ชีวิต...คือความหลากหลาย
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
13 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
Lions for Lambs : คำถามที่เราเองต้องตอบ





หนังเรื่องนี้แบ่งออกเป็น 3 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วง
ไม่กี่ชม. ของวันธรรมดาๆ วันหนึ่ง

เหตุการณ์แรก สว.เออร์วิ่ง (Tom cruise) เปิดการให้สัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว
กับ จานีน (Meryl Streep) นักข่าวจากสถานีโทรทัศน์
เป็นการสัมภาษณ์ชนิด exclusive เธอเป็นนักข่าวคนแรกที่จะได้รู้ว่า รัฐบาล
สหรัฐมีแผนใหม่ ยุทธศาสตร์ใหม่ ที่จะชนะสงครามกับอิรักได้อย่างไร

พร้อมๆ กับการสัมภาษณ์ เราก็ได้เห็นว่า
ยุทธศาสตร์ใหม่ที่ว่าก็กำลังดำเนินไปพร้อมๆ กัน
พร้อมกับการเข้าร่วมสงครามครั้งแรก ของสองหนุ่ม
เออเนส และ เอเรียน
ปฏิบัติเข้ายึดพื้นที่บนยอดเขา เพื่อชิงความได้เปรียบตามยุทธศาสตร์การรบ
ในพื้นที่ของ ศัตรู อัฟกานิสถาน

และส่วนสุดท้าย ก็คือการพูดคุยของ เมอรี่ย์ (Robert Redford)
อาจารย์ในมหาวิทยาลัยที่เรียก นักศึกษาคนหนึ่ง
มาคุยในช่วงเช้าตรู่ เพื่อถามเหตุผลว่า เหตุใดเขาถึงไม่เข้าเรียน ?

เป็นไปตามคาดครับ หนังเนื้อหาหนัก เน้นบทพูด บทสนทนา
เกือบตลอดทั้งเรื่อง
ใครที่เข้าไปแล้วอยากเห็นเรื่องตื่นเต้น ไคลแมกซ์ลุ้น ก็คงต้องผิดหวังกันตามระเบียบ

เป็นหนังที่ต้องดูไปและต้องคิดไป
ไม่ได้หมายความว่า ดูเข้าใจยากหรือ ดูไม่รู้เรื่องนะครับ
แต่ถ้าดูเฉยๆ ไม่คิดอะไรเลย มันไม่ก็จะไม่สนุก
เพราะฉะนั้นใครอยากดูหนังแบบไม่ต้องคิดอะไร
หนังเรื่องนี้ไม่สมควรดูครับ

ผมชอบประเด็นเรื่องของสื่อ ในหนังเรื่องนี้
เพราะมีการด่าสื่ออย่างตรงไปตรงมาดี ผ่านตัวละครนักการเมืองของ ทอม ครูส
เมื่อกล่าวถึงเรื่องการเปิดสงคราม กับอิรัก
ทุกวันนี้ทุกคนต่างถามถึงความชอบธรรม จากรัฐบาล
ตัดสินใจถูกต้องหรือเปล่า มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

สว. บอกว่า เรายอมรับข้อผิดพลาดของเรื่องข่าวกรอง
แล้วถามว่า พวกคุณ พวกสื่อทั้งหลายยอมรับผิดกันบ้างหรือเปล่า
ทำไมตอนนั้น พวกคุณต่างส่งเสียงเชียร์กันทั่วหน้า

สื่อก็นำเสนอไปตามข้อมูลที่มีอยู่ เท่านั้นเอง
นั่นเป็นคำอธิบาย ที่ได้ยินกันบ่อยๆ

หลังจากคุยกันไปเรื่อยๆ ฝ่าย สว. ก็นำเสนอข้อมูลว่าทำไมเราต้องโจมตี เพิ่มขึ้น ใช้ยุทธการใหม่ และต้องทำทุกอย่างเพื่อชัยชนะ การจะยอมถอนทหารเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้เพราะ บลา บลา บลา .....
ความผิดพลาดในอดีตอย่าง สงครามเวียดนาม อย่าไปพูดถึง เพราะเราต้องมองไปข้างหน้า

นักข่าวก็รู้ คนดูอย่างเราก็รู้ว่า มันโฆษณาชวนเชื่อชัดๆ
หรือภาษาบ้านๆ ก็คือโม้นั่นเอง

พอเดินกลับ ออฟฟิศ จานีน บอกกับหัวหน้าว่า เราจะไม่ยอมเป็นเครื่องมือ ของรัฐบาลอีก แต่หัวหน้าบอกว่า นี่คือข่าวเพราะฉะนั้นต้องเสนอเป็นข่าวด่วน
โต้เถียงกันอยู่นาน
ผมไม่บอกล่ะกันว่าสุดท้ายเป็นยังไง

ผมไม่ได้เป็นนักข่าว แต่อยากรู้เหมือนกันว่า ตกลงนักข่าวควรทำยังไง
บางคนบอกว่านักข่าว ควรเป็นกระจก ที่สะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้น
ไม่ตัดสิน ให้คนรับข่าวเป็นผู้ตัดสินเอาเอง
แล้วถ้ากระจกมันสะท้อนแต่สิ่งเดิมๆ สะท้อนอยู่ข้างเดียว
เพราะอีกด้านไม่ได้วิ่งมานำเสนอตัวเองต่อหน้ากระจกล่ะ ?

หรือบางคนบอกว่า สื่อ ควรเป็นตะเกียงนำทางสังคม
สิ่งในถูกผิด ต้องนำสังคมได้
ก็มีคนถามว่า แล้วประชาชนจะเชื่อได้อย่างไรว่า สื่อ ถูก

ผมไม่ได้เป็นนักข่าว เพราะฉะนั้นดูเรื่องนี้จบแล้วก็จบกัน แต่อยากรู้ว่านักข่าวจริงๆ เขาคิดกันยังไงจัง
................................................................................................

