แปดบาทจรดลพ้นวิถี (ปูดองเทวดา)
Group Blog
 
All blogs
 

ผมว่าทดสอบ GT200 ครั้งนี้มันผิด Procedure

ขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทดสอบ GT200 นิสนึง
โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่า
การทดสอบครั้งนี้มันผิด Procedure.

ผมเข้าใจเอาเองว่า การใช้ GT200 ในภาคปฏิบัติ
ใช้หาวัตถุที่ซ่อนอยู่ในที่ลับตา ว่ามีวัตถุซ่อนอยู่ตรงไหน
แต่จากข่าวการทดสอบ GT200 ที่ผมทราบจากหนังสือพิมพ์
ทำโดยวัตถุ 1 ชิ้น ใส่ลงไปในกล่อง
แล้วเอากล่องไปวางไว้ในห้อง พร้อมกับกล่องเปล่า อีก 3 ใบ
แล้วให้ใช้ GT200 หาว่าวัตถุอยู่ในกล่องไหน

นี่มันผิด Procedure ชัดๆ ทำไม ทหารถึงยอม ให้ใช้วิธิการนี้ตรวจสอบ
ในความเห็นส่วนตัว ผมว่า
การทดสอบด้วยวิธีนี้มันต้อง Fail แน่ๆ เพราะว่า มันผิดหลักการ

อุปทานที่รู้ว่า มีวัตถุ อยู่ในกล่องใดกล่องหนึ่งแน่ๆ แล้วต้องเลือกเอา 1 ใน 4
กับ ถ้าตั้งกล่องไว้ 100 ใบ ในห้อง แล้ว ให้กรรมการตรวจสอบเอา วัตถุ ไปใส่ไว้ในกล่องใดกล่องหนึ่ง หรือ ไม่เอา วัตถุ ไปใส่ไว้ในกล่องใดเลย ซักกล่องเดียว แล้ว ให้คนใช้ GT200 ตรวจสอบดูว่า มี วัตถุ อยู่ในกล่อง ใดกล่องหนึ่ง หรือ ไม่ ถ้ามีอยู่บริเวณใด น่าจะสอดคล้องกับการใช้งานจริงๆ มากกว่า ครับ

เล่าสู่กันฟังเฉยๆนะครับ
อย่า Serious
2อิพอ




 

Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2553    
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2553 11:38:45 น.
Counter : 493 Pageviews.  

ผลงาน คุณ สุวิทย์ ขาวปลอด

ผมเป็นแฟน คุณสุวิทย์ ขาวปลอด มาตั้งแต่ยังเป็นนักเรียน
ตอนผมเรียนที่วิศวะจุฬา มีเพื่อนคนหนึ่ง ชื่อ ไอ้ยุ่น
ไอ้ยุ่น เป็นคนที่เหมือน คนญี่ปุ่น มากพอสมควร
อุปนิสัย เป้นคนขวานผ่าซาก
รสนิยมมัน ชอบฟังเพลงคลาสสิก ชอบอ่านหนังสือแปล
(ตอนนั้นอายุ ยังไม่ถึง 20 เลย)
ก่อนหน้าที่ผมจะรู้จัก ไอ้ยุ่น ผมก็อ่านนิยายกำลังภายใน ตามพ่อผม
ทีนี้พอเห็น ไอ้ยุ่นมันอ่านหนังสือแปล ผมก็เลยยืมมันมาอ่าน
ก็เลยติดเลย จำไม่ได้แน่ชัดว่าอ่าน หนังสือแปลเล่มแรกเรื่องอะไร และใครแปล แต่อ่านมาเรื่อยๆ ก็ พบ นักแปลในดวงใจ ก็คือ คุณสุวิทย์ ขาวปลอดนี่แหละ

หนังสือที่คุณสุวิทย์แปล ซื้อมาอ่านแล้วไม่เคยผิดหวังเลยครับ
ผมได้พยายามรวบรวม ผลงาน คุณสุวิทย์ ขาวปลอด ไว้ ได้ตามนี้ครับ

