End Note
  ... ในที่สุด... group blog นี้ก็เขียนไม่จบสินะ...

เขียนปี 2554... ต่อมา 2555... ส่วนปีนี้... 2558 แล้วค่า!!!
นึกไม่ออกแล้วว่ามีอะไรอยากจะเล่าเพิ่มมั้ย? แค่เข้ามาแล้วมันดูร้างๆ unfinish.. ก็เลยอยากเขียนบล็อกสั้นๆ ส่งท้ายกรุ๊ปนี้ (เป็นการยอมรับแล้วสินะว่านึกไม่ออกแล้วว่ามีอะไรจะบอก หรือถ้าเด็กๆ จะถาม พี่ก็ลืมแล้วว่าอะไรยังไง จะแนะนำน้องๆ ได้ม้าย..)

ขอบคุณ bloggang และ Google ที่ทำให้น้องๆ รุ่นหลังๆ หลายคนได้ search เจอบล็อกเรา อีเมลล์มาถามเรา สุดท้ายก็แอดเฟซเป็นเฟรนด์กัน.. บางคนเราไม่เคยเจอนะ แต่ไลค์โพสในเฟซซะจนคุ้นเคย เราได้เพื่อนใหม่ประมาณสิบกว่าคน บางคนเคยเจอหน้า บางคนไม่เคยเจอแต่ก็คุ้นเคย :)) ขอบคุณนะคะ :))

ถ้าจะเขียนแค่ Thank you note ปิดท้ายคงดูไม่เหมาะเท่าไหร่ ถ้าอย่างนั้นขอเขียนอะไรเล็กน้อยเกี่ยวกับการไปเวิร์คแอนด์แทรเวิลนะคะ


1. ทัศนคติในการทำงาน :
ทำๆ ไปน้องเบื่อแน่นอน ขอให้พยายามคิดว่าเราจะเรียนรู้อะไรจากตรงนี้ได้บ้าง และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างไรกับการเรียนที่คณะ (แต่กรณีโคตรรรรรรจะเบื่อเลยค่ะพี่ขา ก็ให้เห็นแก่เงินไว้ละกันนะน้องนะ)

แล้วพี่เรียนรู้อะไร? จริงๆ มีหลายข้อนะ แต่มีเรื่องนึงที่ benefit เราจนถึงทุกวันนี้คือ.. eye contact..
ถึงแม้เรา "คิดว่า" ใช้ภาษาค่อนข้างคล่อง (เนื่องจากเคยไป AFS มาปีนึง)
แต่การมาทำหน้าที่เคาน์เตอร์ที่สถานที่ยอดฮิต ที่ใครไปใครมานิวยอร์คต้องแวะให้ได้สักครั้ง ทำให้เราพบเจอลูกค้าที่หลากหลาย ทั้งจากต่างรัฐและต่างประเทศ แน่นอน.. สำเนียงต่างกันอย่างมาก สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เราสื่อสารกับลูกค้าได้ดีมากคือ eye contact เราจ้องตาลูกค้าตอนพูดคุยรับออเดอร์

เพิ่งเข้าใจตอนนั้น ว่าทำไมอาจารย์หลายท่านให้ทิปส์ในการเรียนหนังสือว่าให้สบตาอาจารย์ผู้สอน เราเพิ่งรู้สึกได้จริงๆ ว่ามันคือประสาทสัมผัสที่เยี่ยมยอด

benefit ที่สืบเนื่องมาตอนกลับไทยคือ.. นี่ไม่กลัวการพรีเซ้นท์หน้าห้องแล้วค่ะ จ้องตาอาจารย์ จ้องตาเพื่อนร่วมชั้นเข้าไป.. ตอนสื่อสารกับเพื่อนได้จ้องตาก็เข้าใจกันมากขึ้น ดูจริงใจมากกว่าการหลบตาด้วยนะคะ.. นี่ benefit ยันการสัมภาษณ์งานเลยค่ะ eye contact กับกรรมการสบายมาก

