I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
5 มีนาคม 2552
 
All Blogs
 
Shot fic shinhwa .... ก้าวเดียว ...Special Jin-Dy ep.8 - 9







ก้าวเดียว Special Jin-Dy ep.8
รักน่ะเหรอ ไม่เห็นต้องพูด...








หากเป็นเวลาปกติ เสียงออดที่ดังขึ้นในคาบเรียนสุดท้ายของวันแบบนี้ มันคงทำให้เด็กน้อยคนนึงอมยิ้มซะแก้มแทบฉีกด้วยความดีใจ

แต่นั่นมันก่อนที่อะไร ๆ จะเปลี่ยนไปนี่ (อะไร? คืออะไร)

แอนดี้รับรู้ถึงไรผมบริเวณท้ายทอยที่มันลุกซู่ขึ้นมาขานรับกับเสียงออดจนน่าตกใจ เด็กน้อยกระพริบตาปริบ ๆ อยู่กับที่ซักพักก่อนจะตั้งสติแล้วพยายามระงับประสาทไม่ให้มันหลอนไปมากกว่านี้ ซึ่งมันยากเหลือเกิน เค้าพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะปิดฝาปากกาตนเองโดยไม่ให้มือสั่น พยายามอยู่หลายครั้งที่จะฉีกยิ้มน้อย ๆ ให้เพื่อนรอบๆ ตัวที่ส่งเสียงตะโกนมาทางเค้าและโบกมือลาเพื่อแยกย้ายกลับบ้าน

อะไรมันจะหลอนจนเข้าเส้นขนาดนี้หนอ

“อย่าลืมนะ เจอกันหลังซ้อม ถ้าเราไม่มา พี่จะตามไปอุ้มเราถึงห้อง แล้วหากว่าวันนี้บังเอิญโชคดีที่หนีพี่พ้นนะแอนดี้ เราก็จะได้รับบทเรียนแบบที่ไม่เคยเจอมาก่อนในชีวิตเลยรู้มั้ยครับคนเก่ง” รอยยิ้มเย็น ๆ บนใบหน้าหล่อเหลา ทิ้งรอยไว้ให้หัวใจดวงน้อย ๆ สั่นระริก แอนดี้เพิ่งรู้ตัวว่าคำพูด ไม่สิ ต้องเรียกว่าคำขู่ของจอนจินเมื่อเที่ยง มีอิทธิพลกับเค้ามากมายเหลือเกิน

“พี่จินต้องการอะไรกันแน่นะ เฮ้อ!” เด็กน้อยชันข้อศอกกับบนโต๊ะเรียน ค้ำคางมนของตนไว้ นิ้วชี้ก็เคาะไปบนแก้มใสเบา ๆ เป็นจังหวะในขณะที่หัวสมองกำลังใช้ความคิด ...

อยากให้เราอยู่เป็นเพื่อนซ้อมงั้นเหรอ ความจำเป็นมีค่าเท่ากับศูนย์ ก็ในเมื่อแต่ก่อนไม่มีเค้ารุ่นพี่ก็ยังซ้อมบอลได้ ไม่เห็นจะขาดใจตายซะหน่อย

“หรือว่า ..

พี่จินจะชอบเราจริง ๆ” ดวงตาที่เคยหรี่ปรือเบิกกว้างขึ้นอีกเท่าตัวเมื่อคิดถึงตรงนี้

“ถ้าเป็นงั้นจริง ๆ จะทำไงล่ะ แอนดี้!!” เด็กน้อยนึกไปถึงรอยยิ้มเหยียด ๆ และสีหน้าของใครบางคนในโรงพยาบาลก็พาลจิตตก หากเป็นงั้นจริง มันคงไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เป็นแน่

แน่แหละ ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ไหนมันจะรวมเอาความวุ่นวายทั้งหลายเข้าไว้ด้วยกัน เอริค แล้วก็เฮซองอีก


ก็อีแค่จูบเดียว ทำไมมันถึงยุ่งยากแบบนี้นะ

นิ้วมือเล็ก ๆ เลื่อนขึ้นมาไล้แผ่วเบาลงบนริมฝีปากแห้ง ๆ อย่างลืมตัว ความรู้สึกที่เผลอไผลในคราวก่อนยังคงฝังเป็นรอยจาง ๆ ไว้ไม่เลือนหายไปซักที

แต่เรื่องแค่นี้ ถ้าไม่ทำให้จบ มันก็ไม่มีวันจบ แค่เดินเข้าไปบอกจอนจินว่า ตัวเค้าเองไม่ได้รู้สึกอะไรแม้เพียงนิด เค้ารักเอริค รักเอริคคนเดียว แล้วรุ่นพี่ก็มีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว เรื่องที่ผ่านมาเป็นเหตุที่มันระงับไม่ได้ แล้วมันก็ผ่านไปแล้ว เลือกที่จะไม่พูดถึงมันคงดีกับทั้งสองฝ่ายมากกว่า …

คิดออกมาได้แค่นั้นแล้วก็ก้มหน้าราบไปกับโต๊ะ ซุกตัวอยู่ในวงแขนตนเอง เวลาผ่านไปซักพักจึงได้หยิบเป้มาสะพายบ่าแล้วเดินออกไปเผชิญความจริงราวกับทหารกล้าที่ไม่เกรงกลัวต่อเหล่าทหารม้าผู้ทรงศาสตราวุธครบครันและเก่งฉกาจทั้งกองทัพงั้นแหละ …เว่อร์คอด


บริเวณสนามหญ้า นักกีฬาเกือบ ๆ 20 ชีวิตยังคงซ้อมบอลกันอย่างเอาจริงเอาจัง แอนดี้นั่งทรุดตัวลงตรงริมสนามใต้ต้นไม้ที่ประจำของเค้า ทว่าวันนี้เค้าไม่ได้เปลี่ยนชุดจากชุดนักเรียนเป็นชุดกีฬา สายตาเรียวเล็กจับจ้องไปยังบุคคลร่างสูงคนหนึ่งในสนามที่ส่งเสียงบัญชาการให้ลูกทีมเล่นบอลไปตามแผนที่ได้วางไว้

ท่าทีที่ดูจริงจัง เสียงพูดที่ขึงขัง เหงื่อกาฬไหลอาบใบหน้าคม จากขาวใสเป็นแดงเรื่อนั่น ทว่ามันกลับทำเอาเด็กน้อยเผลอมองอยู่หลายอึดใจทีเดียว แม้บางครั้งที่รำลึกขึ้นได้ก็จะเลี่ยงจากภาพนั้นก้มลงมองพื้นสนามบ้าง มองนกมองไม้บ้าง แต่แม่เหล็กเดินได้ หายใจได้ วิ่งได้ พูดได้และมีชีวิตคนนั้นก็คอยแต่จะฉุดตนเองให้ดำดิ่มลงสู่ห้วงเหวลึกอยู่ร่ำไป ... อะไรมันจะขนาดนั้น


เสียงนกหวีดหมดเวลาซ้อมดังขึ้น ทุกคนเดินมาร่วมกลุ่มกันริมสนามฟังโค้ชพูดถึงการซ้อมและข้อบกพร่องของแต่ละคนในวันนี้เหมือนทุกครั้ง ก่อนจะแยกย้ายกันไปคนละทาง ร่างสูงของจอนจินเดินคุยกับโค้ชไปยังอีกมุมของสนาม ปล่อยเด็กน้อยเก้ ๆ กัง ๆ อยู่กับที่ว่า ตกลงจะเอาไง รอ หรือชิ่งกลับดี

“รอไอ่จินมันเหรอแอนดี้” เสียงทุ้ม ๆ ดังขึ้นเบื้องหน้า สติก็ถูกกระตุกให้กลับมายังที่ของมัน บุคคลร่างสูงหน้าตาติดจะตี๋ ๆ ตามแบบฉบับเชื้อสายจีนส่งยิ้มน้อย ๆ มาให้ ซึ่งเค้าก็พยักหน้ายิ้มรับด้วยดี รุ่นพี่คนนี้เพื่อนสนิทของจอนจินนั่นเอง

“โค้ชมีเรื่องคุยกับมันน่ะ รอแป๊บแล้วกันนะ” แอนดี้ไม่รู้จะพูดอะไรได้ดีไปกว่าพยักหน้าน้อย ๆ ตอบเพียงเท่านั้น

“ชั้นนั่งคุยเป็นเพื่อนก่อนดีมั้ย”

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ ผมอยู่ได้”

“เหอะ ห้องเปลี่ยนชุดคนมันเยอะ ขี้เกียจไปแย่งอากาศ” เท็นเท็นไม่รอคำอนุญาต ล้มตัวลงนั่งข้าง ๆ แอนดี้ ชวนคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไปเรื่อย ๆ แอนดี้เองก็ไม่ได้รังเกียจผู้เป็นรุ่นพี่คนนี้ เค้าพยักหน้า หัวเราะน้อย ๆ กับมุกตลกของคนตรงหน้าบ้างเป็นบางที จนแทบลืมไปแล้วถึงสาเหตุที่ตนต้องมานั่งอยู่ริมสนามในเวลานี้

“คุยอะไรกันน่ะ” ชายร่างสูงในชุดกีฬาคุ้นตาส่งเสียงขัดจังหวะขึ้น

“ก็เปล่านี่ คุยเรื่อย ๆ”

“นายไม่ไปเปลี่ยนชุดล่ะเท็นเท็น”

“อืม ก็ว่าจะไป”

“งั้นก็ไปซะตอนนี้เลยสิ รออะไรวะ” จอนจินยังตีสีหน้าเข้ม ทำน้ำเสียงขรึม ๆ จนแอนดี้ที่กำลังนั่งฟังบทสนทนาระหว่างเพื่อนทั้งสองต้องขมวดคิ้ว

“เออ ๆ ไปก็ได้ หวงจริงวุ้ย”

“หวง????” เด็กน้อยเริ่มเหวอในท่าอ้าปากค้าง กลาย ๆ ว่าไรผมที่คอจะลุกซู่อีกครั้ง

“ .. ชั้นไปนะแอนดี้ ไว้จะมาคุยด้วยบ่อย ๆ”

“เอ่อ … ฮะ” ลับหลังไอ้เพื่อนหน้าทะเล้นไปแล้ว จอนจินที่ยังคงยืนจ้องมองคนตัวเล็กที่นั่งนิ่งอยู่กับที่ด้วยสายตานิ่งเฉยโดยไม่พูดอะไร แอนดี้เองเมื่อหลุดจากอาการค้างได้ ก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาถอนหญ้าบริเวณใกล้ ๆ มือเล่นแก้เก้อ บรรยากาศรอบตัวตอนนี้มันช่างเงียบเชียบ เงียบจนเกินไปแล้วนะ

“ทำไมไม่เปลี่ยนชุดล่ะแอนดี้”

“ผมจะมาบอกพี่ว่า ผมไม่ซ้อมแล้ว”

“เรามีปัญหาอะไรล่ะถึงเลิกซ้อม เห็นการซ้อมมันเป็นเรื่องไร้สาระ นึกอยากเล่นก็เล่น นึกอยากเลิกก็เลิกซะเฉย ๆงั้นเหรอ พี่ไม่สนุกด้วยนะ”

“เปล่าหรอกฮะ” แอนดี้เริ่มหน้ามุ่ยเมื่อคนที่พ่นประโยคดุ ๆ นั้น ทำหน้ายักษ์ใส่เค้าอีกต่างหาก

“จะไปเปลี่ยนชุดเอง หรือให้พี่เปลี่ยนให้”

“แต่ว่า...”

