Review Tamarind Happy : รีวิว 'ขัดผิวมะขามเปียก'

เพลงดาวไดอารี่ : 5 มกราคม 2551 : สวยแบบไทยๆ

ว่าจะรีวิวที่สุดในรอบปีที่ผ่านมาแต่ก็ไม่มีเวลาซักเท่าไร รู้แต่ว่าปีที่ผ่านมามีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นมากมาย...ใน 365 วัน เป็นวันที่มีความสุขเสียเป็นส่วนใหญ่ อาจจะเป็นเพราะว่าได้ธรรมะบทง่ายๆ มาคอยเตือนสติอยู่ตลอดเวลา "คิดดี ทำดี" ง่ายๆ แค่นี้เราก็อิ่มใจทุกครั้งที่ได้คิดและได้ทำ (แม้ว่าบางทีจะหลุดองค์มารออกไปบ้าง แต่ก็เป็นส่วนน้อย)

ปีที่แล้วยังเป็นปีแห่งความสวยความงาม จำได้ว่าเริ่มหันมาสนใจตัวเองตั้งแต่เดือนเมษายน เก็บข้อมูล หาข้อมูล และลงมือปฏิบัติไปเรื่อยๆ นับถึงวันนี้ก็ 9 เดือนแล้ว เห็นได้ชัดว่ามีความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นหลายอย่าง ยืนยันโดยคนใกล้ตัวและไกลตัวซึ่งก็ถือเป็นนิมิตหมายอันดีและทำให้มีกำลังใจที่จะดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะสิ่งที่ทำก็คงไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อตัวเราเอง

เสื้อผ้า - - ปีที่แล้วโละเสื้อผ้าสีมืดมนเก็บไว้อย่างมิดชิด หันมาใส่เสื้อผ้าสีสดใสแทน ซื้อเสื้อผ้าแบบกระฉูดมาก เฉลี่ยเดือนละประมาณ 3-4 ชุด ส่วนใหญ่ออกแนวเดรส ฉะนั้นนอกจากเสื้อผ้าแล้วก็จะมีเครื่องประดับประเภทสร้อยคอ ต่างหู เป็นค่าใช้จ่ายตามมาด้วย สรุปแล้วเดือนหนึ่งน่าจะอยู่ที่ 1,000-2,000 บาท

หน้า - - เทหัวใจให้ skin food ไปหมดแล้ว ยกให้เขาเป็นคนดูแลเรื่องผิวหน้าของฉัน (แต่บำรุงด้วยตัวฉันเอง) ปีที่แล้วหมดไปกับ skin food น่าจะเหยียบๆ 1.5 หมื่น นับตั้งแต่เริ่มซื้อนะ เพราะแค่ตอนวันเกิดก็ซื้อไป 6 พันกว่าบาท ได้คอร์สนวดหน้าฟรีมา 8 ครั้ง คิดว่าปีนี้ก็จะยังคงใช้ยี่ห้อนี้ต่อไปในการบำรุงผิวหน้า แต่เริ่มเล็งๆ SK II และเครื่องสำอางราคาไฮโซยี่ห้ออื่นไว้บ้างแล้ว ก็ว่าจะเก็บข้อมูลไปเรื่อยๆ หมักบ่มให้ได้ที่ก่อนที่จะจัดสินใจ เพราะราคามันก็แพงเอาการอยู่ ถ้าซื้อไปแล้วไม่เป็นที่พึงพอใจ...เสียดายตายเลย

ผม - - ปีที่แล้วตัดผม 1 ครั้ง (ตอนเป็นลม) ตัดเสร็จแล้วผมมันไม่เป็นระเบียบก็เลยไปยืดซะ ได้ผมตรงๆ มาเชยชมเป็นเวลาครึ่งปี มีคนเชียร์ให้ทำสีผมมากมาย เค้าบอกว่าจะทำให้หน้าสว่างขึ้น ฉันก็โอนเอนไปพักหนึ่ง กะว่าช่วงปีใหม่จะทำมาเซอร์ไพรส์ แต่คิดไปคิดว่า ฉันว่าผมสีธรรมชาติอย่างนี้น่าจะดีกว่า (แม้ว่าจะมีสีขาวแซมๆ บ้าง 555) แบบว่ามันภูมิใจ เวลาเข้าร้านทำผมแล้วช่างบอกว่า "ลูกค้าน้อยคนนักที่จะผมดำขลับธรรมชาติอย่างนี้ ส่วนใหญ่หัวไหนหัวนั้น ผ่านสารเคมีมาแล้วทั้งนั้น" อืม...ท่าทางจะจริง

สปา - - ปี 50 นี่ก็บ้าสปาไม่เบาเหมือนกันนะฉันเนี่ย เป็นเพราะมีโอกาสได้ไปต่างจังหวัดบ่อย แล้วแต่ละทริปก็จะมีช่วงเวลาฟรีสไตล์ให้ฉันได้ผ่อนคลายตัวเองได้บ้าง แน่นอนอยู่แล้วฉันก็เลือกที่จะไปสปา ขัดผิว นวดตัว ไปตามประสาผู้หญิงอยากสวย ได้ประสบการณ์แบบผู้หญิงๆ หลายอย่าง จนทำให้หลวมตัวซื้อแพ็คเกจขัดผิวในที่สุด

ล่าสุด!!! อ่านกระทู้แล้วก็เกิดอาการปิ๊งอยากจะลองทำดูบ้าง สวยแบบไทยๆ สวยแบบสาวโบราณไม่ใช่เรื่องยากสักเท่าไร "ขัดผิวด้วยมะขามเปียก" เค้าว่าเวิร์กมากมาย เท่าที่อ่านหลายความเห็นแล้วทุกคนเห็นดีเห็นงาม คนที่ใช้แล้วไม่ได้ผลคือคนที่ "ขี้เกียจทำ" แบบว่าขัดไม่กี่ครั้งแล้วก็เลิกไป...ไม่สม่ำเสมอนั่นเอง

แต่ของแบบนี้ต้องใช้เวลา...ได้ข่าวว่า ตอง-ภัครมัย ใช้เวลาถึง 4 ปี กว่าจะใช้มะขามเปียกขัดได้ขาวขนาดนี้ อืม...น่าสนๆๆ เห็นทีฉันคงจะต้องลองดูบ้าง เริ่มตั้งแต่วันนี้ก็คงยังไม่สาย (อีกแล้ว) เพราะตอนไปขัดผิวเขาบอกว่าฉันไม่ใช่คนผิวดำ แต่เป็นคนผิวสองสีที่ไม่ดูแลตัวเอง ทำให้เหมือนคนดำ...(แอบด่าหรือเปล่าเนี่ย 555)

ปี 2551 นี้จึงตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า...จะขัดผิวช่วงแขนให้ขาวเสมอผิวหน้าท้องให้ได้ แบบว่าเอามาเทียบกันแล้วสีมันตัดกันมากมาย แขนดำปิ๊ดปี๋ แต่หน้าท้องออกแนวขาวแฮะ เริ่มใช้ครีมกันแดดทา body ได้สองอาทิตย์แล้ว

เมื่อวานนี้ก็ไปซื้อมะขามเปียก แล้วก็นมสด ส่วนน้ำผึ้งมีอยู่แล้ว สูตรนี้เขาว่าใช้ขัดผิวดี กลับจากที่ทำงานก็ไม่ทำอะไร เข้าไปขลุกอยู่ในห้องน้ำตั้งนาน ขัดสีฉวีวรรณตัวเอง ผลออกมาปรากฏว่า...แท่น แทน แท๊นนนนนน...ยังดำเหมือนเดิม 555 แต่เรื่องความเนียนนุ่มนี่โอ.เค.เลย คุณสามีบอกว่าขัดแต่ครั้งเดียวจะให้ขาวเลยก็เว่อร์ไปแล้ว (ขอบคุณที่ให้กำลังใจ)


ส่วนผสมแห่งความสวย

นมสด (ไม่มีอ่ะ ใช้แบบนี้แทน อุอุ) น้ำผึ้ง และมะขามเปียก 5 บาท



เทนมสดลงไปก่อน (นึ่แค่ครึ่งกล่อง แต่ขัดแล้วไม่พอ คราวหน้าใช้กล่องนึงเลย)



ตามด้วยมะขามเปียก แช่ให้นิ่มๆ



ราดด้วยซอสมะเขือเทศ เอ๊ย...น้ำผึ้ง



หลังจากนั้นก็เข้าไปขลุกอยู่ในห้องน้ำ...มีความสุขมากมาย ^^



เพลงดาวไดอารี่ : 6 มกราคม 2551


วันนี้เข้าเวรดึก...เป็นเช่นนั้น ช่วงกลางวันจึงมีเวลาว่างๆ มากมาย ใช้นอนก็แล้ว ใช้เกลือกกลิ้งก็แล้ว ยังไม่หมดเสียที จึงคิดที่จะไปเสริมความงามดีกว่า เดี๋ยวนี้หายใจเข้าออกเป็นความสวยไปซะแล้ว อุอุ ว่าแต่จะทำอะไรดีล่ะ

โทร.ไปจองคิว เฟิร์ส สปา เซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่ซื้อคอร์สไว้ ว่าจะไปขัดผิวเสียหน่อย แต่ปรากฏว่าที่ร้านบอกว่านี้คิวเต็มยาวเหยียดเพราะเป็นวันหยุด เซ็งเลย ทำไมไม่คิดที่จะจองเสียแต่เนิ่นๆ นะ แต่ก็อย่างว่าแหละ ช่วงนั้นยังไม่ได้คิดอะไร เพราะกะนอนยาว

หลังจากนั้นจึงเปลี่ยนแผนทำอะไรกับผมดีกว่า แต่ก่อนจะออกจากบ้าน ไหนๆ ก็ไม่ได้ไปขัดผิวที่เฟิร์ส สปา แล้ว เราก็ขัดของเราที่บ้านนั่นแหละ ว่าแล้วก็คว้าส่วนผสมสูตรขัดผิวมะขามเปียกออกมา แบบว่ายังไม่มั่นใจในความถี่ของการขัดว่าควรจะเว้นระยะขนาดไหน บ้างก็ว่าให้ขัดทุกวัน บ้างก็ว่าขัดวันเว้นวัน แต่บางคนบอกขัดเดือนละ 1-2 ครั้ง...แล้วฉันจะเชื่อใครดี

สรุปว่าวันนี้เชื่อสูตร...ขัดวันเว้นวัน...อาจจะเป็นเพราะอยู่ในช่วงเห่อและอยากลองของ 555 แต่หลังจากนี้อาจจะใช้สูตรขัดเดือนละ 1-2 ครั้งก็ เพราะความขี้เกียจและงานยุ่งคงจะเริ่มมาแล้วหละ วันนี้จึงได้ขัดผิวมะขามเปียกไปอีก 1 ยก...เอาแขนมาเทียบกับหน้าท้องแล้วรู้สึกดี หวังว่ามันจะขาวเท่ากันในเร็วๆ นี้


เพลงดาวไดอารี่ : 9 มกราคม 2551

ขัดผิวด้วยมะขามเปียกเป็นครั้งที่ 3 ในชีวิต คืนนี้ขัดมะขามเพียวๆ ไม่ได้ผสมนมกับน้ำผึ้ง (เพราะไม่ได้ซื้อนมมา) เพิ่งสังเกตว่าเม็ดสีไม่สม่ำเสมอ (จำประโยคมาจากโฆษณา) มันเป็นอย่างนี้นี่เอง เมื่อก่อนไม่เคยสนใจผิวพรรณตัวเองเลย จะด่างจะดำยังไงก็ช่างมัน แต่เดี๋ยวนี้ชอบวิจัยผิวตัวเองทุกวัน มองดูอย่างลึกซึ้ง (ผิวช่วงแขน) แล้วเห็นความแตกต่างกันเหลือเกิน

ตั้งเป้าว่าปีนี้จะทำให้สีผิวทั้งตัวใกล้เคียงกันให้ได้ วิเคราะห์แล้วพบว่าผิวช่วงแขนดำที่สุด ก็เลยบรรจงขัดมากเป็นพิเศษ ผิวบางจุดดำจริงๆ (จุดไหนฟระ 555) ตอนที่ไปขัดผิวแล้วอบซาวน์น่าอยู่คนเดียวในตู้ก็พยายามขัดมันเป็นพิเศษ ขัดผิวทีไรก็ขัดมันทุกที พอเริ่มขัดมะขามเปียกก็ขัดมันอีก อะเมซซิ่งเหมือนกันนะเนี่ย ความดำมันหายไปแล้ว ว๊าว...นึกตีอกชกหัวตัวเองเหมือนกันที่ไม่ดูแลตัวเองมาตั้งแต่ยังสาว ไม่งั้นสวยกว่านี้แล้ว อิอิ

วันก่อนพี.อาร์.ที่ไม่ได้เจอหน้ากันมา 1 ปี (เพราะเจอกันแค่ช่วงปีใหม่ที่เอาของขวัญมาให้เท่านั้น) ถามฉันว่า "คุณดาวไปทำอะไรมา สวยขึ้นจนจำไม่ได้" ฉันควรจะปลื้มใจดีไหมนะ... (บ้าชมตัวเองไปวันๆ ^^) แบบว่าเพิ่งไปยืดผมมาด้วย มันก็เลยผสมโรงกันให้ดูดีขึ้นไปใหญ่

งานหนักเริ่มมาแล้วหลังผ่านพ้นช่วงปีใหม่มาได้ไม่กี่วัน เห็นโครงการเดินสายในเร็วๆ นี้แล้วว่าจะต้องขึ้นเหนือ ล่องใต้ ไปทัวร์หลายจังหวัดเหมือนกันในปีนี้ ดีใจเหมือนกันนะ เพราะไม่ได้ออกต่างจังหวัดมาสองเดือนแล้ว รู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างในชีวิตไปเหมือนกัน

เพลงดาวไดอารี่ : 12 มกราคม 2551 : ประเมินๆๆๆ


บอกกับคุณสามีว่า...เป็นเพราะคุณสามีทีเดียวที่ทำให้ฉันเปลี่ยนแปลงตัวเองครั้งใหญ่ เบื้องหลังที่ใครๆ อาจจะไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงหันมาดูแลตัวเองงอย่างนี้ จนบางทีแอบไปลือแอบไปเล่าอ้างว่าฉัน "มีกิ๊ก" ก็เลยปฏิวัติตัวเองเยี่ยงนี้ แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะกิ๊กน่ะมีมานานแล้ว ถ้าจะปฏิวัติก็คงจะปฏิวัติไปนานแล้ว (555) ข้อเท็จจริงคือคุณสามีนั่นแหละเป็นตัวการ

วันหนึ่ง....คุณสามีบอกว่า "หน้าน้องไม่เรียบเลย"

หืมมมม...ฟังแล้วเหมือนโฆษณาอะไรสักอย่างที่เคยดูตอนเป็นวัยซะรุ่น แต่ขี้เกียจนึก เพราะสิ่งที่นึกในเวลานั้นก็คือ คนที่กำลังวิจารณ์ใบหน้าของฉันอยู่นั้นเขาเป็นใคร แล้วสิ่งที่เขาวิจารณ์นั้นเป็นจริงไหม ถ้าเป็นจริงแล้วฉันควรจะต้องทำยังไงกับตัวเองต่อไป ทั้งหลายทั้งปวงจึงเป็นที่มาของฉันในวันนี้

