ผมไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิดนะครับ





วันนี้ ผมรู้สึกไม่ค่อยดีเลย มีเรื่องมาให้คิดอีกละ
รู้จักกะผู้หญิง คนนี้มานานละ ตั้งแต่ ม.ปลาย เพราะ
ว่า พ่อเค้า กะพ่อผม ทำงานด้วยกัน น้องเค้าเกิด
หลังผม 2 ปีครับ ชื่อแนน ทุกคนจะคิดว่า เราสองคน
คุยกันอยู่ แต่ว่า ผมไม่คิดอะไรกะเธอ และเธอก็
บอกว่า เราเป็นพี่น้องกันไม่ได้คิดอะไรกัน เธอชอบ
เล่าเรื่องของผมและครอบครัวผมให้ที่บ้านเธอฟัง
(จนบางทีก็ อดคิดไม่ได้ว่า เธอชอบผมหรอ?)
คือจริงๆ แล้วที่บ้านเค้าจะปลื้มผมมากเพราะว่า
ผมเพอเฟคครับ (เค้าว่างั้นนะ ไม่ว่าจะเป็นฐานะ
หน้าที่การงาน การศึกษา หน้าตา 555+ )
แต่หารู้ไม่ว่าผมไม่ได้เป็นอย่างที่เค้าคิดหรอก
ผมไม่ได้เพอเฟค ผมไม่ได้เก่งที่สุด ผมมีข้อเสีย
ผมไม่ได้ชอบผู้หญิง ผมเป็นเกย์ และเรื่อง
ปัญหาก็คือ พี่ชายของหล่อน(รุ่นเดียวกะผม)
ไปได้ข่าวมาว่า ผมคุยกะผู้หญิงอีกคนนึง(ชีเคยชอบผม)
(ซึ่งชีเป็นเพื่อนสมัย ม.ปลายเคยเรียนพิเศษ
ด้วยกันครับ)และเพ่งได้เจอกันในเฟสบุคเมื่อ ปีที่แล้ว
นี่เอง ก็คุยกันเป็นเพื่อนธรรมดา แต่ข่าวออกมาว่า
ผมไปคั่วกะผู้หญิงคนนี้อยู่ พี่ชายแนนเลย เอาผมไปพูดที่บ้าน
ว่าผมว่า "ผู้ชายก็เป็นงี้หลายใจ"บอกให้น้องแนนเลิก
คุยกะผม น้องแนนก็บอกว่า "เราเป็นพี่น้องกันเฉยๆ"
แต่พี่ชายและ บรรดาญาติๆของเค้าก็ บอกว่า
"เพื่อนของเธอกะเพื่อนของเขามันเหมือนกันไหม"
และก็ฟังความข้างเดียว ต่างหาว่าผมเป็นคนไม่ดี
เป็นผู้ชายหลายใจ (อ้าวบ้าละ เคยถามผมมั้ยว่าผมชอบไหม
ความจริงผมชอบผู้ชาย ชะนีพวกนี้ผมไม่สนใจหรอก
แต่จะให้ผมออกไปพูดยอมรับว่าชอบผู้ชายก็
ไม่ใช่เรืองนี่ครับ)พ่อเค้าเงียบไม่พูดอะไร แต่พี่ชาย
เค้ายื่นคำขาดว่าให้เลิกคุยกะผม และเค้าก็ทะเลาะกันครับ
ทุกคนแบนผม มันเป็นความผิดของผมหรอครับ?
ผมเป็นต้นเหตุหรอ ไม่รู้จะแก้ยังไงดี ได้แค่นิ่งครับ
ทำไมบ้านนี้ต้องมาทะเลาะกันเพราะผมด้วย?
ตอนนี้เราก็เลยห่างๆกันไป ไม่ได้คุยกันบ่อยเหมือน
แต่ก่อน ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย




 

Create Date : 29 มิถุนายน 2553   
Last Update : 5 มิถุนายน 2560 10:58:55 น.   
Counter : 108 Pageviews.  


