Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2551
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
18 มิถุนายน 2551
 
All Blogs
 
การบริหารราชการกับการเมืองไทย

การบริหารราชการไทยกับการเมือง [Thai Public Administration and Politics]

การบริหารราชการไทย มีลักษณะเป็นการบริหารงานขององค์กรขนาดใหญ่ ที่มีความสลับซับซ้อน

เป็นการบริหารงานที่มีแบบแผนอย่างเคร่งครัด ยึดถือ กฎ ระเบียบ ซึ่งก็คือการบริหารงานแบบ

ระบบราชการ [Bureaucracy] นั่นเอง

การบริหารราชการไทยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ

-การบริหารราชการส่วนกลาง [Central Administration]

-การบริหารส่วนภูมิภาค [Provincial Administration]

-การบริหารราชการส่วนท้องถิ่น [Local Affairs]

ความหมายของการบริหารราชการ

คำว่า การบริหาร , การบริหารรัฐกิจ , รัฐศาสนศาสตร์ ในภาษาไทยตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า

“ Public Administration “

การบริหาร [Administration] หมายถึง ความพยายามในการที่จะร่วมมือกันดำเนินงานของหน่วย

งานใดหน่วยงานหนึ่ง ให้บรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้

ราชการ [Public] หมายถึง ข้อราชการหรือกิจการต่างๆที่รัฐพึงปฎิบัติทั้งในส่วนที่เกี่ยวกับราชการ

พลเรือนและราชการทหารของฝ่ายบริหาร รวมทั้งกิจการต่างๆของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายตุลาการ

จากความหมายข้างต้น จะเห็นได้ว่าในการร่วมมือดำเนินงานนั้นจำเป็นที่จะต้อง

1.ให้มีหน่วยงานหรือส่วนราชการ เพื่อดำเนินกิจการต่างๆที่รัฐพึงปฎิบัติให้บรรลุเป้าหมาย ที่ได้

วางไว้ คือ

- คำแถลงนโยบายของรัฐบาล

-แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

2.ให้มีระเบียบการบริหารงาน หรือ ที่เรียกว่า “ ระเบียบบริหารราชการ “

-การใช้คน เงิน วัสดุอุปกรณ์ และ วิธีดำเนินงานแบบต่างๆให้บรรลุเป้าหมายที่ได้วางไว้อย่าง

มีประสิทธิภาพและประหยัด

สรุป การบริหารราชการ คือ การนำนโยบาย [Policy] มาปฎิบัติ [Implementation] โดยบรรดา

ข้าราชการนั่นเอง

ลักษณะสำคัญของการบริหารราชการ

ในการบริหารนั้น ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงานด้านใด ก็จะใช้หลักบริหารที่มีลักษณะเป็นสา

กล [Universal] เหมือนกันทั้งสิ้น กล่าวคือ ต้องมี

- การวางแผน [Planning]
- การจัดรูปงาน [Organizing]
- การจัดบุคคล [Staffing]
- การอำนวยการ [Directing]
- การประสานงาน [Co-ordinating]
- การควบคุม [Controlling]


การบริหารราชการนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการบริหารงานของธุรกิจเอกชนอื่นๆจะมีลักษณะ

แตกต่างจากที่เป็น สาระสำคัญ เช่น

1.ขอบเขต การบริหารราชการมีขอบเขตกว้างขวาง เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของประชาชน ทั่ว

ทั้งประเทศ มีลักษณะเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน

2.อำนาจหน้าที่ อำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการ มีอยู่อย่างกว้างขวาง

- กำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ฯลฯ
- ไม่ได้กำหนดไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น ขนบธรรมเนียมประเพณี การใช้ดุลพินิจบางอย่าง

3.ผู้ปฎิบัติงาน การบริหารราชการเป็นอาชีพอย่างหนึ่งและเป็นอาชีพที่มั่นคงกว่าอาชีพอื่นๆ โดย

แบ่งงานออกตามลักษณะเฉพาะของแต่ละงาน

4.วัตถุประสงค์ การบริหารราชการมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการแก่ประชาชน ซึ่งแตกต่างกับการ

บริหารงานของุรกิจเอกชน ซึ่งมีวัตถุประสงค์แสวงหากำไร

5.ความต่อเนื่อง การบริหารราชการมีลักษณะมั่นคง ต่อเนื่องกันไป ไม่ว่ากลุ่มใดหรือเป็นพรรคการ

