I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
5 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2) #11





Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2)



…11.....….อุปสรรคกับความรัก มักมาคู่กันเสมอ.....



กลิ่นกาแฟหอมกรุ่นในบรรยากาศยามเช้า ชวนให้จิตใจแจ่มใสขึ้นได้ไม่ยากนัก โดยเฉพาะถ้าได้จิบกาแฟ และนั่งคุยกับใครที่ถูกใจซักคนแล้วด้วย เหมือนยิ่งช่วยให้กาแฟรสชาติกลมกล่อมยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ร้านกาแฟน่ารัก ๆ หัวมุมถนน ในเวลาเช้าที่ผู้คนค่อนข้างจะพลุกพล่าน แต่เพราะการจัดตกแต่ง เหมือนจะทำให้ร้าน กลายเป็นมุมที่โดดหนีออกจากสภาพที่วุ่นวาย กลายเป็นสงบร่มรื่นพอดู

“หมอนั่งอมยิ้มทำมัยครับ หน้าผมมันประหลาดเหรอ” มินอูในท่าจิบกาแฟสบาย ๆ ทักดงวานขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่อมยิ้มกับแก้วกาแฟอยู่นานสองนาน วันนี้มินอูค่อนข้างตื่นเช้า เพราะเค้าต้องบรรจงหล่อสุดฤทธิ์ (ความจริง เค้าก็ดูดีอยู่ทุกวันและนะ หุหุ) เพื่อที่จะบึ่งรถจากคอนโดมากินกาแฟคนละซีกโลกกับที่ทำงาน แต่เอาน่า ถ้าใจมันเรียกร้อง ก็ต้องทำตามคำสั่งหัวใจไม่ใช่เหรอ

“ก็เปล่าหรอกครับ แค่นึกอะไรขึ้นมานิดหน่อย”

“นึกไรเหรอ บอกกันบ้างสิครับ เผื่อจะได้ช่วยยิ้ม”

“ไม่มีอะไรหรอกครับ ว่าแต่ขับรถมาดื่มกาแฟไกลถึงนี่ เดี๋ยวต้องขับรถกลับอีก มินอูไม่ลำบากแย่เหรอ”

“ไม่หรอกครับ ลำบากก็เต็มใจ กาแฟที่นี่ อร่อยกว่ากาแฟที่ทำงานตั้งเยอะ แถมไอ่คนที่นั่งดื่มด้วยทุกวันอย่างไอ่ริค เห็นหน้ามัน พาลเอากาแฟในถ้วยขมปี๋อีกต่างหาก มาดื่มกะหมอดีกว่า” มินอูพูดไป ก็จับจ้องไปยังวงหน้าอีกคนที่ชักเริ่มจะออกอาการเขินอายอย่างน่ารักอีกแล้ว จนคนที่โดนจ้อง ต้องรีบเปลี่ยนเรื่องคุย

“เออ พูดถึงเรื่องคุณเอริค ว่าแต่เค้ากับแอนดี้เป็นงัยบ้างครับ”

“หมอไม่รู้น่ะสิ สองคนนั่นติดกันยังกะเป็นเงาตามตัว แต่ตอนนี้เอริคมันยังหนักใจเรื่องพี่ชายแอนดี้อยู่ ไม่รู้ว่าถ้าเฮซองรู้เข้า เค้าจะคิดยังงัย”

“เพื่อนผมคนนี้มันดูจะเคร่งครัด เจ้าระเบียบจู้จี้ไปหน่อย แต่มันออกจะตามใจแอนดี้นะ อีกอย่าง ตอนนี้เฮซองกับจอนจินก็เข้าใจกันแล้วนี่ ผมว่ามันไม่น่าจะมีปัญหา”

“แต่นี่ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลยนะครับหมอ เฮซองยังไม่ระแคะระคายเรื่องเอริคกับแอนดี้ ส่วนแอนดี้เอง หมอนั่นก็ยังไม่รู้เรื่องพี่ชายตัวเองกับจินนี่เลย”

“ก็ใครบอกล่ะว่าเป็นเรื่องเล่น ๆ แต่..คุณเก่งอยู่แล้วนิ เรื่องแค่นี้ คงช่วยพวกเค้าได้ ใช่มั้ย”

“ผมต่างหากล่ะครับที่จะให้หมอช่วย เอริคมันอยากเจอกับเฮซองซักครั้ง ผมว่ามีหมออยู่ด้วยน่าจะดีกว่า”

“ผมเนี๊ยะนะ!! ...
... เฮซองน่ะ ถ้าไม่ชอบหน้า ไม่ชอบใจ ถึงเป็นผมก็เอามันไม่อยู่หรอกครับ”

จากปฏิริยาของดงวาน เดาได้ว่า ..ถ้าเฮซองเป็นงั้น ไอ่เพื่อนตัวดีของเค้าเอง ก็ใช่ว่าจะดีกว่าซะเมื่อไหร่ เฮ้อ! สงสัยงานนี้ คงต้องตัวใครตัวมันซะแล้วละมั้ง

….


“อารมณ์ดีจังนะ หุบ ๆ ยิ้มมั่งก็ได้ เหงือกจะแห้งและ”

“ใครบอกชั้นยิ้ม ชั้นหายใจทางเหงือกอยู่ต่างหาก ไอ่บ้า .. เข้ามาไม่เคาะประตูอีกและ”

“ถ้าไม่ชิน ก็เริ่มชินได้แล้วเพื่อน” เอริคเดินมานั่งกระดิกขาที่เก้าอี้รับแขก ไม่สนใจอีกคนที่เริ่มคิ้วขมวด แค่เห็นหน้าเอริค โลกอันสดใสพาลจะมืดมัวซะทุกที

“ทำมัย? ว่างงานจัดเลยรึงัยถึงเดินมาหาได้เนี๊ยะ ปกติฉุดออกจากห้องได้ที่ไหน .... หรือว่าแอนดี้ไม่อยู่”

“อืม! นายเนี๊ยะมันชักจะเก่งไปซะทุกเรื่องแล้วไอ่มิน ..
.. ซูยองเค้าขอตัวแอนดี้ไปข้างนอกน่ะ ชั้นเลยเบื่อ ๆ จะเดินมาถามนายเรื่องโปรเจคที่ต้องประชุมบ่ายนี้”

“ถ้าเป็นเรื่องนั้น ก็ถามน้องชายนายเหอะ งานนี้ ชั้นยกให้เค้าจัดการ”

“หืม ! จินนี่อ่ะนะ “

“เอ๊ะ! นายนี่ยังงัย ทำเป็นตกใจไปได้”

“เปล่า แค่แปลกใจ เค้าเพิ่งเริ่มงาน ชั้นไม่อยากให้เค้าทำอะไรที่มันยากตั้งแต่แรกน่ะ”

“แต่ดูเค้าตั้งใจมากเลยนะ เลยให้ลองดู ไม่เสียหายไรนี่ เห็นว่าอยากทำให้นายภูมิใจ”

“อยากให้ชั้นหรือคนอื่นภูมิใจกันแน่วะ… เอ่อ ว่าแต่นายกะหมอ เป็นงัยบ้าง โอเคแล้วใช่มั้ย”

“อืม ก็ไม่มีไรนิ” มินอูพูดเสียงเรียบ ๆ แต่ยังคงอมยิ้มเล็ก ๆ

“โห เจ๋งสมเป็นนายจริง ๆ เห็นท่าวันก่อนก็นึกว่าจะแย่”

“รัก ก็บอกไปว่ารัก ถ้าเค้าคิดเหมือนกันก็จบ ถ้าไม่ใช่ก็ค่อยว่ากัน ยากตรงไหนวะ”

“เออ พูดน่ะง่าย ใครจะไปเก่งเหมือนแกกันเล่า” เอริคหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาเปิด พลิกไปพลิกมาฆ่าเวลาเล่น
..
.
“ชั้นบอกหมอให้ช่วยเรื่องเฮซองแล้วนะ ถ้าเกิดนายพร้อมจะเจอเค้าวันไหนก็บอก .. แต่ข่าวว่าพี่ชายแอนดี้ สายดำเทควันโด้เชียวนะ ระวัง ๆ หน่อยและกัน”

“ไอ่บ้า ชั้นไม่ได้จะไปฉกตัวน้องชายเค้าหนีซะหน่อย พูดซะน่ากลัว”

แล้วเอริคก็เงียบไป
ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าเค้าไม่เคยเจอเฮซองซะเมื่อไหร่ แต่ทำมัยครั้งนี้รู้สึกปอด ๆ ผิดปกติก็ไม่รู้


“เออ ชั้นก็ว่าดีแล้วที่นายคิดอยากเจอเค้า ก็เล่นพาแอนดี้ขึ้นเหนือล่องใต้ตั้งกี่ครั้งและ อย่างน้อยให้พี่เค้ารับรู้ไปเลย จะได้คบกันอย่างสบายใจ เกิดว่าต่อไปมีอะไร จะได้คุยกันง่าย ๆ”

“มีอะไร?? คืออะไรของแกวะ”

“อะไรก็แล้วแต่นั่นแหละน่า...” มินอูก้มหน้าละจากสายตาเพื่อน สีหน้าเรียบเฉยที่มีพิรุธเมื่อครู่ ดูแล้วแปลก ๆ พิกล

“นายนี่แปลก ชอบพูดอะไรกำกวม ว่าแต่จินนี่มันพร้อมรึยังน่ะ หวังว่าคงไม่มีอะไรผิดพลาด เดี๋ยวก็ประชุมแล้ว”

“ได้พี่เลี้ยงอย่างชั้นดูแลใกล้ชิดซะขนาดนี้ ไม่เชื่อใจกันเหรอวะ”


แอ๊ดดดดดด~~

“แอนดี้ยืนอยู่ข้างนอกทำมัย เข้ามาสิ”

เสียงเปิดประตูแทรกขึ้นมาหน้าห้อง บวกกะเสียงจอนจินที่ทักคนอีกคนตรงประตู ทำเอาสองคนในห้องต้องหันไปมองตามเสียง

“อ่าว แอนดี้มาแล้วเหรอ เข้ามาสิ รู้ได้งัยว่าอยู่ที่นี่” เอริควางหนังสือพิมพ์ เดินยิ้มร่าไปยังร่างอีกร่างที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง

“ซูยองพานายไปไหนมาเหรอ ร้อนรึเปล่า หน้าแดง ๆ” เค้าพูดพลางยื่นมือไปแตะตรงแก้มระเรื่อนั่น แต่แอนดี้กลับหันหนีซะเฉย ๆ

“พี่ซูยองเค้าให้ผมไปช่วยเลือกของขวัญวันเกิดให้พี่น่ะฮะ เค้าคิดว่าผมคงช่วยเค้าได้” แอนดี้พูดเสียงเบา ๆ เงยหน้ามองเอริคช้า ๆ สายตาคู่นั้น บ่งบอกความผิดปกติจริง ๆ

“ของขวัญวันเกิด .. ให้ชั้นเหรอ” เอริคเริ่มงง ช่วงนี้เพราะเค้ามัวแต่ยุ่งกับงาน และแอนดี้จนลืมไปแล้วว่าพรุ่งนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง ถ้าอย่างนั้นที่อีกคนยืนนิ่งอยู่นี่ คงไม่ได้หมายความว่า...

