Group Blog
All Blog
<<< "ของชั่วคราว" >>>









"ของชั่วคราว"

ถ้าไม่มีพระพุทธศาสนา

ก็จะไม่มีใครรู้คำตอบที่ถูกต้อง

 พระพุทธเจ้าเป็นคนเดียวที่รู้คำตอบ

ของคำถามสองคำถามนี้ว่า เราเกิดมาได้อย่างไร

 แล้วเมื่อเกิดมาแล้วเราควรจะทำอะไรกับชีวิตของเรา

ให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด

 เหตุที่พาให้เรามาเกิดก็คือตัณหาความอยาก

 ความอยากหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

 ทำให้เราต้องมีร่างกาย เพราะถ้ามีร่างกาย

ก็มีตามีหูมีจมูกมีลิ้นมีร่างกาย

ที่เราเอาไปหาความสุข

จากรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะได้

 เวลาเราได้สัมผัสรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

ที่เราอยากจะสัมผัสนี้ พอเราได้สัมผัสแล้ว

เราก็เกิดความสุขขึ้นมา

ทำให้เราติดกับความสุขแบบนี้

เพราะความสุขแบบนี้มันเป็นเหมือนยาเสพติด

 มันได้มาแล้วมันก็หายไปหมดไป

 ไม่เที่ยงเป็นความสุขชั่วคราว

 พอหมดไปใจที่อยากจะมีความสุขแบบนี้

ก็ต้องหามาเพิ่มต้องหามาเสพอยู่เรื่อยๆ

 ของทุกอย่างที่เราเสพผ่านทางร่างกายนี้

เป็นเหมือนยาเสพติดทั้งนั้น

 ละครที่เราดู เพลงที่เราฟัง สถานที่เราไปเที่ยว

 คนที่เรารักเราชอบ เป็นยาเสพติดที่เราต้องมี

ถึงจะมีความสุข เวลาเราขาดสิ่งเหล่านี้ไป

เราก็เศร้ากันเสียใจกันทุกข์กัน

 เราก็เลยต้องดิ้นรนหารูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ

มาหล่อเลี้ยงจิตใจของเราให้มีความสุขอยู่เรื่อยๆ

 แต่ต่อให้หามาได้มากน้อยเพียงไรก็ตาม

มันก็จะต้องมีวันที่จะต้องไม่สามารถหามันได้

 หรือไม่สามารถเสพมันได้

 เช่น ร่างกายต่อไปก็ต้องแก่ลงไปเรื่อยๆ

เจ็บไข้ได้ป่วยหรือตายไป

 ตอนนั้นความสุขก็ไม่สามารถจะหาได้

เพราะร่างกายไม่มีกำลังวังชา

หรือไม่มีสมรรถภาพความสามารถ

 เวลานอนเจ็บไข้ได้ป่วยนี้

ไปไหนไม่ได้นอนอยู่กับเตียง

 ยิ่งเวลาตายก็หมดเลย

 จบความสุขทางรูปเสียงกลิ่นรสต่างๆ

 แต่ความอยากที่จะหาความสุขจากรูปเสียงกลิ่นรส

มันไม่ได้ตายไปกับร่างกาย

 เพราะมันไม่ได้อยู่ที่ร่างกาย

มันอยู่ที่ใจที่เป็นอีกคนหนึ่ง

ใจกับร่างกายนี้เป็นคนสองคน ร่างกายตายไป

 ใจไม่ได้ตายไปกับร่างกาย

ใจใช้ร่างกายเป็นคนใช้คนรับใช้

ให้ไปหารูปเสียงกลิ่นรสมาให้กับใจ

พอร่างกายคือคนรับใช้ตายไป

 ใจก็ต้องไปหาคนรับใช้ใหม่ เหมือนสมัยนี้

เรามีเด็กรับใช้ที่บ้าน ใช้มาช่วยทำงานที่บ้าน

 กวาดถูบ้านซักเสื้อผ้าทำอะไรต่างๆ

 พอคนรับใช้เขาลาออกไปเราก็ต้องหาคนรับใช้คนใหม่

 เวลาไม่มีคนรับใช้เราก็เดือดร้อนเราก็ทุกข์กัน

 เวลาเราไม่มีร่างกายหรือมีร่างกาย

ที่ไม่สามารถรับใช้เราได้เราก็ทุกข์กัน

เวลาร่างกายเจ็บไข้ได้ป่วยพิกลพิการเราก็ทุกข์กัน

 บางทีทุกข์กันกระทั่งอยากจะฆ่าตัวตาย

 แต่การฆ่าตัวตายก็ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา

 เพราะตัวที่สร้างปัญหาก็คือความอยากของพวกเรา

 ความอยากที่จะหาความสุขผ่านทางร่างกาย

ทำให้เราต้องพึ่งร่างกาย พอไม่มีร่างกาย

เราก็ต้องไปหาร่างกายอันใหม่ไปเกิดใหม่ เนี่ย

 เมื่อก่อนนี้เรามีร่างกายที่เป็นร่างกายอีกอันหนึ่ง

ไม่ใช่ร่างกายที่เรามีอยู่ขณะนี้

 ร่างกายเก่าของเรามันตายไป

 พอร่างกายตายไปใจเราที่มีความอยาก

ก็เลยไปหาร่างกายอันใหม่ที่เรียกว่ามาเกิดใหม่

 นี่แหละคือเหตุที่พาให้พวกเรามาเกิด

ก็คือความอยากได้รูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะ

 ความอยากใน “กามคุณ ๕”

