I call it Destiny You call it Love...
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
2 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2) #14





Make a plan to love me (รักนี้ มีแผน 2)




…14...สเปเชี่ยล อูด้ง (เมื่อรักเกิด...ขวากหนาม)...




ฟ้ายามค่ำคืน ดวงจันทร์ทอแสงสวย เหนือบ้านหลังใหญ่ในรั้วสีขาวหลังเดิม

เฮซองนั่งเขี่ยข้าวไปพลางเหลือบมองอีกคนตรงข้ามโต๊ะที่กำลังก้มหน้าก้มตาสนใจแต่จานของตัวเองไปด้วย

“ชั้นโทรหานายไม่ติด นายกลับมายังงัยล่ะ”

“แท็กซี่ฮะ มือถือผมแบตหมด”

“ทำมัยไม่ให้เอริคมาส่ง” แอนดี้ชะงักไปนิดเมื่อได้ยินชื่อเอริคจากปากพี่ชายตัวเอง

“พี่ริคติดประชุม”

…
..
.
“นายโกรธชั้นมั้ยที่ชั้นทำกับนายแบบนี้..แอนดี้”

“ไม่หรอกฮะ ผมรู้ว่าพี่เป็นห่วงผม”

“เรื่องเรียนต่อของนายล่ะ จะให้ชั้นจัดการยังงัย”

“แล้วแต่พี่เหอะฮะ”

…
…

“ถ้าเอริคว่าง ฝากนายบอกเค้าหน่อยและกัน ว่าชั้นอยากคุยด้วย”

“หืม!! พี่มีอะไรเหรอ”

“ก็แค่อยากคุยด้วยน่ะ”

“เรื่องอะไรเหรอฮะ”

“นายบอกเค้าแค่นี้และกัน”

“งั้น...ก็ได้ฮะ~ ”

“จอนจินล่ะ หมู่นี้เห็นเค้าดูเครียด ๆ”

“พี่จินเค้ามีปัญหาเรื่องงานนิดหน่อย พี่น่าจะถามเค้าเองนะ” คำตอบของแอนดี้ ทำเอาเฮซองต้องวางช้อนในมือตัวเองลงกอดอกมองหน้าแอนดี้นิ่ง ๆ

“นี่ แอนดี้ .. ไหนนายบอกว่านายไม่โกรธ นายเข้าใจชั้น แล้วนี่เป็นไรถามคำตอบคำอยู่อย่างนั้น ทำหน้าเหมือนไม่พอใจงั้นแหละ”

“เปล่า ผมอิ่มแล้ว ขึ้นห้องนะฮะ”

เฮซองนั่งมองแอนดี้ที่ลุกขึ้นเดินไปด้านบนอย่างหนักใจ

“นี่แหละน้าแต่ละคน แล้วบอกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่..เฮ้อ!! ..”

ลับร่างของแอนดี้แล้ว เค้าก็ก้มหน้าก้มตาจัดการกับอาหารในจานตัวเองอีกครั้ง แต่ก็แปลก ข้าวแต่ละคำเหมือนมันจะจุกอยู่ที่คอ กลืนอะไรก็ไม่ลงซะงั้น แล้วเสียงคุ้น ๆ ของใครบางคนก็ดังขัดจังหวะขื้น

“ออมม่า” จอนจินเดินมาหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกัน
…
..
“อ่าว ...เห็นว่าจะกลับบ้านไม่ใช่เหรอ แล้วทานข้าวมารึยัง”

“ยังฮะ หิวมากด้วย”

เฮซองลุกขึ้นเดินไปจัดการกับอาหารให้จอนจิน โดยที่มีสายตาอีกคู่คอยนั่งจ้องมองอยู่ตลอดเวลา

แล้วต่างคนต่างก็ก้มหน้าปล่อยให้ความเงียบบรรเลงเพลงของตัวเองไปเรื่อยๆ มีบ้างบางครั้งที่เฮซองเงยหน้าขึ้นมา เหมือนมีคำถามอะไรซักอย่าง แต่แล้วเค้าก็เลือกที่จะนิ่งต่อไป

แล้วเวลาก็ผ่านไปอีกนาน...

“ออมม่าโกรธผมรึเปล่า” จอนจินเป็นคนแรกที่ทำลายความเงียบขึ้นมาก่อน

“เรื่องอะไรล่ะ”

“ก็เรื่อง .. วันนี้”

“ไม่หรอก เรื่องแอนดี้น่ะ ชั้นมีเหตุผลของชั้น ชั้นแค่ต้องการให้นายเข้าใจซักนิด ส่วนเรื่องของเรา ... นายคงเข้าใจแล้ว ใช่มั้ย”

“ฮะ เข้าใจแล้ว ผมอาจจะเครียดกับเรื่องงานมากไปหน่อย”

“ไม่เป็นไรหรอก แอนดี้บอกว่านายมีปัญหาเรื่องงาน เป็นงัยบ้าง”

“ก็นิดหน่อยฮะ ไม่มีไรมาก”

“นายเพิ่งเริ่มทำงานนี่น่า มันก็งี้แหละ บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราตั้งใจจะให้เป็นหรอก แต่ก็ไม่เป็นไรนี่ นายยังมีเวลาแก้ตัวเยอะแยะ”

“ฮะ..
..
…

เอ่อ ...แต่ออมม่าฮะ เรื่องพี่ริคน่ะ”

“เรื่องนั้นชั้นจะคุยกับพี่นายอีกที ...ชั้นรู้นะว่าความรักมันเป็นยังงัย นายเห็นชั้นเป็นคนยังงัยเนี๊ย”

“เป็นคนเย็นชาน่ะสิ”

“นี่.. จอนจิน”

“ฮ่ะ ๆ ล้อเล่นฮะ ผมรู้แหละ ออมม่าคงไม่ใจดำขนาดนั้นใช่มั้ย”

“แอนดี้เป็นน้องคนเดียวที่ชั้นมีนะ ตั้งแต่เสียพ่อกับแม่ไป ชั้นก็ไม่เคยทำให้เค้าต้องร้องไห้เลย ชั้นไม่อยากให้เค้าต้องเสียใจน่ะ ถ้าเค้ายังไม่รู้จักความรักแบบนี้ดีพอ”

“ผมรู้ว่าออมม่ารักน้อง แต่น้องก็โตพอที่จะคิดแยกแยะอะไรเองได้แล้วนะฮะ น้องจะพอใจเหรอถ้าโดนออมม่าจำกัดสิทธิ์และความคิดของเค้ามากขนาดนี้ แล้วถ้าน้องยิ่งไม่เข้าใจ มันจะยิ่งเป็นการต่อต้าน และก็จะไปกันใหญ่”

“หืม .. วันนี้มาเป็นหลักการเชียวนะ ..ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นรู้ว่าควรทำงัย กินข้าวไปเหอะ”

จอนจินพยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ แม้เค้าจะยังมองไม่ทะลุถึงความคิดหลายๆ อย่างของคนตรงหน้าได้ดีเท่าไหร่นัก แต่อย่างน้อยปฏิกิริยาที่เปลี่ยนไปในทางบวกแบบนี้ มันก็น่าจะดีขึ้นกว่าเก่าล่ะนะ

“นอนที่นี่รึเปล่า”

“ฮะ”

“งั้นขึ้นไปอาบน้ำก่อนละกัน เดี๋ยวจัดการตรงนี้เสร็จ จะไปหาชุดนอนไว้ให้”

“ฮะ” จอนจินรับคำก่อนลุกขึ้นเดินออกไป

“ออ.. ออมม่าฮะ ผมนอนห้องออมม่านะ”

“อืม”
เฮซองตอบโดยที่ไม่ได้หันมามองหรือใส่ใจคำถามเท่าไหร่ ทำเอาคนฟังยิ่งประหลาดใจ ครั้งก่อน ๆ กว่าจะขออนุญาตได้ เล่นเอาต้องหว่านล้อม แล้วทำมัยครั้งนี้มันง่ายนักนะ ว่าแล้วแทนที่ตัวเองจะเดินขึ้นข้างบน เค้ากลับเดินย่องมาด้านหลังของคนที่กำลังเก็บจานล้างเงียบ ๆ สองแขนแกร่งโอบกอดเอาร่างบางนั้นไว้หลวม ๆ พร้อมฝังจมูกลงไปยังแก้มใส ๆ นั่นอีกที

“ผมอยากเป็นคนที่ออมม่าเคียงคู่ไปด้วยกันตลอดชีวิตอย่างภาคภูมิใจ ผมจะพยายามเป็นแบบนั้น อย่ากังวลไปเลยนะฮะ”
...
..
“ชั้นก็เป็นของชั้นแบบนี้แหละ ไม่ต้องห่วงหรอก”

“ทำไมจะไม่ให้ห่วงล่ะ เอาเป็นว่าถ้าออมม่าอยากได้ยินคำว่ารักทุกวัน ผมก็จะพูดให้ฟัง ถ้าออมม่าอยากให้ผมกอดออมม่าไว้แบบนี้ทุกครั้ง ผมก็จะกอด ถ้าออมม่ากลัวหรือกังวล ผมก็จะมาอยู่ข้าง ๆ และก็จับมือออมม่าไว้ ดีมั้ย”

รอยยิ้มมุมปากบาง ที่ปรากฏ ตอบแทนความเชื่อใจที่มีให้อีกคน เรื่องบางเรื่อง ก็แทบไม่ต้องสรรหาคำพูดมากมายมาพรรณนาให้ต้องปวดหัว ก็สามารถเข้าใจกันได้ทันที .. แต่เรื่องบางเรื่อง มันก็อยู่นอกเหนือความรู้สึกที่จะคอนโทรลให้มันเป็นไปได้ดังใจนี่น่า เฮ้อ! นี่แหละ .. ความรัก


.......

RRRRRRRRRRRrrrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์ก่อนเที่ยงแบบนี้ แทบไม่ต้องให้เดาว่าเป็นใคร ดงวานคว้ามากรอกเสียงสดใสเข้าไปเหมือนปกติอย่างเคยทุกวัน เพียงแต่ว่าวันนี้..

“ฮัลโหล”

(คุณหมอเหรอคะ นี่มีอานะ หมอจำมีอาได้มั้ย เราเจอกันที่ร้านอาหารน่ะค่ะ ชั้นเป็นน้องสาวของมินอูอุปป้า)

“อ๋อ จำได้ครับ ว่าแต่มีอะไรรึเปล่าครับ”

(ตอนนี้จะเที่ยงแล้ว มีอานั่งอยู่ในร้านอาหารที่มีอาเคยเจอคุณหมอกับอุปป้าน่ะค่ะ มีอาสั่งอาหารมาเยอะเลย สงสัยจะเพราะหิว หมอช่วยมาทานข้าวเป็นเพื่อนมีอาหน่อยได้มั้ยคะ)

“หืม!! ผมเหรอ”

(ค่ะ หมอนั่นแหละค่ะ นะคะ มีอารอหมอนะ)

ตื๊ดดดดดดด~~~ ยังไม่ทันตอบอะไร มีอาก็ชิงวางสายซะก่อน

ดงวานยังคงงุนงงอยู่ที่เดิม นี่มันอะไรกันเนี๊ยะ จะไม่ไปก็กระไรอยู่ในเมื่อหญิงสาวก็ลงทุนออกตัวว่าเป็นน้องสาวมินอู

“เฮ้อ! ไปก็ไป”

...

ทันทีที่ผลักประตูร้านอาหารเข้าไป ดงวานก็สอดส่ายสายตาหาผู้หญิงร่างบาง ๆ ที่เคยคุ้นหน้า และเพียงไม่นานก็เจอ มีอานั่งริมกระจก โบกมือให้ตนเอง เค้าก้าวยาว ๆ ไปยังโต๊ะดังกล่าว จริงอย่างที่มีอาบอก บนโต๊ะ อาหารมากมายวางเรียงรายเต็มโต๊ะ อย่าว่าแต่ชวนเค้าเลย ต่อให้ชวนเพื่อนมาอีก 2 คนก็ไม่รู้ว่าจะกินกันหมดมั้ย

ตลอดมื้ออาหาร มีเสียงคุยเจื้อยแจ้วของมีอาเคล้าเคลียด้วยแทบตลอดเวลา มันอาจจะเป็นการเสียมารยาทไปมั้ยนะ ถ้าเค้าจะสั่งให้เธอหยุดพูดซะมั่งเนี๊ยะ

“เอ่อ ไม่ทราบว่ามีอาทราบเบอร์ผมได้งัยครับ” ดงวานถามแทรกขึ้นมาทั้ง ๆ ที่อีกคนยังคงเล่าเรื่องที่เจ้าหล่อนตระเวนทัวร์ยุโรปกับเพื่อนไม่จบ

“ออ มินอูอุปป้าให้มาน่ะค่ะ อุปป้าบอกว่าหมอยังไม่มีแฟน ใช่มั้ยคะ”

“มินอูบอกอย่างนั้นเหรอครับ”

“ค่ะ ใช่ จะเป็นไรมั้ยคะ ถ้ามีอาจะขออนุญาตมาทานมื้อเที่ยงกับหมอบ่อย ๆ อาหารที่นี่อร่อยมากเลยค่ะ ได้ยินว่าเป็นร้านประจำของหมอกะอุปป้าด้วย”

“ออ ได้สิครับ” ดงวานเริ่มหน้าเครียด

“แล้วจะเป็นไรมั้ยคะ ถ้ามีอาจะโทรมาคุยปรึกษากะหมอบ่อยๆ บางทีมีอาก็เป็นโรคเครียดน่ะค่ะ หมอคงช่วยให้คำปรึกษามีอาได้ใช่มั้ยคะ”

“เอ่อ ครับ ... ได้ครับ”

“หมอใจดีจังค่ะ เหมือนที่มินอูอุปป้าบอกเดี๊ยะเลย” คราวนี้อาหารแต่ละคำเริ่มฝืดคอเข้าไปทุกที นี่น่ะเหรอที่บอกว่าเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ปัดโธ่!


“อุปป้าบอกว่าหมอน่ะนิสัยดี และก็ยังไม่มีแฟน อุปป้าเลยให้เบอร์โทรหมอมา”

“เค้าพูดยังงั้นเหรอ”

“ค่ะ หมอทานบ้างสิคะ มีอาทานเยอะไม่ได้ มีอารักษาหุ่นอยู่น่ะค่ะ”


RRRRRRRRRRRrrrrrrrrrrr เสียงโทรศัพท์ของดงวานดังขัดจังหวะขึ้น คราวนี้หน้าจอโชว์ชื่อตัวการของเรื่องยุ่ง ๆ นี้

“ผมขอตัวแป๊บนะครับ”

(ฮัลโหล หมอครับ อยู่ไหนเหรอ ผมมารับที่คลินิก หมอก็ไม่อยู่)

“ผมก็อยู่ที่ร้านอาหารใกล้ ๆ คลินิกร้านเดิมแหละครับ”

(อ่าว!! นี่ผมมาช้าเหรอ หรือว่าหมอหิว)

“เปล่าหรอกครับ”

(งั้นเดี๋ยวเจอกันนะครับ อย่ารีบอิ่มซะล่ะ)

“เอ่อ มินอู ..” ไม่ทันและ อีกคนชิงวางสายไปซะก่อน แต่ก็ดีเหมือนกัน เค้าจะได้เห็นผลงานของตัวเองด้วย
ดงวานปรับสีหน้าให้เป็นปกติ ซ่อนความหงุดหงิดและรำคาญใจไว้ข้างในลึก ๆ ก่อนเดินกลับมานั่งที่เดิม

“คุณมีอายังไม่มีคนรักเหรอครับ”

“ค่ะ ยัง หมอถามทำมัยเหรอคะ”

“ก็เปล่าหรอกครับ มันน่าแปลกไปหน่อยที่คนน่ารัก ๆ จะยังไม่มีแฟน” คำชมหลอก ๆ คำนั้น ทำเอามีอาเขินแก้มแดงไปเลย
…
..
.
ผ่านไปอีกนาน ทั้งคู่นั่งคุยโน่นนี่กันไปเรื่อย ๆ แล้วมินอูก็ปรากฎตัวอยู่หน้าโต๊ะของทั้งคู่ ด้วยสีหน้าแปลกใจ

“หมออิ่มรึยังครับ ... อ่าว! มีอา ทำมัยมาอยู่นี่ได้ล่ะ”

“อุปป้า .. อุปป้ารู้ได้งัยว่ามีอาอยู่ที่นี่คะ”

“อุปป้านัดทานข้าวกะหมอน่ะ…..แล้วนี่”

“มีอาโทรไปชวนหมอมาทานข้าวเป็นเพื่อนเองแหละ อุปป้าจำไม่ได้เหรอว่าอุปป้าเป็นคนให้เบอร์หมอกับมีอาเอง”

“อุปป้าน่ะเหรอ ....แต่เบอร์โทรที่ให้นั่นมัน..”

“เบอร์โทรทำมัยเหรอคะ”

“เอ่อ เปล่านี่ ไม่มีไร” มินอูเริ่มสับสน ก็เบอร์โทรที่เค้ากดให้มีอา มันมั่วนี่น่า แต่อย่างมีอาถ้าจะหาเบอร์ดงวานมาได้ นั่นก็ไม่ใช่เป็นเรื่องน่าประหลาดใจตรงไหน แล้วนี่มีอาชอบดงวานจริงๆ อย่างนั้นเหรอ หรือแค่เพื่อต้องการประชดเค้าเท่านั้น

“นั่งเหอะค่ะ อุปป้า พอดีเลย อุปป้าจะได้ช่วยหมอจัดการอาหารบนโต๊ะนี่หน่อย”

“แล้วนี่ไปหิวโซมาจากไหนน่ะ สั่งซะเต็มโต๊ะ” มินอูหย่นตัวลงนั่งข้างๆ ดงวาน หันหน้ามองสบตายตานิ่งเฉยคู่นั้น แต่เหมือนดงวานจะไม่ใส่ใจเค้านัก ลางสังหรณ์แย่ ๆ เริ่มมาเยือนแล้วงัย สันหลังพาลเสียววาบขึ้นมาซะเฉย ๆ

ผ่านเวลาอันน่าอึดอัดไปซักพัก

“ทำมัยหมอเงียบเลยล่ะคะ ปล่อยมีอาพูดอยู่คนเดียว มีอาเริ่มเหนื่อยและนะ”

“ผมขอตัวก่อนดีกว่านะครับ พอดีผมต้องเข้าโรงบาลตอนบ่ายด้วย ไว้เจอกันใหม่นะครับ” ดงวานหันไปยิ้มให้มีอา ก่อนจะหันมามองหน้าอีกคนด้านข้างที่กำลังจะอ้าปากท้วงพอดี

“หมอครับ รอผมด้วยสิ”

“อุปป้า ทานก่อนเถอะค่ะ อุปป้ายังไม่ทานอะไรเลย นั่งเป็นเพื่อนมีอาก่อนนะคะ”

สรุป มินอูเลยได้แต่ส่งสายตาละห้อย มองดงวานเดินออกไปซะอย่างนั้น

“อุปป้าเป็นไรรึเปล่าคะ”

“เปล่าหรอก”

“อุปป้าทำเหมือนไม่พอใจมีอางั้นแหละ”

“ไม่มีอะไร มีอาอิ่มแล้วใช่มั้ย อุปป้าจะได้เช็คบิล อุปป้ารีบน่ะ”

“แต่ว่า..”