ชื่อภาษาไทย ชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อผู้แต่ง

สุมหัวสืบ (ชมรมนารีฆาตกรรม) 1st to Die James Patterson
บิวอิก 8 A Buick 8 Stephen King
เกมรักหักเหลี่ยม A Dangerous Fortune Ken Follett
พินัยกรรมอันตราย A Matter of Honour Jeffery Archer
ลีลาศมรณะ A Novel Marry Higgins Clark
แผนพลอยชั่ว A Simple Plan Scott Smith
แรงอาฆาต Accursed Guy N.Smith
545 เที่ยวบินนรก Airframe Micheal Crichton
เงื่อนตาย All Around the Town Marry Higgins Clark
นัดมรณะ Appointment with Death Agatha Christie
ปริศนาแอตแลนติส Atlantic Found Clive Cussler
บ้านวิญญาณพะวง Bag of Bones Stephen King
ใต้จันทร์มุกดา Beneath an Opal Moon Eric Von Lustbader
อาทิตย์ทมิฬ Black Sunday Thomas Harris
มรสุมโลหิต Blood Storm Collin Forbes
คืนวิญญาณเพชฌฆาต Burnt Sienna David Morrell
หลั่งเลือดบาบิโลน By the River of Babylon Nelson De Mille
แผนชิงฟ้า Cardinal of The Kremlin Tom Clancy
คืนนรก Carrie Stephen King
เคลียร์แล้วลุยเจ็บปวด Clear and Present Danger Tom Clancy
ศัตรูในเงามืด Code To Zero Ken Follett
อย่าฝันมันอันตราย Cold Fire Dean R.Koontz
โรงแรมมหากาฬ Creepers David Morrell
สวยสู้นรก Criminal Intent Sidney Sheldon
คูโจ Cujo Stephen King
ไสยดำ Darkfall Dean R.Koontz
ความมืด Darkness John Saul
นรกวาติกัน Day of Confession Allan Folsom
หักปีกอินทรีย์ Debt of Honor Tom Clancy
เดิมพันชีวิต Disclosure Micheal Crichton
ภาพซ้อนซ่อนอำมหิต Double Image David Morrell
มนุษย์วิปริต / ไอ้คลั่งคืนถิ่น Eaters of the Dead Micheal Crichton
คืนหฤโหด Endless Night Agatha Christie
ขย้ำพยัคฆราช เล่ม 1,2 Executive Orders Tom Clancy
ปริศนาภาพเขียนสะท้านโลก False Impression Jeffery Archer
นาครมหากาฬ Floating City Eric Von Lustbader
จากสุสานนิรนาม From potter's field Patricia Cornwell
เกรมลิน ปีศาจน้อย Gremlins Cris Columbus
ฮันนิบาล Hannibal Thomas Harris
อมตะ Heads David Osborn
สัญญามหาประลัย Holcroft Covenant Robert Ludlum
แอตแลนติกเลือด Iceberg Clive Cussler
พยาบาท If Tomorrow Comes Sidney Sheldon
สืบสยอง I'll Be Seeing You Marry Higgins Clark
อินเดียน่า โจนส์ วิหารมรณะ Indian Jones George Lucas, James Katn
อิท เล่ม 1,2 It Stephen King
ไกโช Kaisho Eric Von Lustbader
เคน&อาเบล Kane&Abel Jeffery Archer
คิงแร็ท King Rat James Clavelle
อำมหิต Malefactor Robin Cook
จ้าวชีวิต Master of the game Sidney Sheldon
เมย์เดย์! Mayday! Clive Cussler
ปมปริศนา McNally's Puzzle Lawrence Sanders
ปมฆาตกรรม McNally's Trial Lawrence Sanders
รอยพยาบาท Memories of Night Sidney Sheldon
วิปลาส Mindbend Robin Cook
ผวา ! Moon James Herbert
ความตายใต้แสงจันทร์ Moonlight Becomes You Marry Higgins Clark
ตรวจแล้วตาย Mortal Fear Robin Cook
ปิรามิดมหากาฬ Name of the Beast Daniel Easterman
คืนแห่งฝันสยอง Nightmares & Dreamscapes Stephen King
พระเจ้าเพื่อนรัก Oh! God Avery Corman
โอเมน (ภาคสมบูรณ์) Omen Gordon Mcgill
กฎเหี้ยม-คนโหด Omerta Mario Puso
โอนิ Oni Marc Olden
อันตราย Outbreak Robin Cook
แปซิฟิกเดือด Pacific Vortex Clive Cussler
เด็ดหัววีรบุรุษ Patriot Games Tom Clancy
สาวน้อย 100 1/2 ชั่ง Pretty Baby Richard Harris
อาถรรพณ์ผีนรก Raga Six Frank Lauria
อุดมการณ์เฉียดนรก เล่ม 1,2 Rainbow Six Tom Clancy
กู้เรือไททานิก Raise the Titanic Clive Cussler
กระต่ายแดงแรงฤทธิ์ Red Rabbit Tom Clancy
เกมถล่มโลก Red Storm Rising Tom Clancy
อำมหิตอาทิตย์อุทัย Rising Sun Micheal Crichton
โรสแมดเดอร์ Rose Madder Stephen King
ท้าสู้ผีนรก Salem's Lot Stephen King
คนโหดเกมอำมหิต Scavenger David Morrell
ชิบูมิ : เกมเหนือคน Shibumi Trevanian
ติดตามต้องตาย Shock Robin Cook
ไซเรนส์ Sirens Eric Von Lustbader
สเฟียร์ Sphere Micheal Crichton
ไขปมปริศนา Still-Watch Marry Higgins Clark
ร่วมใจสังหาร Tell Me Your Dreams Sidney Sheldon
มฤตยูแห่งอียิปต์ The Awakening Ronald Chetwynd
ฝันร้ายที่เป็นจริง The Bad Place Dean R.Koontz
ริษยา & อาฆาต The Best Laid Plans Sidney Sheldon
ฆาตกรซ่อนเล่ห์ The Body Farm Patricia Cornwell
นรกสายสวาท The Burden of Proof Scott Turow
ตำนานมนุษย์ถ้ำ The Clan of the Cave Bear Jean M.Auel
ถนนสายฆาตกรรม The Clinic Jonathan Kellerman
โคบรา-สายพันธุ์เพชฌฆาต The Cobra Event Richard Preston
มันมากับความมืด The Dark James Herbert
รหัสนรกอือแบร์มอร์เก็น The Day after Tomorrow Allan Folsom
ฤกษ์เพชฌฆาต The Deadly Messiah David Campbell
เดอะดิซีฟเวอร์ The Deceiver Frederick Forsyth
ทนายปีศาจ The Devil's Advocate Andrew Neiderman
บัญญัติมือสังหาร The Eleventh Commandment Jeffery Archer
ตัวกูผู้เดียวจะสู้ตาย The Exile Allan Folsom
ฐานันดรที่ 4 The Fourth Estate Jeffery Archer
มาเหนือเมฆ The Fourth Protocol Frederick Forsyth
แค้นนี้ต้องชำระ The Gemini Contenders Robert Ludlum
ปล้นเหนือเมฆ The Great Train Robbery Micheal Crichton
ล่าตุลาแดง The Hunt for Red October Tom Clancy
โลนลี่ เลดี้ The Lonely Lady Harold Robbins
เดอะลอสท์เวิร์ลด์ The Lost World Micheal Crichton
มาตารีสองค์กรมหากาฬ The Matarese Robert Ludlum
ลุยแหลก The Matlock Paper Robert Ludlum
เมดูซา The Medusa Syndrome Ron Cutler
นางมารมิโกะ The Miko Eric Von Lustbader
ไอ้ฆาตกร The Naked Face Sidney Sheldon
เฉือนคมกอร์บาชอฟ The Negotiator Frederick Forsyth
นินจา The Ninja Eric Von Lustbader
เขี้ยวสังคม The Piranhas Harold Robbins
หนึ่งเดียวสะท้านโลก The Predigual Daughter Jeffery Archer
อาถรรพณ์แม่มด The Priesttess Frank Lauria
ล่าปริศนาพยากรณ์ The Prophetess Barbara Wood
จารชน The Rhinemann Exchange Robert Ludlum
โบสถ์อำมหิต The Servants of Twilight Dean R.Koontz
โรงแรมผีนรก The Shinning Stephen King
เหี้ยม The Silence of The Lambs Thomas Harris
ล้างตระกูลเทวดา The Sky is Falling Sidney Sheldon
สุดทางที่สายรุ้ง The Story Teller Harold Robbins
เดอะแสตนด์ The Strand Stephen King
นักรบเกมโลกันต์ เล่ม 1,2 The Sum of All Fears Tom Clancy
มันมาจากสุสาน The Tomb F.Paul Wilson
หุบเขาม้าทุ่ง The Valley of Horses Jean M.Auel
เกมถึงเลือด Timothy's Game Lawrence Sanders
ท็อกซิน Toxin Robin Cook
เทรเวลส์ Travel Micheal Crichton
คนตาทิพย์ Twilight Eyes Dean R.Koontz
สุสานมฤตยู Watchgod Barbara Wood
หนูเห็นเขาฆ่า When The Bough Breaks Jonathan Kellerman
ก่อนอรุณจะรุ่ง While my pretty one sleeps Marry Higgins Clark
เวิร์ลวินด์ Whirlwind James Clavelle
รหัสนรกฉลามขาว White Shark Peter Benchley
ฟ้าลิขิต Windmills of the Gods Sidney Sheldon

