All Blog
--- เ พื่ อ น เ ก่ า ---
















สะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะนอนหลับไม่ค่อยสนิท กดดูเวลาในมือถือ เป็นเวลาตีสามกว่า ๆ เห็นไลน์จากเพื่อนรัก คุยเข้ามายาว ๆ หลายข้อความ เปิดดูหน้าจอก็อ่านไม่ค่อยออกเพราะไม่ได้ใส่แว่น อดสงสัยไม่ได้เหมือนกันว่ามีอะไรด่วนหรือเปล่า ปกติไม่ค่อยมีอะไรคุยกัน ฉันพยายามเพ่งอ่านคร่าว ๆ ความว่า เพื่อนเก่าสมัยมัธยมปลายรวมกลุ่มกันได้เกือบ 20 คน แล้วเธอก็ส่งภาพเพื่อน ๆ รวมทั้งชื่อจริง นามสกุลเก่าและใหม่รวมทั้งชื่อเล่นแนบมาด้วย ทั้งตกใจและเบลอมาก นึกหน้าใครไม่ออกเลยสักคน เลยนอนต่อเพราะแน่ใจว่าเรื่องดี เอาไว้ดูอีกทีตอนเช้า

ตื่นเช้ามาก็เข้าไลน์เลย ปกติก็ไม่ค่อยจะทำอะไรกับไลน์ มีกลุ่มครอบครัวของเรา กลุ่มคุยกับแม่และเพื่อนที่สนิทอีกสองสามคนที่แอดไลน์ไว้ อาจจะเพราะอายุมากแล้วก็จะเหลือคนที่คุยด้วยไม่มากนัก ไม่รู้จะคุยอะไรด้วย เราชอบที่จะอยู่ใกล้อะไรหรือใครที่มีพลังบวกมากกว่า คนไหนที่ตั้งอกตั้งใจจะข้ามเรา จงใจทำให้เรารับรู้ว่าชิงชังรังเกียจ เราก็ข้ามไป ไม่ได้พยายามจะทักถามหรืออยากคุยเพื่อคลี่คลายความสงสัย คิดเสียว่า ก่อนหน้านี้เราไม่รู้จักกัน เราก็อยู่กันได้ แต่มีช่วงเวลาดี ๆ ที่ทำให้เรารู้จักกัน เคยมีเวลาดี ๆ ร่วมกัน ช่วงนั้น ขณะนั้น เพียงแต่มันไม่มีอะไรจะเชื่อมต่อกันอีกต่อไปได้ รู้สึกงงนิดหน่อยแต่ก็เข้าใจได้ ปล่อยให้ความสัมพันธ์ล่องลอยโดยไม่เหนี่ยวรั้ง แค่รู้เท่านั้นก็พอ

สำหรับเพื่อนเก่ากลุ่มนี้ เพื่อนรักส่งภาพพร้อมคำบรรยายว่าใครเป็นใคร ทำอะไร อยู่ที่ไหน เป็นเพื่อนที่อยู่ในแก๊งค์เดียวกันหลายคน ตกใจกับภาพปัจจุบันของเพื่อน ๆ ตรงหน้า แก๊งค์เจ็ดคนของเรานั้น ฉันเจอเพียงสองคนที่ได้พูดคุยกันจริง ๆ ทั้งในไลน์และเฟซบุ๊ก แต่อีกห้าคนนั้น เพิ่งเห็นหน้าเห็นตาวันนี้ ตื่นเต้นมาก ๆ โดยเฉพาะปาริ เธอเป็นคนน่ารัก สูงโปร่ง รอยยิ้มแววตาขี้เล่น คุยเก่งมาก เราเจอกันครั้งสุดท้ายตอนเธอมาฝึกงานที่เชียงใหม่ตอนเรียนผดุงครรภ์ปีสอง นับเป็นครั้งสุดท้ายที่เจอกัน คลับคล้ายคลับคลาว่าเธอเล่าถึงเพื่อนรุ่นพี่มีปัญหาเรื่องท้องตอนเรียน ผิดหวังและฆ่าตัวตาย รุ่นพี่คนนี้เป็นคนร่าเริงมาก แต่เราก็เด็กเกินกว่าจะเข้าใจความชอกช้ำหรือผิดหวังเรื่องความรักจนต้องประชดชีวิตแบบนั้น เราเข้าไม่ถึงหรือไม่ลึกซึ้งพอ และไม่สามารถตัดสินความรักของคนอื่นได้เพราะไม่ได้เกิดกับตัวเอง เพื่อนปาริก็พูดให้ฟังว่า ตอนที่มีปัญหาน่ะ ไปหาพวกเราทุกคนที่บ้าน แต่ไปแล้วก็ไม่เจอใครสักคน มันเคว้งคว้างมาก ไหนจะเรียน ไหนจะต้องรับผิดชอบอะไรต่อมิอะไร ชีวิตที่รับผิดชอบทั้งตนเองและในหน้าที่การงาน เธอว่ายังไงก็ต้องเป็นผู้ใหญ่ กลับไปเป็นเด็กเหมือนเดิมอีกไม่ได้