“ทำมัยพี่ต้องโกหกผมด้วย วันเกิดพี่น่ะ มันวันพรุ่งนี้ต่างหาก แล้ววันนั้นล่ะ วันนั้นไม่ใช่ใช่มั้ย”
...
..
.
“เอ่อ ...แอนดี้ ฟังชั้นก่อน เข้ามาข้างในก่อนนะ”

“ผมไม่ฟังเรื่องโกหกพี่อีกแล้ว พี่หลอกผม หลอกไปซะทุกเรื่อง” ว่าแล้วร่างเล็กก็สะบัดมือที่ดึงเค้าไว้จนหลุด หมุนตัวหันหลังเดินออกไปอย่างรวดเร็ว

“แอนดี้เดี๋ยวสิ” เอริคก้าวไปคว้ามืออีกคนไว้ แต่ช้าเกินไป เค้าได้แต่ยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตู มองตามร่าง ๆ นั้น ใจก็อยากจะตาม อีกใจก็ห่วงงาน แต่ตอนนี้ แอนดี้สำคัญกว่าสิน่า

“ไอ่มิน เรื่องประชุม ฝากแป๊บนะ เดี๋ยวชั้นมา”

“เออ! ก็รีบ ๆ ตามไปสิ”

ลับร่างของเอริค คนอีกคนในห้อง และผู้มาใหม่อย่างจอนจินได้แต่สบตากันอย่างงง ๆ โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างจอนจิน ได้แต่ยืนมองหน้ามินอูที มองออกไปหน้าประตูทีสีหน้างงงันเต็มที่

“เฮ้อ! มันจะอะไรกันอีกว้า”

“พี่ฮะ พี่ริคเค้าทะเลาะอะไรกันแอนดี้น่ะ แล้วเรื่องวันเกิดที่แอนดี้พูด มันเรื่องอะไรเหรอ”
..
.

“อ๋อ เรื่องนั้นค่อยเล่าให้ฟัง ..เอาเป็นว่าตอนนี้นาย พร้อมรึยัง กำลังจะเริ่มแล้วนะ”


“ฮะ .. เรียบร้อย” จอนจินพยักหน้านิด ๆ ดวงตาแห่งความมุ่งมั่นนั่น ทำให้มินอูพอใจไม่น้อยทีเดียว

...แต่อีก 2 คนนั่นสิ จะทำงัยดีหนอ...


....


เสียงรถที่เข้ามาจอดสนิทตรงหน้าบ้าน ยังไม่สามารถทำให้คนบางคนหน้าโซฟา ละสายตาจากเกมส์บนจอได้ เค้ายังคงกด ๆ ๆ ๆ ยิงๆ ๆ ๆ ศัตรูฝ่ายตรงข้ามทั้งหลาย ให้ตายไปทีละคน ๆ ด้วยสีหน้าราวกับ ไปโกรธตัวแอนนิเมชั่นเหล่านั้นมาแต่ชาติปางไหน

“อ้าวเฮ้ย! ทำมัยน้องชายชั้นถึงกลับบ้านเร็วได้นะวันนี้ หรือว่านี่มันดึกมากแล้ว” เฮซองแซวแอนดี้ด้วยใบหน้ายิ้มๆ มาแต่ไกล แอนดี้เพียงแค่หันมามอง และก็กลับไปสนใจทีวีต่อ

“นี่ เป็นอะไร หน้ามุ่ยเชียวเรา ว่าแต่ไม่มีนัดไปไหนเหรอ ปกติ ไม่ดึกไม่กลับบ้าน”

“ไม่มีหรอกฮะ ผมกลับเร็ว ไม่ดีอีกเหรอ”

“ก็ดี .. แล้วทำมัยนายต้องทำเสียงหงุดหงิดด้วยน่ะ”

“ขอโทษฮะพี่”

“เออ ช่างเหอะ เป็นไรโกรธใครมารึเปล่า กดจนจอยจะพังแล้ว” เฮซองทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาข้าง ๆ น้องชาย

“นิดหน่อยน่ะฮะ พี่หิวมั้ย ผมรอพี่กลับตั้งนาน ผมยังไม่ได้กินไรตั้งกะเที่ยงแน่ะ”

“อ้าว! แล้วก็ไม่บอก ทำมัยล่ะ ชั้นให้เงินนายไม่พอใช้เหรอ ถึงต้องอดข้าว”

“แหะ ๆ ๆ เปล่าหรอกฮะ แค่นึกถึงฝีมือพี่ขึ้นมา หลายวันและ กินแต่ข้าวข้างนอก เริ่มเบื่อ”

“งั้นเดี๋ยวชั้นไปจัดการให้ รอแป๊บ” เฮซองเอื้อมมือไปขยี้ผมน้องชายแรง ๆ ก่อนจะยิ้มอ่อนโยนให้ และลุกขึ้นเดินเข้าครัวไป ลับร่างพี่ชายตัวเอง แอนดี้ก็กลับเข้าสู่โหมดสังหารโหดอีกครั้ง เค้าจริงจังประหนึ่งฝ่ายตรงข้ามในเกมส์เป็นหน้าของใครอีกคนที่นึกโกรธก็ไม่ปาน

--

เฮซองตักข้าวเข้าปากพลาง พิจารณาสีหน้าแอนดี้ไปพลาง วันนี้เหมือนแอนดี้มีอะไรผิดปกติจริง ๆ นะเนี๊ยะ หลายวันมาแล้วที่ไม่ค่อยจะได้เจอหน้าเจอตากัน เพราะแอนดี้เอง ก็กลับดึกแทบทุกคืน

“นายเห็นเอกสารที่ชั้นวางไว้ให้แล้วใช่มั้ยแอนดี้”

“ฮะ เห็นแล้ว” แอนดี้พูดโดยที่ยังคงก้มหน้าให้จานข้าวตัวเองเหมือนเดิม

“แล้วตกลงว่าอยากเรียนที่นี่ชัวร์แล้วใช่มั้ย หรือยังงัย หรือจะเปลี่ยนใจ ชั้นจะได้จัดการให้นายถูก”

คราวนี้แอนดี้ชะงักนิดหน่อย ความคิดเรื่องเรียนต่อมันเกิดขึ้นตอนที่เค้ายังไม่เจอเอริค ตอนนั้น เค้าเฝ้าแต่อ้อนวอนขอไปเรียนต่อ หากแต่ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าเพียงเอ่ยปากกับเฮซองว่าเค้าอยากเรียนต่อที่นี่ เพราะว่าเอริค พี่ชายจะฆ่าเค้ามั้ยน๊า ..

“ผมขอคิดดูก่อนได้มั้ยฮะ”

“ทำมัยล่ะ ทีเมื่อก่อนล่ะเร่งยิก ๆ”

“ผมไม่อยากห่างพี่นี่น่า ถ้าผมไม่อยู่พี่จะทำงัย นอนคนเดียว ไม่กลัวผีเหรอ”

“นี่..นายจะเอาเรื่องกลัวผีของชั้นมาตัดอนาคตนายรึงัย ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นอยู่ได้”

“แต่พี่ไม่คิดถึงผมเหรอ เมกาเชียวนะ ไม่ใช่แค่ปูซาน จะได้กลับมาหาได้บ่อย ๆ น่ะ” แอนดี้เริ่มออดอ้อนพี่ เป็นการหยั่งเชิง

“ทำมัยทำหน้าเหมือนไม่อยากไป ชั้นไม่ได้เป็นคนที่บังคับให้นายไปซักหน่อย นายอยากไปเองนี่น่า แล้วถ้าชั้นคิดถึงนายจริง ๆ ชั้นบินไปหานายก็ได้”

แอนดี้นิ่ง ใช้ตะเกียบในมือเขี่ย ๆ อาหารในจานเล่น

ตอนนี้เค้ารู้สึกว่าความอยากเรียนในครั้งก่อนมันลดลง นั่นเพราะอิทธิพลของเอริค แน่แหละ เกือบ ๆ จะร้อยเปอร์เซ็นต์เต็ม แต่แค่คิดถึงหน้าใครคนนั้นขึ้นมาอีก อารมณ์น้อยใจและโกรธที่ปะปนกันอยู่ จากระดับปกติ กลับเริ่มพุ่งขึ้นมาจุกตรงคอหอย พาลเอากลืนอาหารไม่ลงซะงั้น

(( ทำมัยเอริคต้องโกหกเค้าด้วยนะ เรื่องวันนั้น และอีกหลายๆ เรื่อง แม้มันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่โต แม้จะพยายามทำความเข้าใจ แต่อะไรล่ะ คือความจำเป็น โกหกเพื่อคิดจะวางแผนรวบหัวรวบหางเค้าน่ะเหรอ ความคิดอะไรหลาย ๆ อย่างที่มันจบไปแล้ว พอเจอกับสถานการณ์ตอนนี้ มันกลับเป็นเหมือนถ่านที่คอยเติมเชื้อเพลงให้เรื่องเก่า ๆ ให้ครุขึ้นมาอีกจนได้ ))

“อ่าว! เงียบทำมัย คิดอะไรอยู่เหรอ ถ้านายไม่อยากไปจริง ๆ นายก็บอกบชั้น เรียนที่นี่หรือเรียนที่ไหน ถ้าตั้งใจซะอย่าง มันก็เหมือนกันนั่นแหละ”

“งั้นผมขอคิดดูก่อนนะฮะพี่”

“อืม! มีเวลาให้นายคิดอีกเดือนเต็ม ๆ เลยแหละ ไม่ต้องเครียดหรอก”


....

