All Blog
--- บั น ทึ ก แ ม่ แ จ่ ม เ ท ร ล :: U T C M 2 0 1 9 ---



























วิ่งจบงานแม่แจ่มเทรลมาเกือบอาทิตย์แล้ว เพิ่งมีเวลาพิมพ์ลงจอ แต่เราเขียนลงสมุดบันทึกประจำวัน ตอนเขียนบันทึก ก็ไม่มีอะไรมาก เทรลนี้ไม่หนักใจอะไรมาก เป็นระยะที่พอไปได้ ไม่โหดร้าย ไม่เกินกำลัง แต่อยากจะพัก กินและนอนให้มาก ๆ เท่านั้น

ก่อนวิ่งเทรลหนึ่งอาทิตย์ เราอยู่ในช่วง taper จึงวิ่งเหยาะ ๆ เอากำลังวันละ 5-6 กิโล วิ่งเบา ๆ และหยุดสนิทก่อนวันลงสนาม 4 วันเต็ม ๆ

งานนี้เราลงระยะไม่เยอะเพราะจะไปดูแลสามีลงระยะอัลตร้า ไกลกว่าทุกครั้งที่เขาเคยวิ่ง ดูเขาไม่ตื่นเต้นมากเท่ากองเชียร์สามคนเรา

เรื่องที่เรากังวลสุดคือ พยากรณ์อากาศบอกว่า มีพายุโพดุลเข้าทางอิสาน และทางเหนือบ้านเราจะเจอแบบหาง ๆ และที่แน่ ๆ คือ ฝนตกทั้งสามวันช่วงที่เราลงวิ่ง ระยะหลังกรมอุตุฯทำนายแม่นยำจนอยากจะให้มันผิดพลาดบ้างก็ได้ ทางเทรลมีฝนนี่ไม่อยากจะนึกถึงเส้นทางเลย เละตุ้มเป๊ะแน่

ฉันเปิดมือถือดูช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่เราเดินทางถึงแม่แจ่มแล้ว บ้านเพื่อนที่ร้อยเอ็ดโดนโพดุลถล่ม น้ำล้อมรอบบ้าน น้ำท่วมบนทางถนน รถสัญจรไปมาคงกระเพื่อมเข้าบ้าน ได้แต่ส่งใจ ภาวนาให้น้ำลดเร็ว ๆ และขอให้ทุกคนปลอดภัยจากอุทกภัยครั้งนี้

แต่เราต้องมีสมาธิกับตัวเอง ไม่ได้นัดพบใครเพราะใคร ๆ ก็ไม่มาด้วย งานของทีละก้าวเป็นที่เลื่องลือในด้านการจัดการ พอพูดถึงผู้จัด เราหิวข้าวขึ้นมาทันใด แต่ก็นะ..ใกล้บ้านที่สุดแล้ว เราไม่อยากเดินทางไกลกว่านี้เพราะจะเสียเวลาเดินทางจนการพักไม่พอ

เราไปรับบิบของสามีกันช่วงบ่าย ฝาก Drop bag ไว้กับทีมงานเลย ฝนตกปรอย ๆ ไม่สนุกกับการถ่ายรูปเป็นที่ระลึกมากมายเหมือนทุกสนามที่ผ่านมา ต้องรีบเข้าที่พักที่รีสอร์ต หาอะไรกินกัน

ฉันเคยมาแม่แจ่มเป็นครั้งแรก แต่ฟังจากสามีเล่าอยู่บ่อย ๆ ว่าเป็นเมืองน่าอยู่และมีน้ำปูอร่อยที่สุด ก่อนหน้านี้ เพื่อนเคยจะมาซื้อบ้านที่นี่เพื่อปล่อยให้นักท่องเที่ยวมาพัก ทำแบบ BNB ให้เราดูแล เราติดว่ามันไกลเหลือเกินถ้าคิดจากบ้านดอยของเรา ถ้าไกลแบบนี้ รู้สึกเป็นภาระมากกว่า ไม่อยากตกปากรับคำเพื่อนในสิ่งที่ทำได้ไม่ดี มีแล้วเป็นภาระก็บอกเพื่อนว่า เอาที่อื่นดีกว่า จะดูแลให้