“พี่นับถึง 3 ถ้าเรายังเฉย พี่จะอุ้มเราเข้าไปเอง”

เลขตัวแรกยังไม่ถูกเอ่ยออกมา แอนดี้ก็วิ่งแจ้นไปแล้ว จอนจินมองตามร่างเล็ก ๆ นั้นด้วยความขบขันเต็มที

เมื่อคืนที่ความอ่อนไหว..ถูกเติมเต็มด้วยความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว .. เค้ายอมรับตัวเองได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเค้ายังคงรัก(และหลง)รุ่นพี่เฮซองมากมายแค่ไหน ส่วนแอนดี้ ... แน่ล่ะ เด็กคนนั้นไม่ใช่ของเล่น แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่าสนุกแค่ไหนที่ได้อยู่ใกล้ก็ตาม แต่มันก็แค่นั้น

...แอนดี้เป็นแค่รุ่นน้องคนนึง เป็นคนที่อยู่ใกล้แล้วสบายใจ เป็นแค่คน ๆ นึงที่เค้าอยากอยู่ด้วยเพื่อฆ่าเวลาก่อนไปรับเฮซอง และที่สำคัญ

....เป็นคนรู้ใจของรุ่นพี่เอริค ...

บ่อย ๆ ที่คำ ๆ นี้มันผุดเข้ามาในมโนสำนึก บ่อยจนเริ่มรู้สึกแปลก

ทุก ๆ คราที่หัวใจแกร่งเกิดแกว่งไกวราวกับมีใครเล่นกำลังโล้ชิงช้าอยู่ภายในอก ประโยคเหล่านี้ก็โผล่หน้าเจ๋อ ๆ ออกมาซะทุกทีไป

นั่นมันเป็นแค่จิตใต้สำนึก หรือแค่ประโยคเพื่อสะกดใจให้เลิกไหวหวั่น ..

ดวงตาเรียวดุที่สาดความปรารถนาใส่ตนเมื่อคืน มันยังเด่นชัดราวสลักไว้ในหินอ่อน เมื่อยามเปลือกตาบางพริ้มหลับก็ยังมีเสน่ห์จนต้องเผลอก้มหน้าลงฝังรอยจุมพิตไว้ มันหวานหอมและยังคงตรึงตราอยู่ตรงริมฝีปากจนเผลอตัวลูบไล้เบา ๆ อย่างถวิลหา

แต่กับแววตาใสซื่อ เรียวปรืออีกคู่ ที่ดูไม่มีอานุภาพรุนแรงเท่ากลับยากจะเลือนลืม ...แถมยังเฝ้าปรารถนาอยากลองฝังรอยจูบลงไปซักครั้ง

ใกล้ก็เหมือนไกล เพราะเค้ารู้ดีว่าไม่อาจก้าวล้ำเข้าสู่เส้น ๆ นั้นได้ .. ไม่มีทาง


...........


“ประสาทจริง ๆ เลย ฮ่ะ ๆ ๆ”

หนุ่มน้อยน่ารักสะพายเป้ไว้บนบ่าเดินกระโดดเริงร่าไปตามถนนริมฟุตบาท นาน ๆ ครั้งก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่ในความบ้าของตนเอง


เพราะความกังวลสะสมตลอดทั้งวันที่มีกับจอนจิน ปฏิกิริยาเกร็งๆ ของตนเองต่อหน้าคนผู้นั้นพาลทำให้โรคประสาทแทบถามหา แต่ความรู้สึกนั้น สุดท้ายแล้วมันก็เป็นเพียงแค่ความกังวลบ้าบอของเค้าเพียงคนเดียว เพราะเย็นวันนี้ที่ซ้อมบอล บรรยากาศระหว่างเค้าทั้งคู่ก็กลับเป็นเหมือนเดิม ไม่มีสายตาหวานเยิ้ม ไม่มีน้ำคำกระซิบกระซาบจนน่าเสียวไส้ ไม่มีรอยยิ้มยั่วยุหรือประชดประชันอะไรทั้งนั้น มีเพียงความสนุกสนานและเสียงหัวเราะเหมือนเมื่อก่อน ก่อนที่จะมีเรื่องหน้าขายหน้าเกิดขึ้น

..เรื่องที่ต่อไปนี้เค้าเองก็จะลืมมันไปให้หมดเหมือนกัน

จอนจินกลับมาเป็นเหมือนเดิม แอนดี้ก็พลอยคลายใจ วันนี้เค้าต้องกินข้าวได้เยอะจนเอริคแปลกใจแน่ ๆ อิอิ

“เอริค..” มุมปากกระตุกยิ้มเพียงแค่ใบหน้ากวน ๆ ง่วง ๆ ของใครบางคนเผลอโผล่เข้ามาในหัวแค่ชั่ววูบ

“คอยดูนะ วันนี้ชั้นจะไม่ปล่อยให้นายแกล้งชั้นเหมือนเมื่อวานแล้ว...ไอ้ยักษ์ตันหากลับ”



.............. ลองหวานกันดูมั่งเนอะ…………



ร่างเล็กในชุดนอนตัวยาวที่เพิ่งแปรงฟันเสร็จ เดินลากเท้าออกมาจุมปุ๊กบนโซฟา คว้ารีโมทกดเปิดทีวีพร้อมเพิ่มระดับเสียงดังขึ้น ก่อนทรุดลงนอนราบฝังตัวเองไว้กับโซฟาตัวนุ่ม

คนร่างสูงหน้าโต๊ะทำงานซึ่งห่างไปเพียงเล็กน้อยหันมองเพียงแว๊บ ก่อนก้มหน้าก้มตาให้ความสำคัญกับลายสลักในกระดาษแผ่นใหญ่ของตนตามเดิม ..

เวลาผ่านไป เสียงทีวีเหมือนจะถูกคนบางคนกดเพิ่มจนดังขึ้น ความดังของมันเริ่มขัดขวางระบบการทำงานในหัวสมองเข้าไปทุกที

“เบาหน่อยสิแอนดี้”

“...” เงียบ ราวกับไม่ได้ยิน
..
.
.
.
“แอนดี้ ชั้นทำงานไม่ได้นะ ถ้านายเปิดเสียงดังขนาดนั้นน่ะ”

“...” เงียบอีกเช่นเคย .. เอริคลุกขึ้นเดินมายังโซฟาหน้าทีวี ชะโงกมองคนตัวเล็กที่ทำทีว่าหลับปุ๋ยไปแล้ว แต่ภายใต้เปลือกตาที่พริ้มลงนั้น กลับมีบางสิ่งบางอย่างกระพริบไหวอยู่ในที

“หลับแล้วยังจะเปิดทีวีเสียงดังอยู่อีกนะ” ชายหนุ่มเอื้อมมือมาดึงรีโมทในมืออีกคนจ่อไปยังโทรทัศน์ แล้วภาพและเสียงต่าง ๆ ก็ดับวูบลง

เมื่อคนตัวเล็กยังนิ่งเงียบ มุมปากหนาจึงกระตุกยิ้มกริ่ม จอมมารในคราบบุรุษสุดหล่อกำลังอยากออกมาเผยโฉมจะแย่

“ทำไมนอนตรงนี้ล่ะแอนดี้ ไปนอนในห้องเถอะ หรือว่าอยากให้ชั้นอุ้ม หืม”

...แม้หัวคิ้วของคนหลับจะดูราวกับขยับเล็กน้อยเมื่อสิ้นประโยค แต่ใบหน้าใส ๆ นั้นยังคงตีสีหน้าเรียบเฉยอยู่ ปลายเส้นผมสีอ่อนบางเส้น เคลียอยู่บนแก้มกลม ๆ จนชวนจั๊กจี้แทนยิ่งนัก

เอริคทรุดกายลงนอนแนบกับเจ้าตัวเล็ก สองแขนประคองกอดแผ่วเบาอย่างคนที่ต้องการซับความอบอุ่นจากร่างบอบบางมาสู่ผิวเนื้อตนราวกับภายนอกกำลังหนาวเหน็บซะเต็มประดา โซฟาที่ไม่ได้ใหญ่โตมากแบบนี้ เมื่อมี 2 ชีวิตนอนคู่กันมันก็ยิ่งทำให้คับแคบลงถนัด จึงดูราวกับว่าร่างกายที่เบียดบังกันอยู่นั้นถูกกลืนจากสองชีวิตให้เหลือเพียงหนึ่งเดียวไปแล้ว

เมื่อโซฟาที่ยวบลงดังเอี๊ยดอ๊าด แต่คนข้าง ๆ ทำราวกับยังหลงอยู่ในโลกของความฝัน ร่างกายที่ถูกรัดรึงไว้ด้วยสองแขนยังไม่สามารถปลุกเจ้าตัวเล็กที่ยัง(แกล้ง)อยู่ในนิทราให้ตื่น มือเรียวสวยของเอริคที่กอดกุมร่างนั้นจึงเปลี่ยนมาจี้เอาเอวคอดของร่างบางให้สะดุ้งจนดิ้นพล่าด ๆ

“จะตื่นรึไม่ตื่น ห๋า! ไม่ตื่นใช่มั้ย” แล้วก็เป็นผล

“ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ เอริค พอ ฮ่ะ ๆ อุ๊บ นี่ อย่าสิ อ๊า ๆ เอริค ไอ้ยักษ์ ปล่อย ฮ่ะ ๆ” ทั้งกระเถิบหนี ทั้งปัดป้อง แต่มือคู่นั้นยังคงตามมาจี้ต่อไม่เว้นเวลาให้หายใจ คนตัวเล็กหัวเราะจนน้ำตาไหล ลมหายใจก็เริ่มติดขัด

“แกล้งหลับใช่มั้ย นี่คือการลงโทษที่ก่อกวนเวลาทำงานของชั้น”

“ปะ .. เปล่าก่อกวนนะ ฮ่ะ ๆ ๆ เอริค อ๊ะ อ่ะ ๆ ฮ่ะๆ ขอ ... ขอโทษก็ได้ ขอโทษ พอแล้ว” กว่ามือซุกซนจะหยุดจี้ แอนดี้มีอันต้องหอบเหนื่อย เส้นผมกระจายรุงรัง ใบหน้าระเรื่อแดงด้วยความเหนื่อยอ่อน

เอริคชันศอกพิศมองใบหน้าของอีกคนด้วยรอยยิ้ม มือข้างว่างอีกข้างก็เกลี่ยไรผมที่กระเซิงให้เข้าที่เข้าทาง ลากวนลงมายังแก้มกลม ๆ ริมฝีปากอิ่ม และคางเรียบลื่นนั้นจนแอนดี้เริ่มรู้สึกจั๊กจี้ขึ้นอีกรอบ

ดวงตาคมสบตาปรือ ๆ ที่ฉ่ำชื้นไปด้วยหยาดน้ำอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง เจ้าตัวเล็กมองตอบอย่างท้าทาย แม้สุดท้ายจะต้องหลบสายตาไปอย่างพ่ายแพ้ เพราะเค้าไม่เคยเอาชนะสายตาของคน ๆ นี้ได้ซักที เพียงแค่มอง มันก็มีอิทธิพลให้ก้อนเนื้อภายในอกข้างซ้าย กระตุกไหวแบบแปลก ๆ จนต้องยอมสิโรราบไปซะทุกที

“ไปทำงานต่อสิ” เมื่อคนที่ยังละเลียดนิ้วเรียวไปตามแก้มกลมของตนยังไม่มีทีท่าจะหลุดคำพูดอะไรออกมาซักคำ ดวงตาซาตานยังคงทอดสนิทหวานเยิ้ม บรรยากาศก็เงียบแปลก ๆ แอนดี้จึงต้องเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาซะเอง ก่อนที่ความเงียบจะทำให้เสียงหัวใจเค้าดังชัดเจนไปกว่านี้

“ไม่”

“ไปทำงานได้แล้ว ชั้นจะนอน”

“แน่ใจเหรอว่าจะนอน ถ้าจะนอนจริง ๆ มานั่งเปิดทีวีกวนประสาทชั้นตรงนี้ทำไม ทำไมนายไม่ไปนอนในห้องล่ะ”

“ก็ ..”

