I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
6 พฤศจิกายน 2551
 
All Blogs
 
Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2) Special..





Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2)




…Special Part Ric - Dy moment
... เรื่องเล่าของเอริค กับ เด็กน้อยที่ป้ายรถเมลล์ในวันนั้น...





ป้ายรถเมลล์ยามเย็นที่แน่นขนัดไปด้วยผู้คน ทั้งนักเรียนที่โรงเรียนเพิ่งเลิกเรียน และคนทำงานมากหน้าหลายตา

เด็กชายน้อย ๆ คนนึง ซุกตัวอยู่บนเก้าอี้ นั่งเหม่อมองไปยังผู้คนและถนนที่มีรถรามากมายผ่านไปมา การรอคอยผ่านไปนาน จากนาที เป็นชั่วโมง จาก 1 ชั่วโมง เป็น 2 ชั่วโมง อารมณ์ยิ้มแย้มรื่นเริงเพราะท๊อฟฟี่จากครูประจำชั้น 1 กำมือตอนเลิกเรียน เริ่มจะจางลงไป ตอนนี้กลับกลายเป็นความวิตกกังวลที่เริ่มเข้ามาครอบงำจิตใจเข้าไปทุกขณะ

“ทำไมลุงชอยยังไม่มาน๊า พ่อไปไหนหว่า หิวข้าวแล้ว เฮ้อ!” เค้านั่งบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่สายตายังคงส่ายมองโน่นนี่ไปตามประสา นาน ๆ ครั้งถึงจะยกข้อมือมองดูนาฬิกาอุนตร้าแมนของตัวเองซักที ถึงแม้จะซื้อมาแล้วใส่เพื่อความเท่ส์เพราะอ่านตัวเลขบนหน้าปัดนั้นไม่ออกก็เถอะ แต่เค้าก็รู้ว่าตอนนี้ มันนานผิดปกติกว่าทุกวันแล้ว..

เมื่อผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมา เริ่มบางตาลง เด็กน้อยแสนน่ารักก็เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ รอยยิ้มบนหน้าใส ๆ เริ่มมีน้ำตาเข้ามาแทนที เค้ากอดกระเป๋าสะพายอุนตร้าแมน(อีกแล้ว)ของตัวเองเอาไว้แนบอก ซุกหน้าร้องไห้อยู่คนเดียว ในมุมของเก้าอี้ตัวในสุด

เวลายังคงเดินต่อไปอีกนาน จนเสียงสะอื้น และคราบน้ำตาบนพวงแก้มใสเริ่มเริ่มเหือดหายไป อาการสะอึกรอบแล้วรอบเล่าเพราะการร้องให้อย่างหนัก พาลเอาน่าเหนื่อยแทนจริง ๆ ยิ่งรอบกายมืดมิดขึ้นไปเท่าไหร่ อาการหวาดกลัวเริ่มเกาะกินใจเท่ากัน

และในทุก ๆ อาการตั้งแต่ต้นจนจบ เด็กน้อยหารู้ไม่ว่ามีสายตาใครบางคนอีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก จับจ้องตัวเองอยู่นานแล้ว เค้าตัดสินใจลุกเดินไปยังเก้าอี้ตัวข้าง ๆ และทรุดตัวนั่งลงตรงนั้น

“มดกัดนายใช่มั้ย เด็กน้อย” เสียงใสแปลก ๆ หู ทำให้เด็กน้อยต้องเงยหน้ามามองคนแปลกหน้าข้าง ๆ ตน

“หืม! พี่ว่าอะไรนะฮะ”

“เมื่อกี๊ชั้นเห็นมันอยู่ตัวนึง แถว ๆ ที่นายนั่งนี่แหละ เห็นนายร้องไห้ ชั้นก็นึกว่ามันกำลังกัดนายอยู่น่ะสิ”

“เปล่านะ ผมเปล่าโดนมดกัดซักหน่อย” เด็กน้อยปฏิเสธ เสียงพร้อมสะอึกที่ยังคงส่งออกมาจากลำคอเป็นระยะ ๆ

“จะไม่ใช่ได้ไง ก็นี่ไง นี่ เห็นมะมันเกาะหลังของนายอยู่ ” เด็กตัวโตกว่า เอื้อมมือไปทางด้านหลัง หยิบอะไรซักอย่างขึ้นมาจากปกเสื้อของคนตัวเล็ก

“หืม นี่น่ะเหรอฮะ”

“อืม! นี่แหละ มันคือมดอวกาศ”

“มดอวกาศเหรอฮะ! มันก็มดธรรมดานี่น่า”

“ธรรมดาได้ไง นี่เห็นมั้ย ตรงหนวดมันมีคลื่นสัญญาณคอยรับส่งจากดาวแม่ของมัน” เด็กคนโต ชี้ชวนให้ดูไปยังหนวดตรงหน้าเจ้ามดตัวนั้น

“อ่าว แล้วมดธรรมดามันไม่มีอย่างนี้เหรอฮะ” เด็กน้อยยังคงทำคิ้วขมวด สีหน้างุนงงมองตรงไปยังหน้าตาของเจ้ามดผู้เคราะห์ร้ายนั่น

“ไม่มีหรอก”

“แล้วมดอวกาศมันมาทำไรที่นี่อ่ะ”

“มันมาตามหาคู่รักของมันน่ะสิ”

“ตามหาคู่รักของมันงั้นเหรอ พี่รู้ได้ไงอ่ะ”

“ก็ตัวของมันเป็นสีแดงเห็นมะ แสดงว่ามันกำลังมีความรัก”

“เปล่าซะหน่อย มันคือมดแดงต่างหาก”

“ใช่ที่ไหนเล่า มันกำลังมีความรัก ปกติมดอวกาศต้องเป็นสีดำ”

“งั้นเหรอฮะ พี่เก่งจัง”

“แน่นอน เพราะชั้นเชี่ยวชาญด้านแมลง”

