I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
9 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2) #15





Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2)




…15.. เอาคืน..งั้นเหรอ...





แสงสลัววูบวาบในจอทีวี ดึงดูดให้ใครบางคนหยุดนิ่งจนแทบลืมหายใจ สายตาที่พุ่งเป้าไปยังตัวละครอันน่ากลัวในหนังทำให้ลืมสนใจกับสิ่งรอบตัว เค้าไม่รู้เลยว่าบัดนี้มีใครอีกคนย่องเงียบกริบเข้ามาทางด้านหลังของตน

“ออมม่า!!!!!!!!!!!!!”

“เฮ้ยยยย!!!!! ….
……. จอนจิน จะบ้าเหรอ ตกใจหมดเลย” เฮซองทำสีหน้าและน้ำเสียงดุ แต่คนโดนดุหาได้เกรงกลัวไม่ กลับยิ้มแป้นแล้นชอบใจอีกต่างหาก

“ออมม่าดูไรเหรอ”

“ดูหนังน่ะสิ ไม่เห็นเหรอ” ว่าแล้วก็หันมาให้ความสนใจกับทีวีตรงหน้าอีกครั้ง มือเรียว ๆ หยิบเอาป๊อปคอร์นในถ้วยส่งเข้าปากอีกเป็นระยะ ๆ ดังเดิม

“ดูหนังแบบนี้อีกแล้ว เดี๋ยวก็นอนไม่หลับหรอก…” จอนจินทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ กัน ก่อนเอื้อมมือหยิบป๊อบคอร์นในมือของอีกคนมาใส่ปากตัวเองมั่ง

“น้องล่ะฮะ ไม่อยู่เหรอ”

“เอริคมารับไปข้างนอกน่ะ”

“หืม พี่ริคมารับไปงั้นเหรอ.. งี้แสดงว่าเรื่องทุกอย่างก็ลงเอยด้วยดีและใช่มั้ยฮะ”

“ก็...ใช่มั้ง .. ว่าแต่นายหายไปไหนมาทั้งวันเหรอ”

“อยู่บริษัทอ่ะ เสร็จก็ตรงมาที่นี่เลย”

“วันหยุดยังทำงานอีก มีปัญหาอะไรอีกรึเปล่า”

“ไม่หรอกฮะ ก็เรื่องเดิม ๆ ผมจัดการได้”

“งั้นเหรอ” ..

....
..
.
“นึกถึงเมื่อก่อนนะ ตอนที่ผมมาอยู่ที่นี่ ออมม่าดูหนังผีแบบนี้แล้วก็ตกใจกลัว ตลกชะมัด”

“ตลกเหรอ นายเองก็กลัวนิ ใช่มั้ย”

“นั่นสิ แล้วเราจะมานั่งดูทำมัยล่ะเนี๊ยะ”

“ชั้นคิดไว้แล้วว่าวันนี้นายต้องมา ชั้นก็เลยกล้าดูงัยล่ะ”

“แล้วถ้าผมไม่มาล่ะ ออมม่าไม่ต้องนอนกลัวอยู่คนเดียวเหรอ”

“ก็ถ้านายไม่มา ชั้นก็จะโทรตามให้นายมา ไม่เห็นยากเลย”

“นั่นสินะ” จอนจินยิ้มน้อย ๆ ส่งให้อีกคน ยิ้มนี้ทำเอาเฮซองต้องละสายตาจากจอ หันมามองดูหน้าอีกคน ก่อนจะเอนตัวพิงไหล่กว้างนั่น แล้วต่างคนต่างก็หันมาให้ความสนใจกับภาพในจอทีวีอีกครั้ง

จนกระทั่งผ่านไปอีกนาน
...
..
..

“ทำมัยออมม่าถึงรักผมนะ อยากรู้จัง” จู่ ๆ จอนจินก็พูดขึ้น

“ทำมัยเพิ่งจะมาอยากรู้ล่ะ”

“ไม่รู้สิ อยู่ดี ๆ ก็อยากรู้”

“อืม … เมื่อก่อนชั้นอาจจะแค่สงสารนายมั้ง ตอนนั้นนายน่ะ เหมือนลูกเป็ดหลงทางเลย ..แต่..ทำไปทำมา ไม่รู้มันเกิดอะไรขึ้นเหมือนกัน .......แล้วนายล่ะ”

“ผมเหรอ ก็พี่น่ะสิ ตามตื้อผม ผมเลยต้องรับรักพี่งัยล่ะ”

“นี่ จอนจิน ใครไปตามตื้อนาย...” เฮซองดึงตัวกลับหันมองหน้าอย่างเอาเรื่อง

“ใครก็ไม่รู้ แถว ๆ นี่แหละ ...ก็หรือไม่จริงล่ะ

....โอ๋ ๆ อย่างอนสิ ผมล้อเล่น” จอนจินดึงตัวเฮซองที่ตอนนี้ทำหน้างอนตุ๊บป่องเป็นปลาทองอมน้ำ ให้นอนลงมาบนตักตัวเอง

“ทำมัยผมถึงรักพี่น่ะเหรอ อืม !! ...”

.... แล้วจู่ ๆ ความเงียบก็เข้ามาจู่โจมระหว่างทั้งคู่อย่างไม่ทันตั้งตัว
...
.

มันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่สมควรจะขุดคุ้ยซักเท่าไหร่เพราะแค่คิดถึงมันขึ้นมา หัวใจของเฮซองก็โหวงเหวงผิดปกติ ...ผิดปกติจนคนที่ให้หนุนตักอยู่เริ่มสังเกตเห็น


ถึงแม้ว่า ใจของเค้าตอนนี้จะมีออมม่าคนนี้อยู่เต็มหัวใจ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ ว่าแอนดี้คือรักแรกของเค้า แม้จะเป็นแค่เพียงรักข้างเดียวก็ตาม สิ่งนี้หรือเปล่าที่คอยรุมจ้องทำร้ายใครอีกคนให้เจ็บ แม้เพียงแค่นึกถึงมันขึ้นมาก็เป็นได้ เค้าพยายามที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดสำหรับความรักของเราทั้งสอง และเค้าก็พยายามเข้าใจว่ามันก็ไม่ง่าย ที่จะไม่ให้ใครคนนี้คิดถึงมันเลย

จอนจินเลื่อนมือตัวเองมากุมมือเรียว ๆ ของเฮซองไว้ ก้มหน้าตัวเองจดริมฝีปากสัมผัสกับริมฝีปากบางๆ ของคนบนตักตนอย่างแผ่วเบา ก่อนจะถอดริมฝีปากออก ดวงตาที่ปกติฉายแววมุ่งมั่นและกล้าแข็งของคนตรงหน้าคนนี้ ตอนนี้มีอาการหวั่นไหวนิดหน่อย เพียงแค่นี้ก็คงบอกเค้าได้ดีแล้วว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา มันยังพิสูจน์อะไรไม่ได้มากนัก

“ผมรักพี่ ก็เพราะว่าผมรักพี่งัย ไม่มีเหตุผลอื่น..และก็ไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลซักหน่อย”

เฮซองเองก็คงเข้าใจความคิดนี้เหมือนกัน มันเป็นความกังวลที่แม้จะพยายามลบยังงัยมันก็ไม่ออก เค้าไม่ต้องการให้จอนจินรับรู้ความรู้สึกนี้ เพราะตลอดเวลาทุกสิ่งที่เค้าได้รับมานั้น นั่นก็คือสิ่งที่มีค่ามากมายอยู่แล้ว เค้าจะยังต้องการเรียกร้องอะไรมากกว่านี้อีกหละ แม้มันจะเริ่มต้นอย่างไม่สวยหรู แต่ขอเพียงมันดำเนินต่อไปและจบอย่างสมบูรณ์แบบก็เพียงพอแล้ว

เฮซองเอื้อมมือขึ้น ใช้นิ้วเกี่ยวสร้อยคอเส้นเล็ก ๆ ที่ห้อยออกมานอกเสื้อจอนจินรั้งให้ใบหน้าที่เพิ่งถอยห่างตัวเองเมื่อครู่โน้มกลับเข้ามาใกล้ๆ กันใหม่ ก่อนบรรจงจูบดูดดื่มซ้ำลงไปที่เดิมอีกครั้ง เค้ารู้ดี ว่าความพยายามในตัวของคนที่เค้ารักมีมากแค่ไหน อย่างน้อยคน ๆ ก็พิสูจน์ให้เค้าเห็นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ความรู้สึกของคนเรามันไม่ใช่เรื่องที่จะควบคุมให้เป็นไปได้ดังใจซะทุกอย่าง อยากบอกออกไปเหลือเกิน ว่าตัวเองรักและแคร์มากมาย อยากบอกว่าอบอุ่นทุกครั้งที่มีอีกคนอยู่ใกล้ๆ กันแบบนี้ แต่นั่นแหละเค้าอาจเป็นคนที่แสดงออกไม่เก่งก็เป็นได้