“มีอา อุปป้าขอได้มั้ย เรื่องหมอน่ะ”

“ทำมัยเหรอคะ”

“อุปป้าเคยบอกมีอาแล้วใช่มั้ย ว่าหมอมีแฟนแล้ว”

“มีอาก็บอกอุปป้าแล้วว่ามีอาไม่สน”

“มีอาโกรธอุปป้า แต่หมอไม่เกี่ยวนะ”

“เปล่าซักหน่อย”

“เฮ้อ! โอเค เปล่าก็เปล่า งั้นอุปป้าต้องไปแล้วล่ะ”


…

“หมอครับ หมอ จะไปไหน” มินอูกำลังเดินตามดงวานออกมาจากคลินิก อุตส่าห์รีบตามมาจากร้านอาหารแทบตาย ยังไม่ทันได้อธิบายอะไร ดงวานก็ชิงหนีเค้าอีกหน

“ผมจะไปโรงบาล มีอะไรเหรอ”

“หมอโกรธผม...ใช่มั้ย”

“โกรธเหรอ เรื่องอะไรล่ะ”

“ก็ถ้าไม่โกรธ หมอก็หยุดคุยกับผมก่อนสิ” ทันทีที่มินอูจบประโยค ดงวานก็หยุดเดิน หันหน้ามาเผชิญกับอีกคนอย่างไม่บอกไม่กล่าว จนคนเดินตามหลังแทบเบรกไม่ทัน

“ว่างัยครับ มีอะไรก็พูดมา”

“เอ่อ .. ผมไม่ได้ตั้งใจที่จะให้เบอร์โทรมีอาไปนะ มีอาเค้าก็แค่ ..”

“แล้วงัยครับ ผมก็แค่ไปทานข้าวกับเค้า คุณบอกเค้าเองนี่ ว่าผมยังไม่มีแฟน แล้วผมก็เป็นคนดี ใช่มั้ย”

“เฮ้ย! ไม่ใช่นะหมอ ผมเปล่าว่างั้นซักหน่อย เค้าก็แค่อยากประชดผม หมอจะโกรธผมทำมัยเนี๊ยะ”

“เปล่าเลย ไม่ได้โกรธ จะขอบคุณที่อุตส่าห์ส่งสาวน้อยน่ารักมาให้ถึงมือ แค่นี้นะครับ ผมรีบ”

“หมออ่ะ ... หมอ
......เฮ้อ!อะไรวะเนี๊ยะ”



............



ในห้องทำงานเดิมๆ เอริคนั่งมองแผ่นหลังของแอนดี้อยู่นานสองนาน จนคนถูกจ้องเริ่มรับรู้ถึงรังสีนั้นประหนึ่งแผ่นหลังตัวเองกำลังไหม้เป็นรูยังงัยยังงั้น


“พี่ริคไม่ทำงานล่ะ มานั่งจ้องอะไรผมเนี๊ยะ” เมื่อความอดทนเริ่มหมด แอนดี้จึงหันมาถามอีกคน อะไรกัน งานการมีไม่ยักทำ มานั่งจ้องกันอยู่ได้ จะเอาสมาธิ(ที่ปกติก็มียากอยู่แล้ว)มาจากไหนเนี๊ยะ

“นายลืมอะไรไปรึเปล่า แอนดี้”

“อะไรอ่ะ”

“ทำมัยไม่มานั่งที่นี่ล่ะ”

“ก็เมื่อเช้าน่ะ ผมเห็นพี่บ่นเมื่อยไป 3 หน ขืนผมไปนั่งด้วยอีก ยิ่งอิ่ม ๆ แบบนี้สงสัยพี่ได้นั่งรถเข็นก่อนเลิกงาน ผมก็อยู่ตรงนี้นี่แหละ ไม่ได้ไปไหนไกลซักหน่อย พี่ทำเหมือนผมจะหายตัวหนีพี่ไปงั้นแหละ”

...
..
.
“แอนดี้” เอริคยังคงส่งเสียงเรียกอีกเป็นระยะ ไม่รู้ว่าจะแค่กวนประสาทให้อีกคนหงุดหงิดเล่นหรือยังงัย

“มีอะไรอีกฮะ ทำมัยพี่ไม่ทำงานของพี่ไปล่ะ”

“เลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานอาทิตย์หน้า นายอยากไปที่ไหน”

“อืม ไม่รู้สิ ให้พี่ซูยองเลือกและกัน..
..ออ พี่ริค ผมเพิ่งนึกได้ พี่ชายผมเค้าฝากบอกมาว่าอยากเจอพี่น่ะ”

“หืม เฮซองน่ะเหรออยากเจอชั้น”

“ฮะ”

“งั้นเหรอ งั้นชั้นวานนายฝากบอกเค้าละกัน ว่าชั้นสะดวกทุกเวลา หรือว่าจะเป็นวันนี้เลย”

“เอ่อ ไว้ผมจะโทรถามเค้าให้ .. พี่ริคฮะ แล้วถ้าสมมุติว่าพี่เฮซองให้เราเลิกคบกัน พี่จะทำยังงัย”

“ไม่หรอกน่า .... แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ชั้นก็จะพานายหนี”

“พี่จะบ้าเหรอ”

“ฮึ ๆ ชั้นล้อเล่น อืม ถ้าเป็นงั้นชั้นจะทำทุกอย่างที่พี่ชายนายต้องการ ให้เค้าพอใจและยอมยกนายให้ชั้นงัย”

“แน่ใจเหรอฮะที่พูดน่ะ”

“อืม แน่ใจสิ”

“ถ้าพี่ซองกี้ขอบริษัทนี้ทั้งบริษัท แลกกับผมล่ะ”

“ชั้นก็จะยกบริษัทให้เค้าน่ะสิ”

“โห พี่รักผมขนาดนั้นเลยเหรอ”

“อืม มากกว่านี้ชั้นก็ยกให้ได้”

“แหวะ เน่ามากเลย…” แอนดี้ก้มหน้าอมยิ้มชอบใจ แม้ประโยคนั้นมันจะเน่าจริง ๆ แต่เค้าก็ชอบที่จะฟังมันนะ

“เน่าตรงไหน ...เอาเหอะ ไว้เจอพี่นายก่อน
...แอนดี้... ชั้นไปหาไอ่มินแป๊บนะ”

“ฮะ แหม!! พี่ไม่เห็นต้องมาบอกผมเลย”

“เผื่อนายคิดถึงชั้น นายจะได้รู้ว่าควรจะเดินไปหาชั้นได้ที่ไหนงัยล่ะ”


แอนดี้ยิ้มแก้มแดงระเรื่ออีกครั้งมองดูเอริคเดินผลักประตูออกไปด้านนอก แล้วจึงยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดเบอร์เฮซอง


..................


กว่าจะคะยั้นคะยอให้มินอูยอมเดินออกมาจากห้อง ได้ ก็แทบต้องหว่านล้อม วันนี้เพื่อนตัวเองดูแปลก ๆ พิกล อารมณ์พาลจะไม่ดีแบบไร้สาเหตุ

“นายจะเอายังงัยล่ะ” มินอูเริ่มบทสนทนาก่อนด้วยใบหน้าเรียบ ๆ ติดไปทางรมณ์เสียนิด ๆ

“อืม ก็ไม่รู้สิ ไม่รู้เฮซองเค้าจะว่ายังงัย ว่าแต่เป็นไรไปวะ ชั้นไปทำไรให้นายเดือดร้อนอีกป่ะเนี๊ยะ”

“เปล่าหรอก งานเยอะน่ะ”

“หืม!! งานเยอะ??? ก็ดีและนี่ สมกับเงินเดือนนายดีออก” ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ ถาดกาแฟหอมกรุ่นก็ถูกเสริฟมาวางตรงหน้าซะก่อน

“อ่ะ พี่ฮะ นี่ กาแฟดำของพี่ริค นี่ครีมช้อนนึงของพี่มิน” จอนจินวางแก้วกาแฟลงตรงหน้าทั้งคู่ ก่อนจะหยิบ แก้วที่เหลือของตัวเองอีกแก้วในถาดขึ้นจิบ

“มีอะไรกันเหรอ เครียดเชียว”

“เอ่อ! ไอ่จินนี่ มะวานนายหายไปไหนวะ เฮซองเค้าต้องโทรตาม”

“มะวานเหรอ ก็อยู่ที่ห้องประชุมนั่นแหละ”

“แล้วเจอเฮซองหรือเปล่า เห็นถามทางไปห้องประชุมกับชั้น”

“ออ! เจอแล้วฮะ”

“แหม แค่พูดถึงชื่อเฮซองหน่อย ทำมัยต้องเขินหน้าแดงด้วยวะ”

“เปล่านี่ ใครเขิน ... แล้วตกลงว่างัยฮะ มีเรื่องอะไรกันเหรอ”

“ก็เรื่องแอนดี้แหละ เฮซองเค้าอยากคุยกะไอ่ริค” มินอูตอบแทน เมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวเองยังเฉย

“เมื่อคืนผมก็คุยกับพี่เค้าเรื่องนี้เหมือนกัน เค้าบอกว่าเค้าไม่ได้ต้องการจะกีดกันอะไร คงใจอ่อนและมั้ง”

“นายพูดจริงเหรอ จินนี่”

“แน่ะ ทีงี้และหูผึ่งเลยนะแก”

“ก็จริงสิฮะ เค้าบอกว่าเค้ามีเหตุผลของเค้า เฮซองเค้ารักแอนดี้มาก คงกลัวพี่ริคทำแอนดี้เสียใจ”

