I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
13 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2) #18 The end 1/2






Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2)




…18 บนเส้นทางแห่งรัก (The end)1/2...




บริเวณค๊อฟฟี่ช็อปในสนามบินยามดึก

“แน่ใจแล้วนะ”

“แน่ใจอะไรฮะ”

“ก็แน่ใจว่าจะไปน่ะสิ บอกเฮซองเรียบร้อยแล้วรึยัง”

“ก็บอกแล้วล่ะฮะ ผมยังไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรเค้าเท่าไหร่ เลือกที่เค้ายุ่ง ๆ เพราะไม่อยากให้เค้ามาส่งน่ะ ผมกลัวทำหน้าไม่ถูก”

“อะไรวะ จะไปแล้วยังจะเป็นแบบนี้อีก”

“ผมไปแป๊บเดียวน่า จะกลับก่อนที่แอนดี้ต้องไปเรียนต่อ”

“เฮซองบอกผมว่า เรื่องเรียนต่อของแอนดี้ มันก็แค่แผนลองใจเอริค” ดงวานที่คิดอะไรอยู่ซักครู่เอ่ยขึ้น ทำเอาคนนั่งข้างอย่างมินอูต้องหันมองด้วยสีหน้าประหลาดใจ
..
.
“เรื่องนั้นผมรู้แล้วล่ะฮะ ” คราวนี้มินอูหันขวับมาทางอีกคนด้วยสีหน้า ประหลาดใจขั้นกว่า

“เฮซองเค้าอาจดูเหมือนเข้มแข็ง แต่ความจริงแล้วเค้าค่อนข้างอ่อนไหว แล้วยิ่งผ่านไปนาน ยิ่งเหมือนเค้าแปลก ๆ ไป”

“พี่หมอฮะ พี่จะให้ผมทำยังไง ทั้งคำพูดของผม ทั้งการกระทำของผม ผมทำทุกอย่างเท่าที่ตัวเองจะทำได้แล้ว แต่มันดูเหมือนจะเปล่าประโยชน์”

“หมอรู้จักเค้าดีนี่ หมอรู้ใช่มั้ยว่าควรทำไง” มินอูหันมามองหน้าของดงวานอีกทีด้วยความหวัง

“อืม ผมไม่แน่ใจนักหรอกว่าอะไรคือสาเหตุ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะแอนดี้ ตั้งแต่เรื่องคราวนั้น บวกกับการที่จอนจินไปอเมริกา ตอนที่เค้าเสียพ่อกับแม่ของเค้าไปนั้น เค้ายังเด็ก แต่ก็โตพอที่จะจดจำความรู้สึกเสียใจนั่นได้ แถมแอนดี้น้องที่เค้ารักมากเพียงคนเดียวก็ต้องโดนจับแยกกันอีก มันเหมือนเค้ากลัวการสูญเสียสิ่งที่รัก จนมันอาจกลายเป็นความวิตกกังวล อันนี้ก็แค่สิ่งที่ผมคิดน่ะนะ"

“อืม ...ตอนนี้เค้ากำลังโทษตัวเองด้วยรึเปล่าว่าเค้าคือสาเหตุของเรื่องทั้งหมด หรือว่า เค้าคิดว่าจินนี่ต้องการลองใจเค้าเหมือนที่เค้าทำกับเอริคงั้นเหรอ เป็นไปได้มั้ย” มินอูพูดพลางหันมองหน้าคนทั้งสองอย่างต้องการความเห็น

“ความตั้งใจแรกของผมก็เป็นแบบนั้นแหละฮะ แต่ตอนนี้ผมมีสิ่งที่ต้องทำจริงๆ”


“จินนี่ นายต้องแคร์เค้าให้มาก ๆ นะ อย่าคลุมเครือ ที่ผ่านมาชั้นว่านายก็ทำเค้าเจ็บปวดมากพออยู่แล้ว”

“พี่มินฮะ ผมรักเค้านะ หรือว่าพี่ลืมไปแล้ว พี่คิดว่าผมจะทำให้คนที่ผมรักเสียใจได้เหรอ ไว้กลับมา ผมจะดูแลเค้าเอง แต่ตอนนี้ ผมก็มีเรื่องที่ผมสมควรต้องทำเหมือนกัน”

“เอาเหอะ เสร็จเรื่องก็รีบ ๆ กลับมาละกัน ดูแลตัวเองด้วย เข้าใจมั้ย”

“ฮะ แน่นอนอยู่แล้ว ไงก็ฝากพี่หมอดูแลเฮซองหน่อยนะฮะ ไว้กลับมา ผมจะพยายามอีกครั้ง คราวนี้ แม้ว่าเค้าต้องการดวงดาวซักดวงบนฟ้าก็เหอะ ผมจะนั่งยานไปเอามาให้เค้าเลย”

“พูดเป็นเล่น เฮซองเค้าไม่ใช่เด็กนะ”

“ถึงไม่ใช่ ตอนนี้ก็ใกล้เคียงแหละฮะพี่หมอ”

“เตรียมตัวเหอะ ใกล้เดินทางแล้ว ดูแลตัวเองดี ๆ ด้วยนะ” มินอูเอื้อมมือไปตบบ่าจอนจิน ผู้ที่ยังมีสีหน้าวิตกกังวลไม่หาย

“เข้าใจฮะ ฝากลาพี่ริคด้วยนะพี่มิน แล้วเจอกันฮะ บายฮะพี่หมอ บายพี่มิน”

“อืม บาย กลับมาโทรบอกนะ ชั้นจะมารับ” จอนจินก้าวเดินออกไปแล้ว เค้าหันมาโบกมือและยิ้มทั้งสองอีกครั้ง ดงวานและมินอูได้แต่ยืนส่งอยู่ตรงนี้จนร่างสูงของจอนจินลับตาไป

“เฮ้อ! เอาไงดีครับหมอ”

“เอาไง เรื่องเฮซองน่ะเหรอ”

“เปล่าหรอกฮะ เรื่องนี้ค่อยว่ากัน เรื่องเราต่างหาก ไปนอนห้องผมนะ”

“พรุ่งนี้ต้องเข้าโรงพยาบาลแต่เช้าเลยนะ ไปส่งผมที่บ้านดีกว่า คุณจะได้ไม่ต้องตื่นเช้า”

“ไม่เอาอ่ะ ผมเป็นคนขับ ต้องตามใจผมสิ ไปเหอะครับ เดี๋ยวเวลานอนจะน้อย” มินอูเริ่มงอแงเหมือนเด็ก ๆ เอื้อมมือไปดึงมือของดงวานเดินออกไปยังลานจอดรถ คนโดนจูงน่ะเหรอ ได้แต่มองดูขำ ๆ ไม่กล้าขัดใจเท่าไหร่


…………………..


