All Blog
--- บั น ทึ ก ง า น วิ่ ง เ บ อ ร์ ลิ น ม า ร า ธ อ น 2 0 1 9 ---









































































































































































ก่อนเบอร์ลินมาราธอนเริ่มในวันพรุ่งนี้ • มีประเพณีที่นักวิ่งรอคอย ก็คือ การวิ่งแห่มาราธอน หรือว่า Breakfast Run ครับ วิ่ง City Run กันหลายพันคน ไปตามท้องถนน
ราว 5-6 กิโลเมตร

แต่ละชาติก็สามารถนำเสนอเอกลักษณ์ของชาติตัวเอง
ตั้งแต่ธง ชุดประจำชาติ จะขอ Following IG กันก็ไม่ผิดครับ เป็นเรื่องของมาราธอนที่เป็นภาษาสากล หรือใครอยากจะ tinder กันก็ไม่ผิดมั้งนะ

จุดหมายของการวิ่งยามเช้าครั้งนี้ จะไปจบที่ Olympic Stadium (Olympia Stadion) ของเมือง Berlin บางคนถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ครับ เพราะว่าที่นี่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของโลก ~ ไม่ว่าจะถูกใช้จัดงานโอลิมปิกในเบอร์ลิน เยอรมันตอนปี 1936

เป็นสนามจัดฟุตบอลโลกถึง 2 ครั้ง. ครั้งแรกในปี 1974 ปีที่อินทรีย์เหล็กเป็นเจ้าภาพและเยอรมันตะวันตกเป็นแชมป์ ว่ากันว่าวันนั้นเสียงเชียร์ เสียงเฉลิมฉลองจากคน 81,100 คนในสเตเดียมที่ดังกระหึ่มไปทั่วเมือง แต่มีคนอีกฟากของกำแพงเบอร์ลิน พวกเขาไม่มีโอกาสได้ชม ในนัดที่เยอรมันตะวันตกชนะชิลี่ 1-0

และที่นี่ถูกใช้ดวลแข้งอีกครั้งในปี 2006 ที่เยอรมันกลับมาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งหลังจาก การถลายกำแพงเบอร์ลิน ทีมชาติเยอรมันโคจรมาเจอกับทีมชาติอาร์เจนติน่าที่นี่
มีคนนับแสนคนอยู่ในเหตุการณ์เมื่อ 30 มิถุนายน 2006 นัดนั้นเยอรมันชนะ 4-2 เมืองทั้งเมืองแทบเป็นลานเฉลิมฉลองการเข้ารอบของอินทรีย์เหล็ก

ที่นี่ยังเคยเป็นที่จัดคอนเสิร์ตของ U2 , Coldplay , Madonna , Guns n'roses หรือแม้แต่ Ed Sheeran ,etc

และที่สุดของที่สุด คือ ในปี 2009 นักวิ่งนามว่า ยูเซน โบล์ท ก็มาทำสถิตื 100, 200 เมตร ที่เร็วที่สุดในโลก World record ที่นี่ในงานกรีฑาชิงแชมป์โลก ปีนี้ครบรอบ 10 ปีพอดีด้วย

อย่างน้อยเบอร์ลิน มี WR เกิดขึ้น 3 รายการครับ 100,200 และ 42.195Km

ดังนั้นลูกทัวร์ของ Running Insider ในปี 2020 พวกคุณเตรียมไปฟินน์กับประวัติศาสตร์บทนี้ได้เลยครับ / #เราควรจะทำทัวร์กันใช่ไหม | รูปสวย | กินอิ่ม | นอนสบาย | เข้าใจสายวิ่ง

ไปไหม ข้อมูลแน่นนะ ขอบอก ไม่พลาดทุกอณูความสุขในนครแห่งมาราธอน

#BerlinMarathon2019
#เบอร์ลินมาราธอน2019
#BerlinLegend

Photo | Raiwin Boat
©️RunningInsider

เครดิต : https://www.facebook.com/search/top/…

บทความข้างต้นนี้ลอกมาจากคุณบุ๊ยแห่งรันนิ่ง อินไซด์เดอร์มาเลยนะคะ ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
ด้วยความไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเบรคฟาสรันมาเลย เพิ่งทราบรายละเอียดหลังจากที่ได้อ่านนี่แหละค่ะ

ปีนี้ แก๊งค์เราล็อตโต้มาได้สามคน เราสองคนนั้น ขอวิ่งแค่ทันคัทออฟ 6 ชั่วโมงก็พอใจ
ส่วนน้องอีกคน เธอซ้อมโปรแกรม 330 วันของครูดินมา และทำได้ 100 % เต็มจนน่าทึ่ง สนามเบอร์ลินนี้เป็นทางเรียบ สามารถทำสถิติใหม่ได้สำหรับคนที่ตั้งใจและซ้อมมาดี น้องก็หวังเช่นนั้น พวกเราเชียร์เต็มที่ เพราะถ้าได้เวลาตามความตั้งใจล่ะก็ สามารถใช้ใบเซอร์ทิฟิเคตสมัครไปบอสตันมาราธอนได้เลย

