Group Blog
All Blog
<<< ส่องกล้องมองกระเพาะ >>>




















ส่องกล้องกระเพาะอาหาร

วันนี้ฉันได้ไปใช้บริการที่โรงพยาบาลสมเด็จ ณ.ศรีราชา

 เพื่อให้คุณหมอส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารของฉัน

  ความจริงไม่ใช่จู่ๆก็ไปให้หมอส่องกล้องได้

มันต้องมีสาเหตุ และเหตุนั้นก็คือ

เมื่อหกเดือนที่แล้วฉันปวดท้องรุนแรง และถ่ายดำ

 ซึ่งฉันก็เคยเป็นจนรู้ว่า มันคือกระเพาะอักเสบ

และมีเลือดออกในกระเพาะอาหาร 

 ฉันเป็นตอนกลางคืนประมาณทุ่มเศษ 

 ลูกได้พาไปโรงพยาบาลสมเด็จ ฯ

ฉันได้รับการตรวจจากคุณหมอคนสวย

 อายุยังไม่มากอาจจะเพิ่งเรียนจบมาได้ไม่นาน 

 ฉันได้เล่าอาการให้คุณหมอฟังอย่างละเอียด

และแถมฟันธงให้ด้วยว่าการปวดท้องของฉัน

มันเกิดจากกระเพาะอาหารอักเสบ และถ่ายดำ

 (การถ่ายดำเกิดจากเลือดออกในกระเพาะอาหาร)