“แล้วคนรักมันอยู่ไหนเหรอ” เด็กน้อยยังถามต่อไปอย่างใคร่รู้

“อืม ชั้นว่าชั้นเจอคู่รักของมันตะกี๊นะ แว๊บ ๆ หายไปไหนแล้ว หรือว่านายบี้คู่รักของมันแบนไปแล้ว”

“เปล่านะฮะ” เด็กน้อยส่ายหน้า ตาเบิกกว้าง ท่าทางนั้นเรียกอมยิ้มจากอีกคนได้ทันที

“ งั้นผมช่วยหาคู่รักของมันนะ”

“อืม นายช่วยชั้นแล้วกัน”

“จะเจอมั้ยฮะพี่ มันมืดแล้ว”

“เจอสิ ทำมัยไม่เจอล่ะ”

“คู่รักของมันเป็นไงอ่ะฮะ ผมจะได้หยิบไม่ผิดตัว”

“ถ้านายหยิบตัวไหนขึ้นมา ตัวนั้นแหละ ก็คือคู่รักมัน”

“อ่าว ทำไมงั้นล่ะ ผมกลัวว่าผมจะไม่เจอน่ะสิ แล้วมันจะเป็นไงอ่ะ ถ้าเราช่วยมันหาคู่รักไม่เจอ” เด็กน้อยยังคงก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ตรงเก้าอี้ของตัวเอง ปากก็ถามไป มือก็คลำ ๆ เอาบนพื้นอย่างแผ่วเบา เพราะกลัวว่าจะให้มดน้อยเป็นอันตราย

“ แล้วมันมาอยู่ตรงนี้ได้ไงฮะ”

“มันเกาะหลังชั้นมา”

“เกาะหลังพี่มาเหรอ”

“อืม ใช่ มันขอร้องให้ชั้นตาหาคู่รักให้มันไง ชั้นรู้ว่าอยู่แถวนี้ มันก็เลยขอเกาะหลังชั้นมา”

“โห พี่ใจดีจังเลย”

“เพราะมีแค่ชั้นคนเดียวน่ะสิ ที่สื่อสารกับมันรู้เรื่อง”

“อ่ะ ผมเจอและ ตัวนี้รึเปล่าฮะ” เด็กน้อยกระเถิบตัวเข้ามาหาอีกคน ด้วยใบหน้ากระตือรือร้น พลางจับเจ้ามดตัวเล็กในมืออย่างทะนุถนอม

“นายเก่งมากเลยเด็กน้อย คราวนี้มันจะได้เจอคู่รักมันแล้ว”

“พี่รู้ได้ไงฮะ ว่ามันคือตัวนี้”

“นี่ไง เราก็ปล่อยให้มันคุยกันดู ถ้าใช่ มันก็จะคุยกันรู้เรื่องแหละ”

“โห งั้นเหรอฮะ”

ทั้งคู่วางเจ้ามดน้อยในมือของตัวเองลงบนเก้าอี้ นั่งดูปฏิกิริยาของมดสองตัวอย่างสนใจ ส่วนคนโตกว่า ก็นั่งมองสีหน้ากระตือรือร้นและรอยยิ้มหวาน ๆ บนใบหน้าของคนตัวเล็กอย่างเพลินอารมณ์

“พี่ดูสิ มันคุยกันด้วยฮะ”

“อืม มันกำลังทักทายกัน นายเห็นใช่มั้ย”

“เห็นฮะ พี่ฟังออกป่ะ ว่ามันพูดอะไรกัน”

“ฟังออกสิ”

“มันว่าไงฮะ”

“มดจากต่างดาวมันกำลังขอความรักกับมดอีกตัวไง”

“เหรอฮะ ว้าว! แปลกเนอะ มดตั้งเยอะตั้งแยะ บ้านผมตรงต้นไม้มีมดเต็มเลย ไม่น่าเชื่อ มันเจอคู่รักของมันได้”

“คงเป็นเพราะพรหมลิขิตมั้ง”

“พรหมลิขิต??? พรหมลิขิต แปลกว่าอะไรเหรอฮะ”

“พรหมลิขิต ก็แปลว่า เอ่อ แปลกว่า .. ไม่รู้สิ น่าจะแปลว่าไม่ว่าอะไรจะหายไป เราก็ต้องตามจนพบมั้ง”

“เหรอฮะ ผมจะมีพรหมลิขิตรึเปล่าน๊อ ดินสอกดเล่มโปรดหายไปเมื่อวาน วันนี้ยังหาไม่เจอเลย” เด็กน้อยเงยหน้าทำท่าคิดหนัก

“หึ ๆ ๆ นายต้องมีสิ มดยังมีพรหมลิขิตเลย เห็นมั้ย”

“พี่ฮะ ดูสิๆ มันชวนกันไปไหนแล้วฮะ” เด็กน้อยทำเสียงตื่นเต้น พาลเอาเด็กตัวโตต้องละสายตาจากจมูกแดง ๆ แก้มที่ยังมีคราบน้ำตา ให้มาจดจ่ออยู่กับเจ้ามดสองตัวต่อ

“อ๋อ มันคงหาทางกลับยานของมันรึเปล่า ดูสิ มันเดินหาคลื่นสัญญาณเพื่อตอบกลับไปยังดาวแม่ของมันน่ะ”

“กลับยานเหรอฮะ พี่รู้ใช่มั้ยว่ายานมันอยู่ที่ไหน”

“อืม ไม่รู้สิ อันนี้มันไม่บอกชั้น มันบอกว่าเป็นความลับ”

“เหรอฮะ ว้า เสียดายจังเลยผมอยากเห็นยานของมัน”

“ไว้ถ้าชั้นสืบหาจนเจอ แล้วชั้นจะบอกนาย ดีมั้ย”

“จริง ๆ นะฮะ” เด็กน้อยทำตาโต อาการดีใจที่ไม่มีปกปิดนั้น เรียกรอยยิ้มจากมุมปากของเด็กตัวโตได้อีกแล้ว

