กินข้าวในธนาคาร





มื้อหนึ่งในระหว่างทริปเที่ยวฝรั่งเศส ปีนี้ ได้ไปรับประทานอาหารในอาคารธนาคารเก่าซึ่งดัดแปลงมาเป็นภัตตาคาร







อันนี้เดาได้ บาร์และแชมเปญ เทอเรสนั่งหม่ำชิวๆ







ด้านหน้ามีป้าย "เมนูเด็ด" สำหรับวันนี้ อ่านไม่ออก ยกให้อ่านทั้งกระดานเลยละกัน







เข้ามาในอาคารด้านซ้าย เคาน์เตอร์แคชเชียร์ ดัดแปลงเป็นบาร์เครื่องดื่ม







ด้านขวา ซึ่งน่าจะเป็นพวกโต๊ะเจ้าหน้าที่ เคาน์เตอร์แบบฟอร์ม ส่วนนั่งรอของลูกค้าดัดแปลงเป็นกลุ่มโต๊ะอาหาร หลายชุด แต่เกรงใจผู้ที่กำลังนั่งรับประทาน ไม่ได้ถ่ายรูปมานะคะ

ถัดจากกลุ่มโต๊ะอาหาร เป็นห้องครัวเล็กๆ











เยื้องครัวนิดๆ เป็นส่วนเตรียมเสิร์ฟ







ติดรูปเหนือโต๊ะหน่อย เพิ่มสีเพิ่มความสดใส







เดินเลี้ยวขวา เพื่อไปยังห้องอาหารส่วนที่เราจองไว้ ผ่านโถงทางเดินเล็กๆ จัดเป็นที่นั่งเล่น นั่งรอ หรือดื่ม พื้นปูพรมลายสัญลักษณ์สกุลเงินต่างๆ







ด้านตรงข้ามโต๊ะชุดนี้ เป็นตู้เครื่องดื่ม







ดูประตูทางเข้าห้องอาหาร อะลังก์ดีไหม







ลูกกรงเหล็กหนาปึ้ก เส้นตั้งอันเท่าข้อมือแน่ะค่ะ







กลอนใหญ่เบ้อเริ่ม อิ ชอบ







ด้านในนี้ถ้าให้เดา เดิมน่าจะเป็นห้องทำงานของพวกเจ้าหน้าที่เอกสาร ตอนนี้ปรับมุมหนึ่งเป็นบาร์เครื่องดื่ม ที่เหลือเป็นกลุ่มโต๊ะอาหาร







หลังห้องนี้เป็นเทอเรส เหมือนสวนเล็กๆ มีโต๊ะอยู่ 4 โต๊ะมั้ง ไม่แน่ใจ ชะโงกออกไปนิด กะจะถ่ายรูป กวาดตาดูเห็นลูกค้านั่งเต็มกำลังรับประทาน เลยถอยกลับ

กลับมามองห้องเราต่อละกัน นั่งโต๊ะเล็กๆใกล้ประตู ซึ่งเขาจัดไว้ให้เหล่ามังสวิรัตินั่ง เดิมทีมีผู้แสดงตนเป็นมนุษย์ผัก 7 คน ต่อมาค่อยๆกลับใจหนีไปรับประทานเนื้อสัตว์จนเหลือเพียงสองคน ยังยืนหยัด คือเรากับเพื่อนใหม่อีกคน คุณจิตบรรจงผู้มีรถญี่ปุ่นหนึ่งคันอยู่ในปาก (วันหลังจะเล่าให้ฟัง)

ดังนั้นโต๊ะนี้ 5 ที่นั่งจึงมีเมนูเนื้อสัตว์ปนด้วย
แจกันกลางโต๊ะใช้เหล็กดัดโค้งง่ายๆ เสียบหลอดทดลองวิทยาศาสตร์ (test tube)แบบที่เคยเล่นสมัยเรียน ม.ปลาย ต้นไม้นี้หน้าตาเหมือนกวนอิมมาก







