ขอบคุณวันเวลาที่ทำให้เธอผ่านเข้ามาในชีวิต

<<
พฤษภาคม 2553
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
10 พฤษภาคม 2553
 

~*~ส่งนางฟ้าสู่สวรรค์~*~

..................บ่ายวันที่ 9 พฤษภาคม 2553 ฉันได้รับโทรศัพท์จากพี่สาว ซึ่งร่ำไห้บอกฉันว่า “ยายเสียแล้ว”
เมื่อกี้นี้เอง แล้ววางหูโทรศัพท์ไป โดยที่ฉันไม่สามารถสอบถามอะไรได้มาก เพราะเข้าใจว่าพี่คงอยู่ในอาการเสียใจ

...................ชีวิตฉัน มีตาและยาย เป็นต้นแบบด้านความรัก “ความรักของตาและยาย ที่มีให้แก่กัน มั่นคงและงดงาม หาที่เปรียบไม่ได้” เมื่อครั้งยังเด็ก ฉันโตพอที่จะใช้งานได้ แม่ส่งฉันไปอยู่กับตายาย เพื่อให้ช่วยเหลืองานบ้าน ฉันเรียนวิชาลอกหนังกบสดๆ มาจากตาและยาย ให้ทำตอนนี้คงไม่กล้าแล้ว เรียนวิธีตำน้ำพริกมาจากตา น้ำพริกของตาไม่เหมือนใคร แต่ทำไมมันอร่อยจัง ฉันยังจำได้ ตาตำหอมแดงกับพริกป่นแล้วเหยาะน้ำปลา แค่นี้ก็อร่อยแล้ว

...................ฉันเคยเกือบเผาบ้านตา เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของเด็ก ต้องการที่จะฆ่าไรไก่ หลังบ้าน เลยเอาไฟไปสุมรังไก่ที่ทำจากฟาง ฟางติดไฟอย่างรวดเร็ว วิ่งหาน้ำดับไฟแทบไม่ทัน

...................เคยนึกอยากเป็นแม่ค้า ตื่นแต่เช้าหาของไปนั่งขายที่ตลาดสดตอนเช้า ของที่จะเอาไปขายหาได้ในครัว ขโมยมะนาวยายไปขายตลาด ยายรู้ด้วยแหละ แต่ไม่ดุซักคำ วันนั้นขายของได้ไม่ถึง 10 บาท ขายครั้งเดียวแล้วเลิกเลย

..................เมื่อตาเกษียรจากงานชลประทาน ตากับยายย้ายมาอยู่กับครอบครัวเรา เพราะบ้านตากับยายเป็นบ้านพักของพนักงานชลประทาน บ้านหลังใหม่เพิ่งสร้างเสร็จ หลานๆ ทุกคน อยู่ในช่วงวัยรุ่น พวกเราดื้อตามประสา และไม่ค่อยชอบยายนัก ที่เป็นคนจู้จี้จุกจิก ตากับยายอยู่กับเราไม่นาน ก็มีเหตุให้ทะเลาะกับพ่อ พ่อเป็นคนแข็งกร้าว ยึดถือความคิดของตนเป็นใหญ่ ตากับยายย้ายออกไปสร้างบ้านหลังเล็กๆ อยู่ ในที่อีกแปลงหนึ่ง และยึดอาชีพ ห่อขนมเทียนขาย คนแก่สองคนวัย 60 ปี ห่อขนมเทียนไปขายตลาดยามเช้าเพื่อเลี้ยงชีพ ช่วงนั้นฉันเข้าเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว นานๆ ทีถึงจะได้กลับมาบ้าน กลับมาบ้านฉันมักจะหาเวลาไปนั่งห่อขนมเทียน ไปล้างจานให้ และทานข้าวฝีมือตายายอีกครั้ง ฉันไม่ได้ไปทุกวันหรอก นึกอยากไปก็ไป ตามประสาวัยรุ่นขี้เกียจบ้าง ขยันบ้าง เอาแน่เอานอนไม่ได้ ยายมักจะหยิบเงินจากกระเป๋าให้ฉันทีละสองร้อย สามร้อย ฉันรับเงินยายด้วยความตื้นตันใจ ไม่อยากรบกวน เมื่อฉันโตขึ้น วันที่ฉันหยิบเงินให้หลาน ฉันจึงได้เข้าใจ............สายใยแห่งรัก