“มันเดินไปไหนอ่ะฮะพี่ ดูสิ เราจะต้องตามมันไปมะ จะได้รู้ว่ายานมันอยู่ตรงไหน”

“อืม แต่มันมืดน่ะสิ ชั้นกลัวว่าถ้านายเดินไป แล้วนายจะเผลอไปเหยียบมันเข้า”

“เออ นั่นสินะ อุตส่าห์เจอกันทั้งที ผมไม่อยากให้มันมีอันตราย” รอยยิ้มบนหน้าเปลี่ยนเป็นสลดในพริบตา จนคนข้าง ๆ พลอยเศร้าใจไปด้วย

“แต่มันไม่เป็นไรหรอก เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้น เราก็จะไปช่วยมันทัน”

“ยังไงฮะ”

“ชั้นติดสัญญาณของความช่วยเหลือมันไว้ที่ตัวมันน่ะ นี่ เห็นมั้ย ถ้ามันมีอันตรายชั้นก็จะรู้” เด็กชายคนโตล้วงเอาเครื่องเกมส์ในกระเป๋าขึ้นมา

“นั่นมันเกมส์นี่นา” แอนดี้มองของในมือเอริคอย่างสงสัย จนเจ้าตัวต้องรีบเก็บใส่กระเป๋าต่อ

“ชั้นดัดแปลงมันเองล่ะ นั่งเถอะ เมื่อยแย่แล้ว”

“ผมอยากดูว่ามันจะเดินกันไปถึงไหน”

“มืดออก มองเห็นเหรอ”

“ไม่เห็นหรอกฮะ กำลังพยายามหาอยู่นี่ไง”

“เอาเป็นว่า ถ้ามีมดตัวไหนมาขอให้ชั้นช่วยอีก ชั้นจะรับนายเป็นผู้ช่วยตามหาของชั้นดีมะ”

“จริง ๆ นะฮะพี่ เย้ ๆ ๆ ๆ ดี ๆ ผมอยากหาคู่ให้มันอีก” เด็กน้อยชูมือดีใจ เสียงหัวเราะคิกคัก แต่เสียงที่แหบพร่าและอาการสะอึกที่ยังหลงเหลือบ้าง ทำให้คนตัวโตกว่าเริ่มสังเกตเห็น

“เดี๋ยวชั้นมา คอยตรงนี้นะ อย่าไปไหนล่ะ”

“ฮะ”


คนตัวโตหันหลังวิ่งไป โดยมีสายตาเล็ก ๆ อีกคู่มองตาม จนสุดสายตา

ผ่านไปซักพักเค้าก็กลับมา มือที่หอบเอาแก้วน้ำไว้มือนึงและไอศรีมรสวนิลาไว้อีกมือนึง พลันชะงักอยู่กับที่ เมื่อเก้าอี้ตัวริมตัวเดิมเมื่อครู่ กลับไม่มีร่างของใครอีกคนเพื่อนั่งรอเค้าอย่างที่กำชับสั่งไว้แต่แรก ...

“เด็กน้อย หายไปไหนแล้ว ... แล้วชั้นจะหานายเจอได้ยังไงล่ะเนี๊ยะ”



.................


“ผมลืมมันไปหมดแล้วล่ะฮะพี่ริค ทุกอย่างมันเหมือนเลือนลาง ตั้งแต่พ่อกับแม่ไม่อยู่ ผมก็เหมือนจะลืมทุกอย่างในช่วงนั้นไปหมด”

เอริคพลิกตัวเอียงกายของเค้าเพื่อหันมาสบแววตาผ่านความมืดมิดมายังอีกคน สองมือที่กุมกันไว้เมื่อครู่ เค้าปล่อยมัน ยกศรีษะแอนดี้หนุนแขนของตัวเองไว้ มืออีกข้าง ก็กระชับกอดร่างเล็กเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กันและกัน

“ทุกอย่างมันผ่านไปแล้ว ต่อไปนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับนายนะแอนดี้ นายก็จงวางใจว่าชั้น จะปกป้องนายเอง”

น้ำเสียงแผ่วเบาเจือปนไปด้วยความอาทรและห่วงหาอยู่ในที เข้าแทรกซึมทุกอณูแห่งหัวใจก้อนเล็ก ๆ ก้อนนี้ ให้ยังคงเต้นเป็นจังหวะอย่างสงบและมั่นคง ดวงตาที่พราวระยับประหนึ่งแสงแห่งดาวยามฟ้ากระจ่าง สร้างความอบอุ่นและอ่อนโยนให้กับความรู้สึกมากมายเหลือเกิน


“พี่ริค ผมรักพี่นะฮะ” แอนดี้กระซิบพร่ำคำรักตอบคนรักของเค้าด้วยเสียงอันเบาเช่นกัน

“หืม ว่าไงนะ เอาใหม่ซิ”

“ผมบอกว่าผมรักพี่ พี่ไม่ได้ยินเหรอ”

“เปล่าหรอก แต่คำว่ารักจากปากนาย มันเหมือนทำให้ตัวชั้นมีคุณค่าขึ้นนะ รู้มั้ย ชั้นอยากได้ยินมันบ่อย ๆ”

“พี่ฮะ”

“หืม”

“วันนั้นพี่บอกว่า เจ้ามดน้อยมีพรหมลิขิต ตอนนี้ผมรู้แล้ว ว่าตัวเองก็มีพรหมลิขิตเหมือนกัน ไม่งั้นพี่คงหาผมไม่เจอ ใช่มั้ย”

“อืม ใช่สิ”

“พรหมลิขิต หน้าตาจะเป็นไงน๊า”

“ของคนอื่นชั้นก็ไม่รู้นักหรอก แต่พรหมลิขิตของชั้น หน้าตาน่ารักเหมือนนายเด๊ะเลย”

“พี่รู้ได้งัยเหรอ ว่าพรหมลิขิตของพี่หน้าตาเหมือนผม”

“รู้ได้งัยน่ะเหรอ ก็ถาม ๆ เอาจากเจ้ามดตัวนั้นแหละ มันบอกชั้นว่า ก็แค่หลับตา แล้วคิดถึงหน้าใครคนนึง พรหมลิขิต ก็จะปรากฏขึ้นเอง”



.........................




