อย่าเอาบาป เวรของเขา มาทำให้ใจเราเศร้าหมอง
Group Blog
 
All blogs
 

ครั้งแรกในชีวิต ทอดกฐินที่สายไหม

เนื่องจากเมื่อวันที่ ๔ ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปทอดกฐินที่สำนักสงฆ์พุทธญาณวิสุทธิ์ เขตสายไหม จังหวัดกรุงเทพ กว่าจะได้ทอดกฐินครั้งนี้ก็ลุ้นกันน่าดูเพราะเป็นการจัดกฐินครั้งแรก อันที่จริงตัวผมเองตอนแรกก็ว่าจะไม่จัดเพราะกลัวจะไม่ไหว พอดีว่ามีน้องเค้ามาชวนก็เลยทำ งานนี้ค่อนข้างยากเพราะมารู้ตัวก็ช่วงปลายพรรษาแล้ว คือวันที่ ๑ ตุลาคม อีกไม่กี่วันก็จะออกพรรษาแล้ว กว่าจะหาวัดได้ก็ยาก เพราะส่วนใหญ่เค้าจองกันตั้งแต่ยังไม่เข้าพรรษา แต่ก็โชคดีที่หาสถานที่ ๆ ตรงกับเงื่อนไขได้(วัด/สำนักสงฆ์ กันดารในแถบกรุงเทพฯและปริมณฑล) ก็คือสำนักสงฆ์พุทธญาณวิสุทธิ์ ที่สายไหม กว่าจะหาได้ก็วันพฤหัสที่ ๔ เลยชวนเพื่อน ๆ ไปสำรวจสำนักสงฆ์ ขับรถไปเอง จากบางแคใช้เวลาประมาณ ๒ ชั่วโมง(มัวแต่หลงทางอยู่นาน) สภาพสำนักก็ยังไม่ค่อยมีอะไรมากก็เลยตกลงว่าเอาที่นี่ พอกลับมาก็รีบล่ารายชื่อกันเป็นการใหญ่ ตอนแรกก็กลัวกันว่าจะได้ไม่เท่าไหร่ แต่พอเอาเข้าจริงก็ได้เยอะเหมือนกันแฮะ พอถึงวันที่ ๔ ซึ่งเป็นวันทอดกฐิน เราก็ออกเดินทางจากบางแคตอน ๐๗.๐๐ น. ไปถึงสำนักสงฆ์ประมาณ ๐๘.๐๐ น. ชั่วโมงนึงพอดี คราวนี้ไม่หลงเลยไว แต่ก็เดินทางกันหลายสาย นัดกับหลวงพ่อไว้ว่าจะทอดตอน ๐๙.๐๐น. แต่ไปถึงก่อนเวลา เราก็เดินเตร็จเตร่ เตรียมงานไปเรื่อย
พอเก้าโมง พระท่านก็ให้ไปร่วมกันในโบสถ์จะได้เตรียมตัวทอดกฐิน หลวงพ่อท่านก็ถามว่ามีใครเป็นมรรคนายกได้บ้าง เราก็ดู ๆ ไม่เห็นมีใคร เราก็เลยเดินไปข้างหน้ากำลังจะหยิบไม ปรากฐว่ามีคนข้างหลงยกมือมั้งพระท่านเลยหยิบไมค์ไปให้เค้า ไรก็เลยตะโกนไปว่า "หลวงพ่อเอาไมค์มา" (แต่ว่าตะโกนในใจนะ หลวงพ่อเลยไม่ได้ยิน)
แย่งไมค์เราไป จำไว้เลย


ประธานอุปถัมภ์ครับ กำลังสมาทานศีล


พอรับศีลกันเสร็จก็เทศน์ซะ ๑ กันฑ์ก่อน


บรรยากาศตอนนั่งฟังเทศน์ครับ




นั่งนาน ๆ เมื่อย เลยมาถ่ายข้างนอกบ้าง








งานนี้เอาอาหารไปถวายเพลด้วย เพื่อน ๆ ก็ช่วยกันจัดหาอาหาร เพราะแถวนั้นไม่ค่อยมีบ้านคนเท่าไหร่ ค่อนข้างกันดาร






กำลังเตรียมอาหาร




ในดูในโบสถ์เทศน์เสร็จแล้ว


เอาล่ะได้ทอดกฐินซะที


สาวเสื้อชมพูขลิบขาว คนใส่แว่นครับ ประธานดำเนินการร่วมครับ คนนี้ทำเกือบทุกอย่างเลย งานนี้สำเร็จได้เพราะเค้านี่เหละ



