การเดินทางต่อไป คงจะต้องเดินคนเดียวแล้วสิเรา....รอวันเธอกลับมาเดินอยู่ร่วมกันในอนาคตนะ I love you...
 

Australia Trip: Day 2 SYD Harbour Bridge-Captain Cook Cruise-Opera House-Darling Harbour

หลังจากปล่อยรีวิว วันแรกที่เดินทางไปถึงซิดนีย์ ไปหลายเดือนมาก

ช่วงนี้ จริงๆ ก็ไม่ว่างหรอกนะ แต่อยากจะอัพบล็อคต่อ

เผื่อว่า จะมีใครหาข้อมูลไปเที่ยวออสเตรเลีย เองอยู่

เรามาต่อกันดีกว่านะคะ Smiley

วันที่สองนี้ กล้ามาก ไปเที่ยวคนเดียว (ช่างกล้า ภาษาอังกฤษก็แข็งแรงตายเลย)

เรื่องมีอยู่ว่า จากวันแรก น้องสาวที่น่ารัก ได้แนะนำให้ซื้อตั๋วโดยสารแบบ Multi 1 เป็นวีค ไว้

ตั๋วนี้ ราคาสูงอยู่นะคะ ประมาณ AUD$43 แต่มันสามารถ ขึ้นรถไฟ-รถบัส-เรือเฟอรี่ ในเมืองได้ดีเชียวล่ะ

คุ้ม จะขึ้นกี่เที่ยวก็ได้

ในเมื่อมีตั๋วนี้แล้ว จะกลัวอะไรเล่า go go go

เช้ามา ป้านี (ภรรยาลุงอ้วน ผู้ที่ส่งเรามาท่องเที่ยวออสเตรเลียครั้งนี้ ลุงอ้วน เป็นเจ้านายเราอีกที )

ก็ถามย้ำถามอีก กลัวว่า เราจะไปหลง ไปได้แน่เหรอลูก

เราก็ น่าจะได้นะคะป้า มีไรนู๋โทรหาค่ะ ทำซิมต่างประเทศไว้แล้ว no worry ค่ะป้า

โอเค ไปได้ก็ได้ลูก แต่เช้านี้ ป้าพาไปเดินเล่นแถวๆ นี้ก่อนเนอะ

ดีค่ะป้า นู๋ชอบ

หลังจากนั้น ป้าก็แต่งตัวทะมัดทะแมง พาเราไปเดินรอบๆ บริเวณ Marrick Ville

บ้านละแวกนี้ จะเป็นทรงแบบโบราณ แต่ข้างในดูดีกันนะจ้ะ ที่นี่เค้าอนุรักษ์ความเป็นสไตล์แบบนี้กัน

นอกจากนั้น ที่นี่ มันเป็นเนินนะคะ คนที่นี่ เค้าถึงใส่รองเท้าผ้าใบกันส่วนใหญ่ เพราะเดินขึ้นเขา ลงเขา กัน ใส่รองเท้าส้นสูง จบชีวิตแน่ค่ะ

จากนั้น ก็เดินอ้อมไปอีกทาง ผ่านเจอวัดจีน และโบสถ์ สองแห่ง สวยงามดีค่ะ มีความเป็น แอนทีค มากๆๆๆ

ชอบความสงบของเมืองนี้มากๆๆ

 โฉมหน้าป้านีเอง วัยรุ่นอยู่เลยมั้ยคะ ตรงนี้คือหน้าวัดจีนค่ะ

โบสถ์สองแห่งที่ผ่าน

ผ่านมาเจอป้ายรถเมล์ ถ่ายซะหน่อยสิคะ เสียดาย แดดส่องพอดี แดดแรงมาก แต่อากาศเย็นสบาย

ถนนหนทางแถวนี้ ตอนเช้า เงียบสงบมากๆๆ หรือเป็นช่วงวันอีสเตอร์ ก็ไม่รู้ (อีสเตอร์ของเค้า คือช่วงเดือนเม.ย. ประมาณวันจักรีบ้านเรา)

หลังจากนั้น เราก็กลับบ้าน สักชั่วโมงนึง เราก็มุ่งหน้าตะลุยซิดนีย์คนเดียว

จากนั้น เราก็ออกเดินทาง จากที่พัก ย่าน Marrick Ville มุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟ

จาก สถานี Marrick Ville ก็นั่งมาหลายสถานีอยู่นะ มันเหมือนอ้อม

ภาพบนรถไฟ วันนี้เจอรถไฟเก่าอ่ะ ไม่มีแอร์ แต่ก็ยังดูไม่สกปรก เท่ารถไฟบ้านเรานะ

รถไฟบ้านเค้า และเส้นทางการวิ่งของรถไฟในซิดนีย์ ดูแล้วก็งงนิดหน่อย

นั่งมาสักพัก เราก็มาถึงสถานี Circular Quay

สังเกต ด้านล่างของป้าย Opera House / Royal Botanic Gardens / The Rocks นี่คือสถานที่ท่องเที่ยวย่านนี้จ้า (จริง ๆ มี Harbour Bridge ด้วยนะ)

เริ่มต้น ตั้งใจจะต้องเดินไปชมวิว Opera House บนสะพาน Harbour Bridge ให้ได้ ไปหาทางขึ้นกัน

ดีมากที่อากาศวันนี้เป็นใจในการถ่ายรูป แดดดีมากๆๆๆ

หาทางไปขึ้นสะพานก่อนนะ เดินผ่านย่าน The Rock ย่านนี้ มีร้านดังหลายร้าน ร้านที่ทุกคนมา

แล้วต้องไปกินคือ Pancake on the Rock ร้านแรกอยู่ย่านนี้แหละ แต่ไม่ได้ถ่ายรูปมานะ

แต่ไปกิน อร่อยมากๆๆๆๆ

ย่าน The Rock สวยงามแบบแอนทีคๆๆๆๆๆ

เดินมาสักพัก เจอแล้วทางขึ้น เดินไกลเลยนะวันนี้ หลายกิโลเลยแหละ แต่แปลก เดินในต่างแดน

กับเดินในเมืองไทย มันต่างกันนะ ที่นี่ เดินได้สบายมากๆ เพราะรถราไม่เยอะ เค้ามีทางเท้าให้เดิน

ลองเป็นเมืองไทยสิ มีของวางให้เต็มทางเท้า เดินไปจะตกทางเท้า รถจะชนเอา โดยเฉพาะมอเตอร์ไซด์

เราเดินขึ้นสะพานกันนะ

เมื่อถึงจุดชมวิว แล้วเราก็ได้ภาพสวยงามแบบนี้

หลังจากนั้นเราก็เดินไปหาจุดมุ่งหมายต่อไป ไป ล่องเรือ ไป Darling Harbour กัน

เราต้องมาขึ้นเรือ ตรงนี้ Wharf6 Captain Cook Cruise มีหลายเวลานะคะ สามารถเช็คได้ที่

//www.captaincook.com.au/home.asp

Darling Harbour จะเป็นท่าเทียบเรือ และมีร้านอาหารมากมาย และเป็นสถานที่ที่ตอนค่ำๆ เย็นๆ จะมีคู่รักมานั่งชิว กินข้าวกัน เหมือนเป็นที่นัดเดท อะไรประมาณนั้น

ณ ที่นี่ ยังมี Sydney Aquarium / Sydney Wildlife Park / Madam Tusso อีกด้วย

เรามาถึงตรงนี้ ก็บ่ายพอดี เริ่มหิว หาไรกินดี น้องสาวบอกว่า พี่เบียร์ ถ้าไม่ถึง AUD$10 ถือว่ากินได้

ไม่แพง แต่พี่ห้ามคูณเป็นเงินไทยเด็ดขาด ไม่งั้นพี่จะไม่กล้ากินอะไรเลย จริง ตอนเราไป ค่าเงินอยู่ที่ (1 AUD = 31 Baht)

งั้นกินไรดี ไปเจอเหมือนกิบับ เค้า ประมาณ AUD$7

อิ่มเหมือนกันนะ

หลังจากกินเสร็จ ไม่นั่งเรือดีกว่า เดินไปขึ้นรถเมล์ฟรี กลับดีกว่า ที่นี่ย่านในเมืองจะมีรถเมล์ฟรี สาย 555 เป็น Shuttle Bus สีเขียวเชียว แต่ส่วนใหญ่รถจะเต็มอ่ะ ที่นี่ เต็มเค้าไม่รับนะจ้ะ

หาทางไปขึ้นรถเมล์ก่อน ระหว่างทาง เจอสะพานนี้ เป็นสถานี Monorail ที่วิ่งวนจาก Central มา Darling Harbour

และพอเดินไปสักพัก ก็เจอ Sydney Tower แต่วันนี้ยังไม่ไปขึ้นดีกว่า เดี๋ยวงง รอน้องสาว พาไป

หลังจากนั้น ก็เดินมั่วไปเรื่อยๆ เดินไปเจอห้างสำคัญคร้า QVB (Queen Victoria Building) ห้างนี้มีแต่ของ Brandname นะจ้ะ