และในขณะที่ลิ้นร้อน ๆ ของทั้งคู่ หยอกล้อกันอย่างหวานชื่น เพื่อสร้างเกราะแห่งความเชื่อมั่นให้กันและกันอยู่นั้น


“พี่ซองกี้ฮะ กลับมาแล้ว”

ตุ๊บ!@!# โอ๊ยยยยยยยยยย!!! ... ร่างที่นอนบนตักเมื่อครู่ กลับล่วงหล่นลงพื้นดังอั๊ก เพราะอาการตกใจอย่างไม่คาดคิดว่าจะมีใครอื่นโผล่มาเอาตอนนี้ เฮซองลงไปจ้ำเบ้ากะพื้น มือสองข้างจับสะโพกที่กระแทกอย่างจัง กลั้นเสียงโอดครวญไว้ ส่วนจอนจินได้แต่แอบขำ

“อ่าว พี่ แล้วมัยไปนั่งบนพื้นงั้นล่ะ” แอนดี้เดินเข้าบ้านมา พาลฉงนในภาพที่เห็น


“อ๋อ ป๊อบคอร์นมันหล่นน่ะ ชั้นเลยนั่งเก็บ” เฮซองตอนเลี่ยง ๆ ทำเอาคนบนโซฟายิ่งขำไปใหญ่ แต่ต้องหุบปากลงทันทีเพราะสายตาดุ ๆ ที่ส่งมาให้

“งั้นเหรอฮะ ทำอะไรกันอยู่เหรอ ดูหนังผีอีกและล่ะซิ”

“สวัสดีครับ คุณเฮซอง”

เพราะมัวแต่เจ็บกับการกระแทก และหมั่นใส้ไอ่คนที่เอาแต่ขำ เฮซองจึงไม่ทันได้สังเกตว่าแอนดี้ไม่ได้มาคนเดียว

“อ่าว สวัสดีครับคุณเอริค”

“สองคนนี่งัยอ่ะ ยังเป็นพิธีการกันอีก..” จอนจินเอ่ยทักขึ้นมา ทำเอาทั้งคู่ตีสีหน้าไม่ถูก

“นั่นสินะ ต่อไปคุณเรียกผมว่าเฮซองแล้วกัน ดีมั้ยครับ”

“ครับ”

หน้าที่แดงของเฮซองตอนนี้ ไม่เพียงแค่เจ็บ แต่เป็นอาการอับอายขายหน้าที่สุด ที่เผลอทำอะไรบ้า ๆ ให้เอริคเห็น

“เอ่อ ทานข้าวกันมารึยังล่ะ”

“ยังหรอกฮะ ผมชวนพี่ริคมาทานข้าวด้วย ไม่เป็นไรใช่มั้ยฮะพี่ซองกี้”

“ไม่เป็นไรหรอก เพียงแต่ชั้นไม่คิดว่านายจะกลับเร็ว งั้นชั้นไปเตรียมอาหารให้ก่อนละกัน เอ่อ ตามสบายนะเอริค”

ว่าแล้วเฮซองก็ลุกจากเก้าอี้ขอตัวเข้าครัวไปเตรียมอาหารอย่างรวดเร็ว

“ออมม่าฮะ..ผมช่วย ..”

“ทำมัยนายไม่นั่งคุยกับเอริคล่ะ”

“อยากช่วย” ยิ้มแป้นส่งให้แบบนี้อีกแล้ว ไม่ให้ช่วยก็ใจดำแหละนะ

“งั้นก็ตามใจ” จอนจินเดินตามร่างบางที่จ้ำอ้าวเข้าไปในครัวทันที


เหลืออีก 2 คนหน้าทีวี ที่ก็ไม่รู้จะทำอะไรเหมือนกัน เอาแต่ผลัดยิ้มให้กันไปมาอยู่แบบนั้น

“อืม!~~~ งั้นพี่ริคเล่นเกมส์รอข้าวเป็นเพื่อนผมนะ”

“ได้สิ”

สองคนหน้าทีวี ก็เลยหันมาดุเดือดกะเกมส์บนหน้าจอ

....ส่วนสองคนในครัวน่ะเหรอ

“นี่จอนจิน นายมาช่วยหรือนายมาป่วนชั้นกันแน่เนี๊ยะ ใส่ลงไปทำมัย เดี๋ยวก็กินไม่ได้เค็มตายเลย”

“อ่าว ไม่รู้นี่น่า”

“นี่ หยิบซอสหน่อย”

“ไหนอ่ะ”

“ที่ถืออยู่นั่นงัย เร็วสิ จะข้นแล้ว”

“ออมม่าต้องเต้นท่าปูให้ดูก่อน”

“นี่!! จอนจิน จะบ้าเหรอ เร็ว ๆ เดี๋ยวมันไหม้”

“ไม่ให้ เต้นท่าปูก่อนสิ” คนถือขวดซอสทำหน้าตาย ยึดขวดไว้แน่นราวกับมือตุ๊กแกแบบนี้ สงสัยจะเอาจริงแฮะ

“ท่าปูอะไรของนายอ่ะ ปูมันเต้นได้ด้วยเหรอ”

“ไม่รู้จักเหรอท่าปูเหรอ เต้นงี้อ่ะ นี่ ๆ ๆ crab dance” จอนจินเลยทำท่ายึก ๆ ยัก ๆ หนีบมือสลับเท้าไปมาสาธิตให้อีกคนดู ส่วนเฮซองได้แต่ยืนมอง ขำก็ขำ จะโมโหก็โมโห

“นายเนี๊ยะนะ อ่ะ!! เต้นก็เต้น งี้ใช่มั้ย ...
... พอยัง ส่งมาได้และ” อายก็อายนะ แต่เอาน่ะ ไม่เต้นเดี๋ยวไม่เป็นอันเสร็จซักที

“ฮึ ๆ ๆ ๆ ออมม่าเต้นเก่งกว่าต้นฉบับอีกนะเนี๊ยะ”

“ถ้าอาหารมื้อนี้กินไม่ได้ ชั้นโทษนาย”

...
..
.
"นี่ ๆ จอนจิน นายว่าซุปนี้มันจืดไปป่ะ ขาดไรมะ" เฮซองหันมายื่นช้อนให้อีกคนที่ตอนนี้ตั้งใจกับการหั่นแตงกว่าให้เป็นรูปหัวใจอยู่อย่างขมักเขม้นชิม

"อืม! ก็ไม่นี่ อร่อยดีออก เอ! หรือจะขาดน้ำตาล"

"ของคาวที่ไหนเค้าใส่น้ำตาลกันเยอะ ๆ เล่า"

"จริง ๆ ผมว่าซุปอ่ะ หวาน ๆ หน่อยอร่อยออก มา เดี๋ยวจัดการให้" จอนจินวางมือจากมีด ตีสีหน้าจริงจังเดินมาใกล้ ๆ เฮซอง ฉวยโอกาสเอาตอนที่อีกฝ่ายสาระวนกะการคน ๆ ซุปในหม้อ เค้าชิงจุมพิตลงบนแก้มหอม ๆ ฟอดใหญ่อย่างรวดเร็ว ก่อนวิ่งเหยาะ ๆ ออกมาให้ห่างจากรัศมีฝ่ามือพิฆาตจะเอื้อมมาตบถึง ส่วนคนที่โดนกระทำ ได้แต่ยืนหน้าแดง อมยิ้มอยู่กับที่

"เล่นอะไรอ่ะ นี่ สนุกมากใช่มั้ย"

"เพิ่มความหวานงัยฮะ ไม่เชื่อออมม่าลองชิมซุปอีกทีสิ รับรองอร่อยกว่าตะกี๊แน่ ๆ ถ้าไม่อร่อยนะ ยอมให้ออมม่าหอมคืนเลย " พูดไม่พูดเปล่า กลับยิ้มยียวนกวนประสาท เล่นเอาพ่อครัว(หรือแม่ครัวหว่า) มองอย่างเหนื่อยใจ ครั้นจะด่ารึก็ไม่ได้ เพราะแอนดี้กับเอริคอยู่ด้านนอก เอาเหอะ ปล่อย ๆ ไปก่อนละกันไม่งั้นคงได้กินข้าวราวเที่ยงคืนเป็นแน่"


"ประสาท"

"ประสาทแล้วทำมัยต้องอมยิ้มด้วยล่ะ"


...
..
.
"ออมม่าฮะ แกงก็เหมือนจะจืดนะ"


"พอเลย จะเล่นอีกนานมั้ยมุกเนี๊ยะ"

"แหะ ๆ ๆ มันจืดจริง ๆ นี่น่า"



เสียงที่ดังครึกครื้นลอยมาเป็นระยะ ๆ จากในครัว ทำเอาเอริคต้องละสายตาจากหน้าจอเกมส์หันไปมองครั้งแล้วครั้งเล่า ผิดกับอีกคนที่นั่งข้าง ๆ กัน ที่ไม่ได้สนใจเสียงอะไรเลย นอกจากการเล่นเกมส์

“แอนดี้...”