2. Attitude ในการเที่ยว
วันหยุดงาน เหนื่อยแค่ไหนก็ต้องตื่นเช้า ออกไปเที่ยวค่ะ ข้ามน้ำข้ามทะเลกันมาแล้วนี่
แม้จะอ่านไกด์บุ๊คเลือกบริเวณเที่ยวไม่ทัน ก็ขอให้เลือกพื้นที่คร่าวๆ ว่าอยากไปโซนไหน แล้วพกไกด์บุ๊ค แผนที่ กล้อง มือถือ ออกไปเที่ยวเลยค่ะ

3. Attitude กับเพื่อนร่วมงานต่างชาติ
ตอนไปค่อนข้างต่างคนต่างอยู่ มีคนที่สนิทน้อยมาก และยังแอดเฟซบุ๊คกันอยู่
แต่ถ้าให้ไปใหม่อีกครั้งคงจะสานสัมพันธ์ บางคน อาจจะเป็นเพื่อนใหม่ อย่างน้อยเราก็มีใครให้กลับไปเยี่ยมหากเราไปเยือนอีกครั้ง และสำหรับนักเรียนที่มาทำพาร์ทไทม์... ถ้าย้อนเวลาไปได้เราอยากคุยกับเค้ามากขึ้น ลองนัด hangout นอกเวลางานกัน.. คิดดูสินี่คือประสบการณ์ชีวิตกับ real New Yorker นะ นี่สงสัยว่า lifestyle สาวนิวยอร์คที่แท้จริงเป็นยังไง (ก็น่าจะต่างกับ Gossip Girl นะ)

พ้อยท์หลักๆ ที่อยากฝากไว้นึกออกเท่านี้ล่ะค่ะ
Now, go make your own story to be remembered :)



Create Date : 18 กุมภาพันธ์ 2558
Last Update : 18 กุมภาพันธ์ 2558 23:00:23 น.
Counter : 372 Pageviews.

0 comment
Insight : Food Service Job - Other
ว้าว..
ซีรีส์ Insight : Food Service Job ที่เขียนล่าสุด คือเดือนสิงหาคม 2554...
... ตอนนี้ปลายพฤศจิกา 2555!!!

ปีที่แล้ววุ่นเรียนโท
ปีนี้ก็วุ่นทำงาน 55+

กลับมาเขียนคราวนี้ดีเทลคงไม่ครบแล้วล่ะ ไม่ได้มู้ดเหมือนเพิ่งกลับมาใหม่ๆ
แต่ก็ดีนะ จะได้เขียนสั้นๆ บ้าง ปกติยาวตลอด 55+

****************************************************************


จะเล่าให้ฟังถึงเนื้องานอื่นของงาน Food Service ที่นอกเหนือจากเคาน์เตอร์นะคะ
(คือ แต่ละวันเค้าจะเขียนตารางว่าใครทำหน้าที่อะไร มาลุ้นเอาตอนเช้าค่ะ)

- ล้างจาน
ไม่เข้าใจว่าทำไมคนอื่นชอบบ่น เราชอบล้างจานนะ สงบดี ทำงานให้เร็วตามสปีดที่เราชอบได้ ถนอมเสียงด้วย เป็นเคาน์เตอร์พูดทั้งวัน 55+

ก็ จะมีล้างจานปกติ คือโหลดจานลูกค้าใส่เครื่องล้างจานอบจาน แล้วก็เอาไปเรียงไว้
แล้วก็มีล้างอุปกรณ์เครื่องครัวบ้างตอนกลางวัน
(ตอนเย็นมีเวรที่รอเลือกกันอีกค่ะ ปกติล้างเครื่องครัวเวรตอนเย็นนี่สามคน)

ล้างจานไม่ยากนะ เราชอบด้วย ตั้งใจล้างสะอาดๆ
เพราะตอนเป็นเคาน์เตอร์เจอมาแล้ว เอ๊ะ ทำไมจานนิ่มๆ?? ดูข้างใต้ โห ฝาเบอร์เกอร์แปะอยู่อันนึง จะบ้าเรอะ!!!

