Group Blog
All Blog
### การแก้ไขนิ้วล๊อค ###














นิ้วล็อค แก้ไขอย่างไรดี?

นิ้วล็อค เป็นอาการที่ขยับนิ้วไม่ได้ จะงอนิ้วก็งอไม่ได้

จะยืดนิ้วก็ยืดไม่ได้ พอจะขยับนิ้วก็ปวดและเจ็บมาก

 ซึ่งเป็นโรคที่พบได้บ่อยกับทุกเพศทุกวัย

ส่วนใหญ่จะพบได้มากกับคนในกลุ่มวัยทำงาน

หากใครที่เป็นโรคนี้แล้วก็ไม่สามารถที่จะกลับมาใช้งาน

ได้เต็ม 100% เพราะไม่สามารถหยิบจับอะไรได้สะดวก

 อีกทั้งยังต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

เพื่อที่จะได้ไม่เกิดการผิดพลาดในการหยิบจับ

เรามาดูเคสผู้ป่วยตัวอย่าง สาเหตุและการรักษากันดีกว่า

คนไข้รายที่ 1
คุณคาริช เป็นชาวอินเดีย

ทำงานด้านคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยได้ 2 เดือน

 มีปัญหาตั้งแต่ก่อนที่จะมาทำงานเมืองไทย

 คือ มือซ้ายบวมโดยเฉพาะนิ้วก้อย

ต้องเอาผ้ามาคล้องคอยึดแขนไว้ไม่ให้เคลื่อนไหวมาก

หมอแดง : “ไปโดนอะไรมา หรืออุบัติเหตุอะไรหรือเปล่า”

คุณคาริช : “ไม่ได้โดนอะไรเลย

ก็แค่พิมพ์คอมพิวเตอร์ทุกวันนี่แหละ

เป็นนักคอมพิวเตอร์ ทำงานไอที ก็ใช้มือใช้นิ้วแค่นี้”

เขาว่า ไม่ได้โดนอะไรทำให้ต้องบาดเจ็บ

จู่ๆ ก็ค่อยๆ เจ็บมาเรื่อย กินยารักษามาเป็นเดือนก็ไม่ยอมหาย

การบำบัด 

เมื่อกดจุดดูสภาพกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นแล้ว

พบว่ากล้ามเนื้อและเส้นเอ็นแข็งไปทั้งตัว

 โดยเฉพาะแขน มือและนิ้วแข็ง ตึงไปหมด

กดจุดตรงไหนก็เจ็บ เลือดลมฝืด แสดงถึงอาการขาดน้ำ

และมีแก๊สมีลมเข้าไปในเส้นในเอ็นทำให้แข็งตึงไปทั้งร่างกาย

จึงทำการนวดเท้าและกดจุดพอให้เลือดลมได้หมุนเวียนได้ 

ในระหว่างนวด คุณคาริซก็เรอออกมาตลอด

หลังจากนวดเสร็จนิ้วมือก็ค่อยๆ ขยับได้

อาการเจ็บปวดน้อยลง หน้าตาค่อยยิ้มแย้มขึ้น

จึงได้แนะนำให้เข้านวดเพิ่มสัก 4-5 ครั้งภายใน 2 อาทิตย์

 พร้อมกับให้กิน ยาคลายเส้น (ธรณีสัณฐะฆาต)

 เพื่อถ่ายเอาลม แก๊ส และอาหารเก่าๆ ที่คั่งค้างออกมา

 เส้นสายจะได้หย่อนลงไม่แข็งตึง ไม่บวม

 และ ยากระเพาะอาหาร (ขมิ้น ขิง โกฐเขมา)

เพื่อให้มีน้ำย่อยสำหรับย่อยอาหาร อาหารไม่หลงเหลือในลำไส้

 ไม่ก่อให้เกิดแก๊ส เกิดลมมาก

หลังจากมานวดตามที่แนะนำและรับยาไปทานแล้ว

คุณคาริชก็ไม่ได้เข้ามารักษาอีกเลย

แต่ได้แนะนำเพื่อนให้เข้ามารักษา

พร้อมทั้งฝากเพื่อนมาบอก

ว่าอาการปวดมือและนิ้วหายแล้ว จึงไม่ได้มาอีก

คนไข้รายที่ 2

คุณวรรณา อายุ 62 ปี เกษียณมาจากครู

มีอาการปวดข้อมือ นิ้วมือ ทั้งมือซ้ายและมือขวา

จนนิ้วบิดเบี้ยวไปหลายนิ้ว ตอนนี้มีอาการที่นิ้วชี้ และนิ้วนาง

นอกจากนี้ยังมีอาการปวดหลัง ปวดต้นคอ ปวดแขนขวา

 เธอว่าเป็นมานานแล้วตั้งแต่สอนหนังสืออยู่

 ไปหาหมอที่โรงพยาบาลผลการตรวจคือ ข้อเสื่อม ข้ออักเสบ

 กินยาไปนานๆ ก็มีผลต่อกระเพาะอาหารและระบบย่อยอาหาร

“ตอนเด็กๆ ลำบากมากค่ะ ต้องทำงานหนัก

 วิ่งแบกของ ส่งของ งานทุกอย่างหนักเอา เบาสู้

ตอนเป็นครูสอนหนังสือก็ต้องยืนทั้งวัน

เกษียณมาก็รับซื้อขายของเก่าก็ต้องทำงานหนักอีก

ไม่ได้หยุดเลย มือไม้จึงเจ็บปวดไม่ยอมหายสักที

วันๆ หมดยาหม่องเป็นขวดๆ ต้องทาถู นวดกันทั้งวัน

ต้นคอ ไหล่ แขนและหลัง”