“เหอะ ถือเป็นเรื่องดีนี่หว่า นายเนี๊ยะก็นะ แต่ไหนแต่ไร ไม่เคยเป็นงี้นี่หว่าไอ่ริค กะผู้ชายคนเดียว กลัวไรวะ ไม่เห็นมีไรน่ากลัว งัย ๆ เค้าก็ว่าที่น้องสะใภ้ในอนาคต” จอนจินยิ้มแป้นกับประโยคนี้ของมินอู

“เปล่ากลัวเฟ้ย ชั้นแค่อยากรอบคอบ ชั้นรู้ตัวเองว่าชั้นมันใจร้อน”

“รู้ตัวเองก็ดีนี่ แล้วนี่นัดมะไหร่ ลากมางี้จะให้ชั้นไปด้วยล่ะสิ”

“ออ! เฮซองเค้าบอกว่า วันนี้ให้ผมช่วยไปส่งแอนดี้ที่บ้าน ให้บอกพี่ริคด้วยว่าเจอกันที่ร้านอาหารญี่ปุ่น ตอนทุ่มนึง แค่นี้แหละ”

“อ่าว แล้วมัยเพิ่งมาบอก ร้านอาหารญี่ปุ่นไหนวะ”

“พี่เค้าบอกว่าพี่มินอ่ะรู้จัก” คิ้วเข้มที่ขมวดอยู่แล้วของเอริค พาลพันกันยุ่งเข้าไปอีก

...
..
.
“แหนะ! ทำหน้าแย่ยิ่งกว่าตอนไปเจรจาเซ็นต์สัญญาพันล้านอีกและนายน่ะ”

“นี่ หยุดแดกดันทีได้มะ แล้วนายล่ะเป็นไร ยังไม่บอกชั้นเลย หน้าเป็นตูดเชียว”

“เฮ้อ! เรื่องของชั้นช่างมันเหอะ ว่าแต่ทุ่มนึงใช่มั้ย งั้นขอตัวไปทำงานก่อน เงินเดือนชั้นเยอะ เดี๋ยวทำงานไม่คุ้ม”

“อ่าว ไอ่บ้านี่” เอริคมองตามร่างเพื่อนไปด้วยความสงสัย ปกติถ้าไม่มีเรื่องอะไรจริงๆ เพื่อนตัวเล็กเค้าไม่น่าจะเป็นแบบนี้นะ เมื่อลับร่างเพื่อนซี้ เอริคจึงหันมาหาน้องชายตัวเองมั่ง

“งานเป็นงัยมั่ง”

“ไม่เป็นงัยฮะ กำลังพยายามเรียนรู้”

“อืม ดีแล้ว..
…
..เอ่อ ! เรื่องที่นายบอกว่าเฮซองไม่ได้ขัดขวางอะไรน่ะ เรื่องจริงเหรอ”

“ฮะ เค้าว่างั้นนะ ตอนที่พ่อกับแม่เสีย แอนดี้ยังเด็กมาก นี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เค้าห่วงน้องเค้ามาก แต่ผมก็เชื่อนะ ว่าพี่ชายผมเป็นคนดี คงไม่ทำแอนดี้เสียใจใช่มั้ย เพราะไม่งั้น พี่ริคก็พี่ริคเหอะ”

“ทำมัย นายจะทำมัย”

“ผมก็จะทำให้พี่สำนึกไปเลยน่ะสิ”

“หึ เออ ชั้นกลัวจะแย่แล้ว ไม่ต้องห่วงไปนักหรอก” เอริคลุกขึ้นอีกคน

“พี่ริคฮะ ไฟ้ติ้งนะฮะ”

“อืม ขอบใจ”


…………


เวลาที่รอคอยมานาน ก็มาถึงซักที

ในร้านอาหารญี่ปุ่นบรรยากาศคุ้นเคยที่มินอูและดงวานมาทานด้วยกันบ่อย ๆ แต่ตอนนี้มันอาจแปลก ๆ จากเดิมไปซักนิดเนื่องจาก 2 ชีวิตที่เพิ่มขึ้นมา แม้แต่ละคนเหมือนจะพยายามแสดงอาการให้เป็นปกติ แต่ทั้งคู่ก็ดูยังขรึมกว่าปกติอยู่ดี ส่วนลูกค้าเจ้าประจำอีกสองคนนี่สิแปลกกว่า ดงวานพยายามไม่มองหน้ามินอูที่ส่งสายตาละห้อยมาทางเค้าแทบตลอดเวลา ส่วนมินอูเอง ตั้งแต่เดินออกมาจากคลินิก เค้ายังไม่มีเวลาเคลียร์ความบริสุทธิ์เลย ไม่ทันได้คิดด้วยซ้ำว่าเฮซองจะหนีบเอาดงวานมาวันนี้

เอาน่า ตอนนี้ เพื่อนตัวเองกำลังตกเป็นผู้ต้องหา ที่กำลังรอศาลพิพากษาคดี เรื่องตัวเองไว้ก่อนและกัน

“ขอบคุณนะครับที่สละเวลามา คุณเอริค คุณมินอูด้วย”

“เป็นเกียรติมากกว่าครับ” เอริคโค้งให้เฮซองนิดหน่อย

“ผมไม่พูดอะไรมากดีกว่า คุณคงรู้ว่าผมนัดคุณมาเรื่องอะไร”

“ครับ” เอริคตอบเสียงเรียบ ๆ

“ผมว่าค่อย ๆ คุยกันก็ได้นะครับ เอ่อ ทานไปด้วยคุยไปด้วยละกัน เดี๋ยวซักครู่นะครับ หมอครับ มากับผมหน่อยสิ” มินอูฉุดเอาแขนอีกคนให้ลุกขึ้นตามตัวเองออกไปด้านนอก

“ไปไหนเหรอ”

“ไปสั่งอาหารน่ะครับ หมอถนัดอาหารญี่ปุ่นกว่าผม นะครับ”

ดงวานจำต้องลุกขึ้นตามแรงดึง และทันทีที่พ้นร่างของเพื่อนทั้งสองที่เปิดประตูออกไป ...

“ผมรู้ว่าผมอาจทำไม่ถูก แต่หลังจากนี้ผมจะทำให้ถูกต้องขึ้น” เอริคเริ่มเข้าเรื่อง เมื่อเห็นว่า ไม่รู้จะพูดอะไรได้ดีไปกว่าเรื่องนี้แล้ว เพราะเค้ากับเฮซอง ก็แทบไม่รู้เรื่องอะไรของกันเลยก็ว่าได้

“ผมรู้ ผมแค่ไม่ต้องการให้แอนดี้ต้องเสียใจ ถ้าอะไรก็แล้วแต่มันไม่เป็นเหมือนที่เค้าคิดไว้ คุณคงเข้าใจ”

“ครับผมเข้าใจดี แต่ผมรักแอนดี้ ผมขอยืนยันถ้าคุณไม่มั่นใจข้อนี้”

“คำพูด ใคร ๆ ก็พูดกันได้ แต่โอเค ในเมื่อคุณพูดแบบนี้ ผมไม่ได้จะต้องการเข้าไปขัดขวางอะไรหรอก และในเมื่อน้องผมเค้าก็ดูจะรักคุณมาก ดังนั้นผมจะขอแค่อย่างเดียว”

“อะไรเหรอครับ”

“คุณช่วยทำให้แอนดี้ยอมไปเรียนต่อที่เมกาเหมือนที่เค้าตั้งใจแต่แรกได้มั้ย ถ้าได้ ผมจะขอบคุณมาก” แม้น้ำเสียงนั้น มันจะดูราบเรียบเหมือนสีหน้า แต่คนฟังอย่างเอริคกลับรู้สึกตกใจพอสมควร

“เรียนต่อ .. ที่เมกางั้นเหรอ”

“ครับ มันเป็นความต้องการของเค้ามานานแล้ว และผมก็ยังอยากให้เป็นงั้น”

“เอ่อ แต่...คือว่า”

“ผมอยากให้เค้าเต็มใจไปด้วยตัวเค้าเอง เรื่องแค่นี้ คุณคงไม่ลำบากใจที่จะช่วยผมใช่มั้ย คุณเอริค” แววตาแน่วแน่ของเฮซองมันแสดงออกมาให้คนฟังรู้ว่า เค้าคงไม่ได้แกล้งอำตัวเองจริง ๆ และแม้จะลำบากใจจนยากจะเอ่ยออกมา แต่ดู ๆ แล้วมันก็ไม่มีหนทางไหนเลยจริง ๆ

“ถ้ามันเป็นความต้องการของแอนดี้เอง ผมว่าไม่เห็นจำเป็นจะต้องให้ผมช่วยเลย”

“แต่ดูเหมือนว่าคุณจะเป็นคนที่ทำให้ความตั้งใจเค้าลดลงนะ เรื่องนี้ คุณเอริคอาจไม่รู้ตัว”

“หึ! งั้นเหรอครับ ขอบอกว่าผมไม่รู้ตัวจริง ๆ แต่ถ้าคุณต้องการอย่างนั้น และคุณคิดว่าผมจะช่วยคุณได้ ผมก็ยินดี” เอริคกระตุกยิ้มแห้ง ๆ ของตัวเองให้อีกคน เค้าคิดเอาเองว่า หน้าตาตัวเองตอนนี้คงไม่ดูตลกไปนักหรอกนะ หรือไง?? ทำมัยอีกฝ่ายต้องยิ้มเหมือนชอบใจด้วยหนอ

“ขอบคุณครับ”
เฮซองยังคงนิ่งและน้ำเสียงฟังดูเรียบเฉยเหมือนเดิมทุก ๆ ประโยค ดู ๆไปก็ออกจะน่ากลัวสมคำล่ำลือจริง ๆ ทำมัยไม่เหมือนแอนดี้ที่ใสซื่อ ว่าง่าย และเข้าใจอะไร ๆ ได้ดีเลยน๊า เอริคได้แต่คิดในใจ...