สำหรับพวกเรานั้น ไม่มีใครซุ่มซ้อมนะ ซ้อมก็บอกว่าซ้อม ใครซ้อมน้อยก็จะคอยกระตุ้นกัน ชะล่าใจไม่ได้ รู้ ๆ อยู่ว่า มาราธอนไม่มีฟลุ้ค ไม่มีปาฏิหาริย์ ไม่มีกินบุญเก่า ยิ่งหวังตัวเลขดี ๆ ยิ่งต้องซ้อมหนัก แค่ให้รอดคัทออฟยังต้องวางแผนเลย

ขนาดว่าซ้อมดี มีวินัย ยังมีอะไรเกิดขึ้นแบบไม่คิดไม่ฝันทุกครั้ง ฉันจะป่วย เป็นหวัด ท้องเสียอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่ระวังเรื่องอาหารการกินมากแล้ว เผ็ด เปรี้ยว หวาน เค็มนี่แทบจะไม่แตะ สังขารหนอสังขาร

ว่าไปแล้ว เราสองคนซ้อมไม่หนักแต่ก็ไม่น้อย ฉันตั้งเป้าว่าซ้อมวิ่งโซนสองตลอดเดือนหลังจากวิ่งเทรลแม่แจ่มมา ขอให้ได้เฉลี่ย 45-60 กิโลต่อสัปดาห์ วิ่งช้า ๆ ซึ่งก็ช้าเป็นปกติอยู่แล้ว อย่างน้อยก็ไม่ต้องลุ้นหนักวันวิ่งจริง และงานนี้ สามีเกริ่นมาว่าจะพาวิ่งซึ่งทำให้ฉันคิดหนัก ไม่รู้ว่าควรจะดีใจหรือไม่ เนื่องจากว่า

ตอนที่ฉันเริ่มวิ่งใหม่ ๆ ฉันดีใจที่สามีวิ่งเป็นเพื่อนข้าง ๆ ฉันกลัววิ่งไม่จบ ซึ่งแต่ก่อนจะวิ่งแต่มินิมาราธอน ก่อนปล่อยตัวก็จะตื่นเต้นมาก คิดในใจว่าจะจบมั้ยน้อ สิบกิโลนี่ไกลมาก ๆ และจะเหนื่อยมากหลังกิโลที่ห้าเป็นต้นไป จะขาตายตอนไหนก็ไม่รู้ ไม่เคยคิดเรื่องเวลาอะไรเลย ไม่รู้จักเพซ ไม่เคยมีนาฬิกาข้อมือหรือถือมือถือวิ่ง จะวิ่งตามเขาไปตลอด เข้าเส้นชัยก็กรี๊ดดีใจกับเหรียญจนลืมคูลดาวน์หรือเข้าเต็นท์หาอาหารกิน

พออัพเลเวลไประยะฮาล์ฟฯ ก็มีเขาเป็นเพซเซอร์ประจำตัวให้ตอนฮาล์ฟแรก เช่นเดียวกับมาราธอนแรกและอัลตร้าฯแรก แต่พอเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง จึงรู้ว่า เราเหนื่อยที่วิ่งตามเขาและเริ่มไม่ค่อยสนุกเพราะแรงเราน้อยและวิ่งช้ากว่าเขา เหนื่อยที่จะต้องตามให้ทัน แทบไม่สนุกกับการวิ่ง ไม่ได้ดูผู้คนระหว่างทาง ดูแต่หลังของสามีคนเดียว

พอเรียนรู้จากประสบการณ์การวิ่งมากขึ้น ก็เริ่มรู้แล้วว่า วิ่งให้สนุกนั้นต้องวิ่งด้วยเพซของเรา จังหวะของเรา ช้าก็ช้าอย่างมีความสุข เขาก็เช่นกัน ไม่ต้องมาพะวักพะวน คอยเหลียวหลังดูฉันทุกเวลาว่าตามมาทันหรือยัง เสียจังหวะการวิ่ง ฉันก็ไม่มีความสุขเป็นคำรบสองที่ทำให้เขาวิ่งไม่สนุกไปอีกคน

พอเราต่างเข้าใจตรงนี้ เลยต่างคนต่างวิ่ง เขาทิ้งฉันตั้งแต่เสียงแตรปล่อยตัวดังเลยทีเดียว ส่วนฉันก็แฮปปี้ไปเรื่อย ๆ มีคนรอถ่ายรูปให้ตอนเข้าเส้นชัย ดีจะตาย จริงมั้ย

ช่วงหลัง ๆ เราต่างคนต่างวิ่งมาแทบทุกสนาม เจอกันที่เส้นชัย เรื่องสถิติหรือตัวเลขนั้นไม่สำคัญกับเรา อย่างที่ว่ากัน ' เวลาไม่สำคัญ ตราบที่ความฝันของเราแข็งแรง ' มุกอะไรเนี่ย ลอกใครมาาาาา ...