ผ่านจากฤดูใบไม้ผลิ ก้าวเข้าสู่ซัมเมอร์ที่ปีนี้เหมือนจะคลืบคลานมาช้ากว่าปกติ สายฝนหยดเล็ก ๆ ยังคงโปรยปรายลงมาเพื่อสร้างความชุ่มฉ่ำให้แก่มวลหมู่ดอกไม้ใบหญ้าทั่วโซล รวมถึงบ้านในรั้วสีขาวหลังเดิม

“แอนดี้ เรียบร้อยหรือยัง เดี๋ยวสายนะ” เสียงหนึ่งซึ่งดูจะเป็นปกติธรรมดาเหมือนทุกวันดังขึ้นก้องบ้านเพื่อตะโกนเรียกน้องชายจอมขี้เซาให้ตื่นจากนิทราซักที

“เรียบร้อยแล้วฮะพี่” แต่วันนี้ไม่มีเสียงงัวเงียเหมือนทุกเช้า แอนดี้เปิดประตูออกมายืนยิ้มแป้น ด้วยสภาพที่ดูดีเป็นพิเศษ แน่ล่ะ วันนี้เป็นวันสำคัญของเค้านี่น่า”

“ไหน ขอดูหน่อยซิ” เฮซองจัดสูทของแอนดี้ให้เข้าที่เข้าทาง จับตัวอีกคนหมุนซ้ายหมุนขวาอีกทีเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย

“โอเค เรียบร้อย หล่อมาเลยน้องชายชั้น ยินดีกับบัณฑิตคนใหม่นะด้วยนะครับ คุณแอนดี้”

“ขอบคุณฮะพี่”

“นายยังไม่ได้ขอของขวัญกับชั้นเลยนะ อยากได้อะไรรึเปล่า”

“อืม! ตอนนี้ยังนึกไม่ออกหรอกฮะ ไว้นึกออกแล้วจะบอกอีกที”

“ถึงกับต้องนึกเลยเหรอ เอาเหอะ อะไรก็ได้ ขออย่าเป็นอุนตร้าแมนตัวจริงก็พอ ชั้นเอามาให้นายไม่ได้หรอก”

“พี่ไม่เป็นไรนะฮะ เมื่อคืนก็ดื่มหนักนี่”

“ไม่เป็นไรหรอก ไปเหอะ เดี๋ยวจะสาย” เฮซองเดินนำน้องชายลงไปยังชั้นล่าง

“ออ พี่ริคบอกว่า วันนี้เค้าขอเป็นเจ้ามือนะฮะ พี่ริคเค้าให้มาดักพี่ไว้ก่อน”

“งั้นก็ดีสิ ชั้นเต็มใจอยู่แล้ว เลี้ยงทุกรายการรึเปล่าล่ะ จะได้งดอาหารตั้งแต่มื้อนี้เตรียมท้องรอไว้ให้พร้อมเลย แต่เรื่องแค่นี้ เอริคคงไม่สะเทือนหรอก ใช่มั้ย”

“ผมว่าถ้าเราสองคนช่วยกัน พี่ริคคงจะสะดุ้งนิดหน่อยล่ะฮะ”

“เหรอ ดีเลย งั้นเราก็จะได้ร่วมมือกัน นายมันกินเก่งอยู่แล้วนี่”


ยามเย็น ณ โรงแรมสุดหรู ที่ซึ่งเป็นสถานที่นัดเลี้ยงรับบัณฑิตใหม่ ห้องอาหารชั้นสูงสุดของโรงแรม มองเห็นวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืน แสงไฟระยับรวมกับอัญมณี สร้างอารมณ์สุนทรีระหว่างมื้อค่ำได้ดีทีเดียว

5 ชีวิตที่นั่งดื่มด่ำกับบทสนทนากันเบา ๆ เคล้าคลอไปด้วยเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม เค้าทั้งหมดกำลังตั้งตอรอใครอีกคน เจ้ามือใหญ่ของรายการที่จนป่านนี้ยังไม่มีท่าทีว่าจะโผล่มาเลย จนกระทั่งเลยเวลาไปอีกนาน

“แอนดี้” เอริคในชุดสุดหล่อตามสไตร์ของเค้า เดินยิ้มมาแต่ไกลพร้อมด้วยดอกไม้ช่อใหญ่เต็มมือเอ่ยทักเจ้างานด้วยน้ำเสียงสดใส

“พี่ริค ทำไมช้านักล่ะฮะ”

“พอดีเพิ่งเคลียร์งานเสร็จน่ะ อ่ะ! ของนาย” เค้ายื่นช่อดอกไม้ในมือไปยังอีกคน ทำให้เกิดเสียงโห่ร้องเล็ก ๆ ดังขึ้นมารอบโต๊ะทันที

“ขอโทษนะ ที่งานเช้าไม่ได้ไป”

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ พี่ริคไม่ไป แต่คนอื่นก็อยู่”

เอริคทรุดตัวลงนั่งตรงเก้าอี้ว่าง ๆ ก่อนหันไปทักทายคนทั้งโต๊ะ

“นึกว่าเจ้ามือจะไม่มาซะแล้วสิ หิ้วท้องรอตั้งนาน” มินอูบ่นเพื่อนทันที

“โทษทีนะเฮซอง คุณหมอ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ” ดงวานตอบยิ้ม ๆ ส่วนเฮซองแค่พยักหน้า