ทั้งหมด 137 เล่ม
ผมเรียง ตาม ชื่อภาษาอังกฤษนะครับ
ผมคิดว่า หาจากชื่อภาษาอังกฤษ จะได้หนังสือที่ถูกต้องมากกว่า ภาษาไทย ครับ

ผมมีความตั้งใจอยู่อย่างหนึ่งที่อยากทำก็คือ พยายามรวบรวม หนังสือ ของคุณสุวิทย์ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ ไว้เป็นสมบัติ

ซึ่งผมก็หาซื้อจากร้านหนังสือเก่ามาได้หลายเล่มแล้วครับ

มีหนังสือบางเล่มที่หาเท่าไรก็ไม่มีขาย หรือ มีแต่ขายหมดไปแล้ว
ซึงรอมาหลายปีก็ยังไม่มีคนมาขายอีก (ซึ่งผมคิดว่า ถ้าเป็นหนังสือรักจริงๆนี่ใครจะเอามาขาย เนอะ)

ผมก็เลยมีความคิดว่า น่าจะรวบรวมบรรดาแฟนานุแฟน ของคุณสุวิทย์ ที่อยากให้พิมพ์ หนังสือบางเล่มที่อยากได้ ขึ้นมาใหม่ ถ้ามีจำนวน มากพอที่โรงพิมพ์จะรับพิมพ์ได้ ผมก็จะหาทางติดต่อคุณสุวิทย์ ขอให้จัดพิมพ์ หนังสือเหล่านั้นขึ้นมา ให้ได้เก็บไว้เป็น สมบัติ ให้ลูกหลานได้สืบไป

ทั้งนี้ ผมขอความกรุณา ท่านผู้อ่าน ที่มีความสนใจได้แสดง ความประสงค์ไว้ใน blog นี้ ดูครับ

ถ้าผมเห็นว่ามีผู้สนใจมากพอผมจะได้ดำเนินการต่อไปครับ

ขอบคุณมากครับ

ปล. อ้อ !!! เกือบลืม
ถ้าใครทราบหนังสือ ของคุณสุวิทย์ ที่นอกเหนือ ไปจากข้างบน ช่วยบอกให้ผมด้วยนะครับ ผมจะได้ติดตามเสาะหา เพิ่มเติมครับ




 

Create Date : 03 มิถุนายน 2552    
Last Update : 3 มิถุนายน 2552 10:23:39 น.
Counter : 2732 Pageviews.  