คุณบริกรเดินเสิร์ฟไวน์แบบไร้อารมณ์ หันข้างให้โต๊ะ







เราก็ไม่สน แกล้งชนแก้วเฮฮา เรียกให้เธอเดินกลับมารินเพิ่มใหม่ (ไม่ได้ดื่ม แต่ร่วมเล่นด้วยค่ะ)







จานแรกมาก่อน ของคนที่สั่งปลา มีปลาชิ้นเล็กๆ วางผักข้างบนด้านซ้าย ตรงกลางไม่รู้ค่ะ ด้านขวาเป็นข้าวมธุปายาส (แอบตั้งชื่อเอง) เพราะหุงด้วยนม น่าหม่ำจริง น้ำลายยืดชะเง้อขอเก็บภาพหน่อยนะ







ของคนที่สั่งเนื้อบ้าง จำไม่ได้ว่าเนื้ออะไร แต่ไม่ใช่วัว







จานนี้สัตว์ปีก สวยงามน่าหม่ำไม่แพ้กัน







ในที่สุดของเราก็มาแล้ว ทะแรม..







จานแรกเป็นสลัดผัก ประกอบด้วยผักสลัดสด 3 ชนิด ใบโรสแมรี่ 2-3 ใบ ที่เหลือได้แก่ พริกกระดิ่งซอย มะเขือเทศหั่นชิ้น แตงกวาหั่นเส้น และกระหล่ำลวก โรยหน้าด้วยสิ่งที่ควรจะลวก แต่มาแบบสด คือเห็ด ฮ้าๆ เห็ดสดหั่นแว่นเนี่ยะ นะ พระเจ้าจอร์จ ใครอยากรู้รสและกลิ่นของเห็ดดิบ เย็นนี้เปิดตู้เย็นลองกัดหนึ่งคำเลยค่ะ


อิชั้นรับประทานแบบ งงๆ ไปหนึ่งคำ รับรสเปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟัน หันหาเครื่องปรุง คุณบริกร จับเกลือและพริกไทย มาวางให้อย่างละขวด ขำกลิ้ง

วางส้อม เริ่มหันไปมองบรรดาเพื่อนร่วมโต๊ะ แต่ละท่านแสดงสีหน้าร่วมชะตากรรมกันดี แปลว่าของชั้นก็ไม่ได้เริ่ดไปกว่าหล่อนหรอกย่ะ


ทุกคนหยุดหันมาคุยกัน บ้างก็จิบไวน์ รอจานหลัก ซึ่งเสียดาย อารมณ์วันนั้นขี้เกียจถ่ายรูป แบบว่าเซ็งหน่อยๆไง แต่เล่าได้ ยืมภาพของคนที่สั่งเมนูปลาเมื่อกี้นะ มันคือข้าวมธุปายาสอันนั้นแหละ ล้วนๆ เน้นๆ อย่างเดียวไม่มีสิ่งอื่นขโมยซีน รสชาติบอกได้ว่า วัวตัวนี้ไม่ได้ผ่านการนำไปเลี้ยงในป่าชะเอม อย่างของคุณสุชาดา จึงไม่หวานหอม น้ำนมไม่ได้ต้มสุกจนเดือดเป็นฟองไหลเวียนขวาทั้งสิ้น ข้าวจึงกรุบๆ ยังไม่สุกดี

พอชิมจานหลักก็ยิ่งขำ อยากถ่ายรูปคู่กับเฮียเชฟจัง คิดถึงคุณสุชาดาัซึ่งต้องพึ่งมืออาชีพ ในการดูแล เรื่องไฟ ระยะเวลา และอุณหภูมิของนมในครานั้น

"สมเด็จอัมรินทราธิราชก็เสด็จลงจุดไฟให้โชติช่วงขึ้น ท้าวมหาพรหมทรงนำทิพย์เศวตฉัตรมากางกั้นเบื้องบนภาชนะที่หุงมธุปายาสนั้น ท้าวจตุโลกบาลทั้ง 4 ได้มาประทับยืนรักษาเตาไฟทั้ง 4 ทิศ"