“อยากได้อะไร”

“เปล่า”

“โกหก”

“ชิ ...ก็ถ้าชั้นโกหกจริง แล้วจะทำไมล่ะ”

“ก็จะทำให้พูดความจริงออกมาน่ะสิ” จากนิ้วที่ลากเลื้อยเบา ๆ เปลี่ยนเป็นจับใบหน้าของอีกฝ่ายให้หันมารับรสจูบจากริมฝีปากหนา ๆ กดลงไปแรงๆ เพื่อเป็นการย้ำคำพูดเมื่อซักครู่ของตนว่า

ถ้าไม่บอกก็ต้องสืบสวน


ลิ้นสีชมพูชื้น ๆ ลุกล้ำเข้าสู่โพรงปากเจ้าตัวเล็กที่บัดนี้เริ่มดิ้น ทั้งผลัก ทั้งดันให้คนร่างสูงที่ทาบทับตนอยู่หลุดออกไปซักที แต่ยิ่งผลัก เหมือนยิ่งเป็นการยั่วยวนเชิญชวนให้อีกฝ่ายกดริมฝีปากซ้ำลงไปหนัก ๆ อีกครั้ง

“อื้อ ๆ ๆ” เสียงอู้อี้เล็ดลอดลำคอราวประท้วงแต่ไร้ผล เพราะเมื่อริมฝีปากหนา ๆ ยอมถอยทัพให้คนตัวเล็กหายใจได้เพียงแค่ครึ่งเฮือกก็มีอันต้องประทับกดลงมาใหม่ซ้ำทุกที รอบแล้วรอบเล่าเหมือนต้องการทรมานให้ขาดใจตาย

เมื่อดวงตาเริ่มพล่า ..มองเห็นปุยเมฆสีขาวรำไร สวรรค์ผายมือต้อนรับวิญญาณที่สติใกล้หลุดจากร่างเต็มแก่แล้วโน้นแหละ ถึงยอมเปิดปากให้คนตัวเล็กได้หายใจเต็มๆ ซะที


“แฮ่ก ๆ ๆ เอริค จะบ้าเหรอ” คิ้วขมวดยุ่งยังกะต้องการฆ่าคน พ่นคำด่าสารพัดใส่ไอ้คนที่ยังคงเอาแต่อมยิ้มดีใจที่แกล้งตนได้สำเร็จอีกรอบ

“บอกได้รึยัง”

“บอกอะไรล่ะ”

“ก็เรื่องที่มาแกล้งนอนหลับเปิดทีวีเสียงดังกวนชั้นนี่งัย หรือว่า ....”

“หรือว่าอะไร”

“อืม! เห็นท่าทางนายที่โรงพยาบาลเมื่อวานชั้นก็แปลกใจ ที่แท้ก็คิดเรื่องแบบนี้อยู่นี่เอง”


“ไอ้บ้าริค” แอนดี้คิ้วขมวด แต่อดยอมรับตัวเองไม่ได้ว่าที่อีกคนพูด มันก็มีส่วนจริง เวลานี้สิ่งที่เค้าต้องการที่สุดก็คืออ้อมกอดอุ่น ๆ ของเอริค แม้บางครั้งแรงกอดจะแน่นหนาและร้อนผ่าวราวต้องการแผดเผาร่างเล็ก ๆ ร่างนี้ให้เป็นจุลก็เถอะ อยากได้รับจุมพิตจากริมฝีปากนี้ แม้บางครั้งรสจูบที่คนตรงหน้าหยิบยื่นให้นั่นมันจะทำเอาแทบขาดใจ อวัยวะภายในบีบตัวอย่างเจ็บปวดทุรนทุรายก็เถอะ และเฮือกสุดท้ายที่เอริคปลดปล่อยอิสระให้ตนหลุดพ้นจากรสจูบ ความรู้สึกมันช่างเหมือนเทพบุตรรูปงามที่ยอมยื่นมือมาฉุดให้ร่างเล็กเปียกปอนและอ่อนแอของเค้าฟื้นจากการจมดิ่งลงไปในห้วงลึกแห่งมหาสมุทร

ทรมาน แต่มันก็น่าหลงใหล ไม่ได้ถักทอด้วยคำรัก..แต่ก็หวานล้ำ

“นายจะฆ่าชั้นให้ตายใช่มั้ย ทำไมต้องแกล้งกันแบบนี้ทุกทีด้วยนะ” หัวสมองจินตนาการไปไกล แต่ใบหน้ายังงอง้ำน้ำเสียงตัดพ้อเต็มที่

“เมื่อก่อนล่ะจับต้องเบา ๆ กอดยังไม่กล้ากอดแรง หรือเดี๋ยวนี้นายไม่รักชั้นแล้ว”

“ฮ่ะ ๆ ๆ ใครบอกล่ะ” เอริคยกศรีษะของแอนดี้ขึ้น แล้วบรรจงวางไว้กับท่อนแขนแกร่งของตน ดึงร่างเล็กให้เอนเข้าหาอกปลายจมูกโด่งฝังให้จมอยู่กับกลุ่มผมสีอ่อนนุ่มมือ แม้เริ่มมีเหงื่อซึม แต่ก็ยังคงหอมรัญจวนเหมือนทุกที

“ก็ดูที่นายทำสิ” น้ำเสียงอ่อนลงเมื่อมือหนาอีกข้างลูบไล้ไปบนแผ่นหลังเบา ๆ แทนคำขอโทษ

“ชั้นน่ะ มันเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง นายเองก็คงรู้..ใช่มั้ย”

“ก็แล้วมันเกี่ยวกันยังงัยล่ะ”

“เกี่ยวสิ เพราะพูดไม่เก่ง ชั้นเลยต้องใช้ภาษากาย แสดงออกให้นายได้รับรู้ว่า ความจริงแล้วชั้นรักนายมากแค่ไหน”

“กว่าชั้นจะรู้ ชั้นคงขาดใจตายก่อน”

“งั้นชั้นก็จะตายตาม”

“บ้า” คนตัวเล็กอมยิ้มก้มหน้าเมินสายตาตัวเองออกห่างจากแววตาระยิบและรอยยิ้มหวาน ๆ นั้น ไม่อยากยอมรับเลยว่า สีหน้าของเอริคตอนนี้บ่งบอกชัดเจนแค่ไหนว่ารัก เพราะแค่นี้ ตัวเองก็แทบควบคุมหัวใจไม่ให้อ่อนยวบได้ลำบากเต็มทีแล้ว

“หายป่วยแล้วใช่มั้ย”

“อืม”

“งั้น ... ก็ต่อกันเหอะ สีหน้านายมันบอกชั้นว่า นายพร้อมแล้ว”

“ลามกสิ้นดี”

“ลามกแล้วนายชอบ ชั้นก็ยอมเป็นคนลามก” สองแขนแกร่งยกเอาร่างของคนตัวเล็กมาวางทาบทับตนไว้ ขยับร่างกายให้นอนสบายขึ้นหน่อย

“คราวนี้อยู่ข้างบนมั่งนะ นายจะได้ชมวิวจากที่สูง”

“ไอ้ยักษ์หื่น”


วาจาตอบโต้ด่าทอให้สมกับความทะเล้นของเอริคหลุดออกจากปากคนตัวเล็กได้เพียงเท่านั้น มือขวาของเอริคดันท้ายทอยโน้มหน้าให้คนด้านบนก้มเข้าหาริมฝีปากตนอีกครั้ง ส่วนมืออีกข้างทำการโอบเอวของร่างบางไว้แน่นไม่ให้หล่นลงจากตัว น้ำหนักแอนดี้เบาหวิวกว่าเดิมจนน่าใจหาย อาจเพราะป่วย แต่นั้นก็ไม่สามารถยั้งให้อ้อมกอดเดิมคลายความรัดกุมลง หรือรสจูบจะเบาหวิวขึ้นแต่อย่างใด ...



“ชั้นรักนาย เอริค”

“ชั้นรู้”

“ขี้โกงชะมัด ทำไมนายไม่พูดคำนี้กับชั้นบ้างนะ”

“บอกแล้วงัยว่าจะแสดงให้ดู ว่ารักแค่ไหน” เอริคพลิกตัวอีกครั้งให้ร่างเล็กนอนหงายลงบนโซฟาตัวนุ่ม ร่างสูงคล่อมร่างเล็กไว้แนบสนิท พลางดึงมือที่โอบรอบคอตนไว้มากดจูบหนัก ๆ และเลื่อนมันมาวางไว้ตรงกระดุมเสื้อนอนของเค้า ไหวไหล่น้อย ๆ ให้แอนดี้เข้าใจว่าต้องทำอะไรต่อจากนี้ ส่วนตัวเค้าเองก็ใช้เพียงมือเดียวลากวนอยู่แถว ๆ กระดุมเสื้อของคนตัวเล็กเช่นกัน

“มาแข่งกัน ชั้นจะต่อให้นาย ใครแพ้ต้องรับโทษนะ”

สองมือเล็กจึงได้แต่ก้มหน้างุดแกะกระดุมให้คนตรงหน้าอย่างตั้งใจ แม้จะสั่นน้อย ๆ และสะดุ้งสุดตัวเมื่อคนด้านบนเล่นขี้โกงกับตนแทนที่จะปลดกระดุมกลับสอดมือเข้าไปในเสื้อเคล้าคลึงอยู่กับผิวเนื้ออ่อน ๆ ของเค้าซะงั้น

“นะ... นายโกงนี่”

“รีบสิ เดี๋ยวแพ้นะ” มุมปากหนาหยักยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาอีกแล้ว ประกายตาที่ไม่ละออกจากแววของแอนดี้เลยแม้ซักวินาที มันเริ่มทำเอาเจ้าตัวน้อยปั่นป่วน

แอนดี้รู้สึกเกลียด เกลียดเวลาที่โดนจ้องมองแบบนี้ เพราะใบหน้าเค้าจะแดง และเหมือนตนต้องตกเป็นเบี้ยล่างให้เอริคไปซะทุกทีโดยไร้ข้อโต้แย้งใด ๆ

ถึงจะโดนโกงไปนิดหน่อย และแม้ตอนนี้ลมหายใจจะเริ่มขัด ๆ เพราะมือที่เลื้อยเข้าไปในเสื้อของตน เริ่มทำการอุกอาจกว่าการลูบคลำเข้าไปทุกที แอนดี้จึงตั้งสติ ปลดกระดุมเม็ดที่เหลือของคนร่างสูงอย่างตั้งใจ แต่การโกงมันไม่หมดลงแค่นั้นน่ะสิ

กระดุมเม็ดสุดท้ายบนเสื้อเอริคกำลังจะหลุด เพราะเจ้ายักษ์หื่นตรงหน้ามัวเอาแต่ลูบไล้ กระดุมของแอนดี้จึงยังไม่ถูกปลดออกซักเม็ด เด็กน้อยคลี่ยิ้มกับชัยชนะที่เห็นอยู่รำไรแค่เอื้อม


แต่เดี๋ยวก่อน โค้งสุดท้ายก่อนถึงเส้นชัย
.
.
เจ้าซาตานจอมโกงมันไม่ปลด... แต่มันกลับ...


