We are what we think, we think so we become!
Group Blog
 
All Blogs
 

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ กอเต็กเชียง 3

ชื่อร้าน : กอเต็กเชียง สาขา 3
รายการอาหาร : เกาเหลาเนื้อตุ๋นและอุปกรณ์ กับ ลูกชิ้นปิ้ง
ที่ตั้งร้าน : ซอยเมืองทองธานี, หลักสี่ กรุงเทพมหานคร
พิกัด GPS : 13° 54' 39.72" N 100° 32' 18.93" E


จะว่าไปนี่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่เพิ่งรู้จักเมื่อ 6-7 ปีก่อนตอนที่ยังทำงานอยู่แถวหลักสี่ พอเที่ยงก็ต้องออกมาหาของกินเพราะแถวที่ทำงานมันไม่ค่อยน่ากินเท่าไหร่ (แปลว่ากระแดะอยากหาเรื่องอู้งานนั่นแหล่ะ) ก็ได้พี่ ๆ น้อง ๆ มาโฆษณาสรรพคุณอยู่พักนึง ว่านี่เป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่น่ากินมากสุด มีทุกอย่างที่เป็นเนื้อให้เลือก ทั้งลิ้นวัว, ตับ, ใส้, ขอบกระด้ง, ผ้าขี้ริ้ว (ไม่รู้ว่าอันเดียวกันหรือเปล่า)

ไปถึงร้านประมาณห้าโมงเช้าครับ หรือ 11.00 น. ขอแนะนำว่าถ้าจะกินร้านนี้วันธรรมดาควรมาประมาณช่วงนี้แหล่ะ ร้านนี้เขามีทั้งเนื้อและหมูให้บริการครับ แต่ที่มีชื่อมานานคือเนื้อตุ๋นนั่นแหล่ะ ทางไปร้านหาไม่ยากครับ ถ้าคุณใช้ถนนแจ้งวัฒนะแล้วมุ่งหน้าไปหลักสี่ ให้เลี้ยวรถเข้าซอยเมืองทองธานีที่อยู่ด้านซ้ายมือ ซอยนีเป็นสามแยกใหญ่ครับแต่พอมีสะพานลอยคร่อมอาจจะทำให้หลาย ๆ คนขับรถขึ้นสะพานลอยแล้วเลยไปได้ เพราะอย่างนั้นพยายามขับชิดซ้ายไว้ครับตอนอยู่บนถนนแจ้งวัฒนะ

เมื่อเข้าซอยมาได้ก็ตรงมาอย่างเดียวเลยครับ ร้านจะอยู่เลยมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชไปประมาณกิโลนึงได้ ร้านอยู่ติดข้างถนนเลยอาจจะหาที่จอดรถยากนิดนึงนะครับตอนเที่ยง ๆ


นี่เป็นรูปหน้าร้านครับ ถ้ามองทางด้านหน้ารถจะหายากนิดนึง



บรรยากาศในร้านก็เหมือนร้านก๋วยเตี๋ยวทั่วไปครับ แต่ถ้ามาเวลาที่คนไม่เยอะสั่งกับหน้าร้านได้เลย จะได้กินไม่เกิน 20 วินาที เจ้าของร้านทำอาหารเร็วมาก ๆ และจะอารมณ์ดีอยู่ตอนที่คนยังไม่เยอะมาก อาหารที่จะแนะนำคือเกาเหลากับข้าวเปล่าครับ ผมไม่ค่อยโอเคกับก๋วยเตี๋ยวเท่าไหร่แต่ทำไมเสือกแนะนำร้านก๋วยเตี๋ยวไม่รุ้ เนื้อสดของร้านนี้ชิ้นใหญ่แต่หั่นบางพอดี ทำให้เนื้อนุ่มเคี้ยวง่ายครับ ส่วนเนื้อเปื่อยก็ตุ๋นจนได้ที่แล้วหั่นชิ้นโต ๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อตุ๋นหรือเอ็นตุ๋นเขาตุ๋นได้พอดีกินมาก ๆ เอ็นเขานุ่มเคี้ยวได้หนุบหนับมากเลย

