชอบ ๆ
แต่ไอ้พี่ที่มาแอบหลับ ไม่ยอมไปรับน้องนี่ อู้นี่หว่า
เดี๋ยวมาตามต่อจ้า


โดย: arce IP: 202.91.19.204 วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:22:21:01 น.  

 
ขอโทดนะฮะ จะให้จบตอนนี้ ใส่ไปแล้ว แต่บล็อคมันยาวเกินไป เหอ ๆ ๆ


ยกไปตอนหน้า อีกและ แต่ไม่ต้องรอ เพราะแต่งเส็ดและ เฮ้อ ! เกือบตาย

ขอบคุณทุกคนอีกทีฮะ


โดย: พุดดิ้งของซอนโฮ วันที่: 18 มิถุนายน 2551 เวลา:22:22:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.