- เก็บขยะ
มีทั้งในห้องอาหาร และลานกลางแจ้ง
หน้าที่คือเมื่อลูกค้าเอาถาดอาหารมาที่ station แล้วเราจะเป็นผู้แยกขยะ
ซึ่งที่นี่สนุกสนานมาก แยกเป็นสี่ถาด คือเศษอาหาร, พลาสติก composable (ทำมาจากข้าวโพด เลยย่อยสลายได้), พลาสติกย่อยไม่ได้, ขวด PET และ plastic wrap

ตอนลูกค้ากินก็ไม่เท่าไหร่นะ กินเสร็จนี่สิ แทบจะมาถล่มกันในครั้งเดียว
challenge คือต้องทำเร็วๆ อ่ะ

ซึ่ง.. พอขยะเต็ม.. หายนะแล้วจ้า
วิ่งเอาถาดไป dump ในครัวน่ะไม่เท่าไหร่หรอกนะ
แต่ที่เป็นหายนะคือ ระหว่างเราไม่อยู่ ลูกค้าจะวางขยะไว้เยอะมาก กลับไปก็งานช้างเลย

นั่นยังไม่เท่าไหร่

มักจะเจอคุณลูกค้าหวังดีช่วยแยกขยะให้ แต่เค้าไม่รู้ระบบแยกเราไง ดังนั้น มั่วแน่ๆ ต้องคุ้ยขยะจัดใหม่ (ไม่ต้องกลัวค่ะ เราสวมถุงมือตลอด)

นอกจากนั้น ก็มีงานเติม condiments, เช็ดโต๊ะ รักษาความสะอาด
พื้นเปื้อนก็ต้องกวาดถู เป็นต้น
ตอนเย็น ก็จะได้เวรทำความสะอาดบริเวณนั้นไป

- ทำสลัด / ทำแซนวิชบางแบบ / ทำปานินี่
คล้ายๆ กันคือมีสเตชั่นให้ แล้วเราก็ทำอาหารนั้นตามแบบ

เอาตรงๆ เราว่า ล้างจานกับเก็บขยะยังหนุกกว่าเลย
อันนี้เราทำไม่คล่องอ่ะ แล้วต้องรับความกดดันเวลาเคาน์เตอร์สั่งอาหารให้เราทำ


อืม.. ก็ประมาณนี้นะ ดราม่าในครัวก็มีบ้างประปราย
ตอนนั้นเรามีทัศนคติว่า อย่าไปยอม!!! ซึ่งก็ดีในแง่ที่ว่า ไม่โดนกดหัวใช้ ไม่โดนเอาเปรียบ
แต่ตอนนี้มาคิดๆ ย้อนไปแล้วก็รู้สึกว่า ช่างมันเถอะ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ :))

Happy working นะคะ
ป.ล. แต่ปีนี้เห็นข่าวน้ำท่วมนิวยอร์คแล้วใจไม่ดีเลยเนอะ



Create Date : 29 พฤศจิกายน 2555
Last Update : 29 พฤศจิกายน 2555 22:55:19 น.
Counter : 403 Pageviews.

0 comment
กลับมาแล้วค่า ^O^

พอดีวันนี้มีแฟนบล็อกหน้าใหม่อีเมลล์เข้ามา เลยนึกได้ มาอัพเดทสั้นๆ หน่อยละกัน

ช่วงนี้สะดวกแล้ว คงได้อัพบล็อกข้ามปีนี่ให้เสร็จซะที

...

...

ที่หายไปนาน ตอนนี้ Praew Priscilla จบปริญญาโทแล้วนะคะ ^O^

เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรปลายเดือนสิงหานี้ค่ะ

นี่เพิ่งกลับจากไปปฏิบัติธรรมมา อนุโมทนาบุญกันด้วยนะคะ

(ไปเป็นครั้งที่สองแล้วค่ะ ถือศีลแปด ปิดวาจา ปฏิบัติตีสี่ถึงสามทุ่ม สิบวันค่ะ)

 

อ้อ... ที่หายไปนานเป็นเพราะปกติใช้โครมค่ะ ก็งงๆ ว่าทำไมเข้าบล็อกแก๊งค์ไม่ได้ จนน้องแฟนเพจคนนึงบอกมาว่า พี่ลองใช้ ie ดูสิ... โอ้ว... มิน่าล่ะ.... ;p

 

แล้วเจอกันค่า




Create Date : 07 สิงหาคม 2555
Last Update : 7 สิงหาคม 2555 20:08:42 น.
Counter : 500 Pageviews.