ที่นี่เพิ่งมีการจัดวิ่งเทรลเป็นครั้งแรก ไม่รู้เหมือนกันว่าฉุกละหุกหรือเปล่า ไม่ว่าจะเรื่องที่พักและอาหารการกิน เมืองเล็ก ๆ แบบนี้ ต้องขอความร่วมมือกับชุมชนให้มาก แต่ตอนเราขับรถวนดูเมืองไปเรื่อย ๆ ก็รับรู้ได้ว่าเป็นเมืองสงบแม้จะไม่เท่าที่วัดจันทร์ก็ตาม น่าอยู่เหมือนบ้านฉันนี่แหละ มีร้านสะดวกซื้อสองแห่ง มีกาแฟอะเมซอนในปั๊ม ปตท.ที่เปิดตั้งแต่ตี 4 บริการนักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักวิ่งรายการนี้ทั้งนั้นที่วิ่งรถกันขวักไขว่ยามนี้ ก็เป็นสีสันของเมืองดีนะ

เราวนหาที่กินข้าวเพราะเที่ยงคืนนี้ จะต้องปล่อยตัวนักวิ่งระยะอัลตร้าก่อน อยากให้เขากินให้อิ่มท้อง จะได้เตรียมตัวพักแต่หัววัน ฝนยังตกไม่ขาดสาย สงสารเขาและนักวิ่งที่จะปล่อยตัวคืนนี้ พยากรณ์ไม่ยอมเปลี่ยนใจ ยังย้ำหนักแน่นว่า ฝนจะตกข้ามคืนและอีกวันเต็ม ๆ


เราเข้าที่พัก เป็นรีสอร์ตที่เพื่อนของสามีจองไว้ให้ หาที่ไหนไม่ได้แล้ว เต็มทุกที่ ถ้าไม่ได้จริง ๆ จึงจะกางเต็นท์นอน

ฉันยอมรับว่า ไม่ชอบนอนที่รีสอร์ตเลย เข็ดตั้งแต่นอนรีสอร์ตที่แม่กำปองแล้ว บ้านหลังใหญ่ สะดวกสบาย ลูก ๆ และสามีชอบ ต้นไม้เยอะมาก ปกคลุมหนาแน่น มีแต่ฉันที่รู้สึกว่าอากาศอับทึบในตอนกลางคืน หายใจไม่สะดวก ห้องที่พักไม่มีแอร์ เป็นบ้านไม้เปิดโล่ง ใส่มุ้งลวด อากาศธรรมชาติ

ที่แม่แจ่ม ต้นไม้รอบบ้านพักน้อยกว่า แต่บ้านไม้ในหน้าฝนจะมีกลิ่นชื้น ที่นอนไม่แห้ง เหม็นอับ เปิดโล่งก็ไม่ได้ แมลงและยุงเยอะ ปกติฉันเป็นคนหัวถึงหมอนก็เข้าเฝ้าพระอินทร์เลย แต่นอนที่รีสอร์ตกลับตรงกันข้าม ผิดกลิ่น เป็นลมผิดเดือนขึ้นมา กระวนกระวาย เพื่อนแนะนำว่า กินยานอนหลับไปเลย แต่ฉันไม่เคยใช้ยานอนหลับเวลาเดินทางหรือก่อนวิ่ง นอกจากป่วย...