“อ่ะ มาครบแล้ว ก็เริ่มเลยละกัน ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ผู้น่ารักของเรา แอนดี้ เอ้าชนแก้วให้บัณฑิตใหม่หน่อย” มินอูเกริ่นนำ ทุกคนบนโต๊ะ ก็พร้อมใจกันชูแก้วชนกันเสียงดังสนั่น ทั้งเฮซองและดงวานยื่นมือมาตบหัวแอนดี้เบา ๆ วันนี้เจ้างานดูจะหัวเราะอย่างมีความสุขมากมาย


“เสียดายนะ พี่จินไม่อยู่” แอนดี้เอ่ยขึ้นสีด้วยหน้าเศร้าสร้อย แต่คนที่อาการกระตุกมากกว่าคนอื่น กลับเป็นเฮซอง เค้าก้มหน้าก้มตาหลบสายตาทุกคน ซ่อนความรู้สึกมากมายร้อยพันเอาไว้ข้างใน

นานเกือบ 3 เดือนแล้ว ที่จอนจินไปอเมริกา แม้ว่าบ่อย ๆ ที่เค้าจะโทรมาหา แต่นั่น กลับไม่ได้ช่วยให้หัวใจตัวเองคลายความเจ็บปวดลงได้เลย จอนจินบอกเพียงแค่ว่ามีความจำเป็นต้องกลับไป แล้วตอนนี้ เค้าก็กำลังยุ่ง ๆ อยู่กับธุรกิจของพ่อเค้า ซึ่งตัวเองก็ต้องทำใจให้เชื่อแบบนั้น แม้ทุกคืนก่อนนอน มันยากเหลือเกินที่จะข่มตาให้กลับ และต้องใช้แอลกอฮอล์เข้าช่วยหลายต่อหลายครั้ง แต่เวลาแบบนี้ ต่อหน้าน้องชายและคนมากมาย เค้าก็ต้องเสแสร้งว่าตัวเองเข้มแข็งสินะ ...

คนที่อยู่แดนไกลจะรู้บ้างมั้ยว่าตอนนี้ เตียงนอนมันโล่งเหลือเกิน แม้อากาศภายนอกจะอบอุ่นลงแล้วแต่หัวใจมันกลับตรงกันข้าม เหมือนมันยังคงไม่ยอมหลุดพ้นจากช่วงฤดูหนาวไปซักที

ปาร์ตี้ครึกครื้นสนุกสนาน เมื่อเสร็จจากมื้ออาหารเบา ๆ แล้วมาต่อกันที่ผับเจ้าประจำ แอลกอฮอล์ดูจะเป็นตัวชูรสให้แต่ละคนเริ่มออกอาการกันเต็มที่ จนผ่านไปค่อนคืน แอนดี้เจ้างาน ตอนนี้ดูสภาพจะเละกว่าคนอื่น มีเอริคคอยประคองและปรามการดื่มอยู่ไม่ห่าง

“พี่ริค ผมอยากไปห้องน้ำฮะ”

“มา เดี๋ยวชั้นพาไป”

“ผมไปเองได้น่า พี่แค่หลีกทางหน่อย”

“ได้ไงเล่า นายเมาขนาดนี้ เดี๋ยวไปเหยียบเท้าใครเข้าจะเป็นเรื่องใหญ่” เอริคลุกขึ้นประคองร่างที่เริ่มเมามายตรงไปยังห้องน้ำ แอนดี้เองก็เซไปชนคนโน้นทีคนนั้นที แต่ก็เป็นภาพที่มองแล้วน่ารักไปอีกแบบ

“เค้าดูรักกันดีนะ” ดงวานมองภาพสองคนที่เดินพยุงกันออกไป

“นี่น่ะเหรอครับหมอ จะบอกให้ว่าปกติน่ะ ไอ่ริคเลี่ยนกว่านี้เยอะ คอยดูไปเหอะ เดี๋ยวหมอก็จะชิน”

“ปกติผมจะเห็นแต่เอริคที่ขรึม ๆ เครียด ๆ ไม่น่าเชื่อว่าเวลาเค้ามีความรัก เค้าก็ดูเหมือนเป็นคนละคน” ดงวานพูดพลาง หันไปมองเพื่อนที่ยังนั่งเงียบอีกคน นาน ๆ ครั้งจะยิ้มหรือพูดอะไรขึ้นมาซักคำ

“แล้วนายล่ะ จอนจินโทรมาบ้างรึเปล่า”

“อืม โทรมา”

“ไม่ใช่แค่ไอ่ริคหรอกหมอ เดี๋ยวนี้จอนจินเองก็เปลี่ยนไปมากตั้งแต่คบกับคุณเฮซอง ผมอยากขอบคุณคุณมานานแล้วนะแต่ยังไม่มีโอกาสซักที งั้นก็ขอบคุณวันนี้เลยละกัน ขอบคุณมากครับ” มินอูพูดน้ำเสียงจริง ๆ อีกทั้งรอยยิ้มที่แทนความรู้สึกอย่างที่พูดออกมาจริง ๆ มันทำให้เฮซองเลิ่กคิ้วด้วยความสงสัย

“ขอบคุณผม”

“ครับ จอนจินเค้าอยู่ท่ามกลางการโดนเอาใจน่ะ มันเลยออกจะตามใจตัวเองแล้วก็เอาแต่ใจ แต่ ดูมันเดี๋ยวนี้สิ พยายามตั้งใจทำงาน ทำตัวดูมีคุณค่าขึ้นเยอะ ยอมกระทั่งกลับไปอเมริกาเพื่อพี่ชายตัวเอง”

“ไปอเมริกา.. เพื่อ..เอริคนะเหรอ นี่มินอูพูดเรื่องอะไร”

“ฮึ ๆ คงยังไม่รู้สินะครับ”

