I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
3 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
Shot fic shinhwa .... ก้าวเดียว Ric-Dy ep.1





ก้าวเดียว ..... Ric - Dy ... ep.1





วันนี้คงก้าวเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว บนถนนจึงเกลื่อนกลาดไปด้วยใบไม้สีน้ำตาลเข้มบ้าง แดงบ้างเต็มลานไปหมด และสายลม ก็ยังพัดเย็นเสมอ

ชายร่างสูงในแว่นตากรอบหนา หูใส่เครื่องเอ็มพีเพลิดเพลินอยู่ในโลกของตัวโน๊ต ในมือมีหนังสือการ์ตูนโคนัน เพลินอยู่ในโลกอีกโลกแห่งการสืบสวนและน่าค้นหา เค้าช่างแยกโสตประสาทได้ดีจริง ๆ

“เอริคคคคคคคคคคค!!!!!” เสียงคุ้น ๆ ที่ต้องได้ยินเป็นประจำทุกเช้า นานเท่าไหร่มาแล้วนะ เกือบ 3 เดือนใช่มั้ย และแม้ว่าจะพยายามไม่ใส่ใจมากนัก แต่มันก็ทำได้ลำบากทุกที

“นี่ ๆ ๆ ผ้าใบคู่ใหม่เหรอ เท่ส์ดีนี่” ผู้มาใหม่ก้มลงมองที่เท้าอย่างตื่นเต้น เอ วันนี้มันจะมาไม้ไหนของมัน ปกติมันต้องติทุกอย่างนี่หว่า

…กะว่าจะไม่สนใจและนะ แต่ไอ้คนข้าง ๆ นี่สิ เมื่อเห็นอาการนิ่งเฉยเหมือนตัวเองไร้ตัวตน ก็เร่งเดินนำหน้า หันมาแลบลิ้นปริ้นตาใส่ซะงั้น

“มีอะไร”

“มีของมาฝาก”

“วันนี้อะไรอีกล่ะ”

“ช็อคโกแลต อ่ะ! ฝากด้วยนะ” ว่าแล้วก็ยื่นกล่องผูกโบว์สีชมพูจ๋ามาให้ต่อหน้า แล้วถ้าขืนเค้าต้องหิ้วไอ้กล่องนี่เข้าไปในห้องเรียน ชะรอยไม่ต้องโดนเพื่อนทั้งห้องโห่ใส่หรืองัยเนี๊ยะ

“ถ้าชั้นปฏิเสธล่ะ”

“นายไม่ปฏิเสธหรอก เชื่อชั้นสิ” เอริคชั่งใจสักครู่ แล้วก็เมินหน้าหนีอีกคนซะเฉยๆ มันต้องใจแข็งสิ จะยอมเป็นเบ๊ให้มันไปตลอดชีวิตหรือไง น้องชายก็ไม่ใช่ เพื่อนรึก็ไม่ใช่ ทำมัยต้องทำตามใจมันด้วยวะ แต่ในขณะที่เท้าเดินไปได้หลายก้าว แต่ยังไม่เห็นอาการกระจองอแงของอีกคน ตรงกันข้าม กลับเงียบฉี่ ปกติคงต้องโหวกเหวกโวยวายแทบตายแล้ว

“อ่าว นั่นทำไรอ่ะ” เอริคหันไปมองอีกคนด้านหลังที่กำลังเดินแซงหน้าตนเพื่อข้ามฝั่งไปยังอีกด้านของถนน

“จะเอาไปทิ้ง ถ้านายไม่เอามันไปให้เค้า เจ้าช็อคโกแลตกล่องนี้ก็หมดความหมาย สิ่งที่หมดความหมายก็คือขยะ ขยะก็ต้องอยู่ในถังขยะสิ ใช่มั้ย”

“นี่ เดี๋ยวๆ ๆ ๆ ใจคอจะทิ้งเลยงั้นเหรอ”

“อืม ก็ใช่ ทำมัยเหรอ” ทำหน้าท้าทายใส่ด้วยวุ้ย

“ไม่เสียดายบ้างรึไง ทำเองไม่ใช่เหรอ”

“ไม่” เค้ายืนมองคนตัวเล็กที่สะบัดหน้าเดินตรงไปยังถึงขยะ (ถังขยะจริงๆ นี่ใจคอจะทิ้งลงจริง ๆ หรือนั่น)

“เดี๋ยว ๆ ๆ ๆ โอเค ๆ เอาไปให้ก็ได้ แต่ขอใส่กระเป๋านะ สีแหววขนาดนั้น ชั้นไม่กล้าถือหรอก”

“จริงดิ เอาไปให้จริงๆ นะ ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ บอกแล้วว่านายต้องช่วย”

เอริคถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทำมัยตรูต้องตามใจมันด้วยว้า ว่าแล้วเจ้าตัวเล็กก็วิ่งข้ามถนนมายัดเจ้าช็อคโกแลตพิ้งค์นั่นใส่มืออีกคนด้วยสีหน้าลิงโลด ก่อนเดินเคียงกันไปเรื่อย ๆ ยังถนนที่ทอดยาวสู่โรงเรียน

“ชั้นพูดจริง ๆ นะว่าผ้าใบนายสวย”

“อืม! ขอบใจ”

“แต่แว่นนายมันผิดปกตินะวันนี้ รู้ป่ะ มันทำให้นายดูประหลาด”

แป่ว~~~ ตรูนึกว่าวันนี้จะไม่มีข้อติ มันหาเรื่องมาติได้ทุกเรื่องสิน่า แว่นก็ไม่ได้ซื้อใหม่นี่หว่า

“อ่ะ ถึงโรงเรียนและ ฝากด้วยนะเอริค ไว้ชั้นจะเลี้ยงข้าวเที่ยงนายตอบแทน ไปและ บ๊าย บ่าย” ว่าแล้วก็วิ่งตัวปลิวเข้าโรงเรียนไป แต่ยังไม่วายหันมากลับมายิ้มแป้นใส่เค้า แถมด้วยประโยคชวนตบกะบาลแยกจริง ๆ

“เอริคคคค~~~ ความจริงแล้วแว่นนายน่ะสวยแล้ว แต่หน้านายต่างหากที่มันประหลาด แว่นมันไม่ผิดหรอก 555”

คือถ้าเจ้านั่นมันพูดให้ได้ยินกันสองคน เอริคก็คงไม่รู้สึกอะไร เพราะได้ยินอยู่ทุกวันจนชิน แต่นี่ มันเล่นป้องปากตะโกนเลยเนี๊ยะนะ อ๊ากกกกกกกกกกกก... อยากฆ่าคน

“อ๊ะ! เดี๋ยวสิ แอนดี้~~” ไม่ทันและ เฮ้อ แล้วงี้ช็อคโกแลตกล่องนี้ ก็ต้องเป็นช็อคโกแลตปริศนาอีกล่ะซิเนี๊ยะ”


...............


“เอริค..” มาอีกและ เสียงคุ้นเคย เอริคก้มหน้าก้มตาใส่ใจกับอาหารเที่ยงของเค้ามากกว่าเสียงที่กวนประสาทเสียงนั้น

“ทำไมรีบ บอกแล้วว่าจะเลี้ยง”

“ชั้นหิว”

“ให้พี่เฮซองยัง พี่เค้าว่างัยบ้าง”

เอริคเงยหน้าจากจานข้าวขึ้นมามองหน้าอีกคนด้วยความรำคาญอย่างสุดกำลัง

“ก็เหมือนเดิม จะให้เค้าพูดอะไรล่ะ”

“กับข้าวน่ากินจัง กินด้วยสิ” ยังก่อกวนไม่เลิก

“ก็ไปซื้อสิ”

“แถวยาวน่ะ ไม่เห็นเหรอ” แอนดี้โบ้ยไปยังแถวรอซื้ออาหารที่ยาวเหยียดจริง ๆ นั่นแหละ

“กินด้วยกันนี่แหละ นะ” ยังไม่ทันรอให้อีกคนอนุญาต เค้าก็ลากถาดมาวางไว้หน้าตนเอง จ้วงกินเอา กินเอา โดยไม่สนคนที่มองอย่างระอาเรยซักนิด

“นั่นเค้ามุงไรกันเหรอ” แอนดี้ที่ยังเคี้ยวอาหารหมุบหมับในปาก หันมาถามอีกคนที่เริ่มรมณ์เสียเข้าไปทุกที

“ไม่รู้สิ อยากรู้ก็ไปดูเอาเอง”

“อ๋อ เห็นและ พี่จอนจินน่ะ พี่เค้าน่าอิจฉาเนอะ ไม่ต้องต่อคิวซื้อข้าว แถมมีแต่สาว ๆ โรงเรียนข้าง ๆ ส่งข้าวกล่องมาให้”

“นายเป็นแฟนคลับเค้าเหรอ ถึงได้ชื่นชมเค้าจัง ชั้นนึกว่าสายตานายมีแต่เฮซองซะอีก”