วันของการจากลา

วันนี้ คงเป็นอีกวันนึง ที่เราจะจำไว้ เป็นอีกวันของชีวิต ทำไมต้องให้ความสำคัญกับเค้าขนาดนี้ด้วยนะ แต่เค้าก็เป็นแฟนคนแรกของเรานะ ... ยินดี ที่เค้าจะมีอนาคตที่ดี และ ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึง และ ใจหายที่จะต้องจากลา


... เรารู้จักกันมาเกือบสองปีแล้ว แต่เพ่ิงคบกันเป็นแฟน ประมาณ เดือน ตุลาคม เมื่อปีที่แล้ว เราก็ไม่ได้คบกันออกนอกหน้า (เพราะต้องรักษาหน้าตาของครอบครัวทั้งสองฝ่าย) ก็เหมือนเพื่อนสนิททั่วๆไป วันนี้ เค้าดูแต่งตัวเรียบง่าย เหมือนเด็ก ที่ยังไม่โต อดเป็นห่วงไม่ได้ ว่าไปแล้วจะอยู่ยังไง จะเรียนยังไง จะกินอะไร (พูดถึงตรงนี้น้ำตาก็เริ่มซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว) แต่เอาเถอะ เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว คนเก่งของผม


เราไม่ได้คาดหวังว่ากลับมาแล้ว เค้าจะเป็นเหมือนเดิม เพราะกาลเวลาหมุนไป ใจเราก็เปลี่ยน ไม่เค้าเปลี่ยน เราก็ต้องเปลี่ยนก่อน ไม่รู้อีกเมื่อไหร่เราจะได้เจอกันอีก ถ้าปีหน้าเค้ากลับมาเยี่ยมบ้าน แล้วถ้าเราไปเรียนต่อเหมือนกัน แล้วจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่นะ แต่เราก็จะจำไว้ว่าครั้งนึง เราเคยรักกัน และ เราก็จะยังเป็นเพื่อนกันตลอดไป




 

Create Date : 27 พฤษภาคม 2553   
Last Update : 27 พฤษภาคม 2553 19:20:00 น.   
Counter : 91 Pageviews.  


เพื่่อสังคม หรือ เพื่อตนเอง

วันนี้ได้มีโอกาส พูดคุยกับเพื่อนของพี่สาว เค้าเพิ่งกลับมาเียี่ยมบ้านช่วงปีใหม่จาก อังกฤษ หลังจากได้ทุนไปเรียน ต่อ ถึงปริญญาเอก บ้านเค้าไม่ได้ร่ำรวยอะไร ที่บ้านขายผักที่ตลาดแถวบ้าน เมื่อก่อนตอนเด็กๆ เค้าก็ช่วยแม่เข็ญผักไปขายที่ตลาดตั้งแต่ตีสาม และก็ต้องไปเรียนหนังสือต่อ แต่พี่เค้้าเีรียนดีแต่ไหนแต่ไรแล้ว แม้ว่าโรงเรียนที่เค้าเรียนนั้นจะไม่ได้เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง(นี่เป็นสิ่งที่แสดงได้ว่า บางครั้ง โรงเรียนก็ไม่ได้มีผลต่อความสำเร็จเท่ากับตัวของนักเรียนที่มีความมุ่งมั่น) เค้าเรียนจบม.ปลายที่นี่และเค้าสอบ เข้าคณะที่เกี่ยวกับทางการแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งแถวสามย่านได้ และสุดท้ายเค้าก็ได้รับทุนศึกษาต่อจนถึงปริญญาเอก พี่เค้าเป็นเด็กกิจกรรม ไม่ได้เรียนอย่างเดียว (ต่างจากเราที่เรียนอย่างเดียว) พี่เค้าบอกเราว่า เราจะเรียนอะไรก็แล้วแต่ จะเรียนที่ไหนก็แล้วแต่ มันขึ้นอยู่กับตัวเรา จะเรียนที่ไหนก็ได้ ขอให้เรารักในสิ่งที่เราเรียน และเราชอบมัน และจะประสบผลสำเร็จ .....



ผมมองย้อนกลับมามองตัวเอง ... บ้านเราก็ฐานะปานกลาง ... เราเคยเรียนดีมาก่อน..เคยเรียนในสถาบันทีี่มีชื่อเสียง แต่ทำตัวได้แค่นี้หรอ? .... ตอนนี้ตั้งใจว่าจะไปต่อปริญญาโท.... แต่เรียนภาษาก็ยังไม่ได้เต็มร้อยกะมันเท่าไหร่นัก(ทั้งๆที่ไม่ได้เรียนฟรีนะเสียตังเรียน)....เอาใหม่นะพอร์ท พี่เค้าบอกว่า เค้ากลับมาเค้าจะทำอะไรให้กับสังคมเพราะว่า เค้าบอกว่าทุนที่เ้้ค้าได้ไปเค้าต้องมาตอบแทน แต่ ความคิดของเราตอนนี้อะไรกัน ...ในหัวมีแต่ เรื่องของตัวเอง เรื่องว่า รักคนนี้แต่เค้าไม่รักเรา คนนี้รักเราแต่เราไม่ชอบเค้า คิดได้แค่นี้หรอพอร์ท เอาใหม่นะ เราต้องทำเพื่อสังคมแบบพี่เค้าบ้าง แม้เราจะไม่ได้ทุน แต่เราก็ทำเพื่อสังคมได้ ปรับทัศนคติใหม่ และก้าวต่อไป ชีวิตมีอะไรให้ทำอีกมากมาย นอกจากเรื่อง ความรัก กิเลส ตัณหา ซึ่งมันก็จะวนเวียนไปไม่รู้จบ

