I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
9 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 
Shot fic shinhwa .... ก้าวเดียว ...Special Jin-Dy ep.1 - ep.3







ก้าวเดียว Special Jin-Dy ep.1

..คือหัวใจ .. ที่ไหวเอน..





..
.
.
.

สายลมเบา ๆ ที่พัดพลิ้ว ทำให้ใบไม้หลายหลากสั่นไหวแตะต้องสัมผัสกัน ก่อเกิดเป็นเสียงดนตรีแนวประหลาด แต่ฟัง ๆ ดูก็เพลินดี บางใบที่ปลิดขั้วหลุดออกจากกิ่ง ก็ปลิวไหวตามสายลมราวกำลังเริงระบำรีวิวประกอบบทเพลงใบไม้ที่ประสานเป็นแบล็คกราว...

เด็กน้อยใต้ร่มไม้ กำลังนั่งจินตนาการถึงความครุกรุ่นภายใต้ความสงบเงียบที่แวดล้อมตัวเองไว้ แม้เบื้องหน้าจะเป็นสนามบอลที่มีผู้คนกำลังออกกำลังกายกันอย่างสนุกสนานมากมายหลายคน แต่นั่นก็ไกลไปอีกนิด จินตนาการจึงไม่ถูกขัดขวางมากนัก


“เวลาโรงเรียนไม่มีหมอนั่น เงียบเหงาแหะ” แม้ดวงตาจะเพ่งมองออกไปไกลยังผู้คนจำนวนมากด้านหน้าเหล่านั้น แต่โฟกัสของเค้า กลับนิ่งอยู่เพียงใบหน้าของบุคคลคนนึงเท่านั้น

“เอริค ...เหอะ” แค่เพียงนึกถึง หัวคิ้วก็ขมวดกันยุ่งราวกับจับต่อกันสองเส้นให้เป็นเส้นเดียวยังงัยยังงั้น สาเหตุคืออะไรล่ะ ...

แล้วภาพที่แทรกเข้ามาสู่ห้วงความคิด ดึงให้เหตุการณ์เมื่อเช้าย้อนกลับเข้ามาในหัวอีกทีจนได้

“น่าโมโหชะมัด คำก็เตี้ย คำก็ตัวเล็ก ชั้นไม่โตกว่านายเข้าซักวันให้มันรู้ไป เชอะ ... ทีเมื่อก่อนล่ะอ่อนโยนเอาใจ ตอนนี้ล่ะแกล้งเอาแกล้งเอา พอได้แล้วก็ไม่ต้องถนอมกันเลยใช่มั้ย ไอ้ยักษ์ขี้เซา..” ถึงจุดนี้ แววตาที่ดูอ่อนไหวกับเสียงกิ่งไม้ใบหญ้ารอบตัวเมื่อครู่ ดูดุดันขึ้นจนน่าตกใจ

ภาพที่เคยโดนเอริคแอบถอดกุงเกงในแล้วเอาไปแขวนไว้ที่โคมไฟบนเพดาน พอเจ้าตัวปีนเก้าอี้เอื้อมมือไปเก็บ ก็ดันถกกางเกงลง ไหนจะจับเค้าพาดที่หน้าต่างห้อง กระทำการมิดีมิร้าย จะแหกปากร้องก็ไม่ได้เพราะมันแค่ชั้น 3 ห้อง ข้าง ๆ ก็ใช้ระเบียงร่วมกันอีก แถมมันยังเป็นกลางวันแสก ๆ คนเดินผ่านไปมาเยอะแยะ ..

“อ๊ายยยยย เอริคบ้า บ้าที่สุด บ้า ๆ ๆ ๆ ๆๆ

..ขายหน้าโว้ยย ขายหน้าชะมัด ….
…นายคอยดูชั้นนะ นายเผลอเมื่อไหร่ ชั้นจะแอบถอดกางเกงในรูปลิง 6 ตัวของนายแล้วเอาไปแขวนประจานไว้ที่หน้าเซเว่น เชอะ..”

“...เอ แต่เอริคไม่ได้ใส่กุงเกงในนอนนี่หว่า จึ๋ย!!!” โดยไม่ได้ตั้งใจ จู่ ๆ ใบหน้าก็แดงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุซะงั้น

“เออ! หรือว่าจะแปะเรื่องที่เอริคไม่ใส่กุงเกงในนอน เอาไปประจานให้ทั่วดี เหอ ๆ ๆ ทำใบปลิวติดไว้หน้ามหาลัยหมอนั่นด้วย คราวนี้แหละคงอายแทบแทรกแผ่นดินหนีแน่ ๆ อิอิ แค่คิดก็มีความสุข” รอยยิ้มมุมปากปะปนไปด้วยแววสะใจเพียงแค่คิดแผนการขึ้นมาในหัว แต่ให้ทำจริงๆ ก็คงทำไม่ลง เลยได้แค่ถอนหายใจทิ้งขว้างไปแค่นั้น

“เฮ้อ!!!!!!!!!!! อย่างหมอนั่น อายเป็นหรือเปล่าก็ยังสงสัย”


ตุ๊บ!!!!!!!!

เสียงประหลาดดังขึ้นข้าง ๆ ตัว ทำให้ต้องถอนตัวเองออกจากความคิดในการหาทางให้เอริคขายหน้าที่สุดในชีวิตลง

ลูกบอลลูกหนึ่ง กลิ้งดุ๊ก ๆ ๆ มาใกล้ ๆ เค้า แอนดี้ได้แต่มองมันนิ่งๆ จนเสียงใครบางคนที่ยืนไกลออกไปไม่มากตะโกนดังขึ้น

“แอนดี้คร้าบบบบบบบบบ... โยนบอลมาให้พี่จินหน่อยสิครับ”

แอนดี้ลุกขึ้นหยิบบอลแล้วโยนไปให้เจ้าของคำสั่งอย่างว่าง่าย

จากนั้นก็ทรุดตัวลงนั่งที่เดิม กลับสู่โหมดสังหารโหดเอริคอีกครั้ง


“จับแก้ผ้าแล้วถ่ายคลิป หมอนั่นอาจไม่รู้สึกอะไรเลยก็ได้ หน้าหนาซะขนาดนั้น เฮ้อ!! ...หรือแอบเอาการ์ตูนในตู้ไปเผาทิ้งดี”

..โห.. ไม่ไหว เกิดเอริคโกรธมีหวังโดนลงโทษหนักแน่..ขนาดแค่หงุดหงิดยังน่ากลัว นี่หรือเปล่านะที่เรียกกว่ากรรมตามสนอง เมื่อก่อนทำหมอนั่นไว้เยอะ... คิดแล้วก็นั่งสะบัดหน้าไปมาอยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า

...
..
.
“เป็นอะไรรึเปล่า เห็นนั่งอยู่คนเดียวนานแล้ว” เสียงที่ดังขึ้นข้างตัว ทำเอาต้องสะดุ้งเป็นครั้งที่สอง ข้าง ๆ เค้าตรงนี้เมื่อครู่ ยังว่างอยู่นี่น่า แต่ตอนนี้มีใครบางคนมานั่งอวดรอยยิ้มเท่ส์ ๆ อยู่ได้งัยหว่า

“พี่จิน.. พี่ไม่ซ้อมบอลเหรอ”

“เหนื่อยน่ะ ขอพักก่อน พี่เห็นเรานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวนานแล้วนะ มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า”

สีหน้าที่อ่อนโยน คำพูดที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ทำเอาใบหน้าซีด ๆ แดงขึ้นอย่างไม่ทันรู้ตัว ความจริงเค้าก็ไม่คิดอะไรหรอกนะ เพียงแต่อายที่เผลอคิดถึงเอริค ไม่รู้ว่าตัวเองตอนคิดถึงเอริคอยู่ หน้าตามันจะออกมาจิตขนาดไหนน่ะสิ แล้ว คนตรงนี้จะทันเห็นมั้ยหว่า