แต่ที่สำคัญ คือความงามของภายในอาคาร และความแอนทีค อีกแล้วคะ สรุป ซิดนีย์ มีความแอนทีคมากๆๆ ชอบตรงนี้แหละ

เดินเล่นอยู่สักพัก เราก็ออกมาหน้าห้าง มาเจอป้ายรถเมล์ รอสักพัก รถก็มา

เราก็ไปลงยังป้าย Circular Quay จุดเดิม ไปเดินดู Opera House ใกล้ๆ หน่อยล่ะกัน

 แดดแรงมาก แต่ขอบอก อากาศดีมาก ไม่ร้อนเลย เดินไม่มีเหงื่อเลย

 นี่คือร้านอาหารบริเวณ Opera House คนออสซี่ จะมานั่งทานข้าวตากแดด กันยามบ่าย โอ้แม่เจ้า แดดแรงมากอ่ะ นั่งกันไปได้

หลังจากนั้น เราก็กลับบ้านด้วยรถไฟ เหมือนเดิม

จบวันที่สองที่ซิดนีย์ วันนี้ดีใจที่ได้เดินเที่ยวคนเดียว รู้สึกเป็นประสบการณ์ที่ดี ในการอยู่ต่างแดน มากๆๆSmiley

ไว้จะมาอัพวันที่สาม ในครั้งต่อไปนะจ้ะ Smiley

 




 

Create Date : 05 ธันวาคม 2555    
Last Update : 5 ธันวาคม 2555 21:35:41 น.
Counter : 1333 Pageviews.  

Australia First Trip : Day 1 BKK-SIN-SYD

และแล้ว วันสำคัญก็ได้มาถึง

7 April 2012 : BKK-SIN by SQ0979 ..... and transit at Changhi Airport SIN-SYD by SQ231 (Airbus A380)

ตื่นเต้นเหมือนกันนะ ที่ต้องเดินทางคนเดียว ไม่ใช่การไปต่างประเทศครั้งแรก แต่ไปทุกครั้ง มีคนไปด้วยตลอด แต่ครั้งนี้ ดิฉันต้องบินเดี่ยวคร้า แถมยังกล้าที่จะไปเปลี่ยนเครื่องที่สิงคโปร์อีกอ่ะ ช่างกล้า แทนที่จะไปการบินไทย 555

วันนั้น ก็รีบไปสนามบินแต่หัววัน เนื่องจากของที่ต้องโหลดไป มีคนฝากไปเยอะ น้ำหนักท่าจะเกิน ก็เลยไปเร็ว ๆๆ เพื่อจะได้โหลดของคนแรก ๆ แต่ด้วยความที่เจ้าหน้าที่เช็คอินเป็นคนของการบินไทย ก็เลยปล่อยน้ำหนักให้เกินมั้ง จริงๆ ระบุไว้แค่ 20KG แต่สองกระเป๋า กะหนึ่งถุงใหญ่(ผ้านวม) ปาไปเกือบ 30KG

อ่ะด่านแรกเรื่องน้ำหนักผ่านไป

ก็ร่ำลากะบรรดามิตรรักแฟนเพลง ที่มาส่ง และก็เดินเข้าเกทดีกว่า รอขึ้นเครื่องตามระเบียบ ระหว่างนั้น ก็เดินเช็คราคาสินค้าที่ duty free ซึ่งดูๆๆ แล้ว แพงเนอะ รู้สึกว่าจะแพงกว่าเดิม

พอเกทเปิด ก็มารอขึ้นเครื่องเลย นั่งลำเล็ก ไปต่อลำใหญ่ มาดูกันสิ ว่าลำเล็ก จะมีจอทีวีมั้ย มีไรรองท้องระหว่างไปสิงคโปร์น้า





จอเล็กนะคะ สำหรับเครื่องโบอิ้งธรรมดา ส่วนอาหาร ข้าวไก่อบนะ ก็พอกินได้ แต่ที่อร่อย จะเป็นสลัดแฮมที่แนบมาด้วย อร่อยดี

กินอิ่ม ก็ถ่ายรูปเล่นซะหน่อย ถ่ายเองก็ได้ หน้าเลยบานแบบนี้เลย 5555



หลังอิ่มท้องผ่านไปประมาณหนึ่งชั่วโมง เครื่องก็ landing ที่สนามบินชางกี เรียบร้อย คราวนี้ก็ต้องมาผ่านอีกด่าน คือ เดินหาเกทที่ต่อเครื่อง