ที่สำคัญสุดเป็นส่วนของน้ำซุปครับ ที่นี่ตุ๋นน้ำซุปรสอร่อยไม่เหมือนใครจริง ๆ นะ ถ้าจะโฆษณาก็ต้องบอกว่าตุ๋นได้หวานน้ำต้มกระดูกมาก ๆ เลย กินมากี่ปีก็ยังคงรสชาดเดิม ๆ อร่อยไม่เปลี่ยนเลยครับ

ที่จริงนอกจากเนื้อสดและเนื้อเปื่อยเพื่อนผมเขาก็ร่วมแจมโฆษณาเครื่องในด้วยว่าเขาต้มได้อร่อยจริง ๆ ไส้เป็นไส้ อ้วนสะใจมาก ใส้วัวใหญ่ ๆ ลิ้นวัวนิ่ม ๆ อร่อยลิ้นไม่เหมือนใคร ใครชอบกินพวกผ้าขี้ริ้ว ขอบกระดัง อะไรพวกนี้ก็มีให้เลือกสั่งรับประทานตามใจชอบด้วยครับ แน่นอนที่สุดเขาก็ยังมี จู๋วัว ให้คุณกินด้วย คาดว่ามันคงมีไม่มากนักหรอกเพราะตัวนึงมันมีแค่อันเดียว วันนึงวันนึงคงไม่ได้ฆ่าวัวกันเป็นแสน ๆ ตัว จะได้มีกินเป็นแสน ๆ อัน เพื่อนผมบอกว่าร้านนี้ตุ๋นจู๋วัวได้สะเด็ดนักรับรองถูกใจคนโรคจิตที่ชอบอมหรือกินจู๋วัวมาก ๆ เลยครับ (ข้อความโฆษณาโปรดใช้วิจารณญาณในการเลือกด้วยตัวท่านเองนะครับ)





เกาเหลาร้านนี้ถึงดูตอนแรกจะชามไม่ใหญ่มาก แต่เนื้อในชามใหญ่กว่าร้านอื่น ๆ พอสมควรนะครับ สนนราคาตั้งแต่ 50 บาทขึ้นไปถึงร้อยกว่าบาท ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะสั่งอะไรบ้าง ราคาอาจดูค่อนข้างสูงกว่าร้านทั่ว ๆ ไปแต่คุณภาพก็สมราคาของเขาครับ

นอกจากเนื้อสดและเนื้อเปื่อยที่แนะนำแล้ว ผมขอภูมิใจนำเสนอลูกชิ้นเนื้อวัวของร้านนี้เพิ่มอีกอย่างครับ ตอนแรกที่มากินดูเหมือนว่าลูกชิ้นจะไม่ใช่แบบนี้ แต่วันนี้เขายอมเปลี่ยนลูกชิ้นแล้ว ลูกชิ้นเนื้อแน่นแสนอร่อยลูกโต ๆ ที่ไม่ใช่โตด้วยแป้ง แต่อัดแน่นด้วยเนื้อวัวผสมคลุกเคล้าด้วยเครื่องปรุงอย่างดี (อันนี้เดาเอาไม่เคยเห็นหรอกว่าเขาทำไง) จะกินพร้อมเกาเหลา หรือจะสั่งเป็นแบบลูกชิ้นปิ้งก็เข้าท่า แต่ที่จะแอบบ่นคือมันแพงโครต ลูกชิ้นเนื้อวัวไม้นึงสามลูกราคา 15 บาท ถ้าเป็นเนื้อหมูจะมี 4 ลูกราคาเท่ากัน แต่ถ้ามีตังค์กินลูกชิ้นเนื้ออร่อยกว่าเยอะครับ




ไปกินกันสี่คนสั่งเกาเหลาข้าวเปล่า พร้อมลูกชิ้นปิ้ง 6 ไม้จ่ายไปห้าร้อยยี่สิบกว่าบาท นับว่าเอาการอยู่สำหรับกินเกาเหลาหนึ่งมื้อ แต่ช่างเถอะไม่ได้มีปัญญาไปกินทุกวันหรอก และขืนมากินทุกวันอาจไม่อร่อยแบบนี้ก็ได้ ก็คนมันขี้เบื่อจะตาย กินหมดแล้วเสียหายประมาณรูปล่างนี้แหล่ะครับ




 

Create Date : 17 สิงหาคม 2552    
Last Update : 17 สิงหาคม 2552 14:14:51 น.
Counter : 1690 Pageviews.  

