Group Blog
All Blog
<<< "หมั่นฟังเทศน์ฟังธรรมกันอยู่เรื่อยๆ" >>>









"หมั่นฟังเทศน์ฟังธรรมกันอยู่เรื่อยๆ"

เราสามารถที่จะฟังเทศน์ฟังธรรม

ศึกษาธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ตลอดเวลา

 ถ้าเราได้ศึกษาบ่อยๆ ศึกษามากๆ

 เราก็จะได้เข้าถึงเรื่องของบุญต่างๆ

ที่เราจะต้องบำเพ็ญกันที่เราจะต้องปฏิบัติกัน

 ถ้าเราไม่ศึกษา นานๆ ฟังสักครั้งหนึ่ง

อ่านสักครั้งหนึ่งแล้วเราก็ไปทำภารกิจอื่นๆ ต่อ

เดี๋ยวสิ่งที่เราได้ศึกษาได้ยินได้ฟัง

มันก็จะจางหายไปลืมไปได้

 ดังนั้นถ้าเรามีหนังสือธรรมะดีๆ

ของพระพุทธเจ้าก็ดี

 ของพระสาวกทั้งหลาย ของครูบาอาจารย์

ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบทั้งหลาย

ก็ขอให้เราหมั่นอ่านกัน

 อ่านฟังกัน ถ้าเป็นแผ่นซีดีถ้าเป็นเสียงก็หมั่นฟังกัน

 ถ้าเป็นหนังสือก็หมั่นอ่านกัน เพราะอ่านแล้ว

เราก็จะได้รู้ว่าเราต้องทำบุญอะไรบ้างนั่นเอง

 การฟังเทศน์ฟังธรรมนี้

จึงถือว่าเป็นบุญที่สำคัญที่สุด

ในบรรดาบุญทั้งหลาย เพราะจะเป็นจุดเริ่มต้น

ของการไปทำบุญต่างๆ ได้

 เหมือนกับการเดินทางนี้

เราต้องมีแผนที่ เราต้องดูแผนที่กัน

 ต้องรู้ทางว่าเราจะไปทิศทางไหนกัน

ถ้าเราไม่รู้ทางแล้วเราออกเดินทาง

เดี๋ยวก็ไปผิดทางได้หลงทางได้

แทนที่จะไปสวรรค์กลับไปอบาย

แทนที่จะไปนิพพาน

กลับไปเวียนว่ายตายเกิดกันได้

 การฟังธรรมนี้จึงมีคุณมีประโยชน์มาก

เป็นมงคลอย่างยิ่งแก่ชีวิต

การที่เราจะได้ประโยชน์จากการฟังเทศน์ฟังธรรม

เราต้องฟังด้วยสติ ฟังด้วยกายวาจาใจที่สงบ

 บางท่านคิดว่าเปิดธรรมะไปฟังไป

แล้วก็ทำอะไรควบคู่ไปด้วย

 ถ้าถามว่าเป็นประโยชน์ไหม ก็ตอบว่าเป็น

แต่ว่าจะไม่ได้เต็มร้อย เพราะอะไร

เพราะว่าใจนี้ไม่ได้อยู่กับการฟังธรรมตลอดเวลา

 เพราะกำลังทำอะไรอย่างอื่นด้วย

ใจก็ต้องแบ่งไปอย่างละครึ่ง

ฟังธรรมไปครึ่งหนึ่งกลับไปกลับมา

ฟังธรรมปั๊บแล้วเดี๋ยวก็กลับมาดูงานที่กำลังทำอยู่

ทำกลับไปกลับมา ก็จะได้ธรรมเพียงครึ่งเดียว

และอาจจะเป็นธรรมที่ไม่ต่อเนื่อง

ทำให้ไม่ได้เกิดความเข้าอกเข้าใจ

เพราะเรื่องของธรรมนี้เป็นเรื่องของเหตุของผล

ที่จะต้องฟังอย่างต่อเนื่องว่าทำอะไรอย่างไร

 แล้วได้ผลอะไรอย่างไร ถ้าฟังแต่เหตุแล้ว

ไปทำอะไรระหว่างที่กำลังอธิบายเรื่องผล

 ก็จะไม่เข้าใจว่าทำไปแล้วจะได้อะไร

จากการกระทำเหล่านี้

 ทางที่ดีถ้าอยากจะฟังเทศน์ฟังธรรม

ควรจะฟังด้วยกายวาจาใจที่สงบ

กายก็คือนั่งเฉยๆ ไม่ต้องเคลื่อนไหว

ไม่ต้องทำอะไร วาจาก็ไม่ต้องคุยกันอย่าคุยกัน

 ใจก็อย่าไปคิดเรื่องอื่นให้คิดอยู่กับเรื่องธรรม

ที่กำลังมาสัมผัสที่หูพิจารณาตามถ้าพิจารณาได้

 ถ้าพิจารณาไม่ได้ก็ใช้เสียงทำกล่อมใจไป

 ก็จะได้ประโยชน์สองลักษณะด้วยกัน

ถ้าพิจารณาตามก็จะได้ปัญญา ได้สัมมาทิฏฐิ

ได้รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก อะไรดีอะไรชั่ว

อะไรเป็นเหตุทำให้เกิดความทุกข์

เกิดการเวียนว่ายตายเกิด

 อะไรเป็นเหตุที่ดับความทุกข์

ดับการเวียนว่ายตายเกิด อันนี้เรียกว่าปัญญา