ด้านนอกอีก 2 ชีวิตที่กะว่าจะเดินไปสั่งอาหาร แต่กลับกลายเป็นยืนเถียงกันเองอยู่ตรงเคาเตอร์ซะงั้น

“ทำมัยไม่เรียกเด็กเข้าไปจดออเดอร์ด้านในล่ะครับ”

“ผมอยากคุยกะหมอ หมอกำลังเข้าใจผมผิดไปใหญ่แล้วรู้มั้ยครับ”

“งั้นเหรอครับ” ดงวานเหมือนไม่สนใจคำพูดของมินอูเท่าไหร่ เค้าเอาแต่เปิดเมนูดูโน่นนี่นั่นไปเรื่อย ๆ

“งั้นสิ ดูก็รู้แล้ว หน้าหมอมันปิดอะไรมิดที่ไหนล่ะ เห็นชัด ๆ ว่าหมอโกรธ”

“ผมไม่เคยโกรธใครโดยไร้เหตุผลนะ แล้วผมก็กำลังทำสิ่งใคร ๆ เค้าก็ทำกัน ทำมัยเหรอ ถ้าผมจะกินข้าวกับมีอา พาเธอไปเที่ยว มินอูจะหึงงั้นเหรอ”

“อ่าว หมอพูดงี้ได้งัย ก็ต้องหึงสิ เราเป็นอะไรกันหมอลืมแล้วเหรอครับ”

“เราไม่ได้เป็นอะไรกันซะหน่อย” ดงวานปิดเมนูดังฉับ หันหลังเดินกลับทันที ปล่อยมินอูให้ยืนอึ้งอยู่กับที่

“หมอ เดี๋ยวสิ หมอ!! ทำมัยถึงชอบเดินหนีอยู่เรื่อย หมอไม่รู้เหรอ ที่มีอาทำงี้เค้าก็แค่อยากประชดผมเท่านั้นแหละ”

“หมายความว่างัยประชดคุณ แต่ก็ดีนี่ ผมก็ไม่ได้จะเสียหายอะไรซักหน่อย คืนนี้เธอนัดดื่มกับผมด้วย จะได้รู้กันไปว่าเธอได้อะไรจากการประชดครั้งนี้มั่ง” ดงวานพูดไปโดยที่เท้ายังคงก้าวเร็ว ๆ ไม่หันกลับมามองอีกคนด้านหลังเลย

“หมอ หมอรู้มั้ยว่าหมอทำแบบนี้ผมยิ่งรู้สึกว่าตัวเองแย่ มันไม่มีเรื่องอะไรหรอกฮะ ผมก็แค่เคลียร์กับเค้า เค้าเลยประชดจะจีบหมอ เค้าขอเบอร์จากผม ผมก็กด ๆ ๆ ๆ ให้ไป เบอร์ที่ผมกดให้เค้ามันไม่ใช่เบอร์หมอซักหน่อย แล้วเรื่องอะไรต่อมิอะไรอีก ผมไม่เคยพูดแบบนั้นนะ ใครจะปล่อยให้คนที่ตัวเองรักไปกับคนอื่นได้ล่ะ”

…นี่ หมอฟังผมมั่งมั้ยเนี๊ยะ”

ดงวานเปิดประตูเดินเข้าไปสบทบกับอีกสองคนในห้องที่ยังคงนั่งทำหน้าขรึมให้กันเหมือนเดิม (ตกลงออเดอร์ก็ไม่ได้สั่ง แล้วจะกินอะไรกันเนี๊ยะ)

“คุณต้องมาส่งแอนดี้ก่อน 2 ทุ่มทุกวัน วันหยุดออกไปเที่ยวได้แต่ต้องหลังจากที่เค้าทำงานของเค้าเสร็จแล้ว อีกไม่นาน เค้าจะเรียนจบแล้ว หลังจากเค้าฝึกงานเสร็จ ช่วงนั้นผมขอให้เค้ามีเวลาให้กับเรื่องเรียนเต็มที่หน่อย แค่นี้แหละครับ”

“เฮ้ย เฮซอง ไม่มากไปหน่อยเหรอวะ” ดงวานทรุดตัวลงนั่งที่เดิม สีหน้าของทั้งคู่เปลี่ยนไป หลังจากเปิดประตูมาและได้ยินข้อปฏิบัติยาว ๆ นี้เข้าพอดี

“โอเคครับ ผมตกลง” หากสายตาของคนทั้งคู่เปล่งรังสีออกมาได้ ตอนนี้คงเผาไหม้ฝั่งตรงข้ามจนเกรียมกันเรียบร้อยแล้วเป็นแน่ ดงวานและมินอู ได้แต่นั่งมองทั้งสองคนสลับไปมา อย่างงุนงง

……


และหลังแยกกันที่ร้านอาหาร ตอนนี้มินอูและเอริคก็นั่งมานั่งจิบแอลกอฮอล์เบา ๆ กันที่ผับเดิม สีหน้าทั้งสองคน ดูเคร่งเครียดไม่ต่างกันนัก

“ เฮ้ย!! ชั้นว่าถ้าข้อห้ามแค่นั้นเท่าที่เค้าพูดมา มันก็ไม่ร้ายแรงอย่างที่คิดนี่หว่า แบบนี้ก็ถือว่าดีกว่าที่คิดเยอะ ใช่มั้ยวะ”

“อืม” เอริคจิบเหล้าไปเงียบ ๆ บทเพลงเพราะ ๆ เบา ๆ ในยามที่ยังไม่ดึกนักตอนนี้ แม้จะเรียกสมาธิไม่ได้มากนัก แต่ยังคงมีช่องว่างให้เค้าได้ใช้สมองคิดอะไรบ้าง

“เออ แล้วทำมัยเหมือนยังเครียด ๆ วะ”

“แล้วถ้าชั้นถามนายมั่ง ว่าตอนนี้เป็นไร นายตอบได้มั้ยวะ”

“ก็ไม่เป็นไรนี่”

“เออ ชั้นก็ไม่เป็นไร ดื่ม ๆ ไปเหอะ พูดมากจริง ๆ”

“อ่าว ไอ่นี่ ไม่ห่วงแกแล้วจะให้ห่วงหมาบ้าที่ไหนวะ พูดแปลก เดี๋ยวแม่มไม่ยุ่งจริง ๆ อย่ามาง้อนะเว้ย”

“เออ ๆ ๆ โทษที ๆ งอนเป็นเด็กไม่หย่านมไปได้” เอริคหันมาขำมินอูเมื่อเห็นเพื่อนนั่งทำหน้างอนตุ๊บป่องเหมือนเด็กไม่รู้จักโตจริง ๆ
...
..
.
“เฮ้ย! ไอ่มิน แกทะเลาะอะไรกะคุณหมอป่ะวะ”

“แกรู้ได้งัย”

“ก็ชั้นเห็นคุณหมอควงผู้หญิงที่ไหนไม่รู้น่ะสิ”

“ควงผู้หญิง เมื่อไหร่ ที่ไหนวะ”

“ก็ที่นี่ เวลานี้แหละ ข้างหลังนาย โต๊ะโน้นนนน น่ะ เห็นมะ”

มินอูหันไปตามปากแหลม ๆ ของเอริคที่ชี้นำทางให้ ภาพที่เห็นคือดงวานจริง ๆ ด้วย ดงวานและ .. เดากันไม่ยาก มีอานั่นเอง เห็นอย่างนั้นแล้ว สีหน้าตอนนี้ กลับชาขึ้นมาเฉย ๆ เค้าหันกลับมาดวดเหล้าเข้าปากตัวเองอีกอึกใหญ่

“เฮ้ย! ไม่เข้าไปเหรอ”

“ไม่อ่ะ ผู้ชายอะไรไร้เหตุผล ง้อก็ยากกว่าผู้หญิงซะอีก”

“แน่ใจนะว่าไม่ไป จะปล่อยไปงั้นเหรอ”

“เออ แน่ใจ”

“ตอนนี้ดูเหมือนไม่ใช่นายเลยว่ะ ไอ่มิน ปกตินายเป็นแบบนี้ซะที่ไหน” เอริคนั่งมองหน้าก็พาลจะขำในอาการเพื่อน

“ทำมัย ชั้นเป็นงัยวะ”

“นายก็ ฉลาด มาดนิ่ง สุขุม”

“สงสัยไอ้สิ่งที่นายพูด ๆ มาน่ะ ชั้นใช้มันหมดไปกับนายและก็จินนี่และมั้ง”

เอริคและมินอูต่างคนต่างนั่งจิบเหล้าในแก้วของตัวเองไปเงียบ ๆ แม้บางครั้งเค้าจะหันหลังไปมองคนอีกคู่ที่นั่งอยู่ไม่ไกลนักบ่อยๆ โดยที่ตัดใจไม่เดินเข้าไปหา แต่ยิ่งนาน เหมือนความหงุดหงิดก็เพิ่มขึ้น ยิ่งเมา ความโมโหก็ทวีคูณ

เหล้าเข้าปากเป็นแก้วที่เท่าไหร่ก็เกินจะนับ มินอูทนนั่งตรงนี้ต่อไปอีกไม่ไหว เค้าลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะของมีอา ส่วนเอริคได้แต่มองตามเพื่อนไป โดยไม่แม้แต่คิดจะรั้งไว้ จะรั้งทำมัยล่ะ ในเมื่อมันเหมือนเป็นเรื่องสนุกยังงัยยังงั้น นาน ๆ จะได้เห็นเพื่อนตัวเองอาละวาดซะมั่ง

“ผมมีอะไรจะคุยกะหมอนิดได้มั้ยครับ”

“อ่าว อุปป้าก็มาเที่ยวเหมือนกันเหรอคะ” มีอาแสร้งทำเป็นเพิ่งเห็นมินอูแต่เค้าแทบไม่ได้ใส่ใจในคำทักทายของหญิงสาวตรงหน้าเท่าไหร่ เค้าคว้าเอาข้อมือของดงวานขึ้นมา ลากให้อีกคนออกไปด้านนอกด้วยกันโดยไม่พูดพร่ามทำเพลงอะไรเลย