ถวายผ้ากฐินครับ งานนี้ใหประธานอุปถัมภ์ถวาย


กรวดนำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลครับ




จะโดนไล่ออกมั๊ยเนี่ย ใช้เจ้านายไปถือขันน้ำมนต์



ทอดกฐินเสร็จก็ถวายเพลครับ ๑๑ โมงตรงพอดี




หลวงพี่ฉันท์ไปก่อนนะ เดี๋ยวหนูนับเงินเอง




หลวงพ่อฉันท์เสร็จแล้ว ประเคนปัจจัยสำหรับสร้างโบสถ์ครับ ได้ยอดทั้งสิ้น ๑๑๒,๑๙๘.๐๐ ไม่คิดว่าจะได้ยอดขนาดนี้ตอนแรกกะว่า ห้าหมื่น ก็หรูแล้ว


เป็นอันเสร็จพิธีครับ งานนี้เหนี่อยแล้วก็วุ่นวายพอสมควร ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นงานแรก และงานสุดท้ายหรือเปล่า สุดท้ายก็คงต้องบอกว่างานนี้จะสำเร็จไปไม่ได้ถ้าไม่ได้ น้องพริตตี้, คุณนาย, สาวน้อยเกสร และเพื่อน ๆ ตลอดจนเจ้านาย ที่บริษัท ดี.เอ็น.แมชินเนอรี่ (1980) จำกัด ทุกคนที่ช่วยกันหากรรมการ, ช่วยออกความเห็น และลงมือลงแรงในการทำงานต่าง ๆ ขอบคุณผู้ร่วมบริจาคทุกท่านและเพื่อน ๆ ผู้ร่วมบุญทุกท่าน ขอให้ร่วมกันอนุโมทนาบุญนะครับ

ขอขอบคุณและขออนุโมทนาครับ




 

Create Date : 07 พฤศจิกายน 2550    
Last Update : 7 พฤศจิกายน 2550 17:01:31 น.
Counter : 964 Pageviews.  

ทำบุญสร้างพระประธานรอบสอง

หวัดดีครับ หลังจากที่ได้ไปทำบุญสร้างพระประธานที่กาญจนบุรีมาเมื่อครั้งที่แล้ว
พอกลับจากสำนักสงฆ์ มารู้ข่าวว่ากองถ่าย สมเด็จพระนเรศวร เค้าเปิดให้เข้าชม เราก็เสียดายว่าไปถึงเมืองกาญจน์แล้วไม่ได้เข้าไปเที่ยว ทั้ง ๆ ที่ระยะทางห่างจากสำนักสงฆ์ไม่มาก ผมว่าไม่น่าเกิน 10 กิโลนะ ต่อมาได้ข่าวว่าทางสำนักสงฆ์ที่สร้างพระ จะทำการฉลองพระ เราก็เลยได้โอกส ชวนเพื่อน ๆ ไปทำบุญ แล้วก็ถือโอกาสเที่ยวไปในตัวเลย ก็เลยชวนเพื่อน ๆ เดินทางกันอีกครั้ง
โดยเริ่มออกจาก กรุงเทพ เวลา 06.00 น. โดยไปสักการะพระพรหมตรงคลองขวางกันก่อน



ไปถึงสำนักสงฆ์ ประมาณ 10 โมงก็ไปจุดธูปไหว้พระกัน



เจ้าอาวาสครับ



ภาพพระที่สร้างเสร็จแล้วครับ กำลังลงสีอยู่ครับ ส่วนด้านหลังก็เป็นพระที่กำลังจัดสร้าง



คณะผู้ร่วมเดินทางครับ มีครบทุกคน ยกเว้นผมคนเดียวครับ (สังเกตผู้หญิงเสื้อชมพูนะครับ คนที่สองจากทางขวา ต่อไปผมจะเรียกเธอว่า "วัตถุไวกล้อง" ครับ เพราะเธอไวจริง ๆ ครับ เห็นยกกลัองปุ๊ปเธอโพสท์ปั๊ป ไวจริง ๆ ครับ)





งานนี้มีเจริญพระพุทธมนต์ มีพระมาร่วมงานประมาณ 20 กว่ารูป พอเสร็จพิธีการเราก็ไปหาอาหารกินกัน (เป็นอาหารที่ผู้มีจิตศรัทธานำมาเลี้ยงครับ) จากนั้นประมาณซักเทียง เราก็ออกเดินทางสู่จุดหมายต่อไปของเรา นั้นก็คือ กองถ่ายภาพยนตร สมเด็จพระนเรศวร