การนอนพักไม่ดีมีผลต่อฉันมาก ๆ ถ้าไม่ได้วิ่งก็แล้วไป แต่ถ้าต้องลงวิ่งก็ทำให้ไม่เต็มร้อย ไม่สดชื่นและทรมานเพราะเหมือนคนอดหลับอดนอนและฝืนไปวิ่ง ประสบการณ์นี้เจอกับตัวใหม่หมาดเมื่องานวิ่งที่แม่กำปอง วิ่งไม่ได้ตั้งแต่กิโลที่ 6 ดมยาดมยังไม่เข้า หายใจไม่ทั่วท้อง ปกติเหนื่อยก็เดินแล้วรีบไปต่อให้เร็วที่สุด งานแม่กำปองนั้น อย่าว่าแต่เดินเลย พอทิ้งตัวลงนั่งก็อยากนอนและอยากออกจากการแข่งขันทุกนาทีที่ท้อแท้ ซ้อมน้อยก็เรื่องหนึ่งเพราะก่อนมาเทรลนี้เป็นช่วงฝุ่นควันคลุมเมืองเชียงใหม่ เราไม่พ้นวิกฤตินี้เช่นกัน ซ้อมน้อยไม่พอ นอนยังไม่พออีกต่างหาก คืนนั้นงีบไปสักชั่วโมงเท่านั้น ผ่านงานแม่กำปองมาอย่างทุลักทุเลและไม่สนุกเอาเสียเลย

สามีรู้อยู่ แต่เราไม่บ่น การบ่นไม่เป็นผลกับคนฟัง ไม่สบายใจกันเปล่า ๆ เราก็ต้องทำใจ

เราออกไปกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ไม่ห่วงตัวเองสักเท่าไหร่ เราสามคนคอยควบคุมการกินของสามีฉันมาก ห้ามสั่งต้มยำ ห้ามเติมเครื่องปรุงโดยเฉพาะน้ำส้ม ห้ามกินหน่อกับน้ำปูของแม่แจ่มก่อนวิ่ง อย่ากินผักเยอะเดี๋ยวจะถ่ายท้องตลอด หมูทอดที่ไม่ได้ทอดใหม่ก็อย่ากิน ไม่ค่อยมั่นใจ กาแฟก็งดก่อนเพราะเดี๋ยวนอนไม่หลับ กินกาแฟก่อนนอนทำให้การหลับไม่ดีเท่าที่ควร

เราสั่งหมูทอดแดดเดียวให้สามีใส่เป้ไปกินกลางทางด้วย หนักก็ต้องแบกไป อย่าเชื่อที่ผู้จัดบอกให้มากนัก เข็ดตั้งแต่งานเทรลที่แม่ฮ่องสอนแล้ว หุงข้าวด้วยฟืนทีละหม้อเล็ก ๆ นักวิ่งทยอยขึ้นมา ข้าวไข่เจียวที่ว่าไม่มีจริง ยังหลอนไม่หาย งานนี้จึงไม่หวังน้ำบ่อหน้า อยากกินอะไร แบกไป

พวกเราถามเขาว่า กังวลบ้างมั้ย กลัวมั้ยสำหรับอัลตร้าแรกเนี่ย เขาว่า ไม่ และคำนวณผลการวิ่งของตัวเองไว้แล้วว่า จะวิ่งจบตอนตีสามวันที่ 1 กันยายน ก่อนเราลงวิ่ง ประมาณว่าวิ่งกันข้ามเดือนเลยทีเดียว

นักวิ่งอัลตร้าครั้งนี้มี 200 กว่านิด ๆ คือ 237 คน แต่รุ่นอายุเขาหรือ 50 ปีขึ้นไปมีไม่ถึงสิบคน งานนี้เขาซ้อมยาวตอนกลางวันแดดร้อนถึง 34 องศา แต่ไม่มีเวลาที่จะซ้อมทั้งคืนอย่างที่ตั้งใจ แต่กระนั้น ก่อนวิ่งหนึ่งอาทิตย์ เขานอนอย่างเดียว เลิกงานก็รีบเข้านอนตั้งแต่สองทุ่ม เราเชื่อเรื่องการพักผ่อนให้พอ ยิ่งแก่ยิ่งต้องการเวลานอนมากกว่าคนหนุ่มคนสาว เขาบอกแต่ว่า จะพยายาม ไม่อยากเป็นภาระเด็ก ๆ อายเด็กเปล่า ๆ และแก่กว่านี้อาจจะไปไม่ไหวแล้ว