ก่อนลงเครื่องไม่ลืมปรับเวลาให้ตรงกับเวลาท้องถิ่น ไม่งั้นผลัดหลงเวลาแย่เลย

ออกจากประตูเครื่อง ก็เดินหา Skytrain เปลี่ยน Terminal เพื่อที่จะไปเกท B2 เดินๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ยังไม่วาย ขอแชะรูปหน่อย




เจอเกทแล้ว รอเวลา มีเวลาเดินเล่นประมาณชั่วโมงกว่าๆๆ ทำธุระส่วนตัว และเดินดูของ ราคาน้ำหอมกะเครื่องสำอางที่สิงคโปร์ ถูกกว่า duty free บ้านเรานะ เมื่อก่อนบ้านเราถูกกว่า ไฉน เปลี่ยนไปอ่ะ

และแล้วก็ได้เวลาขึ้นเครื่อง Airbus A380 คนเยอะเหมือนกันแฮะ ไม่มีคนไทยเลยเหรอคะ ไฟล์ทเนี่ย ดูเหมือนจะต่างชาติหมดเลย ใครจะนั่งข้างฉันล่ะเนี่ย สู้โว้ย



รูปไม่ค่อยชัดเท่าไร รูปเครื่องบิน

เนื่องจากขึ้นไปคนเยอะ เลยไม่ได้ถ่ายภาพรวมไว้มาก มาดูจอทีวี และอาหารเลยเนอะ ขึ้นเครื่องไปมันจะตีหนึ่งแล้ว ดังนั้น มื้อแรกบนเครื่องเลยเป็นแค่ของว่าง อารมณ์ประมาณพายไก่อ่ะ หรือคิบับไก่ เนี่ยแหละ แต่มีช้อคโกแลตด้วย



หลังจากทานของว่าง ก็ดูหนังสักพัก ของีบหน่อยนึงนะ
อ้อ !!! ลืมเล่าค่ะ คนนั่งข้างๆๆ เป็นสองสามีภรรยา ชาวเขมร ไปหาคุณหมอถึงซิดนีย์คร้า ก็ดี แกเปิดหนังไม่เป็น ก็สอนเปิด พูดภาษาอังกฤษปนภาษาใบ้ กะแก เพราะแกก็งง ๆๆๆ ภาษาอังกฤษ เหมือนกัน

หลังจากงีบไปประมาณสามชั่วโมง ก็ตื่นมา สักพัก ทางแอร์ก็เตรียมเสริ์ฟ อาหารเช้า (เค้าจะเสริฟก่อนเครื่องลงประมาณสองชั่วโมง) มาดูกันว่าอาหารเช้าเป็นอะไร



มันคือ ออมเล็ทจ้า อร่อยดี

สักพักก็ถึงซิดนีย์แล้ว ไหนดูบรรยากาศนอกเครื่องหน่อยสิ อัยย่ะ ฝนตกฮะพี่น้อง



สักพักเครื่องก็ landing @Kingford Smith International Airport

ใจเต้นแรงๆๆๆ เพราะอ่านเรื่องตม.มาเยอะ ไม่กล้าถ่ายรูปหรือทำไรเลย กลัวตม.ถามเยอะ

ไม่มีคนเลย ลงไฟล์ทเวลานี้ (1020)
เลือกตม.ได้เลย เอาคุณผู้หญิงอ้วนคนนี้ดีกว่า ดูใจดี และใจดีจริงๆๆๆ ไม่ถามไรเลย แสตมป์ให้เลยอ่ะ กรี๊ดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

มาอีกด่าน ตอนรอเอากระเป๋า ก็พยายามดูว่ามีคนไทยมากะเราบ้างมั้ยน้า อ่ะมีกลุ่มนึง ประมาณห้าหกคนได้ สักพักมีเจ้าหน้าที่เดินตามหาคนไทย เค้ามาถามคนข้างๆ เราว่าคนไทยมั้ย (คนข้างๆ เป็นจีน) เราเลยเสนอตัวบอก เราไทย เค้าก็ถามชื่อไร ดูพาสปอร์ต มาทำไร (มาเทรนกับสนง.ใหญ่) เค้าก็ถามมาคนเดียวเหรอ (ใช่มาคนเดียว) แล้วมันก็บอกว่าไม่มีไร งง งง
ก็รอเอากระเป๋าต่อ สักพักมีมาอีกคน เป็นออสซี่ มาเลย มาถามว่า มาจากไหน (ไทยสิ) พูดภาษาอังกฤษได้มั้ย (ได้นิดหน่อย) มีของต้องสำแดงตามข้อดังกล่าวในใบตม.มั้ย (ไม่มีเลย) โอเค คุณออกช่องนั้นเลยนะ (ช่องที่ตรวจใบตม.แล้ว) เย้ เย้ ผ่านฉลุย