0 comment
ยังไม่ว่างมาอัพเดทนะคะ T^T
สวัสดีค่ะ หายไปนานเลย
ตอนนี้ ก็ยังไม่ว่างมาอัพบล็อกอยู่ดีนะคะ

เครียดเรื่อง IS (Independent Study)
เหลืออีกไม่ถึงเดือน ต้องทำใหม่ทั้งหมดจากต้นจนจบ
เวลามีน้อย แต่เคยมีคนทำเสร็จมาแล้ว
เราก็จะสู้สุดใจเหมือนกัน
ที่ผ่านมาขี้เกียจบ้าง ขี้กลัวบ้าง แต่ตอนนี้ ต้องสู้เท่านั้นค่ะ
เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ถึงจะไม่ได้อัพบล็อก แต่น้องคนไหนมีคำถาม ก็อีเมลล์มาได้นะคะ ตอบละเอียดอยู่แล้ว (ละเอียดกว่าบล็อกด้วย ในบล็อกอาจต้องเซ็นเซอร์ชื่อบางบริษัท/บางคนที่เรามี negative comment อิอิ)

ตอนนี้ เช็คกับน้องบางคนในเฟซบุ๊ค น้องบางคนยกเลิกซะแล้ว
ก็โอเคนะ พี่เข้าใจ ปีนี้น้ำท่วมนี่ เหลือเวลาไปนิดเดียวเอง อาจไม่คุ้มเงิน
ค่อยไปปีอื่นก็ได้ และ ถ้าไม่ได้ไป น้องไม่ได้พลาดอะไรแน่นอน

สำหรับน้องที่กำลังจะไป สู้ๆ and have fun นะคะ ^^
(ตอนนี้อัพเดทค่อนข้างใกล้ชิดกับน้องสองคน

หนูลาร่า แฟนบล็อกคนแรกที่พี่ให้เฟซบุ๊คไป ตอนนี้อยู่ดิสนีย์ ฟลอริด้าแล้ว
ยังมาถามเรื่องรองเท้าทำงานอยู่เลย
ไม่เป็นไร จัดให้ พี่โทร.ไปถามเพื่อนที่เคยเวิร์คที่นี่เอา 5555+

อีกคน กำลังจะไปนิวยอร์ค คุยเรื่องที่พัก เรื่องทำงาน เรื่องเที่ยว นู่นนี่
ล่าสุด เดี๋ยวศุกร์นี้จะนัดเจอ สอนแต่งหน้า แล้วพาไปช้อปปิ้งเครื่องสำอางกัน
(แกแน่ใจนะว่าแกทำบล็อกเรื่องไปเวิร์ค? เป็นไงมาไงไปสอนแต่งหน้ากันได้ฟระ? ฮ่าๆๆๆๆๆ)
พอดีพี่เองก็มีของต้องช้อปด้วย แต่ไม่ว่างไปห้าง (ซึ่งห่างออกไปแค่สามป้ายรถเมล์) จริงๆ
ก็เลยมีข้ออ้างไปห้างครั้งเดียวได้ประโยชน์หลายประการ

Love, love!
XOXO



Create Date : 22 มีนาคม 2555
Last Update : 22 มีนาคม 2555 13:56:25 น.
Counter : 225 Pageviews.

0 comment
การเลือกไกด์บุ๊ค Guide Book Selection
เพิ่งตอบเมลล์น้องจูนไป เลยนึกได้ อยากจะมาแนะนำเรื่องการเลือกไกด์บุ๊ค (แต่อาจจะไม่ครบถ้วนเท่าไหร่นะคะ เขียนเท่าที่นึกออกละกัน)

น้อง ๆ ที่จะไปเวิร์คปีนี้ค้าาาาา เริ่มซื้อไกด์บุ๊คมาอ่านเล่นกันได้แล้วค่า (จะได้ไม่กดดันตัวเองด้วยแหละ พี่ซื้อก่อนไปประมาณปิดเทอมเดือนต.ค. ประกฏว่าเปิดเทอมมาบีซี่มากๆ อ่านไกด์บุ๊คไม่ทัน รีบซื้อ จะได้ค่อยๆอ่านให้หมดนะคะ)

เลือกไกด์บุ๊คภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ?