เธอพรรณนาความยากลำบาก และความเจ็บไข้ที่ผ่านมาให้ฟัง

การบำบัด 

เมื่อได้กดจุดดูแล้ว พบว่ากระเพาะอาหารย่อยได้ไม่ดี

 เส้นลมปราณกระเพาะอาหารที่อยู่ตรงสันหน้าแข้ง

 แข็ง ตึงและบวม กดแล้วเจ็บมากจนทนไม่ได้

ระบบขับถ่ายก็ไม่ดี ท้องแข็งมีแต่ลมเต็มไปหมด

จนล้นเข้าไปในข้อ เส้นเอ็น แขน มือและนิ้ว

เลือดจึงเข้าไปเลี้ยงไม่ค่อยได้ ข้อนิ้วจึงแข็ง งอบิดเบี้ยว

 และปวด วิธีการรักษา คือ ต้องแก้ที่ระบบย่อยอาหาร

และระบบถ่าย เพื่อไม่ให้มีแก๊สหรือลมเพิ่มเข้าไปอัด

ตามข้อตามเส้นเอ็นต่างๆ เป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดอีก

เส้นลมปราณที่รักษาอาการนิ้วล็อค

ที่แขนคนเราจะมีเส้นลมปราณใหญ่ๆ อยู่ 6 เส้น

 และเส้นลมปราณแต่ละเส้นก็จะพาดผ่านนิ้วมือทั้ง 5 นิ้ว ดังนี้

นิ้วหัวแม่มือ (เส้นลมปราณปอด)

หากมีปัญหาติดขัดที่นิ้วหัวแม่มือ

แสดงว่าร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าปอดมีปัญหา

 เช่น ปอดเย็นเกิน ชื้นเกิน เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็น

 ควรทำให้ร่างกายอบอุ่น

นิ้วชี้ (เส้นลมปราณลำไส้ใหญ่)

หากมีปัญหาติดขัดที่นิ้วชี้ แสดงว่า

ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนว่าระบบขับถ่ายมีปัญหา

 ลำไส้อาจจะมีลมมีแก๊สเยอะ ควรหาทางระบายของเสียออก

นิ้วกลาง (เส้นลมปราณเยื่อหุ้มหัวใจ)

 หากมีปัญหาติดขัดที่นิ้วกลาง แสดงว่า

บริเวณช่องอกมีลมอัดแน่นมาก เกิดความร้อนในช่องอก

อาจเกิดจากการนอนดึก ทานน้ำน้อย

หรือออกกำลังกายดึกเกินไป

นิ้วนาง (เส้นลมปราณซานเจียว)

 หากมีปัญหาติดขัดที่นิ้วนาง แสดงว่า

มีลมอัดแน่นอยู่ในซานเจียว (ช่องว่างของช่องท้อง)

จนไปเบียด กระเพาะอาหาร ปอด หัวใจ

อาจทำให้หายใจลำบากและมักจะเป็นไมเกรนได้ง่าย

นิ้วก้อย (เส้นลมปราณลำไส้เล็กและเส้นลมปราณหัวใจ)

 หากมีปัญหาติดขัดที่นิ้วก้อย

 อาจเป็นเพราะลำไส้เล็กทำงานไม่ดี หรือหัวใจกำลังมีปัญหา

 เลือดไปเลี้ยงหัวใจได้น้อย หรือหัวใจทำงานหนัก

เนื่องจากเลือดข้นหนืด เป็นต้น

การแก้ไข นอกจากการนวดเพื่อให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดี

 ไม่ติดขัดแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง

 ก็คือการปรับพฤติกรรมการกินอยู่ให้ถูกต้อง

 ดื่มน้ำเปล่า (ไม่เย็น)ให้เพียงพอในทุกๆวัน

ทานมื้อเช้าที่มีคุณค่าทางอาหารสูง

ในเวลา 7 โมงเช้า-9 โมงเช้า

ออกกำลังกายพอเหมาะและสม่ำเสมอ

 นอนไม่เกิน 5 ทุ่ม เพียงเท่านี้ ถ้าใครเริ่มทำได้ ก็เท่ากับว่า

 ท่านได้เดินห่างออกมาจากอาการเจ็บป่วยมากขึ้นแล้ว

“ ยิ่งทำจนเป็นนิสัย ก็ยิ่งห่างจากโรคภัยไข้เจ็บนะครับ” ผมรับรอง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก //thearokaya.co.th/web/?p=4452
ขอขอบคุณที่มาของเรื่อง fb. นานาสาระเพื่อสุขภาพที่ดี




Create Date : 26 มีนาคม 2558
Last Update : 26 มีนาคม 2558 22:44:28 น.
Counter : 1135 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