“เปล่าหรอก ก็แค่อิจฉา พี่เฮซองเค้าเป็นไอดอลของชั้นนะ แต่พี่จินก็เก่งออก เป็นถึงนักกีฬาโรงเรียน”

“กิน ๆ ไปเหอะ แล้วเอาถาดไปเก็บให้ด้วย”

“อ่าว นายอิ่มแล้วเหรอ”

“นี่!!! แอนดี้ ชั้นถามนายจริง ๆ เหอะ ทำมัยนายถึงไม่เรียกชั้นว่าพี่ จอนจินน่ะมันอ่อนกว่าชั้นตั้งปี นายยังเรียกมันพี่จอนจิน “

“นายต้องการให้ชั้นเรียกนายว่าพี่เอริคงั้นสิ” แอนดี้เงยหน้ามองอีกคนด้วยสีหน้าที่ปราศจากความรู้สึกใด ๆ เอริคมองทีไร เป็นต้องอ่อนใจทุกที

“ช่างเหอะ แล้วแต่ละกัน จะเรียกอะไรก็เรื่องของนาย ชั้นไปและ”

“โกรธเหรอ”

“เปล่า”

“ขี้งอนแบบนี้ นิสัยเหมือนผู้หญิงเลย”

“ก็บอกว่าเปล่า”

“เดี๋ยวไปซื้อขนมให้ ชดเชยกับที่อุตส่าห์เอาช็อคโกแลตไปให้พี่เฮซอง ดีมะ”

“ไม่ต้องไม่อยากกิน”

“งั้นเย็นนี้ช่วยทำการบ้านอ่ะ”

“นายอยู่ปี 1 ชั้นอยู่ปี 3 นายคิดว่านายจะทำการบ้านให้ชั้นได้งั้นเหรอ”

“เออ จริง”

“คุยกับนายนี่ไร้สาระจริง ๆ”

.........................


พรุ่งนี้เป็นวันสถาปณาโรงเรียน วันนี้ทั้งโรงเรียนเลยไม่ค่อยได้เรียนกันเท่าไหร่ ทุกคนวุ่นวายอยู่กับการแสดง สถานที่ และนิทรรศการต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในโรงเรียนของตน แอนดี้เดินลากเท้าช้า ๆ ในมือหอบอุปกรณ์ทั้งแปรง ถังสีไว้เพียบ ขณะกำลังเดินอยู่ริมถนนเรียบสนามฟุตบอลอย่างไม่ทันระวัง เพราะมัวแต่นับใบไม้ที่ทยอยปลิดจากขั้วลงสู่พื้นดินใบแล้วใบเล่า

“ ใบที่ 13 - 14 - 15 - 16 - 17 อ๊ะ ๆ 18 - โน่น 19 - 30 เอ๊ะ 19 และ 20 นี่หว่า ...

“แอนดี้ ระวัง”

โป๊กกกกกกกก

“โอ้ยโหย๋!!!”
…
..
.
“เป็นอะไรรึเปล่า เจ็บมั้ย ขอโทษนะ พอดีสนามมันลื่นน่ะ ชั้นเลยเตะพลาดไปนิด” เจ้าของฝีมือเตะลูกชู๊ตโด่งมาลงตรงหัวแอนดี้ วิ่งเหยาะ ๆ ลัดสนามมาดูอาการผู้โชคร้ายอย่างห่วงใย

“เจ็บจิ ถามมาได้ หัวโนมั้ยเนี๊ยะ”

“ไปห้องพยาบาลมั้ย ป่ะ เดี๋ยวพาไป”

“ไม่เป็นไรฮะพี่จิน พี่ซ้อมอยู่นี่ เดี๋ยวเพื่อนรอ”

“เอาเหอะน่า อย่าดื้อ แล้วนี่อะไรเยอะแยะ วางไว้นี่ก่อนและกันนะ เดี๋ยวค่อยย้อนมาเอา”

“เอ่อ แต่ว่า ผมรีบน่ะ ไม่เป็นไรหรอก แค่หัวโนแค่นี้เอง มันโนได้เดี๋ยวมันก็ยุบได้”

“เหอะ ไปทายาหม่องก็ยังดี นะ”

“เดี๋ยวเวทีไม่เสร็จ”

“ช่างมัน แป๊บเดียวเอง ทายามันจะได้ยุบเร็ว ๆ ถ้านายไม่ไป ชั้นจะรู้สึกผิด”

“อ่ะ กะได้” แอนดี้วางสัมภาระอันระเกะระกะของตัวเองลงตรงข้างทาง ก่อนยอมให้จอนจินเดินพยุงไปยังห้องพยาบาล

“พี่จอนจินรู้ชื่อผมด้วยเหรอ”

“รู้สิ นายเป้นเด็กปี 1 ใช่มะ”

“อืม แต่ไม่ต้องพยุงก็ได้ หัวโนนะ ไม่ใช่ขาหัก”

“เอาน่า”

“อ๊ะ เดี๋ยว ๆ แป๊บนึง” แอนดี้เห็นใครบางคนเดินสวนเค้ากับจอนจินไปด้วยใบหน้านิ่งเฉย เค้าจึงหยุดเดินซะเฉย ๆ พลอยให้คนข้างตัวหยุดตามไปด้วย

“เอริค หยุดก่อน” แต่เสียงอันดังนั่นก็ยังไม่สามารถทำให้อีกคนหันมาสนใจได้

“เอริค หยุดเซ่!!!!!!!!!” ได้ผล เอริคหยุดฝีเท้าของเค้าพร้อมหันมามองด้วยสีหน้าหงุดหงิดเหมือนเดิม

“ทำไม”

“ไปเอาแปรงกะสีที่ริมสนามฟุตบอลแล้วเอาไปวางในหอประชุมให้หน่อยสิ”

“ทำไมต้องไปเอาให้ด้วย”

“มันหนักน่ะ ตอนนี้ชั้นหัวโน จะไปทายาที่ห้องพยาบาล เดี๋ยวจะตามไป ขอบใจมาก แค่นี้แหละ” สั่งเสร็จก็หันหลังเดินต่อไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทิ้งให้อีกคนอึ้งอยู่กับที่ หัวสมองเหมือนโดนคาถาจังงัง หงุดหงิดก็หงุดหงิด อารมณ์เสีย โมโห เป็นใครวะ ถึงจะมาสั่งให้ทำโน่นทำนี่ ปัดโธ่....

ตอนแรกก็กะว่าจะเดินเลี่ยงสนามฟุตบอลไม่ใส่ใจกับคำสั่งบ้าบอของไอ้เด็กเมื่อวานซืนนั่น แต่ทำไปทำมา ตอนนี้เค้าก็แบกถังสีมายืนอยู่ในหอประชุมได้งัย ก็ยังคงงงตัวเองเหมือนกัน

“ขอบคุณนะ” เสียงใสแจ๋วดังขึ้นด้านหลัง หน้าผากเป้นรอยแดงบวมเห้นมาแต่ไกล แต่คนตัวเล็กก็ยังยิ้มสดใสสไตร์เดิม ๆ มาให้

“หน้าผากไปโดนอะไรน่ะ”

“ลูกบอล”

“จอนจินเตะน่ะสิ”

“อืม”

“อ้อนเค้ารึเปล่า แค่ลูกบอล ต้องไปห้องพยาบาลเชียว”

“อ้อนไปนิดหน่อยเอง” เอริคได้แต่ยิ้มมุมปากอย่างนึกสมเพชแต่สีหน้าอีกคนตรงหน้านี่สิ มันช่าง ... กวนโอ๊ยอย่างบอกไม่ถูกทีเดียว

“นี่อย่าบอกนะว่าจะมาแต่งเวที”

“ใช่แล้ว”

“ไหนล่ะ ไม่เห็นมีใคร จะทำคนเดียวเหรอ”

“เปล่า ทำกับนายไง”

“ใครบอกจะช่วย”

“เดี๋ยวนายก็ต้องช่วย จะให้ชั้นทำคนเดียวเหรอ”

“เอ๊ะ! นายนี่ยังงัย อยากให้คนอื่นช่วยทำไมไม่พูดดี ๆ แล้วเพื่อนไม่คบเหรอถึงต้องทำคนเดียวน่ะ”

“ก็บอกพวกนั้นไปว่าจะทำคนเดียวน่ะสิ”

“ห๋า!!! ทำไมล่ะ”

“ขี้เกียจขนเก้าอี้ มันเหนื่อย ไม่อยากไปยืนต้อนรับพรุ่งนี้ด้วย เพราะจะไปดูพี่เฮซองร้องเพลง ไม่อยากเต้นแอโรบิคอ่ะ ชุดมันทุเรศ เรยเหมาจัดเวทีดีกว่า”

“เหมา!!! คนเดียวนี่นะ แล้วมันใช่เรื่องเล่น ๆ มั้ยเนี๊ยะ”

“อย่าบ่นสิ ยิ่งบ่นยิ่งเหนื่อย ทำ ๆ เหอะ เดี๋ยวก็เสร็จ”