สองสาวกำลังนั่งรอตั๋วครับ



อันนี้มุมมหาชนครับ



ทหารพม่าหลงทางมาครับ



วัตถุไวกล้องครับ

















เกวียนสำหรับนั่งชมเมืองครับ





อยู่ในคุกก็ยังยิ้มได้













เลี้ยงอาหารเพื่อนครับ











หมดแล้วครับ ทริปนี้ถ่ายภาพได้แย่มาก เนื่องจากลืมปรับกล้อง (ตัวถ่ายไม่ดีแล้วโทษกล้อง) กว่าจะมารู้ตัวก็เดินกันจนครบแล้ว สรุปรวม ๆ ทริปนี้ก็ OK แต่ก็ผิดหวังนิด ๆ เพราะที่กองถ่ายฯ เป็นโฟมทั้งนั้นเลย จะจับจะเกาะอะไรก็ลำบากกลัวจะพัง บ้านบางหลังก็มีแต่ผนัง ไม่มีพื้นบ้าน ประมาณว่าเป็นฉากภาพยนตร์จริง ๆ เมืองโบราณ เวิร์คกว่าเยอะครับ ใกลักว่าด้วย คิดไปคิดมา สงสัยต้องไปเมืองโบราณอีกรอบนึง




 

Create Date : 24 ตุลาคม 2550    
Last Update : 24 ตุลาคม 2550 14:51:25 น.
Counter : 823 Pageviews.  

ถวายเทียนจำนำพรรษา ที่ สุพรรณบุรี วันที่ 15/07/50

วันอาทิตย์ที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๐ เป็นอีกวันนึงที่ไม่ได้อยู่บ้าน เพราะวันนี้มีนัดกับเพื่อน ๆ ไปทำบุญถวายเทียนจำนำพรรษา ที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยคราวนี้มีผู้ร่วมเดินทางทั้งสิ้น ๑๓ ท่าน โดยเริ่มออกเดินทางจาก กทม.(ตลาดบางแค) เวลา ๐๖.๐๐ น. แต่ต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี ๔ เพราะต้องไปรับเพื่อที่จะนั่งรถไฟมา โดยรถไฟจะมาถึง สถานีบางบอนตอน ตีห้าครึ่ง ปรากฏว่าขับรถไปถึงสถานีรถไฟ ตอนตีห้าสิบห้านาที รอจนตีห้าครึ่งแล้วรถไฟก็ยังไม่มา เราก็คิดว่ารถไฟคง Delay มั้ง แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ซักพักเพื่อนโทรมาบอกว่าตกรถไฟตอนนี้กำลังนั่ง Taxi มาให้เรารอ รอได้ซักพักเพื่อนมาถึง แต่รถไฟยังไม่มาเลยสงสัย Delay จริง ๆ พอรับเพื่อนคนนี้แล้ว ก็แวะรับรายทางอีก ๓ คน จากนั้นก็แวะไปรับกับข้าวที่สั่งเค้าเอาไว้ ไปถึงจุดนัดพบก็หกโมงเช้าพอดี ก็ไล่เพื่อนให้ขนของลงจากรถเสร็จแล้ว เราก็วนรถไปจอดในตลาด ค่าจอดรถที่นี่โหดมาก ๑๐ จอดได้ทั้งวัน พอจอดรถเสร็จเดินมาที่จุดนัดพบรถตู้ที่นัดไว้ก็มาถึงแล้วเราก็โดดขึ้นรถโดยไปนั่งหน้าคู่กับคนขับ เพราะต้องบอกทาง ตอนแรกนึกว่าจะได้นั่งหน้ากับคนขับแค่สองคน แต่ว่าที่นั่งด้านหลังไม่พอ ก็เลยต้องมีเพื่อนมานั่งข้างหน้าด้วยอีกคนนึง ไอ้เราก็ดีใจนึกว่าจะมีสาว ๆ มานั่งเบียดด้วย แต่ดันเป็นผู้ชายมานั่งด้วยซะนี่