พอออกมา ก็เจอน้องสาวที่น่ารัก มารอรับอยู่ พร้อมคุณแฟนของน้อง
การไปครั้งนี้ ไปดูงาน และไปพักบ้านลูกชายเจ้านาย ที่ Marrick Ville อยู่นอกเมืองซิดนีย์นิดนึง ซึ่งมีเด็กน้อยถึงสองคนด้วยกัน (คิดในใจ คงจะวุ่นวายดีแท้ สิบกว่าวันนี้ของฉัน)

พอไปถึงบ้านลูกชายเจ้านาย ภรรยาเจ้านาย ซึ่งบินไปก่อนเราสองเดือน รอรับอยู่แล้ว แต่ยังอยู่ในชุดแม่บ้าน เราก็ไม่ได้เพลียอะไรมาก น้องสาวที่น่ารัก เห็นเราไม่เพลียมาก และดูท่าทางจะเซง ถ้าเราอยู่บ้าน จึงชวนเราออกไปเที่ยวต่อ เราก็โอเคเลย อาบน้ำ แล้วไปเที่ยวต่อ (ถึงฝนจะตกปรอยๆๆ ก็ตาม)

มาดูรถไฟบ้านเค้ากัน มีรูปรถใหม่ และรถเก่านะ



เพื่อจะได้ศึกษาเส้นทางด้วย เราไปในเมืองด้วย รถไฟกัน

น้องๆๆ ก็ตัดสินใจพาคุณพี่ ไปเที่ยว Manly Beach ดีกว่า แต่ไปที่พักของน้องเพื่อเก็บของก่อนนะ ก็เลยได้นั่งรถไฟ ไปลง Museum Station ใกล้ๆ ไทยทาวน์ ก็ได้เห็นในเมืองแล้ว


ไปขึ้นเรือกัน เพื่อข้ามไป Manly Beach ไปที่ Circular Quay จะมีท่าเทียบเรือเยอะแยะไปหมด เราไปขึ้นที่ Wharf 5 Manly


คนเยอะอยู่นะ เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดอีสเทอร์ของเค้า

ระหว่างนั่งเรือไป ก็ถ่ายภาพบ้าง แต่ไม่ค่อยสวย เนืองจากฝนตกอ่ะ



ประมาณ 1 hrs. ก็ถึงแล้ว พอถึงน้องหิวข้าว เลยพาเราทานอาหารไทยมื้อแรกที่ไปถึงที่ Manly

ร้านชาติไทย โด่งดังมากๆๆที่ซิดนีย์


แชะรูปซะหน่อย เดี๋ยวจะมาไม่ถึง



จริงๆ มีอีกสองอย่าง แต่ไม่ได้ถ่าย อาหารจานเดียว จานใหญ่ จะตกอยู่ประมาณ AUD$11 ต่อจาน ซึ่งแพงมากถ้าคูณเป็นเงินบาท ดังนั้น ห้ามคูณค่ะ ถ้าคุณอยู่ที่นั่น ไม่งั้นจะกินอะไรไม่ลงสักอย่างเลย

มื้อนี้ ก็ได้รับอภินันทนาการจากน้องสาวที่น่ารัก


หลังจากอิ่ม ก็เดินไปชายหาดกัน ระหว่างทางเดินไป เราก็นึกๆๆ อยู่ว่าเอ้มันเหมือนชะอำ หรือพัทยา หรือภูเก็ตบ้านเรานะเนี่ย มีของขาย มีถนนกั้นระหว่างร้านค้า กะชายหาด แต่ที่นี่คือ ออสเตรเลีย



มาดูชายหาดกันบ้างน้า



ปิดท้าย blog นี้ ด้วยภาพนี้ แล้วกัน นกนางนวลขาแดง เยอะมากที่ชายหาด ขอเจ้าของ blog วิ่งไล่มันหน่อยนะ



แค่วันแรก ก็ยาวเลย อย่าเพิ่งเบื่อกันนะคะ ยังไงถ้ามีเวลาจะมาอัพวันต่อๆ ไปให้ชมกันต่อคร้า




 

Create Date : 04 มิถุนายน 2555    
Last Update : 4 มิถุนายน 2555 13:28:28 น.
Counter : 1244 Pageviews.  