กามคุณ ๕ ก็คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ

 ที่เราเสพผ่านทางตาหูจมูกลิ้นกาย

 นอกจากความอยากในรูปเสียงกลิ่นรส

แล้วก็ยังมีความอยากได้สิ่งนั้นสิ่งนี้

 อยากเป็นนั่นเป็นนี่ อยากมีอยากเป็น

 อยากร่ำอยากรวย อยากเป็นใหญ่เป็นโต

อยากให้คนยกย่องสรรเสริญเยินยอ

 คืออยากในโลกธรรม คือลาภยศสรรเสริญ

สุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

ก็คือความอยากทางตาหูจมูกลิ้นกาย

 แล้วพอได้มาแล้วก็มีความอยากไม่สูญเสีย

ไม่อยากให้มันหมดไป

 ได้อะไรมาแล้วก็อยากให้มันอยู่ไป

 มันก็ทำให้ใจเราต้องคอยดิ้นคอยต่อสู้

คอยปกป้องรักษาสิ่งที่เราได้มา

 แต่ปกป้องรักษายังไงก็รักษาไม่ได้

เพราะมันไม่ได้เป็นสิ่งที่เราควบคุมบังคับได้ตลอดไป

เวลาที่เราบังคับมันไม่ได้มันก็จากเราไปได้

 ตำแหน่งเนี่ยบางคนได้เป็นใหญ่เป็นโต

 เป็นไปสักพักแล้วเดี๋ยวก็จากไป

 ถูกโยกย้ายถูกปลดถูกปฏิวัติ

หรือจากกันด้วยความตาย

 อันนี้แหละคือความอยาก พอไม่มีสิ่งเหล่านี้

ก็หาใหม่อยากได้ใหม่

 นี่คือตัวที่ทำให้เราต้องมาทุกข์

 ถึงแม้ว่าเราจะเป็นใหญ่เป็นโตจะร่ำจะรวย

จะมีอะไรมากมายก่ายกอง

 สิ่งเหล่านี้มันก็ไม่สามารถ

มาทำให้เราไม่มีความทุกข์ได้

 ยิ่งกลับทำให้เรามีความทุกข์มากขึ้นไปเสียอีก

โดยที่เราไม่รู้สึกตัว เราคิดว่าเราเป็นใหญ่เป็นโต

เราจะมีความสุขมากจะมีความทุกข์น้อย

 แต่มันกลับมีความทุกข์มากขึ้นไป

ยิ่งเป็นใหญ่เป็นโตยิ่งเครียดมาก

ยิ่งทุกข์มากยิ่งกังวลยิ่งวิตก

 ดูคนที่มาเป็นใหญ่เป็นโตดูสิ

เป็นนายกไม่กี่ปีนี้ผมขาวหน้าเหี่ยวหน้าย่น

 พอถูกปลดไปไม่กี่ปีนี่ดูหนุ่มขึ้นสาวขึ้นเต่งตึงขึ้น

เพราะไม่มีความเครียด

พระพุทธเจ้าก็ได้มาเกิดเป็นใหญ่เป็นโต

ได้เป็นพระราชโอรส แต่พระพุทธเจ้าก็มีปัญญา

เห็นว่าตัวเองจะต้องแก่ต้องเจ็บต้องตาย

 เห็นว่าจะต้องทุกข์เมื่อถึงเวลานั้น

หรือไม่เช่นนั้นก็อาจจะสูญเสียลาภยศสรรเสริญ

ที่มีอยู่ไปก่อนที่จะแก่จะเจ็บจะตายก็ได้

 เพราะในโลกนี้มันมีการแก่งแย่งชิงดีกัน

 ถ้าพลาดก็ถูกคนอื่นเขาแย่งไป

 มีข่าวในหนังสือพิมพ์ทุกวันนี่

เห็นไหมประเทศซาอุนี่เขาก็มี

เหมือนกับปฏิวัติจากพวกที่มีอำนาจมีเงินมีทอง