ตอนนี้บ้าโต๊ะเครื่องแป้งไปแล้ว แต่ก็ยังพอฉุดอยู่ ยังไม่ลอยติดลมบนหรือลอยกู่ไม่กลับ แม้จะฟุ่มเฟือยกับเครื่องสำอางค์และเครื่องประทินผิวไปบ้าง แต่ก็ทำเพื่อหวังผลในระยะยาวทั้งนั้น สิ่งที่ลงทุนไปช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ถือได้ว่าคุ้มค่ากับเงินลงทุนที่สูญเสียไป แม้จะไม่สวยเช้งกระเด๊ะแบบนางสาวไทย แต่ก็ทำให้ใครๆ ควงฉันได้อย่างเฉิดฉายแบบไม่ต้องอายใคร (เหมือนเมื่อก่อน)

นั่งสำรวจใบหน้าตัวเองเพื่อมองหาความเปลี่ยนแปลงอย่างลึกซึ้ง

- ริ้วรอยที่ร่องแก้มลบเลือนไปโขทีเดียว จากเดิมที่เห็นร่องลึกมากแม้เวลาไม่ยิ้ม
- ริ้วรอยรอบดวงตา...ลดลง รอยหมองคล้ำ ผดเล็กๆ เลือนหายไปมากแทบจะไม่เหลือ
- ตีนกา เหลือตีนเดียว ความยาวเท่ารอยตวัดอายไลน์เนอร์เส้นเล็กๆ...ปลื้ม
- หนวดแมนหายไป (เกี่ยวกันไหมเนี่ย) ปกติจะเป็นผู้หญิงมีหนวดอ่ะ
- สิวอุดตันใต้คางแบบที่ทำให้เกิดแผลเป็นตลอดปีตลอดชาติ...ไม่มีแล้ว ว๊าว
- รูขุมขนเล็กลงมากๆ (กว่าเมื่อก่อนที่เหมือนพระจันทร์)
- หน้ากระจ่างใส ขาวแบบธรรมชาติ หรือจะเรียกให้ถูกคือดำธรรมชาติ แต่ขาวกว่าดำปกติ (เอ๊ะ...ยังไง)
- ผิวหน้ากับคอ...เป็นสีเดียวกัน แว่วว่าเมื่อก่อนหน้าขาวคอดำอ่ะ 555
- ริมฝีปากไม่ดำคล้ำเหมือนเมื่อก่อน แบบว่ากล้าโชว์หน้าโล้นๆ แบบไม่แต่งหน้าได้สบายๆ

โดยรวมเรียกได้ว่าดูดี...แม้แต่คนที่ไม่ชอบขี้หน้ายังแอบชมลับหลัง...

_________________________

ทั้งหลายข้างต้นคือ face สิ่งที่ทำแล้วประสบความสำเร็จในปี 2550 ที่ผ่านมา สำหรับปีนี้จะหันมาเน้นดูแล body บ้างแล้วหละ แต่ก็ยังดูแล face อยู่เหมือนเดิม เพราะดูแลจนเป็นกิจวัตรประจำวันกลายเป็นความเคยชินแล้ว อย่างที่บอกว่าปีนี้จะทำผิวให้เป็นสีเดียวกันทั้งตัวให้ได้

วันนี้ไป First Spa หลังจากที่ชวดไปช่วงปีใหม่เพราะลูกค้าเยอะ ห้องไม่ว่าง ไปขัดผิวมาร์กโสมเหมือนเดิม ก็เล่นซื้อคอร์สไว้ตั้ง 15 ครั้ง แง่มๆๆ นึกเสียดายเหมือนกันไม่น่าหลวมตัวเลย ตั้งแต่ได้สูตรมะขามเปียกมา แต่มองโลกในแง่ดีไว้ก่อนว่าข้างหลังฉันขัดเองไม่ได้ แล้วก็ได้อบซาวน์น่า ได้อาบน้ำแร่แช่น้ำนมด้วย ก็โอ.เค.อะนะ พอทำใจได้อยู่

นี่ทางร้านก็เชียร์ฉันซื้อคอร์สพาราฟิน (ผิวขาว) ฉันก็แอบโน้มเอียงไปหลายอึดใจ 5 ครั้ง 15,000 แถมให้อีก 5 ครั้ง เป็น 10 ครั้ง เฉลี่ยครั้งละ 1,500 เกือบจะซื้ออีกแล้ว 555 ใจง่ายจัง แต่พอดี "มะขามเปียก" มันวิ่งผ่านเข้ามาในมโนสำนึกพอดี ก็เลยยับยั้งใจไว้ได้

อยากจะลองดูน่ะเองว่ามะขามเปียกมันจะได้ผลขนาดไหน ถ้าซื้อคอร์สนี้เสียแล้วจะรู้ได้ยังไง อีกอย่างหนึ่งช่วงปีใหม่นี้ก็ใช้เงินกระฉูดเลย ยังไม่อยากเสียตังค์กับเรื่องพวกนี้อีกถ้าไม่จำเป็น เพราะจะต้องซื้อ Skin Food อีกไม่ต่ำกว่า 3,000 ในเร็วๆ นี้เนื่องจากของหมด

แล้วนี่ก็เพิ่งได้ความรู้ใหม่ว่า "นมสด" ที่เป็นส่วนหนึ่งของสูตรขัดผิวมะขามเปียกนั้น หาใช่นมโฟร์โมสต์อย่างที่ฉันใช้ไม่ อุอุ แต่เขาบอกให้ใช้นมตราหมี เพื่อคนที่คุณรักต่างหากล่ะ 555 ฉันก็ว่านมสดของฉันมันน่าจะแหม่งๆ อยู่นะ เอาเป็นว่าคราวหน้าเปลี่ยนมาใช้นมตราหมีแทนแล้วกัน

ทราบแล้วเปลี่ยน....!!!


เพลงดาวไดอารี่ : 13 มกราคม 2551

//www.thairath.co.th/news.php?section=society&content=74876

อ่านไอ้นี่ในไทยรัฐ (ความจริงก็อ่านจากที่อื่นมาก่อนบ้างแล้ว) ทำให้รู้สึกอยากจะปรับเปลี่ยนตัวเองให้มากขึ้นกว่านี้ จากเดิมที่คิดว่ามันดีอยู่แล้ว เพราะเราคิดดี ทำดี อะไรๆ มันก็เลยดีไปหมด ชีวิตก็เลยมีความสุข แต่งกอ่ะ...อยากจะสุขยิ่งกว่านี้ เพราะมันไม่ต้องซื้อหา ไม่ได้มีราคาแพงเหมือนเครื่องสำอาง

หนึ่งในข้อที่เริ่มทำก็คือข้อ 8) ฝึกเขียนขอบคุณสิ่งดีๆในชีวิต เพราะการเขียนเรื่องดีๆทำให้สมองคิดเชิงบวก พร้อมกับหลั่งสารเคมีดีๆออกมา ช่วยให้หลับฝันดี ตื่นมาทำสมาธิได้ง่าย และมีความคิดสร้างสรรค์

เขียนมาได้ 3 วันแล้ว...มันก็รู้สึกดีนะ เพราะบางทีเรื่องเล็กๆ ก็ทำให้เรามีความสุข แต่เราไม่ค่อยจะได้คิดถึงมัน อีกอย่างหนึ่งก็ได้ทบทวนตัวเองด้วยว่าในหนึ่งวันนี้มีอะไรเกิดขึ้นกับเราบ้าง (ตอนที่คิดว่าจะขอบคุณอะไรนั่นแหละ) เรื่องที่ทำให้รู้สึกไม่ดีก็ตัดทิ้งไป หรือไม่ก็มองโลกในแง่งามให้กลายเป็นเรื่องแย่น้อยที่สุดไป

เค้าว่าสวยจากข้างใน...มันทำให้ข้างนอกสวยตามไปด้วย เห็นท่าจะจริง

เพลงดาวไดอารี่ : 18 มกราคม 2551 : ผู้หญิง...อย่าหยุดสวย

ยังคงมีความสุขเกี่ยวกับเรื่องความสวยความงาม แถมได้คุณสามีสนับสนุนอีกต่างหาก ไม่ว่าน้องหนูจะทำอะไร พี่จะอยู่เคียงข้างเสมอ 555

วันก่อนบอกคุณสามีว่านมสดที่ใช้ขัดผิวมะขามเปียก มันไม่ใช่นมโฟร์โมสต์นะ แต่เป็นนมตราหมี ได้ยินดั่งนี้ คุณสามีก็หิ้วนมตราหมีมาฝากฉันในวันหนึ่ง ฉันเห็นแล้วก็อดขำไม่ได้ เพราะคุณสามีซื้อมา 2 กระป๋อง แล้วบอกว่าไม่รู้ว่าจะต้องใช้สูตรไหนดี เพราะมันมีทั้งแบบ "Low Fat" และ "แคลเซียมสูง" ก็เลยเอามาทั้งสองแบบ 555

สรุปว่าฉันเลือกแบบ "แคลเซียมสูง" ก่อน คราวหน้าค่อยขัดสูตร Low Fat อิๆ ครั้งนี้ก็นับเป็นครั้งที่ 5 แล้วในรอบเดือนนี้ที่ฉันขยันนั่งอยู่ในห้องน้ำนานๆ เพื่อขัดสีฉวีวรรณตัวเอง



จุดประสงค์นี่ไม่ใช่อยากจะขาวแบบเว่อร์ๆ หรอกนะ เพราะรู้ว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ คนเราเกิดมายังไงก็ต้องเป็นหยั่งงั้น แต่ที่อยากขาวนี่คือขาวปกติเท่ากับสีผิวที่ควรจะเป็นของตัวเอง เพราะว่าผิวฉันขาดการบำรุงมานานแล้ว ตากแดดตากลมมา 32 ปีจนหมองคล้ำ ครีมกันแดดก็ไม่เคยทา เพิ่งจะมาหัดทาได้เดือนกว่าๆ นี่แหละ

ขอแค่ขาว (ดำนั่นแหละ) ตามชาติกำเนิดก็พอแล้ว

มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่งนะ ขัดครั้งล่าสุดนี้ฉันฮัมเพลงในห้องน้ำด้วยหละ เพิ่งรู้เหมือนกันนะว่าการร้องเพลงในห้องน้ำนี่เสียงของเราจะแปลกไปกว่าปกติ เพราะมันก้องๆ ฟังแล้วเพราะยังไงก็ไม่รู้สิ แต่เสียงเดียวกันนี้ถ้าออกมาร้องนอกห้องน้ำนี่ก็แทบจะต้องอุดหูทีเดียว

ความสุขง่ายๆ ที่หาได้ไม่ยากในชีวิตประจำวัน ช่วงนี้ขยันเป็นพิเศษ เพราะยังไม่ค่อยออกไปผจญภัยในโลกกว้างเท่าไรนัก เดี๋ยวเดือนหน้าแล้วเดือนถัดไปเริ่มจะต้องออกทัวร์ ตจว. แล้ว อาจจะไม่มีเวลามานั่งฮัมเพลงขัดผิวอย่างนี้ นาทีทองแบบนี้...ต้องรีบกอบโกย

ตอนนี้ยังไม่มีใครทัก...ยังไม่มีใครมาบอกว่าดูผ่องขึ้น มันเป็นเพียงแค่ตัวฉันที่รู้สึกไปเองเท่านั้น เอาไว้มีใครมาทักเมื่อไหร่จะรายงานให้ทราบอีกที ประโยคแรกที่พูดนั้นฉันจะถือว่าคือความสำเร็จของฉัน...กับความขยันเรื่องไม่หยุดสวย อิอิ

ผู้หญิง..อย่าหยุดสวย!!! Oriental Princess เค้าว่าไว้อ่ะ

เพลงดาวไดอารี่ : 19 มกราคม 2551

เมื่อวานไปละลายทรัพย์ที่ Skin Food มาอีกแล้ว หมดไป 4 พันเศษๆ หมดไปกับชุด Black Raspberry กวาดมาแทบจะยกไลน์ทีเดียว เพราะว่าใช้แอมพูลแล้วปลื้มมากๆ กับริ้วรอยที่ลดเลือนลงไปและความกระชับผิวหน้าที่รู้สึกได้ แต่ไลน์มะเขือเทศก็ยังใช้อยู่

ตอนแรกกะว่าจะซื้อโทนเนอร์มะเขือเทศขวดเดียวอ่ะ เพราะมันเหลืออีกไม่กี่หยด แต่ทำไปทำมาก็หยั่งว่าแหละนะ คนมันรักเข้าไปแล้ว น้อยกว่านี้ได้ไง...นี่เพื่อนที่ออฟฟิศก็อยากจะซื้อใช้มั่ง (หลังจากเห็นสภาพ before / after ของฉัน) แต่อุปสรรคก็คือไม่มีตังค์ อุอุ อันนี้ก็โต๋ไผโต๋มันละคร๊าบบบ

ส่วนผิวพรรณ...ประเมินผลขัดผิวมะขามเปียก 5 ครั้งที่ผ่านมา โดยมุมมองของคุณสามี...ให้ความเห็นว่า เรื่องขาวยังไม่ขาว เรื่องเนียนยังไม่เนียนเพราะฉันเป็นคนผิวหยาบ/รูขุมขนกว้าง ส่วนเรื่องนุ่มนี่คุณสามีคอนเฟิร์มว่านุ่มขึ้น อิอิ ดีมาสักข้อหนึ่งอย่างนี้ค่อยยังชั่วหน่อย

เพลงดาวไดอารี่ : 20 มกราคม 2551


ท่าทางอยากจะขาวจัด
เมื่อคืนขัดมะขามครั้งที่ 6 รุนแรงไปหน่อย
ซังมะขามข่วน 3 ริ้ว เช้าเห็นรอยแดงมาเชียว
มิน่า...แสบๆ ชอบกล 555

นึกว่าฟองน้ำหรือไงฮะ...

เขาบอกให้เอาแต่เนื้อผสมนมสดก็ไม่ชอบอ่ะ ^^'
มันไม่ค่อยได้อารมณ์สุนทรีย์เท่าไร

คราวหน้าต้องเบามือกว่านี้ :)

เพลงดาวไดอารี่ : 23 มกราคม 2551


เคยขัดหม้อไหม?

