Group Blog
All Blog
### ที่มาของการตักบาตรเทโว ###






















วันที่ ๙ ตุลาคม  ๒๕๕๗...... วันเทโวโรหนะ

วันถัดจาก วันออกพรรษา ๑ วัน แรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑

พุทธศาสนิกชนในประเทศไทย

นิยมไปทำบุญตักบาตรครั้งใหญ่

เรียกว่า ตักบาตรเทโว หรือ ตักบาตรเทโวโรหนะ

เพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์ สำคัญในพุทธประวัติที่ กล่าวว่า

ในวันถัด วันออกพรรษา หนึ่งวัน

พระพุทธเจ้า ได้เสด็จลงจากเทวโลก

กลับจากการโปรด พระพุทธมารดา บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

ในพรรษาที่ ๗ เพื่อลงมายังเมือง สังกัสสนคร

พร้อมกับทรงแสดง โลกวิวรณปาฏิหาริย์เปิดโลก ทั้งสามด้วย

หมายถึง วันทำบุญตักบาตร ในเทศกาลวันออกพรรษา

มีประวัติเล่าว่า ในสมัยพุทธกาล

เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว

ได้เสด็จไปประกาศ พระศาสนาในแคว้นต่าง ๆ ทั่วชมพูทวีป

ตลอดจนไปทรงเทศนา โปรดพระพุทธบิดา

และพระประยูรญาติทั้งหลาย ให้บรรลุมรรคผล

ตามสมควรแก่อุปนิสัยของแต่ละคน

แล้วพระองค์ได้ทรงรำลึกถึง พระนางสิริมหามายา

ซึ่งได้สิ้นพระชนม์ไป ตั้งแต่พระองค์ประสูติได้ ๗ วัน

ทรงดำริที่จะสนองคุณ พระพุทธมารดา

ดังนั้น จึงได้เสด็จขึ้นไปจำพรรษา บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

เทศนาพระอภิธรรมปิฏก โปรดพระพุทธมารดาอยู่หนึ่งพรรษา

พุทธศาสนิกชนจึงถือเอาวันแรม ๑ ค่ำเดือน ๑๑

เป็นวันคล้ายวันที่ พระพุทธเจ้า

เสด็จจากเทวโลกมาสู่เมืองมนุษย์ เพื่อโปรดสัตว์

ชาวบ้านทั่วไปเรียกวันนี้ว่า "วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก"

 หมายถึง เป็นวันที่พระพุทธเจ้า ทรงเปิดโอกาส

ให้โลกทั้ง ๓ สามารถมองเห็น ซึ่งกันและกันได้

ประกอบด้วย สวรรคโลก มนุษยโลก และนรกโลก

เป็นวันแห่งอิสระ เสรีภาพ ของเหล่านางฟ้า

เทพบุตร เทพธิดาในแดนสวรรค์

ตลอดจนเหล่าภูติ ผี ปีศาจ เปรต และอสุรกาย

 ทุกรูปทุกนามในแดนนรกภูมิ

สามารถ จะไปไหนมาไหนก็ได้

เมื่อเหล่านางฟ้า เทพบุตร เทพธิดา ทั้งหลาย

ได้ทราบข่าว อันเป็นมงคลยิ่งนี้

จึงได้รวมตัวกันประกอบพิธี "กวนข้าวมธุปายาส"

เป็นข้าวที่กวนผสมกับน้ำผึ้ง เรียกว่า ข้าวทิพย์

พิธีกวนข้าวทิพย์นี้ จะต้องกระทำในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑

เพื่อแจกจ่ายให้แก่ เหล่านางฟ้า เทพบุตร เทพธิดา

 ได้นำไปใส่บาตร ถวายสมเด็จพระสัมมาสัพพุทธเจ้า

ขณะที่พระองค์กำลังเสด็จพระราชดำเนิน

ลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตรงกับวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑

 เรียกวันสำคัญในวันออกพรรษาวันแรกนี้ว่า

"วันตักบาตรเทโวโรหณะ"