กินปูที่บ้าน

ถ้าอยากกินปูทะเล หรือปูดำ เป็น ๆ สด ๆ ตามร้านอาหาร คุณว่าเราต้องมีเงินประมาณเท่าไหร่ครับ แน่ล่ะมันขึ้นอยู่กับขนาดของปูด้วย ตอนผมยังไม่ค่อยมีตังค์ผมฝันว่าจะได้กินปูอร่อย ๆ อยู่เสมอตามร้านอาหาร แต่พอไปกินจริง ๆ ก็ไม่เคยสะใจซักที ถ้าสั่งอบวุ้นเส้น 1 ตัวกลาง ๆ ค่อนข้างเล็ก ต้องจ่ายประมาณ 250 บาทขึ้นไป ถ้าอยากกินแบบนึ่งที่แกะมาให้บางส่วน จ่ายไป 600 บาท คุณอาจจะได้ปูขนาดเล็กซัก 3 ตัว หรือขนาดกลางสองตัว ส่วนขนาดใหญ่ ๆ ที่เคยสั่งมาเนี่ย ตัวเดียว 900 บาทครับ



นีึ่เป็นเหตุผลหลักที่ผมต้องไปหาทางกินปูด้วยวิธีอื่น ๆ และที่สำคัญอีกอย่างก็คือร้านที่ทำปูอร่อย ๆ ไม่ค่อยมีนะ เท่าที่เคยกินก็มี ซ้งโภชนา เมนูปูอบวุ้นเส้น, ตี๋โภชนา เมนูปูนึ่งซีอิ๋ว แต่ละร้านก็แพง ๆ ทั้งนั้นแหล่ะ ถ้าสั่งตัวใหญ่ ๆ อาจจะโดนไปที่ราคากว่า 450 บาทขึ้นไปทั้งนั้น แล้วไอ้ร้านพวกนี้ถ้าไปกินกันทั้งครอบครัวคงจะโดนไปประมาณ 2000 กว่าบาทขึ้นไปนั่นแหล่ะ และได้กินปูไม่เกินสองตัวหรอก

อย่ากระนั้นเลย ลองไปซื้อปูมาทำกินเองดีกว่าไม๊ครับ ผมอยากจะบอกว่าผมสามารถซื้อปูได้ 11 ตัว ในราคา 1,275 บาท (พร้อมน้ำจิ้มซีฟู๊ดรสเด็ดด้วย) สิบเอ็ดตัวครับ อย่างที่เห็นในกาละมังเนี่ยแหล่ะ ตัวประมาณเล็กถึงปานกลาง กำลังกินครับ เนื้อแน่นทุกตัวเลยแต่สั่งเฉพาะปูเนื้อนะครับ พอซื้อไปถึงสิบตัวเขาเลยแถมปูไข่ให้ 1 ตัวเล็ก ๆ แต่ไข่เต็มท้องเลย