ตอนอยู่บ้านนอกเคยขัดบ่อยๆ ใช้ฝอยขัดหม้อขัดดินหม้อที่ติดหม้อ ทั้งดำจากฟืนและดำจากถ่าน สร้างความดำได้ปิ๊ดปี๋ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยได้สัมผัสบรรยากาศอย่างนั้นแล้ว เพราะไม่ค่อยได้ทำกับข้าว หม้อก็เลยไม่ค่อยดำนั่นเอง 555

ที่กล่าวมานั้นจะเปรียบเปรยกับความขยันขัดผิวของตัวเอง วันนี้ขัดเป็นครั้งที่ 7 มะขามผสมนมสดและน้ำผึ้ง ความรู้สึกที่ได้รับรู้สึกเหมือนกำลังขัดหม้อจริงๆ ดินหม้อมันค่อยๆ หลุดออกไปทีละน้อย แอบรู้สึกไปเองอย่างนั้น ประกอบกับทาครีมกันแดดและทาโลชั่นเลยทำให้รู้สึกถึงความแตกต่างจากเมื่อก่อนที่ไม่เคยสนใจมันเลย

ยี่สิบวันเศษๆ กับการดูแลผิวกาย...ทำให้รู้สึกดีได้ขนาดนี้เชียว อย่างไรก็ตาม คงต้องอาศัยความอดทน ขอให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปให้ได้ เหมือนตอนที่ดูแลผิวหน้า กว่าจะทำให้ใครๆ ทักว่าเปลี่ยนไป ก็ใช้เวลาหลายเดือนเหมือนกัน

วันก่อนพี่คนที่ไม่ชอบขี้หน้าฉัน (เลื่อยขาเก้าอี้เลขาฯ ฉันตาหลอดเลยยยยย)...ชมว่าฉันแต่งตัวน่ารัก...ปลื้มทีเดียว แปลว่าเริ่มแต่งตัวเป็น แต่ที่ปลื้มมากกว่านั้นคือการทำให้คนที่ไม่ชอบเราหันมารู้สึกดีกับเรา เหนื่อยเหมือนกันนะ กับพี่คนนี้ใช้เวลามาเป็นสิบปีแล้วที่จะเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของเขา นานเหมือนกัน ฉะนั้น รอผลเรื่องขัดผิวไม่กี่เดือนกี่ปีเท่านี้ คงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร


เพลงดาวไดอารี่ : 21 มกราคม 2551 : แอบเปรี้ยว

เมื่อคืนนี้ไปเมา...เอ๊ย...ไปกินข้าวที่ร้าน "กินลมชมสะพาน" (พระราม 8) แอบเปรี้ยวเล็กน้อย ชุดนี้ซื้อในซอยแถวออฟฟิศราคา 390 บาท ซื้อเข็มขัดแถวเซ็นทรัลลาดพร้าว 130 บาท ความจริงแพงกว่านี้เล็กน้อย แต่ตอนไปซื้อแม่ค้าไม่อยู่ วนไปดูหลายรอบก็ยังไม่มา พอเจอะหน้าฉันก็เลยบอกว่าพี่ขาหนูมาหลายเที่ยวแล้ว ไม่เจอเจ้าของร้านเลย จริงๆ ก็ไม่ได้มีเจตนาอะไร แต่อยากจะบอกว่าหนูอยากได้แต่ไม่มีคนขายให้ พี่เค้าก็เลยบอกว่างั้นพี่ลดให้แล้วกัน โทษฐานที่เสียเวลามาหลายรอบ

ก็พยายามจะหัด Mix & Match อะนะ เพราะว่าฉันทำไม่เป็น จับคู่ จับชุดอะไรไม่เคยจะเหมาะกันเล๊ยยยยยย อาศัยว่า commentator เยอะ พออะไรมันขัดหูขัดตาก็โดนวิจารณ์ซะเสียเซลฟ์ เป็นแนวทางให้นำไปปรับปรุงในครั้งต่อไป

เมื่อวานไม่ได้เอากล้องไปด้วย น่าเสียดาย เลยไม่ได้ถ่ายรูปที่ร้านอาหาร กลับมาถึงออฟฟิศตอนเที่ยงคืน อาการกรึ่มๆ เลยให้เพื่อนที่ออฟฟิศซึ่งอยู่เวรกลางคืนช่วยบันทึกภาพชุดนี้ไว้ให้

ท่อนแขนนางรำ...อีกเดี๋ยวจะสีเท่ากัน ถ้าขยันขัดๆๆๆ แคว่กๆๆๆ

คืนนี้เจอกานนนนน...มะขามน้อย (ภาพหลังขัดผิวมะขามเปียกครั้งที่ 6 สังเกตดูว่าท่อนแขนช่วงล่างยังดำกว่าช่วงบน)




เพลงดาวไดอารี่ : 2 กุมภาพันธ์ 2551 : กำลังจะดำ...ธรรมชาติ


ใจชื้นว่าอาจจะไม่แพ้ Black Raspberry (ที่ทุ่มทุนซื้อมาสามพันเศษๆ) เมื่อหยุดใช้มันชั่วคราว และหยุดรังแกหน้าตัวเองชั่วคราวเพื่อรักษาสิวให้หาย พร้อมสังเกตสังกาว่าอะไรกันหนาที่ทำให้หน้าฉันเห่อสิวแบบนั้น สรุปแบบทึกทักเอาเองว่า...ล้างเครื่องสำอางออกไม่หมดจริงๆ

สองวันที่ผ่านมา กล้าหาญชาญชัยมาก...หยิบ Black Raspberry มาใช้อีกครั้ง (ก็คนมันรักนี่นา) พร้อมกับรอรับชะตากรรมที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ ผลที่ได้รับในช่วง 48 ชั่วโมงนี้คือไม่มีอะไรผิดปกติ นอกจากหน้าเต่งกระชับตามคุณสมบัติที่ได้ใจฉันไปหลังจากใช้แอมพูลมา 2 เดือน

หวังว่าคงจะไม่แพ้นะ...หวังว่าอย่างนั้น

มะเขือเทศก็ยังรักไม่เปลี่ยนแปลง ตอนนี้โต๊ะเครื่องแป้งเต็มไปด้วย Skin Food จนจะเปิดเป็น shop เล็กๆ ได้แล้ว 555 ส่วนที่เบียดพื้นที่ได้พอสมควรก็เห็นจะเป็น มะขามเปียก ที่จับเป็นปั้นๆ ก้อนละ 5 บาท (ถูกแสนถูก) ซื้อมาตุนไว้หลายก้อน แล้วก็นมตราหมีเพื่อคนที่คุณรักครึ่งโหล กะว่าอยากจะขัดเมื่อไหร่ก็ขัดได้เลยไม่ต้องไปวิ่งหา

คืนนี้ขัดอีก อุอุ ครั้งที่ 8 แล้ว...ชอบจังเลยที่สีดำส่วนเกิน (จากธรรมชาติ) มันค่อยๆ หลุดออกไป มองเผินๆ (แบบลึกซึ้ง) เหมือนออกจะด่างๆ แฮะ แต่มองโดยภาพรวมแล้วรู้สึกดี คอยจะเอาแขนไปเทียบกับพุงตลอดเวลา เมื่อก่อนมันตัดกันมากๆ ดำกับขาวอ่ะ เดี๋ยวนี้เริ่มจะใกล้เคียงกันแล้ว

เมื่อก่อนเวลาพับข้อศอก ตรงมุมมันจะดำเป็นปื้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ตอนนี้มีแค่ดำจางๆ เท่านั้นจนแทบจะไม่ดำแล้ว นั่นอาจจะเป็นหลักฐาน Before/After ยืนยันได้ว่า ขัดผิวมะขามเปียก ภูมิปัญญาไทยๆ มันใช้ได้ผลจริงๆ

ฉันกำลังจะดำธรรมชาติแล้ว...เย้ๆๆ (ขาวสุดๆ ได้เท่านี้แหละ อุอุ)

เพลงดาวไดอารี่ : 3 กุมภาพันธ์ 2551 โต๊ะละลายทรัพย์


นั่งมองตัวเองเหมือนคนติดยา (เสพติด) ยังไงก็ไม่รู้ วนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่กับโต๊ะเครื่องแป้ง pantip.com อยู่นั่นแหละ แม้ใครเข้าจะเตือนว่าเป็นห้องละลายทรัพย์ก็ยังอยากจะเข้าไปอยู่

วันนี้ซื้อโลชั่นซึ่งเป็นที่กล่าวขวัญในห้องนั้นมาอีกขวดนึง 555 อันนี้กล้าลงทุนเพราะราคาถูกแสนถูก 150 ml. แค่ 25 บาทเท่านั้น (ยี่สิบห้าบาทถ้วน) มีขายตาม 7-Eleven อีกต่างหาก เค้าว่าใช้แล้วดีก็อยากลองดู

ได้ความรู้มาอีกอย่างหนึ่งในวันนี้...ว่าฉันใช้โฟมล้างหน้าแบบทารุณกรรมผิวหน้ามานานหลายเดือนโดยไม่รู้ตัว อ่านแล้วตกใจมาก เลยต้องรีบเปลี่ยนโฟมล้างหน้าโดยพลัน เพราะของเดิมที่ใช้อยู่นั้นมันเป็น "สครับ"

โอ้...พระเจ้าจอร์จ ฉันสครับผิวหน้าทั้งเช้าเย็นทุกวันอย่างไม่ปราณีมาตั้งนาน ไม่รู้ตัวมาก่อนเลย ฮือๆๆ ยังดีนะที่ผิวหน้าฉันไม่พังยับเยินแต่ออกแนวจะดี ขอโทษด้วยนะ face ไม่ได้ตั้งใจ

วันนี้น้องอี๊ดชมว่า "หน้าเกลี้ยงนะ" ฉันแอบยิ้ม...แปลว่าอาการสิวเห่อหน้าพังที่เกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อนมันเริ่มบรรเทาแล้ว...เย้ๆๆ


เพลงดาวไดอารี่ : 6 กุมภาพันธ์ 2551 : ขัดผิว # 9


ฉันว่าไม่เกินสิ้นเดือน มี.ค.นี้ คราบดำๆ อันเนื่องมาจากผิวหนังถูกทำลาย (32 ปี) คงจะหลุดหายไปจากท่อนแขนนางรำของฉันแน่ๆ ตอนนี้มันหลุดไปเยอะเลย ฉันสังเกตทุกครั้งหลังขัด มันจะเหมือนด่างๆ อะนะถ้าหากเพ่งมอง (ถ้ามองเผินๆ ก็จะไม่เห็น) ตอนแรกมันด่างแบบว่าเปอร์เซ็นต์ความดำเยอะกว่า แต่ว่าตอนนี้เปอร์เซ็นต์ผิวธรรมชาติ (เรียกขาวไม่ได้) มันออกจะมากกว่าแล้วหละ

ดีใจจัง...จะมีผิวสีธรรมชาติ (ลงโทษ) แล้ว


หลังจากขัดผิวมะขามมาทั้งหมด 12 ครั้ง ผลที่ได้รับคือ

สีผิวแขนเริ่มเสมอกันแล้ว

จากที่เมื่อก่อนจะเหมือนป๊อกกี้ (นึกภาพตาม)

ก็คงไม่ขาวไปกว่านี้แล้วหละ หรือจะขาวได้ก็อีกนิดหน่อย

แต่อยากจะสีผิวเสมอกันทั้งตัว (แอบหวังว่าจะขาวได้กว่านี้ เพราะเทียบกับขาอ่อนแล้วตรงนั้นมันยังขาวกว่าแขนอีกเยอะ 555)

อยากจะผิวผ่องอย่างคนสุขภาพดีและใส่ใจตัวเอง

สิ่งที่ได้รับไปแล้วคือ "ความสุข" ทุกครั้งที่ขัดผิวมะขามเปียก

แล้วก็เนียนนุ่มขึ้นจริงๆ


ตอบกระทู้นี้
//www.pantip.com/cafe/woman/topic/Q6358034/Q6358034.html

ของเราใช้สูตรมะขามเปียก + นมสด + น้ำผึ้ง จากที่เก็บข้อมูลในโต๊ะเครื่องแป้งนี่แหละค่ะ แต่เพิ่งจะลองผสมขมิ้นเป็นครั้งแรกเมื่อวันก่อนนี่เอง

เราเทน้ำผึ้งลงไปก่อน แล้วตามด้วยขมิ้นเพื่อดูปริมาณที่เหมาะสมไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป หลังจากนั้นจึงเทนมสดลงไป เสร็จแล้วก็เอามะขามเปียกคนๆๆๆ ส่วนผสมให้เป็นเนื้อเป็นน้ำเดียวกัน เวลาขัดผิวก็เอามะขามเปียกจุ่มแล้วขัดไปเรื่อยๆ จนกว่าน้ำจะหมด มะขามเปียกก็หมดก้อนพอดี (บางสูตรบอกว่าให้ขยำเป็นเนื้อเดียวกัน แต่เราไม่ได้ใช้ค่ะ)

เราไม่ใช่คนผิวขาว แต่ไม่ถึงกับดำ หลังจากดูแลใบหน้าจนเข้าที่แล้วจึงเริ่มหันมาสนใจผิวกายบ้าง ได้สูตรนี้ไปแล้วใช้ได้ดีจนไม่เบื่อที่จะขัดผิวเลย ปกติขัดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จากแขนที่สีผิวไม่เสมอกัน ท่อนบนขาว ท่อนลางดำ (เหมือนป๊อกกี้อย่างที่เขาว่า) ตั้งแต่ต้นปีเราขัดมาได้ 12 ครั้งแล้ว ผลที่ได้ก็คือสีผิวเกือบจะเป็นสีธรรมชาติตามกำเนิด เกือบจะเป็นสีเดียวกันแล้วค่ะ

นอกจากนี้ก็ทาครีมกันแดดด้วยค่ะจากปกติที่ไม่เคยใช้ แล้วก็ใช้โลชั่นเภสัชตามที่เค้าฮิตๆ กัน แต่ว่าผสมกับโลชั่นอื่นด้วยค่ะ ผิวดูดีขึ้น นุ่มขึ้น เนียนขึ้น แอบเห็นว่ามันผ่องขึ้นด้วย แต่คงจะไม่ขาวไปกว่านี้เพราะว่าไม่ใช่คนผิวขาวน่ะเอง

ผลพวงอีกอย่างหนึ่งที่ได้จากการขัดผิวก็คือเราได้แช่เท้าในน้ำอุ่นขณะขัดผิวด้วยค่ะ ปกติไม่ค่อยดูแลเท้าเท่าไร (แฮ่ ^^') บางทีก็หมักผม บางทีก็มาร์กหน้าไปในคราวเดียวกัน เรียกว่ายิงปืนนัดเดียว ได้สวยทั้งตัว เอ๊ย...ได้นกหลายตัวค่ะ

สุดท้ายตอบเรื่องผิวเหลือง (ซะที) อย่างที่ว่าไปข้างต้นแหละค่ะ ลองหาปริมาณที่เหมาะสมนะคะ แล้วก็อย่าไปแตะต้องผงขมิ้นโดยตรง (เราถึงได้ละลายก่อนไงคะ) เพราะไม่อย่างนั้นเหลืองแน่นอนค่ะ

เอารูปหลังขัดผิวมะขามเปียกมาให้ดูด้วย ยังไงก็ขอให้สวยๆ นะคะ...^^








 

Create Date : 19 เมษายน 2551   
Last Update : 19 เมษายน 2551 14:16:55 น.   
Counter : 21928 Pageviews.  