ผ่านการประชุมไป 3 ชั่วโมงเต็ม ๆ ตอนนี้ 3 ชีวิต ก็พร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ณ ที่แห่งเดิม ที่ ๆ ทุกคนจะแวะเวียนมาเสมอ ในยามที่นึกอะไรไม่ออก

“นี่! นายสองคนช่วยทำตัวให้มันแช่มชื่นหน่อยได้มั้ยวะ เบียร์ชั้นกล่อยหมดแล้ว” มินอูนั่งจิบเบียร์ไปพลางมองดูคนทั้งคู่ พลอยให้หงุดหงิดหัวใจไปด้วย

“จินนี่ ฟังนะ ถ้าคนเราประสบความสำเร็จได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ แล้วเราจะเรียนรู้รสชาติของความผิดหวังได้ยังงัย ใช่มั้ย ที่สำคัญน่ะ นายไม่ได้แย่ขนาดที่จะต้องมานั่งทำหน้าเหมือนหมาฟันผุซะหน่อยนี่”

“แค่เพราะผมยังเด็ก ยังใหม่ พวกเค้าก็เอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นประเด็น ทำมัยไม่มองที่ผลงาน เป็นเด็กแล้วงัย เด็กทำอะไรไม่ได้งั้นเหรอ”

“นั่นงัย นายก็ต้องพิสูจน์ฝีมือให้พวกเค้าเห็นสิ ครั้งแรกไม่ผ่าน ก็มีครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 ทำไปจนกว่าเค้าจะเห็นว่านายทำได้ ไม่ใช่มานั่งหมดอาลัยถอดใจ ซังกะตายแบบนี้”

“พี่ก็พูดง่ายสิ”

“เออ ก็พูดมันยากตรงไหนวะ นี่ จินนี่ นายรู้มั้ย กว่าชั้นจะมายืนตำแหน่งนี้ ครั้งแรกของชั้นน่ะ มันแย่กว่านายตั้งหลายเท่า ไหนจะมือใหม่ไม่ได้ความ ไหนจะเด็กเส้นเป็นเพื่อนของลูกชายเจ้าของบริษัท แต่ชั้นก็ฟันผ่ามันมาได้ ความสำเร็จที่เคยผ่านความล้มเหลวมาแล้ว ความภาคภูมิใจมันต่างกันนะ รู้มั้ย”

จอนจินก้มหน้าก้มตาจิบเบียร์และเงียบต่อไป ..คราวนี้มินอูหันไปทางเอริคที่นั่งอยู่อีกมุมหน้าบาร์เหล้า

“อ่ะ ไอ่นี้อีกคน แกรจะนั่งเงียบอีกนานมั้ย กรูอึดอัดเข้าใจมั้ย ถอนหายใจทิ้งถอนหายใจขว้างอยู่นั่นแหละ เห็นแล้วรำคาญชะมัด”

“รำคาญก็อย่ามองดิวะ ทำยังกะชั้นไปถอนหายใจบนหลังนายงั้นแหละ”

“ไม่ใช่หลังชั้น แต่นี่มันห้องชั้น พวกนายสองคนนี่ยังงัย บ้านมันใหญ่ไปรึงัย หรือขาดความอบอุ่นถึงได้มาอุดกันในห้องชั้นเนี๊ยะ ทีเวลาปกติดี ๆ ไม่เห็นมีหน้าไหนโผล่มาซักคน”

เอริคเพียงแต่เหลือบตามามองคนที่ตอนนี้เอาแต่โวยวาย แล้วก็ก้มหน้าก้มตาจิบเหล้าต่ออีกหลายอึก
มินอูลุกจากโซฟาเดินมาทรุดตัวลงยังเก้าอี้ตัวข้าง ๆ กัน

“นี่ไอ่ริค! ครั้งก่อน ๆ ชั้นคิดว่าแกแก้ปัญหาของตัวเองได้ดีนี่หว่า แล้วทำมัยกะเรื่องแค่นี้ถึงต้องมาเครียดด้วยวะ”

“ก็ครั้งอื่น เค้าฟังชั้นพูดนี่หว่า แต่ครั้งนี้โทรไปก็ไม่รับ ไม่ยอมให้ชั้นอธิบายอะไรเลย แล้วจะทำงัยวะ”

“ดีแล้ว สมน้ำหน้า ดันไปหลอกเค้าก่อน คราวนี้เป็นงัยล่ะ”

“นี่ ชั้นขอให้นายออกความเห็นเหรอ ไอ่มิน”

RRRRRRRRRRRRRRRrr…
เสียงโทรศัพท์มือถือของจอนจินดังขึ้น ทำเอาอีกคนที่กำลังอ้าปากตอบโต้มีอันต้องชะงักไปชั่วคราว

“ฮะ ออมม่า”
แล้วจอนจินก็เดินออกไปรับโทรศัพท์ริมระเบียง ... ซักแป๊บ~~ จึงกลับเดินเข้ามาด้วยใบหน้ายิ้มแป้นจนน่าหมั่นใส้

“งัยอ่ะจินนี่ แค่เฮซองโทรมา หน้างี้บานเชียว ทีตะกี๊ชั้นล่ะนั่งปลอบใจเป็นชั่วโมง ไม่เห็นมีไรเกิดขึ้นเลย”

“ก็มันเหมือนกันที่ไหนกันเล่าพี่มิน”

“อ่าว แล้วจะไปไหนล่ะนั่น”

“ไปบ้านเฮซองน่ะ” ทันทีที่ได้ยินคำว่าเฮซอง เอริคหันขวับมายังน้องชายตัวเองทันที

“นายจะไปบ้านแอนดี้เหรอ”

“อืม ใช่สิ มีไรเหรอฮะ จะให้ช่วยไร”

“เปล่า ไม่มีไร ไปก็ไปสิ”

“แน่นะ”

“เออ”

“งั้นก็ดี ไปและนะพี่มิน พี่ริค ...ออ แฮปปี้เบิร์ดเดย์ล่วงหน้านะฮะ พี่ชายสุดหล่อของผม”

จอนจินโบกมือให้พี่ทั้งสองก่อนจะเดินออกนอกห้องไป

“ทำมัยวะ ไม่ให้จินมันคุยกับแอนดี้ให้ล่ะ”

“เรื่องแค่นี้ ชั้นไม่จำเป็นต้องให้จินนี่ช่วยหรอก”

“ปัดโธ่ ไอ่กอริลล่าฟอร์มจัด เออ แล้วชั้นจะคอยดู”

เอริคถอนหายใจยาว ๆ ออกมาอีกที ความจริงเค้าก็อยากรู้แทบตายเหมือนกัน ว่าตอนนี้แอนดี้เป็นงัยบ้าง แต่หากต้องให้จอนจินช่วย ก็กลัวว่ามันยิ่งไปกันใหญ่ ยังงัยซะ พรุ่งนี้คงได้คุยกันให้รู้เรื่องซักที ...

“เฮ้ย! นายจะเกิดจิง ๆ แล้วนิ คราวนี้ เลิกเครียดซะที เด๋วหาไรให้กิน ดีป่ะ”

“อืม ขอบใจ” ค่ำคืนก่อนวันเกิด เอริคแอบหวังลึก ๆ ว่าแอนดี้ คงจะโทรศัพท์มาอวยพรเค้า หรืออย่างน้อย แมสเสจซักฉบับก็ยังดี ...


แต่จนแล้วจนรอด ค่ำคืนนั้น เค้าก็ต้องผิดหวังจนได้

แถมเช้าวันเกิด แอนดี้ก็ไม่มาฝึกงานที่บริษัทอีกต่างหาก


........


ก๊อก ๆ ๆ

“แอนดี้ ตื่นรึยัง”

“ตื่นแล้วฮะพี่” เสียงงัวเงียดังขึ้นภายในห้อง ก่อนที่เจ้าของห้องจะโผล่หน้าออกมาเปิดประตู สภาพที่ยังคงอยู่ในชุดนอน พร้อมกับหน้าตาง่วง ๆ ทำเอาเฮซองต้องเลิ่กคิ้ว

“นี่เราเกงานอีกแล้วเหรอ หรือว่ายังไม่หาย ไปหาหมอดีมั้ย ฉีดยาซักเข็มจะได้ดีขึ้น”

“เย้ยย! ไม่เอาหรอกพี่ ผมหายแล้ว”

“แน่ใจนะว่าไม่เป็นไร”

“แน่ใจฮะ” แอนดี้ยิ้มหวานให้พี่ชาย พลอยทำให้เฮซองหายห่วงได้บ้าง

“แสดงว่าขี้เกียจล่ะสิ เมื่อวานก็หยุดนี่ แล้วไม่เป็นไรเหรอหยุดบ่อยๆ น่ะ”

“ไม่หรอกฮะ หัวหน้าผมเค้าใจดี”

“อืม งั้นพักผ่อนละกัน อาหารอยู่ในตู้เย็นนะ อุ่นซะถ้าจะกิน ชั้นไปและนะ”

“ฮะ”


ทันทีที่กำลังเดินลงบันใด เสียงออดหน้าประตูกลับดังขึ้น เฮซองแปลกใจนิดหน่อย ยังเช้าอยู่เลย ใครจะมาป่านนี้กันหนอ แต่นั่นยังไม่แปลกเท่าเมื่อถึงหน้าประตู คนที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอกันที่บ้าน ..