“แอนดี้”

“พี่ซองกี้” เด็กน้อยวิ่งกระโดดตัวลอยเข้าไปสู่อ้อมกอดที่อ้ารอรับเค้าทันทีที่ได้เห็นหน้าผู้เป็นพี่”

“ผมรอพี่ตั้งนาน ลุงชอยก็ไม่มา พ่อก็ไม่มารับ ผมกลัวมากเลยฮะ”

“ขอโทษน๊า พอดีทุกคนติดธุระกันหมด นายไม่เป็นไรใช่มั้ย” มือใหญ่ลูบไปบนผมนุ่ม อย่าทะนุถนอมเป็นการปลอบประโลมเด็กน้อยที่ส่งเสียงออดอ้อนอยู่ในอ้อมกอดเค้า

“ไม่เป็นไรฮะ”

“งั้นเรา กลับบ้านกันเถอะ” ผู้มีศักดิ์เป็นพี่ ยิ้มอ่อนโยน พร้อมยื่นมือมาจูงเด็กชายตัวเล็ก

“ฮะพี่” แอนดี้ยิ้มสดใสเช่นกันก่อนจะเดินจับมือพี่ชายของตัวเองเดินขึ้นรถไป



………………



รอบตัวเริ่มมืดลง นานแค่ไหนก็ไม่รู้ที่เฮซองหลับอยู่บนเตียงนุ่มอุ่นสบาย ในหัวที่หนักอึ้งเมื่อเช้า ก็ค่อย ๆ บรรเทาอาการปวดลงมากแล้ว และทันทีที่เปลือกตาลืมขึ้นเต็มตา สีหน้าและแววตาอ่อนโยนของใครบางคนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า

“พี่ซองกี๊ตื่นแล้วเหรอฮะ”

“แอนดี้ ... กลับมาแล้วเหรอ... ...นี่มันกี่โมงแล้ว”

“ก็ทุ่มกว่าฮะ” แอนดี้ที่นั่งอยู่ขอบเตียงรีบเข้าไปพยุงอีกคน เมื่อเห็นว่าเค้ากำลังที่จะพยายามดันตัวขึ้นนั่ง มือเล็ก หยิบหมอนมารองหลังให้คนป่วยนั่งได้อย่างสบายขึ้น สีหน้าที่ซีดเซียวบ่งบอกให้รู้ว่า อาการของพี่ชายยังไม่ดีเท่าไหร่

“ผมขอโทษนะฮะ พี่ป่วย ผมไม่ได้อยู่ดูแล กลับไปเถลไถลซะงั้น”

“ไม่เป็นไรหรอก ชั้นไม่ได้เป็นไรมากซักหน่อย... ออ! จอนจินล่ะ”

“พี่จินเหรอ หลังจากเค้าพยายามกับการทำอาหารอยู่ในครัวประมาณชั่วโมง ตอนนี้เค้าก็ยอมแพ้และ เห็นบอกว่าซื้อข้างนอกมาคงดีกว่า เดี๋ยวก็คงกลับมาแหละฮะ” แอนดี้เล่าทั้งรอยยิ้ม เฮซองเพียงแต่พยักหน้านิด ๆ เป็นการรับรู้


“นายกับเอริคล่ะ เป็นงัยมั่ง”

“ ผมเหรอ.. ก็ดีฮะ” แอนดี้ตอบยิ้มๆ สีหน้าระเรื่อขึ้นนิด ๆ

“สรุปแล้วนายคือคนที่เค้าเคยเจอเมื่อนานมาแล้วจริง ๆ น่ะเหรอ แอนดี้”

“จริงสิฮะ ไม่น่าเชื่อ ความจริงผมลืมเรื่องนี้ไปนานแล้วนะ แปลกจังที่พี่เค้ายังจำได้ .. เอ่อ พี่ซองกี๊ยังปวดหัวอยู่มั้ย พักผ่อนดีกว่า ผมมาชวนคุยเดี๋ยวพี่จะยิ่งแย่ ..”

“ไม่หรอก ชั้นอยากคุยกับนายอยู่พอดี” เฮซองดึงมือเล็ก ๆ ของแอนดี้มาจับไว้ ลูบมันแผ่วเบาตรงหลังมืออย่างรักใคร่
...
..
.
“ตั้งแต่พ่อกับแม่ของเราไม่อยู่ นายก็เป็นเด็กดีมาตลอด นายไม่เคยทำให้ชั้นต้องหนักใจ ขอบใจนายมากนะ แอนดี้”

“ไม่หรอกฮะ เพราะว่าพี่ต่างหาก พี่คอยดูแลเอาใจใส่ผม”

“งั้นเหรอ ฮึ ๆ ...ไม่หรอก กระทั่งเรื่องของความรัก ชั้นยังทำให้นายต้องเจ็บปวด ทั้ง ๆ ที่นายก็ไม่เคยทำให้ชั้นหนักใจ แต่ชั้นกลับไม่เชื่อใจนาย”

แววตาของพี่ชายตัวเอง หม่นหมองลงจนน่าใจหาย คงเพราะอาการป่วยใช่มั้ย มันคงไม่มีอะไรมากไปกว่านี้ เฮซองคงไม่ได้ป่วยเพราะเค้าหรอก ใช่มั้ย..

