Group Blog
All Blog
### เป็นโรคเก๊าท์ ควรควบคุมอาหาร ###














โรคเก๊าท์ เป็นหนึ่งในบรรดาโรคที่มีอาการปวดที่ข้อที่พบมากที่สุด

ซึ่งส่วนมากแล้วจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง

เก๊าท์เป็นอาการของโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรม

ที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติในการใช้สารพิวรีน(purine)

ทำให้เกิดสารยูริคในเลือดสูง

ร่วมกับอาการจากการตกตะกอนของสารยูริค

ในข้อ ที่ไต และใต้ผิวหนัง ทำให้เกิดอาการปวดข้อที่มีการอักเสบ

เมื่อถึงบรรทัด คงมีคำถามเกิดขึ้นว่า สารยูริคคืออะไร?

แล้วจะควบคุมปริมาณได้อย่างไร?

สารยูริค(Uric acid)

คือ สารที่ได้จากการย่อยสลายของสารที่มีพิวรีนเป็นส่วนประกอบ

จากการรับประทานอาหารและจากร่างกายผลิตขึ้นเอง

 สามารถตรวจได้โดยการเจาะเลือดหรือตรวจผลึกยูริคในน้ำ

จากข้อที่อักเสบ

กรดยูริคจะพบได้ในเนื้อสัตว์ ข้าวสาลี เครื่องในสัตว์

 เช่น ตับ เซี่ยงจี้ เป็นต้น ร่างกายจะย่อยพิวรีนจนกลายเป็นกรดยูริค

 และจะขับออกมาพร้อมกับปัสสาวะ

ในคนปกติกรดยูริคจะถูกสร้างขึ้นในอัตราช้า

พอที่ไตจะขับออกได้หมดทันกับการสร้างขึ้นพอดี

ส่วนในคนที่เป็นโรคเก๊าท์ พบว่า

เกิดความผิดปกติของกระบวนการใช้และขับถ่ายสารพิวรีน

กว่า 90% ของผู้ป่วยโรคเก๊าท์ เกิดจากการที่กรดยูริคถูกสร้างขึ้น

แต่ไตทำหน้าที่ขับถ่ายออกมาได้ช้าหรือน้อย

นทำให้เกิดการสะสมของกรดยูริคในร่างกายมากขึ้น

เมื่อกรดยูริคอยู่ในระดับสูงก็ทำให้เป็นเก๊าท์ได้ 

อาการของโรคเก๊าท์

มีอาการปวด บวม แดง และร้อนตามข้ออย่างเฉียบพลัน

อาจรุนแรงถึงกับเดินลงน้ำหนักหรือใช้งานข้อไม่ได้

อาการนี้อาจเป็นๆหายๆ อาจทิ้งระยะเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้

ซึ่งอาการปวดอาจเป็นข้อเดียว หรือหลายข้อพร้อมกัน

 บริเวณที่พบบ่อย ได้แก่ ข้อโคนนิ้ว หัวแม่เท้า ข้อเท้า หรือข้อเข่า

นอกจากอาการปวดตามข้อแล้ว

อาจมีอาการของนิ่วในทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย

สาเหตุของโรคเก๊าท์

อาจพบว่าเกิดจากหลายสาเหตุ ได้แก่ กรรมพันธุ์

ซึ่งมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเก๊าท์

ปัจจัยเรื่องอายุ มักพบในวัยกลางคนช่วงอายุ 40-50 ปี

ผู้ชายเป็นมากกว่าผู้หญิง อาจพบในวัยหลังหมดประจำเดือน

คนที่รับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนมากๆ ความอ้วน

 และน้ำหนักตัวมาก ทำให้มีโอกาสเป็นเก๊าท์มากขึ้น

ขณะที่การดื่มแอลกอฮอล์และรับประทานยาบางชนิด

จะลดการขับยูริคทำให้เป็นเก๊าท์ได้เช่นกัน

การสังเกตอาการสามารถทำได้โดย

 สำรวจตัวเองว่ามีอาการปวดข้ออย่างเฉียบพลันหรือไม่

โดยใช้วิธีตรวจหาร่วมกับการเจาะเลือดเพื่อหาระดับยูริคในเลือด

 เจาะน้ำจากการอักเสบในข้อที่บวม ตรวจพบผลึกยูริค

ถ่ายภาพเอ็กซเรย์บริเวณข้อที่มีอาการอาจพบการทำลายของกระดูก

และกระดูกอ่อนผิวข้อ อาจคลำได้ว่ามีปุ่มของผลึกยูริคใต้ผิวหนัง(โทฟัส)