“เอริค”

“สวัสดีครับ คุณเฮซอง”

“มีธุระอะไรรึเปล่าครับ”

“ผมมารับแอนดี้น่ะครับ เมื่อวานเค้าไม่ได้ไปฝึกงาน สงสัยว่าไม่สบายรึเปล่า”

“หืม !! เข้าบ้านก่อนดีกว่าครับ”

เฮซองเดินนำแขกเข้าบ้าน เชิญให้เอริคนั่งที่เก้าอี้รับแขกเรียบร้อย

“กาแฟมั้ยครับ”

“ไม่ดีกว่าครับ ขอบคุณครับ”

“อืม ผมไม่ยักรู้ว่าแอนดี้ฝึกงานที่บริษัทคุณเอริค งั้นแอนดี้ก็ต้องอยู่บริษัทเดียวกับจอนจินน่ะสิ ใช่มั้ยครับ”

“ครับ”

“แปลก ทำมัยผมไม่รู้เรื่อง เอ หรือแอนดี้จะบอกแล้วผมลืม” เฮซองทำท่าคิดใหญ่ แต่แขกอีกคน เริ่มกระวนกระวายจนเก็บอาการไม่อยู่ ก็นั่งตรงนี้มันหนาว ๆ ร้อน ๆ อ่ะนะ

“ออ ลืมไป เดี๋ยวผมไปบอกแอนดี้ให้นะครับ”

ว่าแล้วเฮซองก็ลุกเดินไปชั้นบน เอริคได้แต่พ่นลมออกจากปาก กว่าจะตั้งใจฮึดกดกริ่งหน้าประตูได้ก็หนักหนาพอสมควรอยู่ แต่เอาน่ะ เมื่อวานทั้งวันไม่ได้เห็นหน้าแอนดี้ อารมณ์พาลหงุดหงิดทำงานไม่ได้ไปทั้งวัน ถ้าต้องเป็นวันนี้อีกวัน สงสัยเค้าต้องคลั่งตายไปก่อน
“แอนดี้นะแอนดี้ เดี๋ยวเหอะ ได้ตัวนายมา ชั้นจะชำระความให้สาสมเลย” เอริคนั่งบ่นงึมงำกับตัวเองซักครู่ กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะสะดุดกับภาพถ่ายตรงหน้าทีวีจอยักษ์ ภาพนั้น แอนดี้ เฮซอง และจอนจินถ่ายด้วยกัน สีหน้าแต่ละคนสดชื่นมากมาย นี่เค้าชักเริ่มอิจฉาน้องชายตัวเองอีกแล้วใช่มั้ยเนี๊ยะ

ไม่นานเฮซองก็เดินลงมา

“เอ่อ! แอนดี้บอกว่าให้คุณกลับไปก่อนน่ะครับ เค้ายังไม่ค่อยสบายอยู่”

“ไม่สบายเหรอ เป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”

“คือ.. เอ่อ .. ผมก็ไม่แน่ใจนัก แต่ว่า”

“งั้นขอผมคุยกับเค้าซักแป๊บนะครับ”

“แต่ว่าเค้าบอกว่าเค้าไม่อยากพบใครน่ะ ผมขอโทษด้วย ผมว่าคุณกลับไปก่อนดีมั้ยครับ คิดว่าพรุ่งนี้เค้าก็คงหาย”

เอริคยืนชั่งใจอยู่ซักครู่ เฮซองออกจะดุ ๆ อย่างที่แอนดี้เคยบอกจริงๆ ด้วย แต่เวลานี้ กว่าจะตัดสินใจพาตัวเองมาถึงนี่ได้ ก็คิดแล้วคิดอีกอยู่นานโข ให้ถอยกันง่าย ๆ อย่างนี้อ่ะนะ ไอ่มินได้หัวเราะตาย แอนดี้ นายจะทรมานชั้นเล่นใช่มั้ยเนี๊ยะ

ผมขอโทษคุณเฮซอง แต่ผมกับเค้ามีเรื่องที่ต้องคุยกันจริง ๆ ผมขออนุญาตพบเค้าแป๊บเดียว เดี๋ยวผมจะมาอธิบายให้คุณฟังทีหลัง
เอริคก้มศรีษะเล็ก ๆ เป็นเชิงขออนุญาตอีกคน ก่อนเดินผละขึ้นไปข้างบนโดยไม่สนใจสายตาของเฮซองที่ยืนอึ้งอยู่กับที่

ก๊อก ๆ ๆ เสียงกุกกักดังขึ้นภายในห้องซักแป๊บ ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก

“พี่ซองกี้ ก็ผมบอกแล้วงัย.......” เมื่อเห็นว่าบุคคลด้านหลังประตูนั่นไม่ใช่พี่ชายของตัวเองเหมือนครั้งแรก แอนดี้รีบชิงปิดประตูนั้น แต่ก็ยังช้ากว่าเอริค เค้าแทรกตัวเองเข้าไปพลางใช้มือข้างหนึ่งกดปิดและล็อคประตูไว้ และมืออีกข้างก็คว้าตัวแอนดี้ แต่ไม่ทันซะแล้ว คนตัวเล็กของเราไหวตัวทันซะก่อน จึงวิ่งไปออกไปหลบอีกมุม ก่อนที่เอริคจะคว้าตัวไว้ทัน

“นี่ นายจะเล่นไล่จับกับชั้นแต่เช้าเลยใช่มั้ย แอนดี้”

“พี่มาทำมัย” น้ำเสียงและสีหน้าบ่งบอกว่าสองวันที่ผ่านมา อาการโกรธยังคงไม่ลดลง

“ก็มาพาตัวคนเกเรไปทำงานน่ะสิ”

“ใครที่ไหนเกเร ผมไม่สบายต่างหาก”

“นี่น่ะเหรอคนไม่สบาย วิ่งซะเร็วเชียว แถมยังยืนเถียงฉอด ๆ ได้อีก”

“ก็ป่วยจริง ๆ นี่ ไม่เชื่อก็ช่าง” เอริคยิ้มมุมปากอย่างชอบใจในปฏิกิริยาท่าทางดื้อๆ ของแอนดี้ตอนนี้ แม้จะเคยนอนด้วยกันก็บ่อย แต่เค้าไม่ยักกะเคยเห็นแอนดี้ในชุดนอนแบบนี้ซักที ดู ๆ ไปก็น่ารักไปอีกแบบ

“แอนดี้ มานี่มา มานั่งคุยกันดีๆ ก่อน”

“ไม่อ่ะ ไม่คุย ไม่ฟัง” แอนดี้ยังปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมทั้งเดินหนีไปอีกด้านเมื่อเห็นเอริคเดินเข้าหากลายเป็นสองคนเดินวนรอบเตียงซะงั้น และตอนนี้กอลลิร่าที่เพิ่งอารมณ์ดี ส่อเค้าหงุดหงิดหัวใจขึ้นมาอีกแล้ว

“นายจะนั่งลงแล้วคุยกับชั้นดี ๆ หรืออยากให้ชั้นใช้กำลัง รับรองได้เลยว่าถ้านายเลือกข้อหลัง หากชั้นจับนายได้ นายโดนดีแน่ ๆ “

“เชอะ นี่บ้านผมนะ พี่กล้าทำงั้น ผมก็จะตะโกนให้พี่ซองกี้ช่วย”

“ชั้นก็ไม่แน่ใจนักหรอก ว่าหากชั้นจับนายได้ ปากนายยังคงจะร้องตะโกนได้อีกหรือเปล่า” ไม่ใช่แค่น้ำเสียง แต่สีหน้าของเอริคตอนนี้ ดูจริงจังจนน่าตกใจ และเพียงชั่วขณะเวลาที่อีกคนเผลอเท่านั้น เอริคกระโจนทีเดียวถึงตัวแอนดี้ พร้อมกับใช้สองแขนรั้งให้ร่างนั้นเซเข้ามาสู่อ้อมกอดเข้า เอริคสวมกอดแอนดี้ไว้แน่น จนอีกคนแทบหายใจไม่ออก

“พี่ริค ปล่อยน๊า ปล่อยยยยยยยย ปล่อยซิ”

“เงียบสิแอนดี้ นายอยากให้พี่ชายนายที่อยู่ข้างล่างตกใจรึงัย”

“พี่ก็ปล่อยสิ ไม่งั้นผมก็จะตะโกนโวยวายแบบนี้แหละ”

“พี่... ซองงงงงงงงงงงงง . ง ง ก ... อุ๊บ” เสียงที่กำลังตะโกนจากปากพลันถูกกลืนหายไปทันทีที่ริมฝีปากหนา ๆ กดปิดด้วยจูบอันหนักหน่วงและรุนแรง และแม้ว่าร่างเล็กนั้นยังคงดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอดที่รัดแน่น แต่ยังคงไม่สามารถหันหนีรสจูบนั้นได้

เหมือน ๆ เอริคจะใช้รอยจูบทำโทษเค้าหรือเปล่า ที่สองวันมานี้ไม่แม้แต่จะรับโทรศัพท์ กระทั่งวันสำคัญของเอริคอย่างวันเกิด แอนดี้ก็ใจแข็งไม่แม้แต่จะส่งข้อความอวยพรซักข้อความ

...แต่ก็แปลก หากมันคือการลงโทษจริง เค้ากลับรู้สึกพอใจการโดนทำโทษครั้งนี้ซะงั้น

กว่าเอริคจะถอนริมฝีปากตัวเองออกมาได้ เล่นเอาหอบหมดแรง หน้าแอนดี้ตอนนี้เริ่มระเรื่อขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แต่คิ้วยังขมวดปมยุ่ง แก้มป่อง บ่งบอกอาการไม่พอใจ แต่เอริคก็ยังคงเห็นเป็นเรื่องน่าขำอยู่ดี

“เป็นงัย จะตะโกนอีกมั้ย”

“ตะโกนอีกจะจูบอีกป่ะหละ”

“จูบสิ คราวนี้จะไม่ปล่อยด้วย”

“อึดอัด พี่กอดผมจนผมหายใจไม่ออกแล้วเนี๊ยะ” อาการที่เริ่มสงบนิ่งขึ้นของแอนดี้ ทำให้เอริคคลายวงแขนที่รัดแน่นอยู่ตอนนี้ให้หลวมขึ้นหน่อย เค้าถอยหลัง 2 ก้าว ก่อนจะทรุดตัวลงบนที่นอนนุ่ม และจับให้อีกคนที่นั่งลงบนตักตัวเอง สองมือยังคงกอดเอวบางนั่นไว้ แม้ดูเหมือนตอนนี้แอนดี้ยังไม่พอใจ แต่อย่างน้อย ก็ดูเหมือนว่า คน ๆ นี้ คงพร้อมจะฟังเค้าอธิบายแล้ว

“ ชั้นขอแค่ให้นายฟังชั้น หลังจากนั้นนายจะโกรธชั้น ชั้นก็จะไม่ว่า ขอแค่ฟัง แค่นี้..”