Review Skin Food : รีวิว 'สกิน ฟู้ด' (2)

Skin Food Choco Melt Lip Tube

สกินฟูด ชอกโก้ เมท ลิป ลิปกลอสเนื้อเนียนนุ่ม ให้การบำรุงริมฝีปากด้วยคุณค่าจากโกโก้และโจโจ้บาออย ให้สีสันอ่อนบาง ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ (ใช้ทาที่ริมฝีปาก)

ความจุ 14 กรัม 380 บาท



หมายเหตุ :
1) ปกติใช้แต่ลิปสติก
2) อยากลองลิปกลอส (วัยรุ่นๆ ดูบ้าง เผื่อจะกระชากอายุ อุอุ)




รวมราคาทั้งสิ้น 2,405 บาท
มีบัตรลด 20% หั่นออกไป 481 บาท
ต้องทุบกระปุกทั้งสิ้น 1,924 บาทถ้วน

ตอนแรกว่าจะซื้อครีมกันแดดมะเขือเทศด้วย แต่ว่า Sun Base (ไดเมื่อวาน) ของ Missha ก็น่าสนมิใช่น้อย ฉะนั้น ใช้อันนี้ให้มันหมดไปก่อนดีกว่าแล้วค่อยว่ากันอีกทีว่าจะเลือกใช้ครีมกันแดดของอะไรดี เพราะเท่าที่ใช้ของ Missha ก็เวิร์กทีเดียว

บัตรลด 20% จะหมดอายุ 30 มิถุนายนนี้ แต่ว่าต้องรีบใช้เพราะว่าโทนเนอร์มันจะหมดแล้วน่ะสิ อีกอย่างหนึ่งเดือนสิงหาคมนี้ก็จะได้บัตรลดอีก 25% เพราะว่าเป็นวันเกิด

ใครจะฝากซื้อล็อตนี้ก็ได้นะคะ ยินดีหิ้วมาให้แล้วส่งทาง ปณ. โดยไม่คิดค่าจัดส่ง (โทษฐานที่รู้จักกันมานาน) หรือจะนัดไปเจอแล้วช้อปพร้อมกันก็ได้ (แต่ทางเลือกหลังอาจจะลำบากหน่อย เพราะฉันไม่ค่อยว่าง นึกจะไปก็ไปเลย)

จะได้เสียตังค์อีกแว้ววววว


เพลงดาวไดอารี่ : 27 พฤษภาคม 2550 มาร่ำสกิน ฟู้ด กันโยวโฮ!


ตอนนี้เกิดอาการสับสนทางจิตเล็กน้อย สืบเนื่องมาจาก "โทนเนอร์" พีช สาเก สุดเลิฟกำลังจะหมดขวดในไม่ช้า คาดว่าจะสามารถชุบสำลีเช็ดหน้ากระชับรูขุมขนได้อีกไม่เกิน 7 วัน ฉะนั้น จึงต้องรีบหาโทนเนอร์ขวดใหม่มาทดแทนซึ่งได้เคยรีวิวไว้แล้วว่าอยากได้...แอปเปิ้ล ไวท์เทนนิ่ง โทนเนอร์

ปัญหาคือว่า
1) มีบัตรลด 20% หมดอายุ 30 มิ.ย. ซึ่งต้องรีบใช้เพราะ....
2) เดือนสิงหาคม (เดือนเกิด) จะได้บัตรลดอีก 25% แง๊วๆๆ
3) หลังจากนั้นในฐานะสมาชิกจะได้ส่วนลดแค่ 5% เท่านั้น...ไม่คุ้ม ไม่คุ้ม

คิดแบบแจ๊ค สแปรโรว์ (บอกตัวเองอย่างนั้น) ฉันจะวางแผนการซื้อ skin food ของตัวเองยังไงดีเนี่ย ให้มันคุ้มค่าและประหยัดเงินตราในกระเป๋า แบบว่ารักพี่เสียดายน้องอ่ะ

1) อยากซื้อให้ครบ 3,750 หักส่วนลดแล้วจะเหลือ 3,000 พอดี...หวังคอร์สนวดหน้าฟรีอีกหนนั่นเอง แต่...ซื้อมากมายขนาดนั้นมันเกินความจำเป็นอ่ะ

2) ถ้าทำอย่างนั้น...เว้นอีกแค่สองเดือนฉันก็ต้องจ่ายตังค์อีกในโอกาสที่ได้ส่วนลด 25% แล้วคิดหรือว่าถึงวันนั้นฉันจะไม่อยากได้คอร์สนวดหน้าฟรีอีกคำรบ แปลว่าต้องจ่ายอีก 3,000 ในเวลาใกล้เคียงกัน

เวรจริงๆ...สรุปว่าฉันจะซื้อของเฉลี่ย 2 เดือน 3,000 (เดือนละ 1,500...บ้าไปแล้ว) คนหัดสวยเค้าเป็นอย่างนี้กันทุกคนหรือเปล่านะ ไอ้อยากได้มันก็อยากได้อยู่หรอก กะตังค์ก็มีจ่าย...ติดอยู่แค่...เกรงใจพี่แป้นแล้นอ่ะ หาเงินแทบตาย คุณภรรยาเอามาผลาญกับเครื่องสำอางโม้ดดดดดดดด

ไม่นับเสื้อผ้า...และเครื่องประดับที่ระยะนี้ขยันซื้อไม่แพ้กัน
.
.
ผู้ชายเค้าจะว่าอะไรผู้หญิงอย่างเราไหมนะ (พอดีฉันเพิ่งเป็นโรคนี้อ่ะ)


ความสุขที่ฉันดื่มไม่ได้





เพลงดาวไดอารี่ : 3 มิถุนายน 2550 กระเป๋าฉีกครับท่าน


ในที่สุด...หึ หึๆๆๆ

อะไรเอ่ย...อยู่ในถุง?



1. capucino scrub body wash ราคา 690 บาท
2. apple whitening toner ราคา 985 บาท
3. boccoli sun care ราคา 695 บาท
4. banana concealer ราคา 430 บาท
5. apple whitening essense ราคา 1,060 บาท
6. lime secret shine base ราคา 620 บาท

รวมทั้งสิ้น 4,480 บาท
ส่วนลด 20% เป็นเงิน 896 บาท
คงเหลือจ่ายจริง 3,584 บาท

แว้กกกกกกกกกกกกกกกกกกกก




สิ่งล่อตาล่อใจที่ได้มา


- กระเป๋าผ้าสีเหลืองแป๋น1 ใบ (โทษฐานที่ซื้อครบ 3,000 ถ้าซื้อไม่ครบได้แค่ถุงกระดาษ

- ได้แสตมป์สะสม 7 ดวง ขาดอีก 3 ดวงเท่านั้นก็แลกของได้ในมูลค่า 500 บาท (โทษฐานที่ซื้อครบ 500 บาท จะได้ 1 ดวง)


- Tester 3 รายการ (น้อยมาก...เมื่อเทียบกับครั้งก่อน)

- ได้คอร์สนวดหน้าฟรี 1 ครั้ง...อันนี้แหละสำคัญ (โทษฐานที่ซื้อครบ 3,000 เช่นกัน)

กระเป๋าฉีกครับท่าน
แต่...เต็มใจ



1. capucino scrub body wash ราคา 690 บาท

ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 8 คะแนน

ความเห็น : สครับผิวกายชิ้นแรกที่ได้ใช้ แอบชอบกลิ่นกาแฟ ตอนลงอ่างแล้วเอากาแฟนี้สครับผิวนะ...หืม...อารมณ์ระรื่นทีเดียวเชียว ตอนสครับผิวก็เหมือนเอากาแฟมาขัดผิวน่ะ อาบน้ำเสร็จแล้วกลิ่นกาแฟยังหอมจรุงฟุ้งขจรผิวกายอยู่เลย หลั่นล้าๆๆ แต่แอบหักไป 2 คะแนน ไม่รู้จะบอกว่าหักอะไรไป คือแบบว่ามันยังพอใจไม่เต็มร้อยแบบสุดๆ ที่จะให้ 10 คะแนนน่ะค่ะ

ใช้ต่อไหม : ของเก่ายังไม่หมดค่ะ คิดว่าถ้าหมดแล้วจะลองตัวอื่นนะคะ (แปลว่าไม่ใช้มั้ง)




2. apple whitening toner ราคา 985 บาท

5. apple whitening essense ราคา 1,060 บาท

จุดเด่น : ลดรอยด่างดำบนใบหน้า

ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 9 คะแนน

ความเห็น : ถ้ารีริวตอนที่ยังไม่ได้ใช้มะเขือเทศ อาจจะให้ 10 เต็มค่ะ แต่พอได้ใช้มะเขือเทศเลยแอบหักไป 1 แต้ม โทษฐานที่ทำให้พอใจน้อยกว่า

ใช้ต่อไหม : เลิก (อีก) แล้วค่ะ เพราะหลงรักมะเขือเทศไปเรียบร้อยแล้ว





3. boccoli sun care ราคา 695 บาท
ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 8 คะแนน
ความเห็น : เป็นครีมกันแดดชิ้นแรกที่ใช้ จึงยังไม่มีอะไรเปรียบเทียบ และยังไม่ทำให้เกิดพอใจสูงสุด จึงแอบหัก 2 คะแนน
ใช้ต่อไหม : คิดว่าคงจะหาอะไรที่ลงตัวกว่านี้

4. banana concealer ราคา 430 บาท
ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 7คะแนน
ความเห็น : ก็น่าจะดีสำหรับคนที่ใช้เป็น แต่ฉันใช้ไม่เป็น ก็เลยคิดว่าซื้อมาแล้วไม่คุ้มเลย (ปัญหาที่คนใช้ ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์)
ใช้ต่อไหม : ไม่ดีกว่าค่ะ ตอนนี้เป็นของไร้ค่าอยู่ในกระเป๋าเครื่องสำอาง





6. lime secret shine base ราคา 620 บาท

ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 0 คะแนน (ศูนย์คะแนนถ้วน)

ความเห็น : แอบซื้อตามกระแสฮิตในช่วงนั้นค่ะ แต่ซื้อมาแล้วรู้สึกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ Skin Food ชิ้นเดียวที่ซื้อมาแล้วเสียใจมากๆ (ยิ่งกว่าคอนซีลเลอร์ที่ไม่ได้ใช้อีก) เพราะว่าใช้แล้วเหมือนเอาน้ำมันหมูมาทาหน้าไว้ตลอดเวลา แม้จะชอบประกายวิ้งๆ แต่ถ้าหน้ามันแผล่บทั้งวันอย่างนั้น คงจะบ๋ายบายดีกว่าค่ะ ตอนนี้นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง

ใช้ต่อไหม : อ่านความเห็นแล้วคงจะแจ้งจางปางนะคะ





เพลงดาวไดอารี่ : 24 มิถุนายน 2550 บ้า บ้า บ้า


วันนี้ได้รีแลกซ์ตัวเองอย่างเต็มที่...ฉันไปเซ็นทรัล ลาดพร้าว ไปใช้สิทธิ "นวดหน้าฟรี" จาก Skin Food ในฐานะที่ซื้อของไปสามพันกว่าบาทเมื่อช่วงต้นเดือน รู้สึกว่าจะติดการนวดหน้าไปแล้ว มันเพลินดี แล้วก็ (อุปทาน) ว่าใบหน้ามันดีขึ้น นอกเหนือจากการบำรุงทุกวี่ทุกวัน

เสร็จแล้วก็เสียตังค์อีกเล็กน้อย เป็นค่าความอยากสวย ได้ยาทาเล็บมา 2 ขวด ๆ ละ 85 บาท น้ำยาล้างแสนแพงขวดละ 165 บาท (รู้งี้ซื้อเซเว่นดีกว่า) ส่วนอีกอันหนึ่งเห็นเค้าเรียกว่า Cheek Color Pan ไม่รู้มันคืออะไร หุหุ รู้แต่ว่ามันเหมือนบลัชออนน่ะ แต่หยิบตรงที่มีโบว์นั่นมาแต้มๆ ตรงแก้ม ฉันเลือกสีชมพูชมพู อยากจะเป็นสาวใสๆ น่ะ (ไม่ดูวัยเล๊ยยยยยยย...ยาย) อันเล็กแค่เนี้ย 430 บาท ทั้งหมดนี้หักส่วนลดแล้วเหลือ 743.50

เนี่ยก็เกิดกิเลสอีกแล้ว เพราะเห็นไลน์ผลิตใหม่ที่เพิ่งจะนำเข้ามาเป็นไลน์ "มะเขือเทศ" และ Black Raspberry โอ๊ววววว...เห็นแล้วเกิดกิเลสชะมัด มั่นใจได้เลยว่าเดือนสิงหาคมนี้ (วันเกิดได้ส่วนลด 25%) กระเป๋าฉันจะฉีกครั้งใหญ่ เพราะมีโปรโมชั่นซื้อสินค้า 9 ชิ้นได้คอร์สนวดหน้า 8 ครั้ง ห๊า!!! 8 ครั้งเชียวเหรอ น้ำลายไหลซิครับท่านผู้ชม แต่คงจะเป็นลมอีกตลบเพราะต้องเตรียมตังค์ช้อปไม่ต่ำกว่า 5-6 พัน

Skin Food นี่ดูดตังค์ในกระเป๋าฉันได้ดีจริงๆ...แต่ก็มีความสุขคุ้มกับเงินที่เสียไป อย่าไปคิดอะไรมาก อะไรซื้อแล้วสบายใจก็ซื้อไป ทำงานขนาดนี้ ให้รางวัลและดูแลตัวเองบ้างสิ (ปลอบใจตัวเอง)



ของทั้งหมดที่ซื้อมาวันนี้ (24 มิ.ย.)