แล้วเรื่องราวต่างๆ ที่ยังคาใจเฮซองอยู่นานก็ถูกถ่ายทอดออกจากปากของมินอูจนหมด หากว่าการคาดเดาของเค้าไม่ผิด ความไม่เข้าใจของสองคน ยังไม่ถูกทำให้กระจ่างขึ้นซักเท่าไหร่ แต่หลังจากรู้แล้วจะเป็นยังงัยต่อไปก็คงต้องลองดู แต่แล้วการสนทนาก็หยุดลงเพียงแค่นั้นเมื่อเอริคและแอนดี้เดินกลับมา และตั้งแต่วินาทีนั้นในหัวสมองของเฮซองก็มีงานให้ต้องคิด คิดจนเค้าเองก็เริ่มควบคุมสมองตัวเองไม่ไหว

“เฮซองครับ อย่าหาว่าผมสอนเลยนะ แต่การที่เราจะเดินทางไกลหรือวิ่งมาราธอน คุณคิดว่าระหว่างแบกสัมภาระหนัก ๆ ไว้บนหลัง กับการที่เราวิ่งไปตัวเปล่าอย่างไหนเราจะวิ่งไปได้ไกลกว่ากันครับ สิ่งที่คุณกำลังกังวลทั้งหมดนั่นแหละ ที่มันทำร้ายตัวคุณเอง ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ไม่เคยเกิด และจะไม่เกิดถ้าคุณจัดการกับความรู้สึกของตัวคุณเองได้”

เอริคทรุดตัวลงนั่งที่ มองการสนทนาอย่างงง ๆ ส่วนเฮซอง แค่เพียงแต่เงียบ

“ผมชักไม่ไหวแล้วล่ะ เอาเป็นว่าคืนนี้ผมขอตัวก่อนและกัน เชิญทุกคนต่อนะครับ ขอโทษด้วย”

“อ่าว จะกลับและเหรอครับ” เอริคลุกขึ้นยืนอีกครั้งทันที

“ครับ ขอบคุณเอริคสำหรับมื้อนี้ และก็ฝากแอนดี้ด้วยละกัน เอ่อ ถ้าเมามาก คุณก็เรียกแท็กซี่นะครับ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมแทบไม่ได้แตะเลย”

“ไปนะมินอู ขอบคุณคุณมาก ไปนะไอ่หมอ”

“เดี๋ยวชั้นเดินไปส่งนายที่รถนะ” ดงวานลุกขึ้นยืนเดินตามเฮซองออกไป มินอูมองตามร่างคนทั้งสอง ดูเค้าก็คิดหนักไม่ต่างกันเลย


ทั้งคู่เดินเงียบกันมาจนถึงรถตัวเอง เค้าทรุดตัวลงใช้หลังพิงตัวรถไว้ด้วยความเหนื่อยอ่อน ดงวานยืนมองเพื่อนด้วยความรู้สึกที่ยากจะพูดก่อนเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ และเอื้อมมือมากอดคอเพื่อนไว้

“เป็นอะไรไปวะ”

“ชั้นไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย ไม่เคยรู้เรื่องเค้า ไม่เคยรู้เรื่องงานของเค้า ชั้นรู้ว่าเค้ามีปัญหา แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากมายเลย ทำไมเค้าไม่บอกชั้น ชั้นเฝ้าแต่คิดว่าที่เค้าไปอเมริกา เพราะเค้าอยากเอาคืนชั้นเรื่องแอนดี้ซะอีก ชั้นมันแย่ แย่จริง ๆ”

“จะโทษตัวเองทำไมวะ นายไม่ผิดซะหน่อย ไหวมั้ย ให้ชั้นไปส่งนายดีกว่า”

“ไม่เป็นไรหรอก”

“แน่นะ สีหน้านายดูไม่ดีเลย”

“อืม ตอนนี้ชั้น ... ชั้นก็แค่สับสน เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง”

“อย่าคิดมากนะ มินอูบอกว่าอีกไม่นานจอนจินก็กลับมา ไว้ถึงตอนนั้น ถ้านายอยากรู้หรือสงสัยอะไร นายก็ถามเค้า ก็แค่ถาม ทำได้ใช่มั้ย”

“อืม แต่ชั้นก็เคยถามเค้านะ แล้วทำไมเค้าถึงไม่บอก”

“จอนจินเค้ารักนายนะเฮซอง ตอนเค้าพูดคำนี้กับชั้น ชั้นก็เชื่ออย่างสนิทใจทีเดียว เค้าอยากใช้ความรักของเค้าช่วยเยียวยานายให้หายจากสิ่งที่นายเป็น ซึ่งเค้าเองก็ไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง แม้บางครั้งเค้าเองก็เหนื่อย แต่เค้าบอกชั้นว่า เค้าจะพยายามต่อไป”

“เค้าบอกนาย แต่เค้าไม่บอกชั้น”

“นึกดูดี ๆ สิ ว่าเค้าเคยบอกรึเปล่า หรือนายลืมมันไปเอง”

ใช่สินะ เค้าบอก บอกอยู่ทุกวัน พูดอยู่เสมอ ทำไมมันถึงไม่ซึมซาบเข้าสู่หัวสมองบ้างเลยนะ เฮซอง ... นายเป็นอะไรไปแล้ว ...

