Gõkana Omakase ...ครั้งแรก
พอใกล้ปีใหม่ ปีนี้ไม่รู้จะทำอะไรจริงๆ แฟนก็ได้เงินจากงานที่ร่วมกันทำกับคู่หูเขา
ตอนแรกก็ชวนกันจะไปเที่ยวปีใหม่ด้วยกัน แต่ไม่รู้จะไปที่ไหน ตอนคุยกันยังไม่มี
ข่าวโอมิครอนในไทยเลย สุดท้ายก็เลยนัดกันไปทานโอมากาเสะเจ้าแรก
ของเชียงใหม่ ร้าน Gõkana Omakase

ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสมานั่งกินร้านแบบนี้เลย เพราะไม่ใช่สไตล์
ของแฟนที่จะมานั่งกินร้านแพงๆ แบบนี้ ปกติก็กินข้าวร้านทั่วไป มื้อละไม่เกิน 100
มื้อแพงกว่าร้อยก็มีบ้าง บางมื้อก็ 300 บางมื้อก็ 600 บางมื้อก็พันนิดๆ ไม่เกินนี้
แต่ถ้าทำกินเองเอาจริงๆ วัตถุดิบเราก็เลือกแบบพรีเมี่ยมมาหมดเลยเหมือนกัน
สั่งตรงจากโรงงานก็มี สั่งจากคนนำเข้าเลยก็มี แต่พวกของสดก็ราคาถูกไปเลย
เพราะมีแหล่งที่ให้เราได้ปริมาณมากและราคาถูกมาก ตลอดทั้งปี

วันนี้ก็เตรียมของจะกลับบ้านด้วย เลยมีธุระวนทั้งเมืองไปทั่วเลย ทั้งไปซื้อของ
ไปรับของที่จองไว้ แต่ละอย่างอยู่คนละมุมเมือง เร่งทำเวลาสุดๆ สุดท้าย
ก็ไปจอดรถรอที่เซนทรัลเฟส เพราะร้านอยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้น แล้วตั้งใจว่า
ไปทานเสร็จแล้วเราก็จะเดินไป Tops ต่อ เพื่อซื้อเต้าหู้กลับบ้านพรุ่งนี้
สรุป ไปก่อนเวลา 1 ชม. 30 นาที 555555555555555555555555
เลยได้แต่นั่งอยู่เฉยๆ ในห้างจนถึงใกล้เวลาก็ค่อยไปที่ร้าน


ร้าน Gõkana Omakase เป็นร้านโอมากาเสะแห่งแรกของเชียงใหม่
วัตถุดิบพรีเมี่ยมส่งตรงจากญี่ปุ่น ถ้าไม่มีวัตถุดิบก็จะไม่เปิดร้านเลย
และเป็นร้านที่ต้องจองก่อนเท่านั้น ไม่สามารถ Walk In เข้าไปได้เลย
เชฟบอกว่า ถ้าอยากอยู่ยาวๆ กับเชฟ ก็ให้มารอบ 2 ทุ่ม เชฟนอนบนร้าน
ไว้รอบหน้านะเชฟ 55555555555555555555555555555555

เห็นคนรีวิวกันเยอะมาก ร้านนี้ มีคลิปให้ดูเยอะแยะเต็มไปหมดเลยนะ
สามารถหาดูตาม facebook ตาม youtube ได้ มีเต็มไปหมด รีวิวเยอะมาก
วันนี้กลุ่มของพวกเราก็เลือกคอร์สที่เค้าจัดลดราคาอยู่ในช่วงนี้
คอร์สโอมากาเสะพรีเมี่ยม 3,499+ บาท ลดราคาจาก 5,999+ บาท
ราคานี้เป็นราคาต่อหัว ไปกันกี่คนก็คูณไปจำนวนเท่านั้น มีค่าอื่นๆ เพิ่มอีก
วันนึงมีหลายรอบ รอบนึงรับได้ไม่เกิน 8 คน แต่เชฟบอกว่า จอง 4 คนขึ้น
ช่วงนี้ก็ปิดรอบให้ไปเลย จะได้ส่วนตัวๆ กันหน่อย ซึ่งก็จริง ไปกัน 4 คน
ตอนแรกเข้าใจว่าจะเจอคนอื่นอีก 4 คน สุดท้ายนั่งกินกันสบายๆ 4 คน