“ผมก็นั่งฆ่าเวลาไปเรื่อยๆ น่ะฮะ ลมพัดเย็นดี อีกเดี๋ยวก็จะกลับบ้านแล้ว”

“งั้นเหรอ”

“ฮะ” จอนจินหยิบน้ำที่ถือติดมาเมื่อครู่ กระดกลงคอแทบหมดขวด แอนดี้ได้แต่มองภาพนั้นแล้วนึกอิจฉา ไม่ว่าคน ๆ นี้จะทำอะไร เล่นบอล หยอกล้อเพื่อน ดื่มน้ำ ยิ้ม หัวเราะ หรือขรึมก็เรียกได้ว่ามีเสน่ห์สุด ๆ ยิ่งตอนนี้หลังจากเฮซอง มินอู เอริค ดงวานก็เรียนจบไปแล้วด้วย เค้าก็ยิ่งฉายแววโดดเด่นขึ้นมาเกินใครอื่นในโรงเรียน


“นายเรียนปี 1 ใหม่อีกปีใช่มั้ย ทำไมล่ะ” สะดุ้งเล็ก ๆ อีกครั้ง ..เพราะคำที่แทรกจินตนาการของตัวเองขึ้นมา

“คือ .. ผม พักการเรียนไว้ตอนช่วงสอบน่ะฮะ”

“ออ .. น่าเสียดายนะ แต่ก็ช่วยไม่ได้ ข่าวว่านายป่วย พี่ก็เคยเกือบต้องซ้ำชั้นเหมือนกัน เมื่อตอนปี 1 อ่ะ ประสบอุบัติเหตุ หยุดเรียนไปหลายเดือนทีเดียวแหละ โชคดีว่าเป็นนักกีฬา เคยทำประโยชน์ให้โรงเรียนมาบ้าง อาจารย์เลยให้มาเรียนเพิ่มแล้วก็สอบตอนปิดเทอมน่ะ”

“ออ งั้นเหรอฮะ” แทบไม่น่าเชื่อ รอบกายแอนดี้เมื่อครู่ยังเย็นฉ่ำ แต่พอมีอีกคนมานั่งข้างๆ ไอความร้อนที่ระเหยออกมาจากเหงื่อ และเนื้อตัวของจอนจินมันจะเปลี่ยนอุณหภูมิตรงนี้ให้สูงกว่าเดิมได้

แอนดี้นั่งฟังคู่สนทนาไปเรื่อยๆ ตาก็มองสำรวจคนข้าง ๆ จอนจินเป็นแฟนกับเฮซองที่เป็นรุ่นพี่ แม้ใครต่อใครจะรู้ถึงความสัมพันธ์อันนี้ แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าอันดับความนิยมจะตกเลยซักนิด ตรงกันข้าม กลับพุ่งพรวด ๆ ขึ้นอีกหลายเท่า นี่หรือเปล่าที่เค้าบอกว่า คนยิ่งมีเจ้าของจะยิ่งเนื้อหอม ยิ่งตอนนี้มินอูไม่มาเป็นตากล้องคอยถ่ายภาพขายสาวๆ ต่างโรงเรียน ยิ่งเหมือนว่าการตามล่าตัวจอนจินเพื่อให้สาว ๆ ได้มีโอกาสแชะภาพภารกิจประจำวันของเค้ายิ่งเป็นไปด้วยความคึกคัก บางคนถึงกับคอยซุ่มอยู่หน้าโรงเรียนเป็นวัน ๆ แอบปีนกำแพงเข้ามาเพื่อแค่ได้เห็นผู้ชายคนนี้ซ้อมบอลจากที่ไกล ๆ ใครมีพี่ชายก็ฝากพี่ชายถ่ายรูปให้ เนื่องจากเป็นโรงเรียนชายล้วน ไม่งั้นจำนวนนักเรียนหญิงของโรงเรียนคงทะลัก ... คิดแล้วน่าอิจฉา

“ไม่อยากเล่นบอลบ้างเหรอ” สะดุ้งเป็นครั้งที่ 4 จนรู้สึกว่าตัวเองชักจะเสียมารยาทเข้าไปทุกที แอนดี้ยิ้มแหย ๆ ให้จอนจินก่อนจงใจผละสายตามองไปด้านหน้าไกล ๆ

“ผมเล่นไม่เป็นหรอกฮะ เมื่อก่อนสุขภาพไม่ค่อยดี ทำอะไรเหนื่อยๆ ไม่ค่อยได้ ยิ่งออกกำลังกายหนัก ๆ แบบเล่นบอลแบบนี้ ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่”

“ตอนนี้หายแล้วไม่ใช่เหรอ”

“ฮะ ก็หายแล้ว”

“งั้นอยากเล่นมั้ย จะสอนให้”

“สอนให้ ... ผมเนี๊ยะนะฮะ”

“อืม สอนให้เราแหละ ปกติหลังซ้อม พี่ก็จะอยู่ซ้อมคนเดียวต่อประจำ มีเราด้วยจะได้ไม่เหงา หรือว่าต้องรีบกลับบ้าน”

“ก็...ไม่หรอกฮะ แต่ .. แต่”

“ถ้าไม่อยากก็ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่ถามๆ ดู เผื่อจะสนใจน่ะ ...
..งั้น ...ไปนะ”

“เอ่อ เดี๋ยวฮะ พี่จิน” จอนจินชะงัก

“เล่นบอลแล้วทำให้สูงขึ้นรึเปล่าฮะ” คำถามถูกปล่อยออกมาพร้อมกับเสียงที่สั่น ๆ ออกแนวกล้า ๆ กลัว ๆ

“อืม!! แล้วมันก็ทำให้แข็งแรงด้วย”

“ถ้างั้น ...ก็ได้ฮะ ผมไม่มีธุระอะไรต้องรีบกลับอยู่แล้ว ขอบคุณพี่จินฮะ หวังว่าผมคงไม่ได้อยู่เป็นตัวถ่วงพี่หรอกนะ” แอนดี้ยิ้มทันทีที่เห็นอีกคนส่งยิ้มขำ ๆ ให้กับคำถามของเค้า

“ไม่หรอก พี่เป็นคนชวนเรานะ ถ้าเห็นเป็นตัวถ่วงพี่จะชวนทำไมล่ะ ใช่มั้ย งั้น .. ไว้พรุ่งนี้เจอกันนะแอนดี้”

“ฮะ บาย” จอนจินวิ่งเข้าไปยังสนามสมทบกับเพื่อนทั้งหมด ปล่อยให้แอนดี้ยืนมองภาพนั้นอยู่อย่างกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ

“คราวนี้แหละเอริค ถ้าชั้นแข็งแรงและสูงกว่านายเมื่อไหร่ นายเสร็จชั้นแน่ ๆ”




สิ่งที่แข็งแรงที่สุดในร่างกายคืออะไรนะ..

หัวกะโหลก กระดูก หรือฟัน ..

แล้วสิ่งที่อ่อนไหวที่สุดล่ะ ..

ดวงตา ที่มักระยิบระยับปกปิดอาการทั้งหลายไม่อยู่เอาซะเลย
เส้นผม ที่มักไหวลู่ตามแรงลม
หรือผิวกาย เพียงแตะต้องโดนของมีคมอะไรนิดก็สร้างบาดแผล

ไม่ใช่หรอกนะ ..

คำตอบของทั้งสองคำถามนั่นคือ..

หัวใจ..

สิ่งที่มักได้รับบาดเจ็บทุกครั้ง .. และเจ็บปวดยิ่งกว่าอะไร บางขณะที่แข็งแรงจนไม่น่าเชื่อ ..

เป็นหัวใจที่มักไหวเอน และเป็นหัวใจ..ที่ไม่ไหวต่อแรงลม ..

แม้มันจะซับซ้อน แต่นั่นความความจริง ...







สั้นที่สุดเท่าที่เคยอัพมา แต่มันยังไม่จบ จะค่อย ๆ แต่งค่อย ๆ ลงแล้วกัน


เนอะ ...(บอกใคร)








++++++++++++++++++++++++++++++++++

++++++++++++++++++++++

+++++++++++++



ก้าวเดียว Special Jin-Dy ep.2

ต้องแข็งแรงกว่าเดิมซินะ ..



