มกราคม 2555
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
4 มกราคม 2555
 

ทริปเขาช้างเผือก อุทยานฯ ทองผาภูมิ ปีใหม่ 55

จบไปแล้วค่ะสำหรับทริปสุดมันส์ช่วงปีใหม่ 55 ของพวกเรา ณ เขาช้างเผือก อุทยานฯ ทองผาภูมิ หลังจากเมื่อปีใหม่ 53 ได้ไปตะลุยดอยทั่วจังหวัดน่าน ไปจนถึงเชียงคานมาแล้ว ปีใหม่ 54 ตะลุยดอยทั่วเชียงใหม่ เชียงราย (ประทับใจหมอกดอยผ้าห่มปกสุดๆ ) มาปีนี้ตอนแรกเลยไม่รู้จะไปไหนกันดีเกือบไม่มีทริปกันแล้ว แต่สุดท้ายอยู่ๆ นึกถึงเขาช้างเผือกขึ้นมาเพราะอยากไปมานานแล้ว จึงนัดแนะกับเพื่อนเพื่อหาวันว่างที่ตรงกันเลยสรุปกันได้ช่วง 31 ธค-3 มค ตอนแรกตั้งใจว่าจะขึ้นเขาวันที่ 1 มค ปรากฏว่าเต็มเหลือขึ้นวันที่ 2 เอาว่ะวันที่ 2 ก็วันที่ 2 ยอมกลับมาเหนื่อยแบบไม่ต้องพักแล้วทำงานเลย

ปล. เราลงรูปตามใจชอบน่ะไม่ได้ลำดับตามเนื้อเรื่อง




เมื่อได้วันและสถานที่แล้วก็เริ่มหาข้อมูลกันเลย แอบตกใจนิดนึงเมื่อรู้ว่าต้องปีนช่วงคมมีด แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้วครั้งนึงในชีวิต แต่แอบกั๊กข้อมูลไว้ไม่กล้าบอกน้องร่วมทริปกลัวน้องใจแป้ว 555 แต่สุดท้ายน้องมันหาข้อมูลเอง กว่าจะทำใจ ปลอบใจกันได้ตั้งนาน หลังจากตกลงพร้อมใจกันได้แล้วก็ได้สมาชิกร่วมทริป 4 คน เป็นหญิง 3 ชาย 1 จากนั้นก็จัดเต็มเตรียมอุปกรณ์สำหรับใช้ในทริปนี้ เช่นถุงมือ ถุงเท้า ถุงกันทาก (จริงๆยังไม่ได้ใช้เลยเพราะไม่ใช่หน้าฝนทากยังไม่มี แต่กลัวเลยเตรียมไว้ก่อน) เต็นท์ ถุงนอน บล้าๆๆๆๆ



เริ่มต้นเดินทาง ณ จุดหมายแรกคือไปพักที่สวนผึ้งก่อน 1 คืน (ต้องการหาที่พักที่ใกล้ที่สุดเพราะเราขับรถมาจากใต้กลัวว่าถ้าขึ้นไปปิล็อกเลยจะไม่ทันก่อนมืด) อยากบอกว่าสวนผึ้งคนเยอะมาก รถติดเป็นขบวนเลย นอนสวนผึ้งคืนนึงจุดหมายปลายทางต่อไปคือ บ้านอีต่อง ณ ปิล็อก หาข้อมูลมาเค้าบอกว่าต้องผ่าน 399 โค้ง คนขับพอรู้แค่นี้แหล่ะดีใจเลย (คือคนขับเราชอบทางลำบากๆ ไม่ชอบทางง่ายๆค่ะ) เราเพิ่งรู้กว่าจะถึงทองผาภูมิไกลเหมือนกันตอนแรกนึกว่าใกล้ๆ เมื่อใกล้ถึงเลยโทรไปถามเจ้าหน้าที่ที่อุทยานฯทองผาภูมิว่าเราจะเจอกันที่ไหน ยังไง ก่อนขึ้นเขาช้างเผือกพรุ่งนี้ เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องมาลงทะเบียนก่อน 8 โมงที่อุทยาน