อันนี้แหละ Cheek Color Pan (เพิ่งรู้จักมันครั้งแรกในชีวิต)

ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 9 คะแนน

ความเห็น : ใช้แล้วแก้มชมพู๊ ชมพูดี (แอ๊บเด็กได้เนียน 555) ตอนแรกเห็นมีอยู่นิดเดียวติดก้นกระปุก แต่ใช้ไปใช้มา อืม...ใช้ได้นานเหมือนกันแฮะ นี่ก็ตบมาหลายเดือนแล้ว ยังไม่หมดซะที ทั้งๆ ที่ตบเกือบทุกวัน

ใช้ต่อไหม : คงจะใช้นะคะ ถ้ายังแอ๊บเด็กได้เนียน ^^




ได้ Tester ไลน์ "ฟักทอง" มาลอง 3 ชิ้น




เพลงดาวไดอารี่ : 4 กันยายน 2550 สาวกตัวยง



ตอนไปประชุมนอกออฟฟิศเมื่อวันก่อน พี่ที่รู้จักกันคนหนึ่งทักว่า เดี๋ยวนี้ดูดีขึ้นผิดหูผิดตา ฉันแอบยิ้ม...ปลื้ม...ก่อนจะโต้ตอบบทสนทนาว่า...หลายคนก็พูดแบบนี้ ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน

ตอนไปอบรมนักศึกษาที่นครศรีธรรมราชเมื่ออาทิตย์ก่อน มีนักศึกษาคนหนึ่งบอกว่า เห็นพี่ตอนแรกนึกว่านักศึกษาที่มาอบรมด้วยกัน ฉันแอบยิ้ม...ปลื้ม...อะไรทำให้เราดูเด็ก (ฟระ)

ตอนไปอบรมที่หาดใหญ่ ผู้เข้าอบรมคนหนึ่งเรียกน้องดาวอย่างนั้น น้องดาวอย่างนี้ ตอนหลังรู้ว่าฉันอายุมากกว่า 6 ปี...เขาอึ้ง แล้วถามฉันว่าพี่ดูแลตัวเองยังไงถึงได้ดูเฟิร์มอย่างนี้ (เฟิร์มอะไรของแกฟระ เพิ่งจะผ่านสภาพโทรมๆ มาเมื่อไม่นานนี้เอง)

ช่วงนี้มักจะได้รับคำชมจากใครหลายคน รู้สึกดีกับตัวเองไม่น้อย แม้จะไม่ค่อยมีเวลา แต่ก็พยายามดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่เสมอ จนคนเห็นภายนอกนึกว่าสดใส หารู้ไม่ว่าข้างใน...สภาพมันผุพังเต็มทีแล้ว เพราะไม่ค่อยได้พักผ่อน

เริ่มกินวิตามินซีแล้วหลังจากหาความรู้อยู่พักหนึ่ง ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่ก็ต้องลองดู เพราะเราไม่มีเวลาไปสรรหาคุณค่าทางอาหาร ถ้าไม่เสริมเลยจะแย่กว่านี้ กินมาเกือบหนึ่งเดือน รู้สึกดีขึ้น ไม่ค่อยเป็นหวัดฟุดฟิดๆ เหมือนเมื่อก่อน บางทีอาจจะอุปทานไปเองก็ได้ แต่ก็รู้สึกดี

ยังเป็นโรคบ้า Skin Food อยู่เหมือนเดิม เป็นสาวก Skin Food ตัวยง อาทิตย์ก่อนโทนเนอร์หมดช่วงที่ต้องไปต่างจังหวัดหลายวัน เอาไงดีล่ะ เป็นเดือนเกิดเสียด้วย ได้ลดตั้ง 25% แน่ะ...กะว่าจะสอยให้หนำ สุดท้ายได้โทนเนอร์แอปเปิ้ลที่ต้องการมาหนึ่งขวดใช้แทนขวดที่หมด แถมด้วยเบสองุ่นขวดนี้ ใช้แล้วรู้สึกดีจัง ดีกว่าเบสพีชสาเกเสียอีก

เคยคิดคิดว่าตัวเองหน้าหนา...แต่ที่ไหนได้...ที่แท้ก็หน้าบางเหมือนกันแฮะ ฉันยอมรับความจริงแล้วว่าฉันแพ้ชุดพีชสาเก เพราะหน้าเป็นผดเล็กๆ ตอนแรกคิดว่าไม่ใช่ เพราะชอบมาก พยายามเข้าข้างตัวเอง แต่สุดท้ายความจริงก็คือความจริง เมื่อหยุดใช้ชุดพีชสาเก ผดเหล่านั้นก็หายไป

สรุปว่าฉันถูกกับชุดแอปเปิ้ลมากกว่า แต่ว่าเร็วๆ นี้จะไปสอยชุดมะเขือเทศแล้ว เพราะเค้าว่ากันว่าคุณสมบัติใกล้เคียงกัน (มะเขือเทศออกจะดีกว่านิดๆ) ตอนนี้สนิทกับบีเอแล้ว ไม่จำเป็นต้องใช้บัตรสมาชิกลด 5% เพราะได้ลดมากกว่านั้น

นี่ก็โดนบีเอกล่อมให้ซื้อชุดโปรโมชั่น จ่ายครบเซตประมาณ 7-8 พันบาท ได้นวดหน้าฟรี 8 ครั้ง อู้ววววว...จะบ้าไปกับเขาดีไหมเรา เพราะปกติซื้อครบ 3,000 ถึงจะได้นวดหน้าฟรีครั้งหนึ่ง....คิดหนักๆ แต่ของที่อยากได้รวมมูลค่าแล้วมันก็เฉียดๆ ราคาเซตนั้นนะ

ตอนนี้รายได้อยู่ในช่วงขาขึ้น เป็นเหตุให้ซื้อทุกสิ่งทุกอย่างที่อยากได้ ทำให้รู้สึกว่าตัวเองใช้เงินฟุ่มเฟือย ใช้อะไรไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง แต่อีกมุมหนึ่งฉันมองว่า ทำงานมาแทบตาย ให้รางวัลกับชีวิตบ้างเถอะ เดี๋ยวตาย (ในหน้าที่) แล้วจะไม่ได้ใช้ตังค์

อีกอย่างหนึ่งใช้แล้วคนอื่นเห็นผล...ใช้แล้วคุ้มมีคำชมให้ได้ยิน มันก็น่าลงทุนมิใช่หรือ น่าเสียดายที่ไม่ดูแลตัวเองตั้งแต่ยังสาว เพิ่งจะมาดูแลตอนแก่ยามนี้เลยออกจะช้าเกินไป แต่ก็ยังไม่สายเกินไปเท่าไหร่ที่จะฟื้นฟูตัวเอง

หลงรักเบสขวดนี้เข้าให้แล้ว




ช่วงเดือนสิงหาคมเป็นเดือนเกิดที่สามารถใช้สิทธิ์ส่วนลด 25%
ฉันได้ไปใช้สิทธิ์ก็ช่วงเดือนกันยายน เพราะเดือนเกิดตัวเองยุ่งมากๆ
งานนั้นหมดไป 6 พันกว่าบาท ได้ของมาเพียบเลย


ไลน์มะเขือเทศที่ไปสอยมา (Skin Food Tomato Whitening)

ประกอบด้วย
1) โทนเนอร์
2) อิมัลชั่น
3) เซรั่ม
4) ครีม


ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 10 คะแนน

ความเห็น : หลังจากลองชุด 'พีช สาเก' แล้วแพ้ (ฮือๆๆ ไม่ยอมๆ เค้าชอบกลิ่นอ่ะ) ก็หันไปหาชุด 'แอปเปิ้ล' ซึ่งก็ทำให้พอใจในระดับหนึ่ง เพราะหลายคนทักว่าหน้าขาวใสขึ้น แต่พอได้มาใช้ชุด 'มะเขือเทศ' แล้ว มันให้ความรู้สึกดีกว่านะ แม้ว่าคุณสมบัติจะใกล้เคียงกัน อาจจะเป็นเพราะว่าผิวหน้าได้รับการบำรุงจากพีช สาเก และแอปเปิ้ล มาบ้างแล้ว (สุขภาพผิวหน้าเริ่มดีขึ้นแล้วนั่นเอง) เมื่อได้มาใช้มะเขือเทศซึ่งเป็นชุดที่ 3 จึงได้เปรียบกว่าชาวบ้านหน่อย ในฐานะที่อยู่ปลายทาง เปรียบพีช สาเก เป็นช่วงทำถนนลูกรัง แล้วมะเขือเทศเป็นช่วงลาดยางแล้วนั่นแหละ

แบบว่าแอบคิดในมุมกลับ ถ้าฉันเริ่มบำรุงจากมะเขือเทศไปหาพีช สาเก ในช่วงเวลาเดียวกัน ผลจะเป็นอย่างไร แต่คิดไปคิดมาอย่าคิดให้ปวดหัวเลย เพราะตอนนี้ชัดแจ้งแล้วว่าฉันแพ้ชุดพีช สาเก เพราะเป็นผดเล็กๆ ขณะที่ใช้ชุดมะเขือเทศแล้วไม่เป็น แล้วชุดมะเขือเทศก็มีสปอต เซรั่มที่ได้ใจฉันไปสุดๆ อีกต่างหาก ดังนั้น การใช้ผลิตภัณฑ์ชุดเดียวกันทั้งหมดน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ใช้ต่อไหม : ใช้แน่นอนค่ะ เพราะเมื่อรู้ตัวว่ารักมะเขือเทศ ก็ฝากน้องซื้อจากเกาหลีมาตุนไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ

หมายเหตุ : เนื่องจากครีมบำรุงเยอะมาก ฉันจึงใช้ โทนเนอร์, อิมัลชั่น และเซรั่ม ในตอนเช้า (แอบสมมติเป็น Day Cream) ส่วนกลางคืนใช้ โทนเนอร์, อิมัลชั่น และครีม (แอบสมมติเป็น Night Cream) เพราะว่าเนื้อครีมจะเข้มข้นน่าจะเหมาะกับการใช้กลางคืนมากกว่า แล้วตอนเช้าก็รีบๆ เร่งๆ ถ้าโบ๊ะครีมบำรุงผิวหน้ามากมายขนาดนั้น ได้ไปทำงานสายกันพอดี ขณะที่สปอต เซรั่ม จะใช้ช่วงที่มีจุดไม่พึงประสงค์ ผุดขึ้นบนใบหน้าแล้วต้องการกำจัดมันไปค่ะ




Skin Food Grape Seed Oil Cleansing Cream
ครีมเช็ดเครื่องสำอางค่ะ ราคา 550 บาท

ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 10 คะแนน

ความเห็น : เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ใช้ BIO-ESSENCE Deep Cleansing Milk (ความเห็นที่ 17) เมื่อเปรียบเทียบกับตัวนี้แล้วให้ความรู้สึกแตกต่างกันมาก เพราะ BIO-Essence เหนียวเหนอะหนะและรู้สึกเหมือนเช็ดไม่สะอาด กลิ่นก็งั้นๆ แต่ Skin Food ตัวนี้หอมดี จัดเข้าขั้นหอมมาก (สำหรับฉัน) เช็ดเครื่องสำอางได้หมดจด แล้วก็ไม่เหนียวเหนอะหนะกับใบหน้า บางทียังแอบนึกว่าเป็นอิมัลชั่น จะไม่ล้างหน้าซะงั้น 555

ใช้ต่อไหม : ใช้ต่อแน่นอนค่ะ ชอบมาก




ชิ้นแรกที่อยู่ด้านในสุดคือมาร์คข้าว...ยอดฮิต

สรรพคุณคงไม่ต้องบรรยายอะไรมากเพราะรู้ๆ กันอยู่แล้ว แต่ความรู้ใหม่ที่ฉันได้รับจาก BA ทำลายความเข้าใจ (ที่คิดว่า) ผิดๆ เพราะอ่านกระทู้ที่นี่บอกว่าให้ใช้มาร์คน้ำตาลก่อน แล้วตามด้วยมาร์คข้าว

แต่...พระเจ้า!!!

BA บอกว่า มาร์คน้ำตาล และมาร์คข้าว มีสครับเหมือนกัน ไม่ควรใช้คู่กันแบบนี้ เพราะเดี๋ยวได้หน้าพังกันพอดี (อ้าว! อย่างนั้นเหรอเพ่ ใช้อย่างนี้มาครึ่งปีแล้วอ่ะ) สรุปว่าพอซื้อเซตนี้ฉันจึงบริหารจัดการเรื่องการมาร์คหน้าของตัวเองใหม่ โดยใช้มาร์คน้ำตาล + มาร์คแตงกวา หรือไม่ก็มาร์คข้าว + มาร์คแตงกวา ประมาณว่าไม่ใช้ 2 มาร์คยอดฮิตคู่กันอีกแล้ว เพราะกลัวหน้าพังนั่นเอง

แล้วนี่ก็คือมาร์คแตงกวา (กระปุกด้านขวามือ)

________________________________________


Skin Food Cucumber Soothing Mask Wash Off
มาร์คแตงกวาจ้า...ราคา 520 บาท

ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 8

ความเห็น : น่าจะโดดเด่นเรื่องให้ความชุ่มชื้นตามสรรพคุณของแตงกวา แต่ตัวนี้ใช้แล้วไม่รู้เป็นไร รู้สึกคันเล็กๆ ที่ใบหน้าจนคิดว่าน่าจะแพ้ แต่ก็ยัง (ทู่ซี้) ทนใช้ต่อไป เพราะดูสภาพใบหน้ารวมๆ แล้วไม่ได้มีผด ไม่ได้มีอาการแพ้อย่างอื่น พอล้างมาร์คแตงกวาออกก็หายคันเล็กๆ แล้ว สรุปว่าหัก 2 คะแนนตรงที่คันนี่แหละ เพราะทำให้รู้สึกไม่มั่นใจที่จะให้ละเลงใบหน้าต่อไป

ใช้ต่อไหม : คิดว่าไม่ใช้นะคะ กลัวเหมือนกัน อาการคันๆ เนี่ย




เบสและแป้งองุ่น...รักสุดๆ ประทับใจมากๆ (รีวิวภายหลัง)




ทาปากอ่ะ ตอนแรกนึกว่ายาทาเล็บ (รีวิวภายหลัง)




รวมของทั้งหมดที่ซื้อครั้งนี้

ได้สิทธิ์นวดหน้าฟรี 8 ครั้ง...!!!
ได้สิทธิ์นวดหน้าฟรี 8 ครั้ง...!!!
ได้สิทธิ์นวดหน้าฟรี 8 ครั้ง...!!!
ได้สิทธิ์นวดหน้าฟรี 8 ครั้ง...!!!
ได้สิทธิ์นวดหน้าฟรี 8 ครั้ง...!!!
ได้สิทธิ์นวดหน้าฟรี 8 ครั้ง...!!!
ได้สิทธิ์นวดหน้าฟรี 8 ครั้ง...!!!
ได้สิทธิ์นวดหน้าฟรี 8 ครั้ง...!!!