ไปผ่าตัดแก้นอนกรนมา ภาค 3

มีคนสนใจเรื่องนี้ เยอะเหมือนกันครับ (ดูจากจำนวน pageview)

ผมต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้เข้ามาอัพเดท blog ตั้งนาน
ท้าวความกลับไป หลังผมผ่าตัดไป เมื่อ ตุลาคม ปีที่แล้ว (2551)
2 เดือนแรก หมอ ยังนัด เดือนละครั้ง
ยาที่ให้ก็ มี ยาแก้อักเสบ ยาแก้คัดจมูก ยาแก้กรดไหลย้อน น้ำเกลือล้างโพรงจมูก
เดือนที่ 2 ลดยาแก้อักเสบออกไป
ต่อมาก็เลื่อนเป็นทุกๆ 2 เดือน ลดยาแก้คัดจมูกออกไป
ครั้งหลังสุด งดยาแก้กรดไหลย้อน แต่เปลี่ยนเป็นยากันโรคกระเพาะมาให้แทน
ส่วนน้ำเกลือล้างโพรงจมูก มีสั่งให้ทุกครั้ง ครับ

สภาวการณ์ปัจจุบัน ผมยังนอนกรนเบาๆอยู่ครับ
แต่ไม่มีอาการ มึนศรีษะตอนตื่นนอน
และ ไม่มีอาการ ง่วงนอน ตอนทำงาน แล้วครับ
จมูกหายใจได้โล่งตลอด
แต่มีความรู้สึกเหมือนตึงๆที่โคนจมูกเวลาหายใจเข้าออก แรงๆ
หมอนัดครั้งหลังสุด 3 เดือน (สิงหาคม)

ความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่า
ผมคงพ้น ภาวะวิกฤติ ไปแล้ว
แต่ จะให้อวัยวะทำงานดีเหมือนคนธรรมดาทั่วไป คงไม่ได้
เพราะ บางส่วน ถูกตัด ถูก แก้ไข
สภาวะในตอนนี้ก็คือ ปรับตัวให้ คุ้นเคยกับ อวัยวะ ที่แก้ไขมาให้ เคยชิน และ มีประสิทธิภาพมากที่สุด

เกือบลืม
ทุกครั้งที่ไปหาหมอ คุณหมอจะเน้นให้พยายามลดน้ำหนัก อย่างมาก
ผมสูง 182 ซม. น้ำหนัก 91 กก.
หมอให้ลด 18 กก.
ตอนนี้ก็เลยชวนลูกชายไปเข้า ฟิตเนส
พยายาม กำจัดส่วนเกิน
โดยหวังว่า ถึงไม่ลดลง ก็อย่าเพิ่ม ก็ยังดีครับ

ใครที่เขียน blog อยู่ และ กำลังไปหาหมอเกี่ยวกับเรื่องนี้
น่าจะเขียน ให้ข้อมูลในด้านอื่นๆบ้างครับ
เช่น การใช้ cpap, หรือมี การแพทย์ทางเลือกอื่นที่น่าสนใจ
หรือการออกกำลังกายลดน้ำหนัก แล้วอาการนอนกรนดีขึ้น
ก็ช่วยๆกันเขียนครับ
จะได้เป็นประโยชน์กับส่วนรวมต่อไป

ถ้ามีอะไรที่คิดว่าเป็นประโยชน์อีกเกี่ยวกับนอนกรน ผมจะเข้ามาอัพเดทให้อีกครับ

ขอบคุณครับ




 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2552    
Last Update : 29 พฤษภาคม 2552 17:01:17 น.
Counter : 2401 Pageviews.  

ไปดูหนัง ความจำสั้น... มา

เมื่อวันเสาร์อยู่ว่างๆมะมีไรทำ เลยไปดูหนัง
Century Movie Plaza สาวรีย์ชัย
วัลคีรี่ ดูไปแล้ว
Outlander 14:00 โห อีก2ชั่วโมง
อืมม เอานี่ละกัน ความจำสั้น แต่รักฉันยาว
ลองดู ดีก่ากลับบ้าน ไปดูทอทัด

หลังจากสิ้นหวังกับการดูหนังไทย ไปนานแล้ว
พอดูหนังเรื่องนี้ ก็รู้สึก ว่า
อืมม ก็ไม่เลวนิ

ผู้กำกับ ยงยุทธ ทองกองทุน (เกิดมาก็เพิ่งได้ยิน นี่แหละ ไม่รู้กำกับมากี่เรื่องและ)
พระเอก เป้ อารักษ์ อมรศุภศิริ (ไม่รู้จัก)
นางเอก ญารินดา บุนนาค (ก็ไม่รู้จัก)
พระรอง กฤษณ เศรษธำรงค์ (นี่ก็ไม่รู้จัก)
นางรอง ศันสนีย์ วัฒนานุกูล (คนนี้เคยรู้จักนะ ดาราเก่านานมาและ)
ที่ไม่รู้จักนี่ เป็นเพราะเราไม่ได้ ติดตามวงการเองนะ เลยไม่รู้จัก

พล็อตเรื่อง Simply The Best ง่ายๆแต่ได้ของดี ให้10/10
บทภาพยนต์ เสียดายที่ดูไม่ทันว่าใครเขียนบทภาพยนต์ แต่เราว่าฝีมือนาย ไปฮอลลีวูด ได้อะ มีเหตุ มีผล สมจริงสมจัง เอาไป 10/10
ความสามารถดารา โหๆ ส่งอารมณ์ได้ดีนะ ทุกคนเลย ให้ 10/10
เพลงประกอบ ซุ๊ดยอด ให้ 15/10
ความมีสาระ มีคติพจน์ดีๆ มีประโยคคมๆ โดนๆ ให้ 15/10