เมื่อโทรรู้รายละเอียดสำหรับขึ้นเขาวันรุ่งขึ้นแล้ว เราก็ขับมาจนถึงบ้านอีต่อง เราจองโฮมสเตร์ไว้คือที่บ้านตอไม้หลังละ 1200 บาทนอนกัน 4 คน เรามาถึงช่วงที่เค้าจัดงานปีใหม่พอดีเลย เลยมีการแสดงเยอะแยะมากมากทั้งไทย-พม่า (รู้สึกดีมากว่าเค้าอยู่ร่วมกันได้โดยไม่มีปัญหาเหมือนเป็นพี่เป็นน้องกัน) พอถึงที่พักก็จัดข้าวของแล้วไปกินข้าวเย็นที่ครัวสุดแดน อาหารขึ้นชื่อของที่นี้คือเห็ดโคนญี่ปุ่นผัดน้ำมันหอย คุยไปคุยมาเลยรู้ว่าเจ้าของร้านเป็นคนใต้เหมือนกัน กินข้าวเสร็จก็เดินเล่นในตลาดอีต่อง ถ่ายรูปดูการแสดง จากนั้นก็รีบไปนอนกันเพื่อเตรียมตัวขึ้นเขาในวันรุ่งขึ้น




วันรุ่งขึ้นตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จพร้อมทุกคนก็ประมาณ 7.30 น.เลยกลับไปลงทะเบียนที่อุทยานฯ ค่าธรรมเนียมอุทยานฯ ทั้งหมดต่อคน 70 บาท ส่วนค่าเจ้าหน้าที่ที่นำขึ้นไป 700 บาท ค่าลูกหาบอีก 700 (ลุกหาบคนเดียว)แต่เราได้มัดจำไว้ตอนจองแล้วอย่างละครึ่งเพราะฉะนั้น ต้องจ่ายส่วนที่เหลืออีกครึ่งนึงหลังจากลงจากเขาค่ะ



เมื่อจัดการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ก็ให้เราขึ้นมารอที่บ้านอีต่องเหมือนเดิม เพราะต้องเริ่มต้นเดินทางกันที่นี้ค่ะ เราจัดแจงกินข้าวเช้าและเตรียมข้าวห่อพกไปเป็นข้าวเที่ยงด้วยค่ะ เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึงประมาณ 9 โมงเช้าโชคดีวันนั้นไม่มีแดดเลยออกสายๆ หน่อยได้เพราะไม่ร้อน เจ้าหน้าที่จัดการหาลูกหาบให้ จัดแจงแพ็คของเสร็จก็เริ่มต้นเดินทางกันเลยค่ะ



ทริปเรา 4 คนรวมกับทริปอื่นอีก 10 กว่าคนค่ะ ต่อเจ้าหน้าที่ 1 คนเพราะเราไปช่วงปีใหม่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ต้องอยู่ดูแลนักท่องเที่ยวที่อุทยานฯ ฉะนั้นเจ้าหน้าที่ที่นำขึ้นเขา 1 คนเลยต้องดูแลหลายคนค่ะ เจ้าหน้าที่เดินเร็วมากแต่ก็ไปพร้อมเราตลอด ช่วงแรกๆ สวนกับชุดที่กลับลงมาแต่ละคนให้กำลังใจสุดๆ เรากำลังเหนื่อยเลยบอกว่ายังไม่ถึง 10 ส่วนเลย ได้ยินแล้วท้อเลยค่ะ 555 ลืมบอกเราเริ่มเดินทางตอน 10.15 น.



เดินไปสักพักเริ่มแยกกันค่ะ บางคนเหนื่อยก็พักใครไม่เหนื่อยก็เดินต่อ แรกๆเหนื่อยน่ะ อยากนั่งตลอด แต่พอผ่านไปนานๆ แล้วเริ่มอยู่ตัวค่ะ แอบถามเจ้าหน้าที่ว่าต้องเดินผ่านเขากี่ลูกคำตอบที่ได้คือ 7 ลูกระยะทางประมาณ 9-10 กม โอ้แม่เจ้าในใจทำไมไกลจัง แต่ทำไงได้ได้แต่ร้องเพลงพี่เบิร์ด “กลับตัวก็ไม่ได้ให้เดินต่อไปก็ไปไม่ถึง 555” เดินไปถ่ายรูปไปก็หนุกดี แล้วยิ่งขึ้นไปวิวยิ่งสวย มันเลยมีกำลังใจให้ไปต่อค่ะ เดินไปเรื่อยๆ จากตอนแรกเรามากัน 4 คนตอนนี้เริ่มแยกเป็น 2 ทีมค่ะ อีกทีมแวะกินข้าวกลางทางแต่เรากลัวจุกเลยกะจะไปกินตอนถึงที่พักเลย ทีมเราเริ่มแยกกันจุดนี้แหล่ะ เพราะเพื่อนเราอีก 2 คนชิลกว่าเราแวะถ่ายรูปตลอดทาง ส่วนเรา 2 คนเดินไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็พัก แต่อยากถึงที่พักเร็วๆ จนสุดท้ายถึงที่พักกางเต็นท์ดูนาฬิกาเวลา 13.15 น. เราใช้เวลาทั้งสิ้น 3 ชม ไม่อยากเชื่อว่าจะเป็น 2 คนแรกที่ถึงในกลุ่มเราสิบกว่าคน เจ้าหน้าที่ยังแซวเลยว่าทิ้งเพื่อนเลยเหรอ 555 (ไม่ได้ทิ้งแค่ไม่ได้รอ)