ต่อจากนี้ผมจะตั้งใจมากขึ้น ตั้งใจเรียนภาษา และทำงานด้วยจิตใจที่มองเห็นประโยชน์ของสังคมมากขึ้น และ ผมจะไปเรียนต่อให้ได้ภายในปีหน้า และเมื่อกลับมาผมจะทำประโยชน์ให้กับสังคม และประเทศของเรา .....เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ






 

Create Date : 27 ธันวาคม 2552   
Last Update : 27 ธันวาคม 2552 7:22:22 น.   
Counter : 92 Pageviews.  


รักครั้งแรก

ที่บ้าน ไปทำบุญกัน มีป๊า ม๊า พี่สาว เรา และน้อง บังเอิญป๊าเจอ คุณพ่อของเพื่อนเก่า เลยบอกเราว่า พอร์ท นั่นพ่อเพื่อนพอร์ทนี่(คุณพ่อของเรารู้จักกันกับพ่อมัน) เราเลยไปทักคุณพ่อ และสักพักเราก็เจอ ไอ้ป้อง เพื่อนตั้งแต่สมัย ม.1 เราดีใจ ไม่ได้เจอกันแล้ว 6 ปีแล้วมั้ง คือตั้งแต่จบ เราก็เลยเข้าไปทัก เอ้ย ป้องเป็นไงบ้างแล้ววะ เออ สบายดี ทำงานที่ไหนวะเพื่อน เราถาม ป้องบอก ยังไม่จบโดนไทล์ไปแล้วหว่ะ (คงพูดเล่น ผมเข้าใจอย่างนั้น) และเค้าก็แนะนำพ่อเค้าว่า พ่อนี่พอร์ท จบ...... ตอนนี้ทำงาน.... อ้าว เก่งนี่ และผมก็ไปทักพี่สาวมัน ว่าพี่ปอเป็นไงบ้างครับ รวมทั้งทักแม่ของเค้าด้วย ดูป้องไม่ค่อยอยากจะคุยกะเราเท่าไหร่ หลังจากทักเสร็จ เราก็เิดินมานั่งฟังพระสวดต่อ น้องเราถามว่า อ้าวทำไมคุยกันแค่นั้น เพื่อนสนิทไม่ใช่หรอ เราบอกเดวค่อยคุยกัน.........เรารู้สึกผิดหวังทำไมเค้าไม่อยากคุยกะเรา เมื่อเปรียบเทียบกับเราที่อยากคุยกะเค้า....


เมื่อ 12 ปีที่แล้ว เรารู้จักกันตอนอยู่ ม.1 พ่อของพอร์ทให้เข้ามาสอบเรียนต่อในโรงเรียน........ ซึ่งมีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง บังเอิญว่าพอร์ทสอบได้และก็คัดห้องได้อยู่ห้องคิง เลยให้เรียน และก็ให้อยู่หอพัก ซึ่งเป็นบ้านของอาจารย์ที่รู้จักกัน และรู้จักกับป้องที่นี่ ป้องเป็นคนขี้เล่น ผมเรียกมันว่า ไอ้ลิง และมันก็เรียกผมว่า ไอ้ยาว(เค้าบอกว่าหน้าผมยาว) เวลาไปไหนก็จะไปด้วยกัน หน้าเราจะคล้ายๆกัน จนบางคนก็ถามว่า เป็นฝาแฝดกันหรอ หรือว่าเป็นพี่น้องกันหรือเปล่า จนกระทั่ง ม.3 ป้องมาจีบเพื่อนซึ่งเรียนพิเศษด้วยกันกับผม เธอชื่อแนน ไม่รู้ทำไม ผมรู้สึก ไม่ค่อยชอบและพยายามกีดกันตลอด แต่สุดท้ายมันก็จีบไม่ติด(เพราะผู้หญิงเค้าชอบผมอ่ะ555+) ตอนนั้นผมคิดว่าที่ผมกีดกันเพราะผมอิจฉามัน และสุดท้ายมันก็ไปจีบ เด็กผู้หญิง โรงเรียนใกล้ๆกัน และมันกะเธอก็เป็นแฟนกัน