ไปซื้อที่ไหนเหรอครับ ผมไปซื้อที่หัวกระบือ ชายทะเลบางขุนเทียนครับ ทางเดียวกับที่ไปทะเลกรุงเทพนั่นแหล่ะ ส่วนใหญ่คนจะเข้าไปกินร้านครัวแสวง, ร้านน้องเนย, หรือร้านเรืองฤทธิ์ แต่วันนี้ผมไม่ได้แนะนำร้านอาหาร ผมจะแนะนำให้คุณไปซื้อปูที่แผงขายปูริมทาง ชื่อร้านเจ้หมายครับ อยู่ติดถนนชายทะเลบางขุนเทียน ตั้งอยู่ข้าง ๆ ร้านเรืองฤทธิ์เลยครับ ที่แผงมีอาหารทะเลขายหลายอย่าง ทั้งปูทะเลสด ๆ กุ้งชนิดต่าง ๆ ปลาหมึก และ หอยหลายอย่าง ที่สำคัญที่สุดคือราคาไม่แพง, ถูกกว่าตามตลาดสดมาก ส่วนหนึ่งก็มาจากที่เราต้องเดินทางไปซื้อไกลนั่นแหล่ะครับ เจ้าของร้านเป็นกันเองแนะนำของดี ๆ ให้เราเป็นประจำผมเลยติดใจมาซื้อที่นี่ตลอด แต่เข้าใจว่าร้านอื่น ๆ ราคาก็ไม่หนีกันมากนะครับ เห็นเปิดแผงอยู่หลายร้านแทบจะตลอดสายนับจากร้านเจ้หมายเข้าไป ลองเลือกดูกันนะครับ เผื่อมีร้านที่ดีกว่าถูกกว่านี้

ปูร้านเจ้หมายมีตั้งแต่กก.ละ 250 บาท ถึง 550 บาท ตั้งแต่ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่มาก ผมคิดเอาเองว่าราคาสมเหตสมผลนะ ส่วนใหญ่จะซื้อขนาดกลาง ๆ แต่ให้เขาเลือกให้แบบที่แน่น ๆ ส่วนใหญ่ก็จะแน่น ถ้าเจอไม่แน่นไปคราวหน้ามาซื้อเขาจะแถมให้เพื่อชดเชยด้วย ใจดีจะตาย

ทีนี้พอได้ปูมาก็ถึงเวลาฆาตกรรมมันเพื่อจะได้เป็นอาหารเราแล้วใช่ไหมครับ การฆ่้าปูเนี่ยมันจะว่ายุ่งก็ยุ่งนะ แต่บ้านผมถือคติว่ามันมีไว้เพื่อให้เรากิน ถ้ากินมันแล้วมันคงจะไปเกิดเป็นอะไรที่ดีกว่านี้ ไม่ต้องทนเดินโย้ไปเย้มา ลำบากชีวิตเปล่า ๆ วิธีการของผมก็ง่าย ๆ ครับ แรกสุดก็เอาปูแช่น้ำไว้ซักพักเพื่อล้างดินโคลนออกก่อน แต่ไม่ใช่ประเด็นหลักออกไม่ออกก็ต้องกินครับ ใครมีสายยางฉีดน้ำจะง่ายขึ้นมากเลย แล้วปล่อยให้มันตายใจอยู่ในกาละมังแบบนี้แหล่ะ



การที่จะทำให้มันอยู่อย่างเรียบร้อยมีระเบียบอย่างนี้ ผู้ขายต้องมัดขาแข้งของมันให้เรียบร้อยก่อนนะครับ ไม่งั้นยุ่งตายห่า เมื่อเสร็จเรียบร้อยจากการล้างแล้วก็นำมันเข้าซึ้งนึ่งอาหารที่เตรียมไว้ครับ ซึ้งบ้างผมนึ่งได้เต็มที่ประมาณสิบตัว แต่สามารถอัดแน่นเพิ่มได้ถ้าตัวเล็ก ๆ หรือย่อม ๆ ลงมา เรียงเสร็จแล้วมันก็จะได้นอนรอสวรรค์อย่างมีความสุขอย่างที่เห็น