เปิดมาเชฟก็โชว์วัตถุดิบที่จะใช้ในรอบนี้ให้ดูก่อนเลย ของสดมากๆ
ระหว่างที่เชฟทำแต่ละจานที่เสิร์ฟ ก็จะเล่าที่มาที่ไปของวัตถุดิบนั้นๆ ไปด้วย
เราถ่ายคลิปไว้บ้างบางส่วน แต่ไม่มีเวลาตัดและอัพขึ้น เพราะต้องรีบกลับบ้าน
ก็เอามาแค่รูปไปก่อน

และอาหารที่เสิร์ฟทั้งหมดก็ตามรูปด้านล่างนี้เลย บอกตรงๆ จำชื่อไม่ได้
กินอย่างเดียว 55555555555555555555555555555555555555555






วัตถุดิบที่ใช้ทั้งคุณภาพดี และสดใหม่มากๆ เพราะที่ทานทุกคำไม่คาวเลย
นุ่ม เด้ง อร่อยมากๆ ส่วนตัวข้าวที่ปั้นซูชิ สมบูรณ์แบบมากๆ ปั้นได้เป็นทรง
อยู่ทรง แต่ไม่แน่นจนเกินไป พอเข้าปากไปแล้วแตกสลายละลายในปาก
เพราะเราดูเชฟญี่ปุ่นสอนทำซูชิมาก่อน เราถึงเข้าใจว่า แบบนี้แหละใช่เลย
วาซาบิที่ทางร้านใช้เป็นวาซาบิสด ฝนสดๆ ในร้านเลย ใครชอบวาซาบิเยอะๆ
สามารถบอกเชฟได้เลย เชฟจัดให้ตามคำขอ แฟนกับคู่หูขอเพิ่มทั้งคู่

เนื้อวัวที่ใช้ เป็นเนื้อวากิว A5 นุ่มมาก ไม่มีกลิ่นคาว อร่อยจนไม่น่าเชื่อ
เราเป็นคนไม่กินเนื้อวัวเพราะมันเหม็นมาก กลิ่นแรงมากจนกินไม่ไหว
แต่สำหรับวัตถุดิบของร้านนี้ต้องยอมรับว่า คัดสรรมาได้ดีมากจริงๆ
แฟนเราที่เป็นคนเกลียดของดิบ ไม่กินปลาดิบ ไม่กินเนื้อดิบ กล้ากินร้านนี้
และชมว่า ถ้าจะกินก็ต้องกินร้านแบบนี้เท่านั้นแหละ คุณภาพมันสมราคามาก
โอ้โห ปกติไม่ค่อยจะชมร้านไหนนะ นี่ร้านที่ 2 ตั้งแต่คบกันมาเลยที่แฟนชม
ร้านแรกคือ ร้านราดหน้าเล้งกี่สามย่าน หลังจากนั้นไม่ชมร้านไหนอีกเลย

วัตถุดิบอื่นๆ ส่วนใหญ่มาจากฮอกไกโด และช่วงต้นปีหน้าตลาดที่ญี่ปุ่นปิด
ร้านก็หยุดด้วยเหมือนกัน กำหนดการสามารถติดตามได้ที่เพจของทางร้าน