“หมอทำแบบนี้เพื่ออะไรครับ” คำถามแรกหลุดออกมาจากปากมินอูทันทีที่ปล่อยให้มือของดงวานเป็นอิสระแล้ว โชคดีที่ลานจอดรถตอนนี้ผู้คนไม่พลุกพล่านเท่าไหร่

“ผมทำอะไรล่ะ”

“ก็ทำแบบที่ทำนี่แหละ”

“ผมก็ทำแบบที่มินอูอยากให้ทำงัยล่ะ ผู้หญิงกับผู้ชายจะเดทกัน มันไม่ใช่เรื่องแปลกซักหน่อย”

“หมอ”

“อุปป้า คุณหมอ มีอะไรกันรึเปล่าคะ” เสียงมีอาดังมาจากอีกด้าน

“มาก็ดีและมีอา มีอาทำอะไรอยู่ ทุกอย่างนี้เพื่อต้องการแค่ประชดอุปป้าใช่มั้ย” คราวนี้มินอูหันไปทำเสียงดุใส่มีอาบ้าง

“ก็ถ้าใช่แล้วจะทำมัยล่ะคะ”

“อุปป้าบอกมีอาแล้ว ว่าคุณหมอเค้ามีแฟนแล้ว”

“มีอาไม่เห็นสนเลย”

“แล้วมีอาจะสนมั้ย ถ้าอุปป้าบอกว่าแฟนของหมอก็คืออุปป้าเอง”

“มินอู/อุปป้า” ทั้งดงวานและมีอาต่างอุทานออกมาพร้อมกัน โดยไม่ได้นัดหมาย ดงวานคงอุทานเพราะไม่คาดคิดว่าอีกคนจะกล้าป่าวประกาศออกมาแบบนี้ ส่วนมินอา สงสัยจะช็อคไปแล้ว

…
..
.
“อุปป้าพูดอะไรออกมาน่ะ”

“พูดเรื่องจริงน่ะสิ”

“ไม่อ่ะ มีอาไม่เชื่ออุปป้าหรอก นี่อุปป้ารังเกียจมีอาขนาดต้องกุเรื่องขึ้นมาเลยเหรอ”

“เฮ้อ! เรื่องแบบนี้ใครกุกันได้ที่ไหน มีอาฟังนะ อุปป้าไม่อยากให้มีอาเสียใจ แต่ถ้ามีอายังไม่เข้าใจ อุปป้าก็จนปัญญาแล้ว”

“กรี๊ดดดดดดดดดด นี่อะไรกันน่ะ เรื่องจริงเหรอคะ คุณหมอ” เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของมินอูเริ่มมีเค้าไม่ดี มีอาจึงต้องหันไปขอคำตอบจากอีกคนที่ยังยืนเงียบอยู่ตรงนั้น

“ว่างัยคะหมอ อุปป้าพูดโกหกใช่มั้ย”

ดงวานเพียงแต่พยักหน้านิด ๆ แต่แค่นี้มันก็ทำเอาอีกคนกรี๊ดเสียงดังลั่นจนได้

“มีอา จะไปไหน”

“มีอาจะออกไปจากตรงนี้แหละ อุปป้าใจร้าย คุณหมอก็ใจร้าย ใจร้ายทั้งคู่เลยอ่ะ ฮือ ๆ ๆ”

“เอากุญแจมา อุปป้าไปส่งมีอาดีกว่า”

“ไม่ มีอาไม่อยากเห็นหน้าอุปป้าแล้ว” ว่าแล้วก็วิ่งหายไปกับความมืด ปล่อยคนสองคนมองตามอย่างลำบากใจ ความจริงเค้าก็ไม่อยากให้มันออกมาในรูปนี้หรอกนะ แต่ทำงัยได้

“ฮึ ๆ ๆ”

“หมอหัวเราะอะไรเหรอครับ”

“ก็หัวเราะมินอูแหละ ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้”

“อ่าว เรื่องมันน่าหัวเราะตรงไหนเนี๊ยะ”

“ฮ่ะ ๆ ๆ” ยิ่งมินอูทำหน้างง ดงวานยิ่งหัวเราะเข้าไปใหญ่

“นี่ ผมงงนะหมอ หมอไม่ได้โกรธผมแล้วเหรอ”

“ก็ใครเค้าไปโกรธมินอูล่ะ”

“อ่าว หมายความว่างัยฮะ เรื่องทั้งหมดนี่ หมอหลอกผมเหรอ”

“มินอาเค้าบอกผมแล้วว่าเธอน่ะขอเบอร์ผมจากมินอู แต่คุณกลับให้เบอร์ใครมาไม่รู้ แล้วเค้าก็รู้แล้วว่าผมมีแฟน เพียงแต่ขอให้ผมช่วยเดทกับเค้าเพื่อประชดคุณหน่อย ก็แค่นั้น”

“โห หมออ่ะ ทำมัยทำกับผมแบบนี้ล่ะ”

“ก็สนุกดีนะ ผมก็อยากรู้เหมือนกัน ว่ามินอูจะทำยังงัย”

“งั้นแสดงว่ามีอาก็รู้เรื่องเราสองคนก่อนแล้วน่ะสิ”

“ออ เปล่าหรอก เค้าแค่รู้ว่าผมมีแฟนแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเป็นใคร เพิ่งมารู้ตะกี๊นี่แหละ สงสัยคงช็อคไปแล้ว พูดแล้วสงสารเธอเหมือนกันนะเนี๊ยะ ดู ๆ ไป เค้าก็น่ารักดีออก”

“โธ่หมอ! ไม่นะ หมอน่าจะสงสารผมมากกว่านะ โดนต้มซะเปื่อย ร้ายกว่าที่ผมคิดนะหมอน่ะ”

“แค่นี้ผมว่าผมยังไม่ได้ครึ่งของมินอูหรอก เข้าไปข้างในเหอะ เอริครอนานแล้ว” ดงวานหันหลังกลับ เดินนำอีกคนเข้าไปข้างใน ที่ที่เอริคคงนั่งชะเง้อคอยาวไปแล้ว

“โอเคฮะ แต่ระวังผมเอาคืนละกัน คราวนี้จะโทษกันไม่ได้นะ”

ดงวานยังคงเดินต่อไป ไม่หันมามองคนที่ฮึดฮัดอยู่กับที่ เค้าก็ได้ยินอยู่หรอกนะ ประโยคที่ว่า และพอจะแปลออกว่ามันหมายถึงอะไร แต่ช่างมันเหอะ ได้แกล้งคนแบบนี้ ก็สนุกไปอีกแบบ แม้จะรู้สึกเสียวต้นคอวาบ ๆ ผิดปกติก็ตามเหอะ








ยังตันกะตอนจบอยู่เลย อ่านคู่หมอกะพี่เอ็มไปพลาง ๆ นะฮะ แต่ก็แต่งในรูปแบบเรื่องเดิม ไม่ได้แต่งเรื่องขึ้นใหม่ ...

ตอนนี้มันอาจเหมือนเรียบ ๆ ไปหน่อย ช่วงนี้หัวสมองไม่ทำงานเลยอ่ะ จะพยายามคิดตอนจบให้ได้ในเร็ววันฮะ


***แทงคิ้วน้องจ๊อย สำหรับพล็อตเรื่องอูด้ง***


ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ที่ตามอ่าน และเป็นกำลังใจให้ฮะ...



Create Date : 02 ตุลาคม 2551
Last Update : 2 ตุลาคม 2551 20:18:56 น. 24 comments
Counter : 487 Pageviews.

 
อ๊ากกกกกกกกกกก ขนาดแปะไม่รู้ตัว ตรูยังมาเปนที่ 1 เหอๆๆๆ


โดย: Tom & Jinnyyyyy IP: 203.154.188.177 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:8:06:04 น.  

 


5555555

แปะตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย

ไม่กดเข้ามาดูไม่รุ้เลยนะเนี่ย

ไม่เห็นเอารุปไปฝากพี่พันเลย

ดีนะเนี่ยเซ้นดี เหอๆ

ขอบคุณน๊า

อูด้ง ตามคำขอ อิอิ


โดย: จ๊อย.... IP: 202.176.121.15 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:10:18:07 น.  

 
ตามจ๊อยมาติดๆ
ซองยังเป็นพี่ชายที่เข้มเหมือนเดิม
คุณหมอร้ายน้า..หลอกมินมินได้(สมาคมอูด้งปิดรับสมาชิกยังอ่ะพุด..ขออยู่ด้วยคน...หุหุหุ)

ตอนนี้ยาวดี..ชอบ


โดย: piyawan IP: 118.172.251.132 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:11:08:44 น.  

 
น่ารักจริงๆเลย มินวาน..

กลับไปแต่งของเราต่อดีกว่า

ปล.ซองขอสิ่งที่ทำได้ยากกับป๋าจังเลย

เดี๋ยวป๋าต้องหนีไปเปิดสาขาย่อยบริษัทที่อเมริกาตามดี้ไปด้วยหรอก55+


โดย: wizze IP: 124.121.229.10 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:11:31:19 น.  

 
เข้ามาทุกวัน ในที่สุด กรี๊ดดดดด พี่พุดดีใจฮ่ะ
แต่ว่ายังมะมีเวลาอ่าน เด๋วอ่านก่อนค่อยมาเม้นนะค้า แบ๊คกราวน์มินนี่ เท๊เท่


โดย: โบ_andyholic IP: 203.144.236.214 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:12:38:47 น.  

 
ชอบตอนที่จอนจิน เรียก ออมม่า (น่ารักชะมัด )


โดย: พี่นา IP: 203.151.144.4 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:13:01:05 น.  