.
.
.

แคว่กกกกกกกก~~~~




เสียงสาบเสื้อทั้งสองด้านหลุดออกจากกัน กระดุมทุกเม็ดต่างกระเด็นไปคนละทิศละทางอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน คนโดนกระทำอ้าปากค้าง เพราะไม่คิดว่ามันจะเล่นไม้นี้


มันให้ตรูปลดของมัน แต่มันดันฉีกของตรูเนี๊ยะนะ

อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~ ไอ้บ้าริคคคคคคคคคคคคคคคค ไอ้ยักษ์ขี้ตุกติก ไอ้ซาตานเจ้าเล่ห์ ไอ้เจ้าพ่อล้านเล่มเกวียน


เอริคยิ้มอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าเหวอ ๆ ของคนแอนดี้

“นาย...”

“คราวนี้ก็กางเกงสินะ จะแข่งกันอีกมั้ย หืม! เจ้าตัวเล็ก”


ความต้องการกำราบเอริค สงสัยมันคงไม่ได้ผลอีก ไม่แน่ใจนักว่าเมื่อไหร่ตนจะเอาชนะคน ๆ นี้ได้ซะที

หรือมันจะไม่มีวันนั้น








อยาก NC แต่ไม่ใช่แนว เอิ้กกกกกก

รู้สึกว่ามันไม่ออกทะเล แต่มันวนอยู่ในคลองงัยไม่รุ เหอ ๆ ๆ นี่ช้านเป็นอะไรเนี๊ยะ

พี่ทอมฮะ NC แรง ๆ ของแม่ลูก ขอคิดดูก่อนนะ ไม่รู้จะแต่งได้ป่าว รู้สึกเหมือนว่าพี่รสก็คอยอ่านอีกคน 555 (เมียจินหื่น)

น้องกบ อูด้งรอแป๊บนะ ขอให้เรื่องนี้จบก่อน พี่ไม่ถนัดแต่งหลายเรื่องอ่ะ (เรื่องเดียวก็เอาตัวไม่รอดและ)

พี่เก๋ฮะ คือที่เค้าพูดวันนั้นก็เพราะคิดว่าถ้าไม่ชอบก็อยากให้เลือกอ่านดีกว่า เด๋วมันจะกลายเป็นความรู้สึกไม่ดี เค้าไม่อยากโดนใครเกลียดอ่ะ แต่ถ้าชอบ ก็โอเคฮะ

น้องพลอยชอบหวานเหรอ พี่นึกว่าน้องพลอยชอบแบบจิต ๆ ซาดิสๆ มากกว่าซะอีก 555 รีบไปอ่านหนังสือสอบ แล้วรีบกลับมาแต่งฟิกให้จบเร็ว ๆ ซะที มันทรมานนนนน

พี่บีต้องการหวานแค่ไหน โปรดระบุ (แต่งได้ไม่ได้ก็อีกเรื่อง ~~แป่ว~~)

จริง ๆ มันควรจะจบได้แล้ว แต่เห็นคุณ JM เดาว่าต้องมีคู่พ่อลูก ก็เลยเอาซักหน่อย

*ปูลู รู้สึกไอ้ตอบคอมเม้นนี่จะยาวกว่าฟิกอีกเนอะ กำ
** ปูลูอีกครั้ง ... อย่าเพิ่งเบื่อนะฮะ พุดดี้จะพยายามพายเข้าฝั่งให้ได้ ถ้าเบื่อก็เก็บบัวตูมบัวบานในคลองไปพลาง ๆ ก่อนกะได้

เอวัง~~~






+++++++++++++++++++++++++++
++++++++++++++++++
+++++++++++
++++++
+++
+
+
+






ก้าวเดียว Special Jin-Dy ep.9
เมื่อมีครั้งแรก ก็ย่อมมีครั้งที่ 2





“เลิกอ่อนโยนกับผมซักที ...ผมชักรำคาญไอ้เสียงหัวใจที่เต้นถี่ อยู่ในอกข้างซ้ายนี้จวนเจียนจะบ้า

“สายตาที่ส่งมาแบบนั้น รู้มั้ยว่ามันทำให้ผมประหม่า มือผมเย็น และใบหน้าผมก็ชา ราวกับว่ากำลังถูกหลอมละลาย

“หยุดคำหวานเอาไว้แค่นั้นเถอะ... ผมอาจพลั้งเผลอ แอบคิดเตลิดเข้าข้างตัวเองก็เป็นได้

“หยุดทำให้ผมอ่อนแอ อย่าทำให้ผมหวั่นไหว ... เพราะผมเองก็ยังรู้สึกไม่แน่ใจว่าหัวใจแข็งแรงพอ

.
.
.
.
.

เสียงเชียร์ดังกึกก้อง สลับกับเสียงกรี๊ดและเสียงกลองรอบ ๆ บริเวณสนามหญ้าสีเขียว ยามบ่าย ๆ ที่แสงอาทิตย์กล้าขึ้นแบบนี้ ทำเอาคนร่างเล็กที่กำลังเดินโซซัดโซเซเพราะต้องแบกกระติกที่บรรจุขวดน้ำเกลือแร่ไว้จนเต็มแถมมีน้ำหนักเกือบเท่าตัวเองต้องหยุดกึกยืนหอบหายใจด้วยความเหน็ดเหนื่อย ซักพักจึงใช้พละกำลังทั้งหมดออกแรงยกมันขึ้นอีกครั้ง แต่เพราะขาที่เริ่มหมดแรง แม้เพียงกอหญ้ากอเล็ก ๆ ก็ทำเอาเด็กหนุ่มสะดุดจนเสียหลักได้อย่างไร้เหตุผล

“เหวออออ~~~”

สองแขนแกร่ง เอื้อมมารั้งเอวบางไว้ได้ทันก่อนเจ้าตัวเล็กจะหน้าทิ่มจูบพื้นดิน ร่างสูงประคองร่างน้อย ๆ ไว้ให้มั่นจนทรงตัวอยู่ ก่อนจะปล่อยแล้วดึงกระติกในมือนั่นมาถือไว้เอง

“อ๊ะ!!! พี่จิน ขอบคุณครับ”

“ทำไมต้องหิ้วมาเอง ไอ้พวกบ้านั้นมันหายหัวไปไหนหมดล่ะ”

“ก็เห็นเหนื่อย ๆ กัน ผมอยู่เฉย ๆ เลยอยากช่วยบ้างก็แค่นั้นแหละฮะ”

“กระติกมันหนักกว่าตัวเราอีกนะ นี่ถ้าหกล้มไปแล้วจะทำไง ไม่ต้องลำบากวิ่งไปซื้อน้ำแข็งกันอีกรอบเหรอ” คนร่างสูงพูดยิ้ม ๆ พลางเดินนำไปยังสนามอีกด้าน

“ผมแค่อยากช่วย อะไรที่พอช่วยได้.. ทีมจะได้ชนะไงฮะ”

“ด้วยการหิ้วกระติกน้ำนี่น่ะเหรอ”

“โธ่!...ก็ทำได้แค่นี้นี่หน่า”

“ฮึ ๆ แค่เรายืนอยู่ริมสนาม พี่ก็มีกำลังใจแล้วล่ะ.. ไม่ต้องห่วงหรอก”

ฉับพลันที่ประโยคพิกล ๆ หลุดจากปากของกัปตันทีมสุดหล่อโดยไม่ได้ตั้งใจ อาการชะงักงันกลับปรากฎขึ้นมาแทนที่พร้อม ๆ กันแบบไม่ได้นัดหมาย แอนดี้ยกมือข้างนึงของตนเกาแก้มเบา ๆ แก้เขิน ส่วนจอนจินยกมือข้างว่างเกาศีรษะแก้เก้อไม่ต่างกัน

“เอ่อ!! พี่หมายถึง แค่มีคนยืนเชียร์ ไอ้พวกนี้มันก็มีกำลังใจกันแล้ว..”

“....”



เสียงกรรมการในสนามเป่านกหวีดหมดเวลาพักครึ่งดังขึ้น จอนจินที่นัดแนะลูกทีมเรียบร้อย หันมามองคนตัวเล็กด้วยรอยยิ้มสดใส โบกมือให้ก่อนวิ่งเหยาะ ๆ เข้าสู่สนามตามลูกทีมคนอื่น ๆ

ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก ๆ ที่รุ่นพี่โยนให้เมื่อครู่ก่อนเข้าสนามยังนอนสงบนิ่งอยู่ในกำมือของแอนดี้ เพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวยามบ่ายแก่ ๆ แบบนี้หรือเปล่า แต่ละคนจึงมีเหงื่อท่วมตัว ผ้าสีขาวสะอาดเปียกชื้นแต่มันกลับรู้สึกอุ่นอยู่ในอุ้งมือเล็ก ๆ อย่างประหลาด ... ประหลาดจนตนเองต้องยกมันขึ้นมองอย่างเผลอตัว ใบหน้าใส ๆ แดงระเรื่อขึ้นอีกนิดเพียงแค่คิดว่าผ้าผืนนี้ในวินาทีก่อนยังคงถูกพาดไว้กับซอกคอของรุ่นพี่จอนจิน เค้ามองมันจนเริ่มรู้สึกตัวว่าตนเองคล้ายคนโรคจิตที่ยืนเพ่งพิศมองผ้าเช็ดหน้าอยู่ได้เป็นวรรคเป็นเวร แอนดี้สะบัดหน้าเร็ว ๆ ก่อนโยนมันไว้บนเก้าอี้ข้างตัวอย่าง(ทำเป็น)ไม่แยแส เงยหน้ามองเกมส์ในสนามที่กำลังดำเนินต่อไป...
..
.
.
ร้านบะหมี่ในซอยใกล้ๆ โรงเรียนเวลานี้เนืองแน่นไปด้วยลูกค้า อาจดูเหมือนขายดี แต่ความจริงแล้วคนในร้านทั้งฝูงนั่นคือทีมฟุตบอลของโรงเรียนทั้งทีมที่พากันมากินบะหมี่ฉลองชัยชนะหลังเกมส์การแข่งขันฟุตบอลระดับจังหวัดจบลง เสียงตะโกนสั่งบะหมี่ถ้วยแล้วถ้วยเล่าดังโหวกเหวกชวนหนวกหู แต่ทุกคนก็รื่นเริงสนุกสนาน เวลาผ่านไปจนกระทั่งส่วนผสมบะหมี่ในตู้กระจกแทบไม่เหลือให้ลูกค้าคนใดอีกนั่นแหละ จึงได้เวลายักย้ายลุกขึ้นเปลี่ยนกิริยาบทกัน

“เรากินน้อยจัง ถึงว่าตัวเล็กนิดเดียว”

“ผมก็ทานน้อยแบบนี้แหละฮะ อีกอย่างก็ผมไม่ได้อยู่ในทีมด้วยซะหน่อย เกรงใจจะแย่”

“แต่เราก็ช่วยทีมเยอะนี่ เพราะฉะนั้นเราก็มีส่วนในทีมนี้เหมือนกันล่ะ”

“อืม ๆ ช่าย ๆ” เสียงสนับสนุนของลูกทีมบางส่วนที่ได้ยินบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ เออออเห็นด้วยกับกัปตันทีมกันยกใหญ่

“ใครว่าล่ะ..”