เราสามคนมานอนรวมกันอีกห้องหนึ่ง ดูโทรทัศน์ รอไปส่งเขาตอนเที่ยงคืน ปล่อยเขานอนอีกห้อง

ฝนยังตกลงมาไม่ขาดสาย ตกหนักขึ้นเรื่อย ๆ นึกถึงเส้นทางวิ่งของเขาคืนนี้

ห้าทุ่มกว่า เราออกจากที่พัก ไปรอส่งสามีที่จุดสตาร์ท ฝนพรำ ๆ

คู่ของเราไม่โรแมนติก ไม่ค่อยพูดอะไรกันเยอะ ต่างก็รู้ว่าห่วงนั่นแหละ จะแข่งอยู่แล้วก็ไม่พูดอะไรที่บั่นทอนกำลังใจ เพราะเขารู้ตัวอยู่แล้ว แต่ก็บอกกันเสมอว่า วิ่งให้สนุก วิ่งให้รู้ด้วยตัวเองเสียที ให้สมกับความตั้งใจของเขา

ฉันรู้นิสัย รู้ใจ รู้ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างมากของเขา ไม่เหลือวิสัย ไม่น่าจะเลิกรา และเชื่อว่าเขารักตัวเองมากกว่าสิ่งใด

หลังจากเสียงแตรปล่อยตัวดังขึ้น (ก็เป็นเช้าวันเสาร์ที่ 1 กันยายน ไปแล้วสินะ)
ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมแล้ว เราส่งนักกีฬาจนคนสุดท้ายวิ่งออกจากเส้นสตาร์ทไป จากนั้นเราก็ไปนอนลุ้นกันที่ที่พักต่อ รอฟังข่าวจากเขา ไม่รู้จะส่งข่าวได้หรือเปล่า บนดอยจะมีคลื่นไหม มีที่หลบฝนช่วงไหน อย่างไร แต่ละ CP เป็นอย่างไร นึกไม่ออก แต่คอยเช็คแต่ละ CP ว่าผ่านจุดคัทออฟทันมั้ย

เรากึ่งหลับกึ่งตื่น ได้ยินเสียงไลน์ดัง



ตี 3.46 :: เขาส่งภาพนาฬิกาบนข้อมือที่เปียกน้ำฝน หน้าปัดบอกว่า 16.84 กิโล 3:43 ชม. พร้อมบอกว่า CP2 16 K สบายดี

ตี 5:42 ไลน์ดังขึ้น ส่งภาพนาฬิกาบนข้อมือมา 24 k 5:51 ชม. CP 3 แล้ว
เราตื่นกันหมดแล้ว นั่งเฝ้ามือถือและผลการแข่งขัน ดูแต่ละจุดเช็คพ้อยต์ไปเลย
เขาบอกมาสั้น ๆ ว่า โ ห ด ม า ก

ฝนยังตกพรำ ๆ ไม่ขาดสาย คิดในใจว่า เขาชอบอากาศเย็นมากกว่าร้อน เราเคยวิ่งแบบร้อน ๆ ด้วยกัน ใจจะขาด วิ่งยากกว่าฝนและหนาวอย่างเทียบกันไม่ได้

ครั้งแรกจะตื่นไปรอตรงจุดที่เขาแยกออกมาที่ถนนก่อนเจ็ดโมงเช้า แต่จากจุดนี้ เขาตัดเข้าป่าข้าวโพดไปแล้วก่อนเวลาคัทออฟ ซึ่งทำเวลาได้ดีกว่าที่คาดไว้ เขาบอกว่า ไม่ต้องออกมากัน ดูเขาเป็นห่วงเรามากกว่าที่เราเป็นห่วงเขาเสียอีก