สำหรับการสังหารก็ไม่ต้องวุ่นวายอะไรครับ เนื่องจากมันถูกมัดไว้เรียบร้อยแล้ว คงหนีไปไหนไม่ได้ แต่จะให้เราเอาอะไรแทงแบบสมัยก่อน (อาม่ากลัวมันทรมาน) การฆ่ามันจะยุ่งกว่านี้ครับ เชื่อผมเถอะจับมันเรียงกันแบบนี้แล้วค่อย ๆ นึ่งมันจะดีกว่า เคล็ดลับก็คือหาอะไรหนัก ๆ มาทับฝาซึ่งนึ่งด้วยนะครับ ถึงจะโดนมัด ปูมันก็คงจะร้อนพอดูอยู่ก็ออกอาการเกเรโวยวายกันบ้างพอขลุกขลัก ถ้าใจไม่ถึงควรออกไปนอกครัวซักยี่สิบนาทีครับ เดี๋ยวมันดิ้นบ่อย ๆ ก็ทำเป็นโกรธตัวแดงแล้วก็หยุดดิ้นไปเองครับ


หลังจากที่คุณปูโกรธที่เราเอาเค้าไปทำซาวน่าจนหน้าแดงไปหมดแล้ว เขาก็พร้อมให้เราชันสูตรพลิกศพใส่จานรับประทานได้ครับ บ้านผมนิยมนึ่งปูแบบซาวน่ามากกว่า บางคนเอาปูไปทำปูต้มเปรต วิธีก็คล้าย ๆ กันน่ะครับแทนที่จะใส่ไปในหม้อนึ่ง เราก็ส่งไปในหม้อที่ต้มน้ำจนเดือดแล้วแทน วิธีนั้นปูอาจจะตายเร็วกว่านะ แต่ก็คงทรมานพอ ๆ กัน หน้าตาน้องปูที่โกรธจนตัวแดงพร้อมให้เรากินแล้วก็จะเป็นแบบที่เห็นด้านล่างนี้แหล่ะครับ







ที่เหลือก็แค่ลงมือกิน ทำปูแค่นี้กับข้าวสวยร้อน ๆ ก้ออิ่มท้องโดยไม่ต้องไปเสียเงินแพง ๆ ตามร้านอาหารแล้วครับ





 

Create Date : 12 สิงหาคม 2552    
Last Update : 12 สิงหาคม 2552 19:09:50 น.
Counter : 5078 Pageviews.  

ร้านกุ้งเผาทองชุบ

ชื่อร้าน : ร้านกุ้งเผาทองชุบ
รายการอาหาร : กุ้งแม้น้ำเผา, กุ้งแม่น้ำอบน้ำมัน, ทอดมันปลากราย
ที่ตั้งร้าน : วัดตราชู, จังหวัดสิงห์บุรี, สิงห์บุรี
พิกัด GPS : 14° 45' 5.54" N 100° 26' 55.03" E




กุ้งแม้น้ำ เป็นที่รู้กันดีอยู่ว่าเป็นอาหารที่ราคาค่อนข้างสูง ดังนั้นหากอยากจะกินจริง ๆ ก็ต้องไปหาร้านที่ทำกุ้งแม้น้ำที่อร่อย ๆ และสด ๆ เพื่อไม่ให้ผิดหวังกับเงินที่ต้องจ่ายไปเพื่อระงับความ "อยาก" ของแต่ละคน

แต่เดิมถ้าผมคิดถึงกุ้งแม้น้ำผมจะคิดถึงอยุธยาเป็นอันดับแรก ๆ แต่พอไปอยุธยาเพื่อน ๆ ก็จะพาไปแต่ตลาดค้ากุ้ง ซึ่งมีการขายกุ้งนั่นแหล่ะ แต่จะได้ตัวกลาง ๆ ประมาณ 4-5 ตัว ต่อกิโลกรัม เป็นขนาดใหญ่ที่สุดที่มีขายกัน แต่ถ้าจะกินกุ้งที่ขนาด 2-3 ตัวต่อกิโลกรัม ที่นั่นไม่ใช่คำตอบสุดท้ายแน่นอน

และก็ด้วยความอยากของผมอีกนั่นแหล่ะ ทำให้ผมได้เดินทางตามคำแนะนำของเพื่อน ๆ และน้อง ๆ ที่บริษัทฯ ไปถึงจังหวัดสิงห์บุรี ที่จริงแล้วสิงห์บุรีมีชื่อเรื่องปลาช่อนแม่ลามากกว่า แต่ผมไม่ใช่เป็นคนชอบกินปลาก็เลยต้องเว้นไว้ก่อน