.....
...
..
.
“แอนดี้ เรื่องเรียนต่อของนายน่ะ ชั้นเป็นคนขอให้เอริคกล่อมนายเอง ความจริงแล้วชั้นก็แค่อยากรู้ว่า เอริคเค้าจะจัดการยังไง ชั้นแค่อยากลองใจเค้า อยากดูว่าเค้าจะเห็นแก่ตัวขนาดที่เก็บนายเอาไว้มั้ย .. ชั้นขอโทษ”

“พี่ซองกี้อย่าพูดงี้สิฮะ เรื่องเรียน ..ผมตัดสินใจไปแล้วฮะ มันก็จริงอย่างที่พี่ริคพูด ผมยังมีอะไรในชีวิตที่อยากทำอีกเยอะ ผมอาจเสียใจภายหลังก็ได้ ผมเคยอยากให้พี่ ให้พ่อกับแม่ภูมิใจ ผมจะไปเรียนต่ออย่างที่ผมเคยบอกพี่ฮะ ...
...พี่ริคบอกว่า ระยะทางแค่นี้ ทำอะไรความรักของเราไม่ได้ และผมก็เชื่อเค้า…
..
.
…พี่อย่าคิดมากนะฮะ ผมเข้าใจพี่”

แม้สีหน้าจะซีดเซียวเพราะพิษไข้ที่ยังคงหลงเหลือ แต่มุมปากยังคงระบายยิ้มอ่อน ๆ พลางดึงร่างของอีกคนเข้ามากอดไว้ มือเรียวลูบไปบนกลุ่มผมของแอนดี้เบา ๆ เหมือนทุกครั้งเวลาที่เค้าต้องการปลอบใจน้องชายคนนี้ของตัวเอง

“แอนดี้ ... ชั้น ... ที่จริงแล้ว ชั้นไม่อยากให้นายไปไหนไกลจากชั้นหรอกนะ เราไม่เคยห่างกันเลย..”

“ฮะ..ผมรู้ .. แต่พี่จินบอกผมว่า พี่เค้าจะคอยอยู่ดูแลพี่เอง ... พี่ไม่ต้องกังวลหรอกฮะ เวลาผ่านไปเร็วออก ...”

“ชั้นรู้สึกแย่จัง” น้ำเสียงที่ยังคงเจือไปด้วยความปวดร้าว ทำเอาคนฟังอย่างแอนดี้ถึงกับตกใจไม่น้อย

“พี่ซองกี้อย่าคิดมากสิฮะ ผมไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่ได้ทำร้ายอะไรผมซักหน่อย ทุกอย่างผมเป็นคนเลือกเอง และผมก็มีความสุขกับสิ่งที่ผมตัดสินใจเลือกแล้วด้วย ...พี่พักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพี่จินมา ผมจะมาเรียกพี่ทานข้าวและกินยา จะได้หายไว ๆ นะฮะ” แอนดี้ดึงผ้าห่มมาคลุมให้เฮซอง รอจนกระทั่งพี่ชายตัวเอง ปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง แล้วจึงย่องเบาๆ เปิดประตูเดินออกจากห้องไป

แอนดี้เดินลงมายังชั้นล่างเสียงก๊อกแก็กที่ดังมาจากในครัว บอกให้รู้ว่าจอนจินคงกลับมาแล้ว

“ทำไรเหรอฮะพี่จิน”

“แอนดี้ ออมม่าตื่นรึยัง”

“ฮะ แต่ผมให้พี่เค้านอนต่อฮะ ผมจะไปปลุกอีกทีตอนกินข้าว พี่จินซื้ออะไรมาซะเยอะเชียว” แอนดี้รื้อ ๆ บรรดาถุงและกล่องมากหน้าหลายตาที่วางซ้อน ๆ กันบนโต๊ะ

“ก็ไม่รู้ว่านายชอบอะไร เลยเอามาหมดเลยน่ะสิ”

“ผมทานได้ทุกอย่างอยู่และฮะ พี่จินรู้ป่ะ พี่ริคเรียกผมว่า เจ้าตัวอ้วนจอมเขมือบ” แอนดี้เล่าประหนึ่งภาคภูมิใจในฉายาที่ใครอีกคนตั้งให้เค้า ทำเอาจอนจินต้องอมยิ้มชอบใจ

“ฮึ ๆ งั้นเหรอ…หิวมั้ย จะกินก่อนหรืออาบน้ำก่อนล่ะ”

“ผมเอาข้าวไปให้พี่ซองกี้ก่อนดีกว่า”

“เรื่องนั้นเดี๋ยวชั้นจัดการเองได้น่า นายไปอาบน้ำเหอะ เดี๋ยวเสร็จจะได้กินข้าวพร้อมกัน โอเค๊”

“งั้น .. ก็ได้ฮะ” แอนดี้ยิ้มให้อีกคนก่อนหมุนตัวกลับ แต่แล้วก็พลันนึกอะไรบางอย่างออกมาได้

“เอ่อ! พี่จินฮะ”

“ว่างัย”

“ผมรู้สึกว่าพี่ซองกี้แปลก ๆ”

“เค้าแปลกเพราะว่าเค้าป่วยน่ะสิ”

“ไม่นะฮะ เหมือนว่าเค้าอ่อนแอเกินไป จนผมชักหวั่น ๆ”

“ยังไงเหรอ” จอนจินชะงักมือที่กำลังแกะกล่องอาหารต่าง ๆ หันมามองหน้าแอนดี้อย่างตั้งใจ

“พี่เค้าบอกผมว่า เค้าเป็นคนสั่งให้พี่ริคกล่อมผมเรื่องเรียนต่อ”

“อืม! ก็แล้วไงล่ะ”

“พี่เค้าบอกว่า ทั้งหมดก็แค่ต้องการลองใจพี่ริค”

“ลองใจพี่ริคงั้นเหรอ”

“ฮะ เค้าบอกอย่างนั้น ผมหวังว่าตอนพูด เค้าคงไม่ได้กำลังละเมออยู่นะ เอาเป็นว่า ถ้าเกิดพี่เค้าพูดเรื่องนี้กับพี่ พี่ช่วยบอกเค้าด้วยนะฮะ ว่าผมไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล”

“เอ่อ แอนดี้” จอนจินเรียกแอนดี้ไว้ทันก่อนที่อีกคนจะหมุนตัวกลับออกไป

“รู้อย่างนี้แล้ว นายยังจะไปเรียนต่อ ใช่มั้ย”

“ฮะ ..”