“พี่จะโกหกอะไรอีกล่ะ”

“เปล่า ไม่ได้โกหก แต่จะพูดความจริงต่างหาก ..
...
..
..
แอนดี้.. ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะโกหกนายเลยนะ วันนั้นชั้นก็ไม่แน่ใจนัก ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ชั้นเฝ้ามองนายทั้งวัน อยากให้นายนั่งอยู่ตรงนั้นตลอดเวลา มันแปลก แต่ชั้นก็ยังไม่มั่นใจนัก ชั้นรั้งให้นายอยู่เป็นเพื่อนโดยเอาเรื่องปิดงบไตรมาสขึ้นมาบังหน้า แต่จนแล้วจนรอด นายก็ต้องกลับอยู่ดี ....แล้ว...แล้วปากชั้นมันก็เผลอพูดออกไป เพราะคิดว่ามันคงเป็นทางเดียว ที่พอจะรั้งนายไว้ได้ ชั้นไม่คิดว่านายจะจริงจังขนาดนั้น ..

..
..

..แต่รู้มั้ย ทันทีที่เห็นนายวิ่งลงไป และกลับมาพร้อมด้วยเค้กเล็ก ๆ ก้อนนึง หอบอาหารมาเต็มมือ ตอนนั้น ชั้นก็บอกกับตัวเองได้ทันทีว่า ชั้น.. ไม่มีวันปล่อยนายไปได้อีกแล้ว”

คำพูดหวาน ๆ กับสายตาคม ๆ ที่จับจ้องใบหน้าแอนดี้อยู่ตอนนี้ มันทำให้เค้าใจอ่อนลงไปกว่าครึ่ง แต่ คนเรา ถ้าคิดจะหลอกกันครั้งนึง มันก็ต้องมีต่อไปอีก ใช่มั้ย..

“นายไม่รู้เหรอแอนดี้ วันนั้นชั้นมีความสุขแค่ไหน แต่ชั้นก็คิดกลัวอยู่ในใจ ถ้าเกิดชั้นเอ่ยปากบอกนายว่าวันนี้ไม่ใช่วันเกิด แล้วต่อไปสิ่งที่จะตามมามันคืออะไร วิมานของชั้นมันจะสลายลงตรงนั้นมั้ย นายจะเข้าใจชั้นมั้ย นายจะวิ่งกลับไปโดยไม่หันมามองชั้นอีกหรือเปล่า .... ชั้นก็เลยต้องเก็บมันไว้”

แอนดี้นิ่งไป แต่หน้าตาบึ้ง ๆ เมื่อครู่ เริ่มอ่อนโยนลงแล้ว

“ทำมัยเงียบล่ะหืม”

“ก็จะให้พูดอะไรเล่า”

“นายใจร้ายมากเลยรู้มั้ย เมื่อวานเป็นวันเกิดชั้นนะ ข้อความเบิร์ดเดย์ซักข้อความยังไม่มีเลย”

“พี่ขอของขวัญวันเกิดผมไปล่วงหน้าหลายปีแล้วนะฮะ จะเอาอะไรอีกล่ะ”

“แต่นี่มันวันเกิดชั้นจริงๆ นะ”

“ไม่รู้แหละ ผมไม่มีไรให้แล้ว”

“หายโกรธแล้วใช่มั้ย ปกตินายเป็นคนเข้าใจอะไรง่ายนี่น่า ทำมัยเรื่องนี้ถึงต้องโกรธขนาดไม่พบ ไม่พูด หนีหน้าชั้นไปเลย ห๋า ..”

...
..
.

“ผมเขียนไดอะรี่ไว้หน้านึง พี่รู้มั้ย วันนั้น จูบแรกระหว่างผมกับพี่เอริค เป็นวันเกิดของพี่เอริค พี่คิดดูสิ แล้วสุดท้ายมันกลับไม่ใช่ ผมเสียใจ ที่เรื่องแค่นี้พี่ก็หลอกผม”

คราวนี้ดูเหมือนความโกรธจะหายไป เหลือแต่ความน้อยใจเท่านั้น เอริคจับใบหน้าของแอนดี้ให้หันมามาทางเค้า พร้อมยืนจมูกตัวเองกดลงตรงแก้มของอีกคนเบา ๆ


“ชั้นขอโทษนะ นายให้อภัยชั้นเหอะ ไม่มีนายเมื่อวาน วัดเกิดมันก็ไม่ได้มีความหมาย ชั้นชอบวันนั้น วันที่นายปักเทียนให้ชั้นเล่มนึงบนเค้กก้อนเล็ก ๆ และคืนนั้น ชั้นก็ได้นอนกอดนายเหมือนที่ชั้นอธิฐาน ชั้นจะถือว่า วันนั้น คือวันเกิดของเรา ดีมั้ย นายจะได้ไม่ต้องไปแก้ไดอะรี่งัย”

“วันเกิดของเรางั้นเหรอ

"อืม วันเกิดของเราสองคน"

..

.
.
"งั้น ..ก็ดีฮะ” แอนดี้คลี่ยิ้มน้อย ๆ ออกมาได้ซักที เล่นเอาเอริคเหงื่อตก

“ของขวัญวันเกิดล่วงหน้าก็ขอไปแล้ว งั้นชั้นขอของขวัญวันเกิดย้อนหลังและกัน ได้มั้ย”

“บ้า! อย่างนี้มันมีที่ไหนกันเล่า โกงนี่ ได้ทั้งล่วงหน้า ได้ทั้งย้อนหลังอีก”

“ก็ .. มีที่นี่งัย”

แล้วก็เป็นอีกครั้ง ที่เอริคประทับจูบลงตรงปากแอนดี้ แต่ครั้งนี้อ่อนโยนกว่าครั้งแรกมากมาย และแอนดี้เองก็เหมือนจะยินยอมพร้อมใจซะด้วย

ผ่านไปซักครู่ มือเรียวของเอริค เริ่มลากเลื้อยเข้าไปภายใต้ชุดนอนอุนตร้าแมนของแอนดี้ จนคนโดนรุกต้องประท้วงขึ้นมา

“อื้ม ๆ ๆ พี่ ๆ “ แอนดี้ต้องดันตัวเองออกมาจากจูบเร่าร้อนนั้นเมื่อเห็นมันชักจะเลยเถิดไปไกลแล้ว “พอก่อน ๆ ผมว่าตอนนี้พี่ลงไปข้างล่างก่อนดีกว่ามั้ยฮะ พี่เฮซองคงคลุ้มคลั่งแล้วแน่ๆ”

“โธ่! อีกเดี๋ยวไม่ได้เหรอแอนดี้”

“ไม่ได้อ่ะ ขืนนานกว่านี้ผมโดนฝังแน่ๆ เลยพี่”

“เฮ้อ! นายเนี๊ยะนะ ขัดใจชั้นได้ทุกเรื่องจริง ๆ “ เอริคเริ่มทำเสียงหงุดหงิด “ยังงัยไปช้าไปเร็ว ก็โดนอยู่แล้ว อีกเดี๋ยวค่อยไป จะเป็นไรไป”

“ไม่ได้อ่ะ พี่ลงไปก่อนนะ ผมอาบน้ำเสร็จแล้วจะตามลงไป”

“งั้นอาบด้วยกันมั้ย ดูสิ วิ่งไล่จับนาย เสื้อชุ่มเหงื่อหมดและ”

“ไม่ได้ฮะ จะไปไม่ไปเนี๊ยะ”

“โอเค ๆ ๆ ไปก็ไป ฝากไว้ก่อนแล้วกัน เดี๋ยวคืนนี้ชั้นจะขออนุญาตเฮซองกักตัวนายไว้ที่ห้องทั้งคืนเลย”

“เหอ ๆ ๆ เอาเหอะฮะ ถ้าพี่มีชีวิตผ่านเช้านี้ไปได้ ผมก็ยอมพี่แหละ” ว่าแล้วแอนดี้ก็ลุกขึ้นยืน พร้อมฉุดให้เอริคออกจาห้องไป พลางอมยิ้มกับสีหน้าที่เหมือนเด็กโดนขัดใจของอีกคน


...

มาดูกันที่ด้านล่างมั่ง ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้

เฮซองเดินกระวนกระวายไปมาอยู่หน้าบ้าน หลังจากเอริคเดินขึ้นไปข้างบนเค้าก็กดโทรศัพท์หาจอนจินทันที เรื่องราวมากมายหลายอย่างที่ยังแปลก ๆ ทำเอาเค้าชักเริ่มสงสัย รถอีกคันที่คุ้นตาขับมาจอดสนิทตรงหน้าบ้าน จอนจินลงมาจากรถในชุดสูทเรียบร้อย หล่อเหลาดังเดิม

“คิดถึงผมแต่เช้าเลยเหรอฮะ ออมม่า” คำทักทายคำแรก มาพร้อมรอยยิ้มสดใส

“คิดถึงกับบ้าน่ะซิ มาช้าจัง”

“นี่รีบสุดๆ และน๊า ว่าแต่ออมม่ามีอะไรหรือเปล่า”

“ไปนั่งคุยกันข้างในแล้วกัน” ก่อนเฮซองกำลังจะหมุนตัวก้าวเข้าบ้าน แต่จอนจินกลับชิงก้มหน้าลงไปหอมแก้มอีกคนก่อนจะเดินเคลียร์กันมาถึงห้องรับแขก

“อะไรเนี๊ยะ”

“จุ๊บอรุณสวัสดิ์น่ะฮะ ฮึ ๆ “

“ว่าแต่มีไรเหรออะออมม่า” จอนจินถามขึ้นเมื่อทั้งสองนั่งลงตรงโซฟาเรียบร้อยแล้ว

“พี่ชายนายน่ะ เค้ามาที่นี่”

“พี่ชายผม พี่เอริคน่ะเหรอ”

“อืม”

“แล้วเค้าอยู่ไหนล่ะฮะ”

“ในห้องแอนดี้น่ะ”