 โดยอ้างว่าเขาคอรัปชั่น โกง

 เมื่อวานนี้ก็มีปฏิวัติซิมบับเว (Zimbabwe) ก็เหมือนกัน

 ก็อ้างว่าโกง อยู่ที่ไหนมีปฏิวัติ

ก็เอาคำว่าโกงมาเป็นเหตุทั้งนั้นแหละ

เมืองไทยปฏิวัติก็โกงเห็นไหม จำนำข้าวอะไรอย่างนี้

 อันนี้ก็จะมีเหตุไม่มีเหตุเขาก็หาเหตุเขาได้

แต่เหตุจริงๆก็คือตัณหาความอยาก

ของคนกระทำนั่นแหละ อยากเป็นใหญ่เป็นโต

 อยากได้ลาภยศสรรเสริญสุข

เห็นคนอื่นเขามีตนเองไม่มีก็อิจฉาริษยา

 พอมีช่องทางที่จะทำให้ได้สิ่ง

ที่ตนเองอยากได้มาก็ทำไป

ฉะนั้นถ้าเรามายุ่งกับลาภยศสรรเสริญ

 มาหาความสุขทางตาหูจมูกลิ้นกาย

 แทนที่จะมีความสุขมันไม่สุขหรอก

มันสุขน้อยสุขเดี๋ยวเดียว อาจจะสุขทางร่างกาย

 ร่างกายมีกินมีใช้อย่างเหลือเฟือ

อยากจะซื้ออะไรมากินอยากจะดื่มอะไรอยากจะดูอะไร

 ถ้ายังมีเงินทองอยู่ก็สามารถทำได้

 แต่ใจนี้มันจะต้องคอยดิ้นหาอยู่เรื่อยๆ

ต้องคอยปกป้องรักษา

 ใจไม่มีความสุขหรอกสุขน้อยทุกข์มากกว่า

 นี่แหละคือสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้ทรงเห็น

ก็เลยไม่อยากที่จะกลับมาเกิดอีก

 เพราะต่อให้กลับมาเกิดเป็นใหญ่เป็นโตขนาดไหน

มีทรัพย์สมบัติมีอะไรมากน้อยเพียงไร

มันก็ต้องมีวันเสื่อมมีวันหมด

 ของทุกอย่างในโลกนี้มันเป็นของชั่วคราว

 เป็นสมบัติผัดกันชม

เวลามาเราก็ไม่ได้เอาอะไรติดตัวมา

 เดี๋ยวเวลาไปเราก็ไม่ได้เอาอะไรไป

 เอาแต่บุญกุศลมาหรือบาปมา

 แล้วเวลาไปก็เอาบุญกุศลหรือบาปไป

 บุญกุศลหรือบาปนี่แหละ

เป็นตัวที่ทำให้เราทุกข์หรือเราสุขกัน

 พระพุทธเจ้าทรงเห็นทรงเข้าใจก็เลยรู้ว่า

ต้องหยุดการมาเกิดถึงจะไม่มีความทุกข์

 ถ้ายังมีการเกิดอยู่ก็ยังต้องมาแก่มาเจ็บมาตาย

มาดิ้นรน มาแก่งแย่งชิงดี มาต่อสู้กัน

เพื่อมาหาความสุขชั่วคราวกัน

 แล้วเดี๋ยวพอแก่พอเจ็บพอตาย ก็ต้องทิ้งไปหมด.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

.................................

สนทนาธรรมบนเขา

วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๐






ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 26 กรกฎาคม 2561
Last Update : 26 กรกฎาคม 2561 10:20:32 น.
Counter : 221 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