เรารู้ว่าเราซ้อมยังไง จะหวังเรื่องตัวเลข เราต้องซ้อมอีกแบบหนึ่งซึ่งคงเอาเวลาของเราไปทั้งหมด จากการวิ่งเพื่อคลายเครียดหรือพักผ่อน ก็อาจจะหลงประเด็นไป แต่เราเข้าใจเรื่องตัวเลขเหล่านั้นและเข้าใจคนที่ทำลายสถิติได้ มันคือคุณธรรมในการซ้อมจริง ๆ

แต่ที่ฉันซ้อมทุกวันเพราะต้องลงสนามที่มีกติกาเรื่องเวลา ซ้อมเพื่อควบคุมการวิ่ง การหายใจและไม่ควรบาดเจ็บหรือบอบช้ำหลังการแข่งขันจนชีวิตประจำวันผิดเพี้ยน

สำหรับเบอร์ลินมาราธอน เขาบอกจะพาวิ่ง ฉันแอบกังวลนิด ๆ เนื่องจากว่า ฉันวิ่งช้า สตาร์ทเพซช้าและชอบคุมเพซให้เหมือนตอนซ้อม เรื่อย ๆ จะได้ไปยาว ๆ หากเร่งแต่เริ่ม ร่างกายจะไปไม่ไหวตอนฮาล์ฟครึ่งหลัง ฉันต้องกะแรงเอาเอง ต้องเกลี่ยกำลัง ต้องเผื่อเหลือเผื่อ ไม่รีบ ไม่งั้นวิ่งไม่จบแน่

ฉันมีกฎส่วนตัวว่า ซ้อมอย่างไร วิ่งอย่างนั้น
และก่อนแข่ง ฉันจะหยุดซ้อม 4 วัน จะกินกับนอนพักเยอะ ๆ รอวิ่งวันจริงทีเดียว

พอมีเบรคฟาส รันก็คิดมาก เพราะแม้จะวิ่งเล่น แต่ก็ต้องวิ่งอยู่ดี
อีกใจหนึ่งก็อยากวิ่งมากเพราะงานนี้น้อง ๆ บอกว่าสนุกมาก ของกิน ของแจกเพียบ คนเห็นแก่กินก็หูผึ่ง แต่สำคัญสุดคือการไปปล่อยของกัน เอาธงชาติเรา ใส่ชุดพื้นเมืองไปวิ่งกัน ได้วิ่งเข้าสนามแข่งโอลิมปิคของเบอร์ลิน สนามในตำนาน อลังการมากอีกด้วย น้อง ๆ บิวท์ฉันสุดฤทธิ์ !

เช้าวันวิ่งเบรคฟาสรัน นาฬิกาและมือถือของฉันยังไม่เปลี่ยนเวลา ยังเป็นเวลาเมืองไทยอยู่ เราต้องตั้งเวลาย้อนหลังไป 5 ชั่วโมง

ฉันสะดุ้งตื่น ดูนาฬิกา 7 โมงเช้า สงสัยว่าทำไมในห้องนอนทุกคนนอนเงียบกริบ ไม่มีใครลุกมาเข้าห้องน้ำเปลี่ยนชุดวิ่งกัน เราต้องไปก่อน 9 โมงนะ ไหนจะต้องกินอาหารเช้า ไหนจะต้องนั่งรถไฟไปอีก จะทันมั้ยเนี่ย

แต่อีกใจนึงก็คิดว่า ไม่ไปก็ดี เราจะนอนอีกวันเต็ม ๆ แรงน้อยก็ต้องนอนออมแรงไว้ดีกว่า เราไม่เหมือนน้อง ๆ เขาแข็งแรงกว่าเราเยอะ แอบดีใจ นอนต่อ ไม่ปลุกใครดีกว่า (แอบเลว อิอิ )

หลับงีบนี้ยาวเพราะเหนื่อยจากการเดินทางเหลือเกิน สะดุ้งตื่น พวกเขาตื่นกันหมดแล้ว กำลังอาบน้ำ อยู่ในชุดวิ่งกัน ฉันถามว่า เราจะไปทันเหรอ นี่มันเกินเก้าโมงเช้าแล้วนะ