“เอาน่า.... อิ่มแล้วใช่มั้ย งั้นพี่จะเดินไปส่งแล้วกัน”

หลักจากชดใช้ค่าเสียหายที่เหมาบะหมี่ไปซะหมดร้าน เอ่ยปากล่ำลาเพื่อนฝูงกันเสร็จ ทั้งคู่ก็เดือนเรื่อย ๆ ไปยังถนนสายเดิม เพื่อไปส่งเจ้าตัวน้อยกลับบ้านอย่างเช่นทุกวัน

“พี่จินไม่ไปต่อกับเพื่อนล่ะฮะ ผมกลับเองได้นะ”

“เราคิดว่าที่พี่เดินมาส่งเพราะเป็นห่วงเรางั้นเหรอ ... ไม่ใช่หรอกนะ เพราะวันนี้พี่ไม่อยากดื่มต่างหาก พรุ่งนี้มีสอบย่อยด้วย”

“อ๋อ งั้นเหรอฮะ”

คนทั้งคู่เดินผ่านเส้นทางที่เคยย่ำไปบ่อย ๆ ทุกครั้งที่ซ้อมบอลเสร็จ สายลมพัดเอื่อย ๆ เสียงหัวเราะเบิกบาน ใบหน้าใส ๆ ของคนข้าง ๆ ทำให้บรรยากาศวันนี้สดชื่นเป็นเท่าตัว ยิ่งผ่านเกมส์นัดดุเดือดมาสดๆ ร้อน ๆ ด้วยการเป็นฝ่ายชนะแบบนี้ ให้เอาอะไรมาแลก ก็คงต้องขอคิดอีกที

แอนดี้เดินไปด้วย เล่นบอลลูกเล็ก ๆ ที่ถือติดมือมาจากสนามด้วย เดาะเบา ๆ โชว์ความสามารถให้รุ่นพี่ผู้มีดีกรีผู้เป็นถึงครูฝึกซ้อมของตนดูอย่างภูมิใจ รอยยิ้มรอยนั้นบนใบหน้าที่เคยอยากลบไป พลันสว่างไสวชัดเจนขึ้นมาในหัวอย่างช่วยไม่ได้สำหรับจอนจิน แล้วก็ต้องเฝ้าบอกกับตัวเองว่า มันคือภาพที่วิจิตรบรรจงภาพหนึ่ง และเค้าก็เป็นแค่ผู้เฝ้าชม หาใช่เจ้าของตัวจริงไม่


ในขณะที่กำลังเฝ้าชมภาพวาดที่สวยงาม ลูกบอลที่คนตัวเล็กเดาะอย่างสนุกสนานเกิดพลาดกระดอนออกจากเท้าไปยังถนนตรงหน้า แอนดี้ก้าวออกไปหวังจะเอื้อมหยิบลูกบอลลูกนั้นไว้โดยไม่ทันระวังตัว



ปี๊ดดดดด~~~~~~~~~~~


“แอนดี้!!!!!!!!!”



สองแขนรวบร่างเล็กดึงเข้ามายังริมทางไว้ได้อย่างน่าใจหายใจคว่ำเป็นที่สุด ก่อนที่จะโดนรถเก่งคันงามเสย แอนดี้ที่ยังคงตกใจไม่หาย ยืนอกสั่นขวัญแขวนหน้าซีดอยู่กับที่มองลูกบอลลูกน้อย กลิ้งไปยังอีกฟากของถนนด้วยใจเต้นรัว

“เป็นอะไรรึเปล่า” จอนจินจับไหล่บางเขย่าเบา ๆ ให้คนตรงหน้ารู้สึกตัว แอนดี้ผละสายตาจากลูกบอลลูกนั้นมองคนร่างสูงช้า ๆ

“มะ..ไม่เป็นไรและฮะ ขอบคุณพี่จินมาก”

แม้ท้องฟ้าจะมืดสนิท แต่ไฟสลัว ๆ ตามเสาที่สาดแสงเป็นระยะก็ไม่สามารถกลบความห่วงใยในแววตาที่อีกคนตรงหน้าส่งผ่านมาได้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันกลับมองดูเด่นชัดจนมากเกินไปด้วยซ้ำ

แอนดี้ไม่รู้ว่าตอนนี้ เค้าควรจะทำยังไงดี ระหว่างยืนนิ่ง ๆ อยู่กับที่หรือสะบัดมือแกร่งนั้นให้หลุดออกจากไหล่บางของตน

“ผมไม่เป็นไรแล้วฮะ พี่จินปล่อยได้แล้ว” น้ำเสียงที่ตะกุกตะกักเพราะเพียรพยายามสะกดให้มันไม่สั่นไหว เนื่องจากอาการใจหาย ใจเต้น หรือใจสั่นก็สุดแล้วแต่จะนิยามตอนนี้ แต่จอนจินกลับนิ่งราวกับไม่ได้ยินประโยคนั้นไปเสียได้
.
.
.

หลายอาทิตย์ที่ผ่านมา ระหว่างคนทั้งคู่มันดูเหมือนไม่มีอะไรพัฒนาเกินกว่าความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่สนิทสนม … แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่ต่างฝ่ายต่างเก็บกักไว้ในใจมันเกินไปกว่านั้น แม้จะมองด้วยตาเปล่าแทบไม่ออกก็ตามที แล้วความเพิกเฉยที่เสแสร้งสร้างกันมาตลอดเวลามันก็ช่วยให้อะไรดีขึ้นจริง ๆ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า มันยังคงจะยาวนานต่อไป...
.
.
.

“พี่จินฮะ ปล่อยได้แล้ว”

“อ๊ะ!! ขอโทษ พี่ตกใจไปหน่อย”

“ไม่ต้องขอโทษหรอกฮะ ผมต่างหากที่สะเพร่าจนเกือบโดนรถชนตายซะแล้ว”

“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว” จอนจินขยับยิ้มมุมปากน้อย ๆ ปล่อยสองมือออกจากไหล่ให้แอนดี้เป็นอิสระแม้ว่านั่นจะเป็นสิ่งที่ขัดกับความต้องการก็ตามที คนตัวเล็กหมุนตัวหันมองซ้ายขวา ก่อนจะวิ่งดุ๊ก ๆ ไปยังฝั่งตรงข้ามเพื่อเก็บลูกบอลของตน

ร่างที่วิ่งห่างออกไป ทำเอาก้อนเนื้อภายในอกออกอาการแปลก ๆ แม้แค่เพียงไม่กี่นาที ที่เด็กน้อยใช้เวลาวิ่งกลับมา แต่แค่วินาทีเดียวก็กลับรู้สึกว่ายาวนานเหลือเกิน ...


แอนดี้ชูลูกบอลในมือให้คนร่างสูงดู และกอดเอาไว้แนบอกเพราะไม่กล้าที่จะเดาะบอลเล่นอีกแล้ว ดวงตาหรี่เล็กแสดงความขอบคุณด้วยความซึ้งใจอย่างไม่มีสิ่งใดเคลือบแฝงและเจือปน แต่คนอีกคนกลับตีค่าความหมายนั่นผิดไปซะหมด ในเวลาเยี่ยงนี้...

ก็แค่รอยยิ้มที่ฉาบติดไว้บนใบหน้าใส ๆ เหมือนทุกวัน แต่กลับดูแตกต่าง

ก็แค่เสียงหัวเราะเดิม ๆ แต่มันกลับดูก้องกังวาน

แค่คำพูดคำจาประโยคธรรมดาเหมือนทุกครั้ง แต่ราวกลับฉุดให้สติที่มีเหือดหายไปสิ้น

ก็แค่ ... แค่ ... แค่ ๆ ๆ ๆ ... นี่เค้าเป็นบ้าอะไรนะ


.
.
คนทั้งคู่ยังคงเดินเคียงกันอย่างเงียบ ๆ คงเพราะต่างคนต่างไม่รู้จะพูดอะไร แต่ยิ่งเงียบยิ่งได้ยินเสียงหัวใจ ยิ่งเงียบ ยิ่งอันตรายต่อความคิดที่ต่างฝ่ายต่างปล่อยให้ไหลกันไปอย่างไม่รู้ทิศทาง

คนร่างเล็กที่เดินเยื่องอยู่ด้านหน้าชักทนกับความเงียบรอบตัวไม่ไหว เด็กน้อยหยุดก้าวหมุนตัวเพื่อหันมาชวนคนข้าง ๆ คุย แต่แล้วการหยุดแบบไม่ได้ตั้งตัว กลับทำเอาคนที่เดินตามมาติด ๆ ชนเข้าอย่างจังจนร่างเล็กเซเล็กน้อย คนชนคว้าเอาร่างบางไว้ทันก่อนจะหงายหลัง ดึงให้ร่างนั้นเซเข้าหาตนแทน

..เสียงการเคลื่อนไหวของก้อนเนื้อในอกดังโครมครามชวนน่ารำคาญ แต่ลมหายใจเบา ๆ ของคนตัวเล็กที่รินรดอยู่บริเวณลำคอของตัวเองนี่สิ มันยิ่งทำเอาทรมานซะยิ่งกว่า

จอนจินดันร่างของแอนดี้ออกห่างจากลำตัวเพียงนิด โน้มตัวประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากอิ่มของอีกคนราวโดนดูดดึงด้วยมนตรา แม้ห้ามใจไว้แล้ว แต่ก็ยังขัดขืน แม้จะได้สติคืนมาแล้ว แต่ก็ยังกลับขาดผึงลงอีก ส่วนคนตัวเล็กที่ตอนนี้แน่นิ่งไป สมองหยุดทำการงานชั่วคราว ไม่มีแรงแม้แต่จะยกมือขึ้นผละอกของคนตรงหน้าให้ถอยห่าง ไม่มีแรงในการปฏิเสธลิ้นเรียวนุ่มแต่ร้อนรุ่ม หรือวงแขนแกร่งแต่สัมผัสความอ่อนโยนนั้นได้เลย ..