“เอ พี่จินเปลี่ยนมาเรียกแทนตัวเองว่าพี่ตั้งแต่เมื่อไหร่หนอ” จะว่าไป เค้าคุยกันแทบนับครั้งได้ ... จะเข้าข้างตัวเองว่าคือคนพิเศษก็ไม่ใช่ ในเมื่อจอนจินแทนตัวเองว่าพี่กับน้องปี 1 ทุกคน

อืม ..คงคิดว่าตัวเองเป็นรุ่นพี่ เลยทำตัวให้สมกับเป็นรุ่นพี่ นั่นแหละ เหตุผลที่นึกออก ..

แล้วถ้าตอนนี้เราขึ้นปี 2 พี่จินจะแทนตัวเองว่าพี่ป่ะหว่า

“แอนดี้”

“อ่ะ ฮะ” สะดุ้งสุดตัวอีกแล้ว เมื่อคนที่กำลังนึกถึงทักขึ้นมาในขณะที่ตัวเองกำลังหมกมุ่นอยู่กับความคิดบ้า ๆ ไร้สาระ

หวา ~~ นี่มันชักบ่อยจนเกินไปแล้วนะ

“กินข้าวเสร็จแล้วเหรอ”

“ฮะ เอ่อ คือ..พี่จินมีไรรึเปล่า”

“ไม่หรอก เห็นนั่งคนเดียว เลยเดินมาทักน่ะ นายชอบนั่งคนเดียว เดินคนเดียว ทำไมเหรอ”

“คือ ผมก็เป็นแบบนี้แหละ แหะ ๆ”

“งั้นเหรอ ..แล้วเรื่องซ้อมน่ะ เตรียมตัวมารึยัง”

“ฮะ ผมเอาชุดใส่เป้มาด้วยวันนี้”

“อืม ดี เดี๋ยวจะหาล็อคเก้อไว้ให้ตู้นึง งั้น...ไปเข้าห้องก่อนนะ จะหมดเวลาพักแล้ว นายก็อย่ามัวนั่งเหม่ออยู่ล่ะ...ชอบนั่งเหม่อบ่อย ๆ งี้ เดี๋ยวผีก็เข้าสิงหรอก”

ผีเข้าสิงคนที่นั่งเหม่อเหรอ ไม่ยักเคยได้ยิน แอนดี้ตาโตใส่อีกฝ่าย ก่อนจอนจินจะพรวดขำออกมา

“อย่าบอกนะ ว่าเราเชื่อด้วย พี่พูดเล่นนะ ไปนะ”

“ฮะ..” ร่างสูงส่งยิ้มให้ ก่อนจะหันหลังเดินไปสมทบกับเพื่อนอีก 3 คนที่รออยู่

“ว้า~~~ ทำไมต้องทำขายหน้าต่อหน้าพี่จินเรื่อยเลยหว่า”


…..


“ทำไมไม่กินผักอีกแล้วล่ะ เขี่ยทำไม รู้มั้ยว่าการที่นายไม่กินผักนั่นแหละมันทำให้นายป่วย”

“...”

“ทำไมเงียบ ยังโกรธเรื่องเมื่อเช้าอยู่เหรอ”

“...”

“นี่ ถ้าไม่พูดอีก ชั้นไม่คุยแล้วนะ รู้มั้ยว่าชั้นเป็นคนง้อใครไม่เป็น”

“เชอะ แน่ล่ะซิ ต่อไปงั้นถ้าชั้นงอน ชั้นก็ต้องไปง้อนายเองใช่มั้ย ทั้งที่คนผิดคือนายน่ะเอริค” แอนดี้ทำเสียงประชดประชัน เงยหน้ามองคนตรงหน้าตาแทบถลนออกจากเบ้า

“เปล่าพูดงั้นซะหน่อย”

“แล้วแบบนี้บ้านนายเรียกง้องั้นเหรอ เอาแต่ดุ ๆ นายเนี๊ยะ ซื่อบื่อเหมือนที่พี่ดงวานพูดเด๊ะ”

“เค้าเรียกว่าเป็นห่วง นายน่ะ เข้าใจอะไรยากเองแล้วจะมาว่าชั้นได้งัย รีบ ๆ กินเหอะ ดึกแล้ว เดี๋ยวตื่นสายหรอก” เอริคทำตาดุ ๆ ใส่แอนดี้เล็ก ๆ ก่อนจะก้มหน้าใส่ใจกับอาหารตรงหน้าตัวเองต่อ แต่ประสาทสัมผัสมันบอกให้รู้ว่า ตอนนี้อีกคนเริ่มปล่อยรังสีอัมหิตออกมาทางสายตาให้อีกแล้ว
..
.

“นี่..ถามจริง ๆ เหอะ นายกินเอริคที่แสนใจดีและอ่อนโยนคนเดิมของชั้นไปแล้วใช่มั้ย บอกมานะ” แอนดี้ตบโต๊ะดังปัง ก่อนลุกขึ้นยื่นส้อมในมือจี้ไปที่คอฝ่ายตรงข้าม ดวงตาหยีเล็กเพ่งมองอย่างคาดคั้น ทำเอาเอริคผงะ อมยิ้มขำในพฤติกรรมที่เหมือนจะดุดัน แต่ความจริงแล้วแอนดี้ไม่รู้เลย ว่ามันน่าหัวเราะซะมากกว่า (เออ เรียกว่าน่ารักก็พอได้อยู่)

“ถ้าอยากรู้จริงๆ นายก็ต้องพิสูจน์ด้วยตัวเอง”

“พิสูจน์?? ยังไง”

“ก็พิสูจน์ว่าเอริคคนนี้กับเมื่อก่อนมันเป็นคน ๆ เดียวกันรึเปล่า คนเราน่ะ ต่อให้เวลาเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ลีลาน่าจะไม่ซ้ำใครนะ จะลองดูมั้ยล่ะ”

“จึ๋ยยย~~~ ลามกนี่น่า ไม่เอาด้วยหรอก” กระแทกตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม ออดอกหันเมินอีกฝ่ายที่ส่งสายตาวิบวับแสนซนฉบับปกติมาให้

“อ้าว ไม่สนเหรอ แอนดี้”

“เชอะ! กินข้าวของนายไปเหอะ ไม่อยากพูดกับคนที่ในหัวมีแต่เรื่องพรรนั้น”

“จะโทษชั้นก็ไม่ถูก ก็ใครใช้ให้น่ารักเองทำไมล่ะ ยิ่งหน้างอ ๆ แบบตอนนี้ รู้มั้ยว่าชั้นคิดถึงอะไร”


“อะไร คิดถึงอะไร พูดออกมาดี ๆ นะ”

“คิดถึงตอนที่ชั้นแหย่นายในห้องน้ำวันก่อนงัยล่ะ 5555 พี่เอริค ไม่เอานะ ไม่เอา ๆ ๆ ที่ไหนได้ เกาะไหล่ไว้แน่นเชียว”

“ไอ้บ้าเอริค หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ เฮ่ย!!! นายมันทุเรศ ๆ ๆ ทุเรศสิ้นดี”

ว่าแล้วมื้อนี้ก็กลายเป็นสงครามขนาดย่อม ๆ ไปโดยปริยายอีกครั้ง กว่าสงครามจะยุติก็ผ่านไปค่อนคืนเมื่อเจ้าตัวเล็กหมดแรงไปเองโน่นแหละ ...

“บอกให้นอนดี ๆ ดันชอบออกกำลังก่อนนอนซะงั้นนะ” เอริคทอดสายตาอ่อนโยนมองคนตัวเล็กในอ้อมกอดพลางยื่นนิ้วเรียว ๆ ของเค้าเกลี่ยไรผม และใบหน้ากลม ๆ บรรจงซับเหงื่อที่ผุดเป็นเม็ดเล็ก ๆ เต็มหน้าให้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะกดริมฝีปากฝังจมูกตัวเองไว้บนแก้มนวล ๆ นั่นทิ้งท้าย ...