พี่ )))) น้องลากเสียงยาววววว นาฬิกาพี่ยังไม่เปลี่ยนเหรอคะ นี่เพิ่งหกโมงอยู่เลย เดี๋ยวกินมื้อเช้าเจ็ดโมง มีเวลาไปสนามทันถมเถ

เนี่ยแหละ เอ๋อ อยู่คนเดียว เลยหัวเราะแก้เก้อว่า อุตส่าห์ดีใจ ไม่ต้องไป

เขาไม่ได้บังคับคร่าาาา แต่ ' breakfast run เส้นทางวิ่งไปที่โอลิมปิก สเตเดียม ถือเป็น A Must ของการมาวิ่งที่เบอร์ลินเลยนะพี่ '
อยากให้พี่ไป ไม่ไปจะเสียดายทีหลัง วิ่งนิดเดียวเอง 6 กิโลเข้าสเตเดี้ยมด้วยนะ เค้ามาวิ่งปีที่แล้วยังประทับใจอยู่เลย

ฉันก็พังกฎส่วนตัวเดี๋ยวนั้นเช่นกัน

อาหารเช้าที่โรงแรมก็แบบฝรั่งนั่นแหละ วันแรก ๆ ก็โอเคอยู่นะ ขนมปัง(แข็งมาก เคี้ยวจนเมื่อยปาก) แฮม เนย ชีส กาแฟ พีช แอปเปิล กล้วย(ยาวเท่าแขน) น้ำผลไม้(ออกไปทางเปรี้ยวมากกว่าหวาน) เรากินกันแน่นท้อง กะกินกันวันละมื้อเท่านั้น เซฟค่ากินไว้เพราะค่าบิน ค่าสมัคร ค่าโรงแรมแพงลิบ อันนี้คือคิดไว้ในใจ (แต่ จุด จุด จุด มากในความเป็นจริง)

กินอิ่มแล้ว ยังพกกล้วยไปกินระหว่างเดินทางไปวิ่งอีกนะ ดูเอาเถิดคนเรา แต่ไม่เคยทิ้งนะ เอาไปก็กินหมด ตัวสั้น ๆ อย่างฉันสามารถโหลดแป้งได้ไม่อั้นจริง ๆ

อากาศตอนเช้ากำลังดี ออกจะเย็น ๆ สักหน่อย ต้องไปต่อคิวเข้าห้องน้ำนี่สิคือปัญหา ภาวนาว่าวันวิ่งจริง ๆ อย่าปวดหนักปวดเบาเลยนะ เพราะคิวเข้าห้องน้ำยาวมาก ๆ ทุกห้อง

ถึงเวลาปล่อยตัวเบรคฟาส รันเช้านี้ ตื่นเต้น ๆ มองไปรอบ ๆ อัดคลิปไปหลายคลิป เก็บภาพนักวิ่ง ภาพรองเท้า ทักทายนักวิ่งชาวไทยที่เจอกันประปรายในงาน เขาว่ามางานนี้ประมาณ 300 กว่าชีวิต

แก๊งค์เราก็วิ่งกันสนุกสนาน งานนี้สำหรับทุกคน ไม่เฉพาะนักวิ่งที่ได้สิทธิ์ในงานเท่านั้น ใจกว้างมากเพราะกองเชียร์คือสีสันจริง ๆ นักวิ่งต่างชาติวิ่งร้องเพลงกันไป แม้ต่างสีผิวสีผม มีเพียงหัวใจที่ไม่ต่าง เพราะมาราธอนคือความสวยงามอย่างหนึ่ง เป็นภาษาสากล

แก๊งค์เราก็วิ่งถ่ายรูปคนนั้นคนนี้ ไปกันเรื่อย ๆ ฉันน่ะตื้นตันใจ คิดไม่ถึงว่าฉันจะได้มาอยู่ในกลุ่มนักวิ่งมาราธอนกับเขาได้ เหลือเชื่อ ฉันประทับใจรอยยิ้ม ความร่าเริง ความกระฉับกระเฉง เหล่านี้คือบทเพลงแห่งความงามและความสุข

ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
Road to Berlin Marathon 2019 ( ep. 1 )











Create Date : 09 ตุลาคม 2562
Last Update : 11 ตุลาคม 2562 8:08:41 น.
Counter : 128 Pageviews.

1 comments
(โหวต blog นี้) 

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณhaiku, คุณอุ้มสี

  
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ขุนเพชรขุนราม Topical Blog ดู Blog
Pangeataround Review Food Blog ดู Blog
กะว่าก๋า Blog about TV ดู Blog
ภาวิดา คนบ้านป่า Diarist ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
Tisiny Beauty Blog ดู Blog
ภูเพยีย Diarist ดู Blog

ตามมาอ่านค่ะ
โดย: อุ้มสี วันที่: 11 ตุลาคม 2562 เวลา:8:48:45 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



  •  Bloggang.com