ร้านที่จะพูดถึงต่อไปคือ "ร้านกุ้งเผาทองชุบ" ที่จริงแล้วเวลาขับรถขึ้นทางเหนือแล้วใช้เส้นทางสิงห์บุรีขึ้นไปก็เคยเห็นป้ายอยู่บ่อย ๆ แต่ก็ไม่เคยแวะเข้าไปจริง ๆ ซักที ถ้าจะไปร้านนี้ทางรถยนต์คงสะดวกสุด โดยขับรถขึ้นไปทางสิงห์บุรี ใช้ทางหลวงสาย 32 ขับไปเรื่อย ๆ จนเห็นป้ายกุ้งเผาทองชุบด้านซ้ายมือ ก็จะเจอซอยเข้าวัดตราชูไม่เกินห้าร้อยเมตร ขับตรงเข้าไปเลยครับโดยจะต้องข้ามคลองชลประทานฯ ไปแล้วตรงไปเรื่อย ๆ จะผ่านโรงเรียนวัดตราชู และเข้าไปจอดรถในลานวัดตราชูเลย บอกก่อนนะว่าทางค่อนข้างแคบขับช้า ๆ หน่้อยแล้วกัน

พอจอดรถเรียบร้อยแล้วก็เดินไปร้านได้เลย มองป้ายเห็นได้เด่นชัด ร้านจะอยู่ติดริมแม่น้ำ เข้าใจว่าแม่น้ำท่าีจีนนะ แต่ทางลงไปที่ร้านเหมือนเข้าไปในอุโมงค์อะไรซักอย่าง แปลกดีเหมือนกัน


บรรยากาศในร้านก็จะเป็นบ้านไม้ติดแม่น้ำ ไม่หรูหราอะไรพิเศษ แต่ถ้าเลือกโต๊ะติดริมน้ำก็จะได้อรรถรสมากกว่า ร้านนี้อาหารหลัก ๆ ก็เป็นกุ้งแม่น้ำครับ มีหลายเมนูให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นกุ้งแม้น้ำเผา, ทอดกระเทียม, หรือเอาไปยำ แล้วแต่จะสั่งครับ มีอีกเมนูที่น่าสนใจคือ กุ้งแม่น้ำอบน้ำมัน ที่จริงแล้วเขาเอากุ้งแม่น้ำแก้ผ้าแล้วไปผัดน้ำมัน,กระเทียม, ฯลฯ (ที่จริงไม่รู้หรอกว่าเขาใส่อะไรมั่ง) แต่มันอร่อย มาก ๆ จานนึงจะมีกุ้งแม้น้ำมาสองถึงสามตัวครับ

กุ้งแม้น้ำที่นี่ไม่ว่าจะเอาไปทำเมนูอะไร เขาจะขายตามน้ำหนักนะครับ กก.ละประมาณ 900-1.200 บาท ขนาดประมาณสองตัวโลนะครับ หรือวันไหนโชคดี (หรือโชคไม่ดีหว่า) ไปเจอขนาดตัวละ 8 ขีดครึ่งก็คงต้องจ่ายแพงหน่อยครับ แต่ข้อดีของมันก็คือของมันสดมาก ๆ เนื้อแน่นมาก ๆ แน่นอน

นอกจากอาหารประเภทกุ้งแล้ว ร้านนี้ทำอาหารพื้นบ้านประเภทแกงป่า อร่อยมาก ๆ ด้วยครับ นอกจากนั้นอาหารประเภทที่ทำจากปลาแม่น้ำก็ค่อนข้างอร่อยทีเดียวครับ สังเกตจากโต๊ะข้าง ๆ ครับว่าเขาชอบสั่งกัน แต่ไม่ได้กินเองเพราะไม่ชอบกินหลา ที่สำคัญราคาไม่แพงมากด้วยครับ จานนึงประมาณ 50-150 บาท สำหรับอาหารพวกผัดเผ็ดต่าง ๆ