เราไปเติมน้ำมันกันที่ปั๊มเชลล์ตรงข้าม The Mall บางแค แล้วก็ขับรถไปทางถนนวงแหวน ผ่านบางบัวทอง แล้วใช้ถนนเส้น 340 เดินทางสู่สุพรรณบุรี ขณะที่นั่งไปก็ถามคนขับว่าพี่ไปดอนเจดีย์ถูกมั๊ยครับ พี่เค้าก็ตอบด้วยความมั่นใจเลยว่า ไปไม่ถูก แต่ดูแผนที่แล้วน่าจะไปได้ เดี๋ยวไปถามคนแถวนั้นดูก็ได้ สรุปว่าหลงครับ หลงทางไปซัก สิบนาที ก็วนรถหาปั๊มน้ำมัน เพราะสาว ๆ อยากเข้าห้องน้ำมั๊ง หรือว่าหิวก็ไม่รู้ ส่วนเราก็จะได้ถามเด็กปั๊มด้วย
พอไปถึงปั๊มน้ำมันเราก็คิดว่าให้เข้าห้องน้ำ แล้วก็หาซื้ออะไรมาทานรองท้องบนรถกัน ส่วนเราก็ไปถามทางเด็กปั๊ม พอกลับมาก็เจอภาพอันบาดตาบาดใจ คณะผู้ร่วมเดินทางท่านนึง ไปซื้อมาม่าคัพ มานั่งกินที่โต๊ะหิน ตอนนั้นอารมณ์พุ่งปรี๊ดเลยครับอยากจะเดินไปนั่งกินด้วย เอ๊ย! ไม่ใช่อยากจะเดินไปบอกเค้าว่า เจ๊ครับ นัดพระแปดโมงครึ่งนะครับ นี่ก็ปาไปแปดโมงแล้ว เจ๊ยังมานั่งใจเย็นกินมาม่าอีก แต่ก็ได้แค่คิดครับ แล้วก็เดินไปกดดันคนขับรถ บอกว่าเหยีบหน่อยครับพี่นัดพระไว้ เดี๋ยวท่านจะรอนาน
พอเจ๊ท่านนั้นฉันมาม่าเสร็จแล้ว เราก็ขึ้นรถแล้วก็วิ่งตามทางที่เด็กปั๊มบอกไปจนถึงอนุสรณ์สถานดอนเจดีย์ พอดีมีป้อมตำรวจอยู่ ก็เลยลงไปแจ้งความ เอ๊ย! ลงไปถามทางพี่ ๆ ตำรวจก็ใจดีช่วยบอกทางให้ สรุปไปถึงพอรู้ทางแล้วพี่คนขับรถก็เหยียบเต็มที่เพื่อให้ทันเวลา เหยียบจนเลยทางเข้าต้องวนรถกลับมาใหม่ สรุปแล้วไปถึงสำนักสงฆ์แปดโมงครึ่งพอดีเป๊ะ พอลงจากรถได้เราก็รีบเอาอาหารไปถวายพระก่อน แล้วก็ยกข้าวของที่จะถวายท่านลงมาจัดเรียง พอพระท่านฉันเสร็จก็ให้เราเอาเทียน แล้วก็เครื่องสังฆทานมาถวาย ท่านก็ให้เรากล่าวคำบูชาพระ คำถวายเทียน/สังฆทาน เราก็กะว่าให้เพื่อนที่ไปกับเราเป็นคนกล่าวแล้วกันเค้าเคยบวชเรียนมาแล้วน่าจะพอเป็นบ้าง แต่น่าเสียดายที่เค้าบอกว่าลืมหมดแล้วก็เลยต้องพึ่งพระท่านก็นำกล่าวคำบูชาพระรัตนไตร จากนั้นท่านก็เปิดหนังสือมนต์พิธี แล้วก็ส่งมาให้เราบอกให้เรากล่าวคำถวายเทียนจำนำพรรษา ตอนนั้นก็อึ้งเลยครับ ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีคำถวายเทียนจำนำพรรษาด้วย ไอ้เราก็นึกว่าเราชัวร์แล้วเห็นที่ข้างกล่องหลอดไฟมีคำถวายสังฆทาน ก็นึกว่าใช้คำถวายสังฆทานได้ พอเจอคำถวายเทียนก็เลยงง แต่พอที่จะก็นำกล่าวผ่านไปได้ พอกล่าวคำถวายเทียนเสร็จ พระท่านก็นำกล่าวคำถวายสังฆทาน แล้วก็ถวายของ เสร็จแล้วพระท่านก็ให้พร จากนั้นท่านก็ชวนทานข้าว เราก็เลยหันไปถามเพื่อน ๆ ว่าจะทานมั๊ย หรือจะไปต่อเลย เพราะยังต้องไปอีกหลายที่ ก็ได้ข้อสรุปว่าไม่ทานครับ พระทานก็บอกไม่เป็นไร เราก็เลยกราบลาพระออกมา