ระหว่างทาน เชฟก็นำ สาเกยูสุ กับ เหล้าบ๊วย มาเสริมด้วย ถามว่า
กลุ่มของเราจะเปิดขวดเหล้าด้วยไหม แต่มีค่าใช้จ่ายแยกต่างหากจากคอร์ส
ซึ่งพวกเราตกลงเปิดชิมทั้งสองขวด ณ ตอนนี้ก็ยังรู้สึกเมานิดๆ 55555555
ถามว่ารสชาติของสาเกยูสุของเชฟเป็นยังไง โคตรรรรรรรรอร่อยยยยยยยยย
หอมกลิ่นส้มยูสุมาก รสชาติคือ กำลังดีเลย เปรี้ยวหวานพอดีๆ คล้ายๆ
เหล้าบ๊วยของเราที่เราดองเองเลย 555 ส่วนเหล้าบ๊วยค่อนไปทางหวานๆ
อัตราส่วนน่าจะ 1:1 เลย เพราะหวานกว่าที่เราดองเองมากๆ และมีเนื้อบ๊วย
ผสมอยู่ในเหล้าเยอะมาก เป็นเหล้าบ๊วยที่มีสีขุ่นๆ แต่รสชาติไม่ขม ไม่ฝาด
หอมบ๊วย และติดหวานมากๆ ก็เอามาตัดกับของดิบที่จะเลี่ยนถ้าทานไปนานๆ
ก็คือ พอดีกันมาก แล้วแฟนก็บอกว่า คราวหน้าถ้ามากันสองคน
เปิดสาเกยูสุขวดนึงแน่นอน 5555555555555555555555555555555

เท่าที่ฟังเชฟเล่า อีกหน่อยจะมีเปิดอีกหลายสาขาเลยแหละ เพราะว่า
เจ้าของร้านมีเพื่อนขอเอาร้านไปเปิดทั้งที่เชียงรายและพัทยา ส่วนสาขา
พรอมเมนาดา ยังต้องรอฟื้นจากวิกฤติโควิดครั้งนี้ก่อน เพราะช่วงเมษา
เจอลูกค้า canceled ไปเยอะ ทำให้วัตถุดิบที่สั่งมาทั้งหมดเสียไปฟรีเลย

ค่าบาดเจ็บจากการมาทานครั้งนี้

ก็ตามบิลที่แนบมานี้เลย ราคาสำหรับ 4 คน 555555555555555555555
ส่วนค่าเหล้าบ๊วยและสาเกยูสุ ต่อขวดราคาเท่ากัน แต่ไม่เกิน 1,000 ต่อขวด
ถ้าจะอัพคลิปตามมาทีหลัง เราจำเป็นต้องตัดเสียงที่เชฟพูดคุยออกไปบ้าง
เพราะแฟนกับคู่หูของเขาคุยงานกัน เนื้อหาของงานไม่สามารถเปิดเผยได้

เป็นประสบการณ์การมาทานโอมากาเสะครั้งแรกในชีวิตที่คุ้มค่าคุ้มราคามากๆ
พนักงานในร้านก็บริการดีมากทุกคน เติมน้ำ เติมเหล้า เก็บภาชนะตลอดคอร์ส
ประทับใจมากๆ โดยเฉพาะเชฟ เชฟเล่าโน่นนี่นั่น คือ สร้างบรรยากาศได้ดี
มี story ของวัตถุดิบ story ของอาหารที่เสิร์ฟ เล่าให้ฟัง ฟังแล้วไม่เบื่อเลย
สำคัญที่สุด เราก็ต้องขอบคุณแฟนสุดที่รักของเรา ที่อุตส่าห์ใจดีพามาทานด้วย
และยังเป็นธุระพาเราไปตะลอนหาของทั้งวัน และยังต้องไปส่งเรากลับบ้านต่อ
กลับจากบ้านแล้วคงต้องทำอาหารให้คุณแฟนทานต่ออีก เค้ารอทานมานาน
ของโปรดของเค้า ผัดเต้าหู้เสฉวน 555555555555555555555555555555

facebook ของร้าน: Gõkana Omakase



Create Date : 30 ธันวาคม 2564
Last Update : 30 ธันวาคม 2564 8:26:22 น.
Counter : 545 Pageviews.