Tester ที่ได้มา



ไดอารี่ด้านบนเขียนไว้ตามวันที่ระบุไว้ค่ะซึ่งผ่านมาก็หลายเดือนแล้ว เป็นช่วงเวลาที่จะพอให้คำตอบได้ว่าเราใช้แล้วเป็นยังไง เพราะแค่ใช้เพียงไม่กี่อาทิตย์คงตอบอะไรมากไม่ได้ แต่เสียดายที่ช่วงวันเกิดซึ่งเป็นช่วงไฮไลท์ที่ได้ลด 25% แล้วก็ซื้อเยอะมากๆ กลับงานยุ่งมากๆ จนไม่มีเวลาบันทึกอะไรเลยค่ะ ได้แต่ถ่ายภาพไว้ก่อนจะสลายโต๋สกินฟู้ดทั้งหลาย นี่ก็คิดว่าถ้ามีเวลาจะจับเอา Skin Food ที่ซื้อตั้งหมดตั้งแต่แรกมาถ่ายภาพรวมกัน คงจะมโหฬารบานตะไททีเดียวเชียวค่ะ

ส่วนด้านล่างนี้เป็นของที่ฝากน้องที่ออฟฟิศซึ่งไปเกาหลีช่วยหิ้วมาให้ คำนวณเป็นเงินไทยเฉียดๆ 6,000 บาท แต่ซื้อที่เกาหลี 3,050 บาทเองค่ะ



ชิ้นแรก : Skin Food Black Raspberry Saeng-Gi Ampoule

สาเหตุที่ซื้อ
1) อยากลองไลน์แบลค ราสเบอรี่
2) เมืองไทยแพ๊งแพง ตั้ง 1,300 แน่ะ ขวดติ๊ดเดียว
3) ฝากซื้อจากเกาหลีจะถูกกว่าครึ่งหนึ่ง

ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 9 คะแนน

ความเห็น : พอใจกับสิ่งที่ได้รับจากผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ค่ะ เพราะให้ความชุ่มชื้นดีมาก แล้วทำให้รู้สึกใสๆ ที่ใบหน้า แล้วก็รู้สึกเปล่งปลั่งกระชับอย่างที่ในเว็บบอกจริงๆ (ก่อนหน้านี้ที่ยังไม่ได้ใช้...ไม่เคยรู้สึกอย่างนี้) อาจจะเป็นอุปทานหรือเปล่าไม่แน่ใจ ส่วนริ้วรอยก็จางลงอย่างชัดเจนเหมือนในเว็บว่า แต่แอบหัก 1 คะแนน ตรงที่แพ๊งแพงนี่แหละ 555

ใช้ต่อไหม : คิดว่าคงจะใช้แน่นอนค่ะ แต่คงต้องฝากผู้ใจบุญช่วยหิ้วมาจากเกาหลี เพราะที่เมืองไทยแพ๊งแพง

ราคาประเทศไทย : 1,300 บาท
ราคาที่เกาหลี : 650 บาท (เป็นไงล่ะค่ะ ถูกกว่ากันซะขนาดนี้)



ชิ้นที่สอง : Skin Food Tomato Whitenning Spo Serum

สาเหตุที่ซื้อ
1) ไลน์มะเขือเทศมีทุกชิ้นแล้ว ขาดชิ้นนี้ชิ้นเดียว เพราะแอบแพง เลยไม่อยากซื้อ
2) ถ้าฝากซื้อจากเกาหลีจะถูกกว่าครึ่งหนึ่ง จิ้มเครื่องคิดเลขแล้ว...น่าลอง
3) อยากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญหาจุดด่างดำ เพราะยังไม่มี

ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 10คะแนน

ความเห็น : ก่อนหน้านี้ชุด 'มะเขือเทศ' ทำให้ลืมไลน์ พีช สาเก และ แอปเปิ้ล ไปจนหมดจากใจ หลงรักมะเขือเทศอย่างถอนตัวไม่ขึ้น (เว่อร์อีกแล้ว 555) เมื่อได้มีโอกาสลิ้มลองผลิตภัณฑ์ชิ้นสุดท้ายของไลน์นี้ ยิ่งทำให้รู้สึกรักไลน์มะเขือเทศมากขึ้น เพราะสปอต เซรั่ม หลอดนี้ ช่วยลดเลือนจุดด่างดำได้ดีจริงๆ ไม่เกิน 3 วัน หายวับไปกับตาอย่างน่าประหลาดใจ (ก่อนหน้าที่ยังไม่ได้ใช้...รู้สึกว่าจุดด่างดำเลือนช้า)

ใช้ต่อไหม : ชัวร์ป้าดดดดดด

ราคาประเทศไทย : 1,150 บาท
ราคาที่เกาหลี : 600 บาท (แค่ระยะทางที่ห่างไกล ทำให้ระยะราคาต่างกัน)



ชิ้นที่สาม : Skin Food Grape Seed Oil Body Emulsion
(โลชั่นทาผิวกายเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวค่ะ)

สาเหตุที่ซื้อ
1) หลงรักครีมเช็ดเครื่องสำอางองุ่นค่ะ เพราะกลิ่นห้อมหอม...เลยคิดว่าโลชั่นนี้จะหอมเหมือนกัน
2) ถ้าฝากซื้อจากเกาหลีจะถูกกว่าครึ่งหนึ่ง จิ้มเครื่องคิดเลขแล้ว...น่าลอง (อีก)
3) แบบว่าบำรุงแต่ผิวหน้าค่ะ ผิวกายไม่เคยบำรุง (555) เมื่อผิวหน้าลงตัวแล้ว จึงหันมาดูแลบอดี้บ้างหละ

ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 0 คะแนน (ศูนย์คะแนนถ้วน)

ความเห็น : ผิดหวังอย่างรุนแรง เพราะกลิ่นไม่หอมอย่างที่คิดไว้ ออกแนวเหม็นแบบรับไม่ได้ มันเป็นความผิดของฉันเองที่ไม่ดมกลิ่น (ที่ร้านเมืองไทย) ให้ดีซะก่อน คิดเอาเองว่าชอบแป้งองุ่น เบสองุ่น ครีมล้างเครื่องสำอางองุ่น...ฉะนั้น อะไรๆ ที่เป็นองุ่นก็คงจะทำให้ฉันพอใจได้เหมือนกันซึ่งเป็นความคิดที่ผิดอย่างมหันต์ แถมโลชั่นออกแนวเหนอะหนะอีกต่างหาก ใช้แล้วปวดใจ แต่ก็ต้องทนๆ ใช้ให้หมดๆ ไป

ราคาประเทศไทย : 600 บาท
ราคาที่เกาหลี : 400 บาท (ถึงจะถูกกว่าไทย แต่เทียบอารมณ์ที่ได้ทำให้รู้สึกแพ๊ง แพง แพง แพง แพง แพง)




ชิ้นที่ 4 และ 5 : Skin Food Tomato Whitening
1) อิมัลชั่น
2) เซรั่ม

สาเหตุที่ซื้อ
1) หลงรักหัวปักหัวปำและคิดว่าต้องใช้อีกแน่ๆ
2) เกาหลีถูกกว่าครึ่งหนึ่ง เรื่องอะไรจะซื้อที่เมืองไทย (จ่ายแพงกว่าทำไม)

ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 10 คะแนน

ความเห็น : ไม่เคยรักใครเท่าติ๋ม

ราคาประเทศไทย : 1,050 + 1,050 = 2,100 บาท
ราคาที่เกาหลี : 700 + 700 บาท (จัดว่าแพงเหมือนกันเพราะไม่ใช่ราคาครึ่งหนึ่งเหมือนชิ้นอื่น)


*** ถ่ายจากมือถือค่ะ ภาพเลยไม่ค่อยชัดเท่าไร ***




Tester ที่ได้มาจากเกาหลีค่ะ ประกอบด้วย
1) Black Sesame Hot Mask
2) ครีมฟักทอง (ซึ่งได้มาเยอะแล้ว)

ความจริงได้มาเยอะกว่านี้ แต่น้องที่ฉันฝากซื้อบอกว่าเขาไม่รู้ภาษาเกาหลี จึงขอให้คนที่เค้ารู้ภาษาเกาหลีช่วยซื้อให้ ผลลัพธ์ก็คือเมื่อได้ Tester มา เขาก็ขอเอาไป น้องจะไม่ให้ก็กระไรอยู่ ก็เลยเหลือเอามาให้ฉันดูต่างหน้าเท่านี้

แอบเคืองนะเนี่ย...แต่เมื่อคิดว่าเขาก็อุตส่าห์มีน้ำใจ ก็เลยหยวนๆ กันไป




ปิดท้ายค่ำคืนนี้ด้วย 'โฉมหลัง' ของเพลงดาวเจ้าของกระทู้ค่ะ
ไม่อายที่จะเผยโฉมหน้านะคะ เพราะว่าภูมิใจนำเสนอค่ะ
แต่ด้วยจรรยาบรรณแพทย์ เอ๊ย...จรรยาบรรณของโลกแห่งความจริง
จึงไม่อาจเปิดเผยใบหน้าที่แท้จริงได้

ข้อมูลส่วนตัว
อายุอานาม : ปาเข้าไป 32 เศษๆ แล้วค่ะ (แต่ยังแจ๋วอยู่นะคะ 555)
สถานะภาพ : สมรส (ขายออกแล้ว เย้ๆๆ)
อาชีพ : พนักงานบริษัท (ใหญ่มั่กๆ ขายดีที่ซู๊ดดดดดด)
ตำแหน่ง : เลขานุการ (อดีตหญิงสาวที่ทำตัวโซ๊ม...โทรม...ทำให้ผู้บังคับบัญชาอับอายขายหน้ามาสิบกว่าปี)
สโลแกน : ผู้หญิง...อย่าหยุดสวย (เย้ยยย...นั่นมัน Oriental Princess แล้ว)








 

Create Date : 19 เมษายน 2551   
Last Update : 19 เมษายน 2551 10:18:26 น.   
Counter : 7423 Pageviews.  

Review Skin Food : รีวิว 'สกิน ฟู้ด' โดย สาวกเพลงดาว

เพลงดาวไดอารี่ : 4 เมษายน 2550

น้ำหนักล่าสุดชั่งเมื่อดึกๆ วานนี้...
เนื้อหนังมังสาของฉันรวมทั้งสิ้น 40.6 กิโลกรัม

รู้สึกดีใจเล็กๆ ที่อุตส่าห์ทำน้ำหนักมาได้จนเกินสี่สิบ ก.ก.เล็กน้อยแล้ว เพราะตอนที่เริ่มรู้สึกตัวว่าร่างกายผ่ายผอมเนื่องจากมีคนทักหลายๆ คนติดต่อกันช่วงปีที่แล้ว ตอนนั้นหนักแค่ 39 ก.ก.เท่านั้น แต่หลังจากกินตะบี้ตะบันหั่นแหลก ฉันก็ค่อยๆ น้ำหนักกระเตื้องขึ้นทีละเล็กทีละน้อย จนมาถึงระดับ 40.6 ก.ก.นี้แหละ

ฉันคงจะไม่หยุดน้ำหนักไว้เพียงเท่านี้ เพราะจะยังคงตั้งหน้าตั้งตากินต่อไป เพื่อให้อ้วนท้วนสมบูรณ์เหมือนชาวบ้านเค้ามั่ง แต่ดูเหมือนจะยากนะ เพราะเนี่ยก็พยายามกินมาครึ่งปีแล้ว เพิ่งจะขึ้นมาได้แค่ 1.6 ก.ก.เท่านั้นเอง...เอาน่า...พยายามต่อไป สักวันคงจะอ้วนพีเป็นหมีแพนด้าๆๆๆ

ต่อเนื่องจากเรื่องร่างกายผอมโซ...ก็มาถึงเรื่องผิวพรรณที่ซูบซีดไม่ผ่องใสอย่างที่ควรจะเป็น เพราะงานหนักและอดหลับอดนอน ถ้าไม่บำรุงเสียเลย ฉันคงจะเหมือนซากศพดีๆ นี่เอง ผอมกระหร่องก็อย่างนั้น หน้าโทรมๆ ก็อย่างนั้น

ฉันจึงเริ่มหันมาดูแลและสนใจเรื่องความสวยความงามของตัวเองอย่างจริงๆ จังๆ แต่ยังไม่ได้เริ่มต้นเท่าไรนัก เพราะไม่ค่อยมีความรู้เรื่องไก่งามเพราะขนเลยจริงๆ ให้ตายสิ...

อายุที่ขึ้นเลข 3 มาปีเศษๆ ฉันเริ่มรู้จักคำว่าริ้วรอยแล้วว่ามันเป็นยังไง อาจจะเป็นเพราะฉันไม่เคยบำรุงตัวเองเลยนับตั้งแต่เป็นสาวเมื่อครึ่งหนึ่งของชีวิตที่ผ่านมา มันก็เลยไม่ค่อยเหมือนผู้หญิงทั่วๆ ไปที่หน้าใส...หน้าเด้ง...แต่ก็คิดว่าเริ่มต้นตอนนี้ก็คงจะไม่สาย ว่าแล้วก็เริ่มลงมือ...ปฏิบัติ!

เอ...ว่าแต่จะเริ่มยังไงดีล่ะ เครื่องสำอางยี่ห้อไหนจะเหมาะกับ (เงินในกระเป๋า) เรา...ฉันจึงเฝ้าเพียรถามคนนั้นคนนี้ว่าเขาใช้อะไรกัน คนหนึ่งก็ยี่ห้อหนึ่ง คนนั้นก็อีกยี่ห้อหนึ่ง สรุปว่าฉันสับสนไปหมด ไม่รู้ว่ายี่ห้อไหนดี เพราะทุกคนก็บอกว่าต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเรา...เอ้า! แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงล่ะเนี่ย

ต้องไปทดสอบผิวหน้า...วิเคราะห์ งึมๆ งำๆ โหย...เป็นผู้หญิงเนี่ยทำไมมันยากหยั่งงี้นะ ช่วงวันสองวันที่ผ่านมาฉันจึงนั่งเปิดเว็บไซต์เกี่ยวกับเครื่องสำอางดูหลายเว็บไซต์ แล้วในที่สุดฉันก็ตัดสินใจเลือกที่จะไปหายี่ห้อนี้ก่อน...SHISHEDO ใครมีคำแนะนำอะไรให้ฉันไหม ปกติซื้อแต่ของเด็กๆ แบบตามเซเว่นและแคตตาล็อกทั่วไปที่เพื่อนๆ ในออฟฟิศเอามาขายน่ะ

ที่เลือกเนี่ยก็หวังว่ามันจะสร้างความมั่นใจให้กับฉัน...เพราะว่าฉันวางแผนจะไปนวดหน้า ไปทำนั่นทำนี่เหมือนที่ผู้หญิงทำกันหลายอย่าง รู้สึกว่าจะมีศูนย์อยู่ที่สยามดิสคัพเวอรี่นะ...อยากจะดูแลตัวเองให้ดูดีว่างั้นเถอะ...สะตุ้งสตังค์ก็มี ทำงานตั้งมากมาย ไม่รู้ว่าจะงกไว้ทำไม แต่ก็ไม่รู้ว่าจะดีไหม เพราะแค่นึกว่าจะต้องไปทำอะไรอย่างนั้น ฉันก็นึกไม่ออกว่าฉันจะเอาเวลาที่ไหนไป (วะ) คะ

เพลงดาวไดอารี่ : 6 เมษายน 2550


วันนี้จะไปปาดเครื่องสำอางที่เซ็นทรัลฯ ล้างแค้นเมื่อวานนี้ที่ไม่ได้ไปน่ะ แต่ว่าจะไปตอนกลางวัน ชะแว้ปๆๆ ไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับ เพราะเล็งๆ ไว้แล้วว่าอยากได้อะไรมั่ง ตอนแรกอยากจะลอง shiseido แต่ทำไปทำมา เมื่อวานนี้ไปนั่งอ่านกระทู้พันทิพย์ โอ้โห..ทำไมคนคลั่ง Skin Food กันเยอะแยะนักนะ

ฉันก็เพิ่งเคยได้ยินชื่อเป็นครั้งแรกนะเนี่ย (ไปอยู่หลังเขาไหนมาเนี่ย) มันเป็นเครื่องสำอางสัญชาติเกาหลีซึ่งเข้าใจได้ว่าคงจะเข้ามาพร้อมกับกระแสฮิตละครเกาหลีในบ้านเรา เล็งไปเล็งมาเลยคิดว่าอยากจะลองดูเสียหน่อย เพราะฉันก็เพิ่ง 31 น่าจะจัดอยู่ในวัยเครื่องสำอางระดับนี้ไปก่อน (เขาว่าระดับเดียวกับ Oriental Princess) แล้วค่อยไต่ระดับไปยังเครื่องสำอางที่ไฮโซกว่านี้ เพราะตอนนี้เงินเดือนก็ยังโลโซอยู่

ตัวที่เล็งๆ ไว้ก็มี...

ชุดพีช สาเก...อ่านดูแล้วรู้สึกว่าฮิตมากๆ

ชุดแอปเปิ้ล ไวท์เทนนิ่ง...แพงนิดแต่เขาว่าโอมั่กๆ

มาส์คข้าว...นี่ก็ฮิตติดลมบน ใช้แล้ว (เขาว่า) หน้านุ้มนุ่ม

ได้ข่าวว่าซื้อครบ 3,000 บาท มีโปรโมชั่นแถมชุดแปรง แล้วก็นวดหน้าฟรีด้วย คนในกระทู้บอกว่าเวิร์กมั่กๆ ส่วนวันเกิดได้ลด 25% ไม่รู้จริงไหม เดี๋ยวย่องไปดูก่อน มีเว็บไซต์เอาไว้ดูยั่วกิเลส...