เตรียมตัวเดินทางไกลคนเดียวครั้งแรกในชีวิต Australia อั้ยย่ะ.........^^

ตื่นเต้น ตื่นเต้น

ไปต่างประเทศมาก็สองครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ ไปไกลอ่ะ

ออสเตรเลีย ประเทศที่ไม่เคยอยู่ในหัว ว่าฉันต้องไป อยากจะไป

เป็นความโชคดีที่ได้มาทำงานสายงานนี้

ทำแลนด์ออสเตรเลีย ถ้าไม่ได้ไปสัมผัส

โม้อย่างเดียว คงจะลำบาก

เจ้านายก็เลยส่งไปให้ดูบ้านเมืองเค้าว่าเป็นยังไง

ตื่นเต้นตั้งแต่ทำวีซ่าแล้ว เพราะ statement ก็ใช่ว่าจะสวย

ลุ้น ๆๆๆๆ ใจจดใจจ่อ เจ็ดวัน ได้เล่มกลับมา

ให้มาสามเดือน ค่อยยังชั่ว แต่ค่าวีซ่าแพงอยู่เน้อ ยื่นเดี่ยวด้วย (5xxx)

หน้าตาวีซ่า e-VISA




เค้าบอกว่าในเล่มพาสปอร์ต จะมีสแกนอะไรไว้ แต่เรามองไม่เห็น แล้วก็มีกระดาษแม็กซ์มาให้เท่านี้ ว่าได้มากี่เดือน เป็นแบบไหน

ของเราได้มาเป็นวีซ่า business แบบ multiple คือในระหว่างสามเดือนนี้ เข้าออกออสเตรเลียได้ไม่จำกัดจำนวน (ไปรอบนึงก็สามหมื่นกว่าแล้ว ค่าตั๋วอ่ะ)

แต่ครั้งนี้ เราช่วยเจ้านายประหยัด ยอมนั่งสิงคโปร์แอร์ไลน์ ไป transit แต่ได้นั่งเครื่องใหม่นะคะ Airbus A380 ที่โด่งดังกัน แล้วก็คิดว่าการไปเดินเล่นที่สนามบิน ชางกี ก็มีความสุขอีกแบบ

จริง ๆ อยากจะรอ transit หลายชั่วโมงนะ จะได้ไปเดินเล่นสิงคโปร์อีกรอบ แต่ไปคนเดียว กลัวจะเอ๋อ กลับมาอีกที เครื่องออกไปแล้ว

ก็ไปเดินเล่นสักสองชั่วโมงพอเนอะ

ขึ้นตอนต่อไป ก็เตรียมตัวทำร่างกายให้พร้อม ออกเดินทาง เย้ เย้

อีกสิบวัน เย้ เย้





เอาไว้กลับมาจะมาอัพรูปสวย ๆ ที่ซิดนีย์ และเมลเบิร์น ให้ชมกันนะคะ




 

Create Date : 24 มีนาคม 2555    
Last Update : 24 มีนาคม 2555 15:41:33 น.
Counter : 704 Pageviews.  

เขาค้อ ...... ไม่ไปไม่รู้

มาถึงอีกหนึ่งบล๊อค อันนี้ ไปเมื่อวันหยุดเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว ช่วงวันที่ 10-11 ธ.ค. 2012

พอดีมีคนใจดี พาไปเที่ยว ซึ่งเราไม่เคยไปเลยนะเขาค้อ

ไปแบบกะทันหันด้วย เป็นวันหยุดต่อเนื่อง ที่พักย่อมเต็ม

ดีนะ ว่าได้เต็นท์ ที่ เขาค้อทะเลหมอก รีสอร์ท

เรานั่งรถทัวร์ไปจากกรุงเทพฯ ไปถึงเพชรบูรณ์ มีเพื่อนเป็นข้าราชการอยู่ที่นั่น เค้าพาเที่ยววันรุ่งขึ้นอีกที

อากาศตอนไปก็หนาว ๆ เย็น นะ อยู่ประมาณ 18 องศา (ข้างในตัวเมืองนะ)

วันแรกที่เริ่มขึ้นเขากันดีกว่า ระยะทางโหดพอควร ต้องคนขับรถคล่อง ๆ นะ เพราะโค้งเยอะเหมือนกัน แต่ไม่ชัน เหมือนทางเหนือ


ที่แรกไปพระตำหนักเขาค้อ สวยงามมากเลยนะ อากาศดีมาก ๆ มีลมหนาว ๆ เย็น ๆ คิดว่าอุณหภูมิ น่าจะสิบกว่า ๆ เองนะ ถึงจะมีแดด ก็เย็น ๆ