หนังเรื่องนี้ต้องส่งชิงรางวัล
และต้องส่งออกไปต่างประเทศ
หาผู้ทำคำบรรยายดีๆนะ (แนะนำคุณ จิรนันท์ พิตรปรีชา)

ขอทำนายว่าหนังเรื่องนี้ จะประสพความสำเร็จในทุกด้าน
ได้ทั้ง เงิน ได้ทั้ง กล่อง

ส่วน คุณ ยงยุทธ ทองกองทุน
ถ้าคุณรักษาคุณภาพหนังของคุณ ได้เหมือนเรื่องนี้
คุณก็จะทำให้มาตรฐาน หนังไทย ในสายตาผม ดีขึ้นเรื่อยๆครับ

ท่านผู้ใดเข้ามาอ่าน บล๊อกนี้
หากแม้นว่า ท่านเคย แอนตี้หนังไทย เหมือนผม
ผมขอ โอกาส ให้ท่านได้ไป พิจารณา หนังเรื่องนี้ ซักครั้ง ครับ
แล้วท่านจะได้มี ผู้กำกับหนังไทย ในรายการของท่านเพิ่มอีกคนนึง
อิอิอิ




 

Create Date : 09 มีนาคม 2552    
Last Update : 9 มีนาคม 2552 12:39:45 น.
Counter : 330 Pageviews.  

ไปผ่าตัดแก้นอนกรนมา ภาค 2

หลังจากลงภาค 1 ไป 18 ชั่วโมง มีคนเม้นท์มา 4 คน ถือว่า ตีไข่แตก
ดังนั้น จำเราจะต้อง สาธยายต่อ เพื่อไม่ให้เสีย fan club

อ้อ!! เกือบลืม ปัจจัย หนึ่ง ที่ช่วยให้ผมตัดสินใจเลือกการผ่าตัด แทน การซื้อ cpap ก็คือ ผมมีประกันสุขภาพ (ซึ่งซื้อมาพร้อมกับประกันชีวิต) และได้โทรไปปรึกษา รุ่นน้องซึ่งเป็นคนขายประกันให้ผมและ ศึกษากรมธรรม์ดูแล้ว สามารถเบิกได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่ชนิดของกรมธรรม์ที่ซื้อ ในกรณีของผม อาจเบิกได้ตั้งแต่ 50% - 70% (ขณะนี้ส่งใบเสร็จทั้งหมดให้เขาไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ ติดต่อกลับมาเลยไม่รู้ว่าเบิกได้เท่าไร) เหตุที่ไม่สามารถ เจาะจงได้แน่นอน เพราะจะมีความจำกัดของกรมธรรม์อยู่ว่า ค่าห้องเบิกได้เท่าไร ค่าหมอเบิกได้เท่าไร และค่าอื่นๆเบิกได้เท่าไร ซึ่งจะไม่เท่ากันในแต่ละกรมธรรม์ และแต่ละโรงพยาบาล กล่าวคือถ้า โรงพยาบาลเขาคิดถูกๆ และเราทำกรมธรรม์ไว้สูง เราก็อาจเบิกได้สูง แต่อย่างไรก็ตามจะเบิกไม่ได้ทั้ง 100%

เมื่อหมอทำนัดผ่าตัดให้แล้ว ภายในอาทิตย์ที่เราจะทำการผ่าตัด เราต้องโทรไป confirm ที่แผนกผ่าตัดก่อนกำหนด อย่างน้อย 2 วัน เผื่อว่าเราทำการผ่าตัดไม่ได้เขาจะได้เลื่อนคิวคนอื่นขึ้นมา แต่เรื่องนี้ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะ พอถึงวันจันทร์ อาทิตย์ที่เราจะผ่า เขาก็จะโทรมาหาเราแล้ว

การเตรียมตัวผ่าตัดก็ไม่มีอะไรมาก วันผ่าตัด อาหารเช้าทานตามปกติ
อาหารกลางวัน ทานก่อนเวลาผ่าตัด 6 - 8 ชั่วโมง
เช่น ของผม นัดผ่า 16:30 เขาก้ให้ผมงดน้ำ งดอาหาร ตั้งแต่ 11โมง
ตอนเช้าวันผ่าผมกินโจ๊กไป 1 ชามใหญ่ พอ10:30 ผมก็กินข้าวต้มไปอีก 1 ชามใหญ่ เป็นอันเสร็จพิธีเตรียมตัว

หลังจากกินข้าว 10โมงครึ่งเสร็จก็ หอบหิ้ว ศรีภรรยา และ ลูกชาย ขึ้น แท็กซี่ ปุเลงๆๆ ไปที่ตึก นวมินทร์ (คนละที่กับที่ตรวจ ที่ตรวจอยู่ตึก ภปร.)