หรือตรวจปัสสาวะอาจพบว่ามีการขับยูริคออกทางไตได้น้อย

หากตรวจพบว่ามีอาการผิดปกติดังกล่าว

แพทย์จะเริ่มทำการรักษาโดยทันที

หลักการรักษา

การรักษาหลักๆของโรคเก๊าท์คือ
การลดระดับกรดยูริคในร่างกาย

 และป้องกันการกำเริบของการอักเสบในข้อ

นอกจากนี้ยังควรงดการดื่มสุรา เลี่ยงการนอนดึก

หรือภาวะเครียด ในรายที่อ้วนควรลดน้ำหนัก

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รักษาโรคประจำตัวอื่นๆ

เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ดื่มน้ำมากๆให้เพียงพอ

เพื่อเพิ่มการขับยูริค ออกจากร่างกาย

และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีพิวรีนสูง

 เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อแดง ยอดผัก หรือต้นอ่อนพืช

สำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องข้ออักเสบควรลดการใช้งาน

หรือลงน้ำหนักข้อที่มีอาการ ใช้ความร้อนประคบ

หรือแช่บริเวณที่มีการอักเสบ หลีกเลี่ยงการนวดที่รุนแรง

หรือบีบรัดแน่น รับประทานยาต้านอักเสบ

หรือยาโคล์ชิซีน (colchicines) ตามแพทย์สั่ง

หลีกเลี่ยงการรับประทานยาที่มีส่วนผสมของแอสไพริน

หรือสเตียรอยด์เอง เพราะอาจทำให้เกิดผลข้างเคียง

นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว

การควบคุมอาหารที่มีปริมาณพิรีนสูงก็เป็นสิ่งจำเป็น

จึงควรงดอาหารที่มีพิวรีนสูงมากกว่า 150 มิลลิกรัม

ต่อ อาหาร 100 กรัม เช่น ตับอ่อน เครื่องในสัตว์ทุกชนิด

ไข่ปลา ปลาไส้ตัน ปลาอินทรีย์ ปลาดุก ปลาซาร์ดีนกระป๋อง

 มันสมองวัว กุ้งชีแฮ หอย ถั่วดำ เขียว แดง เหลือง

น้ำสลัดเนื้อ ซุปก้อน แตงกวา ชะอม สะเดา กระถิน เป็นต้น

ส่วนอาหารที่มีปริมาณพิวรีนน้อยกว่า15 มิลลิกรัม ต่อ อาหาร 100 กรัม

ที่ไม่ต้องควบคุมได้แก่ นมสด ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ทุกชนิด

 ธัญพืชต่างๆ ผักทั่วไป น้ำตาลและขนมหวาน เจลาติน ข้าว

ขนมปังไม่เกิน 2 แผ่นต่อมื้อ เนยแข็ง เนยเหลว

 ผลไม้ปลอกเปลือก และผลไม้ทั่วไป

การจำกัดปริมาณพิวรีนในอาหารเป็นสิ่งจำเป็นต่อการรักษาโรคเก๊าท์

บ่อยครั้งที่ผู้ป่วยมักมีอาการปวดกำเริบขึ้น

โดยที่ตัวเองไม่รู้ว่าเกิดจากสาเหตุอะไร

ดังนั้น ควรศึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์

เพื่อป้องกันการกำเริบของอาการที่อาจมีความรุนแรงขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก ภาควิชาออร์โธปิดิกส์

และภาควิชาพยาบาลศาสตร์ 

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

มหาวิทยาลัยมหิดล

#RamaChannel








Create Date : 24 มิถุนายน 2557
Last Update : 24 มิถุนายน 2557 22:09:10 น.
Counter : 2550 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