แสงไฟหน้ารถคันแล้วคันเล่าสาดผ่านร่างทั้งสองไป ยาวนานพอดูที่ริมฝีปากทั้งคู่เคล้าคลึงกันอย่างหวานหอมจนเกือบลืมว่ามันคือริมฟุตบาทสาธารณะ การกระทำที่ดึงสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ให้หลุดลอยอยู่ในห้วงแห่งความหวามไหวจนไม่ทันสังเกตถึงการมาของใครบางคน ...
.
.
.
.
ร่างสูงโปร่งที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับไอพ็อตเพลงโปรด ชะงักงันไปชั่วครู่ ขาที่ก้าวเดินด้วยจังหวะมั่นคงหยุดนิ่ง หัวใจกระตุกวูบราวมีใครมาชักเส้นเลือดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงการเต้นให้หลุดออกจากขั้วหัวใจ


.
.
.
“จอนจิน~~~~”

น้ำเสียงคุ้นหูเพราะระยะห่างไม่ได้มากมายอะไร ดึงให้วงหน้าหล่อเหลาจำต้องผละจากริมฝีปากที่ยังคงรสชาติหวานไว้ให้เงยขึ้นมอง
..

“พี่..” สองแขนที่โอบร่างเล็กไว้เมื่อครู่ถูกปลดพันธนาการอย่างอัตโนมัติ คนตัวเล็กที่ยังคงมึนงงกับสถานการณ์เบิกตาโพลงด้วยความตกใจไม่แพ้อีกคนตรงหน้า ..

“ทำไม??” นักร้องนำของวงดนตรีโรงเรียนและว่าที่ศิลปินเดียวของค่ายยักษ์ใหญ่ เจ้าของ
เสียงเพราะเสนาะหู ...แต่บัดนี้กลับมีแรงแปร่งออกมาได้แค่เสียงกระซิบแผ่วเบา น้ำตาไหลเอ่อวงแก้มกลมเกลี้ยง แก้มที่จอนจินชอบสูดดมความหอมเป็นที่สุด ..

เมื่อทุกคนนิ่ง คนที่คิดเอาเองว่าตอนนี้ตนคือส่วนเกิน หมุนตัวหันกลับหลังวิ่งหนีจากภาพมายาตรงหน้าออกไปโดยเร็วที่สุด เร็วจนไม่ทันได้ระวังกับรถรารอบ ๆ ตัว


“พี่ซองงงงงงงง!!!!!!!!!!!!”

เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดด


โครมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม



“พี่.. เฮซอง” ดวงตาเบิกโพลงอย่างแทบไม่เชื่อสายตา ภาวนาในใจว่าร่างสูงโปร่งที่นอนแน่นิ่งอยู่ริมทางเท้านั้นมันอาจเป็นแค่เงาของคน ๆ นั้น และเค้าก็สร้างเงานั่นขึ้นมาเพราะความสำนักผิด

.... แต่เงาหรือจะมีมติ มีเลือด มีเนื้อ

เลือดสีแดงฉาดไหลลงสู่พื้นแห้ง ๆ จากหยดเล็ก ๆ กลายเป็นแอ่งใหญ่ แอนดี้ที่ตกใจไม่แพ้กันและดูน่าจะมีสติได้ช้ากว่า กลับวิ่งไปยังร่าง ๆ นั้น เขย่าเบา ๆ ให้คนที่แน่นิ่งรู้สึกตัวขึ้นมาซะที

“พี่เฮซอง พี่เฮซอง พี่ ๆ ๆ ๆ .. พี่เฮซองฟื้นสิฮะ พี่จิน เรียกรถพยาบาลหน่อย” เด็กน้อยตะโกนโหวกเหวกด้วยน้ำเสียงที่ขาดเป็นห้วง ๆ แต่น้ำตารินที่ไหลจากดวงตารีเล็กกลับไม่ขาดสาย


“ไม่จริงใช่มั้ย .. มันคือความฝัน ความฝันแน่ ๆ” สองเท้าที่เคยบังคับทิศทางลูกฟุตบอลอย่างแม่นยำกลับไม่ทำงานตามคำสั่งเจ้าของเหมือนเก่า ร่างที่เคยแข็งแกร่งกลับอ่อนแอจนตัวเองก็แปลกใจ


ภาพลมหายใจแผ่ว ๆ ของคนร่างบอบบางที่อาบไล้ไปด้วยเลือดชุ่มโชกทั่วตัว มีเด็กน้อยที่เคยดูสดใสน่ารักกอดประครองร้องไห้ระงม มันช่าง ... มันช่าง ...


...ช่างเหมือนฝันร้าย...


ฝันร้ายที่สุดเท่าที่ชีวิตหนึ่งชีวิตได้เคยประสบพบเจอมา …


.
.
.
.
.
.
.
ไม่นะ ...


ไม่


สองมือที่เคยแข็งแกร่ง ไขว่คว้าไปหาร่าง ๆ นั้น ด้วยความสั่นเทา แสงสลัวรอบตัวกลับโรยรามืดมิดทีละน้อย ทีละน้อย หยดน้ำหยดเล็ก ๆ คลอหน่วยตาทำให้ภาพตรงหน้าพล่าเลือนไปราวกับความมืดมิดมาครอบทับตัวเค้าไว้ทั้งตัว


ไม่นะ

พี่

พี่เฮซอง

ไม่

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย~~~~~~~





…………………………………..


ใส่เกียร์หมา วิ่งหนีออกจากบล็อก / ทันมะ เหอ ๆ ๆ

อ๊ากกก อย่าฆ่าเค้าน๊า มันไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนคิสสสสสสสสส

ตะกี๊นั่งอ่านฟิกคุงฮิ และพี่โน่ ดาร์กตั้งกะต้นเรื่องยันกลางเรื่อง เริ่มรู้สึกถึงแววอัมหิตซึมเข้ามาสู่กระแสเลือดตัวเองทีละน้อย …อืม! ฟิกบ้าอะไรของมันฟระ ใจร้าวยังอาย .. หดหู่ฉิบ..


แต่ฟิกนี้ใส้ใส ไม่เป็นเยี่ยงนั้นเน้อ... จะบอกให่ (มั้งนะ 555)

โอ๋ ๆ ๆ อย่าทำหน้าแบบนั้นกันสิ พุดดี้กลัวน๊า


งั้นต่อให้อีกนิด ค้างไว้แบบนี้มีหวังชมรมคนรักนกได้สับเค้าออกเป็นชิ้นๆ แน่


...........................................

...
.
.
.
.
.


“จอนจิน ... จอนจิน...” เสียงนุ่ม ๆ คุ้นหู ล่องลอยมาจากที่ไกล ๆ ซักแห่ง แม้แผ่วเบาแต่มันก็ช่วยชโลมให้ใจและลำคอที่กำลังแห้งผาดชุ่มชื้นขึ้นโดยพลัน

มือเรียวนุ่มของใครบางคน เอื้อมมากุมมือหนาที่ไขว่คว้าหาจุดยึดในอากาศฉุดให้ใครบางคนที่กำลังล่วงหล่นสู่หุบเหวดำมืดเบื้องล่างไต่ขึ้นจากความตายได้อีกครั้ง …

ดวงตาที่หลับพริ้ม กระพริบถี่ ๆ หลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะเริ่มคุ้นชินกับสภาพรอบตัวที่มีเพียงความมืดเสมือนภาพก่อนหน้านี้ไม่มีผิดเพี้ยน จะแตกต่างกันก็เพียงแต่ ตรงหน้าเค้า มีเพียงเพดานที่มีแสงสลัว ไม่มีแอ่งเลือด ไม่มีเสียงร้องไห้ปานขาดใจของใครบางคน และที่สำคัญ ร่างโปร่งของคนรัก ยังคงถอดกายเปล่าเปลือยขาวสะอาดอยู่ข้าง ๆ หาใช่ร่างโปร่งที่นอนจมกองเลือดไม่ ริมฝีปากที่พร่ำเรียกชื่อเค้าเบา ๆ และมืออุ่นที่เกาะกุมไว้อย่างไม่ปล่อย คลายให้ปมที่ยุ่งบนหัวคิ้วละลายหายไปได้อย่างอัศจรรย์ ..


“พี่ ... พี่เฮซอง”

“อืม ... เป็นอะไรเหรอ ชั้นเห็นนายนอนกระสับกระส่ายอยู่นานสองนาน ฝันร้ายงั้นสิ”

“พี่ .. พี่ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย”

“เป็นอะไรล่ะ ใครที่ไหนจะมาลอบฆ่าชั้นตอนหลับ...นอกจากนาย”

“พี่” เหงื่อกาฬที่ไหลซึมเต็มใบหน้า ปากที่ยังคงซีดแห้งผาดเฝ้าเอ่ยเรียกหาแต่คนรัก แม้จะนอนยิ้มของข้างตัว แต่ก็กลัวเหลือเกินว่าจะหายไป มือเย็น ๆ สั่นไหวเล็กน้อยกุมเอามือเรียวบางไว้แน่นเพราะกลัวเหลือเกินที่จะมีมัจจุราชคนไหนมาพรากดวงใจของตนเองไปอย่างไม่มีวันกลับ ..

“ฝันว่าอะไรล่ะ อยากเล่าให้ชั้นฟังมั้ย”

“ไม่ฮะ ...”

“ล้างหน้าหน่อยดีมั้ย เหงื่อเต็มหน้าเลย” เฮซองชันตัวขึ้นนั่ง ใช้มืออีกข้างซับเหงื่อบริเวณไรผมให้ เพราะมือข้างที่ถูกกุมไว้นั้น คนตรงหน้าไม่มีท่าทีจะปล่อยง่าย ๆ เป็นแน่

“พี่..”

“ว่างัย”

“พี่ยังคิดถึงมูริมั้ย”
..
.

“หืม! ..มูริเหรอ ...คิดถึงสิ ถามทำไม?”

“ตอนมูริยังมีชีวิต พี่เล่นกับมันยังงัยบ้างฮะ” จอนจินถือโอกาสที่เฮซองเปลี่ยนกิริยาบทให้สบายขึ้น กระเถิบตัวหนุนตักของคนรักอย่างออดอ้อนทันทีซึ่งเฮซองก็ไม่ว่าอะไร

“ร้องเพลงให้มันฟัง..”