“ฮะ”

“พี่ชายนายกับจินนี่เค้าทำไรกันอ่ะ”

“อ๋อ ก็แบบนั้นแหละฮะ เป็นปกติ”

“ปกติเหรอ...”

“เค้าสนิทกันอ่ะ แบบนั้นแหละ อืม! แต่บางทีผมก็แอบคิด ๆ นะ” แอนดี้เริ่มออกอาการสงสัยอะไรบางอย่าง

“คิด .. คิดไรเหรอ” เอริคเริ่มกลืนน้ำลาย หรือแอนดี้เริ่มจะรู้แล้วว่า..

“ก็คิดว่าเค้าเหมือนเป็นแม่ลูกกันจริง ๆ น่ะสิฮะ …
ปล่อยเค้าเหอะ.. พี่ริคเล่นต่อดิ”

“โธ่! เด็กน้อย” เอริคส่ายหน้า หัวเราะเบา ๆ ในท่าทางนั้นของอีกคน ที่เค้าสงสัยไม่ใช่เพราะความสนิทสนมหรอก ก็รู้ ๆ อยู่ว่าความจริงแล้วเฮซองกับน้องชายเค้าเป็นอะไรกัน เพียงแต่ภาพของเฮซองในความคิดเค้า คือคนที่นิ่งเฉยและเงียบขรึมซะมากกว่า

กว่ามื้อค่ำจะเสร็จ เล่นเอาท้องร้องครวญครางแทบต้องถือป้ายประท้วง ปกติถ้าเฮซองทำคนเดียว คงเรียบร้อยไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกแล้ว แต่นี่มีผู้ช่วยป่วนอีกคน เอาน่า อย่างน้อยตอนนี้อาหารมากหน้าหลายตาก็มาวางตรงหน้าทุกคนจนได้

“อาทิตย์หน้านายก็ฝึกงานเสร็จแล้วนี่ใช่มั้ย”

“ฮะ”

“แล้วเรื่องเรียนต่อล่ะ ยังไม่ได้บอกชั้นเลยว่าจะเอางัย”

เคร้งงงงงงงง ~!!!

เพียงแค่ได้ยินประโยคคำถามนี้ ช้อนในมือเอริคก็ร่วงลงพื้นแทบไม่รู้ตัว เค้าก้มหน้าให้เฮซองเป็นเชิงขอโทษก่อนจะหันไปสบตากับคนข้าง ๆ ตัวเอง ตอนนี้แอนดี้เริ่มทำหน้าไม่ถูก

“เอ่อ! เดี๋ยวผมไปหยิบให้ใหม่ฮะพี่” จอนจินลุกขึ้นเดินไปหยิบช้อน เฮซองได้แต่นิ่งมองหน้าแอนดี้ ที่ตอนนี้เอาแต่ก้มหน้าก้มตา

“ผมขอเวลาอีกนิดนะฮะ ผมยังไม่ได้ตัดสินใจเลย”

“อืม เอาเหอะ ไว้พร้อมแล้วก็บอกชั้นและกัน”

ตลอดมื้ออาหาร แม้จะดูเป็นปกติธรรมดา แต่ไม่ใช่สำหรับเอริคแน่ๆ ประโยคเมื่อกี้ เค้าทึกทักเอาเองว่าเฮซองคงต้องการพูดเพื่อย้ำอะไรกับเค้าซักอย่าง

เฮ้อ! ก็นึกว่ามันจะโอเคไปแล้ว คิดถึงอนาคตแอนดี้ไว้สิ นายไม่สมควรจะกักเค้าไว้กับตัว เค้ายังเด็ก ยังมีอนาคตอีกไกลนะ และอเมริกาก็ใกล้แค่นี้ ใกล้แค่นี้

แค่นี้.... จริง ๆ น่ะเหรอ

.......

หลังจากขับรถกลับออกมาจากบ้านในรั้วขาวหลังนั้นแล้ว จุดมุ่งหมายของเอริคก็ไม่ใช่บ้านหรือคอนโดของตน ตอนนี้ใจเค้ารู้สึกแปลก ๆ เหมือนสมองกำลังต้องการตัวช่วย แม้ทางออกที่เค้าคิดไว้มันดีแล้ว และมันก็น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่เค้าควรทำที่สุด แต่ทำมัยเค้ายังคงเหมือนคนขาดความมั่นใจอย่างนี้นะ

“นี่ ไอ่ริค นายมีอะไรใช่มั้ย” ทันทีที่ย่างก้าวเข้าห้อง เปิดประตูตู้เย็นหยิบเบียร์ขึ้นจิบเป็นเรื่องปกติคุ้นเคยเหมือนห้องนี้เป็นบ้านเค้าเองแล้ว แต่ทุกย่างก้าว มีเจ้าของห้องมองตามอย่างอดสงสัยไม่ได้

“นายรู้ได้งัย”

“ก็ถ้านายต้องมานั่งซดเบียร์ทำหน้าขรึมที่คอนโดชั้นนี่ มันคงไม่ได้หมายความว่านายมีความสุขนักหรอกหรือไม่จริง..” นั่นงัย ไม่เสียแรงที่ขับรถมาจริง ๆ แม้จะไม่ได้คำปลอบโยน แต่ไอ้คำถากถาง กระแนะกระแหนทั้งหลายเนี๊ยะ บางครั้งได้ฟังมันก็รู้สึกดีเหมือนกันนะ เอ เค้าเหมือนคนโรคจิตไปมั้ยเนี๊ยะ

“นายนี่ สมควรจะได้รับรางวัลเพื่อนดีเด่นจริง ๆ ว่ะไอ่มิน เดี๋ยวชั้นจะมอบโล่ให้เองเลย ดีมั้ยวะ”

“ฮึ ๆ เก็บไว้เหอะ ไม่ต้องการหรอก ..”

…
...
.
มินอูเดินมานั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวข้าง ๆ กัน เปิดกระป๋องเบียร์ขึ้นจิบบ้าง ทำมัยนะ คนที่มีความรัก เหมือนทุกคนต้องแบกความทุกข์ไปพร้อม ๆ กันด้วย จอนจินก็อีกคน ช่วงกันนั้นก็แทบจะเป็นจะตายไม่ต่างกัน

“...นี่ รู้อะไรมั้ยวะ ไอ้ความรักนี่ มันก็ยากลำบากจริง ๆ นั่นแหละ บางทีมันก็ทำเรารู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออกเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ บางครั้ง มันก็ทำให้เรารู้สึกราวกับว่า กำลังนอนหนุนหญ้าเขียว ๆ อยู่บนทุ่งหญ้าโล่ง ๆ ซักแห่ง นั่นแหละ ความรัก...แต่ตอนนี้ ถ้าให้เดา นายกำลังจะขาดใจตาย เพราะขาดออกซิเจน ใช่มั้ย ..”

“อืม .. จะว่าไปก็ประมาณนั้นแหละ”

“ฉะนั้น นายก็ต้องฮึดด้วยลมหายใจสุดท้าย ว่ายน้ำเข้าหาฝั่งให้ได้ ไม่งั้นนายก็จะจมลง และก็ตายไปในที่สุด..”

“จริง ๆ แล้ว มันก็ไม่ได้ร้ายแรงถึงขนาดนั้นหรอก”

“ถ้างั้น นายก็ต้องถอดอะไรที่มันหนัก ๆ ออกจากตัว หลับตา และก็ปล่อยตัวเองให้ลอยขึ้นมาเหนือน้ำ คราวนี้ก็สุดแต่กระแสลมแล้วกันว่าจะพัดนายออกทะเลหรือพัดนายเข้าฝั่ง”

“ฮึ! ทำมัยต้องพูดให้แปลวะ อะไรที่มันง่าย ๆ น่ะ พูดไม่เป็นรึงัย”

“อ่าว ก็ไม่รู้นี่น่า ว่ามีเพื่อนโง่”

“ไอ่มิน!!!”