“ห๋า!! ในห้องแอนดี้น่ะนะ”

“ใช่ ชั้นเลยอยากรู้ว่าเวลาที่เด็กฝึกงานไม่สบายเนี๊ยะ พี่ชายนายเค้าตามไปเยี่ยมใกล้ชิดแบบนี้ทุกคนรึเปล่า”

“ก็ไม่นี่”

“งั้นบอกชั้นหน่อย ว่าเอริคกับแอนดี้ เค้าเป็นอะไรกัน” สีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเฮซอง ทำเอาจอนจินต้องกลั้นหายใจ

“เอ่อ!! ถ้าเป็นเรื่องนี้ พี่รอคุยกับพี่ริคเองไม่ดีกว่าเหรอฮะ ออมม่า”

“นี่นายกำลังปิดบังอะไรชั้นอยู่ใช่มั้ย จอนจิน นายไม่เคยบอกชั้นเลย ว่าแอนดี้ฝึกงานอยู่ที่บริษัทนาย”

“อ่าว ผมเองก็เพิ่งรู้นะ ผมอยู่ที่นี่ตั้งกี่อาทิตย์ล่ะ อีกอย่าง ผมก็นึกว่าน้องบอกแล้วน่ะสิ ... ออมม่าฮะ อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ มันน่ากลัวน๊า”

เสียงเดินที่ดังขึ้นตรงบันได เป็นเหมือนเป็นระฆังช่วยชีวิตจอนจินไว้ได้ทันเวลา เอริคเดินลงมาพร้อมกับสีหน้าเรียบเฉย แต่เสื้อผ้าและเหงื่อบนหน้า เหมือนเพิ่งผ่านการวิ่งร้อยเมตรมางั้นแหละ

“อ้าว จินนี่ มาเมื่อไหร่”

“ ผมมาตะกี๊ ว่าแต่พี่มาทำมัยอ่ะ”

“ชั้นมาเยี่ยมแอนดี้น่ะ เห็นเค้าไม่ได้ไปทำงานเมื่อวาน กลัวว่าจะไม่สบาย” เอริคตอบเสียงเบา ๆ หลบสายตาที่เฮซองส่งมาเหมือนจะยิงเลเซอร์เผาเค้าให้เป็นจุลยังงัยยังงั้น

“แล้วน้องเป็นงัยบ้างฮะ”

“อืม ก็คงหายแล้วแหละ”

“นี่มันเรื่องอะไรกัน จะมีใครบอกชั้นได้มั้ยเนี๊ยะ” เฮซองชักหงุดหงิด มองคนนู้นมองคนนี้ แต่ไม่มีใครซักคนที่จะอ้าปากบอกเค้าเลยว่าทำมัยอยู่ดี ๆ เอริคถึงต้องบุกมาหาแอนดี้ถึงที่บ้าน แถมยังเข้าไปในห้องนอน มันต้องมีอะไรที่เค้ายังไม่รู้แน่ ๆ

เอริคมองสีหน้าที่ดูจะฉุนเฉียวของเฮซอง แน่แหละ เป็นใครใครก็คงงง ตลอดทุกขั้นบันไดจากชั้นบนถึงชั้นล่างทุก ๆ ก้าวเมื่อครู่ เค้าสรรหาคำพูดมากมายที่จะมาบอกเฮซองไว้แล้ว แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นว่า คำที่เค้าเรียบเรียงซะสวยหรู มันกลับหายไปซะเฉย ๆ


เฮ้อ! ทำมัยเวลาอย่างนี้ มินอูถึงไม่อยู่ตรงนี้ด้วยน๊า คิดแล้วก็กลุ้ม ..










ลวก ๆ ไปหน่อยหรือเปล่า ก็ไม่แน่ใจ ..ไม่ดีตรงไหน ก้ขออภัยด้วยฮะ
(ตอนแรกว่าจะจบ 10 ทำไปทำมากลับยาวไปเรื่อยเรยแหะ


เค้าอยากถามทุกคนที่อ่านนะฮะ บอกเค้าหน่อยว่าระหว่างเรื่อง Make a plan คือเรื่องนี้ กับเรื่องเล่าของเจ้าหญิง แต่ละคนชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน (กรณีที่เคยอ่านทั้งสองเรื่อง) ตอบกันหน่อยน๊า เค้าอยากรู้..




Create Date : 05 กันยายน 2551
Last Update : 6 กันยายน 2551 21:21:08 น. 22 comments
Counter : 566 Pageviews.

 
ขอพี่เมนท์คนแรกก่อนทำงานได้ม้าย

หนุกอีกแล้วอ่ะน้องพุด แหม่นึกว่าจะไม่มีฉากพ่อแง่แม่งอนของคู่นี้ซะละ

ตอนต่อปายอยากให้พี่ซองกี้เป็นมารฟามรักของน้องชายซักนิดนุงนะ

เอาแต่พองามกะด้าย

ไม่รู้จะเม้นท์ไรอ่ะ มันน่ารักไปหมดเลย อ่านไปยิ้มไป เขินไป

อิป๋านี่ก็หื่นได้โล่ห์จิง ๆ ไม่เกรงใจพี่เค้าซักนิด บ้านตัวเองรึก็เปล่า

สำหรับคำถามของน้องพุดที่ว่าอ่านแล้วชอบเรื่องไหน

ระหว่างเรื่องนี้กับ"เรื่องเล่าฯ" พี่ตอบตามจิงน๊า

ชอบเรื่องเล่ามากก่านิดนุง เพราะตัวละครมันคือชินฮวาจิง ๆ ไง...เกี่ยวมะเนี่ย

แล้วเรื่องนั้นอารมณ์มันจะมีหลากหลายอ่ะ สุข เศร้า แอบรัก แอบเจ็บ

เรื่องนี้ก็ชอบน๊า..ยังไม่จบนี่เนอะ ให้คะแนนเท่าไหร่จึงยังบอกมิได้

เหอ ๆ รอจบก่อนจิ เรื่องนี้ยังมีตบจูบ ลากไปทำ...ที่นั่น..ที่นี่ได้อีกตั้งเยอะ เปลี่ยนบรรยากาศไง

เขียนซะยาวเลยชั้น...ซาหรุปคือชอบมาก ๆ เลยจ้า

เป็นกำลังใจให้น้องพุดน๊า...ลากยาว ๆ ไปอีกหลายตอนเลยก็ได้ อย่าเพิ่งรีบจบ


โดย: ekada IP: 124.120.185.68 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:8:32:58 น.  

 
มาเป็นคนที่ 2 เย้ เย้ (ดีใจเกินเหตุ) อิจฉาป๋าจริง ๆ คนรู้ใจเข้าใจง่าย มีเหตุผลแบบน้องดี้


โดย: พี่นา IP: 203.151.144.4 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:9:33:48 น.  

 
ชอบกันคนละแบบอ่ะคะพี่พุด
เรื่องนี้มันได้อารมณ์หวานๆ แหววๆ ลุ้นๆ หื่นๆ (อันนี้ส่วนตัว 55)
ส่วนเรื่องเล่าของเจ้าหญิง เหมือนได้เกาะติดชีวิตเฮียๆ ไปพร้อมกับเจ้าหญิงอะคะ

จิงๆนาอ่านเรื่องนี้ก่อนแล้วค่อยไปอ่านเรื่องเจ้าหญิง เรื่องนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการบ้าอ่านฟิคของนานะคะ
คงต้องเทใจให้เรื่องนี้มากกว่าหน่อยนึง

ลากได้ไม่ว่ากันเลยคะพี่พุด อย่าเพิ่งรีบจบ เด๋วไม่มีไรอ่าน 55

อ้อ ตอนนี้ ชอบคู่ลุงกะมินๆจังงง
น่ารักกำลังดี


โดย: นาค่า IP: 124.120.40.200 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:12:48:12 น.  

 
วันนี้แวะเข้าดง แล้วนึกไงไม่รู้จิ้มบลอกพุดดิ้ง เจอตอนใหม่ ดีใจจังเลย

ในที่สุดก็มีความสุขไปและสองคู่
ดีเหมือนกันนะที่คู่ป๋ามีเรื่องกันมั่งพองาม ไม่งั้นจะราบรื่นไร้อุปสรรคเกินไป แต่ป๋าง้อหน่อยเดียว น้องก็โอเคแล้วอ่ะไม่หนุกเลย
งั้นขอให้ออมม่าขัดขวางซักหน่อยดีแมะ จะได้แสดงความจริงใจซักหน่อย

สำหรับที่พุดถาม พี่ชอบทั้งสองเรื่องอ่ะ แต่ก็ให้คะแนนไม่ได้นะ คือพี่อ่านหลายแนวมาก ๆ ก็เลยไม่ค่อยได้เปรียบเทียบอะไร คืออ่านแล้วชอบก็ชอบน่ะจ้ะ
อย่างเรื่องเล่าของเจ้าหญิง มันเป็นเรื่องแบบ ชินฮวา มาก ๆ
พุดแต่งได้ให้ความรู้สึกเหมือนจริงแบบมาก ๆ อ่านไปอ่านมาบางทีจะเผลอนึกไปว่า เออ ถ้าเป็นพี่เอ็มก็อาจจะพูดงี้จริง ๆ นะ หรือ อยากให้เป็นอย่างนี้จริง ๆ จังเลย ประมาณนี้อ่ะ อ่านฟิกแนวนี้มาหลายเรื่องเหมือนกัน แต่ก็จะไม่รู้สึกว่าเหมือนจริงเท่าเรื่องนี้นะ ในความคิดของพี่ (คนเดียว)

ส่วนเรื่องนี้เป็นการใช้คาแรกเตอร์มาแต่งเป็นเรื่อง แต่ก็ผูกเรื่องได้สนุกดี มีอะไรให้ต้องติดตามทุกตอนเลย

ปกติพี่ก็อ่านหลายฟิก หลายเรื่อง หลายคู่ หลายวงอ่ะนะ แต่ถ้าไม่ชอบจริง ๆ พี่ก็ไม่เม้นยาวขนาดนี้หรอก ไม่ใช่เพราะว่าเล่นบอร์ดเดียวกันเท่านั้นหรอกจ้า
เชื่อพี่เหอะ สนุกจริง ๆ

ยาวไปป่าวเนี่ย


โดย: พี่อัน IP: 202.129.32.218 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:13:01:45 น.  