ทำไมฉันจะไม่เข้าใจ ฉันจบใหม่ ๆ ก็มีความฝันโก้หรูว่าอยากจะเรียนปริญญาโทต่อ แต่พ่อแม่ลำบากมาก ยังมีน้องที่กำลังเรียนอีกสองคน ฉันต้องทำงานแล้ว งานอะไรก็ต้องทำ อย่างน้อยก็แบ่งเบาภาระของพ่อได้บ้าง แม้ในความเป็นจริงแล้ว ฉันยังรบกวนเรื่องเงินทองจากพ่ออยู่อีกช่วงหนึ่งเมื่อเริ่มงานใหม่ ๆ มีแต่พ่อคนเดียวที่คอยหนุนหลัง ช่วยทั้งเงินและกำลังใจให้ฉันทุกเมื่อเชื่อยาม แต่ความที่ฉันเอาแต่ตัว ฉันมัวแต่น้อยอกน้อยใจที่พ่อทำอะไรเพื่อภรรยาใหม่มากกว่าลูก พ่อกำลังสร้างบ้านใหม่หลังใหญ่ ขณะที่ลูกยังยืนขาไม่แข็งและอยากมีทุนรอนบ้าง เป็นความคิดที่งี่เง่าและเห็นแก่ตัวของฉัน ถ้าพ่อไม่มีบ้าน พ่อจะอยู่อย่างไร พ่อมีครอบครัวพ่อก็ต้องทำหน้าที่สามีที่ดี แต่พ่อบอกว่า พ่อยุติธรรมกับลูกทุกคนเสมอ เพียงแต่ฉันไม่เคยเปิดใจยอมรับในเวลานั้น สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ เป็นคำพูดที่ใช่สำหรับฉัน การอดทน ขวนขวาย สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเราเองได้มันน่าภูมิใจ พ่อให้ทั้งความรักและการศึกษา ให้รากฐานที่สำคัญแก่ลูกทุกคน

กว่าจะรู้ก็ผ่านเวลามาไม่น้อย โชคดีที่เราต่างรับรู้และเข้าใจพ่อในเวลาปกติได้ พ่อยังรู้ตลอดเวลาว่าลูก ๆ รักพ่อเสมอ เราอาจไม่แสดงออกด้วยการกอดหรือพูด เพราะเราเติบโตมาแบบนั้น ไม่เหมือนเรากับลูกของเราที่กอดและบอกรักกันเป็นเรื่องปกติ

แต่เพื่อนปาริของฉันสิ บอกว่า พ่อแม่เสียตั้งแต่ปี 2535 ฟังแล้วก็สะดุ้ง ชีวิตที่เพิ่งจะเริ่มต้นกับการทำงานหลังจากจบใหม่ ตอนนั้นต่างคนต่างดิ้นรน ช่วยเหลือตัวเอง เอาตัวให้รอดกันทั้งนั้น เป็นช่วงที่ยังไม่มั่นคงทั้งกาย ใจและการเงิน ยังบอกกับตัวเองไม่เต็มปากหรอกว่า ชีวิตคืออะไร

เราไม่ได้ตะเกียกตะกายแสวงหาความสุขแบบเนิบช้าหรือนั่งจิบชา กาแฟ โก้เก๋ ดูชิลล์ ๆ เพราะต่างมีภาระทั้งต่อตัวเองและครอบครัว ว่าไปแล้ว เพื่อนในรุ่นจะมีสักกี่คนที่ครอบครัวสมบูรณ์พูนพร้อม ส่วนใหญ่มีฐานะปานกลาง ค่อนไปทางลำบากด้วยกันทั้งนั้น

วันเวลาในช่วงอายุ 20-30 ปีนั้นคือการทำงานและเรียนรู้การอยู่ร่วมกับคนอื่น รับมือกับปัญหาต่าง ๆ นานา ปัญหาใหญ่ส่วนใหญ่อยู่ที่คน อยู่ที่เรา ความวุ่นวายในองค์กรก็มาจากคนในองค์กร อิจฉา ริษยา ไม่จริงใจ ไม่สามัคคีกัน ปัญหาชู้สาว ความรักผิดที่ผิดทาง มีให้เห็นตลอด กว่าจะเข้าที่เข้าทาง กว่าจะรู้ว่าชีวิตต้องการอะไร...