“ทำไมชั้นถึงเป็นแบบนี้นะ”

“นายไม่ได้เป็นอะไรนะ นายน่ะปกติ เพียงแค่นายกังวลกับมันเกินไป นายอยู่ด้วยตัวเอง ตัดสินใจทุกอย่างด้วยตัวเองมาตั้งแต่นายยังเด็ก แต่เรื่องความรักมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน มันไม่แปลกถ้าจะทำให้นายเกิดความไม่มั่นใจ กังวล หรือกลัว แล้วยิ่งความรักนั้น...อืม อย่างที่นายรู้น่ะ มันมีโอกาสเกิดกับใครก็ได้ ไม่ใช่แค่นายหรอก และสำหรับเรื่องแอนดี้ นายก็คงต้องเลิกกังวลมากไปได้แล้ว ชั้นว่าเอริคก็ไม่ได้เลวร้ายนี่ …ใช่มั้ย”

“งั้นเหรอ”

“หรือไม่ใช่ล่ะ”

“อืม! คงใช่ ...ชั้นกลับก่อนนะ”

“อืม พักผ่อนเถอะ อย่าคิดมาก มันยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ขับรถดี ๆ ล่ะ แล้วจะโทรหา”


…………


สิ่งที่ได้รับรู้ไปเมื่อคืน เหมือนจะทำให้ความคลุมเครือในใจบรรเทาเบาบางลงไปพอดู แต่นั่นยิ่งเหมือนเป็นการย้ำให้รู้ถึงความผิดพลาดของตัวเอง ทำไมความคิดของเราเอง มันมักอยู่เหนือการควบคุมของเราเสมอ จนแล้วจนรอดเค้าก็ทำมันไม่สำเร็จซักที

((ผมทำให้พี่เลิกคิดไม่ได้ แต่ผมกำลังพยายาม ..จนผมก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วเหมือนกัน)) ประโยคนี้เหมือนลอยเข้ามาในหัว เค้าเคยได้ยินมันจากปากจอนจินหรือเปล่า ทำไมมันช่างเลือนรางเหลือเกิน

“พี่ซองกี้ ดื่มอีกแล้วเหรอฮะ” แอนดี้ซึ่งเพิ่งกลับมา เค้าเห็นพี่ชายตัวเองนั่งเงียบ ๆ อยู่ตรงระเบียง จึงเดินเข้ามาทักทาย

“อ่าว แอนดี้ กลับเร็วจัง”

“พี่ริคมีธุระน่ะฮะ วันนี้เลยไม่ได้ไปไหน” แอนดี้นั่งลงข้าง ๆ พี่ชายเค้า สีหน้าและรอยยิ้มสดใส ทำเอาคนมองต้องยิ้มตามด้วยความเอ็นดู

“ชั้นคิดว่านายอยากใช้เวลากับเอริคเยอะ ๆ ซะอีก อีกไม่นานนายก็จะไปแล้วนี่”

“ฮะ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ไม่เห็นต้องเจอกัน 24 ชั่วโมงก็ได้”

“เอริคเค้าดูรักนายนะ เมื่อคืนชั้นเห็นเค้าเอาใจนายน่าดู”

“ฮึ ๆ พี่ริคเค้าก็เป็นงั้นแหละฮะ อาจจะเลี่ยนผิดมนุษย์ไปนิด”

“ก็ดีแล้ว นายมีความสุข ชั้นก็ดีใจ”

“พี่ล่ะฮะ เป็นอะไรไปรึเปล่า ช่วงนี้ดื่มหนักทุกวันเลย มีอะไรบอกผมได้นะ ถึงผมจะช่วยอะไรพี่ไม่ได้ แต่อย่างน้อย พี่ใช้ผมเป็นที่ระบายก็ได้”

“เปล่าหรอก” ความเรียบเฉยในน้ำเสียง ต่างกันสิ้นเชิงกับปฏิกิริยาที่แอนดี้มองเห็นตอนนี้
...
..

“งั้น .. ของขวัญของผมที่พี่เคยสัญญาจะให้ ผมขอทวงตอนนี้ได้มั้ย”

“เอาสิ นายอยากได้อะไรล่ะ” เฮซองวางแก้วลงบนโต๊ะ หันหน้ามาฟังแอนดี้อย่างตั้งใจ

“ผมอยากให้พี่มีความสุข ฉะนั้นอะไรก็ตามแต่ที่พี่ทำแล้วมีความสุข ผมก็อยากให้พี่ทำมันฮะ”

“นายหมายความว่าไงน่ะ ชั้นก็มีความสุขนี่ไง มีความสุขที่มีน้องชายน่ารัก ๆ อย่างนายไง แอนดี้” เฮซองเริ่มมีสีหน้าฉงนในคำพูดนั้น

“ผมหวังว่าพี่คงไม่โดนความรักทำร้ายอยู่หรอกนะฮะ”

“ความรัก.. ทำร้ายเหรอ ทำไมนายคิดแบบนั้นล่ะ”

“ไม่รู้สิ แล้วถ้าไม่ใช่ มันคือเรื่องอะไรล่ะฮะ พี่ไม่มีอะไรอยากบอกผมเหรอ อีกหน่อยผมก็ไม่อยู่แล้วน๊า”

เฮซองตั้งใจจับจ้องไปยังใบหน้าของน้องชายตัวเองให้ชัดเจนอีกที เพราะแอลกอฮอล์หลายแก้วที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดตอนนี้หรือเปล่านะ ใบหน้าแอนดี้ตอนนี้ถึงพร่ามัวเหลือเกิน เค้ากระตุกยิ้มอย่างเจ็บปวดนิดหน่อย ก่อนจะหลับตาตัวเองลงเพื่อคิด .. คิดถึงอะไรบางอย่าง

“นายรู้อะไรมั้ย ครั้งก่อนตอนที่ชั้นรู้เรื่องนายกับเอริค ชั้นหัวชนฝาที่จะคัดค้านการคบกันของนายสองคนชั้นเคยตะคอกเสียงดังหาว่านายโกหกและปกปิดเรื่องนี้กับชั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว ชั้นก็มีอะไรปิดบังนายอยู่ด้วยเหมือนกัน”

“เรื่องพี่กับพี่จินใช่มั้ย” เฮซองลืมตาโพรงขึ้นมาทันทีที่จบประโยค แต่สีหน้าของแอนดี้ กลับมีเพียงรอยยิ้มบางๆ เท่านั้น

“นายรู้เรื่องนั้นเหรอ”

“ฮะ ผมรู้มาซักพักแล้ว”

“ใครบอกนายล่ะ จอนจินสินะ”

“ไม่ใช่หรอกฮะ ผมสังเกตเอาน่ะ”

“สังเกต!”