สัมมาทิฏฐิ พอเรารู้ว่าอะไรเป็นอะไร

เราก็สามารถที่จะแยกแยะมันไป

อันไหนไม่ดีเราก็โยนทิ้งไป

 อันไหนดีเราก็เก็บไว้

อันไหนที่เราควรที่จะรักษาเราก็รักษา

 อันไหนที่เราควรจะเจริญเราก็เจริญ

 เมื่อเรารู้แล้วเราทำในสิ่งที่รู้ที่ถูกต้อง

ตามหลักความเป็นจริง พอทำแล้ว

เราก็จะได้ผลอย่างที่เราต้องการ

ผลก็คือให้ใจของเรานี้เย็นสบาย

ไม่วุ่นวายไม่เดือดร้อนไปกับเหตุการณ์ต่างๆ

 ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับเราโดยตรง

หรือไม่เกี่ยวกับเราโดยตรง

 เช่นร่างกายของคนอื่น

คนที่เรารักเราเป็นห่วงเป็นใย

 เวลาเขาเป็นอะไรก็ทำให้เราไม่สบายใจได้

หรือร่างกายของเราเองที่มันก็จะเริ่ม

มีวันเป็นไปในไม่ช้าก็เร็วมันก็ต้องเจ็บไข้ได้ป่วย

แล้วมันก็จะต้องตายไปในที่สุด

ถ้าเรามีบุญที่เกิดจากการฟังเทศน์ฟังธรรม

เราจะรู้จักวิธีที่จะปฏิบัติกับเหตุการณ์ต่างๆ

 ดังนั้นเราควรที่จะหมั่นฟังเทศน์

ฟังธรรมกันอยู่เรื่อยๆ

 อย่าเกียจคร้าน ให้เห็นการฟังเทศน์ฟังธรรมนี้

เป็นเหมือนการได้เฝ้าพระพุทธเจ้า

ได้อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระพุทธเจ้าเลย

 เพราะธรรมทั้งหมดนี้

ก็มาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า

และได้รับการบันทึกจดจำกันมา

 แล้วก็นำเอามาถ่ายทอด

ให้พวกเราได้ยินได้ฟังกัน.

พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต

............................

ธรรมะบนเขา

วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๐

"บุญ"







ขอบคุณที่มา fb. พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ขอบคุณเจ้าของภาพค่ะ




Create Date : 01 พฤศจิกายน 2560
Last Update : 1 พฤศจิกายน 2560 11:02:22 น.
Counter : 211 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

tangkay
Location :
ชลบุรี  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 54 คน [?]



(•‿•✿) พออายุเลยเลขหกฉันยกเครื่อง
มอบทุกเรื่องที่เคยรู้คู่ความเห็น
มอบประสบการณ์ผ่านพบจบประเด็น
ไม่ยากเย็นเรื่องความรู้ตามดูกัน
ฉันคนเก่าเล่าความหลังยังจำได้
แต่ด้วยวัยที่เหลือน้อยค่อยสร้างสรร
ยอมรับเรื่องเนตโซเชียลเรียนไม่ทัน
อย่าโกรธฉันแค่สูงวัยแต่ใจจริง
ด้วยอายุมากมายอยากได้เพื่อน
หลากหลายเกลื่อนทุกวัยทั้งชายหญิง
คุยทุกเรื่องแลกเปลี่ยนรู้คู่ความจริง
หลากหลายสิ่งฉันไม่รู้ดูจากเธอ ....
สิบปีผ่านไป.......
อายุเข้าเลขเจ็ดไม่เผ็ดจี๊ด
เคยเปรี้ยวปรี๊ดก็ต้องถอยคอยเติมหวาน
ด้วยเคยเกริ่นบอกเล่ามาเนิ่นนาน
ก็ยังพาลหมดแรงล้าพากายตรม
ด้วยชีวิตผ่านมาพาเป็นสุข
ยังสนุกกับการให้ใจสุขสม
อยากบอกเล่ากล่าวอ้างบางอารมณ์
แม้คนชมจะร้องว้า....ไม่ว่ากัน
ปัจจุบันเขียนน้อยค่อยเหินห่าง
ระบบร่างเปลี่ยนแปลงเหมือนแกล้งฉัน
เราคนแก่ตามแก้ไม่ค่อยทัน
ยักแย่ยันค่อยศึกษาหาข้อมูล
แต่ด้วยคิดถึงแฟนคลับกระชับมิตร
จึงต้องคิดตามต่อไปไม่ให้สูญ
ส่งความรู้คู่ธรรมะทวีคูณ
เพื่อเพิ่มพูนให้รู้กันฉันสุขใจ