“ฝันดีนะ เจ้าตัวน้อยของชั้น”
………


สนามหญ้าท่ามกลางตะวันที่เริ่มฉายแสงสีส้มอ่อน ๆ แอนดี้เริ่มหอบตัวโยน ใบหน้าที่มีเหงื่อซึมไปทั่วไปด้วยความเหนื่อยอ่อน แต่แววตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ

“ระวังสิครับ กะระยะการวางเท้าด้วย เดี๋ยวก็ได้เหยียบลูกบอลลงไปนอนหงายหรอก” ไม่ทันสิ้นประโยคดี พ่อตัวเล็กของเราก็มีอันต้องหงายเก๋งจริง ๆ ดังว่า เมื่อท่าเตะแสนพิสดารจากคนที่ไม่เคยจับลูกบอลเลยซักครั้ง แน่วแน่กับการส่องไกลยิงประตู

ตุ๊บ!!!!!

“โอ๊ยยยยยย!!!!

..อ่อย~~~ เจ็บจัง”

“น่ะ เห็นมั้ย ...พอก่อนเหอะ ตัวเราเลอะหมดแล้ว” แอนดี้ลุกขึ้นยืน ปัดเศษหน้าตามเนื้อตัวออก จอนจินยื่นขวดน้ำใส ๆ มาให้ พร้อมด้วยรอยยิ้ม แม้สีหน้าเค้าจะแดงแจ๋ และเหงื่อยโทรมกายจนเสื้อบอลเปียกชื้นแค่ไหน แต่รัศมีความหล่อ ก็ยังฟุ้งกระจายอยู่ดี

“นี่! ยืนนิ่งทำไม รับขวดน้ำสิ ดื่มก่อนแล้วไปนั่งพักเหอะ วันนี้พอแค่นี้ก็ได้ แค่ออกกำลังกายไม่ต้องจริงจังหรอก เดี๋ยวจากแข็งแรงจะกลายเป็นเจ็บตัวซะเปล่า ๆ นะ”

“ผมมันแย่จริง ๆ 2 วันแล้วยังไม่เอาไหนเลย ดูสิ ขายหน้าพี่ชะมัด”

“ใครว่าล่ะ พี่น่ะเล่นบอลก่อนเรามาหลายปีนะ ตอนนี้ยังเผลอเตะพลาดอยู่บ่อย ๆ เลย ไม่ต้องห่วงหรอก นายยังไม่ชินกับเจ้าลูกกลม ๆ นี่ก็แค่นั้นเอง”

“เหรอฮะ”

“อืม!”



เป็นเวลาค่ำมากแล้ว ที่ทั้งสองเดินมาจนถึงทางแยก จอนจินโบกมือลาก่อนเลี้ยวขวาฮัมเพลงตัวเองต่อ มีแอนดี้ยืนมองรุ่นพี่ของตนจนลับตาไปพร้อมด้วยสีหน้าแห่งความสุข ก่อนจะหันหลังกลับบ้านตนเช่นกัน

...
..
.

“รอนานมั้ย” เสียงหวาน ๆ นุ่ม ๆ ของใครบางคนทักขึ้นด้านหลัง ทำเอาจอนจินที่กำลังเดาะลูกบาสเล่นต้องหันมอง

“มาแล้วเหรอฮะ ทำไมดึกนักล่ะ ขนาดผมอยู่ซ้อมบอลฆ่าเวลาตั้งนาน”

“อืม!! มันก็งี้แหละ ขอโทษนะที่ปล่อยให้คอยทุกที” เจ้าของเสียงหวาน ๆ ทำเสียงออดอ้อนใส่พร้อมแถมด้วยการจุ๊บแก้มพ่อหนุ่มนักกีฬาแทนคำขอโทษ

“ต้องเป็นงี้อีกนานมะฮะพี่”

“ถ้าต้องฟอร์มวงขึ้นมา ชั้นคงต้องนอนบริษัทเลยมั้ง”


“งี้ผมก็ไม่ได้เจอพี่นานเลยสิ ดูสิ ตั้งแต่พี่จบไป เราไม่มีเวลาได้เจอกันเลยนะ”

“ชั้นขอโทษ เอาเป็นว่า วันนี้เลี้ยงหนม ไปกินเค้กกันดีกว่า ป่ะ” เฮซองดึงมือของจอนจินให้ออกเดินไปด้วยกัน แ ต่อีกคนเหมือนยังมีอาการงอนไม่เลิกจึงขืนตัวแข็งไว้ซะงั้น

“ผมบอกพี่เหรอ ว่าผมชอบกินเค้กน่ะ”

“แต่ชั้นชอบกินนี่” คนนำทางได้แต่หันมาทำท่าทางน่ารักใส่ จนปัญญาจะขันขืนได้แค่เดินก้มหน้างุด ๆ อย่างเสียไม่ได้

“ผมเกลียดเค้กนะ มันหวาน” บ่นเบา ๆ หวังให้สายลมพาคำพูดนั้นไปให้ถึงหูคนที่เดินล่วงหน้าไปแล้ว

“งั้นนายดื่มกาแฟ เดี๋ยวชั้นจะกินเค้กเอง โอเคมั้ย” แน่ะ ได้ยินด้วยแหะ

“ผมไม่ชอบกินกาแฟ คบกันมาตั้งนาน ยังไม่รู้อีกเหรอ” คราวนี้บ่นพึมพำเหมือนต้องการให้ตัวเองได้ยินแค่คนเดียว

“งั้นเดี๋ยวสั่งโกโก้ให้ละกัน อย่างอนสิ” เสียงเพราะทีและ หูยังไวต่อเสียงอีกต่างหาก

“เอาแต่ใจตัวเองเรื่อยเลยนะ”

“งั้นเดี๋ยวคืนนี้ไปค้างด้วย ดีมั้ย”

“งั้นโอเคเลยฮะ กินเค้กใช่มั้ย จิ๊บ ๆ เค้กน่ะผมชอบที่สุดเลยพี่รู้ป่ะ ยิ่งเค้กช็อคโกแลตผมกินได้หลายชิ้นทีเดียวแหละ ฮ่ะ ๆ ๆ ไปกินเค้กกัน ไปกัน ๆ ๆๆ พี่เดินเร็ว ๆ สิ เดี๋ยวมันเสียเวลานะ”

เฮซองหยุดยิ้ม มองคนที่เดินกระปรี้กระเปร่าแซงหน้าตนขึ้นไปอย่างฮึกเหิมก็อดขำไม่ได้

“นายเนี๊ยะนะ จอนจินจริง ๆ” คิดในใจพลางส่ายหน้าเล็ก ๆ

“รอด้วยสิ ควายแถวบ้านหายรึงัย จอนจิน” ..




หลุมพรางที่เราวางกับดักไว้

บางทีความเผอเรอ อาจทำให้เราติดกับดักของตัวเอง

แม้ว่า..จะระวังอย่างที่สุด

แต่ก็อาจมีซักครั้ง ที่มันเผลอพลาดเข้าจนได้...





แต่งแบบเรื่อย ๆ มาเลียง ๆ จริง ๆ ตรู ... แต่แบบนี้ก็ดีนะ ไม่กดดันตัวเองดี







++++++++++++++++++++++++++++++++++
++++++++++++++++++
+++++++







ก้าวเดียว Special Jin-Dy ep.3

ความผิดพลาด ของลูกกลม ๆ




ความรัก มันมีรูปแบบยังงัยนะ

คนบางคนสร้างรอยแผลรอยใหญ่เอาไว้ให้เตือนใจถึงรักที่ผิดพลาด และไม่มีวันสมหวัง

เจ็บปวดเมื่อมองเห็น แต่ก็ยังคงรำลึกเสมอ – เสมอ เฝ้ามองบาดแผล ด้วยรอยน้ำตา

แต่คนบางคนกลับวิ่งหนี ทั้งที่ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารักในกำมือของตน เป็นรักที่แท้จริงรึเปล่า

ความซับซ้อนของความรู้สึกแห่งรัก .....