อีกจานที่อยากจะบอกว่าทุกท่านไม่ควรพลาดคือทอดมันปลากรายครับ อยู่ใกล้แม้น้ำขนาดนั้นรับประกันว่าใช้ปลากรายทำจริง ๆ รสชาดอร่อยมาก ๆ อีกจานนึง แต่นั้ำจิ้มรสอ่อนไปนิดนึง จะว่าด้อยไปหน่อยก็เฉพาะเรื่องนี้ เนื้อทอดมันเหนียวนุ่มกำลังดี เคี้ยวหนุบหนับเหมาะที่จะเป็นออเดิร์ฟมากครับ

วันนั้นไปกันทั้งครอบครัวสี่คน สั่งกุ้งเผาสี่ตัว, กุ้งอบน้ำมัน 1 จาน, ทอดมันปลากราย 1 จาน, ต้มยำกุ้ง 1 หม้อ, และผัดคะน้าหมูกรอบ เป็นอย่างสุดท้าย จ่ายเงินไป 2,580 บาท ส่วนใหญ่เป็นราคาของกุ้งแม้น้ำครับ รสชาดของอาหารร้านนี้ไม่เป็นที่ผิดหวังแต่ประการใด ถ้าคุณได้ลองเอามันกุ้งสีส้มปนเหลืองราดข้าว แล้วเหยาะพริกน้ำปลานิดนึง แค่นี้ก็อร่อยไม่รู้ลืมแล้ว

สรุปได้ว่าถ้าจะมาหากุ้งแม้น้ำที่สด ๆ ไม่ติดขัดเรื่องงบประมาณ และสะดวกที่จะขับรถไปเอง ร้านกุ้งเผาทองชุบเป็นร้านที่คุณควรจะแวะเข้ามาชิมครับ

รสชาดอาหาร 4 ดาวจากห้าดาวครับ
ความสะอาด 3 ดาวจากห้าดาวครับ
ราคา/ความเหมาะสม 4 ดาวจากห้าดาวครับ




 

Create Date : 08 สิงหาคม 2552    
Last Update : 14 สิงหาคม 2552 18:23:38 น.
Counter : 1454 Pageviews.  

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ร้านวรรณดี บางรัก

เมื่อประมาณสามสิบปีก่อน......
ขึ้นต้นมาแบบนี้ก็แสดงว่าคนเขียนมันแก่มากแล้ว ก็ใช่นั่นแหล่ะคนเขียนมันแก่แล้วจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่อยากจะบอกว่าคนเขียนยังหนุ่มแต่ก็ไม่สามารถฝืนสังขารแบบนั้นได้ ที่จริงตั้งใจจะเกริ่นเรื่องก๋วยเตี๋ยวเนื้อในดวงใจเท่านั้นแหล่ะ เนื่องจากคนเขียนยังไม่มีปัญหาหาทางแปะรูปในบล็อกได้ก็เลยจะทำการบรรยายไปเรื่อย ๆ ก่อนนะ

ผมเป็นคนที่ชอบกินก๋วยเตี๋ยวเนื้ออย่างมาก ๆ แต่การที่จะหาก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่ถูกใจหาได้ยากพอสมควร สังเกตุว่าระยะนึงคนไทยส่วนใหญ่ (ตามความรู้สึกผมนะ) ไม่ชอบกินเนื้อ หรือต้องพูดว่าคนไทยเชื้อสายจีนส่วนใหญ่เขาไม่กินเนื้อ เพราะมันเป็นสัตว์ใหญ่นั่นแหล่ะ แล้วทำไมไม่กินสัตว์ใหญ่ แต่กินสัตว์เล็ก ทั้งเล็กทั้งใหญ่คนก็ต้องฆ่าเหมือนกันใช่ไหม ที่จริงกินสัตว์ใหญ่ฆ่าสัตว์น้อยตัวกว่ากินสัตว์เล็กตั้งเยอะ ช่างเถอะ เก็บไว้เป็นเรื่องคิดเล่น ๆ ตอนเข้าห้องน้ำแล้วกัน