ไปถึงก็ไม่มีอะไร ยื่นใบนัดปุ๊บ เขาก็พาไปที่ห้อง บอกว่าพักผ่อนก่อน มีชุดคนไข้ ให้เปลี่ยน และก่อน ถึงเวลาผ่าตัด 1 ชั่วโมง ให้อาบน้ำ และ มีชุดผ่าตัดให้เปลี่ยน

ผมก็เปลี่ยนจากชุดที่ใส่มาเป็นชุดของคนไข้ แล้วก็ขึ้นไปนั่งดูโทรทัศน์ อยู่บนเตียง ถึงตอนนี้ เฉยๆนะ ไม่กลัว แต่ทำใจไว้แล้วว่าหลังผ่าคงต้องเจ็บมั่งแหละ นั่งยังไม่ทันอุ่นดีเลย คุณพยาบาลเข็นเสาน้ำเกลือเข้ามา (เอ๊ะ ยังไงกัน ยังไม่ทันทำอะไรเลย ให้น้ำเกลือกันซะแล้ว) ก็อึ้งอะซิ คุณพยาบาลคนสวย ก็เลย วิสัชนาว่า เนื่องจากเราต้องอดข้าว อดน้ำ ทำให้ร่างกาย จะไม่แข็งแรงได้ และ เข็มน้ำเกลือที่ คุณพยาบาลกำลังจะจิ้ม ผมนั้น ก็จะมีช่อง ไว้เสียบยาฉีดได้ด้วย เผื่อไว้ในกรณีที่ต้องให้ยาฉีดอะไร ก้จะสามารถให้ทางสายน้ำเกลือได้เลยโดยไม่ต้องโดนจิ้มบ่อยๆ

สัญชาติญานวิศวกร ทำงานทันที จิ้มครั้งเดียว เจ็บครั้งเดียว ไม่ต้องทนหิวด้วย ก็เลย ไม่ทำการคัดค้านแต่อย่างใด หลังจากหมดขวดแรก เขาก็ถามว่าเอาอีกซักขวดมั้ยด้วยความที่คิดวางแผนมาตั้งแต่บ้านแล้วว่ากินข้าวครั้งสุดท้ายตอน10โมงครึ่ง กว่าจะผ่าตัด 4โมงครึ่ง ผ่าตัดอีก1-2ชั่วโมง แถมผ่าแล้วยังไม่แน่ว่าจะกินอะไรได้หรือเปล่า ก็เลยบอกว่าเอาครับ เขาก็เลยเอาขวดใหม่มาเปลี่ยนให้อีก1ขวด แต่ขวดที่2นี้ ให้ได้ไม่ถึง ครึ่งขวดก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้น ทำให้ไม่สามารถให้น้ำเกลือต่อได้ ก็คือ ผมเกิดปวดฉี่จะเข้าห้องน้ำ ทีนี้ ด้วยความอวดเก่ง ก็ไม่เรียกภรรยามาช่วยแต่อย่างใด ผมก็ลุกจากเตียงโดยเอามือข้างที่ให้น้ำเกลือ จูงเสาตามไปด้วย จนทำกิจกรรมเสร็จสรรพ เดินกลับมาขึ้นเตียงนอนเหมือนเดิม พ่อลูกชายก็ร้องบอกเสียงดังว่า ป๊า ทำไมมีเลือดในสายน้ำเกลือ ตอนต้นผมก็คิดว่าไม่เป็นไรหรอกน่ะ เดี๋ยวมันก็กลับเข้าไปกับน้ำเกลือ แต่ด้วยความรอบคอบ(ขี้ขลาด) ก็เลยบอกลูกชายว่าให้ไปเรียกคุณพี่พยาบาลคนสวยมาดูหน่อย ว่าเป็นอะไรรึเปล่า พอคุณพยาบาลเข้ามาเห็นก็ ปุชฉาทันทีเลยว่า ไปห้องน้ำมาใช่มั้ยคะ ผมก็บอกว่าใช่ แกก็พยายามจะรีดเลือด กลับเข้าไป แกบอกว่า ถ้าออกมาไม่เยอะไม่เป็นไร แต่ของผมออกมาเยอะ (จากเข็มประมาณ 1 เมตรได้) ถ้าไม่รีดกลับเข้าไปมันอาจจะ คล็อก ได้ ผมก็ทำหน้าเอ๋อๆหน่อย แกก็วิสัชนาให้ฟังว่า เนื่องจากผมเป็นคนตัวสูง(182 ซม.) เมื่อยกมือที่ให้น้ำเกลือ ไปจับเสาน้าเกลือ ในขณะยืน จะทำให้ความดันเลือดสูงมากพอที่จะดันเลือดย้อนออกจากเข็มเข้าไปในสายน้ำเกลือได้ ถ้าออกมาไม่มากซัก 2-3 ซม. เมื่อกลับไปนอน ความดันเลือดลดลง น้ำเกลือก็จะพาเลือดกลับเข้าไปในเข็มได้ หมด ก่อนที่เลือดจะแข็งตัว แต่ถ้า ออกมาเยอะๆ เลือดจับตัวเป้นลิ่มก็จะอุดตันช่องเข็มทำให้น้ำเกลือไม่สามารถไหลเข้าได้ ซึ่งได้แก่กรณีที่เกิดขึ้นกับผม ทำให้ต้องถอดน้ำเกลือที่เหลือนั้นทิ้งไป(จริงๆแล้วคุณพยาบาลแกจะเปลี่ยนสายน้ำเกลือให้ แต่ถ้าเปลี่ยนสายน้ำเกลือ ก็ต้องถอดเข็มเก่าออก แล้วจิ้มเข็มใหม่อีกที เรื่องอะไรจะยอมเจ็บตัวอีก) ตกลงก็เลยถอดเข็มออกโดยทิ้งน้ำเกลือขวดนั้นไป