“งั้นร้องเพลงให้ผมฟังหน่อยสิ”

“แต่มูริไม่ชอบชั้นร้องเพลงหรอกนะ นายไม่เห็นเหรอ มันคอยแต่จะมุดหนีทุกที”

“แล้วทำอะไรอีกเหรอฮะ”

“หวีขน แต่นายก็ไม่มี ..เอ่อ นี่นะ”

“แล้วทำอะไรอีกฮะ”

“อืม! อุ้ม หอมแก้ม จูบ”

“ข้อแรกพี่คงทำไม่ไหวหรอก งั้นขอสองข้อหลังนะฮะ”

“...” เฮซองเอียงคอมองคนที่กำลังยิ้มเจ้าเล่ห์อยู่บนตักอย่างชั่งใจ

“นะ ....
...นะฮะพี่”

“เห็นแก่ว่านายฝันร้ายนะเนี๊ยะ” ใบหน้าน่ารักโน้มตัวลงมากดจมูกโด่งและริมฝีปากลงบนแก้มจอนจินเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนมายังริมฝีปากหนา ค่อย ๆ แทรกลิ้นอ่อนเข้าไปยังโพรงปาก ปล่อยให้ความหอมหวานควานเอาความวิตกกังวลให้หมดสิ้นไป

“อืม~~~” เสียงครางอย่างแผ่วเบาเล็ดลอดออกจากลำคอของผู้รับ เฮซองจึงได้ผละสัมผัสนั้นออกห่างอย่างอ้อยอิ่ง ... นิ้วเรียวลากเลื้อยไปยังวงหน้าหล่อเหลาที่ขาวซีดเมื่อครู่สู่คิ้วดกดำ คลี่ปมยุ่ง ๆ บนหัวคิ้วให้คลายออก

“นอนดีกว่านะ”

“จะดีเหรอฮะ..”













ตัดฉับ --------------






........ ค่อยมาต่อเนอะ ...

ตอนหน้าเห็นควรให้จบลงซะที เพราะมันชักจะวนจนงงไปหมดและ (ทุกคนพร้อมใจกันพยักหน้า)
NC แล้วจบโลด ดีมะ แต่แค่ PG ตรูก็เหงื่อตกและ

ขอบคุณที่ติดตามฮะ


Create Date : 05 มีนาคม 2552
Last Update : 15 มีนาคม 2552 14:41:48 น. 20 comments
Counter : 1432 Pageviews.

 
กรี๊ด!! ไม่ได้เปนที่ 1 นานแว้ว เหอๆ โรคจิตชอบเปนคนแรกกำเริบอีกแระแค่จะมาช่วยพุดดี้เก็บผักตบไปสานกะบุงไว้รอเก็บ .. เก็บไรดีวะฮะ เก็บความหื่นกะได้ ฮ่าๆๆ

กำ~~สิ้นเปลืองพลังงาน ทำให้โรคร้อนเพิ่มอีกตรู อ่านจบค่อยมาเม้นอีกทีเน้อ


โดย: Orange Rose วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:21:33:28 น.  

 
ชอบหมดทุกแนวเลยพี่พุด~

เพียงแต่ฟิคเรามันออกไปทางแนวซาดิทส์แอบจิตแค่นั้นเอง

แต่ไว้คราวหน้าจะแต่งแบบกดดันผสมจิตๆ 55+

แต่พี่พุด..เราอยากบอกว่า...

ทุกอย่างที่พี่พุดแต่งเราชอบ~

โดยเฉพาะตอนนี้ชอบมาก...น่ารักสุดๆ

ชอบที่ป๋าโกงสุดฤทธิ์ ฉีกเสื้อเลย55+

ปล.พี่พุดไม่ต้องรีบจบนะ..ยืดๆก็ได้55+

งั้นไปอ่านหนังสือต่อแล้วคะ~ อ่านฟิคแล้วมีแรงฮึดขึ้นมาเลย

เหลืออีกสองวิชา พุธหน้าก็เสร็จแล้ว จะรีบมาแต่งฟิคต่อเลยพี่พุด


โดย: wizze IP: 124.121.230.207 วันที่: 5 มีนาคม 2552 เวลา:21:41:49 น.  

 
กรี๊ดๆๆๆๆๆ
หวานกันซะ.....
น้องดี้ขี้อ้อน...กับพี่ริคขี้แกล้ง(หื่น)
น่ารักดี...ชอบๆๆ


โดย: ลูกหมูของลูกนก IP: 118.172.192.140 วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:20:44:02 น.  

 
โอ๊ยยย เลือดกำเดากระฉูดมะแพ้คู่แม่ลูกเลยย เหอๆๆ คนอ่านจิ้นอย่างเมามันส์มั่กๆ

อ่านมาเรื่อยๆ คู่จินดี้ก็น่ารักอีกแบบ มันดูใสๆ ดี ว่าแต่เห็นโรสกับพี่รสรีเควสคู่แม่ลูก ยังงัยพี่เก๋ขอเพิ่มอีก 1 เสียงนะคะ ชอบเจงๆ เลย ครอบครัวนกเนี่ย!!

ปล. เห็นน้องพุดบอกจะแต่งฟิคคู่อูด้งต่อเหรอคะ โหยๆๆ น่าติดตามมั่กๆ เพราะภาคแรกสนุกสุดๆ เลย อยากอ่านทั้ง 2 เรื่องเลยง่ะ





โดย: kayzila IP: 124.120.143.4 วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:21:04:04 น.  

 
“ชั้นน่ะ มันเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง นายเองก็คงรู้..ใช่มั้ย”
“ก็แล้วมันเกี่ยวกันยังงัยล่ะ”
“เกี่ยวสิ เพราะพูดไม่เก่ง ชั้นเลยต้องใช้ภาษากาย แสดงออกให้นายได้รับรู้ว่า ความจริงแล้วชั้นรักนายมากแค่ไหน”
“กว่าชั้นจะรู้ ชั้นคงขาดใจตายก่อน”

แคว่กกกกกกกก~~~~
มันให้ตรูปลดของมัน แต่มันดันฉีกของตรูเนี๊ยะนะ
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~ ไอ้บ้าริคคคคคคคคคคคคคคคค ไอ้ยักษ์ขี้ตุกติก ไอ้ซาตานเจ้าเล่ห์ ไอ้เจ้าพ่อล้านเล่มเกวียน
เอริคยิ้มอีกครั้งเมื่อเห็นสีหน้าเหวอ ๆ ของคนแอนดี้
“นาย...”
“คราวนี้ก็กางเกงสินะ จะแข่งกันอีกมั้ย หืม! เจ้าตัวเล็ก”
“งั้นชั้นก็จะตายตาม”

น้องพุดดดดดด
พี่จะบร้าตาย น่าร๊ากกกอ่ะๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
พี่เอน้องแอน..จงเจริญ!!!


โดย: andyBE IP: 58.9.190.30 วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:08:50 น.  

 
“งั้น ... ก็ต่อกันเหอะ สีหน้านายมันบอกชั้นว่า นายพร้อมแล้ว”/// อะจ๊ากกกก ป๋าหื่นได้ใจชิงๆ ป๋าใช้กะลังอีกแว้ววววว นุ้งดี้เละคามือมะเนี่ย เหมือนลูกนกเลย ชอบใช้กะลังกะแม่นก


NC แรง ๆ พุดไม่ถนัดหรอ ..อ๊ายยย ..เอาเท่า Make a plan พี่ก้อต้องรับบริจาคเลือดแว้วววว...แนวเน้ไม่ถนัด...แล้วถ้าถนัดจะขนาดไหน..มะอยากจะคิดเล้ยยยย


น้องพุด..พี่มะได้หื่นน๊าาาา พี่แค่ชอบคู่แม่ลูกเมิกกก แค่นั้น น้องพุดให้แม่ลูกมันนั่งบวกเลขกัน พี่ก้อจิ้นแล้ว..เอ๊ย..ก้อชอบแล้ว ฮ่าๆๆ


พี่ก้อเหมือนน้องเก๋นะ ส่วนตัวชอบคู่แม่ลูก จินดี้ยังจิ้นมะค่อยออกอ่ะ (นี่ขนาดจิ้นมะออกนะ ถ้าออกจะขนาดหนายยยย ฮ่าๆๆ)


พี่หยิบทิชชู่มานั่งรอส่องคู่แม่ลูกต่อไป มันต้องมีอีกซักฉากสิน่า อย่าให้น้อยหน้าคู่ริคดี้นะ น้องพุดสู้ๆ พายเข้านะ



โดย: ไอ้หนูลูกพ่อ IP: 58.8.40.141 วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:22:24:43 น.  

 
เอิ๊กกก.... ชอบค่ะชอบ

หนูชอบหมดทั้งสองคู่ แม่ลูกเมื่อคราวที่แล้วววววว แล้วพ่อหมีกะลูกหมูด้วยค่ะพี่พุดข๋า.... ฮาฮาฮาๆๆๆ

จุดนี้คาดว่าพอกันพ่อและลูก เรื่อง ... กร๊ากกก ไม่ไหวแล้วค่ะ หนูชอบมากๆๆค่ะพี่พุดข๋า... ถ้าพี่พุดพายวนในคลองหนูจะอาบน้ำตีโป่งรอไปเรื่อยๆนะคะพี่ ไม่รีบกลับเขาฝั่งนะค่ะพี่พุดข๋า.. พอดีท่าที่จอดเรือยยังไม่ได้ทำ คงต้องไปตัดไม้ก่อน ซึ่งไม้หายากค่ะ ไม่ต้องรีบนะค่ะพี่... กร๊ากกกกก (หนูออกนอกเรื่อง หุหุหุหุ)


โดย: praery_za IP: 58.10.170.129 วันที่: 6 มีนาคม 2552 เวลา:23:41:23 น.  

 
นี่เค้าหวานกันเหรอฮะ โบว่าบู๊กันมากกว่า เหนื่อยแทนแอนเลย
แต่ว่าคราวนี้แอนเริ่มก่อนมิใช่เรอะฮะ
อิพี่ป๋าโกงได้ใจ เอาอีกๆๆ

"ทรมาน แต่มันก็น่าหลงใหล ไม่ได้ถักทอด้วยคำรัก..แต่ก็หวานล้ำ" อ๊ากกกชอบประโยคนี้มากเลยอ่ะพี่พุด หื่นๆ โหดๆ แต่ก็รักนะ

“คราวนี้อยู่ข้างบนมั่งนะ นายจะได้ชมวิวจากที่สูง” ตกลงแอนก็ตกมาอยู่ข้างล่างอีกตามเคย ขอข้างบนมั่งดิฮะ เอิ๊กๆๆ

เลิฟซีนแค่นี้กะลังงามแล้วล่ะฮะพี่พุด เหลือไว้เอาไปจิ้นต่อมั่งก๊ะดี แต่ถ้าพี่พุดจะลอง NC ก็จะรออ่านนะเออ อิอิ




โดย: โบ_andyholic IP: 119.31.78.114 วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:21:54:37 น.  

 
ขอบคุณสำหรับคู่พ่อลูกนะจ๊ะ น่ารักและ
หวานแหวว (หรือหื่น) มั่กๆเลย
ตอนแรก ๆ ที่น้องดี้ขนลุกขนพองเนี่ย...
ทำเหมือนจินนี่เป็นพวกโรคจิตคอยตาม
ทำมิดีมิร้ายเลยเนอะ (หรือจะจริง) แหม
ออกจะหล่อนะ ส่วนจินนี่ก็นะ แม่ออกจะ
ดุปานนั้น ยังมีใจอยากจะไปจูจุ๊บน้องดี้
เค้าอีกเหรอ ขันติไว้นะจ๊ะ เดี๋ยวแม่นกจิกตายหรอก หุ หุ หุ..............................
....และสุดท้าย...พุดจะออกทะเลนาน ๆ
เลยก็ได้นะ... ถ้ากลับฝั่งเร็ว เดี๋ยวเราจะ
ไปแอบเจาะเรือนะ ขอบอกกกก...ไปนะ


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 11 มีนาคม 2552 เวลา:3:47:23 น.  