เอารูปของที่ทำบุญมาให้ดูครับจะได้ร่วมกันอนุโมทนา



รูปคณะทัวร์ครับ มีครบทุกคนยกเว้นผมตนเดียว

พอออกจากสำนักสงฆ์เราก็แวะไปถ่ายรูปกันที่อนุสรณ์สถานดอนเจดีย์ ตอนแรกกะว่าจะแวะซักสิบนาที ทำไปทำมาเดินกันเกือบชั่วโมงเหมือนกัน











พอเสร็จจากดอนเจดีย์แล้วเราก็นั่งรถไปต่อกันที่ตลาดร้อยปีสามชุกพอลงจากรถเราก็กำหนดกันว่าอีกสองชั่วโมงมาเจอกันที่รถ แล้วก็แยกกันไปเป็นกลุ่ม เราก็ไปเดินเทียวแล้วก็แวะกินข้าวห่อใบบัวที่ใคร ๆ ก็บอกว่าอร่อย นั่งรอประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้กิน พอกินเข้าไปคำแรกรู้สึกเลยว่าเวลาครึ่งชั่วโมงที่เสียไปนั้น ช่างเสียเวลาเปล่าจริง ๆ ไม่เห็นมันจะอร่อยตรงไหน พอกินเสร็จข้าวเสร็จก็ไปเดินต่อที่บ้านขุนจำนงค์จีนารักษ์ ก็ OK ก็เก่าดีแต่อาจจะเป็นพระเราเพิ่งจะไปเมืองโบราณมาเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ก็เลยไม่ค่อย ดี๊ด้า กับที่นี่เท่าไหร่ เดินจนเบื่อแล้วก็เลยกลับไปรอที่รถ แต่รู้สึกว่าตรงนี้น่าจะมีการเข้าใจเรื่องเวลากันผิด เพราะบางคนบอกว่าสองชั่วโมงครบ ตอนเที่ยง แต่บางคนได้ยินว่าเที่ยงครึ่ง ก็เลยมีการสับสนกันเล็กน้อย
พอออกจากตลาดร้อยปีเราก็มุ่งหน้าสู่บึงฉวากพอไปถึงพวกเราก็กำหนดเวลากันว่าเดี๋ยวบ่ายสองโมงมาเจอกันที่รถ จะได้ไม่ต้องสับสนเรื่องเวลากันอีก แล้วก็แยกย้ายกันไปเป็นกลุ่ม ก่อนเข้าไปเราก็ไปดูป้ายเค้าเขียนว่าแสดงการให้อาหารปลาตอน ๑๓.๓๐ - ๑๔.๓๐ เราก็เลยรีบไปดูปลาก่อนเพระตอนนั้นบ่ายโมงเศษแล้ว ก็ไปยืนแออัดอยู่ในอุโมงค์ปลา กว่าจะมีคนมาว่ายน้ำให้ดูก็ปาเข้าไปบ่ายโมงสี่สิบห้านาทีแล้ว ถ่ายรูปได้สองสามรูป ก็รีบออกมาไปดูจรเข้ต่อดีกว่า จะบ่ายสองแล้วเดี๋ยวไม่ทัน พอไปถึงเค้ามีประกาศว่าการแสดงจรเข้เริ่มบ่ายสองโมง อ้าวเวรกรรมนัดเพื่อนไว้บ่ายสองที่รถ ก็เลยโทรเช็คว่าคนอื่น ๆ อยู่ที่ไหนกัน ถ้ายังอยู่ข้างในจะได้ชวนมาดูจรเข้ แต่ปรากฏว่ามีบางคนออกไปด้านนอกแล้ว เราก็เลย Confirm ที่เวลาเดิม แล้วก็ไปเข้าห้องน้ำ เตรียมจะออกไปข้างนอก แต่เจ้ากรรม เจ๊ที่กินมาม่าที่ปั๊มน้ำมัน หายตัวไป ไอ้เราก็คิดในใจ "บ่ายสอง แล้วยังจะหายไปไหนอีก มือถือก็ไม่มี ยังจะเปรี้ยวไปคนเดียวอีก มือถือไม่มี แต่ก็มีนาฬิกานี่หว่า" (รู้สึกว่าผมจะจองล้างจองผลาญเจ๊แกจัง จริง ๆ ก็ไม่ค่อยปลื้มแกซักเท่าไหร่หรอก แต่พูดมากไม่ได้ เลยมาระบายครับ) ก็ต้องไปเดินหาแก้ สรุปว่าออกมาจาก Zone นั้นก็เกือนจะสองโมงครึ่ง แล้วเราก็ไปต่อกันที่ Zone สวนสัตว์ ตอนนี้บางคนเริ่มไม่ไหวแล้ว(จริง ๆ ก็เริ่มมีไม่ไหวตั้งแต่ตลาดแล้วล่ะครับ) เราก็เลยขึ้นรถรางเที่ยวกัน ๒๐ บาท ไปชมสวนผัก แล้วก็วนกลับที่เดิม อันที่จริงไม่อยากขึ้นรถรางแต่อยากจะให้รถตู้ไปจอด แล้วเข้าไปเดินมากกว่า เดินดูมันได้อารมณ์ มากกว่า รถรางวิ่ง ๑๕ กิโลเมตร/ชั่วโมงจะถ่ายรูปก็ไม่ทัน ขากลับยังเจอฝนอีก เล่นเอาเปียกไปตามกัน พอลงจากรถรางก็รีบไปขึ้นรถตู้กัน ตอนแรกว่าจะไปเดินต่อในสวนสัตว์ แล้วก็กรงนก เพราะว่าเพิ่งจะบ่ายสามโมงเศษ แต่ปรากฏว่าพระพิรุณมาไล่เสียก่อน ก็เลยต้องกลับ ขากลับก็ไม่มีอะไรมากแวะซื้อของที่เอกชัย แล้วก็กลับกรุงเทพฯ เลย ฝนตกหนักตลอดทาง จะมีก็แต่ที่เอกชัยที่ฝนไม่ตก สงสัยมีมือดีไปปักตะไคร้ถึงกรุงเทพฯประมาณ ทุ่มครึ่ง ก็เติมน้ำมันคิดค่าใช้จ่าย สรุปรวมค่ารถค่าน้ำมันวันนั้น ๒,๕๐๐ บาท พอดี หารกันคนละ ๒๐๐ กว่าบาทก็ถือว่าโอเค