จมดิ่งไปก็ไม่ดี ปล่อยวางก็น่ากลัวจะสูญเสีย ...

ถึงเวลาที่เราจะต้องเดา ...

...ก็แค่ใช่ หรือไม่ เท่านั้นเอง



.....
…
.


สายตาเรียวเล็กมองไกลออกไปนอกหน้าต่างยังสนามหญ้าเขียวชอุ่มเบื้องล่าง เมฆดำที่ตั้งเค้าเมื่อบ่าย บัดนี้กลับปล่อยเม็ดฝนเป็นสายเย็นเฉียบขึ้นมาตามลำดับ ยิ่งหนาเม็ด เสียงถอนหายยิ่งดังขึ้น บทเรียนในวิชาสุดท้ายก่อนหมดคาบแทบไม่ไหลเข้าสมอง จนเสียงออดหมดเวลาเรียนดังขึ้น จึงได้ฤกษ์บ่ายหน้าจากสภาพอากาศแสนเลวร้าย ก้มลงเก็บกวาดอุปกรณ์การเรียนลงเป้ เก็บเสร็จแทนจะรีบร้อนลุกไปยังสนามเพื่อดูการซ้อมบอลอย่างทุกวัน คนตัวเล็กกลับขยับเก้าอี้ให้ชิดหน้าต่างยิ่งขึ้นกว่าเดิม นั่งเกยคางเพ่งสายตาออกไปนอกหน้าต่าง เบื้องล่าง ร่มหลากสีสันหลายคัน ที่มุ่งหน้าสู่ประตูทางออกโรงเรียนมองจากมุมสูงแบบนี้ก็สวยดี นึกแล้วหงุดหงิด เมื่อเช้าเอริคสั่งให้ถือร่มมาแท้ ๆ เพราะพยากรณ์อากาศบอกว่าวันนี้จะมีพายุฝน แต่ตัวเองกลับดื้อ อวดดี เถียงไปข้าง ๆ คู ๆ ซะงั้น หมอนั่นไม่จับเราคว่ำแล้วตีก้นก็บุญแค่ไหนแล้ว ก็พยากรณ์อากาศบางวันมันตรงซะทีไหน ใครจะรู้ล่ะว่าวันนี้ตัวเองจะดวงซวย

ที่นั่งเบื่อหน่ายหงุดหงิดกะสายฝน ก็ไม่ใช่แค่เรื่องที่ตนลืมร่มเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะว่า ฝนตกขนาดนี้ การซ้อมบอลเย็นนี้คงยิ่งเป็นไปไม่ได้น่ะสิ และจอนจิน ก็เป็นเหมือนเพื่อนเล่นแก้เหงามากกว่าครูฝึกจอมโหด แค่มองเห็นกลุ่มเมฆดำเมื่อบ่าย หัวใจก็ห่อเหี่ยวประหนึ่งอดเล่นเครื่องเล่นที่แสนสนุก

เวลาเดินผ่านตัวไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้นอกหน้าต่าง สายฝนยังหนาเม็ดโดยไม่มีท่าว่าจะซาลงกว่าเดิม คนตัวเล็กหันไปคว้าเป้บนโต๊ะขึ้นมา ก้าวเดินออกไปยังนอกห้องเรียนอย่างเอื่อยเฉื่อย

“จะกลับงัยล่ะเนี๊ยะ เฮ้อ!!”

เดินบ่นเตะฝุ่นเตะอากาศมาจนถึงทางลงบันได สายตากลับสะดุดเข้ากับร่างสูงของใครบางคน ยืนพิงผนังฮัมเพลงเบาๆ อยู่ตรงนั้น บอกไม่ถูกว่าอาการตอนนี้คือความรู้สึกของคนที่กำลังดีใจหรือตกใจกันแน่

ถ้าตกใจ คงไม่แปลก แต่ถ้าดีใจ นี่แหละ เรื่องใหญ่

“พี่จิน”

“อ้าว! มาแล้วเหรอ พี่รอเราอยู่ตั้งนานแน่ะรู้มั้ย”

“รอผมเหรอ”

“อืม!”

“แต่ว่าวันนี้ฝนตก ผมก็เลยนึกว่าคงซ้อมไม่ได้”

“ใช่ฝนตก เล่นบอลไม่ได้หรอก แต่เราเล่นบาสในโรงยิมได้นี่”

“บาสเหรอ?”

“เร็วสิ ยืนนิ่งทำไมล่ะ แน่ะ เห็นว่าฝนตกเลยกะจะอู้ใช่มั้ย ไม่มีทางซะหรอก ไปเปลี่ยนชุด แล้วเดี๋ยวเจอกันที่โรงยิมนะ พี่จะรอ ให้เวลาแค่ 5 นาที ถ้ามาช้าเจอทำโทษด้วยนะเออ” คำพูดติดจะดุดัน แต่ร้อยยิ้มกลับอ่อนโยนมากมาย ความเบื่อหน่ายเต็มกำลังเมื่อครู่ บัดนี้ละลายหายไปหมดเมื่อไหร่นะ มันเร็วจนแทบไม่รู้สึกตัวเลยแหะ

…
..
.
“พี่จินเล่นบาสด้วยเหรอฮะ” แอนดี้เอ่ยถามขณะที่กำลังวอร์มร่างกายไปด้วย

“เมื่อก่อนพี่ก็เล่นทั้งบอลและบาสแหละ แต่พอเข้าม.ปลายก็เรียนหนัก จะทุ่มเวลาให้ทั้งสองอย่างก็เป็นไปไม่ได้ ถ้าไม่เลือกเอาซักอย่าง อาจจะไม่รอดทั้งคู่ ก็เลยเลือกเล่นบอลน่ะ ไม่ได้จับลูกบาสมานาน พอมาจับแบบนี้แล้วชักคิดถึงเหมือนกันนะ”

“ผมเคยเห็นนักบาสมืออาชีพเค้าดั๊งค์ลูกกันน่ะฮะ พี่จินทำได้ป่ะฮะ” ตะโกนถามจอนจินที่ยังสนุกกับการจับลูกโยนเข้าห่วงอย่างแม่นยำ

“ดั๊งค์เหรอ แต่สำหรับพี่ พี่ว่า ชู๊ต 3 แต้ม มีเสน่ห์กว่านะ”

จอนจินเดาะบอลมาจนถึงเส้นไกล สีหน้ายิ้มแย้มเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นเมื่อเค้าประคองลูกไว้เหนือคิ้วข้างขวา สายตามุ่งไปยังจุดหมายคือห่วงด้านหน้า ย่อเข่าและสปริงตัวขึ้นพร้อมกับหักข้อมือปล่อยบอลออกไปสู่เป้าหมาย ลูกกลม ๆ หมุนคว้างอยู่ในอากาศไม่นานก่อนจะมุดลงห่วงไปโดยแทบไม่ได้แตะขอบห่วงซักนิด

“ไนซ์ ชู๊ต” แปะ ๆ ๆๆ

“พี่จินเจ๋งสุดยอดเลยฮะ”

จอนจินโค้งให้เสียงปรบมือนิงนึง ก่อนวิ่งไปเก็บบอลมาประจำตำแหน่งเดิมอีกครั้ง การชู๊ตครั้งที่สอง ลูกลอยหลุดจากมือไปแล้ว แต่คราวนี้กลับกระแทกเอาขอบห่วงและกระเด้งออกมา ราวกับชั่วพริบตาที่การเคลื่อนไหวของคนร่างสูงทำเอาแอนดี้มองตามแทบไม่ทัน เค้าวิ่งไปข้างหน้าเพียงไม่กี่ก้าว คว้าเอาลูกบอลไว้ แต่ใต้แป้นแบบนั้น ให้ชู๊ตคงลำบาก แอนดี้ได้แต่นึกในใจ

จอนจินคว้าลูกได้แล้วก้าวถอยหลังเพียงครึ่งก้าว ก่อนจะเอนให้หลังทำมุม 80 องศากับพื้นสปริงตัวโยนบอลไปยังห่วง ..