“ฮ่ะ ๆ ๆ ชั้นก็เหวี่ยงแห ร่ายรวม ๆ ไปงั้นแหละ ไม่อะไรก็อะไรอย่าง ให้นายไปปรับใช้เองงัย ก็นายไม่ได้บอกชั้นนี่น่าว่ากลุ้มเรื่องไร”

“จะว่าไปชั้นก็ตัดสินใจได้แล้ว เพียงแต่ว่า มันยังแปลก ๆ กับตัวเอง สงสัยชั้นจะลงมืออะไรไม่ได้ถ้าชั้นยังไม่บอกให้นายรู้ล่ะมั้ง”

“นี่! ไอ่ริค ความทุกข์ของนาย เก็บไว้กับตัวนายบ้างก็ได้ ไม่จำเป็นต้องโยนมาให้ชั้นรับรู้ทุกเรื่องหรอกเพื่อน”

"ก็ถ้าไม่งั้น ชั้นจะมีเพื่อนไว้ทำมัยล่ะ ใครวะ เคยพูดไว้"

"อ่าว ชั้นเคยพูดงั้นเหรอ สงสัยตอนนั้นคงละเมอไม่ก็เมา...
..แล้วงัยล่ะ ตกลงมันคือไร"

...
..
.
“เฮซองให้ชั้นช่วยกล่อมให้แอนดี้ไปเรียนต่อที่อเมริกาน่ะ”

“หืม!! ... เมกา!! ก็ดีนี่ นายจะได้กลับไปเยี่ยมพ่อนายบ้าง ไม่ดีเหรอ” มินอูพูดเสียงเรียบ ๆ แต่ทำเอาอีกฝ่ายต้องเหลือบส่งสายตาขวาง ๆ มาให้

“พูดเหมือนนายไม่รู้อะไร”

“เออ รู้ ก็แค่พูดเล่น ... โธ่ ! ว่าและ ทำมัยพี่ชายแอนดี้ถึงใจดีนัก แค่ให้พาน้องไปส่งตรงเวลา อย่ารบกวนเวลาเรียน ที่ไหนได้ อยากจะแยกนายกับแอนดี้ออกจากกันนี่เอง ... จินนี่มันรู้ป่ะ”

“ไม่น่าจะรู้ แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นที่เค้าต้องรู้นี่”

“เผื่อจินนี่จะช่วยได้ แต่ก็ดีและ เดี๋ยวสองคนนั่นก็ได้ทะเลาะกันอีก”

“ทะเลาะกัน ?????...”

“ก็เรื่องนายกับแอนดี้นั่นแหละ”

“จินนี่อ่ะนะ”

“อืม.. รู้ไว้ซะ ว่าน้องนายมันก็ห่วงนายเหมือนกัน”

“ข้อนี้ชั้นก็รู้แหละน่า.. นี่ชั้นมันดูเป็นพี่ที่แย่ขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ก็เปล่านี่ ชั้นแค่อยากให้นายรู้ไว้ ว่าเวลาที่นายแย่ ๆ ยังมีใครบ้างที่เค้าแย่ไปกับนายด้วย ก็แค่นั้นแหละ…
..
.
..แล้วตัดสินใจยังงัยล่ะ เรื่องแอนดี้”

“ก็คงต้องปล่อยเค้าไป ไม่กี่ปีนี่ ใช่มั้ย ยังงัยถ้าชั้นคิดถึงเค้า ชั้นก็ยังบินไปหาได้.... แต่..”

“เอาน่า .. คิดได้ยังงั้นก็ดีแล้ว ถือเป็นการสานสัมพันธ์ เกาหลี-เมกาไปในตัว หรือไม่นายก็ไม่ต้องให้พ่อรู้สิ”

“คิดว่าถ้าชั้นบินไปเมกาเค้าจะไม่รู้งั้นเหรอ”

“รู้แล้วทำงัยได้วะ นายน่ะคิดเองเออเอง ลด ๆ ไอ้ความทิฐิหัวแข็งลงหน่อยเหอะ ลูกชายกับพ่อน่ะ มันก็เป็นงี้กันทุกคู่นั่นแหละ”

“นายอย่ามาทำเก่งในเรื่องที่ตัวเองไม่รู้หน่อยเลยหน่า”

“อ่าว ปากมัน เอาเหอะ ทุกปัญหามีทางออก เค้าไปเรียนต่อ ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นสนุกซะเมื่อไหร่ล่ะ 2-3 ปีน่ะ แป๊บ ๆ อยู่แล้ว เผลอ ๆ นายไปหาพ่อบ่อย ๆ ขี้คร้านพ่อนายจะยกบริษัทที่เมกาให้นายบริหารอีกซักบริษัท คราวนี้ก็สบาย ไม่ต้องเทียวไปเทียวกลับ”

“ไอ่บ้า พูดอะไรวะ”


RRRRRRRRRrr

“หมอโทรมา แป๊บนะ ค่อย ๆ ดื่มล่ะ”

“กลัวชั้นเมาเหรอ”

“เปล่าหรอก เดี๋ยวเบียร์หมดซะก่อนน่ะสิ”



……………..


เมื่อคืนเพราะเอาแต่นอนคิดและตัดสินใจเรื่องแอนดี้ทั้งคืน วันนี้มันเลยทำให้เอริคไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ ไหนจะง่วงนอน ปวดหัว เครียด นึก ๆ ก็อยากเป็นบ้าซะจริงๆ ยิ่งตอนนี้ คนที่นั่งอยู่บนตักตัวเองตรงนี้ ผมนุ่มสีอ่อน ๆ ลำคอขาว ๆ และกลิ่นตัวหอม ๆ นี่อีก มันช่างสวนกระแสกับการตัดสินใจครั้งล่าสุดของตัวเองเหลือเกิน

“แอนดี้”

“ฮะ ทำมัย เมื่อยและเหรอ”

“เปล่า ..เรื่องที่พี่นายพูดเมื่อคืนน่ะ นายว่างัย”

“เรื่องเมื่อคืนเหรอ เรื่องอะไรอ่ะ”

“เรื่องเรียนของนายงัย ตัดสินใจรึยัง”

“อืม! ไม่รู้สิ ผมยังตัดสินใจไม่ได้ แล้วพี่ริคคิดว่างัยฮะ”

“ถ้านายคิดจะเรียนมันเป็นเรื่องดีอยู่แล้ว ชั้นควรจะสนับสนุนนายไม่ใช่เหรอ”

“ความจริง ผมอยากเรียนต่อที่นี่มากกว่า แต่ว่าเมื่อก่อนน่ะ ผมอ้อนพี่เฮซองจะไปเรียนเมืองนอกมานานและฮะ ถ้าตอนนี้ผมเปลี่ยนใจ สงสัยพี่เค้าจะไม่พอใจแน่ ๆ”

“ก็ถ้ารู้งั้นแล้วนายจะทำงัยล่ะ ความจริงเมกาก็ไม่ได้ไกลมากซะหน่อย”

“ไม่ไกลมากเนี๊ยะอะนะ พี่พูดออกมาได้งัยไม่ไกลมาก ไกลมากเลยต่างหาก”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ถึงจะไกลแค่ไหน ยังงัยชั้นก็ไปหานายได้อยู่ดีแหละ”

“แปลว่าพี่อยากให้ผมไป งั้นใช่มั้ย” แอนดี้เอี้ยวตัวมามองอีกคนด้วยสีหน้าผิดหวังนิดหน่อย

…
..
“นั่นมันคืออนาคตนายนะแอนดี้ ชีวิตนายทั้งชีวิต นายอยากให้ชั้นฉุดนายไว้ นายอยากให้ชั้นได้ขึ้นชื่อว่ากลายเป็นคนทำลายอนาคตนายงั้นเหรอ”

“แต่ .. ผมอยู่โน่นผมก็เหงานะ อีกอย่างพี่ซองกี้ก็ต้องอยู่คนเดียว ความจริงแล้ว ผมเรียนไปด้วยทำงานกับพี่เค้าไปด้วย ไม่ดีกว่าเหรอ”

“นายคิดว่าพี่ชายนายต้องการแบบนั้นเหรอ ตอนนี้เค้ายังมีกำลังทำงาน เค้าอยากเห็นนายประสบความสำเร็จในเรื่องเรียน นั่นคือสิ่งทำให้เค้าต้องทำงานหนักอย่างทุกวันนี้งัย นายไม่อยากให้พี่ชายนายภูมิใจในตัวนายเหรอ”

“ก็อยากอยู่หรอกฮะ”

“คิดเอาและกัน โตแล้ว นายตัดสินใจเองได้แล้วนี่”

“แล้ว ...พี่ริคไม่คิดถึงผมเหรอ พี่ทำเหมือนอยากผลักใสให้ผมไปไกล ๆ จากพี่งั้นแหละ”

“ไหนบอกว่าอยากเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ที่ไหนกันเค้าคิดกันแบบนี้ ตลอดเวลาที่ผ่านมานายอยู่กับชั้น ชั้นเหมือนเป็นคนแบบนั้นเหรอแอนดี้” เอริคเริ่มเสียงสูงบ้าง

“ก็ ..ไม่ใช่ฮะ”

“นั่นสิ ไม่ใช่ แล้วงัย”

“ก็แล้วทำมัยพี่ต้องทำเสียงดุด้วยล่ะ”

RRRRRRRR
แอนดี้เริ่มหน้าเจื่อน เค้าลุกขึ้นยืนเดินคอตกออกจากตักของเอริค

“จะไปไหนเหรอ”