 
มาเก็บทีเดียว 8 ตอนรวดดดดด เหอๆ

แม่นกง่ะ อะไรจะไม่ว่างตลอดขนาดน้าน มาดูแลลูกนกบ้างจิ เสียวแทนนะเฟร้ย
พี่ป๋าๆ พี่ป๋าหื่นได้ใจสม่ำเสมอมาก (เล่นซะกระดุมกระจายเชียว)
น้องดี้ก๊าบ จะจิตอ่อนไปไหน โดนกัปตันทีมฟุตบอลสุดหล่อขู่ทีไร ทำตามเค้าซะหมด อย่าไปกัวเด่ะๆ
คนสุดท้าย อิลูกนก อ๊ากกกกกกกก ริอ่านมีกิ๊ก โดนจับได้เมื่อไหร่ แม่นกเอาแกรตายแน่ เหอๆๆ
แต่ตอนในตู้ทอสับ กะ ตอนกระตุกผ้าขนหนู ทำดีมากกกก แหล่มเลยๆ งั้นยกโทษให้ล่ะกัน (อ้าวววว)


โดย: duckie IP: 124.122.192.3 วันที่: 13 มีนาคม 2552 เวลา:23:30:52 น.  

 
พี่พุด~ สรุปเรื่องทั้งหมดมันเป็นแค่ความฝันของคนที่แอบนอกใจ(นิดๆ)ใช่ไหม?

อ้า~ โชคดีจังที่ซองไม่เป็นไร

แต่เสียดายที่ฉากจูบหวานๆของจินดี้ไม่ใช่ความจริง

มาต่อเร็วๆนะ พี่พุด~


โดย: wizze IP: 124.120.104.183 วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:18:05:26 น.  

 
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก พี่ร้องหลังจากอ่านชื่อตอนจบ พร้อมกับเอามือทุบโต๊ะ โป๊กๆๆ ไม่ไหว ไม่ไหว กินยากันโรคหัวใจไว้ก่อนดีกว่า


รัยเนี่ย...อิจินมันเริ่มก่อนอีกแล้วนะ นุ้งดี้แค่สมยอม จินเอ๊ย...


อ๊ายยยยยย...แงๆๆๆ น้องพุดทำพี่เสียน้ำตา สงสารแม่นกที่สุด (นี่ขนาดกินยาแล้วนะ) เห็นภาพตำตาเยี่ยงเน้ นี่ถ้าเป็นฟิคยาว พี่จะขอให้ลูกนกมาง้อ ง้อหนักยิ่งกว่าคาวีง้อนารินในสวรรค์เบี่ยงซะอีก เอาซะให้เข็ด ต่อไปจะได้ริอาจ (พี่แอบซาดิสต์ไปป่าว ก้อมันอินนี่นา)

แต่จิงๆก้อดีใจนะ ที่มันเป็นแค่ความฝัน (ฝันร้ายเมิกกกก) ตอนที่แล้วพี่บอกว่าพี่เตรียมทิชชู่รออ่านตอนต่อไป พี่กะจะเอามาอุดตะมูกนะ มะช่ายมาซับน้ำตา เมื่อคืนผีแพ้คาบ้าน พี่ก้อเศร้าแระ ตอนต่อไปขอแบบ...ถึงพริกถึงขิงเลยนะ จะเอามาล้างตา


โดย: ไอ้หนูลูกพ่อ IP: 58.8.248.166 วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:20:16:20 น.  

 
พุดดดดดดดดดดดดดดดดดดด...ดิ้ง
มีหักมุมล่อหลอกผู้อ่านด้วย
ใจหายหมดเลย
เป็นความฝันที่แสนหวานแต่น่ากลัวมากๆ ของจินและผู้อ่าน
ยิ่งร้อนๆ อยู่ด้วย ร้อนเข้าไปอีกเลย


โดย: jenney IP: 58.8.227.184 วันที่: 15 มีนาคม 2552 เวลา:21:49:54 น.  

 
จินนี่อยากจูจุ๊บน้องดี้จนะถึงขนาดแอบ
เก็บไปฝันเลยเหรอ...แต่เนอะ ริอ่านคิด
นอกใจ ฝันจากหวานก็เลยกลายเป็นขม
ซะงั้น...แต่สุดท้าย พอตื่นมาก็ได้รางวัล
อีกจนได้ ซองกี้น่าจะเห็นนะว่าที่รักของ
เค้าฝันอะไร จากจูบจะได้กลายเป็นจิก
แทน หุ หุ หุ ... แล้วจะรอตอนต่อไปนะ
ว่าแต่พุดคิดจะสละเรือแล้วเหรอ น่าเสีย
ดายนะ อยากให้ต่ออีกนานๆนะเนี่ย......
ไปจริงๆละ......................................


โดย: JM IP: 124.120.198.46 วันที่: 16 มีนาคม 2552 เวลา:0:00:27 น.  

 
อร๊าย...ไม่ได้เข้าพักเดียว เลยไปสี่ตอนแย้ว

ชอบง่ะ...ไม่รู้จะพูดไรต่อดี ชอบโคตร ชอบมากๆ

ปูลู ดีนะ..ที่เฉลยตอนจบไว้ก่อน เล่นเอาใจหายวาบ....กลัวจินนี่กำพร้าแฟน


โดย: แม่ยกชูงแจ วันที่: 17 มีนาคม 2552 เวลา:9:10:47 น.  

 
อ่านถึงตอนจูบคาตาแล้วน้ำตาปริ่มๆ พอดียุงมันบินเฉี่ยวตาน๊ามิช่ายไร

จริงๆแล้วแอบลุ้นให้รถชนจริงๆมิช่ายฝันไปนะเนี่ย จะได้รู้ซะมั่งว่าการนอกใจมันเปนไง เหอๆๆ ให้มันเหนดำเหนแดงกันไปข้างนึงเลยว่าการสูญเสียแบบไม่มีวันกลับและแก้ไขได้มันทุกข์ทรมานขนาดไหน หอยมันจะได้จำไปจนวันตายว่าอย่านอกใจคนที่เค้ารักมันแบบเน๊ๆๆๆ
^
^
^
ที่เม้นมาทั้งหมดอารมย์คิดว่าตัวเองเปนซาร่า ใส่ซะใหญ่เลยตรู เหอๆๆ

ตอนท้ายนี่กะใช้มุขน้องหมามาปลอบประโลมชิมิ จากมูริกลายเปนจินริ (ริอาจนอกใจ) กำ~~ตรุเริ่มวนเข้าตัวอีกแระ

ปล.อ่านฟิคนี้แล้วสงสัยในตัวเอง ว่าตอนนี้รักใครมากกว่ากันระหว่างจินกะซองเนี่ย


โดย: Orange Rose วันที่: 17 มีนาคม 2552 เวลา:18:16:08 น.  

 
อ้าว กำ จินฝันซะงั้น (อยากให้เป็นจริงอ่ะค่ะ อิอิ) เสี่ยงโดนแม่ยกครอบครัวนกตื้บจริงๆเลย
ขนาดเก็บไปฝัน จินนี่คงไม่คิดอะไรกะเด็กป๋าเกินพี่น้องชิมิค้า จริงๆก็อยากให้คิดนะ
แอบใจหายแม่นกถูกรถชน เล่นเอารู้สึกผิดแทนจินดี้เลย ดีนะแค่ฝัน จะได้ไม่รู้สึกผิด เฮ้อโล่งอก 555++
ตกลงเรื่องของสองคนนี้ยังเป็นความลับต่อไปชิมิคะ ดีแล้วแหละนะโบว่า ให้เรื่องนี้จบแค่สองคน ดีให้อีกคนรับรู้แล้วจะไม่ไว้ใจกันเปล่าๆ คงความรู้สึกๆดีที่มีต่อไปแล้วกันเนอะ
อ้าวๆ ตอนหน้าจะจบแล้วเหรอฮะ แถมหยอด nc ไว้อีก ทิ้ง nc ไว้ตอนจบ เดี๋ยวยิ่งค้างซะเปล่าๆนะคะพี่พุด เหอๆๆ



โดย: โบ_andyholic IP: 115.67.167.163 วันที่: 17 มีนาคม 2552 เวลา:21:46:29 น.  

 
อ่านทีแรก คิดว่า ซองกี้จะต้องมีอันเป็นไปแล้วซะแล้ว
เล่นเอาคนอ่านลุ้นแทบแย่เลยน่ะ เหอ ๆๆ

จินนี่ยา คิดอารายกะน้องดี้เหรอป่าว ถึงขนาดเอาไปฝันนี่
แอบลุ้นให้คู่กัน
ซองกี้กะพี่ป๋าจะได้ลงเอยกันซะที (จะถูกกองเชียร์แม่นกกะลูกนกอัดมั้ยเนียะ)

รอตอนต่อไปอยู่นะฮะ

ขอบคุณแลเป็นกำลังใจให้น้องพุด สู้ สู้ ฮับ


โดย: Pekkiokung IP: 58.8.95.144 วันที่: 18 มีนาคม 2552 เวลา:0:02:23 น.  

 
หึหึ....ดีนะที่เป็นแค่ความฝันของจิน

แต่ทำมัยถึงเป็นจินไม่ใช่ดี้ล่ะ(มีสงสัย)

สุดท้าย..คู่สมการก็เป็นได้แค่ฝันเท่านั้น



โดย: piyawan IP: 118.172.243.248 วันที่: 18 มีนาคม 2552 เวลา:17:00:57 น.  

 
เพิ่งได้อ่านฟิคพี่พุดเรื่องนี้
จินเท่ไปม้ายยยยยยยยยยยยย น่ารักอ่ะ ตอนแรกอ่านก็แบบกลัวทำใจไม่ได้ว่าจินนอกใจแม่นกแต่อ่านจากตอนก่อนหน้า
โอ๊ยยยยยยหวานได้อีก แบบแม่นกน่ารักอ่ะ ห่วงลูกนกตลอดยิ่งตอนที่จินบอกแม่นกว่าชอบเวลาเดินกลับบ้านเพราะเป็นเวลาได้เดินจับมือคุยกัน

อ๊ายยยยยยยยยพี่พุดค้า.......ฉากแบบนี้มันแทบจะฆ่ากันชัดๆ ฉากแบบนี้เหมือนฉากคลาสสิคในดวงใจของเบสท์เลยอ่ะ ยิ่งคิดถึงหน้าสองคนนี้แล้วแบบโอ๊ยยยย ใจละลาย

แต่จินก็ยังอ้อนซองได้อีกนะ คิดถึงเวลาที่จินทำหน้ามุ้งมิ้งอ้อนแม่นกแล้วน่าร้ากกกกกกก แม่นกก็น่ารักยอมให้ลูกนกยักษ์อ้อน

โฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮทำไมพี่พุดแต่งฟิคได้เทพเยี่ยงนี้ค่ะ สนุกมากกกกกกกกกกก


โดย: Best ค่ะ IP: 124.122.147.67 วันที่: 19 มีนาคม 2552 เวลา:23:56:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.