แล้วลูกก็ลอยเข้าไปอย่างสวยงามอีกจนได้ คนมองอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

เท่ส์มาก เท่ส์จริง ๆ “เอ๊ะ! ไม่สิ ท่าทางแบบนั้นมันสวยงามต่างหากล่ะ จะเท่ส์ได้งัย” แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพ ๆ นั้น ตรึงอยู่ในดวงตาของแอนดี้ไปหลายวินาทีทีเดียว

“พี่จินเก่งมากฮะ ผมอยากทำแบบนั้นได้จัง” จอนจินวิ่งเหยาะ ๆ มายังตำแหน่งที่อีกคนนั่งวอร์มร่างกาย แค่เพียงไม่กี่นาทีที่เค้าชู๊ตบอลเล่นๆ แต่บัดนี้กลับมีเหงื่อไหลซึมเต็มหน้า รวมถึงเสื้อกล้ามตัวนั้นเริ่มซับเหงื่อจนเปียกชุ่มไปแล้ว

“เอาเป็นว่าวันนี้ สิ่งที่เราต้องทำคือแย่งลูกจากพี่ให้ได้ แค่นั้นก็พอ ถ้าเราแย่งสำเร็จ พี่จะปล่อยให้เรากลับได้ ลุกซิ”

“ฮะ” ฟังเหมือนง่าย แค่แย่งลูกจากมืออดีตนักบาสโรงเรียน จิ๊บ ๆ แต่ที่ไหนได้ มันสาหัสเอาการเลยทีเดียวแหละ การหลบหลีกของจอนจินทำเอาแอนดี้ล้มลุกคลุกคลานแทบไม่เป็นท่า หยุดหอบลิ้นห้อยไปหลายต่อหลายหน แต่อีกคนนี่สิ เหมือนกำลังสนุกกับการทำให้อีกคนเหน็ดเหนื่อยได้ขนาดนี้

“ยอมรึยังครับ แอนดี้”

“ผมไม่ยอมพี่จินหรอก คอยดูนะ คราวนี้ต้องแย่งให้ได้” แอนดี้เชิดหน้าแข่งกับวาจาท้าทายของอีกคน สายตามุ่งมั่นอยู่กับลูกบอลในมือจอนจินอย่างเอาเป็นเอาตาย

พื้นสนามเริ่มเปียกเป็นบางแห่งเนื่องจากการหกล้มของคนตัวเล็ก ขณะที่แอนดี้กระโดดคว้าบอลในมือที่ชูขึ้นสุดตัวของจอนจิน ปลายนิ้วของเค้าสัมผัสได้ถึงพื้นผิวของบาสลูกนั้นได้แล้ว รอยยิ้มปรากฏขึ้นเมื่อมองเห็นถึงชัยชนะของตน แต่ชั่วพริบตานั้น

“ได้แล้ว .... อ๊ะ”

โครมมมมม


รอยเปียกของปาเก้ทำให้จังหวะกระโดดผิดพลาด สิ่งที่คว้าได้ในอากาศระหว่างที่กำลังจะร่วงสู่พื้นคืออะไรก็ไม่ทันคิด แต่ท่าลงตอนนี้ก็ไม่ทำให้เค้าเจ็บตัวนัก ทำไมน่ะเหรอ ..

เหวอออออ~~~~


ตุ๊บ ตุ๊บ ๆ ๆ ๆ ~~~~


ลูกบาสร่วงกระดอนสู่พื้นเสียงดังอยู่นานราว 5 วิ หลังจากนั้นบรรยากาศรอบตัวก็เงียบเชียบ มีเพียงเสียงสายฝนที่สาดลงมากระทบหลังคาโรงยิมอย่าหนัก และดูท่าว่าค่ำคืนนี้ คงไม่หยุดตกง่าย ๆ

10 วิ ที่ทั้งคู่ต่างกำลังงุนงง อีก 10 วิ ที่แอนดี้ใช้เวลาไปกับการประเมินสถานการณ์ของตนเอง และอีก 5 วิ กว่าผลของมันจะถูกประมวลออกมาได้

ตอนนี้ เข่าสองข้างของตนกำลังคล่อมอยู่บริเวณขาอ่อนของจอนจิน มือสองข้างกำเสื้อกล้ามบริเวณหน้าอกที่เปียกชื้นของอีกฝ่ายไว้แน่น ส่วนอีกคน ก็นอนหงายเป็นเบาะรองให้ตนเองไปซะงั้น

หวา~~~ เกิดอะไรขึ้นเนี๊ยะ

ขณะที่ปากยังคงอ้าค้างเพราะความตกใจ แต่คนด้านล่างที่ใช้เวลาในการประเมินสถานการณ์ฉุกละหุกน้อยกว่า กลับปรากฏรอยยิ้มมุมปากขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างดื้อ ๆ

“มันใช่เวลามานั่งยิ้มรึงัย” แอนดี้ถามตัวเองโดยไม่รู้เหมือนกันว่าต้องการคำตอบหรือเปล่า

เมื่อสมองสั่งการให้ลุก แต่หัวใจกลับต่อต้านคำสั่ง แขนยังเฉย ขายังนิ่ง

จอนจินดันตัวลุกนั่ง เท้าแขนข้างหนึ่งไปด้านหลังพยุงตัวเองไว้ เมื่อคนที่นั่งทับตนอยู่นานยังไม่มีทีท่าว่าจะลุกหนี อาจยังตกใจ หรือเขินอาย แต่ริมฝีปากที่อ้าน้อย ๆ ประดับไว้บนใบหน้าเหวอ ๆ แดง ๆ นั้น มันทำให้เค้าเผลอกลืนน้ำลายของตัวเองอึกใหญ่

ตาประสานกับตา เสียงหัวใจเต้นโครมครามแข่งกันจนดังสนั่นหวั่นไหว อุณหภูมิจากน้ำฝนสร้างไอเย็นยะเยียบรอบโรงยิมก็จริง แต่รอบตัวทั้งคู่ กลับร้อนผะผ่าวจนน่าตกใจ ...

..เมื่อดวงตาเรียวเล็กเริ่มกระพริบปริบ ๆ มือเรียวแกร่งของคนด้านล่างถือโอกาสเอื้อมคว้าเอาท้ายทอย สอดนิ้วไปบนกลุ่มผมเส้นเล็กสีน้ำตาลนุ่ม ออกแรงโน้มให้ใบหน้าของคนตรงหน้าแนบชิดเข้ามาใกล้ ๆ ตน ริมฝีปากประทับลงไปยังริมฝีปากได้รูป ชุ่มฉ่ำของอีกคนอย่างแผ่วเบา เพราะปากที่ยังเผลออ้าค้างไว้เมื่อครู่ ทำให้ลิ้นร้อน ๆ ของจอนจินบุกทะลวงเข้าไปยังโพรงปากคนตัวเล็กได้อย่างง่ายดาย

อาจเพราะยังไม่แน่ใจในสถานการณ์ปัจจุบัน จึงไม่ทันได้ขัดขืน แต่ตอนนี้ ร่วม 1นาทีแล้ว แปลกใจตัวเองที่ยังคงไม่สามารถหันหนีรสจูบนั้นได้ ตรงกันข้าม ลิ้นเรียวเล็กของตัวเองยังเผลอดุนดันหยอกเย้าไปกับลิ้นของอีกคนอย่างหวานชื่น สิ่งนี้มันคืออะไร ดวงตาใส ๆ กลม ๆ พริ้มหลับ ลำคอเอียงรับสัมผัสหอมหวานในรสจูบจนสติแทบหลุดลอยออกจากร่าง ...

เนิ่นนานต่อไป โดยไม่มีทีท่าว่าจะพอ ...