//www.skinfoodthailand.com



เพลงดาวไดอารี่ : 7 เมษายน 2550 (เริ่มเป็น) สาวก Skin Food


รวดเร็วทันใจดีจริงๆ ไม่รู้เงินในกระเป๋ามันร้อนหรือยังไง ฉันจึงอยากจะปล่อยออกเสียอย่างนั้น ในที่สุดก็ได้กระเป๋าฉีกสมใจ จากกิเลสที่เกิดขึ้นจากการอ่านกระทู้ pantip.com มากๆ มันทำให้อยากรู้...อยากลอง...โอ้ว...ยังมีความรู้สึกแบบนี้ แปลว่าฉันยังวัยซะรุ่นอยู่นี่นา หุหุ

Skin Food...มันทำให้ฉันรู้สึกดีทีเดียวเชียว วันนี้จ่ายตังค์ไป 3,520 บาท เพื่อซื้อชุด Peace Sake (พีช สาเก) ตามภาพที่เอามาโชว์ เพิ่งไปถอยออกมาจากเซ็นทรัลลาดพร้าวแบบสดๆ ร้อนๆ เลยนะนั่น สรุปว่าไปปาดไลน์ พีช สาเก มาหมดทุกผลิตภัณฑ์ (มีแค่ 4 ชิ้นเนี่ยแหละ) แล้วก็สอยมาส์คข้าวที่เค้าว่าดีนักดีหนามาครอบครอง

สิ่งที่ได้แถมมาด้วย...

- สมัครเป็นสมาชิก (ฟรี) ไปเรียบโร้ย ร.ร.เพลงดาว ถ้าซื้อของครั้งต่อไปฉันจะได้ส่วนลด 5%

- แต่...อ๊ะ อ๊ะ...ระหว่างนี้เค้ามีบัตรลด 20% ให้นะ เพียงแต่มันอายุสั้นหน่อย ใช้ได้แค่ 30 มิ.ย.2550 นี่เอง แต่ฉันก็เล็งๆ ว่าจะใช้มันอยู่นะ เพราะว่ายังอยากได้อีกหลายชิ้น...อุอุ กิเลสยังไม่หมด

- เดือนสิงหาคมอันเป็นวันเกิดฉัน...ฉันจะได้ส่วนลด 25% ในการซื้อสินค้าของเค้า ว๊าว....เดือนนั้นคงช้อปแหลกอีกเหมือนกัน

- อ้อ...วันนี้ฉันซื้อครบ 3,000 บาท ได้ไอ้นี่มาด้วย เช็คราคาจากเว็บไซต์รวมๆ กันแล้วมูลค่าพันกว่าบาท เหลืองได้ใจดีจัง แต่เขาว่าขนแปรงมันแข็ง ไม่รู้จริงหรือเปล่า เพราะฉันยังไม่ได้มา BA ยังค้างฉันอยู่เนื่องจากของขาดสต๊อก ไว้ฉันไปนวดหน้าเมื่อไรค่อยไปรับ...แง่มๆ

- ยังไม่หมด...ฉันได้สิทธิ์นวดหน้าฟรีจากการซื้อครบ 3,000 บาทนี้ด้วย แต่จะไปวันไหนต้องโทร.นัดล่วงหน้านะ เท่าที่ดูโปรแกรมคร่าวๆ ราคาคอร์สนี้ก็ประมาณ 3,000-4,000 บาทอ่ะ

ก็คิดว่าทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมา...ก็พอจะได้อรรถประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐศาสตร์ เนื่องจากวันนี้หลังจากลองใช้เป็นครั้งแรก...รู้สึกชอบนะ แต่ของแบบนี้ใช้วันเดียวไม่รู้หรอก ต้องลองกันไปนานๆ ว่าแต่ว่าสัปดาห์หน้าจะหาคิวไปนวดหน้าเสียหน่อย...ดีนะที่สาขาอยู่เซ็นทรัล ลาดพร้าว แค่นี้ ไม่ต้องถ่อสังขารไปไกล แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะนะ ใกล้อย่างนี้แต่ถ้าไม่มีเวลาก็อดไปเหมือนกัน


อีกยี่สิบกว่าวันที่เหลือก็คงจะกินมาม่าหรือไม่ก็กินแกลบแทนแล้วกัน 555
กดเครื่องคิดเลขแล้วได้ผลลัพธ์ = 3,520 บาท



มือสั่นอ่ะ...ถ่ายไม่ชัด อันบนคือบัตรสะสมแต้ม...อันล่างบัตรลด 20%



ชุดแปรงแต่งหน้าที่ได้แถมมาด้วย



เพลงดาวไดอารี่ : 8 เมษายน 2550 ยังไม่เลิกบ้า


ยังไม่เลิกบ้า Skin Food คับ! คุณผู้ชม...

ฉันเข้าใจวิญญาณ ความรัก ความรู้สึกของสาวๆ ในห้องโภชนาฯ ของพันติ๊บเลยว่าเป็นยังไง ถึงได้มาปั่นกระทู้ Skin Food กันสาหัสสากรรจ์ขนาดนั้น เพราะฉันเองก็เกือบจะไปโพสต์กระทู้รีวิว Skin Food ที่ฉันซื้อเหมือนกัน แต่ไม่เอาอะ อยู่เฉยๆ แอบมองอยู่ห่างๆ ดีกว่า ถ้าอยากรู้ว่าฮอตแค่ไหนก็ลองเข้าพันติ๊บแล้ว search คำว่า "Skin Food" ดูก็จะรู้แจ้ง

เมื่อวานลืมไปว่านอกจากของแถมที่กล่าวไปแล้ว...ฉันก็ยังได้ Tester มาลองอีกหลายชิ้น แต่แจกเพื่อนฝูงไปบ้างแล้ว จึงเหลือไว้ให้ตัวเองแค่นี้ เท่าที่รู้ๆ มา BA เขาจะดูว่าเราสนใจตัวไหนแล้วยังไม่ซื้อก็มักจะแถมตัวนั้นให้ ฉะนั้น สิ่งที่ฉันได้มาเยอะเป็นพิเศษจึงเป็น Tester ของชุด Apple Whitening นั่นเอง ส่วนอีกอันที่ฉันสนใจก็จะเป็น มาส์ค น้ำตาล เค้าว่าใช้คู่กับมาส์คข้าวจะเวิร์กมากๆ คิดว่าอีกไม่นานนี้ก่อนที่บัตรลด 20% จะหมดอายุ ฉันจะต้องไปสอยมาแน่ๆ ยังไม่หมดอ่ะ ยังมีครีมกันแดด Tomato อีกอัน เอ๊ะ...ความจริงก็ยังมีนั่น ยังมีนี่...ไม่รู้สินะ หลงกลิ่นยังไงชอบกล มันหอมน่ารักๆ ไปหมด อยากได้ๆๆๆ ไม่เคยรู้สึกอะไรอย่างนี้เลย อุอุ

น่าเสียดายที่ 'คนที่คุณก็รู้ว่าใคร' เพิ่งกลับจากเกาหลีเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง...ถ้ารู้มาก่อนหน้านี้นะ ฝากผู้บังคับบัญชาซื้อจะถูกกว่านี้ครึ่งหนึ่งทีเดียว เพราะราคาในเมืองไทยมันแพงเว่อร์ๆ เดี๋ยวได้ข่าวใครไปเกาหลีอีกเมื่อไร ฉันคงไม่พลาดฝากซื้อแน่นอน...ยอมรับเลยว่าไอเดียเค้าเจ๋งมั่กๆ ที่เกาะกลุ่มวัยรุ่นได้หนึบอย่างนี้ packaging ก็น่าสนใจ เห็นแล้วอยากได้ปายโม้ดดดดดด



ชุด Apple Whitening (ในกล่อง) กับ มาส์ค น้ำตาล (ในซอง)



เพลงดาวไดอารี่ : 20 เมษายน 2550 ยังอยู่ในโหมดบ้า (skin food)


หายหัวไปหลายวัน...ความจริงอยากอัพแต่ก็ไม่มีเรื่องอะไรจะอัพนอกจากเรื่อง Skin Food พอเริ่มจะเขียนทีไรก็อับอายตัวเองทุกที ว่าแล้วก็แอบบ้าอยู่คนเดียวดีกว่า...หนุกดี

เสียตังค์ไป 3.5K เศษๆ อย่างไม่เสียดายเลย ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนค่อนข้างจะงกเรื่องความสวยความงาม อาจจะเป็นเพราะว่างานนี้ใช้แล้วไม่ผิดหวังก็ได้มั้ง เมื่อก่อนใช้อะไรก็สิวขึ้นจนต้องล้างหน้าด้วยน้ำเปล่า แล้วก็งดใช้เครื่องสำอางทุกชนิด รวมถึงพวกครีมบำรุงต่างๆ ด้วย

คุณสามียังบอกว่าหน้าดูใสขึ้นนะ ไม่รู้ว่าพูดเอาใจหรือเปล่า แต่ตัวเราเอง...รู้สึกดีจริงๆ เพียงแต่คนอื่นอาจจะไม่ค่อยรู้สึก เพราะว่าหน้าฉันไม่เคยบำรุงอะไรเลย มันก็เลยโทรมมาก คงจะต้องใช้เวลาฟื้นฟูนานหน่อย แถมยังเป็นคนรูขุมขนกว้างอีกต่างหาก เนี่ยถ้าดูแลตั้งแต่สาวๆ ป่านนี้ใสปิ๊งๆ เหมือนชาวบ้านเค้าไปแล้ว...ฮิ้ววววว

ตอนนี้ก็หยอดกระปุกอยู่...ว่าจะไปสอยมาร์คน้ำตาล (Black Sugar) ยอดฮิตมาอีก 1 กระปุก ราคา 600 บาท ลองใช้ตัว Tester แล้ว หลงรักในบัดดล อยากได้ๆๆๆ (แม้ว่าจะชอบมาร์คข้าว-Rice Mask ที่ใช้อยู่ตอนนี้มากกว่า) แล้วก็ยังเล็งอื่นๆ อีกหลายชิ้น แต่คงต้องทิ้งช่วงสักเดือนสองเดือน รอให้กระเป๋าตุงกว่านี้ก่อน เพราะตอนนี้แฟบเหลือเกิน

ชุดแปรง...ที่ได้แถมแต่วันนั้นไม่ได้เพราะของหมด...ฉันก็ไปรับมาเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับใช้สิทธินวดหน้าฟรี 1 ครั้ง ตามสิทธิที่ได้รับ นวดหน้าหลายขั้นตอนมาก ตอนมาร์คหน้านี่หลับไปเลยเพราะทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที พอนวดหน้าเสร็จเค้าก็แต่งหน้าให้...แต่งแบบใสๆ เป็นวัยรุ่นเลยอ่ะ โทนสีฟ้าๆ กระชากวัยเป็นบ้า อุอุ แอบเนียน

คิดว่าฉันคงจะบ้า Skin Food ไปอย่างนี้อีกสักพักคงหาย...



เพลงดาวไดอารี่ : 22 เมษายน 2550 ไปสอยมาร์คน้ำตาลมาแว้ววว


เมื่อวานนี้ไปจ่ายค่าโทรศัพท์มา...ผลพวงจากการไปจ่ายค่าโทรศัพท์ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว มันก็อดไม่ได้ที่จะต้องขึ้นบันไดเลื่อนไปอีกชั้นหนึ่ง เป้าหมายเดียวที่เป็นเหมือนที่พักพิงใจ ไปเดินที่ร้าน Skin Food ปล่อยกิเลสของตัวเองเพ่นพ่านเสียเต็มร้าน ในที่สุดก็สอยสิ่งที่ต้องการมาแบบใจง่าย....มาร์คน้ำตาล Black Sugar ที่ฉันถวิลหา

BA Skin Food น่ารักมากๆ...ฉันบอกว่ายังไม่อยากใช้บัตรลด 20% เพราะมันใช้ได้ครั้งเดียว ฉันจะอยากจะเอาไว้ใช้อีกสักเดือนสองเดือนตอนที่ซื้อของมากกว่านี้ (อีกสัก 3,000 เอาโปรโมชั่นนวดหน้าแถมอีกที) ตอนนี้ฉันอยากได้มาร์คน้ำตาลแค่กระปุกเดียว มีทางไหนที่จะช่วยฉันได้ไหม...BA นิ่งคิดอยู่หนึ่งอึดใจ...พี่อย่าเอ็ดไปล่ะ เดี๋ยวหนูหาบัตรลด 10% ให้...ว๊าววว!

สรุปว่ามาร์คน้ำตาลกระปุกนี้ราคา 600 บาท...อาศัยลูกตีซี้กับ BA ได้ลด 10% เป็นเงิน 60 บาท เหลือยอดที่ต้องจ่ายจริง 540 บาท...ก็ยังดีอ่ะ สรุปว่าบัตรสมาชิกบัตรแข็งที่ฉันจะได้ภายในหนึ่งเดือนนี้ฉันไม่ใช้ดีกว่า เพราะได้ลดแค่ 5% เท่านั้น สู้ใช้บัตรตีซี้อย่างนี้ก็ไม่ได้ 555

ตอนใช้ตัว Tester ก็หลงรักมันเข้าเต็มเปา...พอได้มาใช้เต็มๆ แบบนี้ยิ่งหลงรักเข้าไปใหญ่ โดยเฉพาะใช้คู่กับมาร์คข้าวนี่ด้วยแล้ว โอ๊ววว...เอาสเต็กมาแลกก็ไม่ยอม

วันนี้น้องที่ออฟฟิศคนหนึ่งที่ไม่ได้เจอกันประมาณ 2-3 สัปดาห์ทักฉันว่า..."พี่ดาวไปทำอะไรมา ดูหน้าใสขึ้นนะ" ยิ้มปลื้มปากฉีกถึงรูหูสิคับ! ท่านผู้ชม...รอให้คนชมอย่างนี้มานานแล้ว นอกจากคุณสามีแล้วก็ไม่เห็นใครชมซะที แต่ก็ไม่ขาดความมั่นใจหรอก เพราะมองกระจกทีไรแล้วรู้สึกภูมิใจตัวเองมากกว่าเมื่อก่อนเย้ออออออ



มาร์คข้าว VS มาร์คน้ำตาล

ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 10คะแนน

ความเห็น : มาร์คข้าวกับมาร์คน้ำตาลที่เป็นมาร์คขั้นเทพแล้วค่ะ สุดยอดจริงๆ ไม่ลองไม่รู้ค่ะ แต่ทั้งสองอย่างให้ความรู้สึกแตกต่างกันนะคะ มาร์คข้าวจะรู้สึกแข็งกร้าว ขณะที่มาร์คข้าวให้ความรู้สึกอ่อนโยน

ใช้ต่อไหม : ไม่มีอะไรที่จะหยุดยั้งได้...ต้องใช้ต่อแน่นอนค่ะ




เพลงดาวไดอารี่ : 25 เมษายน 2550 สุดยอด...!