เรายังไปเรียน ร.ด.ด้วยกัน เมื่อตอนขึ้น ม.ปลาย บางทีเค้าอยู่กะแฟน เค้าก็จะบอกว่า เดวรอพอร์ทไปด้วยกันนะ ผมเลยสนิทกะทั้งคู่ เวลาไปเรียน ร.ด.เค้าจะมารับผม และเราจะไปเรียนพร้อมๆกัน ป้องเป็นคนเพื่อนเยอะ เป็นคนหัวดี แต่ไม่ค่อยขยัน แต่พอร์ทจะเพื่อนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ แต่พอร์ทเป็นเด็กเรียน ป้องจะมายืมการบ้านไปลอกเสมอ และเราก็เต็มใจให้

ชั่วโมงเรียนลีลาศ วันนั้นฝนตกหนัก คู่ของพอร์ทไม่มา วันนั้นป้องเดินมาจากไหนไม่รู้ บอกว่า เราคู่กันนะ พอร์ทอึ้ง และบอกไปว่า เดวคู่กูก็มา มันบอกไม่เป็นไร เดวมาค่อยเปลี่ยน พอร์ทบอกว่า เดวงั้นมึงเต้นเป็นผู้หญิงนะ มันบอกเออได้ ชั่วโมงนั้นผ่านไปรวดเร็วมาก แต่พอร์ทก็ยังจำได้จนถึงทุกวันนี้ และ จะยิ้มเสมอเมื่อนึกถึงมัน

วันจบ มีการเขียนเสื้อ พอร์ทเขียน คำว่า "กูรักมึง" ไว้ตรงปกเสื้อ ที่พับไว้ (ถ้าไม่คลี่ออกมาก็จะไม่เห็น) ไม่รู้ว่ามันจะเข้าใจว่าอย่างไร คงจะคิดว่า รักแบบเพื่อนมั้ง 555+

จากวันนั้น จนวันนี้ เราไม่ได้คิดถึงมันเลย แต่เหตุการณ์ในวันนี้ ทำให้เรามองย้อนไปและคิดถึงมัน แต่บางสิ่งบางอย่าง ไม่เป็นอย่างที่ตัวเราคิด บางอย่างไม่เป็นอย่างที่เราหวัง เรื่องของจิตใจบางทีก็บังคับกันไม่ได้ ถามว่าถ้าตอนนี้ให้เราคบกับมัน ถามว่าเราจะโอเคไหม เราตอบว่าไม่ ไม่ดีกว่า ขอเก็บเอาความรู้สึกดีๆ นี้ไว้ เป็นความทรงจำที่ดี แม้มันจะไม่สมหวังแ่ต่เราก็ยิ้มทุกครั้งที่คิดถึงมัน

หลังจากนั้นอีก ประมาณ 2 เดือน เราเจอแฟนเก่ามัน เค้าเล่าให้ฟังว่า ป้องโดนไทล์ ตอนนี้ไปเรียน เภสัช ที่มหาวิทยาลัย เอกชนมีชื่อแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ที่เค้าไม่อยากคุยกะพอร์ทเพราะว่า เค้าคงอายที่เค้าเรียนไม่จบพร้อมเพื่อน มันทำให้พอร์ทรู้สึกดีขึ้น ที่เค้าไม่อยากคุยกะเราเพราะเหตุเท่านี้เองหรอ แต่ก็ช่างเถอะ แต่เราก็จดจำนายไว้นะ เพื่อนรัก




 

Create Date : 25 ธันวาคม 2552   
Last Update : 25 ธันวาคม 2552 17:23:31 น.   
Counter : 108 Pageviews.  