 ซึ่งฉันเคยเป็นแต่ไม่บ่อยหลายๆปี

จะมีโอกาสเพลี่ยงพล้ำให้กับเจ้าโรคนี้สักครั้ง 

 คุณหมอฟังแล้วก็รู้สึกงงๆ ว่ายายแก่นี่แก่ถ้าจะบ้า

  หรือไม่แกก็เพี้ยนหนักรู้ดีกว่าหมอได้อย่างไร 

 แต่หมอก็จะตรวจตามวิธีของหมอ

โดยเจาะเลือดไปตรวจ และบอกว่าเมื่อได้ผลเลือดแล้ว

จะรู้ว่าฉันต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่

 กว่าจะเสร็จอาจจะถึงตีสาม และให้ฉันนั่งรอ

 ขณะนั้นหมอก็ตรวจคนไข้รายอื่นๆต่อไป 

 แต่ฉันไม่ยอมเพราะหมอให้ฉันนั่งรอจนเที่ยงคืน

 จนหายปวดท้อง จนคนไข้เริ่มง่วงแล้ว 

  ฉันขอยกเลิกการรักษา แต่ด้วยเคสนี้

คุณหมอท่านคงยังไม่เคยเจอคนไข้

ที่บอกเลิกรักษากลางคัน

 ทั้งๆที่คุุณหมอแค่ได้เจาะเลือดเท่านั้น 

ท่านบอกว่าเลิกรักษาไม่ได้เพราะมาถึงหมอแล้ว

 หากปล่อยให้กลับไปเป็นอะไรมากมายหมอจะผิด

 ฉันเลยบอกว่าคุณหมอไม่ต้องกลัว

  เอาหนังสือมาให้ฉันเซ็นต์ชื่อปฏิเสธการรักษา

 เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานป้องกันตัวคุณหมอ

เพราะหากฉันกลับบ้านแล้วเป็นอะไร

คุณหมอก็ไม่ต้องรับผิดชอบ

แต่ฉันขอผลการตรวจเลือดกลับไปด้วย

เพราะพรุ่งนี้ฉันมีนัดจะไปตรวจ

ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

 ตามหมอนัดอยู่แล้ว แต่ตรวจคนละโรคนะ

 แต่ก็แผนกเดียวกันเกี่ยวกับทางเดินอาหาร

คุณหมอเธอจึงยอมให้ 

  และเมื่อฉันไปตรวจที่ ร.พ.จุฬา ฯ

และนำผลเลือดตัวนี้ไปให้คุณหมอดู 

 คุณหมอจึงได้มีจดหมายน้อยส่งถึงลูกศิษย์

ว่าให้ช่วยตรวจกระเพาะอาหารโดยการส่องกล้อง

แล้วขอผลไปให้คุณหมอที่ ร.พ จุฬาฯ 

 เป็นการอำนายความสะดวกให้คนไข้

ไม่ต้องเดินทางไกลไปส่องกล้องถึงจุฬาฯ

 และให้ส่องกล้องก่อนหมอนัดครั้งต่อไปหนึ่งสัปดาห์

  และนี่คือสาเหตุแห่งการส่องกล้อง

กระเพาะอาหารของฉัน

ฉันได้ไปเข้าคิวตรวจแบบคนทั่วไป ที่ ร.พ.สมเด็จ ฯ

 โดยขอแนบหนังสือของคุณหมอไปด้วย

เพื่อจะได้รู้ว่าฉันต้องตรวจอะไร

 เพราะศัพท์แพทย์ฉันไม่อาจรู้ได้

  ฉันติดต่อขอใช้บริการอยู่ค่อนวัน

ถึงได้รับวันนัดเพื่อส่องกล้องกระเพาะอาหาร

  และฉันก็ได้เจาะเลือดทิ้งไว้หนึ่งหลอด

เพื่อตรวจอะไรไม่รู้จากเลือดนำไปประกอบ

การส่องกล้องกระเพาะของฉัน 

และวันนี้ฉันก็ได้มีโอกาสนอนให้คุณหมอ

ส่องกล้องกระเพาะอาหาร

ฉันงดอาหาร งดน้ำตั้งแต่ทุ่มตรง

  เมื่อถึงเวลานัดฉันก็ไปที่ห้องตรวจ

พยาบาลวัดความดัน และให้รอหมอ

ก่อนหมอมาพยาบาลได้ออกมาแนะนำ

การปฏิบัติตนระหว่างหมอตรวจ

เมื่อถึงเวลาฉันได้เข้าไปนอนตะแคงซ้าย

บนเตียง อ้าปากเพื่อพ่นยาชาเข้าไปในปาก

 ปฏิบัติตามที่พยาบาลได้แนะนำทุกประการ

เมื่อยาชาออกฤทธิ์แล้ว พยาบาลก็นำ

ถ้วยพลาสติกเล็กๆมีรูตรงกลางมาให้ฉันคาบไว้

บอกว่ากัดเบาๆเพื่อยึดไม่ให้เคลื่อน

จากนั้นคุณหมอก็นำสายยางเล็กๆ

ปลายสายมีหลอดไฟฉายเล็กๆส่องสว่าง

สอดเข้าไปตามช่องที่ฉันได้คาบไว้

คุณหมอตตรวจกระเพาะจากจอทีวีที่เชื่อมต่อไว้

 และพูดอะไรไม่รู้เป็นศัพท์แพทย์กับพยาบาล

แต่ก็พูดให้ฉันได้ยินว่ากระเพาะอาหารเป็นแผล

และมีกรดไหลย้อนด้วย

ตรวจเสร็จใช้เวลาประมาณห้านาที

 เมื่อฉันออกมารอหน้าห้องเพื่อให้ยาชาหมดฤทธิ์

ก่อนกลับไปรับประทานอาหารได้

 คนไข้ที่ส่องกล้องวันนี้รวมทั้งฉัน ก็ ๔ คน

ทุกคนบ่นว่าเจ็บ และได้ถามฉันว่า

คุณป้าไม่เจ็บหรือ เห็นเฉยๆ

เคยส่องกล้องแบบนี้มาก่อนแล้วหรือ

ฉันจึงตอบว่าเคยแล้วหนึ่งครั้งที่ รพ.จุฬาฯ

ตอนนั้นฉันก็เป็นแบบนี้แหละ 

หายไปประมาณสิบกว่าปีเป็นอีกแล้ว

แต่ก็เจ็บนะไม่ใช่ไม่เจ็บ แต่ก็ต้องทน

เพราะถึงอย่างไรมันก็เจ็บแป๊บเดียว

ดังนั้นจึงอยากจะบอกทุกท่านว่า

เดี๋ยวนี้การรักษาพยาบาลนั้นทันสมัย

อย่าได้กลัวเลย พบแพทย์ไว้เถอะ

เพื่อความปลอดภัยของตัวเรา

และหมั่นดูแลตัวเราให้ดีๆ โดยเฉพาะ

เรื่องอาหารการกินนั้นต้องระวังให้มาก

เพราะมันจะนำพาโรคภัยไข้เจ็บมาเยือนเราได้.








Create Date : 23 พฤษภาคม 2560
Last Update : 23 พฤษภาคม 2560 20:26:56 น.
Counter : 1010 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