 
เรื่องนี้มันได้อารมณ์หวานๆ แหววๆ ลุ้นๆ หื่นๆ (อันนี้ส่วนตัว 55) // คิดเหมือนกันเลยคร๊าบ

2 เรื่องมันคนละแนวอ้ะพี่พุด

นิชอบเรื่องนี้มากกว่า อ้ะ
คิดเป็นเปอเซ็นต์ก็สัก 51-49%

เหตุผลเพราะเรื่องนี้มีคู่ลุง-พี่เอ็มด้วย


โดย: เจ้านิ IP: 203.170.231.232 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:18:40:12 น.  

 
อิอิ...มาถูกเวลาอีกแล้ว
ตอนนี้..น่าร๊ากกกก...ทุกคนเลยอ่ะ

ตอบคำถาม: พี่ว่าสองเรื่องมันให้ความรู้สึกคนละอารมณ์อ่ะ เรื่องนี้รู้สึกเป็นคู่รักเป็นคู่ๆ อ่ะค่ะ ส่วนเรื่องโน้น..มันมีความเป็นเพื่อนอยู่มากมาย เลือกยากเลย..

สรุปว่า...ชอบเรื่องเล่าของเจ้าหญิง มากกว่านิดนึง ^^


โดย: andybe IP: 58.9.202.103 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:19:45:37 น.  

 
หลังจากหวีทกันมานานพี่ป๋ากะนุ้งดี้ก็มีพ่อแง่แม่งอนกะเค้าด้วย...น่ารักดีฮะ

ชอบเรื่องไหนมากกว่ากันเหรอ...ชอบเรื่องเล่าฯ มากกว่าเรื่องนี้สัก 20 ปูเซงได้อะจ้า เพราะรู้สึกว่าเป็นตัวตนของชินฮวาจริงๆ และเป็นแฟนฟิคเรื่องแรกที่พี่ได้อ่านด้วย มันเป็น First Love อะค่ะ เลยให้คะแนนมากก่านิดนุง

ส่วน make a plan ก็ชอบน๊า แต่มันคนละอารมณ์กันอ่ะ เรื่องนี้เหมือนอ่านนิยาย{ก็เค้าเรียกฟิคอะแกร} โดยมีตัวละครเป็นปู้จายที่เรารัก อ่านแล้วกรี๊ดกร๊าดได้อีก...สรุปชอบอีกแล้ว

และฟิคทั้งสองเรื่องของน้องคือแรงบันดาลใจให้พี่เขียนฟิคกะเค้าบ้าง
แต่...จะดีเท่าของน้องพุดรึเปล่า...
ตอบให้เลยว่าท่าจะยากอ่ะ เหอๆๆๆ

เขียนต่อไปเรื่อยๆ นะจ๊ะ ยี่สิบตอนเลยก็ได้ พี่จะตามอ่านอย่างไม่ลดละ

ว่าแต่...ตอนนี้คิดถึงพี่เจดียามดึกด้วยหล่ะ ก่อนป๋าเข้ากรมก็อย่าลืมลากมาสัมภาษณ์บ้างน๊า


โดย: พี่จิ๋วจินเองคร่า IP: 222.123.234.121 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:20:17:10 น.  

 
สำหรับพี่ พี่ชอบเรื่องนี้มากกว่าเพราะมีความเป็น Drama อ่านแล้วครบรส ทั้งสุข เศร้า เหงา รัก นะคะ


โดย: สปาเก็ตตี้ฯ IP: 58.9.90.18 วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:23:06:13 น.  

 
หนูยังไม่ได้อ่านสักเรื่องเลยค่ะ ขอย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นก่อนนะคะ แต่แค่ได้อ่านหน้านี้ก็แอบหลงรักเรื่องนี้ซะแล้วอะคะ


โดย: akiko_ka วันที่: 5 กันยายน 2551 เวลา:23:41:30 น.  

 
ชอบทั้งสองเรื่องค่ะ แต่ชอบเรื่องนี้มากกว่าเพราะมีหลายอารมณ์ หลายโมเม้นท์ (หลายคู่ดีค่ะ) ที่สำคัญเพราะมีลุงด้วยค่ะ เลยปลื้มมากเป็นพิเศษ (อ่านตอนที่ 11 มีลุงโผล่มานิดหน่อยในร้านกาแฟแต่ก็น่ารักได้อีก)อีกอย่างบทพี่เอ็มก็เป็นอัศวินขี่ม้าขาวมากๆค่ะ สรุปว่าขอชมพี่พุด และเอาใจช่วยให้แต่งเรื่องนี้ให้สนุกๆยิ่งขึ้นกว่าเดิมค่ะ ^^


โดย: keiropi IP: 125.26.127.3 วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:0:38:48 น.  

 
Wow~~ พี่พุดมาต่อแว๊ววว ดีใจจริงๆเลยค่ะ อิอิ ไม่ไหวแล้ว น่ารักมากมายจริงๆนะค่ะคู่นี้

หวานๆๆๆ หวานจับใจจริงๆเลยค่ะ ตอนนี้ชักอิจฉาคนมีความรักแล้วซิค่ะ ทำไมหนูหาคนดูแลมิได้เลยละค่ะ แงแงแงแง


ต่อไปยาวๆๆเลยนะค่ะพี่พุดข๋า หนูชอบบบบบบ จริงๆนะค่ะ


สุดท้ายชอบเรื่องไหนมากกว่าหรอค่ะ จริงๆแล้วมันมาคนละแนวเลยนะค่ะพี่ คือชอบทั้งสองเรื่องเลยอะค่ะ แต่ถ้าถามว่าจำเป็นต้องเลือกแบบฟันธง อิอิอิ หนูชอบเรื่องนี้นะค่ะ หวานมากๆๆๆ จินซอง ละลายไปด่านแรกเลยค่ะ ริคดี้ก็แอบงอนกันไป สนุกดีนะค่ะ ดี้ไม่ขี้งอนแบบง้อยาก อิอิ ชอบค่ะชอบ และที่น่ารักสุดๆ ยกให้เพ่เอ็มเลยค่ะเรื่องนี้ คม มากกก และ แน่มากๆๆด้วย แต่ถามว่าเรื่องเจ้าหญิงชอบไหม ชอบนะค่ะ เรื่องนั้นอินมากๆ อ่านแล้วร้องไห้ตามฟิคพี่ไปเลยอะค่ะพี่พุดข๋า...


รออ่านต่อนะค่ะพี่... ^^


โดย: praery_za IP: 58.10.170.166 วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:1:03:52 น.  

 
แล้วสุดท้ายก็เป็นไปตามแผน อิอิ (นุ้งดี้คิดในใจ)
มันเป็นแผนนุ้งดี้ที่จะให้ป๋ามาเจอพี่สาว เอ้อ พี่ชาย
แกล้งเรียกพี่ซองกี้ เพื่อจะให้พี่ป๋าจูบ แผนสูงจิง ๆ


เหอ ๆ ๆ เป็นเอามากช้าน จิ้นไปเรื่อย

เริ่มอ่านตั้งแต่บ่าย แต่บับว่า งานยุ่งเมิก ยังจะดันทุรังอ่านฟิค สุดท้ายก็ไม่จบ เพิ่งมาจบตะกี๊ น่ารักดีฮะพี่พุดตอนนี้ ง้อกันน่ารักดี แต่แอบใจหาย กลัวพี่ไม่ยอมรับ ดีนะที่จบตอนก่อน เด๋วตอนหน้าค่อยว่ากัน

พี่พุดแต่งได้ดีมาก ใช้คำได้ดีด้วย แอบงงว่าลวกๆ ตรงไหน

อย่าเพิ่งจบเลยนะ กะลังสนุกเลย แต่งไปเรื่อย ๆ กี่ตอนก็ได้ รออ่านได้เสมอฮะ
(เหอ ๆ ๆ ใช้แรงงานพี่)

ที่พี่พุดถาม ชอบทั้ง 2 เรื่องฮะ มะก่อน (น่าน เริ่มจะร่ายอีกและ) ชอบอ่านแบบเรื่องเล่าของเจ้าหญิงมากก่า เพราะรู้สึกว่ามันเป็นตัวเค้าจิง ๆ เหมือนฟิคที่เราเคย ๆ อ่านกัน (บนเครื่องบินอ่ะ คิดว่าทุกคนคงเคยอ่าน) แต่พอมาถึงเรื่องนี้ ถึงคาแรกเตอร์จะเปลี่ยนไป แต่ในเมื่อยังเป็นพวกเค้า อ่านแล้วก็คล้อยตามนะ รู้สึกเหมือนว่า เค้าเป็นแบบนี้จิง ๆ มะใช่ดารา-นักร้อง
สรุปว่าชอบทั้ง 2 เรื่องเลย และจะชอบเรื่องต่อ ๆ ไปด้วย (น่าน มีชอบล่วงหน้า แบบป๋าไง ขอทั้งปีหน้า ขอทั้งย้อนหลัง กำไร ๆ) ขอเป็นกำลังใจให้พี่พุดนะฮะ แต่งอีกไปเรื่อย ๆ กี่เรื่องก็จะตามอ่าน (แต่แบบ...ขอริคดี้น้า จะสมหวังหรือไม่ ไม่ว่ากัน แต่อย่าเปลี่ยนคู่เลยน้า ทำใจมะล่าย)


เอ่อ....ยังร่ายได้อีก หวังว่าพี่พุดคงไม่เบื่อที่จะอ่านเม้นท์เค้านะฮะ

PuDDinG 화이팅!!


โดย: puppi วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:1:23:34 น.  