เมืองใด เข้ามาเป็นรัฐบาลมาบริหารประเทศ การบริหารราชการจะ ทำๆ หยุดๆ ตามอำเภอใจไม่ได้

เพราะการบริหารราชการมีผลกระทบอย่างสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่และความผาสุกของประชาชน

6.การควบคุม การบริหารราชการเป็นการบริหางานขององค์กรขนาดใหญ่ ลักษณะของกิจการต่างๆ

ที่ปฎิบัติจึงสลับซับซ้อนและจำเป็นต้องแบ่งสรรอำนาจในการปฎิบัติงานออกไปให้ชัดเจน มีการ

ควบคุมตามลำดับชั้นของสายงานบังคับบัญชา นอกจากนั้นยังถูกควบคุมและถูกแทรกแซงจาก
พรรคการเมือง กลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มกดดัน และ กลุ่มประชามติ เช่น หนังสือพิมพ์ สื่อมวลชนอื่น
การบริหารราชการกับการเมือง

ในการบริหารประเทศนั้น แยกเป็นขั้นตอนสำคัญๆได้ 2 ขั้นตอน คือ

1.การกำหนดนโยบาย [Policy Determination]

เป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมือง หรือ ข้าราชการการเมือง

2.การนำนโยบายไปปฎิบัติ [Implementation]

เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารราชการประจำ หรือ ข้าราชการประจำ (สันสิทธิ์ ชวลิตธำรง,2546)

การบริหารราชการประจำเป็นงานที่จำเป็นที่จะต้องอาศัยผู้มีความรู้ความสามารถในสาขาวิชา

ต่างๆเป็นผู้ปฎิบัติ และ จะต้องปฎิบัติต่อเนื่องกันไป จึงไม่สมควรที่จะให้ฝ่ายการเมืองเข้าไปยุ่มย่าม

ก้าวก่ายกับฝ่ายบริหารราชการประจำ หากฝ่ายการเมืองเข้าไปก้าวก่าย เกรงกันว่าจะมีการเล่นพรรค

เล่นพวกหรือนำระบบอุปถัมภ์มาใช้ในการแต่งตั้ง โยกย้าย อันเป็นการทำลายขวัญและกำลังใจของ

ผู้ปฎิบัติงานหรือแต่งตั้งผู้ที่ไม่มีความรู้ ความสามารถเข้าไปปฎิบัติงาน อันจะเป็นผลให้ขาดประ

สิทธิภาพในการทำงาน

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น จึงได้มีความพยายามที่จะแยกการบริหารราชการประจำออกจาก

การเมือง แต่ไม่ประสบผลสำเร็จเพราะสภาพความเป็นจริงของการบริหารประเทศนั้น ในทาง

ทฤษฎีจะกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า การบริหารราชการประจำกับการเมือง เป็นการดำเนินงานคนละ

ขั้นตอนกัน แต่ในทางปฎิบัติ การบริหารราชการประจำกับการเมือง เกี่ยวข้องกันเหมือนลูกโซ่

กล่าวคือ การบริหารราชการเองนั้นไม่สามารถแยกออกจากการเมืองได้เพราะไม่สามารถที่จะกำ

หนดให้ชัดเจนลงไปว่าในการบริหารประเทศนั้น ส่วนใดเป็นการบริหารราชการประจำ และส่วน

ใดเป็นการเมืองเพราะการบริหารราชการประจำและการเมืองมีส่วนสัมพันธ์เหลื่อมล้ำกันมากบ้าง

น้อยมากอยู่เสมอ จึงไม่สามารถที่จะแยกออกจากกันได้โดยเด็ดขาด

เมื่อพิจารณาถึงความเป็นจริงแล้ว จะเห็นได้ว่า การบริหารราชการประจำเป็นการปฎิบัติตาม

นโนบายให้บรรลุผลตามเป้าหมายที่รัฐบาลได้วางไว้ ซึ่งนโยบายของรัฐบาลนั้นมีลักษณะเป็นเรื่อง

การเมือง เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองซึ่งส่งผ่านมาจากพรรคการเมืองๆจะกำหนดรูปแบบการ