อีกประเด็นที่ชอบมากกว่า ก็คือ คำถามที่โปรยไว้บน โปสเตอร์
What do you: live...die...fight...stand for?

ผมว่าสิ่งนี้คือ สิ่งที่ผู้กำกับอยากจะสื่อมากที่สุด
มีใครไม่เคยถามตัวเองด้วยคำถามนี้บ้าง
ผมว่าคนคนนั้นคงมีความสุขดีนะครับ คืออยู่ไปแบบไม่ต้องคิดอะไร

และอีกกลุ่มที่มีความสุขคือตอบตัวเองได้ชัดเจนทุกครั้งที่ถามตัวเอง
เด็กหนุ่มสองคน จากกลุ่มคนที่เรียกได้ว่าด้อยโอกาส อยู่ในสภาพแวดล้อมที่คนสามารถยิงกันตายได้โดยไม่ต้องมีเหตุผล
พวกเขาสามารถหลุดพ้นจากสภาพนั้นมาได้ มาเรียนในมหาวิทยาลัย
และคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อคนอื่น

ในขณะนี้เด็กหนุ่มอีกคน เป็นลูกคนชั้นกลางผิวขาว มีโอกาสมากมายในชีวิต
เรียนเก่ง และมีความคิดที่ดี
จู่ๆ วันหนึ่งก็ไม่เข้าเรียน เพราะว่าไม่รู้จะเรียนไปทำไม
ในเมื่อเรียนไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้น

เรดฟอร์ดโยนคำถามว่า เหตุใด คนที่มีโอกาสดีพร้อม
มักจะเป็นกลุ่มที่คิดถึงตัวเองมากกว่าผู้อื่นเสมอ การมีความรู้ ก็เพื่อที่จะรู้ว่า
บนถนนมันมีหลุมมีบ่อ ตรงไหน แล้วเราจะหลบมันได้อย่างไร
แต่ความรู้ไม่ได้ทำให้ เราลงจากรถ แล้วไปทำให้อะไรๆ มันดีขึ้น
ความรู้ทำให้เราแสวงหาความสุขให้ตัวเราเองเท่านั้นเอง ?

ก็เลยเป็นคำถาม
What do you: live...die...fight...stand for?

ทอดด์ เป็นคนเก่ง สามารถพูดถึงความเลวร้าย ความโกหกปลิ้นปล้อนของนักการเมืองได้เป็นชุดๆ โดยที่ไม่ต้องเคยออกไปรณรงค์อะไรเป็นเรื่องเป็นราว

อาจารย์จึงบอกว่าคุณพูดเก่ง แต่มันจะดีกว่า
ถ้าเป็นคำพูดของคนที่เคยออกไปเรียกร้องสิทธิ เคยออกไปแสดงความเห็น
หรือเคยเคลื่อนไหวทางการเมือง

ทอดด์ ถามอาจารย์กลับว่า เราจะทำไปทำไมเมื่อทำไปแล้ว ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน

ผมว่า มีคนมากมายที่คิดแบบนี้
ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ เราจะเดินข้ามทางม้าลายทำไม ในเมื่อข้ามตรงอื่นก็ได้
เราจะรอสัญญาณไฟเขียวทำไม ในเมื่อตอนนี้รถมันว่าง
เราจะประหยัดไฟทำไม ในเมื่อเราไม่ได้จ่ายค่าไฟ
เราจะพูดไปทำไม ในเมื่อคนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้คิดอย่างเรา
เราจะต้องออกไปใช้สิทธิทำไม ในเมื่อมันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น

การที่เด็กสองคนแรก เลือกที่จะอาสาเป็นทหารไปสงครามที่อัฟกานิสถาน
ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ว่า เขาเลือกถูกหรือผิด
(หรือบางคนบอกว่าอย่างนี้ ผู้กำกับสนับสนุนสงครามนี่หว่า)
ประเด็นคือเขา "เลือก" ที่จะทำอะไรเพื่อสิ่งอื่น ที่ไม่ใช่ตัวเอง

อาจารย์ให้ทอดด์เลือกว่า ไม่ต้องมาเข้าเรียนอีกเลยก็ได้
โดยที่ อาจารย์จะให้เกรด B ไปเลย ซึ่งเป็นข้อเสนอที่วิเศษสุด
สำหรับคนที่ต้องการ เกรดดีๆ
เป็นการเสนอที่ฉลาดของ อาจารย์ และเป็นข้อคิดที่ดีสำหรับทอดด์
ถ้าคุณอยากได้เกรดดีๆ คุณก็อยู่เฉยๆ ไปเลย

สุดท้ายมันสำคัญแค่ว่า จริงๆ แล้วทอดด์มาเรียน
เพราะต้องการเกรดดีๆ เท่านั้นใช่ไหม ถ้าใช่ก็จบ

เดินออกจาก โรงหนัง ก็ถามตัวเองอีกทีว่า
What do you: live...die...fight...stand for?
คำถามนี้ ไม่ต้องเป็นนักข่าว ไม่ต้องเป็นนักการเมือง ไม่ต้องเป็นข้าราชการ
เป็นคำถามที่เราเองต้องตอบตัวเองให้ได้ ไม่ใช่หรือ ?
.......................................................................................
คะแนน 8/10
โรงภาพยนตร์ SF central world
วันที่ 12/11/2550

ข้อมูลภาพยนตร์
Lions for Lambs (2007)
Director : Robert Redford
Actor : Tom cruise, Merly streep, Robert redford


Create Date : 13 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 17 พฤศจิกายน 2550 11:06:06 น. 0 comments
Counter : 968 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

pigletdora
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add pigletdora's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.