 
ลุ้นนะนี่ ว่าป๋าจะเอื้อนเอ่ยบอกพี่เมียยังไง ไม่ให้โดนจระเข้ฟาดหาง หรือโดนกะทะตีหัว เหอๆๆ


ชอบเรื่องไหนมากกว่าเหรอ ตอบแบบไม่อ้อมค้อม ก็ชอบทั้งสองเรื่อง

เรื่องแรกสเน่ห์อยู่ที่การมีดีเทลของความเป็นชินฮวา พออ่านแล้วได้นึกถึงคลิป นึกถึงข่าว ที่เกิดขึ้นตามเหตุการณ์จริงไปด้วย รู้สึกดีเชียว^^ แถมตอนจบของแต่ละตอนก็มีปมให้ติดตามต่อตลอด อันนี้เหมือนมืออาชีพมากๆ

ส่วนเรื่องนี้พล็อตเรื่องหลุดออกมาจากการเป็นชินฮวา (แต่ตัวละครก็ยังมีกลิ่นของนิสัยจริงอยู่ ) อันนี้ก็ชอบนะ มันมีฉากตามใจคนอ่านให้วี้ดว้าด หวือหวาดี อารมณ์เหมือนดูละครช่องเจ็ด แบบถ่ายไปฉายไป เรทติ้งดี มียืดเรื่องด้วยอะไรประมาณนั้น^^ แต่อันนี้ถึงไม่ได้ยืดเพราะเรื่องเรทติ้ง (ก็เรทติ้งพุ่งทะลุเพดานไปแล้ว ดูได้จากแควนๆ ติดกันงอมแงมเหลื๊อเกิน^^) ยังไงช่วยกรุณายืดไปอีกซักสองปีได้ม้ายยย จะได้อ่านระหว่างรอ ป๋ากะลุง กลับมาด้วย ฮี่ๆๆ

จุดเด่นของทั้งสองเรื่อง ไม่สิ เรียกจุดเด่นของน้องพุดมากกว่า คือ ซีนอารมณ์ต่างๆ พอถึงซีนเด็ดแนวนี้ทีไร จะอธิบายจนเห็นภาพตามเป็นช็อตๆ และมี wording ที่เจ็บจี๊ด ซึ้งๆ โดนๆ ทุกที ได้ใจมากกกก





โดย: duckie IP: 124.121.20.246 วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:2:42:41 น.  

 
อ้า คู่นี้งอนกันน่ารักสุดๆไปเลยค่า
ไม่ใช่ว่านุ้งดี้ง้อง่ายหรอกนะคะ เป็นป๋ามาง้องี้เป็นใครก็ใจอ่อนตั้งแต่เห็นหน้าแล้วค่า พี่ซองกี้เริ่มคุๆแล้วนะค้า
เอ่อ ถามว่าชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน อันนี้ตอบยากนะคะ เพราะว่าคนละฟีลกันอ่ะค่า เรื่องเล่าฯนี่ ออกแนวมิตรภาพ ความรักของทั้ง 6 ลิง มีทั้งสุข ทั้งฮา ทั้งเศร้าซึ้งจนน้ำตาเล็ดเลยอ่ะ
แต่ว่าเรื่องนี้จะเป็นความรักที่ดูเป็นคู่ๆอ่ะค่ะ ออกแนวหวานๆ ลุ้นจนตัวโก่ง อึดอัด แล้วก็มีอะไรแบบว่า วี้ดวิ้วอ่ะค่า สรุปรักทั้งสองเรื่องเลย ตอนนี้ก็ยังกลับไปอ่านเรื่องเล่าซ้ำอยู่เลยนะค้า


โดย: โบ_andyholic IP: 202.91.18.192 วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:20:28:23 น.  

 
เดี่ยวมาตอบได้ไหมทั้ง 2 คำถาม เหมือนหนูจะคิดไม่ออก แบบว่าชอบทั้งสองเรื่องเลยอะ มันได้อารมณ์คนละแบบ ชอบทั้งสองเรื่องเท่า ๆ กัน แนวมิตรภาพ กับแนวรักหวาน ๆ หนักเท่า ๆ กันเลย


โดย: ket_dd IP: 58.8.118.128 วันที่: 6 กันยายน 2551 เวลา:23:30:25 น.  

 
มาตามอ่านตอน 11 จ้า

พี่เก๋ชอบเรื่องนี้มากกว่านิดนึง เพราะมีฉากสวีท+ ง้องอนให้คอยตามลุ้นทุกตอนเลย อีกอย่างเป็น Fic ที่ทำให้พี่อารมณ์ดีในช่วงแย่ๆ เลยประทับใจกว่าค่ะ


โดย: kayzila IP: 124.120.147.66 วันที่: 7 กันยายน 2551 เวลา:2:29:52 น.  

 
เหอๆยังรอคอมเมนท์อยู่รึป่าว

ตอนนี้ไม่รู้จะเมนท์ไรดี เพราะตอนนี้มันดูซอฟๆอ่ะ ทั้ง 3 คู่เลยก็ว่าได้ แม้คู่ริคดี้จะมีนอย มีงอน แต่ก็ไม่ได้รุนแรงขนาดต้องเอาใจช่วยมากมาย มันก็พองามอ่ะ แต่จะว่าดี้งอนโดยไม่มีเหตุผลก็ไม่ใช่ เพราะพี่ริคเคยหลอกฟัน เย้ยยย มันก็ต้องนอยๆเปนธรรมดา

ส่วนคู่เอ็มกะลุงก็น่ารักพอให้หัวใจกระตุกได้พอประมาณอ่ะ

ส่วนคู่แม่ลุก แฮปปี้แล้วชิมิ ไม่มีลากไปไหนอีกแล้วเหรอ เหอๆยังคงรอลุ้นว่าจะลากไปไหนอีก ฮ่าๆๆ

ส่วนเปรียบเทียบระหว่างเรื่องนี้กะเรื่องที่แล้ว รอให้เรื่องนี้จบก่อนดีก่าค่อยเหมารวมเลย


โดย: Tom & Jinny วันที่: 9 กันยายน 2551 เวลา:8:18:22 น.  

 
ชอบชินวามากๆๆๆๆ แต่งเรื่องได้น่ารักจริงๆๆๆ กรุณามาต่อไวๆๆๆๆ นะค๊าาาา...รออ่านอยู่ทุกวี่ทุกวันเลยค่าาาา...รักทุกคนที่รักชินวาค่าาาา


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 12 กันยายน 2551 เวลา:0:13:12 น.  

 
อันยองพี่พุด....กรี๊ดดดเพิ่งเห็นว่าพี่แต่งเรื่องใหม่แล้ว เอ๊ะเลยรีบอ่านใหญ่เลย สนุกมากๆเลยค่ะ เรื่องนี้แปลกดีค่ะ เริ่มตอนแรกเอ๊ะตกใจเลย นึกว่าจะจินดี้ซะแล้ว แต่ก็เดินเรื่องสนุกมากเลยพี่ ลุ้นตลอดเลยว่าความจะแตกเมื่อไร ปวดใจตอนซองงอนด้วย ชอบค่ะๆ สู้ๆๆนะพี่ เอาใจช่วย ฮู่เล่ๆๆ


โดย: เอ๊ะ IP: 125.24.183.235 วันที่: 12 กันยายน 2551 เวลา:3:54:04 น.  

 
เราชอบเรื่องนี้มากกว่านะพี่พุด..ส่วนเหตุผล...

ก็ไม่มี55+

อนึ่ง..เราคงชอบพี่น้องซองดี้ละมั้ง55+

และอีกอย่าง..

ทำไมไม่รู้ชอบคู่ริคดี้โหมดนี้มากเลย คุณเจ้านายกับเด็กฝึกงาน

น่ารักดี แต่เรายังไม่อยากให้คืนดีกันเร็วเลย...อยากให้ดี้งอนแล้วหนีไปเรียนต่อ...ป๋าจะได้ไปง้อ (หรือไปอย่างอื่นก็ไม่รู้55+)

สำหรับเรื่องก่อนก็สนุกนะ มันออกแนวคนละอย่างกัน เรื่องนั้นมันดูขำๆมากกว่า ยิ่งนึกถึงตอนป๋ามานอนอยู่ที่บ้านดี้แล้วยิ่งขำ ..เราเลยว่าเรื่องนั้นมันใสๆดี

แต่ไม่ว่ายังไงเราก็อยากอ่านฟิคพี่พุดต่ออยู่ดี55+ หายยุ่งแล้วมาต่อเร็วๆนะคะ


โดย: wizze IP: 124.120.96.116 วันที่: 14 กันยายน 2551 เวลา:9:07:10 น.  

 
ไม่ได้เข้าเน็ตมาหลายเพลา...เข้ามาปุ๊บก้อคลิกมาที่บล๊อกพุดดี้เลย...ดีใจๆๆ ที่ได้เห็นตอนสิบแระ..

ส่วนคำถามที่ถามไว้...เออ่านเรื่องเล่าของเจ้าหญิงจบไปแล้ว...ถามว่าชอบไหม..ชอบนะ..มันเป็นเรื่องราวของเฮียๆๆ เหมือนเกาะติดสถานการณ์ความเป็นไปในแต่ละวัน..แหะๆ ง่ายๆๆ เหมือนนั่งดู AF อ่ะ..อิอิ....

ส่วนเรื่องนี้..เราก้อชอบนะ..เป็นเรื่องราวของความรัก...ทั้งแบบพี่น้อง เพื่อน และคนรัก..มีทั้งสุข เศร้า ปะปนกันไป....อ่านแล้วได้ครบทุกอารมณ์อ่ะ...

แต่ถ้าถามว่าชอบเรื่องไหนมากกว่ากัน...เราตอบไม่ได้นะ..มันคนละแบบ ..คนละความรู้สึกอ่ะ........

แต่สรุปว่า...ยังไงเราก้อชอบทั้งสองเรื่อง..ให้คะแนนเท่ากัน..แระกันน๊า.....


โดย: powergaru IP: 58.136.117.118 วันที่: 19 กันยายน 2551 เวลา:10:46:33 น.  

 
พี่เอม ตรงมากกกกกกก
รักก้อบอกไปว่ารัก

ฮิ๊วววววววววว
ชอบมากกกค่ะ

ยิ่งอ่าน ยิ่งสนุกอ่ะพี่พุดดด


ลุ้นจิงๆว่า
ดี้จะไปไม่ไปตปท.
เอ๊ะ!!~
หรือว่าจะโดนซองกิ จับส่งไป 55



ว่าจะบอกนานแร้วว..
ชอบBG พี่พุดทุกอันเรยค่ะ
สวยยมากกกกกก


โดย: sushilanla IP: 58.9.16.7 วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:16:02:21 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.