“โทรศัพท์ผม ผมขอไปรับโทรศัพท์ ได้มั้ย”

“ก็ไปรับสิ”

“เรื่องแค่นี้ จะมาคำเสียงหงุดหงิดใส่ผมทำมัยเนี๊ยะ” แอนดี้เดินบ่นงุบงิบไปรับโทรศัพท์ของตัวเองที่โซฟา


“ฮัลโหล แอนดี้ นี่พี่หมอนะ”

(อ่า! ฮะ ..หวัดดีฮะพี่หมอ)

“มีเรื่องรบกวนหน่อย ชั้นโทรหามินอูไม่ติดน่ะ เค้าอยู่ที่บริษัทรึเปล่า”

(วันนี้พี่มินต้องไปเจจูนี่ฮะ)

“ไปแล้วงั้นเหรอ ไปกับใคร เห็นเค้าบอกว่าจะไปกับจอนจิน แต่เมื่อเช้าจอนจินอยู่กับเฮซองนี่”

(ออ ใช่ฮะ จริง ๆ เค้าต้องไปกะพี่จิน แต่พอดีพี่จินมีธุระเค้าก็เลยไปคนเดียว)

“ไปคนเดียว”

(ฮะ ไปคนเดียว พี่หมอมีธุระกับพี่เค้ารึเปล่า ผมจะได้ติดต่อให้)

“ออ ไม่เป็นไร งั้นแค่นี้แหละ ขอบใจมากนะ”

(ฮะ)


แค่ไม่กี่ชั่วโมงหลังวางโทรศัพท์จากแอนดี้ ตอนนี้ดงวานก็มายืนอยู่ที่สนามบินบนเกาะเรียบร้อยแล้ว อีกไม่เกินอึดใจ เค้าจะทำให้มินอูเซอร์ไพรส์แล้วสินะ คิดแล้วมุมปากก็ปรากฎยิ้มออกมาอย่างนึกสนุก


โรงแรมที่มินอูบอกไว้เมื่อวาน น่าจะเป็นโรงแรมตรงหน้าเค้าตอนนี้ เรียกได้ว่าใหญ่โตหรูหรามากทีเดียว เค้าก้าวเข้าประตู สอดส่ายสายตามองโน่นนี่ไปเรื่อย ช่วงนี้คงเริ่มก้าวเข้าสู่เทศกาล ผู้คนเลยพลุกพล่านกว่าปกติ เค้าสอดสายตาไปเรื่อย ๆ พลันสายตาก็ประทะเข้ากับคนคุ้นหน้า มินอูนั่นเอง เค้าอยู่ตรงเค้าเตอร์กำลังคุยอะไรซักอย่างกับพนักงานอย่างออกรสออกชาติ เชื่อและ นิสัยเจ้าชู้นี่ คงแก้ให้หายไม่ได้ ขนาดไกลถิ่นตัวเอง ยังไม่วายโปรยเสน่ห์ (ดงวานคิดในใจ) และก่อนที่ขาตัวเองจะเดินไปถึงคนตรงหน้าแค่เพียงอีกนิดเดียว

“มินอูคะ รถพร้อมแล้ว เราไปกันเลยมั้ย” ผู้หญิงอีกแล้ว ใครกันล่ะเนี๊ยะ สวยซะด้วย แล้วไหงถึงบอกว่ามาคนเดียว ดงวานได้แต่ยืนมองสองคนเค้าคุยกันอยู่กับที่

“ครับ ผมก็พร้อมแล้วเหมือนกัน ไปเถอะครับ” เพียงแค่มินอูหันหลังกลับมาเพื่อเดินออกจากโรงแรม คราวนี้ด้วยความตกใจ จะหลบมุมไหนล่ะ ไม่ทันแล้ว มินอูดันหันมาจ๊ะเอ๋กับดงวานที่ยืนนิ่งอยู่กับที่เข้าซะก่อน งานนี้ใครเซอร์ไพรส์ใคร ชักเริ่มสับสน

“อ้าวววว หมอ มาได้งัยครับ ไหนบอกว่าติดธุระ”

“เอ่อ คือว่า ผมเพิ่งเคลียร์งานเสร็จ ก็เลยตามมา กะว่าจะมาพักผ่อนด้วยน่ะ แต่โทรหามินอูก็ไม่ติด ..
เอ่อ ...ผมมาขัดจังหวะอะไรมินอูรึเปล่า”

“เปล่านี่ครับ ดีใจซะอีก เที่ยวกันหลาย ๆคน สนุกดี ก็นึกว่าหมอยุ่ง ผมชวนเมื่อวานก็ไม่มา เอ่อ ซอนมินครับ นี่ดงวานครับ เพื่อนผมเองแหละ หมอครับ นี่ซอนมิน ..”

“สวัสดีครับ / สวัสดีค่ะ”

“ผมกะซอนมินกำลังจะไปขับรถเล่นน่ะครับ งั้นไปด้วยกันเลยดีกว่า”

“แต่ว่า...”

“กระเป๋านี่เหรอ ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมจัดการให้”

มินอูดึงกระเป๋าออกจากมือดงวาน เดินดุ่ม ๆ กลับไปยังเคาเตอร์ แล้วกลับมาอีกที

“ไปเหอะครับ เดี๋ยวแดดจะแรงกว่านี้”


ทัศนียภาพรอบ ๆ เกาะ บวกด้วยแดดอุ่น ๆ ยามสาย ทำให้อารมณ์น่าจะผ่อนคลายได้ดี แต่มันไม่ใช่งั้นสิ ดงวานนั่งด้านหลังคนขับ ฟังบทสนทนาของคนสองคนด้านหน้าอย่างหงุดหงิดหัวใจ นึกว่าจะมาเซอร์ไพรส์ ที่ไหนได้ กลับโดนเซอร์ไพรส์เองซะงั้น เฮ้อ! เป็นงัยล่ะ

“คุณดงวานเป็นหมอเหรอคะ” ซอนมินคงเห็นตัวเองผ่านทางกระจกหลัง จึงทักขึ้นหลังจากที่หัวเราะกับมินอูอยู่นานสองนาน

“ครับ ผมเป็นจิตแพทย์”

“โห เท่ส์จังเลย”

“นี่ซอนมินครับ ผมว่าจิตแพทย์น่ะ ไว้ใจไม่ค่อยได้หรอก อย่าเผลอไปหลงรักเข้าล่ะ”

“อ่าว ทำมัยล่ะคะมินอู ชั้นว่าดูดีออก”

“ก็เค้าวิเคราะห์คนผ่านความน่าจะเป็น การอ่านใจคนผ่านตำรา ความจริงแล้ว มันต้องอ่านผ่านความรู้สึกต่างหาก ความรัก ไม่ได้มีแบบแผนหรือรูปแบบตายตัวเหมือนในตำราซะหน่อย ใช่มั้ยครับหมอ”

“ทำมัยเหรอคะ ชั้นว่าดีออก อย่างน้อยเป็นจิตแพทย์ ก็น่าจะเดาใจผู้หญิงออก มินอูน่าจะรู้นะว่าผู้หญิงน่ะมีหลายอารมณ์”

“เอาเหอะ นั่นมันความคิดคุณ” ดงวานที่กำลังนั่งฟังคนทั้งคู่ประคารมกัน เริ่มแปลก ๆ นี่เค้ากำลังรู้สึกว่าตัวเองเหมือนมาเป็นส่วนเกินงัยไม่รู้

ผ่านจากการลงแวะชมสถานที่สวยงามต่าง ๆ กินลม ชมอากาศ และอาหารทะเลมื้อเที่ยงอย่างเอร็ดอร่อยแล้ว บ่ายแก่ ๆ ก็ได้เวลากลับที่พักซักที ดงวานแทบจะตะโกนดีใจออกมา เมื่อรถคันสวยจอดสนิทที่โรงแรม เพราะนั่นหมายถึง เค้าจะได้เลิกปั้นหน้าซักที

“ผมไม่ทราบว่าหมอมา ผมเลยจองไว้ห้องเดียว งั้นหมอพักกับผมก็ได้”

“ได้งัยล่ะครับ แล้ว .. เอ่อ ... ซอนมินล่ะ คุณน่าจะจองไว้สองห้องนะ ซอนมินเค้าจะนอนกะคุณงั้นเหรอ”

“ก็นั่นแหละ สองห้อง ห้องเดียวที่ว่า หมายถึงหมอกับผมต่างหาก แล้วหมอจะเอางัย หรือหมอจะนอนคนเดียว แล้วให้ผมกะซอนมินนอนด้วยกันงันเหรอ และอีกอย่าง ห้องก็จองเต็มแล้วด้วย หมอคงไม่อึดอัดไปหรอก ถ้าจะนอนร่วมกันกับผม ใช่มั้ย”

“ห้องอาจจะว่างก็ได้ งั้นเดี๋ยวผมไปถามพนักงานดูแล้วกัน”