“เฮ้อ! กรรมอะไรของชั้นเนี๊ยะ” สรุป เอริคก็ได้แต่ยืนบ่นงึมงำคนเดียว หันไปคว้าแปรงและสีขึ้นมาจัดการกับผนังเวที

“นายนี่เก่งนะ น่าจะอยู่ชมรมวาดรูป ทำไมไปอยู่ชมรมถ่ายภาพล่ะ”

“นี่ จะชมจนเวอร์ไปและ ชั้นแค่เอาแปรงจุ่มสี รู้ได้งัยว่าเก่ง”

“เห็นแค่ท่าก็รู้แล้ว ว่าแต่ยังไม่ตอบเรย นายชอบถ่ายรุปเหรอ” แอนดี้พูดไปพลาง มือก็จับถังสีโน่นนี่มาผสมกันจนมันเลอะไปหมด

“เมื่อก่อนน่ะ เวลาถ่ายภาพเค้าจะใช้กล้องฟิล์มใช่มะ แล้วเวลาล้างรูปเราก็ต้องไปล้างในแล็ป ชั้นชอบตอนเราล้างรูปกับน้ำยา ให้ภาพมันค่อย ๆ ปรากฏออกมาน่ะ มันตื่นเต้นดี อีกอย่างห้องแล็ปก็มืด เหมือนเราได้อยู่กับตัวเองคนเดียว ตอบคำถามจากหัวสมองเรา และก็ปล่อยอารมณ์ฟุ้งซ่านได้ แต่เดี๋ยวนี้กล้องมันเป็นระบบดิจิตอลหมดแล้ว

“แสดงว่านายชอบที่มืด ๆ งั้นสิ เจ๋ง งั้นชั้นพานายไปดูอะไร ตามมาสิ” แอนดี้ลุกขึ้นฉุดมือเอริคลากให้เดินไปด้วยกัน

“ชั้นไปแอบงีบบ่อยๆ มันเป็นห้องแคบ ๆ ไม่มีใครเห็น”

“แอบงีบเหรอ นี่ นายมัวเสียเวลาแล้ววันนี้เวทีจะเสร็จมั้ยนั่น”

“ไม่เป็นไร นายต้องช่วยจนเสร็จอยู่ดีแหละน่า” ทั้งคู่เดินลัดเลาะมาทางด้านหลัง ผ่านห้องน้ำไปยังตึกศิลป์ที่อยู่ใกล้ๆ กัน ข้าง ๆ ตึก มีห้องเก็บสัมภาระห้องเล็ก ๆ แอนดี้ผลักประตูเบา ๆ เข้าไป ห้องนี้เค้าเคยมาบ่อย ๆ แม้มันจะมืด แต่เค้าก็ชินกับมันแล้ว

แต่ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป หลังเฟรมบ้าใบเก่า ๆ กลับไม่ใช่ห้องโล่งซะแล้ว ภาพตรงหน้าที่เห็น ทำเอาแอนดี้อ้าปากค้าง จนอีกคนด้านข้างต้องเอื้อมมือมาปิดปากก่อนที่เสียงร้องเพราะอาการตกใจจะทำให้อีกสองชีวิตที่กำลังรื่นรมย์ในกันและกันอยู่ต้องหยุดชะงัก

เก้าอี้ตัวที่เค้าชอบเอามาวางเท้าตัวเอง บัดนี้มีสองชีวิตกอดก่ายเหมือนจะกลืนเป็นคน ๆ เดียวกัน แม้มันจะมืดนิดหน่อย แต่ก็พอเดาได้ว่าคนที่หันหน้าให้เค้าตอนนี้คือใคร จอนจินนั่งอยู่บนเก้าอี้ โดยมีเฮซองนั่งทับไปบนหน้าตักในท่าหันหน้าเข้าหากัน ทั้งคู่นัวเนียระดมจูบกันอย่างดูดดื่ม โดยไม่ได้สังเกตหรือรับรู้การมาของผู้บุกรุกที่เข้ามาเห็นการกระทำอันวาบหวามนั่น

เอริคดึงมือแอนดี้ให้ออกไปจากห้องเงียบๆ เงียบเหมือนตอนที่เดินเข้ามา หรืออาจจะเงียบยิ่งกว่า เพราะตอนนี้เหมือนว่าแอนดี้ คงช็อคไปแล้ว
...
..
.
“นี่ เป็นอะไร ทำไมนิ่งไปล่ะ” หลังจากกลับมาปักหลักอยู่บนเวทีหอประชุมได้แล้ว อีกคนกลับมีอาการแปลกไป หน้าก็แดง แถมยังนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาอีกด้วย

“ทำไมพี่จินกะพี่เฮซองเค้าทำกันแบบนั้นล่ะ”

“ทำไม นายรู้สึกอกหักงั้นเหรอที่เห็นเฮซองเป็นงั้น เค้าเป็นไอดอลนายนี่”

“เค้าเป็นผู้ชายทั้งคู่นะ”

“ก้แล้วงัยล่ะ นี่มันโรงเรียนชายล้วน มีเรื่องแบบนี้ออกบ่อย นายไม่เคยได้ยินเหรอ”

“ก็เคย แต่คิดว่าเรื่องพี่เค้าสองคนก็แค่ข่าวลือ พี่จินก็นักกีฬาดีเด่นของโรงเรียน แถมหล่ออีกต่างหาก ส่วนพี่เฮซองก็เป็นนักร้องประจำโรงเรียน เค้าก็เท่ส์ไม่เบา แฟนคลับเยอะพอกัน ใครจะคิดล่ะว่าทั้งคู่จะ ..”

“นี่ อย่าบอกนะว่านายไม่เคยจูบ”

“อะไร จะบ้าเหรอ ชั้นยังเด็กอยู่นะ”

“ถามจริง!!! แล้วกับไอ้ประธานนักเรียนน่ะ ไม่ได้คบกันอยู่เหรอ เห็นเอาใจกันน่าดู”

“ถามไรบ้า ๆ พี่ดงวานเค้าเป็นพี่ชายที่แสนดีต่างหาก ไม่พูดแล้ว ทำงานไปเหอะ”

“พูดแค่นี้ ทำไมต้องหน้าแดง ไม่มีไรจริง ๆ น่ะเหรอ” เอริคเห็นอาการของอีกฝ่าย ที่เอาแต่บุ้ยใบ แถมหลบหน้าหลบตาก็พาลนึกขำ

“บ้า นายน่ะบ้า”

“ไม่เคยจูบกับดงวานมันจริง ๆ น่ะ”

แอนดี้ส่ายหน้ารัวเร็ว เหมือนว่าข้อกล่าวหานั่นใหญ่หลวงเกินไปสำหรับเค้า

“แล้วทำมัยชั้นต้องจูบกับพี่ดงวานด้วยล่ะ”

“เชื่อตายล่ะ” เอริคหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ

“นายเห้นว่ามันเป้นเรื่องธรรมดาเหรอ ไม่ยักกะตกใจซักนิดน่ะเอริค”

“อืม ก็ธรรมดาน่ะสิ แปลกตรงไหน”

“ผู้ชายจูบกับผู้ชายเนี๊ยะยังไม่แปลกอีกเหรอ พูดยังกะเคย” แอนดี้ตาโตทีเดียว

“ก็ไม่แปลกน่ะสิ ไม่แปลกซักนิด หรือนายอยากลองดู” เอริควางแปรงลงหันมามองแอนดี้ด้วยสีหน้าท้าทาย ทำเอาอีกคนต้องรีบหลบสายตา

“บ้า วาด ๆ ไปเหอะ เดี๋ยวก็ไม่เสร็จพอดี” แอนดี้สะบัดหัวไล่ความคิดที่มันยุ่งเหยิงของตัวเองออกไป ก่อนหันมาผสมสีที่ตนทำค้างไว้ แต่ดูเหมือนมันจะยิ่งเลอะกันเข้าไปใหญ่ เอริคมองท่าทีเงอะ ๆ เงิ่น ๆ นั่นอยู่สักพัก ก่อนจะจับถังสีที่แอนดี้ทำเลอะไว้ มาผสมเอง

“นายไปหาอะไรให้ชั้นกินหน่อย ค่ำและ หิว เดี๋ยวชั้นทำเองดีกว่า ขืนนายเป็นงี้ ไม่เส็ดพอดี”

“อ่ะ กะได้ ทำดี ๆ ล่ะ รีบ ๆ ด้วย ชั้นอยากกลับบ้านแล้ว” ว่าแล้วพ่อตัวดีก็วิ่งจู๊ดกระโดดลงจากเวทีตัวปลิวไปโน่นเรย เอริคมองอาการแปลก ๆ นั้น ด้วยความสงสัย

“มันเป็นอะไรของมัน”