ช่วง 30-40 ปีนี้ ยิ่งห่างเพื่อนเข้าไปใหญ่ ยิ่งมีครอบครัว ก็ยุ่งอยู่แต่เรื่องทำมาหากิน เลี้ยงลูก เฝ้าดูการเจริญเติบโตของพวกเขา หาที่เรียน เปลี่ยนโรงเรียน กิจกรรมต่าง ๆ เวลาผ่านไปเร็วที่สุดจนแทบจะไม่มีเวลาคิดถึงใครอย่าว่าแต่เพื่อนเก่าเลย

ช่วง 40-50 ปี เป็นช่วงวัยที่เริ่มจะดีขึ้น ลูก ๆ โตกันบ้างแล้ว เริ่มมองตัวเอง เริ่มสนใจเรื่องสุขภาพ เริ่มมีโลกใบใหม่ มีเพื่อนใหม่ สังคมใหม่บนโลกโซเชี่ยล มีโอกาสเจอเพื่อนที่เรียนมหาวิทยาลัยบ้างแล้ว แต่ฉันก็มีเพื่อนรักสมัยเรียนอยู่หนึ่งคนที่ไม่เคยคุยกันบนโซเชี่ยล เจอเมื่อไรเมื่อนั้น สนิทกันแบบไม่ต้องเท้าความ ก็ยังดีใจที่คบหากันมายาวนานจนวันนี้

แต่ที่เซอร์ไพร้ส์คือ เจอเพื่อนรักสมัยมัธยมปลาย ไม่น่าเชื่อว่าเราจะมีเรื่องราวสมัยนั้นมาพูดคุย และยังมีกิจกรรมใหม่ร่วมกันได้อีก มีโอกาสได้เจอกันบ้าง และได้เห็นกันทุกวันบนเฟซบุ๊ก

ผ่านมาเกือบสิบปีแล้วที่จู่ ๆ เพื่อนในแก๊งค์มัธยมปลายอีกคนเป็นตัวเชื่อมเพื่อนเก่าและรวบรวมกันมาเจอกันในไลน์

คราวแรกฉันรู้สึกประหม่านิด ๆ แต่เห็นว่าเพื่อนรักก็เข้าร่วมด้วยและบอกว่าดีที่ได้เจอพวกเรา เลยคิดว่า ลองดูอีกสักครั้ง เพราะฉันเคยตื่นเต้นมากครั้งก่อนที่มีการรวมกลุ่มเพื่อน แต่เข้าไปแล้วรู้สึกแปลกแยกมาก ไม่รู้จะคุยกับใคร ไป ๆ มา ๆ ก็ถอยออกมาที่จุดเดิม เหมือนตอบตัวเองได้ว่า ไม่เจอก็ไม่เป็นไร คุยไม่ได้ก็เก็บความรู้สึกเก่า ๆ แช่แข็งไว้แบบนั้น เรามีกำแพงหรือเปล่าคงต้องพิจารณาวันเวลาและการใช้ชีวิตของเราแตกต่างกัน อาจต้องใช้เวลาสักนิดเพื่อเชื่อมโยงเรื่องราวในวันเก่า ถามไถ่ถึงชีวิตปัจจุบัน ครอบครัว การงาน สุข ทุกข์ คุยเรื่องราวเก่า ๆ บางเรื่องที่เพื่อนอาจจดจำไม่ได้เลย เราไม่เคยรู้ว่า เราในสายตาเพื่อนนั้นเป็นอย่างไร เพราะเราเองก็เปลี่ยนแปลงไป ทั้งรูปลักษณ์สังขาร ความคิดอ่านและน้ำเสียง

ดีใจที่รู้ว่าเพื่อน ๆ ได้เรียนต่อ(เพราะหลังจากจบ ม.6 เราไม่ได้ข่าวคราวของใครเลย) มีฐานะทางการงานดีและมั่นคง ดูมีสง่าราศี เพียงแต่เราห่างเกินไปและเข้าไม่ถึง

แต่กับเพื่อนม.6 ชุดนี้ ความรู้สึกต่างไป ดีใจและทำให้รู้สึกอบอุ่น ไม่หนาวยะเยือก ไม่เคว้งคว้างแบบที่เคยเป็น ไม่รู้สึกว่าพิมพ์อยู่คนเดียวหรือพูดอยู่คนเดียว

ยังมีเรื่องราวอีกมากที่ยังไม่ได้คุยกับเพื่อน ยังคิดเลยว่า น่าจะได้มานอนนับดาว เล่าความหลังและเรื่องราวที่ห่างกันไปสามสิบปีว่าไปทำอะไรกันมาบ้างและปัจจุบันนี้เป็นยังไง สุขสบายดีกันหรือเปล่า สุขภาพเป็นอย่างไร มีความสุขกับชีวิตมั้ย

อย่างน้อย การเปิดไลน์ดูตอนเช้าด้วยการสวัสดีวันอาทิตย์ถึงจันทร์ ส่งความสุข คำพร คำพระน่ารื่นรมย์ มีอะไรให้เรานั่งอมยิ้มและอ่านอย่างเพลิดเพลินอยู่เงียบ ๆ





ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย


















Create Date : 14 มิถุนายน 2562
Last Update : 20 มิถุนายน 2562 9:24:16 น.
Counter : 130 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



  •  Bloggang.com