ชาวบ้านเรียกวันนี้ว่า "วันตักบาตรเทโว"

พุทธศาสนิกชน ต่างถือปฏิบัติด้วยการทำบุญตักบาตร

ถวายภัตตาหาร ดอกบัว ข้าวต้มโยน ข้าวสาร อาหารแห้ง

เป็นการทำบุญ เพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศล

 ให้แก่บิดา มารดา ญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้ว

ตลอดจนอุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวร

เพื่อได้รับส่วนบุญกุศล อันจะก่อให้เกิด

ความเป็นสิริมงคล แก่ตนเองและครอบครัว

 และทำสืบต่อมาเป็นประเพณี จนทุกวันนี้

และเรียกว่า "ตักบาตรเทโว"

ต่อมา เมื่อพระพุทธศาสนา ได้เผยแผ่มายังประเทศไทย

พุทธศาสนิกชน ได้อัญเชิญพระพุทธรูป ๑ องค์

นำหน้าแถวพระสงฆ์

ส่วนประชาชน ผู้มาใส่บาตรจะยืนหรือนั่ง ๒ แถว

 หันหน้าเข้าหากัน โดยเว้นระหว่างกลาง ไว้ให้พระสงฆ์เดิน

สาหรับของที่นำมาใส่บาตร อาจแตกต่างกันบ้าง

บางแห่งนิยม ทำข้าวต้มลูกโยน

ซึ่งทำจากข้าวเหนียว ห่อด้วยใบมะพร้าว ไว้หางยาว

เพื่อสะดวกในการโยนใส่บาตร

การตักบาตรเทโวนี้ บางวัดทำในวันออกพรรษา

 คือวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ บางวัดก็ทำในวันรุ่งขึ้น

 คือวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑

ทั้งนี้ แล้วแต่ความตกลงร่วมใจ ทั้งทางวัดและทางบ้าน

พิธีที่ทำนั้น ทางวัดอัญเชิญพระพุทธรูป

ประดิษฐานในบุษบก ซึ่งตั้ง อยู่บนล้อเลื่อน

หรือคานหาม มีบาตรขนาดใหญ่ ใบหนึ่งตั้งไว้

หน้าพระพุทธรูป มีคน ลากล้อเลื่อนไปช้า ๆ

 นำหน้าพระสงฆ์ สามเณร ซึ่งถือบาตร

เดินเรียงไป ตามลำดับ

 พุทธศาสนิกชนต่าง ก็นำข้าว อาหารหวานคาว

มาเรียงรายกันอยู่ เป็นแถวตามแนวทาง

ที่รถบุษบกเคลื่อนผ่าน คอยตักบาตร

อาหารที่นิยมตักในวันนั้น

นอกจากข้าวและอาหารคาวหวาน ธรรมดาแล้ว

ก็จะมีข้าวต้มลูกโยนด้วย

ซึ่งบางท่านสันนิษฐานว่า

ในครั้งนั้นผู้คนรอใส่บาตร กันแออัดมาก เข้าไม่ถึงพระ

จึงใช้ข้าวก่อ หรือปั้นโยนลงบาตร

ประเพณีการตักบาตรเทโวนี้

เนื่องมาจากการเลื่อมใส ศรัทธาในพระพุทธศาสนา

เมื่อมีเหตุการณ์อะไร ปรากฏในตำนาน

ก็จะปรารภเหตุนั้นๆ เพื่อบำเพ็ญบุญกุศล

 เช่นการถวายทาน รักษาศีล ฟังธรรมเทศนา

 ทำทาน ตักบาตรเทโวจึงเป็นการทำบุญ

อย่างมโหฬารของพุทธศาสนิกชน นับแต่นั้นมา



ขอบคุณที่มา fb.Anna Jill









Create Date : 07 ตุลาคม 2557
Last Update : 7 ตุลาคม 2557 20:03:43 น.
Counter : 1625 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#15



tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