จากนี้ เราก็เช็คผลการแข่งขัน นักวิ่งอีลิททยอยผ่าน CP5 กันไปจำนวนหนึ่ง แต่คนของเรายังไม่ผ่านจุดนี้จนกระทั่งเวลา 11.27 เขาไลน์มาบอกว่า ไม่มีคลื่นเลย เละสุด ๆ ส่งภาพข้าวต้มกับไข่เจียวให้ดูพร้อมเวลาบนหน้าปัดนาฬิกา 44.43 k pace 23.29 ความชันสะสม 1013 จากนั้นเราก็ส่งภาพก๋วยเตี๋ยวของเราให้ดูเหมือนกัน

ดีใจนะว่าเขาผ่านครึ่งทางมาแล้ว

14.21 น. เขารับดร็อปแบ็คและเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว ไลน์มาบอกว่า หล่อแล้ว
พวกเราหัวเราะกัน บอกกลับไปว่า ไม่เชื่อ ต้องถ่ายรูปมาให้ดูด้วย เขาก็ถ่ายมาให้ดู จากนั้นเราก็ถ่ายรูปข้าวกล่อง ไข่เจียวและหมูทอดแดดเดียวให้เขาดู บอกไปว่า รอกินข้าวเย็นพร้อมกันนะ



ไลน์ขาดหายไปช่วงนึงคือช่วงจาก CP5 ไป CP9
ข่าวน้ำป่าตั้งแต่เมื่อคืน บอกว่าทางขาด ดินสไลด์
แต่นักวิ่งปลอดภัยกันทุกคน เรารู้สึกกังวลนะ
แต่ก็รอเขาส่งข่าวอยู่

ตอน CP5 มีชื่อเขาผ่านไปแล้วเป็นลำดับที่ 171
และมีรายชื่อนักวิ่งที่ NO STARTED ถึง 29 คน

เอาเถอะ เขาผ่านจุดนี้ไปแล้ว ได้ที่สุดท้ายก็ไม่เป็นไร ไม่จบหรือ DNF ก็ไม่เป็นไร ขอให้กลับมาถึงเส้นชัยอย่างปลอดภัยก็พอแล้ว


ช่วง CP 9 เราเห็นรายชื่อนักวิ่งทยอยมาเช็คพ้อยต์กันตลอด แต่ยังไม่เห็นชื่อเขา คนเข้าสุดท้ายที่จุดนี้มา 139 คนแล้ว เราเช็คมือถืออยู่เรื่อย ๆ จนมาถึงคนที่ 151

เราไปนับดูรายชื่อนักวิ่งที่เหลืออยู่ ก็ไม่เห็นชื่อสามีสักที งงว่า รายชื่อหายไปไหน ป่านนี้ยังไม่มา
แต่พอเช็คชื่อคนที่ 151 อีกครั้งก็เฮกันดังอีกรอบ ชื่อเขาขึ้นมาแล้วนี่ เมื่อกี๊ไม่ทันดูชื่อ สนใจแต่ลำดับที่เข้าสุดท้าย


18.24 น. เขาไลน์มาว่า อีก 10 กิโลจะเข้าแล้ว มาส่งนักวิ่ง 65 k ขอมารอรับด้วย
ใกล้ถึงแล้วจะไลน์มาบอก

เราเริ่มใจชื้นขึ้นเยอะ น้ำตาจะไหลทั้งที่เขายังไม่เข้าเส้นชัยเลย นี่มาเกินครึ่งแล้ว มาไกลกว่าทุกสนามที่เคยลงวิ่งด้วยกัน

19.54 น. เขาไลน์มาอีกรอบว่า อีก 7 กิโลนะ ถึงประมาณสามทุ่ม ทางยากมากเพราะต้องวนเข้าไปในลูป 4 อีกรอบ เขาบอกว่ามืดมาก ไม่รู้หลงทางหรือเปล่า