บริหารประเทศและที่สำคัญที่สุดคือ นโยบายการบริหารราชการประจำ จะต้องได้รับความเห็นชอบ

ตรวจสอบ ควบคุม โดยฝ่ายการเมืองหรือข้าราชการการเมืองในระดับสูงอยู่เสมอ ถ้าหากฝ่ายการ

เมืองหรือข้าราชการเมือง ไม่เห็นชอบด้วย ก็อาจจะยกเลิก แก้ไข หรือเปลี่ยนแปลง นโยบาย

การบริหารราชการประจำนั้นๆได้ตามความต้องการ





























Create Date : 18 มิถุนายน 2551
Last Update : 18 มิถุนายน 2551 10:57:09 น. 12 comments
Counter : 1435 Pageviews.

 
สวัสดีตอนเช้าค่ะ คุณบอย
ช่วงนี้งานยุ่งนิดหน่อยค่ะ
สบายดีนะคะ
คิดถึงค่ะ
แปะเอาไว้ก่อน ...ตอนเย็นมาคุยใหม่อีกครั้งค่ะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 20 มิถุนายน 2551 เวลา:6:50:55 น.  

 
คุณบอยเห็นด้วยกับอาจารย์คณะรัฐศาสตร์ของจุฬา และธรรมศาสตร์มั้ยคะ ที่ว่าควรจะจัดเวทีให้ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และพันธมิตร ได้มีโอกาสมาพบปะแสดงความคิดเห็นในมุมมองของตนเพื่อยุติความรุนแรง
และคิดว่าสื่อจะสามารถเป็นผู้จัดเวทีนี้ขึ้นได้มั้ยคะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 20 มิถุนายน 2551 เวลา:20:20:12 น.  

 
สวัสดีครับ คุณ รัตน์ ขอบคุณมากครับที่คิดถึง
เห็นด้วยอย่างยิ่งครับ


โดย: บอย ลาดกระบัง (pp965 ) วันที่: 21 มิถุนายน 2551 เวลา:6:31:02 น.  

 
สวัสดีตอนค่ำค่ะ คุณบอย
หลบอุณหภูมิร้อนทางการเมือง
ไปดูบอลก่อนนะคะ
กีฬา "รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย"ค่ะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 22 มิถุนายน 2551 เวลา:20:43:27 น.  

 
อยากรู้ว่าใครเป็นคนคิดแนวคิดและทฟษำเกี่ยวกับการปริหารราชการ


โดย: น้องอาม IP: 125.27.150.16 วันที่: 23 มิถุนายน 2551 เวลา:14:36:49 น.  

 
หลักการ Principles ในการบริหารราชการแผ่นดินมียู่มากมายหลายอย่าง แต่ผมนำขอ กูลิก และ เออร์วิก
[Gulick and Urwick] ที่เรียกว่า ปอสด์คอร์บ POSDCORB มานำเสนอบน Blog ครับ


โดย: บอย ลาดกระบัง (pp965 ) วันที่: 23 มิถุนายน 2551 เวลา:18:03:19 น.  

 
หลับฝันดีนะคะ
ราตรีสวัสดิ์ค่ะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 24 มิถุนายน 2551 เวลา:22:50:28 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณบอย
ระยะนี้คุณรัตน์มีงานยุ่งค่ะ
แต่ยังคิดถึงนะคะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 25 มิถุนายน 2551 เวลา:23:00:15 น.  

 
เจ้าของบ้านคงงานยุ่ง...หายเงียบไป


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 26 มิถุนายน 2551 เวลา:20:35:10 น.  

 
แวะมาเยี่ยมตอนเย็นค่ะ
มีความสุขกับวันพักผ่อนนะคะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 27 มิถุนายน 2551 เวลา:20:37:05 น.  

 

ขอละเอียดกว่านี้


โดย: หนวด IP: 10.10.108.5, 202.29.50.66 วันที่: 1 กรกฎาคม 2554 เวลา:9:39:10 น.  

 
การเมืองแตกต่างจากการบริหารอย่างไรค่ะ ขอตัวอย่างประกอบด้วยนะคะ


โดย: เกด IP: 202.12.73.193 วันที่: 1 กรกฎาคม 2555 เวลา:15:57:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

pp965
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Education is life long learning
การศึกษา เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต
Friends' blogs
[Add pp965's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.