เข้าเรื่องดีกว่าครับ ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ เปิดมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 40-50 ปี แต่เดิมเปิดร้านข้างคลองสาธร ต่อมาเขาทำถนนใหม่ก็ย้ายไปย้ายมาอยู่ละแวกเดียวกันนั้นเอง ปัจจุบันร้านนี้อยู่เยื้อง ๆ กับวัดยานนาวา ถ้ายืนบนถนนเจริญกรุงแล้วหันหน้าไปทางไปถนนตก ร้านนี้จะอยู่ด้านซ้ายมือครับ การเดินทางไปที่ร้านควรไปรถสาธารณะ หรือถ้าขับรถไปก็ต้องไปจอดแถววัดยานนาวา หรือถ้าอึดหน่อยก็จอดที่โรบินสันบางรัก แล้วค่อยเดินมาที่ร้าน

ร้านนี้เป็นร้านในห้องแถวริมถนน 1 คูหาถ้วน เก้าอี้ในร้านส่วนใหญ่ยังเป็นของเดิม ๆ เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ว่ายังคงสภาพที่ดีพอใช้ได้นะ ในร้านสะอาดสะอ้าน ไม่ซกมกหมกเม็ดให้รู้สึกไม่สบายใจแต่อย่างใด

ร้านนี้ขายอะไรบ้าง ถ้าจะเอาครบเครื่องเลยก็คือก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่มี ลูกชิ้น, เนื้อสด, และเนื้อเปื่อย ครับ แต่อยากจะบอกจริง ๆ เลยว่า ไฮไลท์ ของร้านนี้อยู่ที่ลูกชิ้นเนื้อวัวครับ ไม่รู้ว่าเขาทำเองหรือไปซื้อจากไหนมา ก็มันเรื่องของเขาน่ะ แต่มัน "อร่อย มาก มาก" สามารถสั่งลูกชิ้นลวกมากินเปล่า ๆ ได้โดยไม่ต้องมีเครื่องจิ้มเครื่องปรุงอะไรทุกครั้งที่ผมไปจะต้องสั่งลูกชิ้นลวกมากินประมาณ 30-50 ลูกเสมอ

มาถึงส่วนของก๋วยเตี๋ยว แนะนำให้กินเส้นหมี่น้ำนะครับ จะชิ้นสด, ชิ้นเปื่อย, หรือทุกอย่างก็อร่อยทั้งนั้น เส้นหมี่เหนียวนุ่มกำลังดี พอได้ลวกแล้วราดน้ำซุปรสชาดชื่นใจ เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม เครื่องเคราก๋วยเตี๋ยวก็สดใหม่เสมอเหมือนนมตรามะลิ เนื้อสดสไลด์บางพอดีคำ แค่โดนน้ำร้อนก็สุกทั่วไปพอกินได้แล้ว ส่วนเนื้อเปื่อยที่นี่แปลกกว่าที่อื่นพอสมควร เขาหั่นเนื้อเปื่อยเป็นชิ้นเล็ก ๆ กว่าปกติ แล้วตุ๋นเนื้อสูตรเฉพาะเกินกว่าครึ่งวัน เนื้อเปื่อยถึงได้เปื่อยนุ่มน่ากินขนาดนี้

เวลาไปที่ร้านผมจะสั่ง เส้นหมี่น้ำ เนื้อสดและเนื้อเปื่อย ประกอบกับลูกชิ้นลวกประมาณ 30-50 ลูก ทานพร้อมกับเป๊ปซี่เย็น ๆ แค่นี้ก็อิ่มได้ที่เลยครับ




 

Create Date : 07 สิงหาคม 2552    
Last Update : 20 สิงหาคม 2552 10:48:50 น.
Counter : 348 Pageviews.  


ควันไฟในสายหมอก
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]


ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ควันไฟในสายหมอก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.