3 ชั่วโมงผ่านไป เวทีเริ่มมีสีสันขึ้นมาบ้าง จากลายลูกหมีตัวโต 1 ตัวและตัวเล็กอีก 1 ตัวเนื่องจากสีที่แอนดี้ผสมลงไปนั่น มันยากเกินกว่าจะแก้ให้วาดเป็นอย่างอื่น พร้อมข้อความสถาปนาโรงเรียนจากปลายพู่กันของเอริค นี่เค้าก็เก่งไม่หยอกเหมือนกันนะ เอริคยืนชื่นชมฝีมือตัวเองอยู่ซักพัก ก่อนลงมือจุ่มสีโน่นนี่เพื่อระบายพื้นอีกครั้ง ส่วนแอนดี้น่ะ ได้แต่นั่งกินขนม ช่วยล้างแปรง และก็หยิบจับโน่นนี่ก้แค่นั้น

“น่าจะมีกล้วย”

“มันเป็นหมีนะ นายมองมันเป็นลิงยักษ์รึงัยถึงต้องให้วาดกล้วยน่ะ”

“หมีไม่ได้กินกล้วยหรอกเหรอ” ตีหน้าซื่ออีกและ

“ขี้เกียจพูดแล้ว เดี๋ยวลงสีตรงพื้นอีกหน่อยก็โอและ ว่างัย พอใช้ได้มะ”

“อืม ก็พอถูไถไปได้แหละ จะทำไงได้ ทำใหม่ก็ไม่ทันแล้ว” คำพูดคำนี้ ทำเอาอารมณ์เอริคพุ่งปรี๊ดติดเพดานอีกหน

“อ่าว แล้วทำไมไม่ทำเอง ถ้ามันห่วยก็ใช้สีขาวลบแล้วนายทำใหม่เอามั้ย”

“ไม่อ่ะ ดึกแล้ว เดี๋ยวไม่เส็ด แบบนี้ไปก่อนเหอะ” แน่ะ ยังไม่สำนึก

“เมื่อยมั้ย ตรงหญ้าน่ะเดี๋ยวชั้นลงสีเอง นายเก็บของไปก่อนและกัน” แอนดี้วางถุงขนมในมือ หยิบเอาพู่กันมาจุ่มสี โดยหารู้ไม่ว่าสายตาที่ส่องมาทางตนมีอานุภาพประหนึ่งปรมณูทำลายล้าง

“ทาสีตรงหญ้าเนี๊ยะนะ ช่วยได้มากเรยนะ ปัดโธ่” เอริคคิดในใจ

ย่างเข้าสู่ชั่วโมงที่ 4 ทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อย ทั้งภาพบนผนังและอุปกรณ์ต่าง ๆ

“ไปเหอะ เดี๋ยวไปส่งบ้าน”

“นี่ไอ้ตัวเล็ก นายชักจะเอาใหญ่และนะ บ้านชั้นชั้นกลับเองได้ นายแหละน่าห่วง ตัวก็เล็ก อยู่ไหนเดี๋ยวเดินไปส่ง”

“อืม งั้นก็เดินไปพร้อมกัน ถึงไหนต้องแยกก็แยกกันและกันเนอะ “ แล้วแอนดี้ก็สะพายกระเป๋าเดินนำออกไป

ระหว่างทางวันนี้กลับเงียบกว่าปกติ ถ้าไม่ใช่เพราะเสียงฝีเท้าที่เดินลากหนัก ๆ ข้าง ๆ ตัวนี่ เค้าคงคิดว่ากำลังเดินอยู่คนเดียว

“ยังคิดเรื่องนั้นอีกเหรอ”

“เรื่องไร”

“นายก็บอกเฮซองไปสิว่านายชอบเค้า รู้ป่ะว่าตอนนี้ไอ่ซองน่ะ มันคิดว่าชั้นกิ๊กมันไปแล้ว”

“ทำไมล่ะ”

“อ่าว ก็อาหาร ขนม ช้อคโกแลตพิ้งค์สารพัดของนายที่วานชั้นเอาไปให้มันทุกวันนั่นแหละ เอาไปให้ก็ไม่บอกชื่อ แล้วมันจะมีประโยชน์ตรงไหน เสียเวลาเปล่า”

“นายอิจฉาพี่เฮซองเหรอ”

“เฮ้อ! นายนี่ ท่าจะเพี้ยน ชั้นเปล่าบอกว่าอิจฉาซะหน่อย นี่นานและนะที่นายใช้ชั้นเป็นเครื่องมือชั้นไม่เรียกค่าแรงก็บุญแค่ไหนแล้ว”

“แต่พี่เฮซองก็มีแฟนแล้วนิ”

“ทำไม นายจะยอมแพ้แล้วเหรอ”

“เปล่า ดู ๆ ไปเค้าก็เหมาะกันดี” แอนดี้นิ่งเงียบอีกแล้ว สีหน้าแดงจัดขึ้นอีก เมื่อนึกถึงฉากสวีทในห้องเก็บของนั่น

“นายหน้าแดงอีกแล้ว ทำไม??? นึกถึงเรื่องนั้นอีกล่ะซิ”

“ใครบอก มันแดงเองต่างหากเล่า นายน่ะมั่ว”

“อยากจูบแบบนั้นบ้างมะ”

“จูบ??? กับใคร นายน่ะเหรอ”

“อืม จะสอนให้เป็นวิทยาทาน เผื่อนายจะได้สู้กับจอนจินมันได้”

“ไม่เอาหรอก เชอะ” ว่าแล้วแอนดี้ก็สะบัดกระเป๋าไปกระแทกร่างเอริค ก่อนทำหน้ากวนโอ้ยให้ด้วย



แล้วระหว่างทางก็มีบทสนทนากันไปตลอดทาง พูดในเรื่องเดียวกันบ้าง คนละเรื่องกันบ้างก็ว่ากันไป จนกระทั่ง

“อ่ะ ถึงบ้านและ แล้วนี่บ้านนายอยู่ไหน ทำมัยเดินตามชั้นมา”

“ลืม คุยเพลินไปหน่อย”

“ดึกแล้ว มันอันตรายนะให้ไปส่งมั้ย”

“ไม่ต้องหรอก ขืนส่งกันไปส่งกันมาไม่ต้องนอนกันพอดี เข้าบ้านเหอะ เดี๋ยวคนในบ้านเป็นห่วง”

“นี่ ไอ่ตัวเล็ก ชั้นน่ะโตกว่านายนะ”

“ไปและ แล้วเจอกัน บาย”

เอริคส่ายหน้านิด ๆ ยืนมองคนที่โบกมือให้แล้วหันหลังกระโดดโลดเต้นเดินไปตามทางที่มืดมิดนั่นจนลับตา


ตื๊ด ๆ ๆ ๆ ๆ ...
เสียงข้อความจากโทรศัพท์มือถือเค้าดัง

“ขอบใจที่ช่วยวันนี้นะ ลูกหมีนายหน้าตาประหลาดดี อิอิ” แอนดี้---

“ไอ่บ้า แอนดี้”


.................................


วันนี้ผู้คนภายในโรงเรียนค่อนข้างพรุกพร่านกว่าทุกวัน เนื่องจากมีทั้งผู้ปกครอง และนักเรียนต่างโรงเรียนมากมาย

เอริคเดินไปหย่อนตัวลงนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ วันนี้เค้ารู้สึกแปลก ๆ เหมือนชีวิตขาดอะไรไปซักอย่าง ว่าแล้วด้วยความเบื่อ ๆ ก็หยิบเอ็มพีขึ้นมายัดใส่หู หยิบการ์ตูนมาอ่าน และเข้าสู่โหมดโลกส่วนตัวอีกครั้ง

“ไอ่ริค” เพื่อนร่างเล็กเดินเข้ามาทักทาย

“มีไรเหรอ”

“ไปถ่ายรูปให้หน่อย วงไอ่ซองมันขาดมือคีย์บอร์ด จะไปช่วยมัน”

“ถ่ายรูปเหรอ”

“เออ ก็นายอยู่ชมรมถ่ายรูปนี่ ในฐานะหัวหน้าชมรม นี่คือคำสั่ง”

“เดี๋ยว ๆ ไอ่มิน แต่ชั้นขี้เกียจเข้าหอประชุมนะ คนมันเยอะ”

“เหอะ ฝากหน่อย ถ้าชั้นว่างชั้นคงไม่มาขอร้องนายหรอก แล้วเพื่อนคนอื่นก็ไม่ว่างด้วยสิ นะ ช่วยหน่อย”

ว่าแล้วก็ส่งยิ้มตาหยีมาให้ ยักคิ้วทีนึงและเดินไปเลย

“เฮ้อ!” เมื่อโลกส่วนตัวถูกทำลายลง เอริคก็ลุกขึ้นเก็บสัมภาระใส่กระเป๋ามุ่งหน้าสู่หอประชุมที่มีการแสดงและวงดนตรีของโรงเรียน ส่วนนั้นคือส่วนที่เค้าไม่ต้องการเฉียดไปที่สุด แต่ทำงัยได้ โดนบังคับซะแล้ว

