Group Blog
All Blog
### เบต้า - แคโรทีน "เม็ด" กินเสี่ยงมะเร็งปอด ###















นักวิจัยด้านโภชนาการพบสารเบต้า - แคโรทีนสกัดเป็นเม็ด

ในรูปอาหารเสริม กินแล้วเพิ่มโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งปอด

ชี้ก่อนกินควรปรึกษาแพทย์ ค้นพบ 'การดอง'

 กลับเพิ่มปริมาณเบต้า-แคโรทีน

ส่วน 'ต้ม-ลวก-นึ่ง' ทำให้พืชผักสูญเสียอาหารสำคัญน้อยที่สุด

ดร. เอมอร วสันตวิสุทธิ์ รองผู้อำนวยการ

สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

กล่าวในการประชุมวิชาการนานาชาติเรื่อง 'แคโรทีนอยส์'

ในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก

ว่าสารอาหารแคโรทีนอยส์ที่ได้จากผักและผลไม้

มีความน่าสนใจในแง่ที่สามารถเปลี่ยนเป็นวิตามินเอได้

พร้อมกับยังให้สารที่เรียกว่าเบต้า-แคโรทีนด้วย

ซึ่งร่างกายจะได้รับประโยชน์จากปฎิกิริยาออกซิเดชั่น

ในการช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่ไปทำร้ายเซลล์ร่างกายให้เสื่อมสภาพ

 ทั้งนี้ อนุมูลอิสระมนุษย์จะได้รับจากมลพิษต่างๆ รอบตัว

และยังทำให้เกิดโรคมะเร็งบางชนิด และโรคหัวใจด้วย

ซึ่งแคโรทีนอยส์จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคดังกล่าวได้

รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการกล่าวว่า

แต่สำหรับเบต้า-แคโรทีนที่สกัดเป็นเม็ด หรือทำสำเร็จรูปมานั้น

ถ้ารับประทานมากไปก็จะให้โทษต่อร่างกายได้เช่นกัน

มีการศึกษาในผู้ที่สูบบุหรี่จัด

หรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดพบว่า

ในการรับประทานยาเม็ดเบต้า-แคโรทีนปริมาณสูง

ติดต่อกันเป็นเวลานาน (20-30 mg/วัน เป็นเวลา 4-6 ปี)

 แทนที่จะเข้าไปช่วยลดการเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งปอด

 กลับกลายเป็นการเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งปอดมากขึ้น

จากเบต้า-แคโรทีนสำเร็จรูปต้องผ่านกระบวนการสังเคราะห์ก่อน

เพราะฉะนั้นการรับประทานสารอาหารเสริมในรูปเม็ด

 ควรได้รับการแนะนำจากผู้รู้ หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน

 ว่ามีความเหมาะสมแค่ไหนที่จะรับประทาน

และถ้าจะรับประทานควรมีปริมาณเท่าใดที่จะเกิดผลดีต่อร่างกาย '

ขณะนี้เป็นห่วงผู้บริโภคมากกว่า

จะได้รับข้อมูลทางโภชนาการต่างๆ ผ่านทางสื่อโฆษณาอย่างเดียว

 โดยขาดข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ มายืนยัน'

ด้าน ดร.พงศธร สังข์เผือก อาจารย์ประจำ

สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

ผู้ศึกษาเรื่องความคงตัวของแคโรทีนอยส์ในอาหารที่ผ่านการแปรรูป

และการเก็บรักษา กล่าวว่า

สารอาหารแคโรทีนอยส์นี้ คุณสมบัติทางเคมีจะสูญเสียไปได้

หากได้รับความร้อน แสงแดด และออกซิเจน

และสำหรับคนไทยนั้น ในการประกอบอาหารนั้น

นิยมการผัด ลวก ต้ม ตุ๋น ตากแดด ดอง และแช่อิ่ม เป็นต้น

ทั้งนี้จากการทดลองนำผักไปลวก ต้ม นึ่ง พบว่า

 ผักจะสูญเสียแคโรทีนอยส์ในปริมาณใกล้เคียงกันอยู่ระหว่าง 5-10%

 คือ จะเหลือปริมาณแคโรทีนอยส์ 90-95%

สำหรับการทอด ผัด จะสูญเสียในปริมาณที่สูงกว่า

เนื่องจากใช้ความร้อนในการประกอบอาหารมากกว่า

อยู่ที่อุณหภูมิประมาณ 180 องศาเซลเซียส

ทำให้สูญเสียแคโรทีนอยส์ถึง 20-40%

 ส่วนการตากแดดนั้น จะสูญเสียแคโรทีนอยส์ประมาณ 40-50%

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแรงของแดด

แต่ถ้าตากแดดแล้วมีการคลุมหรือบัง

จะทำให้สูญเสียแคโรทีนอยส์น้อยลง

'ที่น่าสนใจคือ การดอง แทนที่จะทำให้ปริมาณแคโรทีนอยส์ลดลง

เช่นวิธีการประกอบอาหารอื่นๆ

แต่กลับให้ปริมาณแคโรทีนอยส์เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20-50%

โดยผักที่เราใช้ในการทดลองนั้นคือ ผักกาด และ ผักเสี้ยน

และตั้งสมมุติฐานว่าสาเหตุที่ทำให้ปริมาณแคโรทีนนอยส์สูงขึ้นนั้น

มาจากแบคทีเรียบางตัว อาจเป็นพวกแล็กติกแอซิก แบคทีเรีย ก็ได้

ซึ่งชั้นนี้กำลังอยู่ในระหว่างการศึกษาว่าใช่หรือไม่

และอาจเป็นตัวอื่นก็ได้ นอกจากนี้ ยังพบว่ายิ่งดองไว้นาน

 ปริมาณแคโรทีนอยส์ก็ยิ่งสูงขึ้นตามเวลาด้วย

แต่ก็ทำให้อาหารไม่น่ารับประทาน'

ดร. พงศธรอธิบายต่อว่า สำหรับการแช่อิ่มนั้นพบว่า

จะทำให้สูญเสียไป 15 % และถ้าเก็บไว้ทานหลังจากการแช่อิ่มแล้ว

ยังสูญเสียต่อไปอีกถึง 40% เนื่องจากอาหารไปสัมผัสกับออกซิเจนนั้นเอง

โดยผลไม้ที่ใช้ในการทดลอง คือ มะม่วง มะละกอ และ ฟักทอง

ส่วนการแก้ไขการประกอบอาหารด้วยวิธีต่างๆ

ที่ไม่ทำให้สูญเสียปริมาณแคโรทีนอยส์มากเกินไปนั้น

 คือ ถ้านำไปต้ม หรือ การใช้ความร้อนก็อาจลดเวลาให้สั้นลง

ส่วนการตากแดดนั้นก็ควรหาวัสดุมาคลุม

เพราะจะช่วยลดปริมาณการสูญเสียได้

ผัก ผลไม้ที่มีเบต้า-แคโรทีน พบว่า

เป็นผักสีเหลือง สีเขียวเข้ม และ สีส้ม จะให้ทั้งวิตามินเอ

 และ เบต้า-แคโรทีนด้วย เช่น มะม่วงสุก มะละกอสุก แครอต

ฟักทอง มะเขือเทศ เป็นต้น

ส่วนผักใบเขียวเข้ม เช่น ผักตำลึง คะน้า เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก สถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล

//www.inmu.mahidol.ac.th/th/news/?id=4

#RamaChannel







Create Date : 28 มิถุนายน 2557
Last Update : 29 มิถุนายน 2557 9:43:49 น.
Counter : 1040 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