“ก็ตั้งแต่ตอนที่พี่ไม่สบายนั่นแหละ พี่จินน่ะ เค้าดูแลเอาใจใส่พี่ผิดปกติ ผมจะป้อนข้าวพี่ เค้าก็ไม่ยอม ผมจะนอนเฝ้าพี่ เค้าก็ขอเฝ้าเอง แถมยังทำโจ๊กเองซะด้วย พี่มินบอกผมว่า พี่จินน่ะ เคยทำได้ดีที่สุดก็แค่ชงกาแฟ อย่าเอ่ยถึงไข่เจียวซักเชียว นั่นน่ะ สุดฝีมือเค้าแล้ว และถ้าไม่มีอะไรจริงๆ เค้าก็ไม่เห็นต้องเป็นห่วงพี่ซะขนาดนั้นหรอก จริงมั้ยฮะ”

“เค้าทำที่ไหนล่ะ มันก็แค่โจ๊กกึ่งสำเร็จรูป”

“ใครบอกพี่ล่ะ กับข้าวของผมน่ะเป็นอาหารกล่องที่พี่เค้าตระเวนซื้อมาจากทุกร้านแถวนี้เพราะกลัวว่าผมจะไม่ถูกปาก แต่ของพี่น่ะ เค้าลงมือทำเองทุกมื้อเลยนะ พี่รู้มั้ย เช้าวันที่พี่ป่วย เค้าโทรมาหาพี่มิน ถามถึงวิธีการทำโจ๊ก ผมก็ยืนอยู่กับพี่มินด้วยตอนนั้น ผมก็เลยได้รู้ว่าพี่ป่วย พี่มินบอกให้ซื้อเอา แต่เค้าก็ยืนยันที่จะทำเอง”

“แต่เค้าบอกชั้นว่ามันเป็นโจ๊กซองนะ”

“เค้าคงไม่อยากให้พี่กินไม่ลงล่ะมั้ง”

“งั้นเหรอ”

“ฮะ ตอนเค้าไปอเมริกา เค้าก็โทรมาหาผมทุกวัน ถามว่าพี่เป็นไงบ้าง บอกว่าให้ดูแลพี่ให้ดี แถมบอกด้วยว่าถ้าพี่ดื่ม ให้แบกพี่ขึ้นนอนด้วย เพราะพี่ชอบหลับในรถ ผมก็เลยยิ่งสงสัย หลังจากนั้นผมก็ถามพี่ริค”

“แล้วเอริคก็บอกนายงั้นเหรอ”

“จริงๆ เค้าก็ไม่อยากบอกหรอกฮะ แต่ผมมีข้อแลกเปลี่ยน พี่ริคน่ะ เค้าชอบข้อแลกเปลี่ยน”

“ข้อแลกเปลี่ยน! อะไรเหรอ”

“อันนี้บอกไม่ได้หรอกฮะ มันเป็นความลับ” แอนดี้ยิ้มอาย ๆ อีกครั้ง
…
..
.
“นายรู้อย่างนี้แล้ว ..ชั้นยังคงเป็นพี่ชายที่นายภูมิใจอยู่อีกรึเปล่า แอนดี้”

“ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะฮะ พี่ก็ยังเป็นพี่ซองกี้ เป็นพี่ที่เก่งและใจดีที่สุดในโลกเหมือนเดิมนั่นแหละ” แอนดี้ลุกจากเก้าอี้ไปหาพี่ชายตัวเอง เค้าทรุดตัวลงนั่งคุกเข่ากับพื้น วางศีรษะตัวเองไว้ตรงตักเฮซอง พร้อมกุมมืออีกคนไว้แน่น

สายลมยังคงพัดเย็นสบายต่อไปเรื่อย ๆ และมือที่กุมอยู่ ก็ยังคงมีความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วระหว่างคนทั้งสอง
...
..
.
“ชั้น .. ขอโทษ ชั้นไม่ควรจะปิดนายเรื่องนี้ แต่ .. ชั้นกลัว ชั้นกลัวสายตาที่นายมองชั้นมันจะเปลี่ยนไป”

“พี่ฮะ ทำไมพี่คิดแบบนี้ ผมก็มีความรักแบบที่พี่มีเหมือนกันนะ พี่น่าจะรู้สิ ว่าผมก็เข้าใจมันดี”

“นั่นสินะ หลายต่อหลายหนที่ชั้นอยากบอกนาย แต่ชั้นก็ขี้ขลาด ทำไมทุกสิ่งทุกอย่างที่ชั้นทำมันดูเหมือนจะผิดพลาดไปซะทุกทีก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่ชั้นเองต่างหาก ต้องเป็นคนที่ควรเข้าใจนาย ชั้นมันเป็นพี่ที่ไม่เอาไหนจริง ๆ”

“เรื่องนั้นพี่ไม่ผิดหรอกฮะ พี่เป็นห่วงผม ผมรู้ ส่วนเรื่องพี่จินมันยังไม่สายหรอก พี่จินรักพี่มากนะ ตลอดเวลาที่ผมอยู่กับเค้า ถึงแม้ว่าผมจะยังไม่รู้ก็เถอะแต่ผมก็สังเกตได้ พี่จินเค้าเป็นน้องที่โดนตามใจมาตลอด ถ้าเค้าไม่รักพี่ เค้าไม่ใช่คนที่ต้องมาทำอะไรแบบนี้หรอกฮะ”

เป็นอีกครั้งแล้ว ครั้งที่เท่าไหร่ก็เกินจะนับ แม้การกระทำทุกอย่างมันจะแสดงออกมาแทบตลอดเวลาถึงความรักและความห่วงใย และเค้าก็รับรู้มันได้เสมอ แต่ทำไม ทำไมเค้าถึงยังคงไม่เชื่อในความรู้สึกนั้นของตัวเอง ไม่เชื่อในคำพูดที่พร่ำบอกตัวเองอยู่ทุกวัน ไม่เชื่อในการกระทำที่มันแสดงออกจะโจ่งแจ้งของคนที่เค้ารัก แต่กับคำพูดของมินอู ดงวานหรือกระทั่งแอนดี้ มันกลับทำให้ตัวเองก่อความเชื่อมั่นขึ้นมาเป็นปราการหนาแน่นได้นะ ทำไม.. หรือเป็นเพราะเค้าเลือกที่จะเชื่อคนรอบข้างมากกว่าความรู้สึกของตัวเองอย่างนั้นเหรอ

“จอนจินเค้าคงเหนื่อยใจกับชั้นมากพอดูเลยนายว่ามั้ย แอนดี้”


……………..