ทุกครั้งที่กลับมาถึงบ้านก็มักจะถามตัวเองอยู่บ่อยๆ ว่า...มาร์คหน้าครั้งสุดท้ายเมื่อไร ส่วนใหญ่คำตอบที่ได้รับก็คือ...เพิ่งจะมาร์คเมื่อวานนี้เอง?!? อืม...ทำไมอยากจะมาร์คทุกวันก็ไม่รู้สินะ ทั้งๆ ที่ไม่ค่อยจะมีเวลาเท่าไร อาจจะเป็นเพราะความบ้ายังไม่ทุเลาก็เป็นได้มั้ง แม้จะอยากทำขนาดไหนก็ต้องอดใจไว้ เพราะเขาให้ทำแค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้งเท่านั้น แต่ฉันจะเล่นมาร์คแบบวันเว้นวันอย่างนี้...เดี๋ยวหน้าก็พังกันพอดี

ตอนที่เริ่มเป็นสาวกใหม่ๆ...รู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไรนัก ถ้าหากฉันใช้แล้ว ผิวพรรณไม่ดีขึ้น ฉันคงจะเสียความรู้สึกน่าดู...ดังนั้น นับจากช่วงต้นเดือนที่ไปสอยชุด "พีช สาเก" มาทั้งไลน์ฉันก็อดทนรอคอยผลของมันอย่างใจจดใจจ่อเพราะใช้แค่วันสองวันคงจะบอกอะไรไม่ได้

จนตอนนี้เวลาผันผ่านไป 2-3 สัปดาห์แล้ว...สิ่งที่เห็นชัดเจนก็คือรูขุมขนเล็กลงกว่าเมื่อก่อนหลายเท่านัก...สุดยอดไปเลย! ผิวหน้าที่ดูเหมือนถนนลูกรัง (อันนี้ก็เว่อร์ปายยย) เพราะรูขุมขนกว้าง...ก็เริ่มจะเหมือนลาดยางมะตอยแล้วหละ รู้สึกดีเป็นบ้า...รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงขึ้นเยอะทีเดียว

ตัวที่อยากแนะนำอีกอย่างก็คือเบส...ตอนแรกก็ไม่รู้จักหรอกว่ามันคืออะไร ปกติใช้แป้งตลับกับแป้งเด็ก...ได้อ่านจากกระทู้ pantip ก่อนเป็นสาวกก็ยังไม่เก็ต แม้จะซื้อมาแล้วก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่ามันคืออะไร 555 (กรรม!) รู้แต่ว่าใช้แล้วเครื่องสำอางติดทนดีมาก...ใบหน้าที่เคยเหมือนเคลือบด้วยน้ำมันหมูก็ดูเหมือนจะเป็นอดีตไปแล้ว เพราะเบส (พีช สาเก) ตัวนี้ควบคุมความมันดีมากๆ...สุดยอด!

น่าเสียดายที่สาวไทยต้องใช้ของแพง เพราะเป็นราคาเกาหลี x 2 นั่นเอง...

หลอดที่นอนแอ้งแม้ง...เบส (พีช สาเก)


ความพึงพอใจ : เต็ม 10 ให้ 9 คะแนน

ความเห็น : เป็นเบสตัวแรกในชีวิตที่ได้ลองก็เลยรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย ตอนใช้ครั้งแรกรู้สึกพอใจ ควบคุมความมันได้ดีในระดับหนึ่งค่ะ (ค่อนไปทางมาก) แต่แอบหักคะแนน เพราะว่าตอนนี้ใช้เบสองุ่นอยู่ค่ะ มันยอดมากจนสิ่งที่วันหนึ่งเราคิดว่าวันเลิศเลอแล้ว กลายเป็นตกกระป๋องไป (อย่างเบสสาเกชิ้นนี้)

ใช้ต่อไหม : เลิกแล้วค่ะ เพราะแอบปันใจให้เบสองุ่นซะแล้ว




เพลงดาวไดอารี่ : 27 เมษายน 2550 ได้บัตรสมาชิกแล้ว


เมื่อกี้นี้เปิดตู้ไปรษณีย์หน้าบ้าน มีซองสีน้ำตาล 1 ซองปะปนอยู่กับใบแจ้งหนี้ต่างๆ เห็นแล้วก็ยิ้ม skin food น่ะเอง สงสัยจะส่งบัตรสมาชิกมาให้มั้ง ว่าแล้วก็รีบเปิดซองดู...ใช่จริงๆ ด้วย


เรียน ท่านสมาชิก SKIN FOOD

บริษัท มาลาคี จำกัด ยินดีต้อนรับท่านเข้าสู่ครอบครัว SKIN FOOD ด้วยสิทธิประโยชน์พิเศษมากมายที่ท่านสมาชิกจะได้รับ อาทิ เช่น

- Gift Voucher 25% สำหรับสมาชิกที่เกิดในเดือนนั้นๆ (พร้อมแสดงบัตรประชาชน)

- ลด 5% สำหรับสมาชิก (ยกเว้นยาทาเล็บ)

- แต้มสะสมครบ 500 บาท ได้รับสะสมแต้ม บราๆๆๆ (ครบเท่าไรได้เท่าไรน่ะ ขี้เกียจพิมพ์)
รับบริการ ฟรี แต่งหน้า โดยต้องนัดล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน

- ได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องจาก skin food

แล้วก็บราๆๆๆๆ สรุปว่าค่อนข้างผิดหวังเล็กน้อยกับสิทธิประโยชน์พิเศษในฐานะสมาชิก เพราะนอกจากส่วนลด 5% กับแต่งหน้าฟรีแล้วก็ไม่มีอะไรน่าสนใจมากไปกว่านี้เลย แถมฉันไม่มีบัตรก็เคยได้ลด 10% มาแล้ว มากกว่าสมาชิกเสียอีก แต่ก็เอาเถอะ ถ้าฉันหมั่นขยันไปแต่งหน้าฟรีก็คงจะคุ้มอยู่บ้างหรอก...หุหุ



ครอบครัว Skin food ของฉัน



เพลงดาวไดอารี่ : 20 พฤษภาคม 2550 มีตา...หามีแววไม่



เหมือนเริ่มหัดเป็นผู้หญิงยังไงก็ไม่รู้สิ...

สาบานได้ว่าตั้งแต่เกิดมาเป็นผู้หญิง ยังไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้หญิงเท่าเวลานี้มาก่อน ประหลาดใจตัวเองเหมือนกันที่หลงคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชายอยู่เสียนาน เหอๆ ความจริงแล้วฉันเป็นผู้หญิงนี่หว่า...ฉะนั้น...ต้องสนใจเรื่องสวยๆ งามๆ บ้าง เดี๋ยวจะเสียชาติเกิดซะ

ต่อเนื่องจากโครงการดูแลตัวเอง ฉันก็เริ่มซ่ามากขึ้นด้วยการหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องผู้ยิ้งงงง...ผู้หญิง เวลาเปิดนิตยสารต่างๆ ก็ชอบที่จะดูพวกเครื่องสำอาง (จากเมื่อก่อนที่ไม่เคยชายตาแล) เวลาเปิดอ่านกระทู้ก็จะได้ความรู้เรื่องนั้นเรื่องนี้มาประดับสมอง บางทีก็ขำๆ อย่างเช่นวันก่อนที่ไปรื้อๆ จัดๆ ของแล้วก็พบเครื่องสำอาง 1 ใน 2 ชิ้นซึ่งมีพี่ที่รู้จักกันเขาซื้อมาให้แทนคำ 'ขอบใจ' ที่ฉันได้ช่วยเหลืองานของเธอเมื่อประมาณปลายปีที่แล้ว

คราวนั้นได้มาแล้วก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะไม่ได้แต่งตัว ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางอยู่แล้ว จึงโยนๆ แหมะไว้ตรงไหนสักแห่งโดยไม่ได้คิดจะใส่ใจ (เขารู้จะเสียใจไหมนะ) แต่หลังจากที่เข้าไป search กระทู้ skin food อยู่พักใหญ่ๆ จนกลายเป็นสาวก ได้รู้ได้เห็นได้คุ้นชื่อเครื่องสำอางยี่ห้อหนึ่งมันติดหูติดตามา เพราะว่ามันเป็นแบรนด์เกาหลีเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ได้สนใจอยู่ดี จนกระทั่งมาจัดของวันก่อนแล้วเจอเครื่องสำอางชิ้นนี้อีกทีนั่นแหละ...เฮ้ย!!! นี่มันยี่ห้อที่เราเจอในกระทู้นี่นา

อารมณ์อยากรู้จึง search ดูอีกที //www.misshathailand.com แล้วก็คลิกหารูปเครื่องสำอางชิ้นนี้ โอ๊ว...มันคือ "ครีมกันแดด" นี่เอง แล้วก็ยังสามารถใช้ทาเป็นmake up base ได้อีกด้วย ราคา 475 บาท อืม...ถือว่าราคาพอประมาณทีเดียวเมื่อเทียบกับแพ็คเกจเล็กๆ ของมัน ว่าแล้วอีกทีก็ search หาเครื่องสำอางอีกชิ้นหนึ่งที่พี่เค้าซื้อมาให้พร้อมกัน BIO-ESSENCE Deep Cleansing Milk อันนี้ไม่รู้ว่าราคาเท่าไร แต่คิดว่าหลายร้อยอยู่เหมือนกัน แง่บๆ สรุปว่าฉันมีตาหามีแววไม่...มีของดีๆ อยู่ในมือไม่รู้จักใช้ สาบานได้ว่าไม่รู้จักยี่ห้อพวกนี้เลย เพราะไม่เคยสนใจ

ตอนนี้ได้ลองใช้แล้ว...ก็ถูกใจทั้งสองอย่าง เพราะว่า...ไม่แพ้ แล้วก็ทำให้ฉันหันมาสนใจกับคำว่า "ครีมกันแดด" มากขึ้น เพราะว่าสามสิบกว่าปีที่โตมาไม่เคยใช้เลยสักครั้งเดียว แต่พอได้อ่านกระทู้ในห้องโภชนาก็ได้รู้ว่ามันจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผิวของเรา ฉันจึงเริ่มค้นคว้าว่า SPF มันคืออะไร ให้ตายเถอะ! ฉันเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายนะเนี่ยที่ไม่เคยสนใจมันเลย แถมได้รู้มาอีกว่า SPF ยังมีค่าอีกตั้งมากมาย (เคยได้ยินแต่ SPF 15) เอาหละหวา...คราวนี้คงได้เสียตังค์ซื้อครีมกันแดดมั่งแล้ว

ไม่ต้องคิดอะไรมาก...ฉันเล็งๆ ครีมกันแดดมะเขือเทศของ skin food ไว้นานแล้ว เพราะเป็น best seller อีกชิ้นหนึ่งของเขาทีเดียว เพียงแต่ฉันยังไม่ได้ศึกษาเท่านั้นว่ามันดีไม่ดีอย่างไร เอาเป็นว่าคราวหน้าฉันมารีวิวของ (skin food) ที่ฉันอยากได้ดีกว่า...เก็บตังค์ได้ในระดับหนึ่งแล้ว พร้อมกระจายรายได้ในบัดดล

อืม...ว่าแต่ว่าของสองชิ้นนี้มันหมดอายุหรือยังนะ!?! ไม่รู้หละ ใช้ไปแล้ว

Missha Sun Base SPF 26



BIO-ESSENCE Deep Cleansing Milk



เพลงดาวไดอารี่ : 21 พฤษภาคม 2550 รีวิวของที่อยากได้...

สกิน ฟูด แอปเปิ้ล ไวท์เทนนิ่ง โทนเนอร์

โทนเนอร์สำหรับบำรุงผิวหน้าและทำให้หน้าขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยสกัดจากผลแอปเปิ้ลสด ช่วยปกป้อง และลดริ้วรอยที่ไม่พึงประสงได้ (ใช้หลังการล้างหน้า ทาให้ทั่วใบหน้า และตบเบาๆ เพื่อให้ซึมเข้าสู่ใต้ผิว)

ความจุ 160 มล.ราคา 985 บาท


หมายเหตุ :
1) ซื้อมาใช้แทน สกิน ฟูด พีช สาเก โทนเนอร์
2) เพราะข้อ 1 มันจะหมดแล้ว เหลือติดก้นขวด
3) แม้ว่าข้อ 1 และ 2 คะแนนเต็ม 10 ฉันจะให้ 10 คะแนนเ
4) แต่ที่ต้องเปลี่ยนเพราะอยากลองไลน์แอปเปิ้ลบ้าง ได้ข่าวว่าคุณภาพคับแก้วเช่นกัน




เพลงดาวไดอารี่ : 21 พฤษภาคม 2550 รีวิวของที่อยากได้...


Skin Food Coffee Body Scrub

กาแฟขัดผิวกายที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวพร้อมเผยผิวใหม่ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นและมอยเจอร์ช่วยในการบำรุง ด้วยสารสกัดกาแฟและน้ำตาลและต่อต้านอนุมูลอิสระ (หลังการอาบน้ำให้ทาสครับบนผิวที่เปียกปริมาณเท่าที่ต้องการ นวดเบาๆ ประมาณ 30 วินาที ใช้ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถใช้ขัดที่ข้อศอก หัวเข่า และข้อเท้าตามที่ต้องการ)

ความจุ 100 กรัม ราคา 610 บาท



หมายเหตุ:
1) ยังไม่เคยใช้บอดี้ สครับมาก่อน...อยากลอง
2) ชอบกาแฟเป็นทุนเดิม
3) อ่านในกระทู้แล้วท่าทางจะเวิร์ก




Skin Food Banana Concealer

คอนซิลเลอร์ปกปิดรอบดวงตา ทำให้ใบหน้าดูเรียบเนียน บางเบา ดูเป็นธรรมชาติ อุดมด้วยวิตามินเอ แคลเซียม มีมอยเจอร์ไรเซอร์ บำรุงผิว ไม่ทำให้เป็นคราบ ติดทนนานตลอดทั้งวัน (ใช้หลังรองพื้น หรือก่อนทาแป้งฝุ่น ใช้ปกปิดจุดด่างดำบริเวณรอบดวงตา ใบหน้า)

ความจุ 14 กรัม ราคาร 430 บาท



หมายเหตุ :
1) ไม่รู้จักคอนซิลเลอร์มาก่อนจนกระทั่งได้รู้จักสกิน ฟู้ด (เพิ่งหัดเป็น ญ.อ่ะ)
2) อดนอนบ่อยเป็นหมีแพนด้า...แต่ไม่เคยปกปิดเลย
3) โด่งดังมากในกระทู้พันทิพย์...อยากลองวุ๊ย



ยังมีต่อค่ะ... (แฮ่กๆๆ แต่เหนื่อยก๊อปปี้มาแล้ว)
//topicstock.pantip.com/woman/topicstock/2007/12/Q6115292/Q6115292.html




 

Create Date : 24 กุมภาพันธ์ 2551   
Last Update : 25 กุมภาพันธ์ 2551 13:35:57 น.   
Counter : 4101 Pageviews.  


plengdao
Location :


[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add plengdao's blog to your web]