...................ปี 2542 ตาล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งในกระดูก ฉันมีโอกาสไปเยี่ยมตาแค่ครั้งเดียวที่ศูนย์มะเร็ง เพราะตอนนั้นยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ฉันได้พบผู้ป่วยมากมายที่ศูนย์มะเร็ง บางคนนอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ตาผ่ายผอม คำที่ตาพูดกับฉันคือ “ตายทิ้งแน่ๆ ละปิ๊กน้อยเอ้ย” ตาจากไปในวันที่ฉันต้องเตรียมตัวสอบเข้าที่ทำงานใหม่ แม่กลัวฉันเป็นกังวลกับการสอบ จึงไม่ยอมบอกฉัน ฉันสอบเสร็จ รอฟังผลสอบอยู่ห้องเพื่อน แต่วันนั้นฉันเป็นอะไรไม่รู้ กระวนกระวายใจอยากกลับบ้านให้ได้ ฉันจึงตัดสินใจกลับบ้านในคืนนั้น พอตอนเช้าก่อนถึงบ้าน ฉันโทรบอกแม่ว่าฉันกำลังจะเข้าไปบ้านนะ แม่บอกว่า “ตาเสียแล้ว เผาวันนี้” ฉันไปทันเวลาพอดี
ทันเวลาส่งเทวดาของฉันขึ้นสวรรค์......................

....................ภาพที่ยายนั่งน้ำตาซึมมองรูปหน้าศพของตา ยังติดตาฉันอยู่เสมอ ยายคงยังทำใจไม่ได้ เพราะอยู่ด้วยกันมาจนแก่เฒ่า หลังจากนั้นยายก็อยู่บ้านฉันบ้าง ไปอยู่กับป้าอีกอำเภอบ้าง ฉันยังคงเป็นหลานที่เร่ร่อนออกทำงานหาเลี้ยงตัว นานๆ ที จะได้กลับบ้าน

..................ประมาณปี 2549 ยายช๊อคต้องเข้าโรงพยาบาล พอฟื้นขึ้นมาก็พูดไม่ได้ แต่ยายยังแข็งแรงดี เดินเหินได้สะดวก ทุกครั้งที่ฉันได้กลับไปเยี่ยมยาย ฉันจะเข้าไปกอด และยายจะร้องให้ทุกครั้ง

.................ต้นเดือนเมษายน 2553 แม่โทรมาหา บอกว่าตอนนี้แม่พายายมาอยู่ที่บ้าน ยายเดินไม่ได้แล้วนะ หมอบอกว่ายายเป็นหลายโรคมาก ให้พามาดูแลที่บ้าน ฉันบอกแม่ว่าสงกรานต์จะกลับบ้าน ให้ยายอยู่บ้านนั่นแหละ ฉันจะกลับไปหายาย

.................11-15 เมษายน 2553 กลับถึงบ้านบ่ายสองครึ่ง ฉันเข้าไปกอดยายเหมือนทุกครั้ง ยายร้องไห้อีกแล้ว ยายผอมไปมาก ทั้งๆ ที่ยายเป็นคนอ้วนมาตลอด ใครๆ ก็เรียกยายว่า ยายอ้วน ยายช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้ว แต่สติสัมปชัญญะยังดีมากๆ แม่ฉันทำหน้าที่ลูกที่ดีได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ตอนที่ตาป่วยเป็นมะเร็งแม่ก็เฝ้าตาจนลมหายใจสุดท้าย วันสงกรานต์แม่ไปทำบุญที่วัดจึงมอบหมายให้ฉัน ป้อนข้าวป้อนน้ำยายเสร็จสรรพ ฉันป้อนข้าวยายแบบเงอะๆ งะๆ ยายยิ้มๆ คงตลกฉัน ฉันมีดีตรงลูกเชียร์ บอกให้ยายกินข้าวเยอะๆ กินน้ำเยอะๆ ยายก็กิน ฉันนอนกับแม่กับยายทุกคืนจนวันกลับ