20.27 ไลน์เข้ามาว่า อีก 1 ชม. จะถึง

22.00 พวกเราเริ่มรอดูตรงทางถนนแล้ว รอรับนักวิ่งเข้าเส้นชัยไปหลายคนแล้ว เสียงของเราสามคนปลุกคนในสนามให้รู้ว่าจะมีนักวิ่งวิ่งเข้าเส้นชัย ช่วงเวลานี้ สนามเงียบมาก ๆ เพราะทุกคนมาส่งนักกีฬาแล้วก็กลับที่พัก พวกมารอรับนักวิ่งก็นับคนได้ มันยังไม่ถึงเวลานั่นเอง

ตากล้องได้ยินเสียงพวกเราก็รีบออกมารอถ่ายรูปให้ เราก็ช่วยกันบิ้วท์นักวิ่งให้ทำท่าสวย ๆ ยิ้มสวย ๆ เป็นฟินิชเชอร์แล้ว ยินดีด้วย ตบมือกันยาว ๆ มีกันสามคนก็เหมือนมีกันสักสามสิบ

น้องตากล้องดีใจที่พวกเรามาอยู่เป็นเพื่อน ฝนพรำ ๆ ทำให้กองเชียร์หายหมด แต่ขณะที่เรารอสามีเข้าเส้นชัยก็มีเพื่อนของนักวิ่งสักคนสองคนมารอรับนักวิ่งเช่นกัน

ทุกครั้งที่ผู้หญิงวิ่งเข้ามา ฉันจะตื่นเต้นและยินดีเป็นพิเศษ เธอไปเอาแรงมาจากไหน ต้องซ้อมขนาดไหนกันถึงลงระยะนี้ได้ ทึ่งมาก ๆ

ในที่สุด สามีฉันก็มาถึง พอเขาเลี้ยวเข้าประตูโรงเรียนเท่านั้นแหละ เสียงกรี๊ดสามคนเราดังที่สุดในสามโลก โคตรจะดีใจเลย ในที่สุดเขาก็ทำได้ เจ้าตัวดูระโหย แต่ก็ยิ้มเข้าเส้นชัยนะ รู้ว่าเขาดีใจแต่ไม่มีแรงจะพูดอะไร
เขาใช้เวลาไป 21:38:56.1 ชั่วโมง ได้ที่ 113 จาก 154 คน ชาย
ได้ที่ 141 จาก 190 คนที่เข้าเส้นชัย โดยมีนักวิ่ง DNF 47 คน

แต่ละคนที่วิ่งไม่จบในวันนี้มีเหตุผลต่างกันไป เราเชื่อหมดใจว่าไม่มีใครอยากวิ่งไม่จบ ต้องมีเหตุที่เจ้าตัวบอกได้ แต่ที่เราอยากบอกกับนักวิ่งระยะนี้ทุกคนคือ เก่งมาก ๆ แค่ตัดสินใจลงระยะนี้ก็ใจเกินร้อยแล้ว ไหนจะต้องวางแผนเตรียมตัวซ้อม ไม่ใช่เรื่องง่าย เราต่างไม่ใช่นักวิ่งอาชีพ ทุกคนมีการมีงาน มีครอบครัวที่ต้องดูแลและมีสิ่งสำคัญที่ต้องรับผิดชอบมากมาย แต่ก็แบ่งเวลามาทำกิจกรรมที่ชอบนี้ได้ ขอแสดงความยินดีให้กับนักวิ่งทุกท่านนะคะ

เรากลับที่พักกันเกือบห้าทุ่ม เพราะต้องไปรับดร็อปแบ็กอีก จะพาเขาไปกินอาหาร และกาแฟ แต่เขาว่าไม่อยากกินอะไรแล้วเพราะเพิ่งกินก๋วยเตี๋ยวก่อนมาเข้าเส้นชัย ตอนนี้อยากอาบน้ำและนอน