เมื่อมาถึงบริเวณหอประชุม ดวงตาคู่คมหยุดชะงัก ยืนจ้องเวทีนิ่งอยู่นาน ภาพผนังด้านหลังนั้นวันนี้มันดูสวยดีกว่าเมื่อคืนแฮะ น่าแปลก หมีสองตัว ท่าทางสดใส ที่นั่งบนชิงช้ากับพื้นหญ้าเขียวชอุ่ม ทำให้เค้าเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่า วันนี้ชีวิตเค้าขาดอะไรไป ไอ่ตัวป่วนนั่นเอง เอริคล้วงเอามือถือเครื่องบางในกระเป๋ากางเกงตัวเองขึ้นมา กดส่งข้อความยึกยักอยู่นานสองนาน สีหน้าเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม

- ทำอะไรอยู่ เฮซองจะร้องเพลงแล้ว –
---เอริค---

ตื๊ดดดดดดดดดดด ----
- ไม่สบาย ไปไม่ไหว –
---แอนดี้---

- อ่าว ป่วยเหรอ งั้นเดี๋ยวถ่ายรูปเฮซองไปฝาก –
---เอริค---

ตื๊ดดดดดดดดดดด ----
- เปลี่ยนเป็นคิมบับได้มะ หิวมาก ขอบใจ ^^ –
---แอนดี้---

- ไม่ว่างนะ –
---เอริค---

ตื๊ดดดดดดดดดดด ----
- หิวจะตายแล้วนะ –
---แอนดี้---

เอริคส่ายหน้ากับประโยคนั้นอยู่ซักพัก ก่อนจะเลิกสนใจ เก็บมือถือไว้ในกระเป๋าเหมือนเดิม และยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ

วันนี้ดูจะเป็นวันที่สดใสน่าดู ไม่ต้องมีการเรียนการสอน .. แต่เพียงแค่มือยกกล้องขึ้นมา ส่องลำกล้องไปยังบุคคลที่ยืนร้องเพลงอยู่กลางเวที เบื้องหลังคือลูกหมี 2 ตัว หัวสมองกลับคิดไปถึงใครอีกคน ที่ป่านนี้คงนอนจับไข้เพียงลำพังอยู่ที่บ้าน ใจนึกอยากเลิกสนใจ แต่อีกใจมันกลับว้าวุ่นอย่างบอกไม่ถูกซะงั้น


“ดงวาน”

“หืม มีอะไร”

“นายไม่มีอะไรต้องจัดการบนเวทีแล้วใช่มั้ย”

“ก็คอยดูแลกำหนดการพวกรายการบนเวทีน่ะ”

“งั้นถ่ายรูปให้แป๊บ เดี๋ยวมา”

“ทำไมวะ ไม่ใช่หน้าที่ชั้นซะหน่อย”

“ออกไปซื้อของแป๊บเดียว เดี๋ยวมาน่า” เอริคยื่นกล้องไปตรงหน้าเพื่อน ทำหน้าออดอ้อนนิดหน่อย แค่นี้ดงวานก็ใจอ่อน ยื่นมือมาหยิบกล้องอย่างเสียไม่ได้

“รีบ ๆ ล่ะ ชั้นไม่ว่างนักหรอก”

“เออ ขอบใจ เดี๋ยวจะบอกแอนดี้ให้ ว่านายน่ะ หล่อและใจดี”

“เหรอ ๆ เออ ๆ งั้นไปนาน ๆ ก็ได้ ชั้นยินดีช่วย” ดงวานยิ้มหวานอย่างใจดีมาให้ทันที

เอริคเดินหิ้วคิมบับเข้ามายังห้องเรียนเพื่อหยิบกระเป๋าของตัวเอง ยังไม่ทันจะเดินออกจากห้อง ใครบางคนก็ทักขึ้น

“คิมบับของชั้นรึเปล่า”

“เปล่านี่”

“หิวชะมัด ไม่ใช่ของชั้นหรอกเหรอ”

“ขนมแฟนคลับนายก็ตรึมนี่ ทำไมไม่กินล่ะ”

“ก็ของที่นายเอามาฝากทุกทีมันอร่อยนี่น่า ก็เลยแค่ถามดู ไม่ใช่ของชั้นก็แล้วไปสิ”

“บนเวทีเสร็จแล้วเหรอ”

“อืม!” เฮซองตอบพร้อมนั่งลงที่โต๊ะ หยิบสมุดขึ้นมาพัดลมให้ตัวเองคลายร้อน
เอริคที่กำลังจะเดินออกไปยังเวทีอีกหน หันมามองหน้าคนที่นั่งข้าง ๆ ตัวเองทุกวัน ด้วยความคิดอันหนึ่งที่ผุดจากหัวเมื่อครู่สด ๆ ร้อน ๆ

“เฮซอง ชั้นขอให้นายช่วยอะไรหน่อยสิ”

“อะไรเหรอ” ...


---------------



เช้าอีกวัน แอนดี้เดินหน้าหงอย ๆ เข้ามาภายในบริเวณโรงเรียน สายตาเค้าเหลือบไปเห็นแผ่นหลังกว้างคุ้น ๆ ของใครบางคน รอยยิ้มบนหน้าก็ปรากฏขึ้นทันที


“แอนดี้!!!!!!!!!! ” ยังไม่ทันที่เท้าจะก้าวไปหาใครคนนั้น ใครบางคนกลับเรียกเค้าไว้ซะก่อน

“เอ่อ! พี่เฮซอง หวัดดีครับ”

“อืม! ข่าวว่าป่วยเหรอ เป็นงัย หายแล้วเหรอ”

“ฮะ หายแล้ว พี่รู้ได้งัยอ่ะ”

“มีคนบอกน่ะ แล้วงี้เมื่อวานนายก็อดมาดูชั้นร้องเพลงน่ะสิ”

“เอ่อ ฮะ แต่ไม่เป็นไรหรอก ผมไปดูพี่ซ้อมบ่อย ๆ”

“อืม! งานประกวดดนตรีสิ้นเดือนหน้าชั้นก็จะขึ้นเล่นด้วยนะ คราวนี้นายอย่าลืมไปดูแล้วกัน”

“ออ! ฮะ” แอนดี้พูดยิ้ม ๆ ระคนเขินอายไปด้วย ก็ใครจะคิดว่ารุ่นพี่ที่โด่งดังจะมาทักตัวเองด้วยความสนิทสนมแบบนี้

“ออ เมื่อวานน่ะ เอริคมันฝากคิมบับกับชั้นเอาไปให้นาย แต่พอดีชั้นติดธุระ ไว้ชั้นใช้คืนให้ทีหลังนะ”

“ห๋า! เอริคน่ะเหรอฮะ”

“อืม! เอริค ออ อีกอย่าง ขอบคุณมาก สำหรับอาหารและขนมที่ฝากมา ชั้นก็เดาอยู่นานว่าเป็นใคร ทำไมไม่บอกล่ะว่าเป็นนาย”

“เอ่อ .. คือ ... เอ่อออ.. คือว่า”

“ไม่เป็นไรหรอก ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบ ชั้นก็นึกเอาว่าเอริคมันแอบปิ้งชั้นซะอีก รู้มั้ย อาหารนายทุกกล่อง อร่อยมาก ช็อคโกแลตก็อร่อย ขอบใจมากนะ”

“เอ่อ .. ฮะ” แววตาเป้นประกายของคนตรงหน้าบวกด้วยรอยยิ้มหวาน ๆ นั่น ไม่แปลกเลยหากว่าเค้าจะทำให้สาว ๆ กรี๊ดสลบไปต่อหน้าต่อตาได้ ไม่ใช่แค่สาว ๆ สินะ ข้อนี้ จอนจินก็พิสูจน์ให้เห็นอยู่แล้ว

“ไปและ ไว้ค่อยคุยกัน บาย” เฮซองหมุนตัวเดินไป หันมาโบกมือและส่งยิ้มให้แอนดี้อีกครั้ง...



………..