พอเราถึงสักพักคนอื่นๆก็ทยอยกันมา ลืมบอกว่าทริปเราทำลายสถิติเด็กที่ขึ้นเขาช้างเผือกอายุน้อยที่สุดแค่ 6 ขวบน้องเก่งมาก อีกคน 8 ขวบค่ะ เก่งจริงๆ เดินเองตลอดเลย พอถึงครบกันทุกคนเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าจะเริ่มขึ้นตรงสันคมมีดประมาณ 4 โมงเย็น ก็ได้พักขากันประมาณ 2 ชม พอถึงเวลาก็เริ่มทยอยกันขึ้นค่ะ ณ จุดนี้แหล่ะเราประทับใจลูกหาบเรามาก ลุงแกเป็นคนน่ารักมากแกขึ้นไปช่วยเราถือของด้วย ปกติลูกหาบคนอื่นถ้ามาถึงจุดกางเต็นท์แล้วจะไม่ขึ้นไปน่ะ พวกลูกหาบจะรอหาบของกลับในวันรุ่งขึ้นเลย เจ้าหน้าที่เลยบอกว่าปกติลุงแกจะขึ้นไปกับคนที่แกหาบของให้ตลอดมีแกคนเดียวนี้แหล่ะที่ขึ้นไปช่วย ถ้าตอนไหนที่เจ้าหน้าที่ไม่พอแกก็มาช่วยตลอด ได้ยินแค่นี้ก็ยิ่งปลื้มขึ้นไปใหญ่ น้องเรากลัวมากที่สันคมมีดไม่กล้าขึ้น มันบอกว่าลุงส่งมือมาให้แล้วบอกว่าไม่ต้องกลัว เดี๋ยวลุงช่วย มันเลยมีกำลังใจ หลังจากนั้นชมลุงตลอดเกาะติดลุงแกไม่ปล่อยเลย 555 คุยกับแกเลยได้รู้ว่าพวกเชือกแกก็เป็นทีมขึ้นไปผูก แกบอกว่าแถบนี้แกไปมาหมดแล้ว ไม่ว่าป่าไทยป่าพม่าแกไปมาหมด



จากเรื่องลุงมาปีเขากันต่อค่ะ พอผ่านสันคมมีดมาแล้วเรากลัวมากค่ะ เพราะทางแคบแล้วมันเหวงๆ หวิวๆ ไม่กล้าเดินค่ะ ต้องคลานไป พอเลยจุดนั้นมาก็ไม่ค่อยเสียวเท่าไรแล้ว มีไต่เชือกขึ้นไปอีกเขาเดียวก็ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว บนยอดสุดเราสามารถมองเห็นทะเลอันดามันด้วย เจ้าหน้าที่ชี้ให้ดูตรงนั้นคือเขาช้างพลาย ตอนนี้ยังไม่เปิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแต่ต่อไปไม่แน่ค่ะ เก็บรูปกันอยู่สักพักเจ้าหน้าที่ก็แนะว่าควรรีบลงก่อนมืดเดียวจะอันตราย บางคนบอกว่าขาขึ้นน่ากลัว แต่บางคนบอกว่าขาลงน่ากลัว แต่เรากลัวขาขึ้นน่ะ








จบแล้ว เจอกันใหม่ปีใหม่ 56 ค่ะ




 

Create Date : 04 มกราคม 2555
3 comments
Last Update : 4 มกราคม 2555 17:36:05 น.
Counter : 2797 Pageviews.

 
 
 
 
สวยจัง ต้องไปให้ได้
 
 

โดย: maxpal วันที่: 4 มกราคม 2555 เวลา:20:38:43 น.  

 
 
 
เสียดายเราไม่ได้ขึ้นไป ตอนไปไม่ได้ศึกษาข้อมูลก่อน ทริปหน้าไม่พลาดแน่ ลมคงแรงน่าดูเชียว
 
 

โดย: ตาโต สป. วันที่: 7 มกราคม 2555 เวลา:21:30:16 น.  

 
 
 
อยากไปๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
 
 

โดย: บูรพา (ไปให้ถึงขอบฟ้า ) วันที่: 24 มีนาคม 2557 เวลา:22:38:25 น.  

Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

Valentine's Month


 
pinksoft
 
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add pinksoft's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com