ที่ต่อไป ที่เพื่อนพาไป เป็นค่ายพระยาตานี ที่ทหารไทย ทำเป็นป้อมปราการป้องกันพม่า มารุกราน หรืองัยเนี่ย ที่นี่ ก็เย็น ๆๆๆๆ

แต่วิวสวยดีนะ



เธอผู้นี้ ที่พาเราเที่ยว สาวน้อยกับป้ายของค่ายฯ เธอเป็นสาวใต้ แต่สอบข้าราชการได้มาประจำที่เพชรบูรณ์



หลังจากนั้น ก็ไปไหว้พระธาตุ ที่พระธาตุเขาค้อ ที่นี่ เค้าไหว้ด้วยเทียน วางไว้เรียงกันแบบนี้



ที่ต่อไป ก็บ่าย แก่ ๆ ๆ เริ่มจะหิว เพื่อนเลยพาไปกินไก่ย่าง ส้มตำ แถว ๆ น้ำตก เขาค้อ มีน้ำตกด้วยนะ ชื่อน้ำตกศรีดิษฐ์ เห็นว่า ถ้าช่วงเทศกาล จริง ๆ คนจะเยอะมาก ๆ แต่น้ำตกก็มีแค่นิดเดียวเองแหละ ทีถ่ายมา มุมนี้มุมเดียวจริง ๆ ที่สวยและใหญ่ นอกนั้น เป็นลำธารเล็ก ๆ





หลังจากนั้น เราก็ไปต่อกันอีกสักที่ เริ่มเย็น ๆ แล้วนะ ยังไม่ได้เข้าที่พักเลยวันนี้

วัดนี้ เพื่อนไปมาบอกว่า สวย เป็นปฏิมากรรม ชื่อวัดพระธาตุผาแก้ว

สวย และเย็น จริง ๆ แหละ

เจดีย์เค้าสร้างด้วยหินและลูกแก้ว หลากหลายมาก เป็นการเอามาเรียงกันสวยงาม สวยด้วยฝีมือมนุษย์ คล้าย ๆ วัดร่องขุน นะ
ที่นี่ มีสถานที่ปฏิบัติธรรม

เย็น สบาย สงบ สวยมาก





หลังจากเสร็จจากที่นี่ เราก้กลับที่พักแล้ว ไปถึงเกือบเข้าที่พักไม่ได้แน่ะ จอดรถกันให้แน่นเชียว อากาศตอนกลางคืน สุโค่ยอ่ะ ไม่รู้กี่องศา ไม่ได้เดินไปดูที่วัดอุณหภูมิ รู้แต่ว่า หนาวมาก ๆ ถ่ายรูปไม่ได้เลย เข้าเต็นท์สถานเดียว
แต่ก็ไปอาบน้ำอยู่นะ ไม่ไหวทั้งวันแล้ว

ดีที่รีสอร์ทมีน้ำอุ่น

ที่พักแน่นมาก เต็นท์กางให้เต็มไปหมด

ตั้งแต่สมัยเรียนไปเที่ยวภูกระดึง นอนเต็นท์ ก็มาคราวนี้แหละที่ได้นอนเต็นท์อีกครั้ง มันหนาวมากๆๆๆๆ อ่ะ

มาถ่ายรูปเช้าวันรุ่งขึ้น เสียดาย หมอกไม่มีเลย ไม่เห็นทะเลหมอก สมคำร่ำลือเลย ต้องมาใหม่

มาเห็นที่วัดอุณหภูมิ ตอนประมาณเจ็ดโมง กรี๊ดดดดดดดๆๆๆๆๆๆ

11 องศา



ไม่รู้เมื่อคืนกี่องศา รู้แต่ว่าเย็นเหมือนน้ำแข็งเลยอ่ะ

อากาศยามเช้าที่รีสอร์ท สุดยอดอ่ะ



การเที่ยวครั้งนี้ ทำให้อยากไปอีก และอยากอยู่ต่อ ต้องไปใหม่ให้ได้เลย ชอบอากาศที่นี่เป็นที่สุด




 

Create Date : 07 มีนาคม 2555    
Last Update : 11 มีนาคม 2555 22:12:59 น.
Counter : 723 Pageviews.  