ประสบการณ์การรักษาสิวที่ยาวนานมาก (ขอบคุณที่อ่านจนจบ)

ตอนประมาณ ม.ต้นนี่ หน้าใสมาก ใครๆก็ทักว่า ดูแลยังไง อะไรยังไง (ซึ่งก็ไม่ได้ดูแลอะไรเลย ใช้โฟมธรรมดา) พอ ม.สี่ เพื่อนผู้ชายคนนึงเป็นสิวมากๆ ถึงขนาดไปหาหมอ แต่เราก็แอบไปว่าเค้าว่า ทำไมเป็นสิวแค่นี้ต้้องไปหาหมอหรอ ไม่แมนอ่ะ ผู้ชายไปหาหมอสิว จนกระทั่ง ผมอยู่ปี หนึ่งครับ ตอนนั้น อยากหน้าเด็กอ่ะ ซึ่งความเป็นจริงแล้วนะ ก็เป็นความรู้สึกส่วนตัวที่อยากเป็นเหมือนดาราเลย แบบว่า เพอเฟคๆ (ความคิดแบบเด็กๆ ถ้าย้อนเวลาได้ผมจะไม่ทำอะไรเลยและปัญหาสิวก็จะไม่เกิด) จากหน้าที่ไม่เคยโดนเครื่องสำอางค์ ก็เริ่มใช้ สกาแคร์ มันมีสองตัวใช่ไหม กลางคืนกะกลางวัน ก็ใช้ไป ปรากฎว่า สิวขึ้นคับพี่น้อง ก็บีบ บีบก็ลามตรงแก้ม ขวา เป็นเยอะแต่ก็ไม่เยอะมากหรอก เป็นข้างเดียวอ่ะ ก็พอดีมีคลีนิคแถววงเวียนใหญ่ มันชื่อว่าวงเวียนใหญ่คลินิค เิดินผ่านหลายครั้งก็ และก็คิดว่า ผู้ชายเค้าไม่ไปหาหมอสิวกัน จนกระทั่งมันเป็นเยอะก็เลยตัดสินใจไปหาหมอ หมอและพนักงานก็เชียร์ ทำกรอหน้า ซึ่งมันราคา สี่พันบาท แปดครั้งมั้ง ก็ทำนะคิดดู เก็บเงินเพื่อทำหน้า เด็กหนอเด็ก(ตอนนั้นเรียนอยู่เงินสี่พันนี่เยอะมากเลยนะ) อยากหาย แต่มันก็ไม่ได้ดีขึ้นอ่ะไร ก็เลิกหาไป และก็ บีบๆ หายๆ เรือ่ยมา จนกระทั่ง ปีสองเทอมหนึ่ง สิวเห่อขึ้น ผมหนักใจมาก ดูในเวปเค้าบอก กินยาคุม ผมเลยกินดู ได้เจ็ดวัน เหมือนจะมีนมอ่ะ แบบเป็นก้อนเล็กๆ ผมเลยเลิกกิน แล้วสิวก็เห่อมาก ลามแก้มสองข้างเลย ผมเลยตัดสินใจไปหาหมออีกคนหนึ่ง เป็นหมอผู้หญิงน่ารักมาก ผมไปหาบ่อยเพราะชอบหมอ แต่หมอให้ยากิน ซึ่งเป็น แอคโนติน เค้าก็ถามว่าอายุสิบแปดหรือยัง มีผู้ปกครองมาด้วยไหม ก็ให้มากิน แต่มันค่ายาแพงมากเลยไง และผมก็ ได้อ่านทางเน็ตมันมีผลกระทบ ก็เลย เลิกกิน กินได้ประมาณ เดือนนึงมั้ง มันก็ไม่หายไม่ดีขึ้น ก็เลยกลับมาซบไอ้อุ่น วงเวียนใหญ่คลินิคเหมือนเดิม มาเสีย ค่าคอร์ส อีกสี่พัน เพราะเค้าเชียร์อีกแล้ว ก็ใจอ่อน ทำกรอหน้าอีก ก็ยังไ่ม่หาย ก็เลยย้ายไปที่ ราชวิถีคลีนิค เค้ามีทำกรอหน้าเหมือนกัน แต่ราคาถูกกว่า ก็เลยไปทำหน้า ที่นั่น แล้วพนักงานก็เชียร์ขาย ซิ่งค์ กะ วิตามินอี ก้อกินไป ปรากฎว่าหน้ามันมาก หมอเลยบอกว่าใครให้กินวิตามินอี หยุดวิตามินอีเลยนะ สิวก็ขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง ขึ้นปีสามครับท่าน ก็สิวก็ไม่หาย อีก ผมเลยตัดสินใจซบไออุ่นสถาบันโรคผิวหนัง ตอนแรก หมอก็ให้ยา กิน คือเป็นยา แก้อักเสบสิว เค้าเรียกว่า ด๊อกซี่ไซคลิน ก็ให้กิน ไปเรือ่ยๆ และก็ให้ยามาทาน ก็ดีขึ้นนะ กินอยู่ประมาณ สี่เดือน ก็ดีขึ้นมาก แต่ก็ไม่หายสนิท ก็เลยไปหา หมอแถวๆ ถ.