เลือกไกด์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวแบบรวมมิตรหรือเลือกแบบ Top10?

***อย่าลืม เลือกไกด์บุ๊ค edition ล่าสุด เสมอนะคะ***





Free TextEditor

ขอมาเล่าประสบการณ์เลือกไกด์บุ๊คของตัวเองก่อนนะคะ
ตอนไปร้านหนังสือคิโนะคุนิยะรู้สึก overwhelm มาก และไม่แน่ใจ ว่าเล่มไหนดีกว่ากัน
กลับมาบ้าน กูเกิ้ลดู แล้วปรินท์ลิสต์ออกมา ถ้าจำไม่ผิด เป็นของ about.com ค่ะ

ก็ได้ลิสต์เป็น Top10 หนังสือที่น่าสนใจ พร้อมกับบอกลักษณะของหนังสือเล่มนั้นมา

ทีนี้ไปร้านหนังสือที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า (น่าจะ B2S) เปรียบเทียบกับลิสต์ พบว่า หนังสือไม่ได้มีครบตามลิสต์ แต่ว่า รายละเอียดแต่ละเล่ม เป็นไปตามที่เว็บไซต์นั้นบอก ซึ่ง ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็ตัดสินใจเลือกซื้อเล่มที่เราตัดสินจากเว็บนั้นแล้วว่า ลักษณะนี้ เราชอบที่สุด (ตอนนี้กลับบ้านค่ะ ลืมจริงๆว่าหนังสือที่ซื้อเป็นของอะไร จำได้แต่ว่า เล่มเขียวๆ ปกเป็นรูปกราฟฟิตี้ของเลดี้ลิเบอร์ตี้ค่ะ)

แต่ น่าเสียดาย ใจร้อนไปนิด คือ อุตส่าห์ไปร้านหนังสือหลายวันแล้วไงคะ อยากซื้อ อยากอ่านแล้ว เลยซื้อที่ B2S เลย.. เกือบพันแน่ะ.. ต่อมาไปคิโนะกับเพื่อน.. อืม.. ห้าหกร้อยเองง่ะ.. เจ็บใจนิดๆ

แล้วตอนไปนิวยอร์ค คิดว่าหนังสือตัวเองเวิร์คมั้ย? เวิร์คนะ มีข้อมูลที่เราอยากรู้ มีสถานที่หลากหลายให้เลือกไปเที่ยว ฯลฯ ชอบค่ะ

แต่มีปัญหาเดียว คือ ถึงเป็น edition ล่าสุด แต่นั่นก็คือสองปีที่แล้ว ดังนั้น ร้านบางร้านปิด เราก็ไม่รู้เลย และแผนที่ซับเวย์ เดี๋ยวนี้มีเส้นทางใหม่ เราก็ไม่รู้ วิธีแก้ปัญหา ถ้าใครมีไอโฟน โหลดแอ๊ปมาได้เลยนะคะ สะดวกมาก ใครไม่มี (เหมือนพี่ พี่ก็ไม่มี ฮ่าๆๆๆ) ก็แค่ไปขอแผนที่ซับเวย์ ที่สเตชั่นนั้นๆค่ะ

เอ้า กลับมาเข้าเรื่องเดิมนะคะ

เลือกหนังสือภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษดี
ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์และความต้องการของน้องๆนะคะ
โดยส่วนตัวแล้ว พี่รู้สึกว่า ไกด์บุ๊คของประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นภาษาอังกฤษน่าจะดีกว่า ละเอียดกว่า ภาษาไทย (ของไทยมีไม่เยอะด้วยแหละ)

แต่ ในขณะเดียวกัน ตอนวางแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ไกด์บุ๊คภาษาอังกฤษวุ่นวาย อ่านไม่รู้เรื่อง พี่ก็เลือกภาษาไทยอ่านง่ายๆมาแทน

สรุป พี่เชียร์ภาษาอังกฤษมากกว่านะ แต่ถ้าน้องไม่ถนัดจริงๆ ภาษาไทยก็ได้ จะได้ใช้ประโยชน์ได้

อีกเรื่อง จะเลือกไกด์บุ๊คไอ้ที่มันจัดทริปให้ จัดอันดับสถานที่ให้เรียบร้อย หรือว่า ไกด์รวมมิตร มีทุกสิ่งให้เลือกดีล่ะ?