“อืม เข้าใจแล้ว ไปอาบน้ำเหอะ”

แอนดี้เดินกลับไปยังห้องตัวเองแล้ว แต่หัวใจของจอนจิน มันยังคงตะเวณวนเวียนอยู่รอบ ๆ ห้องนอนของคนป่วย

“อีกครั้งแล้วสินะ ที่ผมไม่เข้าใจการกระทำของพี่เลย”






มันเกิดจากอาการสมองตัน จริง ๆ และรุนแรงมากถึงมากที่สุด เลยอัพตอนพิเศษสั้น ๆ เท่าที่พอจะแต่งออกมาให้อ่านกันก่อน เห็นมันนานมากและ แล้วก็ยังไม่แปะ แต่ก็กลัวทำให้ผิดหวังกันจังเลย (ใครหวังมั่งไม่รู้ เข้าข้างตัวเองไว้ก่อน) ชอบไม่ชอบงัย ก็ ... ก็ไม่รุ้แหละ เหอ ๆ ๆ

เฮ้อ++ ขอถอนหายใจยาว ๆ 1 ที ไม่มีอะไรจะพูด

ปูลู ยิ่งแต่งบทป๋า ก็ยิ่งเลี่ยนมันเข้าไปทุกที
ปูลู 2 หวังว่าดี้ในบทนี้ คงไม่ดูปัญญาอ่อนเกินไปนะฮะ


Create Date : 06 พฤศจิกายน 2551
Last Update : 10 พฤศจิกายน 2551 19:11:02 น. 20 comments
Counter : 445 Pageviews.

 
ไม่ว่านานแค่ไหนก้อจะรอค่า

ฟิคพี่พุดอ่ะ ทำให้เป็นบ้าหน้าจอคอมได้เลยอ่ะ นั่งเพ้ออยู่คนเดียว เหอๆ



โดย: shaolin4 IP: 203.131.211.146 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:48:43 น.  

 
โอ๊ะ...โอ้ ^o^


เรื่องราวมดน้อยนี่ป๋าสามารถมากมายนะค่ะ ฮาฮาฮาฮา ชอบค่ะพี่พุดข๋า...


หวานมากมายเลยนะค่ะ ไม่ยักกะนึกว่าป๋าจะหวานขนาดนี้ ยังยืนยันนั่งยันนอนยันเหมือนเดิมค่ะพี่ เรื่องนี้หนูอิจฉาดี้มากๆๆๆ ป๋าน่ารักที่สุดในโลกเลยค่ะ หนูยังติดภาพตอนก่อนมากมายเลยค่ะพี่ แต่ใช่ม๊ะค่ะว่า ผู้ชายในฝันก็คืออยู่ในฝันเพราะหนูคิดว่าคงหาไม่เจอ ฮาฮาฮาฮาๆๆๆ


ส่วนอีกคู่ก็ หนูชักสงสารจินนี่และ สรุปออมม่าคิดอะหยังอยู่ก๊า??? ถ้าเป็นงี้ก็เดายากมากมายเลยค่ะ แล้วจินนี่จะทำไงต่อค่ะเนี่ย แต่เหมือนดี้บอกนะค่ะ อ่อมม่าดูอ่อนแอพิกลๆ อย่าเป็นอะไรไปนะค่ะ คนอ่านจะขาดใจ... อิอิอิ หนูว่าหนูอินมากไปและค่ะ

ไปก่อนนะค่ะพี่พุดข๋า... หนูรออ่านต่อนะค่ะ พี่พุด fighting!!!!


โดย: praery_za IP: 58.10.170.53 วันที่: 6 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:58:43 น.  

 
ไม่หลอกฮะ ตอนเด็ก ๆ ใครก็เป็นแบบนี้ แต่เราไม่ได้เอง ส่วนคุณป๋าเขาก็เลี่ยนเป็นปกติอยู่แล้วละฮะ


โดย: ket_dd IP: 58.8.130.163 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:04:30 น.  

 
ไม่ผิดหวังหรอกค่ะ อ่านทีไรไม่เคยผิดหวังทุกที ตอนนี้สงสารแม่นกจังค่ะ กะลังคิดอะไรของเค้าอยู่นะ ทำไมทำตัวน่าสงสารแบบนี้ เจ้าชายชาเย็นช่างเดาใจยากจังเลย สงสัยคงต้องให้ลูกนกประคบประหงมเป็นอย่างดีถึงจะหายจากอาการอย่างนี้ใช่มั้ยคะเนี่ย


โดย: keiropi IP: 125.26.122.27 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:11:41 น.  

 
ตอนพิเศษน่ารักจัง...ป๋าริคออกอาการ Y

ตั้งแต่เด็กเลยนะเนี่ย..ส่วนซองก็อ่อนแอ

จนน่าเป็นห่วงเลย.............................

แล้วจะรออ่านตอนต่อไปนะ.....BYE.....


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:48:27 น.  

 
เลี่ยนจริงด้วยพี่พุด55+

แต่ป๋าก็น่ารักแบบเลี่ยนๆนะ..นึกหน้าตาออกเลย55+

ป๋ษของเราตรงข้ามกะพี่พุดเลย..ยิ่งแต่งป๋ายิ่งเศร้าๆๆๆ


โดย: wizze IP: 124.120.108.150 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:13:52:06 น.  