4 comments

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณกะว่าก๋า, คุณจันทราน็อคเทิร์น

  
สวัสดียามเช้าครับน้องเหม่ง

ร้านนี้ใช้วัตถุดิบอย่างดีทั้งนั้นเลยนะครับ
ร้านแนวนี้เริ่มเป็นที่นิยมในบ้านเรามากขึ้นเรื่อยๆ
ที่กรุงเทพมีหลายร้านมาก
เชียงใหม่ก็เห็นว่ามีหลายร้านแล้ว
แต่พอมีโควิดก็เลยเงียบๆไป

เชฟที่เปิดร้านแบบโอมากาเสะ
ยิ่งพูดคุยเก่ง เล่าเรื่อง เล่าที่มาเก่ง
ลูกค้ายิ่งสนุกเลยนะครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 ธันวาคม 2564 เวลา:7:04:09 น.
  
สวัสดีครับคุณเหม่ง ไม่ได้เข้ามาทักทายนานเลยครับ
โอมากาเสะเป็นอะไรที่ผมอยากลองทานมาก ใน กทม มีเยอะ ต้องจองเหมือนกัน แต่ปัญหาคือ..... "ตัง" 5555555555
คือผมเข้าใจว่ามันจะอารมณ์เหมือน Chef Table คือ เสิร์ฟอะไรตามใจเชฟ ซึ่งผมเป็นคนกินยากซักหน่อย เลยกัวจะไม่คุ้ม อีกอย่าง ถึงผมจะเดินทางญี่ปุ่นบ่อยมาก แต่จริงๆ ผมไม่ชอบทานอาหารญี่ปุ่นเลยครับ 55555 แทบไม่มีใครเชื่อ

แต่ละเมนูที่คุณเหม่งเอาให้ดู น่าทานมาก ๆ ที่เล่ามานี่แสดงว่าร้านเอาใจใส่และให้ความสำคัญกับคุณภาพวัตถุดิบมากเลยนะครับ เรียกว่า ตลาดปลาญี่ปุ่นหยุด ร้านก็ต้องหยุดตามด้วยเลย เชื่อมั่นได้จริงๆ ว่า ไม่เจอปลาสวายเวียดนามยัดไส้มาแน่นอน

สาเก เสิร์ฟเย็นหรือเสิร์ฟอุ่นอ่ะครับ อุ่นนี่จะเมาไวมากกกก แก้วเดียวอาจจะมีร้อนวูบวาบ โฟกัสภาพช้าไปชั่วชณะได้เลย ส่วนเหล้าบ๊วยส่วนตัวผมชอบอยู่แล้ว ก่อนครัวปิดนี่สั่งมากองๆ ไว้ 7-8 แก้วแล้วนั่งกินไปยาวๆ กินง่าย เมาง้าว สุดๆ ขวดไม่เกินพันถือว่าราคาดีครับ คิดว่าซื้อในร้านจะต้องแพงมากแน่ๆ แบบนี้ยังพอเปิดได้ครับ

อยากลองบ้างจังเลยครับ แต่กัวหอยเม่นงี้ ปลาแปลกๆ แล้วแพ้งี้
ส่วนเนื้อวัว ปกติผมเหมือนคุณเหม่งเลยคือไม่ทานเนื้อวัวครับ เพราะเหม็นมาก แต่ถ้าวัวนอก หรือวากิว นี่ก็ไม่.......ไม่เหลือ 55555555
โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 30 ธันวาคม 2564 เวลา:16:02:16 น.
  
พี่ก๋าซื้อ โอเคเฮอเบิลมาย้อมเองครับ 555

พี่ก๋าไม่กินปลา ไม่กินของดิบ
โอมากาเสะก็เลยไม่ได้ไปกินแน่ๆครับ

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 ธันวาคม 2564 เวลา:17:47:29 น.
  
สวัสดียามเช้าครับน้องเหม่ง

โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 ธันวาคม 2564 เวลา:7:46:23 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

Princezz Matcha Latte
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Latte ปิศาจร้าย ของ เจ้าชายลู จ้าา
^_^
ธันวาคม 2564

 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
24
25
26
27
28
29
31
 
 
30 ธันวาคม 2564
All Blog