“เอริค” เสียงคุ้นหูเสียงนี้ทำให้เอริคต้องลดหนังสือการ์ตูนในมือลง เงยหน้ามองอีกคนที่บัดนี้ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเป็นปมจนยุ่งไปหมด

“หายแล้วเหรอ สงสัยได้ยาดีล่ะซิ”

“ทำไมเมื่อวานไม่ไปหา”

“ชั้นไม่ไปแต่ชั้นก็ส่งคนที่จะทำให้นายหายได้ในพริบตาไปแล้วนิ ไม่ดีเหรอ”

“ทำไมต้องบอกพี่เฮซองด้วย บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าพูด”

“อ่าว ก็อยากช่วยนี่ ความรักนายจะได้สมหวังซะที”

“นายน่ะมันยุ่ง”

“เอ๊ะ” เอริคเห็นอาการที่ครุกรุ่นของคนตรงหน้าก็พาลงง

“ไม่ได้ใช้ซักนิด แล้วทำแบบนั้นทำไม”

“ก็บอกแล้วว่าอยากช่วย ไม่ดีอีกเหรอ คราวนี้เฮซองมันจะได้รู้ว่านายรู้สึกยังงัย เห็นมะวานมันก็ดีใจนี่ที่รู้ว่าเป็นนาย”

“ก็แล้วทำไมต้องทำแบบนั้นเล่า”

“ทำไมน่ะเหรอ ก็ต่อไปนายจะได้เลิกใช้ชั้นให้เอาข้าวกล่องกะขนมไปให้มันน่ะสิ นายจะได้ให้เค้าเองกับมือ”

“ทำไม ที่ฝากไปทุกวันน่ะ รำคาญงั้นเหรอ ”

“ใช่ รำคาญ เบื่อ นายน่ะเป็นตัววุ่นวายรู้มั้ย ชั้นไม่อยากเป็นเครื่องมือให้นายใช้ชั้นเพื่อเข้าหาเฮซองอีกต่อไปแล้ว รู้ไว้ด้วย” เอริคยืนขึ้นทำเสียงดังบ้าง ทำเอาอีกคนสะดุ้งไปเล็กน้อย ดวงตาเริ่มเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นโกรธจัดแทน

“เชอะ รำคาญก็ดี” แอนดี้เขวี้ยงกระเป๋าเป้ในมือใส่หน้าเอริคอย่างแรง แต่โชคยังดีที่เค้าหลบได้ทัน

“ต่อไปจะไม่ใช้อีกแล้ว ขอโทษที่วุ่นวาย ขอโทษที่ทำให้รำคาญ” ว่าแล้วคนตัวเล็กก็หมุนตัววิ่งออกไปจากตรงนั้น ปล่อยให้อีกคนยืนงุนงง สงสัย และสับสนอยู่ที่เดิม ทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนมองร่าง ๆ นั้นวิ่งหายลับตาไป

“มันจะบ้ารึเปล่า คนอยากช่วย ไม่ขอบคุณแล้วยังจะมาว่าอีก” เอริคส่ายหัวนิด ๆ ก้มลงหยิบกระเป๋าที่ตกพื้นลูกนั้นขึ้นมา พิจารณาช้า ๆ ในหัวใจเค้าเริ่มแปลก ๆ ที่ดวงตาแดง ๆ แฝงความปวดร้าวของอีกคน กับเรื่องแค่นี้ ทำไมต้องโมโหรุนแรงขนาดนั้นด้วย

แล้ววันนั้นทั้งวัน กระเป๋าเป้ใบใหญ่ก็ติดอยู่กับตัวเอริค เพราะเจ้าของได้หายตัวไป อย่างไร้ร่องรอย


.......................

คืนนี้ทั้งคืน ที่เอริคพยายามส่งข้อความและโทรเข้าหาเบอร์ของแอนดี้ แต่ปลายสายกลับเงียบเสียง เค้าคิดเอาว่าแอนดี้คงโกรธ เมื่อความพยายามเริ่มหมด เค้าก็คิดกับตัวเองเหมือนกันว่าจะมัวมานั่นกดโทรศัพท์อยู่ทำไม มันช่างไร้สาระสิ้นดี ว่าแล้วก้โยนโทรศัพท์ลงไปบนเตียง ก่อนกลิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่ม ..

เอริคนอนพลิกไปพลิกมานานพอดู ไม่แน่ใจตัวเองว่าอะไรที่คอยมาวนเวียนในหัวรบกวนเวลาหลับของเค้าอยู่ตอนนี้ สายตาคมเหลือบมองไปเห็นเป้เล็ก ๆ ที่วางอยู่บนโต๊ะหนังสือ เค้าชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะลุกไปหยิบมาวางไว้บนตักตัวเอง

“วัน ๆ นายเรียนอะไรบ้างเนี๊ยะ กระเป๋าเบาเชียว” เค้าเปิดซิปกระเป๋าออกช้า ๆ มือสั่น ๆ เหมือนคนกำลังตื่นเต้นกับอะไรซักอย่าง

“กรรม! อะไรกันเนี๊ยะ เป้นาย” เอริครื้อของในเป้ออกมากอง ตรงหน้า ในกระเป๋าแอนดี้ไม่มีเครื่องเขียนหรือตำราซักเล่ม มีแต่ถุงยา ยาและก็ยา เครื่องPSP และไดอะรี่!!!!!!”

“ไดอะรี่!!! หมอนั่นเขียนไดอะรี่ด้วยงั้นเหรอ ฮึ ๆ ”

เค้าบรรจงเปิดหน้ากระดาษแต่ละหน้าออกอย่างตื่นเต้น ยิ้มบาง ๆ ที่ปรากฏบนหน้า ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่ามันเกิดขึ้นเพราะอะไร





…พฤษภาคม 2550 ..

ผมรบเร้าให้แม่ซื้อเจ้าไดอะรี่อันนี้มาจากร้านค้าในโรงพยาบาล แม่บอกว่ามันมีแต่สีส้ม แต่โอเคแหละ มันก้สวยดี เพราะสิ่งสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่ปกหรือสีของไดอะรี่ แต่มันอยู่ที่ความรู้สึกของผมคนนี้มากกว่า...
…ผมเจอใครบางคนเข้า ... แม่ของเค้าอยู่ห้องถัดจากผม ... เค้าดูอบอุ่นมาก

แล้วทำไมผมต้องประหม่าเวลาที่เจอเค้าด้วย ....

ผมบอกใครไม่ได้ ผมเลยเขียนลงในนี้แทน ... สบายใจจัง ...^^

……….
มิถุนายน 2550

...พี่เค้ามาอีกแล้ว คราวนี้ใส่ชุดนักเรียน เท่ส์มาก ๆ เค้าเดินผ่านผมไปด้วยสีหน้าเฉยชา .. แน่ล่ะ ก้เราไม่รู้จักกันน่ะสิ ผมต้องทำไงถึงจะได้รู้จักกับเค้านะ ...

ทรมาณจัง วันนี้ต้องตรวจอีกแล้ว ...

………..

ถึงตอนนี้สีหน้าที่เคยอมยิ้ม กลับเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดออกจากหน้าผาก อากาศรอบตัวเริ่มอบอ้าวเหลือเกินสำหรับเอริคตอนนี้

หน้าถัดมา เป็นเดือน กรกฎาคม

“ทำไมต้องเขียนไดเดือนละครั้งนะ...”


กรกฎาคม 2550
... วันนี้เค้าใส่ชุดนักเรียนมาอีกแล้ว เวลาเค้าใส่แว่นตา เค้าจะดูนิ่งๆ แต่กับน้องบอนไซเตียงข้าง ๆ แม่เค้า เค้ากลับยิ้มอ่อนโยนให้ทุกครั้ง ... ผมอยากเป็นน้องบอนไซชะมัด ...

.... ผมพูดจริง ๆ นะ

จะได้ออกจากพยาบาลแล้ว ดีใจจัง … แม้แม่จะไม่พูดอะไร แต่ผมก็รู้สึกถึงอาการของตัวเองดีล่ะ ...

……..

โรงพยาบาลงั้นเหรอ ...

1 เดือน เขียนได 1 หน้า ..


ก็เพราะว่าเค้า ต้องพาแม่ไปตรวจร่างกายทุกเดือน และวันที่แอนดี้เขียนได ก็คือวันที่แอนดี้ได้เจอกับเค้าที่โรงพยาบาลนั่นเอง ..

ทำไมล่ะแอนดี้ นายเป็นอะไร นายสดใสตลอดเวลา หัวเราะร่าเริง กวนอารมณ์ชั้นได้เสมอ แล้วทำไมนายถึงป่วย


และทำไม ......... ชั้นถึงไม่รู้









เห็นคนอื่นแต่งช็อทฟิกกัน อยากลองมั่ง แต่ไม่รู้มันจะทำได้ดีมั้ย เพราะรู้สึกว่าไม่ถนัดเลย เรื่องนี้เป้นพาร์ทของริคดี้ 2 ตอนจบนะฮะ หลังจากนั้นก็จะเป็นจินซอง และอูด้ง ...

แหะ ๆ แต่ยังไม่รู้พาร์ทนี้จะรอดหรือเปล่า


Create Date : 03 ธันวาคม 2551
Last Update : 29 ธันวาคม 2551 0:05:28 น. 26 comments
Counter : 1516 Pageviews.

 
เขียนได้น่ารักจังเลยค่ะ


โดย: pataramin วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:23:38:11 น.  

 
อ้ากกกก น้องพุด ชอบเลยชอบเลย
น้องแอนมันกวนได้อีก น่ารักน่าชังน่าเอามาเป็นของส่วนตัวจริงๆ เลย ^^
รอให้แอนเป็นคนแบบนี้มานานแล้ว
เอริคฮยองก็ปากร้ายใจดี โอยยย น่ารัก
ให้ความรู้สึกว่าสองคนนี้มี something กันดีอ่ะ ไม่หวือหวาแต่แอบอบอุ่น
จะมีแค่สองพาร์ทจริงๆ เหรออ แงแง


โดย: andybe IP: 58.9.190.133 วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:1:15:05 น.  