เล่ามาซะยาว สรุปว่าวันนี้ได้อะไรกลับมาเยอะเลย ได้รู้ว่าเรายังปล่อยวางไม่พอ คงต้องฝึกฝนตัวเองให้มากกว่านี้, ได้รู้ว่าจะทำอะไรควรตรวจสอบให้แน่นอนเสียก่อน เช่นควรจะเช็คให้ชัวร์ก่อนว่าเวลาถวายเทียนจำนำพรรษาเค้ามีคำถวายเทียนหรือเปล่า ไม่ใช่ไปเห็นที่ข้างกล่องหลอดไฟก็คิดว่าเค้าใช้คำถวายสังฆทานกัน หรือว่าที่บึงฉวากควรจะเช็คให้แน่ใจว่าการแสดงต่าง ๆ นั้นเค้ามีตอนกี่โมง ไม่ใช่ไปดูที่หน้างาน, ได้รู้ว่าการไปไหนเป็นหมู่มากเรื่องเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ควรจะกำหนดให้แน่นอนตายตัวว่ากี่โมง ไม่ใช่บอกว่า อีกสองชัวโมงเจอกัน
สรุปแล้ว Trip นี้มีปัญหารเรื่องการจัดเวลาไม่ดี ซึ่งคนผิดคงไม่ใช่ใคร ก็คงเป็นผมเองแหละ เพราะเป็นคน Set เองตั้งแต่ต้น เอาเป็นว่าไว้แก้ตัวในโครงการทำบุญเดือนหน้าแล้วกัน




 

Create Date : 17 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2550 15:46:04 น.
Counter : 855 Pageviews.  