................15 เมษายน 2553 ต้องเดินทางกลับอีกแล้ว สำหรับฉันแล้ว.....การพลัดพรากกับบุคคลอันเป็นที่รัก เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเสมอๆ แต่ฉันก็ไม่เคยชินกับมันได้ซักครั้ง ได้แต่ยอมรับในวิถีชีวิต และโชคชะตาของตัวเอง ฉันเข้าไปกราบยาย และกอดยายเหมือนเดิม ยายยกมือขึ้นพนม และอธิษฐาน.........ยายพูดไม่ได้ .....ยายให้พรในใจ............
ฉันไม่อาจรู้ได้ในพรของยาย.........แต่เต็มตื้นที่หัวใจ

ยายจากไปอย่างสงบ..........วันพุธที่ 12 พ.ค. 2553 ทุกคนจะไปร่วมส่งยายขึ้นสวรรค์ แต่หลานคนนี้ก็ไม่อาจไปส่งยายได้ ด้วยภารกิจต้องไปดูงานที่ประเทศลาว ฉันปรึกษากับแม่ แม่บอกว่าไม่ต้องกังวล ให้เลือกงาน มาไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ค่อยมาวันทำบุญร้อยวันก็ได้ ฉันสวดมนต์ให้ยายตั้งแต่เมื่อคืน เมื่อเช้าก็ใส่บาตรให้ และตั้งใจจะใส่ทุกๆ วัน แม้จะอยู่ที่ลาว ทั้งๆ ที่ฉันตั้งใจไว้ว่าจะบวชชีพราหมณ์ให้ยาย ในวันที่ส่งยายไปสวรรค์ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ทำ




 

Create Date : 10 พฤษภาคม 2553
3 comments
Last Update : 10 พฤษภาคม 2553 16:19:12 น.
Counter : 2036 Pageviews.

 
 
 
 
 
 

โดย: nuyza_za วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:13:37 น.  

 
 
 
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะค่ะ และก็เชื่อค่ะว่าความรักที่คุณมีให้ยาย คุณยายรับรู้และเข้าใจค่ะ

ถึงท่านจะจากไปแล้ว การทำบุญกุศลไปให้ท่านนั้น เป็นสิ่งที่ดีค่ะ คุณยังดีที่ยังได้เคยแสดงความรักต่อคุณยาย

ยังมีอีกหลายคนเลยแหละค่ะ รวมทั้งติ๊งด้วย ที่ไม่มีโอกาสแม้แต่จะกอด เพราะช่วงที่เสียคุณยายไป ยังเด็ก ยังคิดไม่เป็นเลยค่ะ พอมาถึง ณ วันนี้ เสียดายวันเวลาเหลือเกินค่ะ

เป็นกำลังใจให้นะค่ะ และขออนุโมทนาเรื่องที่จะบวชชีพราหมณ์ด้วยนะค่ะ ติ๊งเชื่อว่าแค่คุณคิดจิตก็เป็นกุศลแล้วละค่ะ
 
 

โดย: thinkcraft วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:20:54:29 น.  

 
 
 
อยากเป็นกำลังใจให้เธอได้บวชเธอจัง
 
 

โดย: เทพ IP: 58.11.86.35 วันที่: 24 กรกฎาคม 2554 เวลา:13:02:04 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Pikless
 
Location :
ชลบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ความรักเปรียบเสมือนเงา ยิ่งวิ่งไล่ยิ่งหนีห่าง
แต่ถ้าเราวางเฉย มันอยู่ใกล้ๆเรานี่เอง
[Add Pikless's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com