Group Blog
All Blog
### วันอัฎฐมีบูชา ###















"วันอัฏฐมีบูชา"

...............

เป็นวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ

ที่ชาวพุทธเริ่มลืมเลือน ...

วันอัฏฐมีบูชา เป็น วันสำคัญทางพุทธศาสนา

 ที่นับจาก วันวิสาขบูชา ไปเพียง 8 วัน

หรือ วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6

หากปีใดมีอธิกมาส หรือมี 366 วัน

วันอัฏฐมีบูชา ก็จะถูกเลื่อนไปตรงกับวันแรม 8 ค่ำ เดือน 7 แทน

อัฏฐมี คือวันแรม 8 ค่ำ แห่งเดือนวิสาขะ เดือน 6

เป็นวันที่มีเหตุการณ์ สำคัญทางพระพุทธศาสนา

ถือเป็นวันที่ตรงกับ วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ

 หลังพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว 8 วัน

มัลลกษัตริย์แห่งนครกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน

 และพระสงฆ์อันมี พระมหากัสสปเถระเป็นประธาน

ได้พร้อมกัน กระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ

ณ มกุฏพันธนเจดีแห่งกรุงกุสินารา

วันนั้นเป็นวันหนึ่ง ที่ชาวพุทธต้องมีความสังเวชสลดใจ

 และวิปโยคโศกเศร้า เป็นอย่างยิ่ง

เพราะการสูญเสียแห่ง พระพุทธสรีระ


ด้วยเหตุนี้ วันแรม 8 ค่ำ เดือน 8

จึงนิยมเรียกกันว่า วันอัฏฐมีนั้น

เวียนมาบรรจบแต่ละปี พุทธศาสนิกชน

โดยเฉพาะพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกา

 พร้อมกันประกอบพิธีบูชาขึ้น เพื่อระลึกถึงพระพุทธคุณ

ตามประวัติ วันอัฏฐมีบูชา หลังจากพระพุทธเจ้า

เสด็จปรินิพพาน ใต้ต้นสาละ ในราตรี 15 ค่ำ เดือน 6

 พวกเจ้ามัลลกษัตริย์ ก็จัดพิธีบูชาด้วยของหอม

 ดอกไม้ และเครื่องดนตรีทุกชนิด

 ที่มีอยู่ในเมืองกุสินาราตลอด 7 วัน

 และให้เจ้ามัลละระดับหัวหน้า 8 คน สรงเกล้า นุ่งห่มผ้าใหม่

 อัญเชิญพระสรีระ ไปทางทิศตะวันออกของพระนคร

เพื่อถวายพระเพลิง

จากนั้น ก็ให้พวกเจ้ามัลละระดับหัวหน้า 4 คน

พยายามจุดไฟที่เชิงตะกอน แต่ก็ไม่อาจให้ไฟติดได้

ทั้งที่ได้ทำตามคำ ของพระอานนท์เถระ

ที่ให้ห่อพระสรีระพระพุทธเจ้า ด้วยผ้าใหม่แล้วซับด้วยสำลี

แล้วใช้ผ้าใหม่ห่อทับอีก ทำเช่นนี้จนหมดผ้า 500 คู่

 แล้วเชิญลงในรางเหล็ก ที่เติมด้วยน้ำมัน

แล้วทำจิตกาธาน ด้วยดอกไม้จันทน์ และของหอมทุกชนิด

ในการนี้ พระอนุรุทธะ จึงแจ้งว่า

"เพราะเทวดามีความประสงค์ ให้รอพระมหากัสสปะ

และภิกษุหมู่ใหญ่ 500 รูป ผู้กำลังเดินทางมา

เพื่อถวายบังคมพระบาทเสียก่อน ไฟก็จะลุกไหม้"

 ทั้งนี้ เนื่องจากเทวดาเหล่านั้น เคยเป็นโยมอุปัฏฐาก

 ของพระเถระ และพระสาวกผู้ใหญ่มาก่อน

จึงไม่ยินดี ที่ไม่เห็นพระมหากัสสปะ อยู่ในพิธี

และเมื่อภิกษุหมู่ 500 รูป โดยมีพระมหากัสสปะเป็นประธาน

 เดินทางมาพร้อมกัน ณ ที่ถวายพระเพลิงแล้ว

 ไฟจึงลุกโชนขึ้นเอง โดยไม่ต้องมีใครจุด

หลังจากที่พระเพลิงเผาไหม้ พระพุทธสรีระพระบรมศาสดา

ดับมอดลงแล้ว บรรดากษัตริย์มัลละทั้งหลาย

จึงได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ทั้งหมด ใส่ลงในหีบทอง

แล้ว นำไปรักษาไว้ภายในนครกุสินารา

ส่วนเครื่องบริขารต่าง ๆ ของพระพุทธเจ้า

ได้มีการอัญเชิญไปประดิษฐานตามที่ต่าง ๆ อาทิ

ผ้าไตรจีวร อัญเชิญ ไปประดิษฐานที่แคว้นคันธาระ

 บาตร อัญเชิญไปประดิษฐาน ที่เมืองปาตลีบุตร









ขอบคุณข้อมูลจาก fb. Siriwanna Jill
ขอบคุณเจ้าของภาพทุกภาพค่ะ




Create Date : 09 มิถุนายน 2558
Last Update : 9 มิถุนายน 2558 10:59:17 น.
Counter : 1611 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