“เมื่อเช้าตอนหมอมาผมก้ถามแล้ว แต่ถ้าหมอไม่เชื่อใจผม หมอไปถามอีกครั้งก็ได้ เชิญครับ” ดงวานชั่งใจมองสีหน้าคนเจ้าเล่ห์คนนี้อีกที ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปถามพนักงานสาวอีกครั้งเพื่อความชัวร์ ก็ไม่อยากโดนหลอกนี่น่า แต่ผลที่ได้รับ ก็เป็นจริงอย่างที่มินอูพูดไว้ ห้องทุกห้องถูกจองไว้เต็มหมด ไม่น่าเชื่อ แต่ก็เป็นไปแล้ว เอาน่า แค่นี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ถ้าจะไปนอนสบาย ๆ คนเดียว แล้วให้สองคนนั้นเค้านอนห้องเดียวกัน มันฟังดูแย่กว่านี้เห็น ๆ

“เดี๋ยว 5 โมงผมมีนัดเซ็นต์สัญญากับลูกค้า หมอจะนอนเล่นหรือออกไปเดินเล่นก็เชิญนะครับ คาดว่าไม่นาน ซักทุ่มผมจะมาทานดินเนอร์ด้วย โอเคมั้ย

“เซ็นต์สัญญา!! นี่มินอูมาทำงานเหรอ ผมนึกว่าคุณมาพักผ่อน”

“มาเรื่องงานน่ะครับ แต่ก็ถือว่ามาพักผ่อนไปในตัว”

มินอูเสียบคีย์การ์ดเข้าไปในช่อง ดันประตูให้เปิดออก ห้องนี้เรียกได้ว่าหรูพอสมควร กลิ่นเฟอร์นิเจอร์ใหม่ๆ ยังคงลอยเข้าจมูกจาง ๆ แสดงว่าโรงแรมนี้ ก็คงเปิดมาไม่นานเท่าไหร่

“เป็นงัยฮะ พอจะนอนได้รึเปล่า”

“สวยดีครับ มองเห็นวิวด้วย”

“ริมระเบียงลมพัดเย็นดีทีเดียวแหละ ... หมออยากอาบน้ำมั้ย หรืออยากพักผ่อน เดี๋ยวผมคงต้องไปเตรียมเอกสารนิดหน่อย”

“เชิญเถอะครับ ผมก็อยู่แถว ๆ นี้แหละ”

“โอเค เดี๋ยวเสร็จงานเจอกันนะครับ”



.....


ผ่านค่ำคืนของการดินเนอร์หรูชุดใหญ่ใต้แสงเทียนกันไปแล้ว ตอนนี้ทั้งดงวานและมินอูจึงมานั่งจิบเบียร์เย็น ๆ ดื่มด่ำบรรยากาศริมระเบียง เคล้าเสียงคลื่นและสายลมกันต่อ

“โรงแรมนี้บรรยากาศดีนะครับ”

“ครับ แน่นอนสิ มันเพิ่งเปิดมาได้ไม่นาน ถ้าหมอเดินไปด้านหลัง จะมีรีสอร์ทยาวไปอีกไกลเลยครับ บรรยากาศดีมาก ๆ”

“เหมือนมินอูจะรู้จักที่นี่ดีเลยนะ
“ก็นิดหน่อยน่ะครับ เอริคเค้ามีหุ้นส่วนอยู่ที่นี่ด้วย ถ้าผมไม่รู้ ก็แย่แล้ว”

“เอริคน่ะเหรอครับ”

“ครับ เมื่อก่อนเค้าเคยคิดจะทำที่นี่ให้เป็นโรงแรมเล็ก ๆ และก็มีรีสอร์ทแบบน่ารัก ๆ รายล้อมโรงแรม แต่พอดีว่ามีเหตุฉุกละหุก เค้าเลยได้แค่มีหุ้น”

“เห็นตัวโรงแรมแล้วคิดไม่ออกเลยว่าจะทำให้เป็นโรงแรมขนาดเล็กได้ยังงัย”

“อืม เจ้าของคนนี้เค้าตั้งใจจะให้เป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว รองรับนักท่องเที่ยวเฟิร์ทคลาสน่ะครับ ถ้าเอริคทำเอง คงไม่ออกมาแบบนี้หรอก” มินอูก็สาธยายไป ปากก็จิบเบียร์ไป สายตาวิบวับ ๆ มองอีกคนด้านข้าง ดงวานคงสังเกตเห็น แต่เค้าเลือกที่จะไม่ใส่ในแววตาคู่นั้นมากนัก

“อืม!! เอ่อ แล้วซอนมินน่ะ เค้าเป็นเพื่อนมินอูเหรอ ตอนกินข้าว ผมได้ยินเค้าคุยกับคุณเรื่องงาน เรื่องเซ็นต์สัญญาอะไรกันด้วย”

“ออ เค้าเป็นพนักงานบริษัทลูกค้าของผมเองฮะ บริษัทส่งเค้ามาดูแลผมตั้งแต่เหยียบลงเครื่องเลย”

“อ่าว แล้วเค้าไม่ใช่เพื่อนคุณหรอกเหรอ”

“ผมน่ะ เป็นเพื่อนกับใครก็ได้ทันทีตั้งแต่แรกพบแหละ ไม่น่าแปลกหรอก”

“ไม่เห็นจะบอกเลยว่าเค้ามาคอยดูแลคุณ ผมก็หลงคิดว่าคุณชวนเค้ามาเป็นเพื่อนเที่ยวด้วยซะอีก”

“ก็ไม่เห็นหมอถามนี่น่า แล้วผมจะบอกทำมัยล่ะ” มินอูทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทำเอาดงวานชักจะหมั่นใส้เข้าไปทุกที

“แล้วถ้าเอริคมีหุ้นส่วนอยู่ที่นี่จริง แค่ห้องพักให้ผมห้องเดียว มันไม่น่าจะลำบากเลยนี่น่า...

..หรือว่า...” ดงวานเริ่มมีสีหน้าสงสัยขึ้นทุกที ยิ่งหันไปมองคนที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อีกคนตรงนี้ ยิ่งเริ่มเข้าใจ

“ผมบอกหมอแล้วงัย ว่าอย่าให้ผมเอาคืน”

“มินอู..”

“ทำมัยเหรอครับ หมอตกใจไรอ่ะ แน่ะ ๆ ๆ หน้าแดงอีกแล้ว งี้หมายความว่าต้องการคนผายปอดใช่มั้ย”

มินอูวางเบียร์ในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปหาอีกคนที่ยังคงงงไม่หาย

“มินอู ... คุณ ...”







เริ่มออกทะเลกันไปใหญ่และ

ติ๊ง ต่อง

ท่านผู้โดยสารโปรดทราบ ขณะนี้เป้นเพราะสภาพอากาศที่เลวร้าย ทำให้ไม่สามารถนำเครื่องลงจอดได้ กัปตันของเราจะขับพาท่านบินวน ๆ ๆ อยู่อย่างนี้อีกประมาณ 2 -3 เที่ยว เมื่อสภาพอากาศดีขึ้นแล้ว มองเห้นรันเวย์ชัดแจ๋วเมื่อไหร่ เราจะนำทุกท่านลงสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย

ขอบคุณที่ใช้บริการ

ติ๊ง ต่อง ...


ปล. ยังคงอยู่ในโหมดหดหู่ เศร้าสร้อย คิดถึงป๋าง่ะ อ๊ากกกกกก 2 ปี ไม่นานใช่มั้ย ต่อไปนี้ตรูจะขำใครดี


Create Date : 09 ตุลาคม 2551
Last Update : 10 ตุลาคม 2551 21:53:18 น. 18 comments
Counter : 634 Pageviews.

 
ขี้เกียจออกไปล็อคอิน กลัวจะพลาดจากเบอร์ 1 (เพื่อหยังหว่าตรู เหอๆ)

มาเจิมไว้ก่อง พุ่งนี้ค่อยเมนท์นะฮะพุดดี้ พี่ต้องมีสมาธิในการอ่านและการเมนท์ มันเปนศิลปะของพี่ ฮ่าๆๆๆ ศิลเปอะอะดิแก


โดย: Rosy IP: 124.120.241.115 วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:23:33:28 น.  

 
ยังเศร้า...คิดถึงป๋าอยู่เลย

T-T

อีกสองปี...

ส่วนฟิคนี้...คู่ริคดี้ต้องมีทะเลาะกันอีกแน่เลย

ป๋าอ่ะ...มีปัญหาอะไรกับพ่ออ่ะ..


โดย: wizze IP: 124.120.101.106 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:9:17:01 น.  

 
น้องพุด วนหลาย ๆ รอบ ก็ได้ พี่นา ชอบที่สูง 555+



โดย: พี่นา IP: 203.150.219.200 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:10:20:54 น.  