ถ้าน้องอยู่เมืองอื่น แล้วจะมาเที่ยวนิวยอร์ค ก็แน่นอนว่า เลือก Top10 ไปเถอะ เวลามีน้อย ใช้สอยอย่างประหยัด

แต่สำหรับน้องๆที่เวิร์คในนิวยอร์ค.. ทางเลือกก็เพิ่มขึ้นนะ
ถ้าน้องไม่ค่อยเที่ยว หรือ ไปๆตามที่เค้าแนะนำ ก็เลือก Top 10 ก็ได้

แต่พี่เลือกแบบรวมมิตรนะ เพราะ พี่มีคำถามว่า ก็ถ้ามันจัดสิบอันดับ แต่ที่ชั้นอยากไปดู มันเป็นอันดับที่สิบเอ็ดสิบสองล่ะ? จะทำไง? ดังนั้น จึงเลือกเล่มหนา และรวมมิตรค่ะ

พอได้มา คว้าปากกาไฮไลท์สองสีนะคะ สีเข้มสีนึง สีอะไรก็ได้ ไว้ไฮไลท์ไอ้ที่อยากไป๊อยากไป และคีย์เวิร์ดสำคัญ อีกสี แนะนำสีออกเหลือง ที่ระบายได้ทั้งหน้าไม่ลายตา เอาไว้ไฮไลท์ข้อมูล ใจความสำคัญ ของรายละเอียดของสถานที่นั้นๆค่ะ

ได้มาก็อ่านไปไฮไลท์ไป คืนละย่านก็ได้ (หนังสือที่พี่เลือก เค้าแบ่งบทตามย่านน่ะค่ะ)

สำคัญจริงๆนะ ขนาดพี่เตรียมตัวประมาณนี้ แต่พอเปิดเทอมแล้วบีซี่มาก ไม่มีเวลาอ่านต่อจนจบ ตอนไปที่นู่น ไม่อยากนอนกินเวลาตัวเอง วันหยุดปุู๊บ ตื่นเช้ามาพร้อมออกเที่ยว แต่จะมีคำถามว่า ไปไหนดีล่ะวันนี้? เสมอ ดังนั้นสิ่งที่ทำคือเสียเวลาตัดสินใจเลือกสถานที่หลักๆตอนเช้า (ก็ตอนกลางคืนมันเหนื่อยมาก ง่วงมากๆ) แล้วก็ลุยเลยค่ะ อ่านแบบ skimming บน subway ไป (อืม อยู่ไทยไม่เคยอ่าน skimming สำเร็จ อยู่นู่นเชี่ยวค่ะ) ไฮไลท์ไปด้วย คิดว่าวันนี้ สิ่งที่จะไปดูคืออะไรบ้าง อ่านความสำคัญของสถานที่ แล้วก็ลุยค่ะ! การรู้ข้อมูล จะช่วยให้เราเที่ยวสนุกขึ้นจริงๆนะ และนอกจากนี้ ก็จะรู้ด้วยว่า วันไหนอะไรเข้าฟรี จะได้วางแผนเที่ยวได้ถูก

ขอให้สนุกนะคะ เริ่มตื่นเต้นกันตั้งแต่วันนี้เลย!

ป.ล. เขียนมาจนจะจบแล้ว เพิ่งนึกออกว่า เรื่อง job ที่เกาะนั้น ยังเขียนไม่หมดนี่นา.. เอาน่ะ.. รอไปก่อนเนอะ เอาอันนี้ก่อนละกัน สนุกๆๆ!!!



Create Date : 01 มกราคม 2555
Last Update : 1 มกราคม 2555 13:42:22 น.
Counter : 1061 Pageviews.

1 comment
1  2  3  4  5  

Praew Priscilla
Location :
ลำปาง  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



Hey!

Thanks for dropping by my blog! I'm Praew Priscilla.
Just the sweetest travelista mermaid living her happy life and keeping positive vibes.

Follow me at Instagram "PraewPriscilla"
Contact me at praewpriscilla@gmail.com
New Comments