2006 พฤศจิกายน, อิตาลี







ทริปนี้เริ่มต้นที่มิลานไปชมวิหารดูโอโม หรือฉายาว่าวิหารเม่น เพราะว่าข้างนอกมียอดแหลมเต็มไปหมด ข้างในจุคนได้ 40 000 คน หน้าต่างเป็นกระจกสีที่สวยงามมาก ฝีมือของคุณ นิโลลัส เด โบนาเวนตูรา ด้านนอกมีลิฟท์ขึ้นไปชมทิวทัศน์สวยงาม

ภาพชุดนี้ถ่ายไม่สวยค่ะ ฝีมือไม่ถึง และควรจะมีเลนส์ไวด์ติดไปด้วยจึงจะง่ายขึ้น








หลังจากนั้นไปเมืองเวนีซ ค้้างที่นั่น เที่ยวชมเมืองตั้งแต่หัวค่ำจนดึก สวยมากค่ะ แต่ แหะๆ ไม่มีภาพมาแปะค่ะ ถ่ายภาพกลางคืนได้เห่ยมาก ส่วนที่ช่วยความจำในช่วงนี้ได้คือบันทึกการเดินทาง และภาพจากกล้องvdo ของลูก






วันถัดมาชมหอเอนค่ะ





สถานที่ต่อมาคือเกาะคาปรีอันลือชื่อ แหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะว่าอากาศดี ทัศนียภาพสวยงาม เกาะแห่งนี้เป็นหินปูนก้อนใหญ่ก้อนเดียวสีขาว ยาว 6.25กม. กว้าง 3 กม. บ้านเมืองตั้งอยู่บนหิน ซึ่งสูงกว่าระดับน้ำทะเล 450-900 ฟุต บางจุดต้องขึ้นบันไดหลายร้อยขั้น


นั่งเรือออกไปชมถ้ำสีฟ้า กร็อตตาอัซซูราค่ะ


























กว่าจะกลับมาฝั่งอีกครั้งก็ช่วงเย็น






นั่งรถเมล์ขึ้นเขา ทางขึ้นคดเคี้ยวและแคบมาก






เพื่อเข้าโรงแรมที่พัก





ได้ห้องพักหันหน้าไปทางอ่าวเลยค่ะ สวยมาก ยิ่งเวลากลางคืนเห็นแสงไฟระยิบไปตลอดแนวโค้งยิ่งสวยค่ะ





ผลไม้ที่ขึ้นชื่อแถบนี้คือส้ม ภาพนี้ถ่ายจากร้านอาหารพื้นเมืองที่ไปรับประทาน เป็นร้านที่อยู่ริมผา มีซุ้มต้นส้มซึ่งหน้าตาเหมือนส้มเขียวหวานบ้านเรากำลังติดผลเต็มไปหมด สีสันน่ารับประทานมาก เป็นหลังคา






ลองสั่งน้ำส้มคั้นมาดื่ม คั้นแล้วสีซีดไม่สวย รสไม่เหมือนส้มค่ะ กลิ่นเหมือนมะนาว รสออกเปรี้ยวนำหวานตาม ชื่นใจดี





เขานำมาทำเป็นเหล้าขายด้วยค่ะ ใส่ขวดทรงแปลกๆ เห็นทุกร้านเกลื่อนตา





รวมตลอดไปถึงของที่ระลึกต่างๆ ล้วนมีภาพส้มอยู่ด้วย ผ้า กระเป๋า กระถางต้นไม้ ภาพวาด ฯลฯ






แล้วก็ไปชมโคลีเซียม









น้ำพุเทรวี่ เฉพาะน้ำพุนี้อยู่ใกล้โรงแรมมาก ขนาดเดินไปได้ ไปเดินเล่นที่นี่สองรอบ ครั้งที่สองตื่นเช้าออกจากโรงแรมมาเดินเล่น ดูตลาดผักและดอกไม้ เพลินดี เห็นดอกไม้สวยอยากได้ไปหมด แต่ซื้อไม่ได้เพราะอยู่ระหว่างการเดินทาง

บ้านแถวนี้ประตูและที่จับสวยค่ะ

ได้เห็นการเก็บขยะของที่นี่ด้วยค่ะ เจ้าของบ้านนำถุงวางไว้หน้าประตูบ้านตั้งแต่กลางคืน เช้าจนท.เทศบาลมาเก็บถุงเก่าไป แล้วเขาสอดถุงดำใหม่ใส่เข้าไปที่หน้าประตูบ้านให้ด้วยค่ะ





อีกแห่งที่ไม่ควรพลาดคือวาติกัน อยู่ที่นี่สี่ชั่วโมงตั้งแต่ช่วงเย็นจนค่ำ สวยมาก














เรื่องสุดท้ายแล้วค่ะ เรื่องไปชมเมืองร้าง Pompeii เนี่ยฟังไกด์เล่าจดเล็คเชอร์เป็นนักเรียนเลยค่ะ