บรรทัดทอง ชื่อเฟร์สคลินิค เพราะว่าตอนนั้น พักอยู่แถวนั้น ก็ไปลงคอร์ส กดสิว กะมาร์คสิวไว้ ก็เริ่มหา มันก้ดีขึ้นมาก ดูเหมือนว่าจะหายละ ผมก็ดีใจ ก็คือยาใช้ของสถาบันโรคผิวหนัง แต่ว่า กดสิวกะหมอเฟริส อ่ะคับ ก็ดีวันดีคืน และในขณะเดียวกันก็แวะไปหาหมอ ลินดา เราก็แอบถามไปว่า รอยแผลเป็นนี่จะรักษายังไง หมอบอกว่า มันรักษาไม่ได้หรอก มันจะอยู่ไปตลอดและ อย่างหนูอ่ะ ลบไม่ได้ หมอพูดตรงๆแบบนี้แหละ ก็เลยรู้สึกว่า ตรงไปม้างครับ ไม่พอใจอยู่ลึกๆ ก็เลยเซกูดบาย วันนั้นก็ได้แค่ สบูล้างหน้าจากหมอไป แล้วก็รักษาอยู่กะ หมอเฟร์สต่อ แต่หลังจากนั้นสังเกตุได้ว่า หมอเฟร์ส มาเมื่อไหร่ จะชอบยัดยาให้เสมอ ซึงผมไม่ต้องการเพราะมีจากสถาบันโรคผิวหนังแล้วก็เลยรู้สึกไ่ม่พอใจหมอ เลยไปหาเฉพาะเวลาหมอไม่อยู่ เจอแต่พนักงานพอ จนกระทั่งเค้าเชียร์ให้ใช้ กันแดด ของคลินิค ปรากฎว่า หน้าที่กำลังดีขึ้นนั้น ได้สิวขึ้นมากมาย กลับมาเป็นใหม่ ถึงแม้จะไม่เยอะเท่าตอนปีสองก็เถอะ กลุ้มใจมากมาย เลยไปหาหมอที่ลุมพินี หมอวิรัชอ่ะ ก็ให้ยากินมาเลย หาหมอวิรัสที่ลุมพีนิคลินิค สามเดือนมั้ง ก็อาการเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเปลียนเป็น หมอเอก(คลินิคเดียวกัน) หมอเอกก็ลดยาให้ แล้วก็รักษา ตามอาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ(แต่ขณะนี้ก็แอบไปกดสิวกะหมอเฟร์สอยู่ และก็แอบไปหาหมอจรัส ที่สามย่าน หมอจรัสก็แต้มหลุมสิวให้ แต่ตอนนี้ ไม่ค่อยมีเวลา เนือ่งจากทำงานแล้วก็เลยไปหาเฉาะหมอเอก) อาการก็ดีวันดีคืน จนสิวหายหมดหน้าก็ขาวขึ้น คุณหมอเอกแนะนำให้ทำ ไอออนโตของคลินิค ซึ่งก็ดีขึ้นมาก ไม่มีสิวแล้วครับ เย้ๆๆ แต่ปัญหาคือ มีรอยหลุมสิว ก็ถามว่าเยอะไหม ก็แก้มสองข้าง แต่ผมคิดว่า มันน่าจะทำให้หายไปได้ เลยคิดว่าจะหาทางไปทำ fine scan ที่ ร.พ.รามา ครับแต่รอ ปรึกษาหมอเอกก่อน เพราะหายเพราะเค้านี่แหละ นี่เป็นประสบการณ์ตรงของผมที่ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน อาจจะยาวหน่อยแต่อยากเล่าให้ทุกคนฟัง ขอบคุณทึ่ตัััั้้งใจอ่านมาจนจบนะครับ นี่ใช้เวลาพิมพ์นานมาก อิอิ




 

Create Date : 30 พฤศจิกายน 2552   
Last Update : 30 พฤศจิกายน 2552 16:13:28 น.   
Counter : 2061 Pageviews.  


1  2  

porter_port
 
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add porter_port's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com