 
สเปฯของเจ้ามดอวกาศตามหารัก กะอีทีน้อยและเด็กชายอุลตร้าแมน หุหุ

มุกจีบเด็กของป๋าล้ำมาก (ถ่ายทอดโดยพี่พุด) ใช้มดเป็นสื่อกลาง จะมีใครคิดได้มั้ยเนี่ย ตอนนี้เห็นมดแล้วเกิดอาการไม่อยากบี้ซะยังงั้น อยากเจอพรหมลิขิตหน้าตาน่ารักอย่างงั้นมั่ง ความสุขบนความเศร้าของป๋าริคกะน้องแอน

พี่ซองกี้กะจินนี่ก็ยังไม่เข้าใจกันอยู่ดี อ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจเลยนะค้าออมม่า

สุดท้าย น่ารักมาก โรแมนติกมาก บอกเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่ก็รู้สึกหยั่งงั้นจริงๆ มีความสุขเวลาที่อ่านฟิกพี่นะค้า FIGHTING!!!!





โดย: โบ_andyholic IP: 115.67.159.144 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:50:08 น.  

 
น้องพุดรู้ใจที่สุดที่เอาเรื่องตอนเด็กมาขยายความ น้องแอนก็เออออกะมนุษย์ต่างดาวได้เนียนๆ เลย อ้ากกกก น่ารักกันมากมาย ป๋าอ่อนโยนจริงๆ เลย
ถึงคนแถวนั้นจะไม่เข้าใจซอง นูน่าที่อยู่ตรงนี้เข้าใจซองที่สุด จริงๆ นะ
ตอนนี้ไม่มีเอ็ม...อยากบอกว่าคิดถึงจัง อิอิ


โดย: andybe IP: 58.9.220.188 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:16:53 น.  

 
“เพราะมีแค่ชั้นคนเดียวน่ะสิ ที่สื่อสารกับมันรู้เรื่อง” -- 55 สมแล้วที่เป็นป๋า

ภาคพิเศษน่ารักดีคะพี่พุด ขำตรงมดอวกาศเนี่ย 55

พี่พุดสู้ๆ ขอให้ไอเดียกระฉูดเร็ววัน ^^


โดย: นาค่า (da friday child ) วันที่: 8 พฤศจิกายน 2551 เวลา:4:41:38 น.  

 
นิทานมดน่ารักมากๆๆๆๆค่ะ

เอ๋ชอบบบบ
ฮู้วววว!! พรหมลิขิต หลังตาแร้วจะเจอ

เอ๊ะ!!!
เอ๋หลับตาแร้วเหนเปนดี้
ทำไงดีคะ55555

ชอบตอนนี้ที่สุดดดเรยค่ะ
น่ารักจิงๆๆๆๆๆๆ อุลต้าแมนนนนน


เจ้าอ้วนจอมเขมือบบ
อิอิ^^

ดี้ระวังลงพุงน๊า . . .


นู่จะเข้ามาทุกอาทิดเรยค่ะ

อยากอ่านตอนจบบแร้วสิ
จินซอง จะเปนงัยน๊า??


โดย: sushilanla IP: 58.9.22.246 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:29:50 น.  

 
ชอบจังเลยคะ มาต่อเร็วนะคะ

พี่พุดแต่งดีจัง เข้าใจคิดเนอะ จบแล้วได้รวมเล่มเป็นนักเขียนใหญ่ เค้าขอลายเซ็นต์ด้วยน้า (ไกลไปปะ)


โดย: หลังเขา IP: 202.142.204.1 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2551 เวลา:17:40:14 น.  

 
น่ารักออกนะ อ่านแล้่วเพ่ป๋าอ่อนโยนชะมัด นุ้งดี้ก็น่าเอ็นดู

เห็นเค้าบอกรักกัน เค้าก็อยากบอกรักมั่งอ่ะ รัก Shinhwa ทู้กคนเลยยย

ขอบคุณสำหรับตอนพิเศษนะคะ น้องพุด อุตสาห์รีบปั่นมาเอาใจคนอ่านอ่ะ ^^


โดย: kayzila IP: 124.120.153.173 วันที่: 8 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:10:07 น.  

 
พี่พุดเขียนเก๊งเก่ง...ทำเอาหนูอินตามไปถึงไหนก็ไม่รู้ง....
อ่านแล้วมีความสุขจัง...

ขอบคุณน่ะค่ะ


โดย: ลูกหมูของลูกนก IP: 125.25.208.249 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:28:28 น.  

 
ป๋าเล่านิทานเก่งจังเลย.... อยากให้ป๋าเล่าให้ฟังทุกวัน....

สงสัยว่า...ป๋าสื่อสารกับมดได้..ก็เพราะเป็นมดอวกาศ มาจาก..ดาวมุน....นี่เอง

น้องดี้มีบุคลิกเฉพาะตัว....น่ารักมาก ... (ไม่รู้ว่าทำไม... เค้ามีความรู้สึกว่านี่เป็นบุคลิกภาพของน้องพุด..ทั้งที่ไม่เคยเจอะน้องพุดจริงๆ ใช่เหรอป่าวฮะ)

สงสารแม่นก...ทุกข์ใจจนไม่สบาย......แต่ก็มีลูกนกคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ เดี๋ยวก็คงหายนะ ( ป่วยๆ แบบนี้ ระหว่างแม่นกกับลูกนกคงไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นนะ.... เหอๆๆๆๆ)

ป.ล. ถึงแม้จะเป็นริคดี้.... เค้าก็ชอบ ริคซอง...ก็ชอบอีกแบบ .....

ขอบคุณน้องพุดที่แต่งนิทานสนุกๆให้อ่าน
เป็นกำลังใจให้น้องพุด สู้ๆๆ นะคร้าบบบ


โดย: Pekkiokung IP: 61.90.5.45 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:12:56 น.  

 
ไม่เลี่ยนหรอกพุดดิ้ง เพราะยี่ห้อป๋าเรื่องนี้มันต้องเลี่ยนๆ งี้แหละ
ทำไมพี่อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่า นุ้งดี้กลายเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดในเรื่องเลย แบบว่าคนอื่น ๆ จิตใจอ่อนไหวกันทุกคนเลยอ่ะ
จริง ๆ ไม่ใช่เลย พุดดิ้งบอกว่าพี่คิดไปเอง 5555


โดย: พี่อัน IP: 115.67.23.92 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2551 เวลา:22:51:12 น.  