ไปปล่อยปลาช่อน ที่วัดนิมฯ ภาค 2

เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 50 ชวนแฟน แล้วก็น้องที่ Office คนเดิม ไปปล่อยปลา ที่วัดนิมฯ เรื่องราวก็ไม่มีอะไรมาก ตอนเช้า ไปซื้อข้าวที่ร้าน หม้อดิน ข้าวเหนียวมะม่วงที่ร้านศศิมา ตลาดบางแค แล้วก็ไปซื้อปลาช่อน ๙ ตัวเหมือนเดิม เพื่อไปปล่อยที่ท่าน้ำวัดนิมฯ เพื่อนบอกว่า เจ้าอาวาสเพิ่งจะเอาน้ำพุมาไว้ในคลอง เพื่อนบอกว่ากลัวเรือหางยางจะชนน้ำพุ เราก็วาดมโนภาพซะสวยเลยว่าน้ำพุต้องอยู่กลางคลอง แล้วต้องเป็นอะไรที่สวยมาก ๆ น่าจะก่อเป็นปูนรูปสวย ๆ พอไปถึงปรากฏว่า ฝันสลายน้ำพุเค้าเป็นแป๊ปยิงน้ำให้พุ่งขึ้นมา แล้วก็อยู่ริมฝั่ง ไม่ได้มีบรรยากาศของน้ำพุตรงไหนเลย แต่ช่างมัน เราตั้งใจไปทำบุญไม่ได้ไปดูน้ำพุ เราก็ไปปล่อยปลา แล้วก็ถวายสังฆทานตามปกติ ตอนนี้เริ่มเป็นงาน ทุกอย่างเราก็เลยพึ่งน้องเค้าเหมือนเดิม ไม่ค่อยได้ทำอะไรเองเท่าไหร่ อ้อลืมบอกพอดีว่าวันนั้นมีงานบวช ๓ นาค ที่จอดรถหายากมาก ต้องเข้าไปจอดในโรงเรียน ตอนจอดน่ะง่าย แต่ตอนจะกลับนี่ยากมาก ๆ รถจอดเต็มไปหมด กว่าจะถอยออกมาได้เล่นเอาแทบแย่ พอออกจากวัดแล้วคณะเราก็ชวนกันไปต่อที่ตลาดบางแค เพื่อไปซื้อของเตรียมไปทำ มหาทานที่จังหวัดสุพรรณ วันที่ ๑๕/๐๗/๕๐ ไปหาซื้อเทียนจำนำพรรษาร้านแรกเทียน ๑๐ โล คู่ละ ๑,๒๐๐ โอ้โห ทำไมแพงจังก็เลยลองไปหาซื้อที่ร้านอื่น ไปเจออีกร้านนึง ร้านนี้ผมว่าเค้าต้องดูราคาผิดแน่นอน ขนาดเราย้ำเค้าตั้งสองรอบแล้วเค้ายังบอกราคาเดิมซึ่งแพงมาก แต่ว่าน่าเสียดายที่จำราคาไม่ได้ แม่ของน้องเค้าก็เลยชวนไป คาร์ฟู เค้าบอกว่าน่าจะถูกกว่า แล้วก็ถูกกว่าจริง ๆ ถูกกว่าร้านแรกอยู่ต้นละ ๑ บาท คือเทียน ๑๐ โล ต้นละ ๕๙๙ คู่นึงก็ ๑,๑๙๘ บาท แต่วันนั้นเราซื้อแค่ต้นเดียว พอได้เทียนแล้ว ก็เดินดูเครื่องสังฆทาน เดินไป เดินมา สรุปวันนั้น จ่ายค่า เทียน กับสังฆทานไป ๓,๔๐๐ กว่าบาท พอกระเป๋าตังค์เริ่มเบาเราก็เดินทางกลับ ไปส่งน้องเค้าที่บ้านเหมือนเดิม ส่วนผมกันแฟนก็ไปต่อกันที่ Central พระราม ๒ เพราะว่ายังซื้อของไม่ครบ ยังขาด เข็ม,ด้าย แล้วก็ หนังสือสวดมนต์ พอไปถึง Central ที่แรกที่เราแวะเข้าไปก็คือ Black Canyon ไปหากาแฟกิน คือคุณนายเค้าอยากกินเค๊ก ส่วนผมอยากกินกาแฟ สรุปก็เลยซื้อ กาแฟ ๒ แก้ว เค๊ก ๕ ชิ้น เสร็จแล้วก็ไปหาซื้อหนังสือสวดมนต์ที่ร้าน B2S ไปหาที่ซุ้มหนังสือธรรม หายังไงก็หาไม่เจอ กะว่าถ้าหาไม่เจอจะเอาหนังสือสวดมนต์ที่พิมพ์แจกไปถวายพระ กำลังเดินออกจากร้าน จะมีซุ้มหนังสือใหม่ ก็ลองเข้าไปดู ปรากฏว่าเจอวางขายอยู่ มีอยู่ ๒ Version คือมนต์พิธี กับมนต์พิธีแปร ก็เลยหยิบมนต์พิธีแปรมา ราคา ๘๐ บาท จากนั้นออกจาก B2S ด้วยจิตใจอันแจ่มใส เพราะคิดว่าของที่หายากหาได้แล้ว เข็มกับด้ายคงหาไม่ยาก แต่ปรากฏว่าเข็มหายากกว่าอีก เดินหาอยู่นาน เลยถามพนักงาน พนักงานบอกอยู่ตรงชั้น ๒ เราก็ไปเดินหา ก็หาไม่เจอ ก็เลยไปถามพนักงานอีกที เค้าก็ชี้ไปตรงที่มีขาย ปรากฏว่ามันเป็นชั้นวางของเล็ก ๆ ๒ ชั้นวางติดกัน มีแค่นั้นเอง พอไปดูก็เห็นเข็มกับด้าย ส่วนของด้ายนี่ก็พอโอเค ปรกติ แต่เข็มนี่ แบบเล็กไม่มี มีแบบเป็นชุด ชุดใหญ่พอสามควรราคา ก็หลักร้อย ก็ตัดสินใจอยู่แต่คิดเสียว่าซื้อไปถวายพระ บริเวณนั้นก็กันดารก็เลยตัดใจซื้อไป สรุปว่าวันนั้นเดินซะเหนี่อย แต่ก็มีความสุขครับ




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 17 กรกฎาคม 2550 15:56:12 น.
Counter : 408 Pageviews.  