เหมือนสิ่งแปลกใหม่จึงได้แต่ลิ้มลองอย่างตื่นเต้น...จนลมหายใจที่มีเริ่มติดขัด นั่นแหละ ถึงได้รู้สึกตัวเอง



“อ๊ะ!” แขนที่กำแน่นกับเสื้อกล้ามเปลี่ยนมาเป็นออกแรงผลักทำเอาจอนจินล้มลงไปอีกครั้ง แอนดี้รีบลุกขึ้น ใช้หลังมือเช็ดลวก ๆ ยังริมฝีปากที่เริ่มมีน้ำใส ๆ ไหลออกจากมุมปากเป็นทางยาว

จนปัญญาหาทางแก้ตัว ในเมื่อไม่ต้องมองก็ดูออกว่าตนเองก็เผลอเคลิบเคลิ้ม ไม่กล้าหันไปมองสบตาคนที่มีสีหน้ายอมรับผิดทุกประการแล้ว ทันทีที่นึกได้ก็รีบกลับหลังหัน ใส่เกียร์เดินหน้าวิ่งออกไปด้านนอก โดยไม่สนใจเสียงเรียกชื่อและสายฝนที่ยังโหมกระหน่ำนั่นซักนิด ...

วิ่งออกไป ไปที่ไหนก็ได้ ที่ไม่ใช่ที่นี่ ...

สายฝนก็ดี จงสาดซัดลงมาชำระใบหน้าที่แดงซ่านตอนนี้ให้เย็นชาไร้ความรู้สึกไปเลยก็ได้
ฟ้าร้องก็ดี โปรดจงพ่นเสียงคำรามของท่านออกมาปกปิดเสียงหัวใจที่มันโครมครามของผมที

เพราะตอนนี้มันดังจนแทบทะลุออกมาด้านนอกอยู่แล้ว ...



.....

เวลาที่เราหกล้ม รอยแผลจะอยู่กับเราแค่ข้ามวัน

แต่เมื่อเราทำผิดพลาดกับความรัก บาดแผลจะติดตัวเราไป...ตลอดกาล







อย่างงนะฮะ เพราะมันเป็นช็อตฟิก มันเลยต้องกิ๊กกันเร็วฮะ 555

ท่านพี่ สงสารร่าเหรอ ง้านเดี๋ยวให้ร่ากิ๊กกะป๋าดีมะ (เฟี้ยวว~~~ รองแตะลอยมาจากปากน้ำ)
พี่บี สงสัยจะชอบน้องดี้โหมดซึนกะอิป๋าเวอร์ชั่นจิตเอามาก ๆ แน่เลย
น้องเกต คุณ JM ไม่มีไร เรียกเฉย ๆ ฮะ..






Create Date : 09 กุมภาพันธ์ 2552
Last Update : 13 กุมภาพันธ์ 2552 10:08:11 น. 12 comments
Counter : 757 Pageviews.

 
อ๊ากกกกกก คู่สมการมาแว้ว ..

จริงๆแล้วต้องริคดี้ กะ จินซอง แต่ถ้าคู่สมการจินดี้ก็ชอบ ชวนสยิวกิ๊วกิ้วมิช่ายน้อย เหอๆๆ

พี่ริคจับพาดระเบียงเลยเหรอนั่น บ้านพักอยู่แถวไหนเนี่ย อยากเอากล้องไปส่องชิงๆ เหอๆ

คู่นี้เนี่ย เหตุเกิดเพราะความเหงาเข้าแทรกป่ะเนี่ย แล้วพี่จินก็อ่อนโยนซ๊า ดูแมนค๊อดๆๆ ความเผลอใจก่อให้เกิดความรักที่ผิดพลาดใช่มั้ย แล้วจะดุเดือดเลือดสาดป่ะ

อ๊ากกกกกสงสารซาร่าวะฮะ

รอให้อัพไวๆเน้อ


โดย: Tom & Jinny วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:23:27:29 น.  

 
และแล้วบท "เธอปันใจ" ก็มาจนได้
แต่คู่นี้น่ารักอ่ะ จะนอกจะในใจยังไง
ก็ร้ากกกอยู่ดี... ว่าแต่ป๋าเถอะ ทำตัว
แบบนั้นก็น่าอยู่หรอก ทำไรก็ไม่รุ....
เดี๋ยวก็แกล้งถอดกุงเกง... เดี๋ยวก็จับ
พาดหน้าต่างแล้วก็ทำมิดีมิร้าย แถม
กลางวันแสกๆ น่าอายชะมัด แล้วที่
สำคัญ.. ยังชอบไปล้อปมด้อยน้องดี้อีก
น่านอกใจจริงๆ..... ว่าแต่ซองกี้ทำอะไร
ผิดล่ะ หรือว่าจะเป็นนุ้งดี้คิดไปคนเดียว
แล้วจะรอตอนต่อไปนะ.....................


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:13:38:37 น.  

 
เป็นเรื่องอะจิที่นี้
งานี้ดี้จะแอบปันใจ หุหุ
เรื่องเตี้ย รักคนสูงก็ต้องทำใจละนะ ปูนนี้มันคงสูงตามไปไม่ทันแล้วละ
ป๋าอ่ะก็เกินไปชอบแกล้งดี้ (ฟังว่าแกรก็ชอบ 555+) แต่ละวิธีสุดจะเหลือทน แต่แนะนำอย่าคิดเอาเป็นเยี่ยงอย่าง
สำหรับป๋า คงไม่มีคำว่าอายหลงเหลือ
ทำไปก้เท่านั้น


โดย: ket_dd IP: 202.151.41.53 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:9:09:21 น.  

 
อ๊ากกก น้องพุด
ในเรื่องน่ารักทุกคนเลยยยอ่ะ
นานๆ ได้อ่านเนื้อเรื่องเรียบๆ แบบนี้รู้สึกดีอ่ะ
แอนดี้ของนูน่าน่ารักที่ซู๊ดดดด อิอิ
แล้วพี่ชอบย่อหน้าสุดท้ายทั้งสองพาร์ทเลยด้วย โดนนนนน
น้องพุด สู้ๆ


โดย: andyBE IP: 58.9.221.82 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:54:49 น.  

 
มาอีกรอบ แค่จะบอว่าชอบตอนนี้มาก ไม่ไหวแล้ว น่ารักๆๆๆๆๆ
“จะโทษชั้นก็ไม่ถูก ก็ใครใช้ให้น่ารักเองทำไมล่ะ ยิ่งหน้างอ ๆ แบบตอนนี้ รู้มั้ยว่าชั้นคิดถึงอะไร”
“อะไร คิดถึงอะไร พูดออกมาดี ๆ นะ”
“คิดถึงตอนที่ชั้นแหย่นายในห้องน้ำวันก่อนงัยล่ะ 5555 พี่เอริค ไม่เอานะ ไม่เอา ๆ ๆ ที่ไหนได้ เกาะไหล่ไว้แน่นเชียว”
“ไอ้บ้าเอริค หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะ เฮ่ย!!! นายมันทุเรศ ๆ ๆ ทุเรศสิ้นดี”
“บอกให้นอนดี ๆ ดันชอบออกกำลังก่อนนอนซะงั้นนะ” เอริคทอดสายตาอ่อนโยนมองคนตัวเล็กในอ้อมกอดพลางยื่นนิ้วเรียว ๆ ของเค้าเกลี่ยไรผม และใบหน้ากลม ๆ บรรจงซับเหงื่อที่ผุดเป็นเม็ดเล็ก ๆ เต็มหน้าให้อย่างแผ่วเบา ก่อนจะกดริมฝีปากฝังจมูกตัวเองไว้บนแก้มนวล ๆ นั่นทิ้งท้าย ...
“ฝันดีนะ เจ้าตัวน้อยของชั้น”


โดย: andyBE IP: 58.9.192.9 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:21:37:40 น.  