นั่งๆนอนๆ จนถึง 3 โมงเย็น คุณพยาบาลก็เข้ามาบอกว่า คุณหมอเลื่อนเคสให้เร็วขึ้น ให้อาบน้ำแล้วเปลี่ยนเป็นชุดผ่าตัดเลย เดี๋นวจะเอาเตียงมารับ ผมก็ อาบน้ำ เปลี่ยนชุด เสร็จแล้วก็มานอนรอบนเตียง คุณพยาบาลแกก็เข้ามาบอกว่า ต้องขอโทษด้วย แกบอกผิดเคส ที่เลื่อนเร็วขึ้นนั้นเป็นอีกเคสหนึ่ง ไม่ใช่เคสผม ผมก็หัวเราะแล้วบอกว่าไม่เป็นไรครับ แหะๆ

นั่งได้อีกซักพักพยาบาลเข้ามาบอกว่า มีปัญหาบางประการทำให้เคสของผมซึ่งเดิม คิดว่าจะทำการผ่าตัดได้ประมาณ 16:30 ต้องเลื่อนออกไปเป็น ประมาณ 6 โมงเย็น ผมก็ว่า ไม่เป็นไรครับ(อีกและ)

พอซัก 17:45 พยาบาลก็เอารถเข็นมารับ ลูกชายเดินตามไปส่งถึงจุดห้ามเข้า พยาบาลก็เข็นรถผ่านเข้าไปแล้วก็เอาไปจอดไว้ก่อนถึงห้องผ่าตัดเพื่อรอเคส ก่อนผมให้เสร็จก่อน นอนได้ซักแปบก้มีคุณหมอผู้หญิง เข้ามาซักถาม ว่า รายละเอียดปลีกย่อยบางอย่าง เช่น แพ้ยาอะไร เคยผ่าตัดมาก่อนมั้ย ....
แล้วก็ปล่อยให้ผมนอนรอต่อ ปรากฎว่ามันเป็นช่วงที่สร้างความฟุ้งซ่านได้เป็นอย่างมาก เพราะต้องนอนนิ่งๆ บนเตียงแคบๆ ในห้องแอร์เย็นๆ อยู่นานร่วม 1 ชั่วโมง ลืมตาก็เห็นแต่เพดาน หลับตาก็ได้ยินเสียงพยาบาลกับคุณหมอคุยกัน อยู่บริเวณใกล้ๆ ขยับตัวมากก็ไม่ได้เพราะเตียงแคบ และ ผ้าห่มก็สั้นด้วย อึดอัดจัง

สัณนิษฐานว่า เหตุที่ต้องรอนานคงเป็นเพราะ ต้องรอให้คนไข้ที่ผ่าก่อนผมได้สติก่อนจึงจะนำออกจากห้องผ่าตัด เพราะว่า หลังจากมีเตียงคนไข้เข็นออกมา ได้แป๊บหนึ่ง เขาก็เข็นเตียงผมเข้าห้องผ่าตัดทันที เข้าไปถึงก็ต้องเปลี่ยนเตียง จากเตียงรถเข็นไปนอนบนเตียงผ่าตัด ซึ่งแคบลงไปอีก (คงต้องการให้รับส่งเครื่องมือ กันได้สะดวกมั้ง) เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการห่อตัวผมด้วยพลาสติก และใช้ สก็อตเทปพันไว้เหมือนเป็นมัมมี่เลย หลังจากนั้น หมอดมยาก็จะเอาหน้ากาก มาครอบจมูกผม บอกว่าขอให้อ๊อกซิเจนหน่อยนะครับ ผมก็นึกว่าคงเป็นอ๊อกซิเจนจริงๆ ปรากฎว่า ที่เคยดูในหนังเวลาเขาวางยาสลบเขาจะให้ นับเลขถอยหลัง ไม่ได้ทำ

รู้สึกตัวอีกที เตียงมาถึงห้องพักแล้ว แรกๆไม่รู้สึกเจ็บเท่าไหร่นะ แต่ต่อมาเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ จน น้ำตาไหลเองอัตโนมัติ โดยไม่ต้องสอึกสะอื้นแต่อย่างใด ด้วยความที่เตรียมตัวมาอย่างดี ผมก็เลยให้ลูกชายหยิบสมุดฉีก กับปากกาที่เตรียมมา (เพราะรู้ว่าหลังผ่าตัดหมอห้ามใช้เสียง 1 อาทิตย์) เขียนบอกให้ถามพยาบาลว่ามียาแก้ปวดมั้ย พยาบาล(ตอนนี้ชักมองไม่ค่อยสวยซะแล้ว) ก็บอกว่ายาแก้ปวดและแก้อักเสบได้ให้แล้ว จะให้อีกทีได้ต้องอีกอย่างน้อย 4 ชั่วโมง

ก็เลยนอนหลับๆตื่นๆ จนกระทั่งเช้า ตอนเช้าลุกไปห้องน้ำ มองกระจก จมูกเหมือนหมูเลย หมอเขาจะเสียบท่อพลาสติกแข็งยาวประมาณ 7-8 ซม.เข้าไปในจมูกทั้งสองข้างและเย็บยึดไว้(เพื่อรักษารูปร่างจมูก)