สามีดิฉันเน่าไปทั้งตัว ชื้นเหงื่อชื้นฝนมาทั้งวันเต็ม ๆ ไม่บาดเจ็บลื่นล้มอะไร ไม่ได้นอนมาหนึ่งคืน แต่นับว่าสภาพดี ขับรถกลับที่พักได้ ใจก็อยากฟังเขาเล่าแต่ไม่ใช่เวลานี้ กลับมาได้ก็ดีใจสุด ๆ แล้ว

ส่วนเราสามคนก็รีบนอน ต้องตื่นตีห้า ลงระยะวิ่งกรุบกริบกันไว้ ดูจากเส้นทางแล้ว มีชันช่วงกิโลที่ 7 ไป 15 และจากนั้นก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ไปจนกิโลที่ 24 หลังกิโลที่ 24ก็วิ่งบนถนนอีก 7 กิโลก่อนตัดเข้าป่าและเข้าเส้นชัย คิดว่าน่าจะไปได้เพราะตั้งใจจะไปเรื่อย ๆ มาซ้อมวิ่งยาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนลงสนามมาราธอนที่จะมีต่อจากนี้

ระยะ 33 k ที่ฉันวิ่ง ไม่ไกลและไม่ใกล้ สามีบอกว่าให้เอาไม้เท้าไปด้วยและถือไปเลยตั้งแต่ออกจากจุดปล่อยตัว เพราะเริ่มก็เป็นทางขึ้นเขาไปจนกิโลที่ 5 ทางค่อนข้างลื่น แต่แฉะและเละแน่นอน อย่าวิ่งตามไหล่ทางเพราะทางเป็นหลุมลึกเยอะ เมื่อคืนน้ำป่าทำให้ดินสไลด์หลายช่วง ระมัดระวังอย่าล้ม ระวังข้อพลิก มีสติตลอดเวลา อย่าประมาทเส้นทาง เรื่องอื่นก็ไม่มีอะไร น่าจะทันคัทออฟเพราะให้เวลาเหลือเฟือ

สำหรับสนามเทรลแม่แจ่มนี้ ถือว่าไม่ยาก ไม่ง่าย คนที่อยากจะอัพเกรดจากระยะฮาล์ฟมาราธอนก็ลองมาวิ่งได้สบาย ๆ ไม่มีทางซิงเกิ้ลแทร็ก ไม่น่ากลัว ทางสวยงาม มีนาขั้นบันไดตรงจุดสูงสุดของเรซที่บ้านป่าปงเปียง อาหารการกินอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องแบกเป้น้ำเต็มเป้ก็ได้ มีน้ำเย็นให้เติมเต็มเป้ทุกจุดให้น้ำ มีน้ำเกลือแร่และน้ำอัดลมทุกยี่ห้อ ใครที่กินเจลก็เตรียมเอาเองค่ะ เจลไม่มีให้อย่างเดียว

สำหรับฉัน เป็นนักวิ่งไม่กินเจล แต่พกน้ำเกลือแร่ที่ผสมใส่ขวดไปเอง กันเหนียว กลัวผู้จัดไม่มีให้ และยังเตรียมเกลือแร่ผงติดเป้ไปด้วย ส่วนเจลนั้น ได้ให้น้อง ๆ ที่ซ้อมกันเกือบหมดแล้ว ไม่ได้ร่ำรวยขยันแจกเจลอะไรนะ แต่เป็นเจลที่ได้มาฟรีจากงานวิ่งงานหนึ่ง ได้ส่วนแบ่งมาคนละเกือบสามสิบซอง จะหมดอายุสิ้นปีนี้แล้ว ก็ต้องถามให้คนอื่นไป แต่ก่อนหน้านี้ ตอนวิ่งมาราธอนก็อุตส่าห์ซื้อ เพราะใคร ๆ ก็บอกว่าต้องกินเจล มันเพิ่มพลังงาน อย่างน้อง ๆ ในทีมนี่กินเจลทุก 5 กิโลและกินก่อนปล่อยตัวอีกหนึ่งซอง เขาจะพกเจลกันคนละแปดซองสำหรับมาราะอน