 
คู่แรกนั้นหวานหยดย้อยยยเลยนะค่ะ ชอบค่ะชอบ ความรักนี้คิดแบบผู้ใหญ่ อิอิอิอิ คือ รักไม่ต้องมีเหตุผล ใช่เลยค่ะ สุดท้ายปมในใจซองกินี่ก็สาเหตุไม่ใกล้ไม่ไกลนี้เอง แงบๆๆๆ รักนะค่ะตัวเอง หนูรักคู่นี้ขาดใจเลย (ออกนอกหน้าไปและค่ะ แหะๆ)


ส่วนคู่ที่สองนี่นะค่ะ อีกคนดูท่าเอาแต่ใจพอได้เลยนะค่ะเนี่ย อย่างงั้นงี้เลยค่ะ หนูแอบคิดถึงป๋า (ได้ข่าวว่าไม่เกี่ยวเลย เหอะๆ)


ส่วนสุดท้ายนี่ พี่เอ็มชนะเลิศค่ะ ชนะขาดลอยยยยย สุดยอดค่ะ ข้าน้อยขอคารวะ อิอิ



ท้ายสุดนะค่ะ พี่พุดข๋า... บนไปหลายๆเลยนะค่ะ หนูชอบชมวิวนานๆ ฮ่าฮาฮาๆๆๆ น้ำมันไม่หมดก็บินจนกว่าจะหมดเลยนะค่ะพี่ กัปตันไม่ต้องรีบเอาเครื่องลง อิอิ ขอบคุณนะค่ะ แล้วหนูรออ่านต่อนะค่ะ


โดย: praery_za IP: 58.10.170.26 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:11:10:36 น.  

 
งอนตุ๊บป่องเป็นปลาทองอมน้ำ
^
^
555 เห็นภาพเลยคะ ประโยคนี้

อ้ากกก ชอบคู่อูด้งจังเลย ลุงหมอโดนเฮียเอ็มแกเอาคืนแล้ว วนๆอยู่แบบนี้หลายๆรอบเลยก็ได้นะคะพี่พุด ชอบบบบบบบ 555

นั้นนะสิพี่พุด พยายามทำใจว่าแค่ 2 ปีเอง แต่คิดไปคิดมา มันตั้ง 2 ปีตั้งหาก เฮ้อออ แอบใจหาย
สู้ๆนะคะพี่พุด จะเกาะขอบเครื่องบินรอต่อไปค่า


โดย: นาค่า IP: 124.120.42.210 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:12:12:18 น.  

 

อูด้ง ของเรา คิดบันชีแค้นกันหรอ เหอๆ

แล้วสองคนนั้นกลัวผีทั้งคู่ นั่งดูหนังผีกันทำไมละนั่น แหมๆดี้มาทำเปนตกใจ ตกตักเลยนะพี่ซาร่า 55555

คู่ดี้จะมีอุปสรรคอะไรกันอีกหนอ

พี่ริคก็ย้ายไปคุมบริษัทที่เมกา รอดี้เรียนจบจิฮะ ไม่เหนยากเลย คนรวยทำไรไม่น่าเกลียด 5555

ขอบคุณฮะพี่พุดดดดดดด อูด้ง มันค้างคานะเนี่ย เหอๆๆ



โดย: จ๊อย.... IP: 202.176.121.28 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:12:12:22 น.  

 
สอบเสร็จแล้วได้อ่านฟิคพี่พุดต่อทันทีเลย มีความสุขมากๆเลยค่า ^^
ชอบตั้งแต่คู่ทำกับข้าวในครัวแล้วค่ะ เค้างุ้งงิ้ง น่ารัก น่าหยิก มากๆๆ

คู่พี่ริคเศร้าค่ะ (เศร้าเพราะพี่ริคตัวจริงไปเข้ากรมนั่นเอง T_T)

ส่วนคู่สุดท้าย ขอกรี๊ดดังๆกะความพยายามเอาคืนลุงหมอของพี่เอ็มค่ะ มันมุ้งมิ้งมากๆๆ อ่านแล้วอ่านอีกที่คู่นี้ จี๊ดดีจริงๆพี่เอ็มเนี่ย อิอิ

ตอนนี้ชอบมากๆค่ะ บินวนหลายๆรอบเลยนะคะกัปตันขา หนูชอบชมวิวค่า ^^


โดย: keiropi IP: 125.26.123.2 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:16:31:42 น.  

 
เค้าชอบตอนนี้มากเลยอ่ะ คู่นก กระหนุงกระหนิงจุ๋งจิ๋งกันเจงๆ อ่านแล้วอุณหภูมิอิจฉาพุ่งปรี๊ดๆๆ 555 อยากแหว๋วแบบนี้มั่ง เหอๆๆ แล้วยังจะฮากลิ้งตอนเต้นท่าปูซะงั้น มุขนี้กระจายมาก

น้องพุดก็บินวนๆ ไปแบบนี้เรื่อยๆ ก่อนก็ได้นะคะ พี่ชอบค่ะ สวีทเยอะๆ พี่ยิ่งชอบคะ จะกอดทุ่นลอยคอ รอคอยอ่านตอนต่อปายนะคะ หนุกหนานดีค้า ^^

ส่วนเพ่ป๋า กำลังเศร้าเลยอ่ะ คิดถึงเพ่ป๋า อีก 2 ปีแน่ะ กว่าเพ่ป๋าจะออกมา แถมยังจะตามเพ่ป่าเข้ากรมกันอีกหลายคน โดยเฉพาะลูกนก ยิ่งคิดก็ยิ่งเศร้าาา

สำหรับคู่ของเพ่มินและเพ่หมอ หลังจากดีกรีความสวีทตีตื้นตามมาเมื่อตอนก่อน ดูจากตอนนี้แล้ว ตอนหน้าท่าทางจะหน้าติดตามมั่กๆ เหอๆๆ

ปล. ฮาประโยคนี้อีกอัีนด้วย “อ่าว ก็ไม่รู้นี่น่า ว่ามีเพื่อนโง่” เหอๆๆ


โดย: kayzila IP: 124.120.150.170 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:21:34:32 น.  

 
คู่ลูกนกแม่นกจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันอีกแล้ว อย่าบ่อยมากเลย อิจฉา เห็นใจคู่ที่เค้ากะลังมีปัญหามั่งเซ่

พี่เอกะน้องแอนกะลังเศร้าเลยอ่า ก็น้องมะอยากไปเมกาง่ะ งือออ (ช่วงนี้ป๋าเข้ากรมด้วย ยิ่งเศร้าหนัก)

อ้าวๆ คุณหมอโดนเอาคืน โดยเพ่มิน ปากว่ามือถึงซะแล้ว(ผายปอด เหอเหอ)

สุดท้าย กัปตันคะ ผู้โดยสารแถวนี้เต็มใจให้กัปตันพาวนค่ะ กี่รอบก็ให้สาแก่ใจกัปตันเลยค่ะ ผู้โดยฯทั้งหลายชอบอยู่แล้ว อย่าเพิ่งรีบถึงค่า



โดย: โบ_andyholic IP: 115.67.39.118 วันที่: 10 ตุลาคม 2551 เวลา:22:53:16 น.  

 
ได้ฤกษ์มาเมนท์ซะที เหอๆ

คู่แม่ลูกนี่มัยมันชอบมีไรคอยสะกิดใจอยู่เรื่อยเลยน๊า จิงๆชีวิตรักของทั้งคู่ก็หวานแหววแระ แต่ยังไม่วายหาไรมาสะกิดใจกันจนได้แต่อย่างว่า มันเปนปมในใจออมม่านิเนอะ จะไม่สนใจรักแรกของคนรักได้ไง แถมรักแรกดันเปนน้องตัวอีก เรื่องของหัวใจมันยากจะควบคุมจิงๆ ทำใจให้นิ่งๆอยู่กะตัวตนและหัวใจที่เปนปัจจุบันของหอยเปนพอฮะ อดีตมันแก้ไม่ได้ แต่ปัจจุบันหัวใจหอยเปนของออมม่านะฮะ (อันนี้หอยแอบกระซิบให้ได้ยิน เหอๆ)

เอ๊!!มัยไม่ให้ออมม่าเต้นท่าขอหนมละฮะ รึหอยจะเก็บไว้เต้นเองตอนอ้อนออมม่าหว่า

แอบสงสัยฮะ .. ถ้าหอยรู้ว่าออมม่าขอให้พี่ริคเปนคนช่วยให้ดี้ไปเรียนต่อ หอยจะโกรธออมม่ามั้ย ในฐานะที่ออมม่าทำร้ายจิตใจพี่ริคอ่ะ จะลากกันอีกป่าว เหอๆ อ๊ากกก ยังไม่ยอมเลิกอีกตรู