ถวายสังฆทาน ที่วัด ปากน้ำ ภาษีเจริญ 01/07/50

เนืองจากใกล้วันเกิด ก็เลยไปถวายสังฆทาน ที่วัดปากน้ำ วันนี้ไปกันสามคน คือไปกับแฟน แล้วก็พี่ที่ Office ออกจากบ้านประมาณ ๐๗.๓๐ น. ไปถึงวัดปากน้ำประมาณ ๐๘.๐๐ น. ปรากฏว่าหาที่จอดรถแทบไม่ได้ ต้องวนอยู่ตั้ง ๒ รอบกว่าจะหาที่จอดได้ สำหรับวัดนี้ ที่จอดรถหายาก แต่น้ำใจเด็กที่คอยดูแลที่จอดรถ หาง่าย เค้าบริการดี ไม่มีการคิดเงิน ถวายสังฆทานครั้งนี้ ซื้อหลอดไฟไปด้วย ๕ หลอดแต่ยังไม่ได้ซื้อเครื่องสังฆทาน ก็เลยออกไปซื้อกระป๋องเหลืองที่หน้าวัด แล้วก็ไปถวาย ก็ถวายปกติ พอถวายสังฆทานเสร็จ ก็ไปไหว้พระ พอไหว้พระเสร็จก็จะแยกย้ายกันกลับ พอพี่ที่ Office กลับไปแล้ว เราก็ดูนาฬิกา เพิ่งเก้าโมงกว่า The Mall ยังไม่เปิด ก็เลยเข้าไป เดินวนอยู่ในวัดอีกซักพักจนสมควรแก่เวลา ก็เดินไปที่รถ ปรากฏว่ารถติดมาก กว่าจะออกจากที่จอดรถได้ก็ปาไปเกือบครึ่งชั่วโมงพอขับรถไปถึง The Mall ปรากฏว่าห้างยังไม่เปิดก็นั่งรออยู่บนรถซักพัก พอห้างเปิดเข้าไปก็เข้าไปเดินเล่นซักพัก ไม่ได้ซื้ออะไร เดินฆ่าเวลา ซักครึ่งชั่วโมง ก็ออกจากห้าง แล้ววิ่งถนนตัดใหม่เส้น กัลปพฤก แล้วเลี้ยวเข้าถนนสุขาภิบาล ๑ ผ่านแยกหนองใหญ่ หรืออีกชื่อหนึ่งคือแยกแล้งน้ำใจ อันนี้ตั้งเอง เพราะจะผ่านแยกนี้ได้ไม่ง่ายนักยิ่งชั่วโมงเร่งด่วนด้วยแล้ว ต้องอาศัยความแล้งน้ำใจ ใจกล้า และหน้าด้าน ไม่อย่างนั้นผ่านแยกนี้ไม่ได้แน่นอน พอผ่านแยกมาแล้วก็ขับผ่าน หน้าร้านหม้อดิน เพื่อไปจอดกินก๋วยเตี๋ยวที่ร้าน ยายงุ่มง่าม ไปถึงประมาณ ๑๑.๐๐ น. เจ้เค้ายังจัดร้านไม่เสร็จ ก็ไปนั่งรอเค้า เป็นลูกค้ารายแรก แฟนถามว่ามีอะไรให้ช่วยมั๊ย เค้าบอกว่าไม่เป็นไร ก็เลยนั่งรอ รอไปรอมากว่าเจ้เค้าจะจัดร้านเสร็จก็ปาไป ๑๑.๓๐ มีลูกค้ามาร่วมรอด้วยประมาณ ๑๐ กว่าราย รอแบบไม่มีใครยอมถอย ถึงช้าก็จะรอ และแล้วเวลาทีรอคอยก็มาถึง เส้นเล็กต้มยำแห้ง ไม่งอก ไม่ชิ้นปลา ไม่หมูชิ้น ไม่เกี๋ยวปลา ก็มาเสริฟ แฟนไปเอามาเสริฟเอง(พูดแล้วหิว) พอได้ก๋วยเตี๋ยวมาแล้ว ก็เพิ่มความอร่อยด้วยน้ำพริกเผา ๒ ช้อนพูน คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วคุณจะรู้ว่าสวรรค์ในร้านก๋วยเตี๋ยวเป็นอย่างไร พดกินเสร็จก็สั่งกลับบ้านอีก ๒ ถุง พอได้ก๋วยเตี๋ยวก็ต้องรีบกลับบ้าน เพราะนัดช่างมาซ่อมหลังคาบ้าน เพราะหลังคารั่ว นี่บ้านเพิ่งอยู่มาได้ ๒ - ๓ ปีเอง พอดูโฆษณาบ้านแลน แล้วรู้สึกเหมือนบ้านเราเลย ซื้อบ้านราคา ๑ ล้าน เหมือนได้บ้านราคา ๒ แสน ฝนตกหลังคารั่ว น้ำซึม บ้านร้าว แถมท่อน้ำในบ้านยังมารั่วเสียอีก รั่วแบบหาจุดรึ่วไม่เจอ ตอนตรวจรับบ้านก็ไม่มีปัญหา เพราะไม่ใช่หน้าฝน พอฝนตกปุ๊ป มีปัญหาปั๊ป วิศวกร โครงการก็ดี มีปัญหาโทรไปปรึกษา เดี๋ยววันอาทิตย์เข้ามาไปดูให้ครับ วันจันทร์ วันอังคาร ก็แล้วยังไม่เห็นศรีษะ เลย เอาเป็นว่าแค่นี้ดีกว่า เดี๋ยวทำไป ทำมา เรื่องบุญ จะกลายเป็นเรืองบาป ซะเปล่า ๆ




 

Create Date : 16 กรกฎาคม 2550    
Last Update : 16 กรกฎาคม 2550 12:05:11 น.
Counter : 858 Pageviews.  

1  2  

Valentine's Month


 
หมูตอนน้อย
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add หมูตอนน้อย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.