ในห้องทำงานของเอริค แอนดี้นั่งเล่นนอนเล่นผ่านไปครึ่งวันจนชักเบื่อ เอริคก็กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานของเค้าให้เรียบร้อย อีกไม่นานต้องไปส่งแอนดี้ คงใช้เวลาเป็นอาทิตย์อยู่ที่โน่น ฉะนั้นงานทางนี้ก็ต้องเรียบร้อยซะก่อน จะได้ไม่มีอะไรให้ต้องห่วงมากนัก นาน ๆ ซักครั้ง ถึงได้เหลือบไปมองอีกคนที่นอนแกร่วบนโซฟาฟังเพลงกระดิกขาไปอย่างสบายอารมณ์ นี่คือการใช้เวลาว่างของคนที่จะไปเรียนต่อรึเนี๊ยะ ..

“เบื่อรึยังแอนดี้”

“ก็ถ้าบอกว่าเบื่อ พี่จะทำไงล่ะฮะ”

“ก็ถ้าเบื่อ ชั้นจะได้หากิจกรรมให้นายทำแก้เบื่อน่ะสิ”

“บ้า กิจกรรมไรของพี่น่ะ”

“ลองดูมั้ย เผื่อจะหายเบื่อ” เอริคส่งดวงตาหวานเยิ้มออกแนวเจ้าเล่ห์มาให้ พาลเอาแอนดี้เริ่มหนาว ๆ ร้อน ๆ

“ไม่เอาด้วยหรอก” แอนดี้หันหนีหลบแววตาคู่นั้นทันที ก่อนที่ตัวเองจะลำบาก..

“ออ! ขอไปหาพี่มินได้มั้ยฮะ”

“มีอะไรหรือเปล่า หมู่นี้เห็นนายสนิทกับหมอนั่นจัง ชั้นชักน้อยใจแล้วนะ”

“โธ่! พี่ริคฮะ พี่มินน่ะเพื่อนซี้พี่นะ แล้วผมก็ไม่ได้มีอะไรกับเค้าซะหน่อย แค่คุยกับพี่มินแล้วมันก็หนุกดี บางทีก็มีสาระด้วย ต่างกับเวลาคุยกับพี่”

“แอนดี้ ..”

“โอ๋ ๆ ล้อเล่นฮะ” แอนดี้ลุกเดินจากโซฟาเดินยิ้มแป้นตรงมาหาเอริค

“ผมแค่จะไปคุยธุระกับพี่มินเฉยๆ ฮะพี่ริค ไม่มีอะไรจริงๆ”

“แน่นะ”

“ฮะ”

“...” เอริคยังคงเงียบ มองหน้าแอนดี้ด้วยสายตาอ้อนวอนแปลก ๆ ชอบกล มันเป็นสีหน้าของคนที่กำลังเรียกร้องอะไรซักอย่าง ซึ่งแอนดี้ก็พอดูออก

“งั้นคุยกับพี่มิน แลกกับจุ๊บ 1 ครั้ง โอเคมั้ย”

“แค่นั้นเหรอ”

“แค่คุยนะฮะ จุ๊บก็พอแล้ว”

“งั้น! ก็ได้” แล้วเอริคก็พริ้มตาลง ยื่นหน้าไปตรงหน้าอีกคนนิดหน่อย

“แต่ผมค่อยจุ๊บพี่ตอนที่กลับมาจากคุยกับพี่มินแล้วนะฮะ” แล้วแอนดี้ชิงวิ่งออกไปยังประตูทันที ทำเอาคนที่กำลังเตรียมใจรอรสจูบต้องหงุดหงิด

“ทำไมล่ะแอนดี้ นายต้องยื่นหมูยื่นแมวนะ”

“ก็ขืนจุ๊บพี่ก่อน พี่ก็ไม่ปล่อยผมไปน่ะสิ นานะ เดี๋ยวมาใช้คืนให้ แถมด้วยดอกเบี้ย” แล้วแอนดี้ก็หัวเราะคิกคักก่อนผลักประตูออกไป


ก๊อก ๆ ๆ

“เชิญครับ”

“สวัสดีฮะพี่มิน”

“อ่าว แอนดี้ มาเที่ยวเหรอ” มินอูเงยหน้าขึ้นมาทักทายแอนดี้

“ฮะ มาเที่ยว ความจริงแล้วโดนบังคับมามากกว่า”

“ฮ่ะๆ เอริคมันคงอยากอยู่กับนายตลอดเวลาก่อนนายจะไปเรียนน่ะสิ ว่าแต่มีอะไรกับชั้นรึเปล่า นั่งก่อนสิ”

“ก็มีนิดหน่อยฮะ” แอนดี้เดินตามมินอูไปยังโซฟาชุดเล็กที่วางอยู่ในห้องทำงาน

“อ่ะ มีไร”

“เรื่องพี่จินน่ะฮะ พี่มินพอรู้ป่ะว่าพี่เค้าจะกลับเมื่อไหร่ วันก่อนโทรมา ผมก็ถาม แต่เค้าบอกผมว่ายังไม่รู้”

“อืม ข่าวว่าอยู่ในระหว่างโดนกักตัว นายจะรู้ไปทำไมเหรอ”

“ก็พี่ซองกี้สิฮะ ผมว่าถ้าพี่จินรีบกลับมาตอนนี้ พี่ซองกี้น่าจะดีขึ้น”

“งั้นเหรอ”

“ฮะ เราจะทำไงกันดีฮะพี่มิน”

“อืม งั้นเรื่องนี้ไว้ชั้นคิดก่อนละกัน คิดออกแล้วจะบอกนายทันที ดีมั้ย”

ตื๊ดดดดดดดดดด ~~

มินอูหันไปมองโทรศัพท์สายในบนโต๊ะของเค้าที่ดังขึ้น ก่อนจะลุกขึ้นไปรับ

“ครับ”

“คุณมินอู สายจากท่านประธานค่ะ”

“ขอบคุณครับ”
...
..
.