คู่ริคดี้ .. ช่วยแก้ไขไงดีหว่า?? รู้แระ จับคนเขียนเปนตัวประกันดีมะ เหอๆ ย้อเย่น เวงกำ!!พี่ริคดันมีปัญหากะพ่ออีก แหมแต่เมกาอ่ะ มันไม่ได้มีแค่รัฐเดียวนะฮะ ดี้ก็เลือกไปคนละรัฐกะพ่อพี่ริคอยู่จิ(หวังว่าตรงนี้จะเข้าใจถูกชิมิ กลัวจะมึน)


มินอูวางเบียร์ในมือลงบนโต๊ะ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปหาอีกคนที่ยังคงงงไม่หาย

“มินอู ... คุณ ...” // อ๊ากกกกกกกก ก้าวเท้ามาหาแล้วไงอีกอ่ะ แค่นี้เองเหรอ อยู่ในห้องตามลำพัง 2 ต่อ 2 กะสถานการณ์ที่มีการเอาคืนเปนเดิมพัน เหอๆๆ ไม่ต่อให้ จิ้นเองกะได้ฟระ (แม้จะจิ้นลำบาก แต่ก็จะลองดูเพื่อให้ตอนจบสมบูรณ์)

ปล. เปนเมนท์ที่ยาวอย่างไร้สาระที่สุด ฮี่ๆๆ


โดย: Tom & Jinny วันที่: 11 ตุลาคม 2551 เวลา:21:09:13 น.  

 
โอวววววว ซองจ๋า..เกือบโดนจับได้แล้วมั๊ยล่ะ อิอิ น่ารักเชียววว
ตอนนี้ดี้งอแงนะจ๊ะ..น่ารักอยู่เรื่อยเลย ส่วนป๋าดูดีมีเหตุผลเนอะ โอยยยย คิดถึงอะ ป่านนี้ซ้ายหัน-ขวาหันไปถึงไหนแล้วนี่
สุดท้ายย อิจฉาลุงที่สุดดดดดดดดดดด มินบงอออออ่า


โดย: 앤디Be IP: 58.9.196.239 วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:0:12:18 น.  

 
ย่องมาเม้นท์ตอนดึกสงัด อยู่กะพี่สงัดฉองคน

จะบอกว่ารูปออมม่าข้างหลังนี่สวยนะฮะ น่าปล้ำยิ่งนัก

เกี่ยวกะฟิคเค้าตรงไหนวะชั้น เหอะ ๆ

กลัวใจน้องพุดจะให้คู่แม่ลูกมันนอยกันอีกจังเลย

แต่ก็ดีน๊า...จะได้ลากกันอีก มีสถานที่น่าให้ลากอีกตั้งเยอะ

อีกคู่พี่ริคดูมีเหตุผลขึ้น ติดนิดเดียวเรื่องพ่อเนี่ยแหล่ะ

ส่วนดี้เริ่มจะงอแงเล็กน้อย แต่ก็ให้อภัยอ่ะนะ ยังเด็กอยู่นินา

คู่พี่หมอกะพี่มิน...สงสัยจิง ๆ ว่าจะเอาคืนเยี่ยงใด

ครั้งแรก...พี่หมอจะยอมดี ๆ มั้ยนะ...กร๊ากกก

เท่านี้ล่ะจ้า เป็นอีกตอนนึงที่สนุกและสมบูรณ์

ปล.บอกกัปตันบินวน ๆ หลาย ๆ รอบนะ

น้ำมันอ่ะเติมกลางอากาศกะด้าย


โดย: ekada IP: 124.120.187.23 วันที่: 12 ตุลาคม 2551 เวลา:2:11:43 น.  

 
อุ๊ย ๆ ๆ หมอเสร็จแน่เลย วิธีเอาคืนของมินนี่น่าลุ้นจังเลย แล้วรีบมาต่อนะ...

(เขียนน่ารักจัง..แล้วแต่งเรื่องใหม่ของชินวาอีกนะ เราชอบ)


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 13 ตุลาคม 2551 เวลา:21:58:18 น.  

 
ง๊าก...อิจฉาแม่ลูกเค้าหยอกกัน น่ารักเป็นบ้า
ส่วนพี่มินนี่เอะอะก็จะผายปอดตลอดเวลา ถ้าเราเป็นคุณหมอนะจะจับปล้ำซะให้เข็ด (เกี่ยว?)

มาปูเสื่อรอตอนหน้าด้วยคนน๊า


โดย: แม่ยกชูงแจ วันที่: 14 ตุลาคม 2551 เวลา:9:03:35 น.  

 
BG คราวนี้แหววมาก ๆ เลยพุดดิ้ง

มีคนเม้นไปหมดแล้ว เรื่องคู่รัก ก็เห็นด้วยตามนั้นเลยจ้ะ ลอกเห็น ๆ

แต่ชอบตอนเพื่อนรักจัง แบบว่าป๋าต้องการกำลังใจและความเห็นจากพี่เอ็มตลอดทุกเรื่องเลยเหรอเนี่ย แต่ยังไม่เห็นพี่เอ็มจะไปขอให้ใครช่วยมั่งเลย อย่างว่าอ่ะนะ ฟิกนี้พี่เอ็มฉลาดเลิศกว่าใคร ๆ

แอบลุ้นคู่อูด้งด้วย งุงิ น่ารักดี ชอบ....


โดย: พี่อัน IP: 115.67.156.21 วันที่: 15 ตุลาคม 2551 เวลา:0:49:28 น.  

 
ขำตอนสุดท้าย ตอนกัปตันประกาศพาบินวนนี่แหละ
วนนานๆเลยพี่ ผู้โดยสารยังไม่เมาเครื่องอ้ะ
แค่เมารัก อิอิ

ถึงมันจะวนๆนิดๆ แต่นิชอบอ้ะพี่พุด
อ่านแล้วอยากกิน อูด้ง ตะหงิดๆ


โดย: เจ้านิ IP: 124.121.63.133 วันที่: 15 ตุลาคม 2551 เวลา:22:22:41 น.  

 
ตอน "ออมม่ากะลูกเป็ดหลงทาง" ช่วยกันทำกับข้าวในครัว อ่านแล้วรู้สึกหัวใจมันวิบวับๆๆ ( กุ๊กกิ๊กสไตล์น้องพุด น่ารักมากถึงมากที่สุดเลย เป็นคนโรกะติกนะเนี่ย ตะเอ๊ง ชอบๆๆ)

ส่วนคู่เพื่อนซี้ มินอูกะเอริค นี่ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกว่าการมีเพื่อนดีๆ ถือเป็นโชคซะยิ่งกว่าถูกหวยเสียอีก (อย่างน้อยก็ไม่ต้องเสียตังค์จ้างจิตแพทย์ส่วนตัวล่ะนะ จริงมะป๋า เหอๆๆ)

อะฮ้าๆๆ มาถึงคู่สำมะคัญ ฮี่ๆๆ เม้นท์ไม่ออก บอกไม่ถืก ลุ้นมากมาย ต้อนไก่เข้าเล้าสำเร็จแล้ว เย้ๆๆๆ มินอูเจ๋งวุ้ย เหอๆๆ เจี๊ยกๆๆ ถ้าตอนหน้าตัดฉากมาเป็นนั่งกินเบร๊กฟาสท์ด้วยกันเลยละก็ พี่คงจะกรี๊ด หวีดร้องจน blog แตกแน่ๆ (แถวบ้านเรียกคลุ้มคลั่ง 555+) เอาซะหน่อยเถอะน้องพุด พ้นฉากต่อเนื่องอันนี้ไปได้ ทางรายการ “ฝันที่เป็นจริง” ของเรา จิมอบรถเข็นพร้อมอุปกรณ์ขายอูด้งมูลค่า 1 ล้านวอน เป็นของที่ระทึกให้ท่านทันที เหอๆๆๆ



โดย: duckie IP: 124.121.25.159 วันที่: 16 ตุลาคม 2551 เวลา:19:44:39 น.  

 
ตามมาอ่านแระค่าพี่พุดดด

ดี้กะป๋าจะจากกันจิงๆหร๋อออ??
ซองจัยร้ายยย

ไปเต้นท่าปูเปนการไถ่ดทษเด่วนี้
5555

นึกภาพซองใส่ชุดทำกับข้าวอยุ
แร้วเต้นท่าปู
อิอิ^^ 5555555


คู่พี่เอมกะลุง รุสึกจะเอาคืนกันตลอด
กุ๊กกิ๊กๆๆๆๆๆ
อิดฉา 55555


ชอบเวลาพี่เอ็มกะป๋าปรึกษากัน
ต้องมีสักประดยคที่ทำให้หลุดยิ้มออกมาตลอดดด


พี่เอ้มคำคมเยอะมากกก
จะบาดป๋าไปหลายรอบแระ
อิอิ


เอ๋จะมาตามอ่านตอนะคะพี่พุดดด


โดย: sushilanla IP: 58.9.17.165 วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:1:00:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.