 
เรียบ ๆ เหรอไม่นะ น่ารักดีออก
โดยเฉพาะ คู่มินวาน น่ารัก ๆ
แม่ดุมากเลย คำขอของแม่นกเหมือนห่าป๋าทั้งเป็นเลยอ่ะ


โดย: ket_dd IP: 202.151.41.53 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:16:29:35 น.  

 
คู่ลุงกับมิน น่ารักมากเลยค่ะ เค้าแกล้งกันได้แสบมาก...แต่แอบสงสารหนูมีอานิดนึง นิดนึงเท่านั้น

บรรยากาศตอนซองคุยกับป๋า เหมือนป๋าไปขอลูกสาวบ้านไหนเลยนะเนี่ย

ขอบคุณพี่พุดค่ะ


โดย: carina_jeab IP: 58.9.82.143 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:20:27:42 น.  

 
เย้ เพิ่งรู้ว่าพุดดิ้งมาต่อแล้ว

BG น่ารักมากมาย ชมพูเชียว

คุณหมอกะพี่เอ็มน่ารักมาก ๆ ๆ ชอบ ๆ ๆ ถึงเวลาที่พี่เอ็มจะออกอาการมั่ง จะเท่ เก่ง ฉลาดทุกตอนเห็นจะไม่ได้

ชอบประโยคนี้อ่ะ
“นายก็ ฉลาด มาดนิ่ง สุขุม”

“สงสัยไอ้สิ่งที่นายพูด ๆ มาน่ะ ชั้นใช้มันหมดไปกับนายและก็จินนี่และมั้ง”

ออมม่าขอแบบนิ่ม ๆ แต่ทำยากเนาะ แต่ถ้าทำได้จริง ก็ได้น้องไป เจ๋งมาก ๆ เลยมุขนี้ พี่ชอบอ่ะ ไม่ใช่กีดกันนะ แต่ถ้าทำไม่ได้เองก็ช่วยไม่ได้
พี่จิตไปมั้ยเนี่ย

สงสัยป๋าต้องไปเปิดสาขาที่เมกาด้วยซะแล้วแหละ


โดย: พี่อัน IP: 202.129.32.218 วันที่: 2 ตุลาคม 2551 เวลา:23:07:02 น.  

 
มาแล้ว...มาตามอ่านต่อแล้ว..พี่พุดสู้ๆ

อ่านแล้วยิ้มหน้าบานเลย น่ารัก


โดย: เอ๊ะ IP: 125.24.153.59 วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:0:52:06 น.  

 
อ้าว ซองคิดไรอยู่เนี่ย ให้ป๋ากล่อมน้องแอนไปเรียนต่อเมกา เด๋วป๋ามิโอนงานทั้งหมดให้มินกะจิน แล้วตามไปเฝ้าเลยเหรอ
เงื่อนไขที่ป๋าต้องทำก็ไม่ได้มากมายไรนะ รักน้องเค้าก็ต้องทำให้ได้อ่ะน้า
กรี๊ดดดด คู่อูด้งน่ารักง่ะ มินนี่โดนต้มเปื่อยเลย 5555++
พี่พุดอ่านไปยิ้มไปเมื่อยกรามเลย ต่อไวๆนะค้า


โดย: โบ_andyholic IP: 203.144.236.214 วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:12:48:22 น.  

 
อือมมมม์ เรียบเหรอ แต่พี่ประทับใจตอนนี้นะ ~

ถึงจะไม่มีเหตุการณ์หวือหวา หรือข้อความบาดลึกกินใจมากมายเหมือนเคย แต่บทสนทนาที่เรียบง่ายเป็นธรรมชาติ ก็ช่วยเติมเต็มช่องว่างเล็กๆ และเก็บรายละเอียดความผูกพัน ความลึกซึ้งทางใจ ที่ก้าวไปอีกขั้นนึงของทุกคู่ได้ดี ~อ่านแล้วรู้สึกสบายๆ เหมือนนั่งอยู่ริมลำธาร มีดอกหญ้าสีม่วงดอกเล็กๆบานเต็มลาน แว่วเสียงเพลง I ‘M’ U ลอยมาไกลๆ~ อารมณ์ประมาณนั้นเชียวล่ะ ^^

ปล. จะรีบจบไปทำมายยย ไปเรื่อยๆ กะด้ายยยย ขอเค้านั่งรถไฟเหาะสลับกับนั่งชมนก ชมไม้ ริมลำธารไปอีกนานๆ ไม่ได้เหยออออ - -"


โดย: duckie IP: 124.121.17.250 วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:18:30:12 น.  

 
ดีคะ คุณพุดดิ้ง
มาอัพไวดีจังคือแค่นี้เราก็ถือว่าไวแล้วหละเราติดตามอ่านเรื่องนี้อยู่แบบเกาะติดเลย ชอบเนื่องเรื่องและทุกตัวละครยิ่งเป็นชินวาด้วยแล้วชอบมากสุด สุดเลย แม่นกร้ายกาจจริง ๆ รู้ว่าป๋าของเราคิดอะไรอยู่ ก็เลยเหมือนทดสอบจิตใจป๋าแบบมัดมือชกเลยนะเนี่ย สงสารป๋ามากๆ คราวนี้ทำใจลำบากเหลือเกิน....
สมน้ำหน้าอีมินมันโดนซะมั่ง จะได้เข็ดชอวางแผนดีนัก ลุงของเราดัดหลังซะงงไปเลย ส่วนจินนี่ต้องพยายามอีกหน่อยสู้ สู้ อ้อแล้วเห็นพุดบอกว่าตันตอนจบสรุปจะจบแล้วหรอ อีกกี่ตอนอ่ะ
แล้วจะแต่งเรื่องใหม่ต่อเลยรึเปล่า อยากให้เป็นชินวาเหมือนเดิมนะ เราจะติดตามอ่านทุกเรื่องของพุดดิ้งตลอด
นะไม่ว่าจะแต่งตัวละครใครก็ได้ แล้วอย่าลืมมาต่ออีกนะอยากรู้ว่าป๋าจะทำไงกับน้องดี้อ่ะ


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:19:02:04 น.  

 
ไม่เรียบนะคะพี่พุด แต่ feel ประมาณโรแมนติกเล็กๆอ่ะค่ะ
ในที่สุดก็มีโมเม้นท์ของพี่เอ็มกะคุณลุงหมอ น่ารักมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วยิ้มไปด้วย (อยากรู้จังว่าตัวจริงลุงหมอจะง้อยากเหมือนที่พี่เอ็มว่าไว้รึป่าวนะ ^^)
อย่าเพิ่งรีบจบเลยนะคะพี่พุด ต้องให้พี่เอ็มพาลุงหมอไปเที่ยวญี่ปุ่นก่อน 55++

ปล.แอบสงสารป๋าริค แต่ทำยังไงได้รักน้องเค้าไปแล้วก็ต้องทำให้ได้ตามที่รับปากออมม่าไว้ (แต่ถ้าออมม่าจุกจิกมากให้จินจัดการเลยนะคะ)

รออ่านตอนต่อไปค่ะ fighting !! ค่า ^^


โดย: Keiropi IP: 125.26.122.175 วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:19:18:47 น.  

 
พี่หมอนี่หลอกเก่งจริง ๆ เลย พี่เอ็มก็น่ารักมากๆ หึงพี่หมอก็เป็นด้วย
นึกว่าจะสุขุมเต๊ะท่ามาดแมนอย่างเดียว......

ร่า ทำไม ทำกับพี่เอแบบนี้..... คงคิดว่าพี่เอจะปฏิเสธละซิ ... ไม่รู้จักพี่เอซะแล้ว.........
ว่าแต่งานนี้...พี่เอต้องมีแผนอะไรซ่อนอยู่แน่เลย......
ถ้าจะให้น้องแอนไปเรียนต่อง่ายๆ ก็ไม่ใช่พี่เอของเค้า.........(เอาใจช่วยพี่เอนะคะ)

ต้องลุ้นตอนต่อไป............เป็นกำลังใจให้น้องพุดค่ะ

ปล. ตอนนี้ไม่มีเลิฟซีนเลย... แต่ก็ชอบอ่ะ แบบว่า เหมือนทุกคนกำลังวิ่งเข้าโค้งสุดท้ายกัน
ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ชัยชนะ.........


โดย: Pekkiokung IP: 58.8.220.105 วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:21:16:13 น.  