พอ 9:45 หมอมาดู ก็บอกว่า โอเค เจ็บหน่อยนะ( โห หมอ ไม่หน่อยหรอก เจ็บมากเชียวแหละ) อาการโอเค ไม่มีไข้ ความดันปกติ ไม่มีร่องรอยการอักเสบ เดี๋ยวกลับบ้านได้ กลับไปให้กินอาหารอ่อนๆ จืดๆ เย็นๆ อมน้ำแข็งเล่นบ้างก็ได้ จะช่วยลดอาการบวมของแผล หมอให้น้ำเกลือไป เอาไว้กลั้วคอ หลังอาหาร ห้าม ซื้ดจมูก ห้ามขากเสมหะ ห้ามใช้อะไรแยงเข้าไปในรูของแท่งพลาสติกที่เสียบไว้ หมอนัด 1 อาทิตย์ มาหาหมอเพื่อตัดไหม

ทีนี้แหละอาทิตย์ของความทรมาณทีเดียวเชียวแหละ ก้เจ้าแท่งสองแท่งที่เสียบจมูกอยู่นั้น เนื่องจากหมอห้ามซื้ด ห้ามขาก ห้ามแยง ดังนั้น ในรูของแท่งจึงเต็มไปด้วยเสมหะ และ เลือด เต็มไปหมด ไม่สามารถหายใจทางจมูกได้ ต้องหายใจทางปาก อย่างเดียว ใครอยากรู้ว่าทรมาณขนาดไหนก้ลองหายใจทางปากอย่างเดียวดู (ทำได้ถึงชั่วโมงก็เก่งแล้ว)
ระหว่างนี้สิ่งที่กินได้ก็คือ โจ๊ก ข้าวต้ม แบรนด์ รังนก ไวตามิ้ลค์ ซึ่งต้องทั้งจืด ทั้ง เย็น

เคล็ดลับที่จะทำให้ความทรมาณน้อยลงก็คือ อย่าดูดีวีดี ดูโทรทัศน์ได้แต่อย่าดูหนังเป็นเรื่องๆ ถ้าคุณดูหนังเป็นเรื่องๆ ถึงจะทำให้คุณเพลิน และ ไม่ค่อยคิดถึงเรื่องเจ็บคอ แต่ ก็จะทำให้คุณได้นอนน้อยลง เคล็ดลับที่จะทำให้คุณฟื้นตัวเร็วที่สุด ก็คือ นอนให้มากที่สุดเท่าที่คุณจะหลับได้ โดยปกติยาแก้ปวด และยาแก้อักเสบ ที่หมอให้มา ก็จะมีฤทธิ์ทำให้คุณง่วงอยู่แล้ว ดังนั้น สำหรับตัวผมแล้ว ถ้ารู้สึกง่วง ล้มตัวลงนอนเมื่อไหร่ ก็จะหลับทุกครั้ง

ทุกครั้งที่คุณหลับเมื่อตื่นขึ้นมาความเจ็บในช่องคอคุณก็จะลงลงทุกครั้งครับ

อ้อเกือบลืม ถ้าคุณได้ใช้บริการเหมือนผม ผมแนะนำว่าอย่ารีบกลับบ้าน ขอหมอนอนต่อถ้ามีห้องว่างให้นอนได้นะครับ เนื่องจากว่าค่าห้องคุณเบิกได้บางส่วนอยู่แล้ว ที่ต้องเสียเพิ่ม น่าจะคุ้มค่าเงินเป็นอย่างมาก ดังนี้ครับ ถ้าคุณนอนโรงพยาบาล คุณจะไม่ทรมาณเรื่องจมูกตันครับ เพราะที่ห้องเขาจะมี Suction ไว้ดูดเสมหะ และ เลือด ในจมูกคุณออกได้ตลอดเวลา (24 ชั่วโมง) , นอนห้องแอร์สบาย มีคนวัดไข้วัดความดัน ตลอดเวลา, อาหารก็ไม่ต้องเดือดร้อน แม่บ้านทำ และเหมาะสมกับสภาวะของเราอยู่แล้ว ขอหมออยู่ไปเลย อาทิตย์หนึ่ง เชื่อเถอะว่าคุ้มสุดๆ มีพยาบาลสวยๆมาเช็ดตัวให้ด้วยนะ ซิบอกให้

หลังจากครบหนึ่งอาทิตย์ไปหาหมอ หมอก็จะตัดไหม และเอาแท่งพลาสติกออกให้ ตอนเอาออกก้อึกอักๆๆ เหมือนกันครับ แต่พอเอาออกแล้วเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ หมอดูอาการแล้วก็นัดอีก1อาทิตย์ไปดูแผลอีกที

ก็วันนี้แหละครับที่ผมต้องไปให้หมอดูแผล คิดว่าคงโอเค อาการตอนนี้ก็มีเวลากลืนน้ำลายแล้วจะเจ็บคออยู่บ้าง ซึ่งไม่มากมายอะไร

หวังว่าที่เล่ามาทั้งหมดนี้คงเป็นประโยชน์แก่ ท่านๆที่ได้เข้ามาอ่านบ้างไม่มากก็น้อย

เมื่อหายสนิทดีแล้ว จะเข้ามาอัพเดทใหม่อีกทีครับ

สวัสดีครับ








 

Create Date : 29 ตุลาคม 2551    
Last Update : 29 ตุลาคม 2551 14:02:34 น.
Counter : 6369 Pageviews.  

1  2  3  4  

pooce62
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




วิศวะ มะไฮโซ โตแต่ตัว กลัวความกลุ้ม หนุ่มใหญ๊ใหญ่ ใจดี๊ดี มีเมียแล้ว
Friends' blogs
[Add pooce62's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.