 
มาทันอ่านฟิคน้องพุดเป็นคนต้นๆ เย้ๆๆ

นุ้งดี้มะสบายเหรอ ฮือๆๆ อย่าจบเศร้านะจ๊ะ คนอ่านกลัววว.. ว่าแต่เพ่ป๋า จะเข้าทำนอง ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลยแน่ๆ นุ้งดี้มาแง้วๆๆ ยังมะรู้อีก (คนอ่านเดาปายเรื่อย เหอๆๆ)

เด๋วมารออ่านตอนจบนะจ๊ะ (ว่าแต่เด๋วจะีมีตอนของแม่นกและลูกนกอีกแล้วว คนอ่านชอบจัง อิอิือิ)


โดย: kayzila IP: 124.120.150.236 วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:23:07:31 น.  

 
เย้...พี่พุดแต่งฟิคเรื่องใหม่แล้ว

ดี้คงไม่กล้าเปิดเผยความในใจ ก็เลยต้องใช้วิธีฝากของไปให้ซอง ส่วนป๋าปากบ่นว่ารำคาญแต่ก็ทำให้ทุกครั้ง...น่ารักจังค่ะ

แต่จากที่อ่านเหมือนดี้จะเป็นโรคร้ายแรง....โอ้...ไม่อยากให้จบเศร้านะคะ

ส่วนจินกับซองเปิดตัวได้ร้อนอรงมากเลยค่ะ

จะรอพาร์ทของประธานนักเรียนกับพ่อหัวหน้าชมรมด้วย

ขอบคุณพี่พุดมากค่ะ


โดย: carina_jeab IP: 61.90.79.33 วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:23:27:07 น.  

 
มาช้าไปหน่อยนะค่ะหนูเนี่ย.... อิอิ


พี่ข๋ามันไปแปลกเลย สนุกออก หนูชอบมากๆๆๆๆๆ ชอบดี้นะค่ะเปลี่ยนคาแร็คเตอร์ ป๋าก็แอบเปลี่ยนแนว แต่จินซองนี่โอ๊ะๆๆ... มีชะงักงั้นไปสองสามนาที ฮาฮาฮาๆๆๆ แต่แค่นึกป๋าใส่แว่นก็แอบขำและคะ แอบชำเลืองไปเห็นรูป ... (แฟนป๋าอย่าฆ่าหนูนะค่ะ อิอิ) ฮาฮาฮาๆๆๆ ไม่ไหวแล้วค่ะ ชอบมากๆๆ รออ่านต่อไปเรื่อยๆนะค่ะพี่พุดข๋า เป็นกำลังใจให้ตลอดเลยยย อิอิ


p'พุดดิ้ง Fighting!!!


โดย: praery_za IP: 58.10.170.216 วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:23:45:31 น.  

 
ก้าวเดียว ~~แล้วมะไหร่จะถึงอ่ะ เหอๆ

จอนจินนั่งอยู่บนเก้าอี้ โดยมีเฮซองนั่งทับไปบนหน้าตักในท่าหันหน้าเข้าหากัน ทั้งคู่นัวเนียระดมจูบกันอย่างดูดดื่ม// เอิ๊กกกกกก 2 หนุ่มตัวเอกเค้าใสๆแบ๊วๆกัน แต่ 2 คนนี้จิ เหอๆๆ ขนาดมิใช่ตอนตัวเองยังตามมาลากกันในห้องเก็บของอีกเหรอเนี่ย แล้วถ้าเปนตอนของตัวเองจะเปนไงอ่ะ??

ตอนแรกนึกว่าดี้จะแอบมีใจให้ซองซะอีก แต่พฤติกรรมลูกอิช่างใช้นี่มันก็ชวนสงสัยอยู่ ถ้าคนมิได้คิดไรคงไม่ตอแยอยู่ทุกวี่วันชิมิ

แค่ริคไปบอกซองว่าดี้ชอบ ทำไมดี้ต้องโกรธด้วยน๊า หรือจะเปนแผนที่จะเหวี่ยงเป้ฝากไว้กะริคเพื่อริคจะได้แอบอ่านไดอารี่ที่ซ่อนความนัยไว้หว่า เย้ย ดี้นะไม่ใช่แกที่จะคิดได้แบบนี้อ่ะ

ดี้น้อยเปนไรไปอ่ะ คนแต่งอย่าใจร้ายน๊า เปนโรคไรก็ได้แต่ต้องรักษาและเยียวยาให้หายด้วย มิอยากเสียน้ำตาอ่ะ

โดยรวมๆแล้วเนื้อเรื่องน่ารักดีอ่ะ ไม่ได้รวบรัดตัดตอนหรือเยิ่นเย้อจนเกิน เขียนมาให้อ่านบ่อยๆเด๋วก็กลายเปนผู้เชี่ยวเองแหละ เหอๆ


โดย: Tom & Jinny วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:17:50:13 น.  

 
เข้ามาด้วยความคิดถึง ในที่สุด ขอกรี๊ดที กรี๊ดดดดดดด~~~~
ดีใจจังเข้ามาเจอฟิกเรื่องใหม่ของพี่พุด แม้จะเป็น short fic ก็เถอะ
แต่ก็อาจจะเป็นฟิกเรียกน้ำย่อยก่อนเขียนเรื่องยาวรึป่าวน้า อิอิ

โอ้ นิยายรักวัยเรียนย้อยเวลากลับไปตอนเฮียๆ ยังละอ่อน (ตอนนี้ก็ยังอ่อน55+++)
แหมแค่เริ่มเรื่องจินซองยังคงร้อนแรงไม่เปลี่ยน แก่แดดดดดด จิงๆน้า คึคึๆๆๆ

กล่าวถึงพี่เอ เห็นพี่เอทำขรึมใส่แว่นแล้วดูเจี๊ยมเจี้ยมมากเลย หน้าแปลกๆ555+++
และยังไม่รู้ใจตัวเองเช่นเคย ส่วนน้องแอนนี่สิ อยู่ในโหมดน่าสงสาร
ป่วยเป็นไรไม่รู้ แต่ก็ยังน่ารักร่าเริงเหมือนเคย

เอ่อ คู่ละ 2 ตอนเองเหรอค้าพี่พุด (ได้คืบจะเอาศอกอีกแระ อิอิ) เป็นกำลังใจให้เหมือนเคยนะค้า ขอบคุณมากนะค้าที่เขียนเรื่องใหม่ให้เราตามอ่านอีกแล้ว


โดย: โบ_andyholic IP: 115.67.231.226 วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:21:20:21 น.  

 
กี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ฟิคใหม่พี่พุด น่ารักอ่า...

พี่ป๋านะพี่ป๋า เหนบ่นตลอดแต่ก้อยอมให้นุ้งดี้ใช้จิง แถมมีแอบค่อนแคะเรื่องพี่ซาร่ากะลุงอีก รึว่าจะหึงหว่า...
ว่าแต่คู่จินซองทำไมโผล่มาลากกันได้หละเนี่ย
ไม่ใช่แต่ดี้นะที่เหนแล้วเขิน คนอ่านเองก้อเขินเหมือนกันนะเนี่ย 555


เปนกำลังใจให้พี่พุดแต่งต่อนะคะ สู้ๆ น้า~ ^ ^


โดย: Bowiie IP: 58.64.81.208 วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:21:34:37 น.  

 
อ้า...พี่พุด...มันสั้นไป55+

อย่าพึ่งรีบจบนะ

ดี้กำลังน่ารัก

หวังว่าดี้คงไม่ตายนะ T-T


โดย: wizze IP: 124.120.100.68 วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:22:00:43 น.  

 
ดี้น้อยของช้านไร้เดียงสาเหลือเกิน

เจอฉากเลิฟซีน y หน่อยเดียวหน้าแดงซะล่ะ (ว่าแต่ดี้ คนเม้นท์เองก็จิ้นตาม หน้าแดงเหมือนกัน..เหอๆๆ แต่ชอบ)

ดี้อย่าเป็นรัยนะ เดี๋ยวให้พุดส่งริคไปช่วยเยียวยารักษาทั้งกายและใจ

เป็นกำลังใจให้พุดดิ้งคนเก่ง




โดย: piyawan IP: 118.172.247.149 วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:22:02:05 น.  

 
อ๊ายยยยยยยย

ฟิคพี่พุดเรื่องใหม่มาแร้ววววว ริคดี้น่ารักดี

แต่ฉากในห้องมืดทำเอาใจสั่นหวั่นไหวตามนุ้งดี้ไปเลย

ป๋าแหลมของเรามาลุคใหม่ ใส่แว่นไม่สนใจโลก โอ้ววววววน่ารักไปอีกแบบแต่นุ้งดี้ก็ยังสดใสน่ารักมุ้งมิ้งเหมือนเดิม

แต่จะรอคอยอ่านตอนจินซองนะค่ะ


โดย: เบสท์ IP: 124.122.148.211 วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:22:16:56 น.  