 
มาแว้ว อ๊ะๆไม่พูดพร่ำทำเพลงละกันเริ่มกันเลย เหอๆๆ (ประหนึ่งจะมีเนื้อหาสาระมากกว่าที่เคยเปนอยู่งั้นแหละ)

ตอนนี้เปนอูด้งชามพิเศษเพิ่มหมูชิ้นชิมิแต่ก็ยังคงสืบเนื่องเหตุการณ์จากเยนย่ำค่ำมืดหลังวิกฤติห้องประชุม เหอๆ ทะมัยตรูจะต้องวกไปหาเหตุการณ์นั้นด้วยเนี่ย เด๋วออมม่าก็หน้าแดงอีกระลอกแต่คงไม่แระมั้ง หลังๆออมม่าเริ่มชาชิน

ไหนว่าจะไม่พร่ำไง (ใจเยนดิ มันก็ต้องมีเกริ่นกันหน่อยจิ)
“จอนจินล่ะ หมู่นี้เห็นเค้าดูเครียด ๆ” // ถามเพื่ออะหยังหว่า เพิ่งเจอกันมิช่ายเหรอ เย้ย ไหงยังวกมาที่เดิมละเนี่ย
คำมั่นสัญญาของลูกนกที่เคยหลงทางมันชวนให้หลงใหลจิงๆ นะนั่น ไม่เข้าใจว่าทำไมเหนเหตุการณ์แบบนี้แล้วอยากย้อนกลับไปอ่านแรกเริ่มเมื่อรู้หัวใจตัวเองของมันจิงๆ

มาถึงอีกคู่รักที่ยังคงมีขวากหนามคอยทิ่มแทงเปนระยะมั่ง .. จริงๆแล้วข้อเสนอของออมม่าก็ไม่ได้ทำร้ายจิตใจใครจนเกินไปซะหน่อย (จิงป่าวหอย เหอๆ) เพียงแต่ดี้ยังเด็กในสายตาของคนเปนพี่ แล้วการที่ให้ดี้ไปเรียนต่อมันก็เปนหลักประกันในอนาคตของตัวดี้เอง รวมถึงมันเปนการพิสูจน์ระยะทางรักได้ดีนักแลออมม่าอาจกะลังต้องการแบบนั้นก็ได้ ประมานว่าเมื่อห่างตัว ใจจะห่างด้วยป่าว จะยังคงมั่นมั้ย ประมานนี้มั้ง .. แต่ก็ไม่เหนจะยากเลยพี่ริคออกจะรวยก็บินไปหามันทุกเดือนหรือทุกสัปดาห์เลยดิ เหอๆ

คู่พิเศษมั่ง .. ไม่น่าเชื่อว่าหลังๆจะมีคนชอบคู่นี้เยอะแฮะ (หลับตาแล้วนึกถึงหน้าลุง เอิ๊กส์ขำๆดีแฮะ)

แม่น้องนางมีอายังคงเปนมือป่วนที่เข้ามาเพิ่มสีสรรเส้นทางรักของคู่ที่ปรึกษาอยู่นั่นเอง

“แล้วมีอาจะสนมั้ย ถ้าอุปป้าบอกว่าแฟนของหมอก็คืออุปป้าเอง” // อันนี้พูดไปด้วยความเมาด้วย หรือว่าต้องการตัดขาดทุกปัญหาอ่ะ แบบว่าสุดยอดของการเปิดเผยเลย เหอๆๆ

แล้วการที่มินอูทิ้งท้ายไว้ว่าจะเอาคืนกะหมออ่ะ ไรเหยอ?? สนใจเอาคืนด้วยการลากมั่งป่าว เหอๆ ถ้าสนรีบปรึกษาหอยด่วนนะฮะ อันนั้นผู้ชำนาญการลาก ยังไม่วายหื่นอีกตรู ฮี่ๆ

ท้ายสุดๆ .. ตอนนี้เหมือนกะเบาๆสบายๆดีอ่ะ ไม่มีซีนอารมณ์อะไรมากมาย ก็นะเตรียมรับมือกะการคลี่คลายปัญหาของพี่ใหญ่และน้องเล็กต่อไป ไม่ยากฮะ ปัญหามีให้แก้มิใช่ให้กลุ้มเน้อ สู้ๆฮะ


โดย: Tom & Jinny วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:17:21:32 น.  

 
กรี๊ด...เพิ่งอ่านจบ รีบเม้นท์เลยละกันนะ เด๋วอารมณ์ไม่ต่อเนื่อง

พี่ชอบประโยคนี้จังเลยอ่ะน้องพุด
"ถ้าออมม่าอยากได้ยินคำว่ารักทุกวัน ผมก็จะพูดให้ฟัง ถ้าออมม่าอยากให้ผมกอดออมม่าไว้แบบนี้ทุกครั้ง ผมก็จะกอด ถ้าออมม่ากลัวหรือกังวล ผมก็จะมาอยู่ข้าง ๆ และก็จับมือออมม่าไว้"

จินนี่น่ารักมาก ๆ นึกถึงเพลงพี่เบิร์ดเลย

"จะไปในทันใด จะไปยืนเคียงข้างเธอ ไปอยู่ดูแลเป็นเพื่อนเธอ

ให้เธอหมดความกังวลใจ" - -' เก่าได้อีกชั้น

คู่อื่นก็น่ารักน๊า...อยากให้พี่เอ็มเอาคืนพี่หมอไว ๆ อ่ะ

ตอนนี้ที่บอกว่าเหมือนไม่มีไรมาก แต่เปล่าเลย มันแฝง wordings ดี ๆ

กะแง่คิดต่าง ๆ ไว้ตั้งเยอะ

มาต่อไว ๆ นะจ๊ะ พี่เป็นกำลังใจให้จ้า


โดย: ekada IP: 124.120.189.55 วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:18:17:40 น.  

 
หนูมาช้ามากกกกมายเลยค่ะพี่พุดข๋า.....อิอิ


โรแมนนนนนซึ มากมายเลยค่ะ พี่เอ็มน่าร๊ากกก จะหลงพี่เอ็มอีกคนและนะค่ะ I I I Love love Love U U U...." I 'M' U " อิอิอิ แอบลากมาเป็นเพลงนะค่ะ ฮาฮาฮาฮาๆๆๆ



พี่เคข๋า (ข้างบนอะค่ะ อิอิ) หนูว่าอีกเพลงก็เข้านะค่ะ "จะคอยเป็นกำลังใจ ให้เธอหายเหนื่อย จะเป็นดังสายลมพัดมาห่วงใย และเธอจะได้รู้ ทุกวินาทีที่หัวใจ ก็ยังมีฉันเข้าใจเธอเสมอออ.... (แอบคิดถึงพี่บิ๊กนะค่ะ ว่าแต่เพลงนี้เพลงเพ่เจมส์ อิอิ) -- นอกเรื่องนะค่ะเนี่ย..


รักออมม่าจังค่ะ... แม้จะโหดแต่โดนจริงๆนะค่ะ แบบว่าต้องดุๆงี้และค่ะ สมเหตุสมผล และนุ้งดี้ก็รั้น อิอิ ส่วนจินนี่ก็มาหวานนนนนมากกกก มดเพียบเลยว่าแต่... เรื่องของเรานี่เข้าใจแล้ว อธิบายผ่านอะไรค่ะ เอ่อคือ หนูก็หื่นได้ทุกสถานะการณ์จริงๆๆๆ โห๊ะๆๆ ขอโทษนะค่ะพี่พุดข๋า.... แหะๆๆๆ


ไปแล้วค่ะ รออ่านต่อนะค่ะพี่ วันนี้คงได้ฤกษ์อ่านหนังสือต่อก่อนไม่งั้น สิ่งที่จะเจอไม่ใช่เพ่เอ็มแต่เป็น เอฟ แทน แงแงแง กางเต้นท์ ปูเสื่อรอเลยนะค่ะพี่ข๋า.....


โดย: praery_za IP: 58.10.170.229 วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:18:35:29 น.  

 
อ๋าๆๆๆ

อ่านไปอ่านมา
ทมัยซองกี้ดุวันดุคืนนนT^T


ชอบคู่ลุงกะเพ่เอ้ม
งอนกันน่าดู
อิอิ^^


นู่อ่านจบแร้ววค่า

รอต่ออยุนะคะพี่พุดดดดด**


โดย: sushilanla IP: 58.9.249.64 วันที่: 5 ตุลาคม 2551 เวลา:20:38:18 น.  

 
จะคิดตอนจบแล้วเหรอน้องพุด ง่า...อย่าเพิ่งเลย ยังลากไปได้อีกตั้งหลายที่ ...เอ๊ ชั้นพูดถึงเรื่องอะไรอยู่


รอตอนหน้าอยู่น๊า.....
(ถามแต่เค้า...แล้วของแกรถึงไหนยะ)


โดย: พี่จิ๋วจิน IP: 58.147.74.4 วันที่: 7 ตุลาคม 2551 เวลา:14:16:39 น.  

 
อ่านตั้งนานแล้วอ่ะ แต่เพิ่งมาเมนท์ แหะๆๆ ความรักของเพ่ป๋าช่างมีอุปสรรคซะจริงๆ

ส่วนเรื่องของเพ่มินกะเพ่หมอตอนนี้น่ารักมากเลยอ่ะ อ่านแล้วก็อมยิ้มตลอด

ว่าแต่พรุ่งนี้ 9 ตุลาแล้ว เศร้าจัง T_T


โดย: kayzila IP: 124.120.158.19 วันที่: 8 ตุลาคม 2551 เวลา:20:37:56 น.  

 
ตอนนี้อ่านไปแล้วค่ะ พอดีคิดถึงเลยแวะเข้ามาดู เราชอบเรื่องนี้ตรงสไตร์การแต่ง และการใช้ภาษา อ่านแล้วรู้สึกลงตัวน่ารักดี แล้วจะรออ่านตอนต่อไปนะคะ


โดย: JM IP: 116.58.231.242 วันที่: 8 ตุลาคม 2551 เวลา:22:45:44 น.  

 
อ่านจบรวดเดียว ตอน 1-14 เลย

สนุกมากค่ะพี่พุด รอตอนต่อไปด้วยเหมือนกันนะคะ

น่ารักกันทุกคู่เลยอ่ะ..^^


โดย: KoYoJunG IP: 203.144.130.176 วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:16:47:59 น.  

 
อูด้งงงงงง!!!
ชอบจริงชอบจังเลย
ลุงหมอแกแอบแผนสูงนะเนี่ย 55 จะลองใจพี่เอ็มของเราหรอ พี่เอ็มเลยสารภาพความจริงซะเลย
"แม้จะรู้สึกเสียวต้นคอวาบ ๆ ผิดปกติก็ตามเหอะ" -- ว้าววว 55 คิดไปไกลเลยแฮะ คนอ่าน 55
ใกล้จะจบแล้วหรอคะเนี่ย เรื่องนี้
สู้ๆนะคะพี่พุด



โดย: นาค่า IP: 124.120.39.94 วันที่: 9 ตุลาคม 2551 เวลา:20:15:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

พุดดิ้งของซอนโฮ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add พุดดิ้งของซอนโฮ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.