แต่ตอนนั้น ฉันพกเจลเป็นเหมือนยาวิเศษ ป้องกันการวิ่งไม่จบ เหมือนเครื่องรางช่วยชีวิตประมาณนั้น ซองละ 60 บาท ไม่ใช่ของถูก ๆ อร่อยก็ไม่อร่อย เคยกินตอนวิ่งมาราธอนแรกไปหนึ่งซองกิโลที่ 17 ไม่คิดว่าจะเจอเหตุการณ์แรงตกกะทันหัน ทั้งที่จริงมันไม่ใช่แต่ที่แน่นจนหายใจไม่ออกเพราะดันใส่กางเกงรัดกล้ามจนหายใจไม่ออกนั่นแหละ จากวันนั้นก็ไม่เคยใส่กางเกงรัดกล้ามอีก อึดอัดมาก

งานนี้วิ่งสนุกค่ะ กินอิ่ม นอนหลับดี ไม่ท้องเสีย ไม่ป่วย ไม่ได้ดมยาดมสักปื้ดจนน้องที่ตามมาด้วยแซวว่า งานนี้พี่ไม่ได้ดมยาดมเหมือนทุกครั้ง ก็จริงนะ เพราะอากาศดี เย็นสบายและหอมลมฝน ไปเรื่อย ๆ ถ่ายรูปให้น้องไปตลอดทาง เขาชอบถ่ายรูป ระหว่างทางวิ่งมีฝนพรำ ๆ เย็นดี ตกแรงบางช่วงแต่ไม่ถึงกับต้องใส่เสื้อกันฝน หากเพิ่งเริ่มเทรลก็อาจจะเตรียมเสื้อกันฝนไปด้วย มีน้อง ๆ ใส่เสื้อกันฝนสวย ๆ หลายคน

เจอน้องที่วิ่งเทรลหลวงพะเยามาทัก เขาจำเราได้ ดีใจมาก ๆ เราก็จำเขาได้เพราะเขาแบ่งกาแฟซองให้เราตอนนั่งพักกินข้าวเหนียวหมูปิ้งบนดอยหนอก เธอว่าเธอโดนเท เพื่อนสมัครงานนี้ไว้แต่มาไม่ได้ เลยขอวิ่งตามฉันไปด้วย

พวกเราวิ่งจบก่อนเวลาคัทออฟสามชั่วโมง เป็นงานแรกที่คุยกันไปตลอดทาง มันง่ายเกินไปหรือเปล่า ไม่หรอกนะ แต่มีคนบอกว่า งานนี้มาเดินก็จบ แต่เราของเสริมนิดนึงสำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยลงเทรลระยะนี้ จะมาเดินก็เดินอย่าต่ำกว่าเพซ 10 เอ้อระเหยมากจะไม่ทันเวลาน ฝึกสควอทให้มาก ๆ ยังไงก็ต้องซ้อมยาวไว้อยู่ดี

สำหรับคนที่เคยผ่านแม่กำปองเทรล โป่งแยงหรือ CM6 มาแล้ว ก็ไม่น่าห่วงค่ะ ระยะนี้อาจจะเด็กเกินไปด้วยซ้ำ

ขอบคุณผู้จัดนะคะ งานเทรลนี้พลิกความคาดหมาย
ดูแลดี อาหารดีงาม เหลือเฟือ ดีก็ต้องชมและบอกต่อค่ะ
ขอให้เป็นแบบนี้ไปทุก ๆ งาน เราจะตามไปวิ่งอีก

ขอขอบคุณช่างภาพทุกท่านค่ะ

ขอบคุณค่ะ
ภูพเยีย
UTCM 2019


















Create Date : 07 กันยายน 2562
Last Update : 7 กันยายน 2562 13:38:58 น.
Counter : 117 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

BlogGang Popular Award#15



ภูเพยีย
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 23 คน [?]



  •  Bloggang.com