ทางเดินเข้าเมืองใบไม้กำลังร่วงสีสวย เก็บมาแปะสมุดบันทึกเดินทางหลายแบบ ปรกติสมุดจะแปะกระดาษอะไรรุงรังไปหมด พวกตั๋วต่างๆบ้าง แผนที่เมืองที่ไปขอมาจากเคาน์เตอร์โรงแรมบ้าง และก็พวกโปสการ์ดที่ซื้อตามแต่ละเมือง แต่เล่มนี้เรียบร้อยมาก






เริ่มต้นหมู่บ้านเป็นโรงละครค่ะ ลักษณะเป็นวงกลมมีที่นั่งลดหลั่นกัน สูงหน่อยก็ราคาถูกกว่า เหมือนปัจจุบันแหละค่ะ ด้านล่างที่ราคาแพงดูการแสดงใกล้กว่านั้นที่นั่งเป็นหินอ่อน ด้านบนราคาถูกเป็นหญ้า






ถนนในเมือง ปูหินเรียบร้อย ผังเมืองสวยงามเป็นระเบียบมากค่ะ






หินสามก้อนทำหน้าที่เป็นทั้งทางม้าลาย และเส้นกั้นถนนให้รถม้าวิ่งสวนทางกัน ถนนบางเส้นมีหินแค่สองก้อน หมายความว่าเป็นวันเวย์






มีท่อส่งน้ำประปาด้วย (พบสารตะกั่วในร่างกายซากที่ขุดเนื่องจากดื่มน้ำประปาจากท่อแบบเก่านี้)





มีเตาอบขนาดใหญ่ เป็นร้านอบขนมปัง






ตรงนี้เป็นโรงอาบน้ำ มีที่นั่งพัก ช่องๆด้านบนเป็นล็อคเกอร์สำหรับเก็บของ ด้านซ้ายของภาพซึ่งไม่เห็นเป็นห้องอาบน้ำค่ะ ก่อเป็นบ่อเตี้ยๆให้ลงไปแช่มีก๊อกน้ำ






ป้ายบอกทางไปสถานบริการ





ถ้าเดินไปตามซอยที่ป้ายชี้ จะพบบ้านหลังหนึ่ง ที่ผนังมีภาพวาดให้เลือก





อันนี้เป็นแนวหินอ่อนริมถนนหน้าบ้านที่เจ้าของบ้านประดับไว้ เพื่อให้เป็นตาแมวสะท้อนแสงตะเกียงยามกลางคืน ส่วนมากบ้านที่ประดับอย่างนี้จะเป็นบ้านคหบดีค่ะ





นี่เป็นบ้านคหบดีค่ะ ลักษณะคือเป็นบ้านสามตอน ช่วงหน้าประดับพื้นด้วย ceramic เป็นลวดลายสวยงามต่างๆตามรสนิยม ตอนกลาง มีบ่อน้ำ หรือบ่อน้ำพุ เพื่อให้อากาศเย็นในฤดูร้อน และส่วนในสุดเป็นสวน





...






ส่วนท้ายสุดของเมืองเป็นที่ทำการราชการค่ะ พวกศาล ศาลาว่าการ มีหลายอาคาร เลือกให้ชมหนึ่งแห่งนะคะ





จบเรื่องเมืองร้างด้วยภาพนี้ละกันค่ะ






ของฝากก่อนจบทริปนี้มีสองภาพ ภาพแรกเป็นต้นสนประจำเมือง สนร่ม





กับถนนน่ารัก ข้างโรงแรมที่พัก ปลูกต้นส้มเรียงรายสองฝั่งทางเท้า อยากไปยืนมุมที่ดีกว่านี้แต่เกรงสายตาคุณจราจรค่ะ แอบตั้งชื่อเอง ถนนต้นส้มค่ะ









*






Create Date : 13 พฤษภาคม 2552
Last Update : 28 สิงหาคม 2552 18:54:33 น. 1 comments
Counter : 1717 Pageviews.

 
เห็นรูปที่ป้อมถ่ายแล้ว เราก็มีรูปคล้ายกันเยอะเหมือนกันนะ

เห็นแล้วคิดถึง รูปยังอยู่อย่างเดิม ยังไม่ได้ย่อเลย เล็งกัน

อยู่นั่นละ อิอิ


โดย: Katai_Akiko วันที่: 5 กรกฎาคม 2552 เวลา:21:44:41 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

anthurium
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




anthurium



#ชื่อเล่น ป้อมป๋อมเปาะ ผักชีโรยหน้า น้ำปลาเหยาะ กะปิใส่หน่อย อร่อยเหาะ




# ชอบถ่ายภาพ(ซึ่งไม่เก่งซะที) รักสุนัข ท่องเที่ยว ดอกไม้ ชื่นชมธรรมชาติ

Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2552
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
13 พฤษภาคม 2552
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add anthurium's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.