 
เย้ๆ เรื่องใหม่มาแล้ว…หวังว่าดี้คงไม่เป็นไรมากนะคะ เอาใจช่วยทั้งน้องดี้ ทั้งพี่พุดค่ะ fighting

ปล.ฉากในห้องมืดนี่ ขโมยซีนมากๆ เลยอ่ะ มาแค่ไม่กี่บรรทัด แต่สามารถสะกดสายตาให้อ่านวนอยู่ 3 รอบได้ ^^


โดย: KoYoJunG IP: 202.28.12.48 วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:22:50:58 น.  

 
จอนจินนั่งอยู่บนเก้าอี้ โดยมีเฮซองนั่งทับไปบนหน้าตักในท่าหันหน้าเข้าหากัน ทั้งคู่นัวเนียระดมจูบกันอย่างดูดดื่ม // ขอต่ออีกหน่อยมะได้เหรอ... ยังจิ้นไม่ชัดอ่ะ....เหอๆๆๆๆๆๆ

ป๋ากับน้องดี้น่ารักดีอ่ะ ป๋ารู้สึกจะยอมน้องดี้ทุกอย่างเลยน่ะ เห็นทุกเรื่องมีแต่ป๋าคอยแกล้งน้องดี้ เรื่องนี้มาแหวกแนว น้องดี้แกล้งป๋า ....หรือว่า 2 คนนี้ สลับบุคลิกภาพกัน แบบว่า..... สลับร่างสร้างรัก......... (รอฉากแบบแม่นกกับลูกนกอยู่น๊า...อิอิ)

เนื้อเรื่องกระชับดี 2 ตอนจบ ก็ดีน่ะ ตอนหน้าก็จบแล้ว ไม่ต้องรอคอยนานนน....

เป็นกำลังใจให้น้องพุดจ๊ะ สู้ สู้


โดย: Pekkiokung IP: 58.8.220.148 วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:7:50:42 น.  

 
ดีใจจังเลยค่ะ พอดีเข้ามาเมียงมองบล็อกของพี่พุดเลยเจอ shot fic โดยบังเอิญ เรื่องนี้ให้ฟีลเหมือนนักเรียนมัธยมมากๆเลยค่ะ ไม่เคยเห็นป๋าโมเม้นท์ยอมให้ดี้บ่อยๆด้วย สนุกดีค่ะ พี่พุดมาอัพต่อไวไวนะคะ สู้ๆๆค่ะ


ปล.กรี๊ด ดีใจลุงได้เป็นประธานนักเรียน
(นึกว่าจะได้เป็นภารโรงซะอีก อิอิ ง๊ากกกกกก .....ล้อเล่นนะลุง รักหรอกค่ะถึงกล้า ฮี่ๆๆๆ)

ปล.อีกที ดี้เป็นโรคอะไรอ่ะ อย่าบอกนะว่าตัวเอง "ใจร้าววววววววววว"


โดย: keiropi IP: 125.26.132.210 วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:12:49:14 น.  

 
งาบ งาบ มาดอดดู โชคดีจัง พี่พุดแต่งฟิกให้อ่านต่ออีกแล้วอ่ะ ดี้น่ารักอ่ะ น่ารักมาก ๆ เลย ขอสัก สามตอนได้เปล่าพี่พุด


โดย: ket_dd IP: 58.8.117.20 วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:22:29:43 น.  

 
ว้าย มีต่ออีกเรื่องแล้วหรือค่ะ ดีจังเลย พี่พุดสู้ๆ
ริคดี้จงเจริญๆๆๆๆๆๆๆ


โดย: เอ๊ะ IP: 210.213.18.166 วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:17:25:17 น.  

 
พี่พุดดี้ เอาอีก เอาอีก
ชอบ ชอบ


โดย: หลังเขา IP: 222.123.126.237 วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:17:42:01 น.  

 
พี่พุด น่ารักได้อีกอ่า มีภาพป๋าใส่แว่นประกอบด้วย อิอิ รออยู่นะคะ อิอิ พูดถึงป๋าแล้วคิดถึงป๋า


โดย: นู๋จัน IP: 58.9.44.23 วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:19:07:17 น.  

 
เพิ่งเข้าดงวันนี้ เห็นข่าวประกาศเรื่องพุดดิ้งแต่งชอทฟิก รีบเข้ามาเลยนะเนี่ย ดงไว้ทีหลังเลย

นิยายรักใส ๆ วัยมัธยม น่ารักดี แต่แอบมีเรท ฉ อยู่คู่นึงนะเนี่ย

เดี๋ยวมาตามต่อจ้า สู้ ๆ


โดย: พี่อันค่า IP: 115.67.105.93 วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:23:07:26 น.  

 
ห่างหายไปนาน แว่บเข้ามาอีกทีมีฟิคผุดมาอีกเรื่องแระเหรอ

ฮี่ ๆ อู้มาแอบอ่านฟิคพุดดี้ดีก่า...แม้จะบอกว่า shot fic...

แต่ยังไงก็น่ารักอยู่ดีอ่ะ อิคู่แม่ลูกนี่มันขโมยซีนเค้าสุด ๆ เรย...พุดดี้เพิ่มค่าตัวให้คนล่ะทะไหร่อ่ะ

ยังคงรักษาความเป็นฟิคคุณภาพเหมือนเดิมเลยนะ....น้องพุดดี้ fighting!!



โดย: ekada IP: 203.146.146.130 วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:9:54:20 น.  

 


โอ้วววววว ฟิคตอนใหม่เพิ่งได้มาอ่าน

ฮือๆ

ชอบฉากในห้องมืดสามวิ

อ๊าก เร่าร้อนจริงๆ






โดย: double J IP: 222.123.192.3 วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:13:03:46 น.  

 
มาปูเสื่อรอตอนจบนะค้า!

ปล. ภาคใต้ฝนตกชุก น้องพุดรักษาสุขภาพด้วยนะคะ ระวังเป็นหวัดนะจ๊ะ แฟนฟิคเป็นห่วงจ้า ^^


โดย: kayzila IP: 124.120.149.60 วันที่: 11 ธันวาคม 2551 เวลา:22:36:25 น.  

 
ทำไม..อิชั้นเพิ่งเห็นอะเนี่ย ดีเลย์ได้อีก....เซงตัวเองจริงๆ

นี่ขนาดช็อทฟิคนะเนี่ย...ยาวได้ใจจิงๆ แถมมีบางคู่มาขโมยซีนด้วย หื่นกันตั้งแต่มัธยมเลยน้อ....

รออ่านตอนหน้าด้วยคนน๊า






โดย: พี่จิ๋วจินค่า IP: 61.19.231.4 วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:18:26:23 น.  

 
เขียนได้ไงเนี่ย ทั้งน่ารัก ยียวน ฮา หื่น แถมมีแววจะปนเศร้า ซึ้ง อีกด้วย
ไม่รู้เป็นเพราะพล็อตเรื่องหรือความที่ตั้งใจจะเป็นช็อทฟิกหรือเปล่า ทำให้เขียนได้ฉีกจากแนวเดิม แล้วเขียนได้ดีด้วย
ไม่ได้พูดเอาใจนะ เจ๋งง่ะน้องพุด ลองไปเรื่อยๆ นะ ทำถูกแล้วๆ


ปล. น่านๆๆ นักร้องประจำโรงเรียน กะ นักกีฬาดีเด่น อิคู่นี้เป็นขวัญใจคอหื่นได้ทุกเรื่องสิน่า กร๊ากกกก


โดย: duckie IP: 124.122.194.248 วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:23:52:56 น.  

 
ชอบค่ะน้องพุด เรื่องนี้ให้ความรุสึกแบบ กระโปรง บานขาสั้น แตกต่างกะเรื่องแม่ลูก 2 เรื่อง 2 สไตล์

แอนดี้จะเปนไรมั้ยอ่ะ ไม่นะ...อย่าเปนไรนะ...จะรออ่านตอนต่อไปนะคะ พุดดี้


โดย: ไอ้หนูลูกพ่อ IP: 58.8.36.69 วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:0:30:43 น.  

 
อ้ากกกกกกกกกกก
><"
พี่พุด น่าร้ากมากเลยยยยยยยยยยย
ไม่รู้จะบรรยายยังไง
อ่านแล้วใจมันพองโต
><"
ชอบมากๆเลย ดี้เป็นฝ่ายไปง้องแง้งป๋ามั้ง อ้ากกก ชอบบบบบบบบบ

แต่แอบกลัวว่าจะเศร้าจัง ดี้เป็นอาไรน้า อย่าเป็นอะไรที่ร้ายแรงเลย T-T
ป๋าก็น่ารักอ่ะ ทุกคนน่ารักหมดเลยเรื่องนี้
พี่พุดสุดยอดดดด ยกนิ้วและใจให้ไปเลย ^0^

สู้ๆค่าพี่พุด รอทุกตอนอย่างใจจดใจจ่อ
^^


โดย: da friday child วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:2:39:48 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.