Group Blog
All Blog
### การแก้ปัญหาเท้าเหม็น ###














ปัญหาเท้าเหม็น นั้นถือเป็นปัญหาระดับชาติเลยก็ว่าได้

บางคนอาจจะมองว่าปัญหาเท้าเหม็นนั้นเป็นเรื่องปกติ

ที่เกิดกับทุกคนได้ถ้าใส่รองเท้าผ้าใบ รองเท้าหนัง

 หรือรองเท้าที่มีการระบายต่ำ

ถอดรองเท้าออกมาก็น่าจะเหม็นกันทุกคน

ซึ่งไม่จริงเสมอไป

เพราะบางคนที่ถึงจะใส่รองเท้าหรือถุงเท้ายังไง

เท้าก็อาจจะไม่เหม็นเลย

ปัญหาเท้าเหม็นนั้นเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลมากกว่า

 มาดูกันดีกว่าว่าเท้าเหม็นเกิดจากอะไร

ทำไมบางคนเหม็นโครตๆ แต่บางคนกลับไม่มีกลิ่นเลย

ปัญหาเท้าเหม็นเกิดจาก

สาเหตุที่ทำให้เท้าของเราเหม็นนั้นไม่ได้เกิดจากเหงื่อ

ที่ออกมาจากเท้าเราโดยตรง

แต่เกิดจากแบคทีเรียที่อยู่ที่เท้าของเราต่างหาก

ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นเน่าออกมา

โดยเชื้อแบคทีเรียที่ว่ามันก็จะไปทำปฏิกิริยากับเหงื่อ

ที่ออกผสมผสานกันอย่างลงตัว

จนได้กลิ่นมาดามเฉพาะตัวออกมา

ซึ่งเป็นกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์เอามากๆ

และอีกสาเหตุหนึ่งซึ่งหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า

บางคนที่เท้าเหม็นมากๆนั้นจริงแล้วเค้าเป็น “โรคเท้าเหม็น”

หรือ Pitted Keratolysis ซึ่งอาการที่จะสังเกตได้ก็คือ

 เท้าจะเหม็นอย่างรุนแรง อาจมีหลุมเล็กๆบริเวณฝ่าเท้า

และง่ามเท้า บางครั้งเวลาสวมถุงเท้าและถอดออก

ถุงเท้ามักจะแนบติดกับตัวเท้าจะหนืดนิดนึงเวลาถอด

 ซึ่งหากใครเป็นโรคเท้าเหม็นแล้ว

ก็ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่แล้วล่ะ

 บางครั้งการเข้าไปปรึกษาแพทย์

อาจเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดก็ได้

แต่ก่อนที่เราจะไปหาหมอ

เพื่อให้หมอช่วยรักษาอาการเท้าเหม็นนั้น

บางทีเราก็ไม่อยากไปหาหมอสักเท่าไร

 เพราะคงไม่มีใครมีความสุขเวลาไปหาหมอแน่

หากเราสามารถรักษา บำบัด

และป้องกันปัญหาเท้าเหม็นด้วยตนเองได้ก็คงจะดีไม่น้อย

 อย่างแรกก็คือไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไปหาหมอ

 และไม่ต้องเสียเงินค่ารักษาค่ายา

ทีนี้เราจะแยกวิธีการแก้ปัญหาออกเป็น 2 ส่วนหลักๆก็คือ

แก้ปัญหาที่เท้าของเรา

แก้ปัญหารองเท้า + ถุงเท้าที่เราสวมใส่

มาดูวิธีแก้ปัญหาเท้าเหม็นไปทีละข้อกันค่ะ

แก้ปัญหาเท้าเหม็นที่เท้าของเรา

แช่เท้าในน้ำอุ่นผสมเกลือ

เป็นวิธีการง่ายๆแต่ได้ผลดีมาก

ก็คือต้มน้ำให้เดือดและทิ้งไว้ให้พออุ่น

จากนั้นใส่เกลือแกงที่เรากินกันนี่แหละลงไปในน้ำที่เตรียมไว้

จากนั้นก็เอาเท้าลงแช่ประมาณ 15-20 นาที ทำอย่างนี้ทุกวัน

ภายใน 1 เดือนอาการเท้าเหม็นของเราจะทุเลาลงได้

เท้าจะเหม็นน้อยลงหรืออาจจะหายไปเลยก็ได้

แช่เท้าในน้ำยาเดทตอล

หาซื้อน้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอลที่เป็นขวดน้ำสีส้มๆมา