ถึงตอนนี้ต้องแปะภาพแรกก่อนที่อาหารทุกจานจะมาถึง คือภาพนี้







เห็นขนมปังฝรั่งเศสก้อนเล็กๆนั่นไหมคะ เหนียวนอกนุ่มใน หันไปคว้าเจ้าก้อนนี้แหละค่ะมารับประทาน เล็งหาตรงรอยแยกของแป้ง ซึ่งเกิดจากการอบให้ดี บิตรงช่องนั้นให้เนื้อขนมแยกออกจากกัน ดึงออกเป็นชิ้นเล็กๆ เท่าปลายก้อย ใส่ปาก นั่งเคี้ยวเอื้องกันไป น้ำตาไหลพรากกันไป




จานสุดท้าย ไอศครีมค่ะ นี่พอกล้อมแกล้ม







ไปดูห้องน้ำกันค่ะ ห้องน้ำอยู่ด้านล่างต้องลงบันไดไป เดิมส่วนนี้เป็นห้องเซฟ ที่พวกเศรษฐีเช่าล็อกเกอร์ไว้เก็บของมีค่าไง เวลาจะไปงานเลี้ยงกลางคืนก็มาเปิดเบิกหยิบสร้อยมรกตไปคาดหน้าผากเล่นๆ แบบนั้นน่ะ







ด้านหนึ่งดัดแปลงเป็นเคาน์เตอร์ล้างมือ







ใช้อ่างล้างมือโปร่งใส ลดความทึบของห้อง







เหลือตู้ล็อคเกอร์เดิมไว้เป็นส่วนประดับ สีแดงกับทอง สวยนะ







แอบเปิด ขอดูข้างในหน่อย อืม.. หน้าตาแบบนี้หรือ ถ้าเป็นของดั้งเดิม ก็งั้นๆนะ ถ้าเราเป็นโจร ผ่านประตูเหล็กข้างบนเข้ามาได้ ที่เหลือหมูๆ ไม่ได้แข็งแรงรัดกุมอะไร







ขั้นตอน เข้ามาติดต่อ จนท. ลงมาข้างล่าง ไขกุญแจ หยิบกล่องที่ต้องการ แล้วนำกล่องไปเปิดในห้องส่วนตัวลำพัง จนท.ออกไปรอข้างนอกจนกว่าเราจะเสร็จธุระ นึกออกไหมคะ


ห้องส่วนตัวที่ว่านั่น ดัดแปลงเป็นห้องน้ำ ดังภาพนี้แล เออนะ สนุกดี







รับประทานอาหารหนึ่งมื้อเพื่ออะไร ต้องรสเลิศจากฝีมือมาสเตอร์เชฟเท่านั้น? ขอเีพียงบรรยากาศถูกใจ? เพียงแค่ราคาถูก? หรือเพียงให้มื้อนี้มีรับประทาน

หลากหลายแตกต่างกันไป วันนี้เดินผ่านลูกกรงเหล็ก เข้าไปรับประทานอาหารเพิ่มประสบการณ์ชีวิต ประกอบการท่องเที่ยว ไม่คาดหวัง ไม่ผิดหวัง มีความสุขกับสิ่งแปลกใหม่ค่ะ

ไว้วันหลังมาเล่าเรื่องอื่นๆ จากประสบการณ์อีกนะคะ บายค่ะ






Create Date : 11 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 12 พฤศจิกายน 2554 11:25:45 น. 0 comments
Counter : 1081 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

anthurium
Location :
สงขลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




anthurium



#ชื่อเล่น ป้อมป๋อมเปาะ ผักชีโรยหน้า น้ำปลาเหยาะ กะปิใส่หน่อย อร่อยเหาะ




# ชอบถ่ายภาพ(ซึ่งไม่เก่งซะที) รักสุนัข ท่องเที่ยว ดอกไม้ ชื่นชมธรรมชาติ

Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
11 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add anthurium's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.