 
น้องเกต คุณ JM ไม่มีไร เรียกเฉย ๆ ฮะ..
คิดค่าเรียกชื่อ ด้วยฟิก Ep.4 นะพี่พุด
อยากอ่านตอนไปแล้วอ่ะ 5 6 7 เลยก็ดีอันนี้เป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม
ที่แรกอ่ะคิดว่าดี้จะเผลอใจแค่ฝ่ายเดี่ยว ที่ไหนได้จินนี่ก็เป็นไปกับเขาด้วยลืมซองที่เพิ่งสวีตกันมาได้อย่างไร แสดงว่าแอบเก็บอาการมาตลอดซะนะเนี้ย หุหุ

พี่พุดมาต่อไว้นะฮะ


โดย: ket_dd IP: 202.151.41.53 วันที่: 13 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:10:45:44 น.  

 
กรี๊ดดดดดด รักแท้จะแพ้ใกล้ชิดปะเนี่ย ม่ายนะ....สงสารออมม่า กะยักษ์ขี้เซา


เรื่องนี้มีภาษาโดนๆอีกแล้วค่ะ อิจินก้อเท่ห์คอดดดดด (อ่านไปจิ้นไป ยิ้มไป) อยากเป็นผ้าขนหนู จะได้คอยซับเหงื่อ(ที่หน้า)ให้อิจิน..อิอิ


พอได้แล้วก็ไม่ต้องถนอมกันเลยใช่มั้ย ไอ้ยักษ์ขี้เซา../// ฮิ้วววววววว ฮาค่ะ

รีบมาต่อนะน้องพุด พี่เอาใจช่วยสุดชีวิต สู้ๆค่ะ


โดย: ไอ้หนูลูกพ่อ IP: 58.8.248.197 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:0:26:38 น.  

 
เรียกชื่อเราไมอ่ะ...คิดถึงเหรอ หุ หุ^_^

.......ป๋าเนี่ย...ชอบแกล้งน้องดี้เรื่อยเลย
ออกแนวหื่นๆอีกต่างหาก แต่มามีคำพูด
หวานๆดีๆเอาตอนเค้าหลับเนี่ย ใครเค้า
จะไปได้ยินกันล่ะ ชอบแสดงให้เห็นแต่
ด้านแย่ๆ เดี๋ยวเกิดเค้าปันใจแบบไปไม่
กลับหลับไม่ตื่นขึ้นมาล่ะก็....เสียใจแย่
เลยนะ (ประโยคนี้หมายถึงตายจากใจ
น่ะ ไม่ใช่ตายแบบหมดลม หุ หุ หุ).....

ส่วนจินนี่เนี่ย...เท่ห์..น่ารัก..และอบอุ่น
ได้ตลอดเวลาเลยนะ ใครได้อยู่ใกล้ๆก็
ต้องหลงรักเข้าทุกคนแหละ และก็เป็นธรรมดาที่น้องดี้จะหลงรัก ก็คนมันเจ๋ง
ซะขนาดนั้นนี่เนอะ....

และเหตุผลที่จินนี่สมควรนอกใจก็เฉลย
ออกมาแล้ว...ซองกี้ไม่ค่อยมีเวลาได้อยู่
ด้วยกัน ก็เหงาตายกันพอดี แถมยังเอา
แต่ใจอีก แล้วคบกันมาตั้งนานเนี่ย.. ยังไม่รู้อีกเหรอว่าเค้าชอบไม่ชอบกินไรอ่ะ
เฮ้อ...ถ้าจินนี่คิดลึก ก็คงคิดว่าซองกี้ไม่ใส่ใจในตัวเค้าเลยอะดิ แบบนี้เดี๋ยวก็ได้
นอกใจแบบไร้เงาหัวหรอก (ประโยคนี้
หมายถึงไม่มีแม้แต่เงาในหัวใจ ไม่ใช่
โดนปองร้ายแบบไม่มีเงาหัวน่ะ หุ หุ หุ)

สุดท้ายแล้ว เราก็จะรอลุ้นในตอนต่อไป
ว่าคนหล่อแต่ลามกและขี้แกล้ง กับคน
หน้าสวยเอาแต่ใจ ที่ไม่ค่อยมีเวลา จะ
เสียคนรักไป(โดยที่ไม่รู้ตัว)หรือไม่ แล้ว
ทั้งสองคนที่กำลังปันใจ จะถอนตัวจาก
สิ่งเย้ายวนที่หวานหอมตรงหน้าได้หรือเปล่า อันนี้ต้องรอคำตอบในตอนหน้า
ลาแล้วเอย....................................



โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:3:11:08 น.  

 
พี่พุด~ ไม่ได้เข้ามานาน

ของพี่มันไปไกลแล้วนะเนี่ย55+

ตามอ่านมาจนหมดจนจบที่อันนี้

และตอนล่าสุด...แบบว่ามัน...

อ้ากกกก!!!! ถูกใจ55+

จินนอกใจซอง ดี้เผลอใจไปกับจูบ

แบบนี้ต้องไปฟ้องคุณสามีกับคุณภรรยาของสองคนนี้ซะหน่อยแล้ว55+

มาต่อเร็วๆนะพี่พุด~ เพราะมันน่ารักมาก~~


โดย: wizze IP: 124.122.139.78 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:20:18:11 น.  

 
พุดดดดดด.....ไม่สะกิดเรียกพี่เลย

คู่สมการจินดี้ที่ใฝ่ฝัน...หุหุหุ

จินเริ่มก่อนนิ...แปลว่าแม้นแต่ลูกนกก็มิอาจจะทนความน่ารักของหมีดี้ได้...โฮะโฮะ โฮะ ภูมิใจในตัวหมีดี้เหลือเกิน

ไปอ่านตอนต่อไปดีกว่า

ขอบใจหลายๆ



โดย: piyawan IP: 118.172.240.144 วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:16:58:49 น.  

 
หวา~~~

ม่ายยยยน๊า ไม่ให้ร่ากิ๊กกะป๋า แหมตัวเองก็ทำไม่ได้เหมือนกันชิมิ ทำมาเปนขู่ เหอๆๆ

อารมย์ที่พลั้งพลาด จนเผลอตัวและเผลอใจ มันเกิดจากไรหวา ความเหงาที่แต่ละฝ่ายถูกทอดทิ้งเหรอ? หรือจิตใต้สำนึกที่ถูกดึดดูดของแต่ละฝ่ายกันแน่หว่า ไม่ว่าจะเผลอใจหรือเผลอจูบ มันก็ดูเปนเรื่องผิดอ่ะ ผิดต่อคนที่ตัวเองรักและรักตัวเองกันอยู่แล้วอ่ะ เง้อ!!เอาไงเนี่ยตรู อยากได้คู่สมการมิใช่เหรอ จะให้ดีนะ แต่งเรื่องใหม่ แล้วมีแต่สมการล้วนๆจิ แต่อย่าให้ร่ากิ๊กกะริคน๊า หวง


โดย: Orange Rose วันที่: 15 กุมภาพันธ์ 2552 เวลา:17:58:10 น.  

 
“รอด้วยสิ ควายแถวบ้านหายรึงัย จอนจิน” ..
ฮ่าๆๆๆ

งะ อ่านแล้วใจเต้นตุ้มๆต่อมๆ ฉากในโรงยิมยามฝนตก อ้ากก กรี๊สสส บรรยากาศเป็นใจ แต่จินงะ - - สงสารซอง แต่ก็ ปากดี้มันเกินห้ามใจใช่ไหมละ ><
ส่วนดี้ ฮ่าๆๆ อยากยุให้มีกิ๊กเหมือนกัน
ป๋าอ่ะ - - ภาคแรกนี่ไม่หื่นขนาดนี้นิหน่า ภาคแรกออกจะเท่ห์
ฮ่าๆๆ สงสารดี้อ่ะ ถูกกระทำชำเราตรงหน้าต่างเลยรึนั้น!

กลับมาติดตามฟิคพี่พุดได้แล้ววว เย้!
^^


โดย: da friday child วันที่: 22 มีนาคม 2552 เวลา:0:57:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.