((นี่ ไอ่มิน บอกแอนดี้ด้วย ว่าหมดเวลาแล้ว รีบกลับมาได้แล้ว ไม่งั้น ไม่ใช่แค่ดอกเบี้ย แค่นี้แหละ ออ เร็ว ๆ ด้วยนะ))

ตื๊ดดดดดดดด~~

มินอูมองโทรศัพท์ที่ยังกำอยู่ในมืออย่างงง ๆ

“ไอ่บ้านี่ อะไรของมันวะ”


..................


เช้ามืดที่อากาศยังหนาวเหน็บในอีกหลายอาทิตย์ต่อมา

ตื๊ดดดดดด .. ตื๊ดดดดดดดดด..

เสียงกริ่งหน้าประตูในเวลาที่ฟ้ายังไม่สว่างแบบนี้ ช่างเป็นการทำให้คนที่ยังรู้สึกไม่ปกติดีต้องหงุดหงิดหัวใจ เฮซองลุกจากเตียงด้วยความงัวเงีย หันไปมองนาฬิกาบนหัวเตียงที่บอกเวลาตี 5 แล้วพาลหัวเสีย เดินลากรองเท้าแตะออกไปนอกห้อง

ประตูรั้วถูกเปิดออกแล้ว มือเรียวจับลูกบิดประตูบ้านเปิดในอาการที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ แต่ทันทีที่เห็นใครอีกคนหลังประตูบานนั้น ดวงตาที่ง่วงงุนเมื่อครู่กลับเบิกกว้างทันที

“จอนจิน!”






เนื่องจากตอนจบมันยาวมาก มันเรยแปะไม่ได้ฮะบล็อคมันไม่อนุญาตให้แปะ ฉนั้นเลยตัดเป็นสองท่อน ..

คงไม่ทำให้เสียอารมณ์นะฮะ

ขออภัยเป็นอย่างสูง มา ณ โอกาสนี้


Create Date : 13 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 14 พฤศจิกายน 2551 7:43:52 น. 7 comments
Counter : 464 Pageviews.

 
มาเจิมพาสแรก เปนคนแรกให้น๊า พุดดี้บอกไม่ต้อง ขอบจาย เหอๆๆ

ตอนนี้รอใช้สมาธิในการเมนท์ก่อน แระเจอกันอีกทีฮะ


โดย: Tom & Jinny วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:23:37:16 น.  

 
อ้ากกก พี่พุด จบแล้วหรอออ
ขอมาเม้นไว้ก่อนนะคะ ยังไม่ได้อ่าน ต้องลาไปประจวบละค่า
พี่พุด นาส่งหลังไมค์ไป วานช่วยดูหน่อยนะค่า ^^
เด๋วกลับมาตั้งใจอ่านและจะมาเม้นใหม่นะค่า


โดย: นาค่า IP: 124.120.37.17 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:48:44 น.  

 
อ่า จะจบแล้วหรอคะ แปะไว้ก่อนค่ะ
เดี๋ยวตามมาอ่าน กรี๊ดดดดดดดดด
ไม่อยากให้จบ


โดย: keiropi IP: 119.42.82.166 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:43:42 น.  

 
ไม่ได้แวะเวียนมานานฟิคจะจบแล้ว กรี๊ดดดด...
คู่ป๋ากะดี้ก็ยังหวานน่ารักเหมือนเดิม และป๋าก็ดูจะหื่นเสมอต้นเสมอปลาย
ออมม่าก็ดูจะเข้าใจจินแล้วและก็ปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจออกไปได้แล้ว
จะได้มีความสุขสักที

ขอบคุณค่ะ


โดย: carina_jeab IP: 61.90.79.126 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:08:35 น.  

 
ลุ้นจังเลยคู่จินกะซองเนี้ย จะจบยังไงน้า
คู่ริคกะดี้ก็หวานไม่เปลี่ยนเลยนะ


โดย: SarangHyesung IP: 203.155.120.58 วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:47:47 น.  

 
ซึ้งง่ะ สงสารทั้งแม่นก ลูกนก ฮือๆๆ
ว่าจะตั้งสตินิดนึงก่อนอ่านตอน 2 ต่อ
ไม่ได้การล่ะ พระเอกผู้น่าจ๋งจ๋าน มากดกริ่งหัวใจออมม่าแระ
อ่านต่อโลดดดดด

ปล. 1 ต๊ายยย เด๊วนี้อูด้งมีสลับคอนโดกันไปค้างอ้างแรมด้วย กี๊ดๆๆ (แต่เหนื่อยจิ้นต่อเองอีกแระตรู -*-)
ปล. 2 ท่านประธานริค ก็อย่างฮา มีโทร. ตามจิกด้วย ( โอ๊ย โอ๊ย ^^) ชาติที่แล้วสงสัยเป็นไก่ นอกจากจะปากแหลมแล้ว ยังตามจิกน้องดี้เก่งค่อด เหอๆๆ


โดย: duckie IP: 124.121.26.45 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2551 เวลา:19:39:01 น.  

 
ไม่เสียอารมณ์เลยซักนิด และไม่อยากจะบอกเลยพี่พุดเลยว่า หลับหูหลับอ่านอย่างเดี่ยว ไม่ได้ดูเลยว่ามันมีสองตอน 555+ไปอ่านตอนสองก่อนซะงั้น

ทุกคู่ลงล็อคกันหมดแล้ว
เหลือแต่จินซอง คู่นี้คงในไม่ช้าอิอิ


โดย: ket_dd IP: 58.8.121.111 วันที่: 18 พฤศจิกายน 2551 เวลา:6:36:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.