โดยเอาผสมกับน้ำในถังหรือกะละมังที่เตรียมไว้

เวลาแช่ก็ให้เอาแปรงที่ใช้ขัดเท้าขัดทำความสะอาดไปด้วย

 โดยเฉพาะบริเวณซอกเล็บกับง่ามนิ้วเท้าต้องขัดเป็นพิเศษ

เพราะเชื้อแบคทีเรียจะอยู่บริเวณนั้นเยอะ

 ขัดทุกวันก่อนเข้านอนจะช่วยให้เท้าหายเหม็นแน่นอน

แช่เท้าในน้ำยาบ้วนปาก

อีกหนึ่งสูตรการแช่เท้าก็คือไปหาซื้อน้ำยาบ้วนปากมาสักขวด

 เอายี่ห้ออะไรก็ได้ จากนั้นก็เทลงผสมกับน้ำสัก 2 ฝา

 แล้วก็นั่งแช่ไปเรื่อยๆตามความพอใจ เอาจนเท้าเปื่อยเลยก็ได้

น้ำยาบ้วนปากจะมีตัวยาที่ใช้ทำลายเชื้อแบคทีเรียได้ดีเช่นกัน

 แช่เป็นประจำก็ช่วยแก้ปัญหาเท้าเหม็นได้เหมือนกัน

แต่จะเปลืองตังค์หน่อยนะ

ขัดเท้าด้วยสารส้ม

หาซื้อสารส้มมาสัก 1 ก้อน

แล้วก็เอาถูให้ทั่วเท้าทั้งฝ่าเท้า ง่ามเท้า

 หลังเท้า ทำเวลาอาบน้ำก็ได้อาบน้ำไปถูเท้าไป

 สารส้มเป็นยาระงับกลิ่นอย่างดี

นอกจากเอามาขัดเท้าแล้วก็เอามาถูจั๊กแร้

สำหรับคนที่มีกลิ่นตัวกลิ่นเต่าแรงๆได้ผลดีสุดๆ

แต่ทาบ่อยๆผิวบริเวณนั้นจะตึงและอาจจะแตกได้นะ

ขัดเท้าด้วยเบคกิ้งโซดา

ซื้อเบคกิ้งโซดาหรือผงฟูที่เราเอามาทำขนม

เช่น ซาลาเปา ขนมถ้วยฟู ขนมสาลี่ นั่นแหละ

มันจะเป็นเม็ดละเอียดๆสีขาวๆ เอามาผสมในน้ำพอให้ข้นๆ

 จากนั้นก็เอามาทาให้ทั่วเท้า

แล้วใช้แปรงขัดทุกมุมของเท้าให้สะอาด

เบคกิ้งโซดาจะช่วยฆ่าเชื้อโรค

และทำความสะอาดเท้าไปในตัวได้

หาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เบเกอร์รี่ทั่วไป

ไม่แพงด้วยซองเล็กประมาณ 10-12 บาท

แก้ปัญหาเท้าเหม็นที่รองเท้า + ถุงเท้าของเรา
ซักรองเท้าถุงเท้าให้สะอาด

การซักรองเท้าเราให้สะอาดนั้นหากเป็นรองเท้าผ้าใบ

ก่อนอื่นก็เอารองเท้าไปแช่ในน้ำ

ที่ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อโรคเดทตอลซะก่อน

ทิ้งไว้สัก 20 นาที แล้วก็สักด้วยผงซักฟองตามปกติ

จากนั้นก็เอาไปตากแดดยิ่งจัดยิ่งดี ตากให้แห้งสนิท

เพราะถ้าไม่แห้งแล้วมันก็จะเหม็นได้ง่ายมาก

ส่วนถุงเท้านั้นก่อนซักก็เอาไปแช่ในน้ำร้อนก่อนสักครึ่งชั่วโมง

 แล้วก็ซักด้วยผงซักฟอกตามปกติตากให้แห้งสนิท

 จะได้ไม่มีเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เท้าเหม็นติดอยู่

ช่วยลดความเหม็นไปได้เยอะ

อย่าใส่รองเท้าคู่เดิมซ้ำๆกัน

เรื่องถุงเท้าคงไม่ต้องบอกนะว่าไม่ควรใส่ซ้ำ

แต่มีบางคนช่วยใส่ถุงเท้าซ้ำแบบว่าขี้เกียจซัก

อันนี้เลิกทำซะมันทำให้เท้าเหม็นมาก

 ส่วนรองเท้านั้นเราไม่ควรใส่คู่เดิมติดต่อกันเกิน 2 วัน

เต็มที่ไม่เกิน 3 วัน จะได้ไม่สะสมเชื้อโรคมากนัก

ให้มันได้พักเอาไปตากแดดบ้างอย่างน้อยก็สัก 24 ชั่วโมง

 สับเปลี่ยนใส่กันไปก็ช่วย

ลดความอับความเหม็นของเท้าได้เป็นอย่างดี

เปลี่ยนพื้นรองรองเท้าแก้เท้าเหม็น

พื้นรองรองเท้าไม่ว่าจะเป็นรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าหนังที่ขาด

 จะเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นที่เท้าชั้นดี

 เพราะฉะนั้นหากพื้นรองรองเท้าของเราเกิดขาดเป็นรูขึ้นมา

ก็หาซื้อพื้นรองเท้าที่มีวางขายตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปมาเปลี่ยน

ตามแผนกขายรองเท้า บางทีแค่เปลี่ยนพื้นรองรองเท้า

อาจช่วยให้เท้าหายเหม็นเลยก็ได้

ปัญหาเท้าเหม็นไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย

เพราะนอกจากจะส่งผลต่อคนรอบตัว

หรือผู้ร่วมงานที่ได้สัมผัสกับกลิ่นแล้ว

ยังส่งผลต่อบุคลิกภาพของเรา

นสายตาของคนอื่นด้วย หน้าตาดี แต่งตัวดี

แต่ถอดรองเท้าออกมาเหม็นเป็นปลาเน่า

 คะแนนก็อาจจะติดลบเลยก็ได้

เพราะฉะนั้นดูแลใส่ใจเท้าและรองเท้าของเราให้ดี

เพื่อเท้าที่หอมของเรา เพื่อตัวคุณและคนที่คุณรัก

“วันนี้คุณซักรองเท้าแล้วหรือยัง?”

ขอบคุณข้อมูลจาก //therama.info/

#RamaChannel








Create Date : 15 กรกฎาคม 2557
Last Update : 23 สิงหาคม 2559 10:05:16 น.
Counter : 876 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