 
อ๊าก...อยากจะกรี๊ดให้ blog แตก
ดีใจ...ที่ฟิคน้องพุดยังไม่รีบจบ

เรื่องตอนเด็กของดี้กับป๋าน่ารักมากก..ถึงมากที่สุดเลยฮะ..ชอบมากก

แต่พรหมลิขิตของชั้น หน้าตาน่ารักเหมือนนายเด๊ะเลย<< คิดได้ไงฮะน้องพุด...นี่ก็ชอบอีกแล้ว

ยี่สิบตอน...ยี่สิบตอน...ยี่สิบตอน
ไซโคเข้าไว้ เผื่อน้องพุดจะใจอ่อน

Hwaiting นะคับ


โดย: แม่ยกชูงแจ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:41:46 น.  

 
ทำไม "ริคดี้" มันช่างหวานจับใจจัง ออมม่ากะลูกนก...เฮ้อ...ออมม่าเป็นอะไรรึเปล่าฮะ เหมือนอยากแน่ใจว่าป๋าจะดูแลน้องดี้ได้

ไงล่ะมันเหมือนกับออมม่าจะเป็นอะไรไปหรือกะลังคิดจะทำอะไรซักอย่างนี่แหล่ะ

แล้วลูกนกจะช่วยไรออมม่าได้มั้ย เมื่อไหร่จะเข้าใจกัน

น้องพุดไม่เขียน special แม่ลูกบ้างเหรอฮะ จะจบแล้วจิง ๆ เหรอ

ฟิคน้องพุด ยิ่งอ่านก็ยิ่งติดฮะ นับวันรอตอนต่อไปทุกครั้งที่อ่านตอนปัจจุบันจบเลยนะนี่





โดย: ekada IP: 203.146.146.130 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:14:45:44 น.  

 
อินคะ สงสารซองกี้
ร่างกายอ่อนแอ จิตใจอ่อนแอ
พุดสู้ๆน้า


โดย: SarangHyesung IP: 58.137.21.47 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:16:36:18 น.  

 
ป๋าก็ต้องเลี่ยนซิพุด ก็ป๋าคือ เอริคเลี่ยน 5555

รอฟิคของพุดเสมอนะ

พรหมลิขิตของพี่คือ หนุ่มๆทั้ง 6 คน

เหอๆ พี่เลี่ยนกว่าป๋าอีก


โดย: piyawan IP: 118.172.248.133 วันที่: 11 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:48:01 น.  

 
คาดว่าจะต้องเปนคอมเมนท์สุดท้ายของตอนนี้ป่าวเนี่ย .. แระตรูหายไปมุดไหไหนมาถึงได้เพิ่งโผล่วะฮะ เหอๆ

มดตัวน้อยตัวนิด มดมีฤทธิ์น่าดูจุ๊กกรูจุ๊กกรู มาเร็วๆกันหน่อย มาไวกันกันหน่อย มาไต่ริคดี้ จุ๊กกรูๆๆๆเรื่องเล่าตำนานแห่งมด จะหวานไปไหนกันเนี่ย สงสัยต้องไปตามหารอยเดินของมดคู่นั้นมั่งแระ มะรู้ป่านนี้คงโดนเหยียบแบบแต๊ดเปนมดปิ้งไปกี่ชั่วอายุมดแล้วอ่ะ

ถ้าเด็กๆมีผู้ชายหน้าตาดีแบบพี่ริคมาเล่านิทานมดให้ฟัง จะทำหน้าไงดีหว่า จะบอกว่าพี่ฮะ อยากฟังเรื่องแย๊บ้างอ่ะ พี่รู้มะว่ามันจะตามหาคู่มันด้วยวิธีไหน เหอๆๆ พี่ริคบอกถ้าเปนแกนั่งตรงนั้น ตรูก็ไม่สนหรอก เสียเวลาชิงๆ

ไรท์เต้อร์(ขอใช้คำดูจะอินเตอร์ดี แต่แปลว่าไรมะรู้ ลอกเค้ามาอีกที เหอๆ) บอกว่าเมิงจะเมนท์ก้เมนท์ในเรื่องไป แต่อย่าเอาตัวเองมาเปรียบ แระช่วยประหยัดอีโม่ด้วย เกะกะลูกตา เหอๆ

โอ๊ะโอ!! อาการหนักเลยหรือไรออมม่าของเค้า ของลุกนกตะหากเฟ้ย ฮีๆ หัวใจและความคิดวุ่นวาย มันส่งผลต่อร่างกายแบบนี้เองเหรอใจเยนๆน๊าออมม่า เด๋วจะดีขึ้นเอง เค้ากระซิบบอกหอยให้แระ ว่าอย่าหนีออมม่าไป ออมม่าเปนเด็กดี ออมม่าน่าสงสาร เหมือนๆออมม่าจะรู้สึกว่าชะรอยตรูจะถูกทิ้งชิมิ น้องก็จะไปเรียนต่อ ทั้งที่ก็สารภาพความจริงไปแระว่าพี่แค่ลองใจใครบางคน แต่สุดท้ายน้องก็ยังจะไปเพื่ออนาคตจิงๆ แล้วแฟนที่ลากก็ยืนกรานว่าจะจากไป ณ แดนไกลอีก เหอๆๆ

เอาเปนว่า เอาใจช่วยออมม่านะฮะ ขอให้ออมม่าเข้มแข็ง ฝ่าอุปสรรคที่ออมม่าคิดว่ากะลังโหมกระหน่ำอยู่ให้มันผ่านไปด้วยดี (อวยยังกะจะส่งไปออกศึกแนะ)

จบการคอมเมนท์ตอนนี้แต่เพียงเท่านั้น เอวัง


โดย: Tom & Jinny วันที่: 13 พฤศจิกายน 2551 เวลา:18:05:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.