ทอดกฐิน....ที่ อ.วังสะพุง จ.เลย และท่องเที่ยวภูเรือ (ดองเค็มปีที่แล้ว)



เพิ่งจะมีเวลา พอจะว่าง อากาศร้อน ๆ เลยมานั่งอัพบล็อค ดองเค็ม เมื่อปีที่แล้ว วันเดียวรวด 3 บล็อค เลย

บล็อคแรก วันนี้ เป็น จังหวัดเลย ปีที่แล้ว ไปทอดกฐินวัดเดิม ที่เคยไปเมื่อปี 2010 ที่อ.วังสะพุง

เสียดาย ปีนี้ ตอนแรกเกือบจะได้ไปพักเชียงคาน แต่ติดที่ไปช่วงวันหยุดวันปิยะ (เดือนต.ค.) พอดี อดเลย ที่พักเต็มหมด ก็ได้พักรีสอร์ท แถว ๆ วัด แถมที่พักปีนี้ ไม่เวิร์คอย่างแรง

เอาน่า ไม่แพง ไปด้วยใจ

ปีนี้ หนักหนาสาหัสในการเดินทางนิดนึง เนื่องด้วย น้ำท่วมทางภาคกลาง และเส้นถนนพหลโยธิน ดังนั้น ทำให้เดินทางขึ้นเหนือ หรืออีสาน ต้องอ้อมโลก ออกจากกทม. สองทุ่ม ถึงที่วัด สิบเอ็ดโมง พระท่านเกือบจะไม่ได้ฉันเพล เลยนะเนี่ย

นั่งรถไปทางพนมสารคาม เขาปักธงชัย อ้อมโลก สุด ๆ นั่งจนปวดก้นมากกกกกกกกก

วันแรกพอถึงวัด ก็ล้างหน้าแปรงฟัน เปลี่ยนองค์ทรงเครื่องกันเรียบร้อย
ก็เดินทางต่อไปยัง อ.ภูเรือ ไปขึ้นภูเรือ กันตอนบ่าย ๆ คิดว่าจะร้อนมั้ยคะ




คุณแม่สู้ไม่ถอย แต่พอขึ้นไปอากาศดีมาก เย็น ๆๆๆๆๆ มีลม ถ้าตอนเช้า สงสัยจะหนาวกว่านี้แน่ ๆ
ภูเรือเนี่ย รถขึ้นไปได้นะ แต่รถบัส ไม่ไหว ต้องเป็นรถสองแถว ท้องถิ่น บริการขึ้น คนละสิบห้า หรือยี่สิบเองแหละ ถูกมาก ๆ




แดดดี วิวสวย ถ่ายรูปสวยเลย ชอบมาก



หลังจากลงจากภูเรือ เราก็เดินทางไปเที่ยวต่อที่พระธาตุศรีสองรัก ที่อ.ด่านซ้าย ก็ไม่ไกลมากจากภูเรือ ระหว่างทาง มีแต่สวนขายต้นไม้เต็มไปหมด

วัดนี้ มีประวัติ ห้ามใส่สีแดงมาวัดนะคะ เพราะสีแดงเป็นสีเลือด และห้ามหยิบอะไรในวัดไปเด็ดขาดนะ เดี๋ยวเค้าขอคืน





เสร็จจากไหว้พระธาตุเรียบร้อย ก็เดินทางกลับวัดเพื่อทานมื้อค่ำ และแยกย้ายเข้านอนกัน เพราะตอนเช้าต้องตื่นมาทอดกฐินแต่เช้า และกลับกทม.
ระหว่างทางที่กลับวัด แวะไร่ดอกไม้ เพื่อถ่ายรูป ซึ่งค่ำแล้ว พระอาทิตย์เริ่มตก ถ่ายรูปดอกไม้ใช้แฟลช แต่ก็สวยดีนะ



วันรุ่งขึ้น ตื่นมาก็ไม่เห็นแสงแดด มีหมอกเต็มไปหมด ขนาดเจ็ดโมงเช้า หมอกยังหนามาก อากาศก็ดีมาก ๆ เราก็ไปวัดกันเพื่อเตรียมใส่บาตรข้าวเหนียว และถวายกฐินกันนะคะ



หลังจากถวายกฐิน เรียบร้อยแล้ว คณะก็ออกเดินทางกลับสู่กทม. แต่แถมที่เที่ยวให้อีกหนึ่งที่ คือ สวนหินผางาม (คุนหมิงเมืองไทย) จริง ๆ ก็ไม่มีอะไรนะ ร้อนมาก ๆ แต่ด้วยอากาศ ณ ตอนนั้น เย็น ก็เลยผ่อนคลายไปหน่อย มีแต่แดด ที่แรงมาก ๆ



ทริปนี้ อาจจะมีนางแบบกิติมศักดิ์ เยอะหน่อย คือคุณแม่ เหมือนบังคับแม่ให้ถ่ายรูป แต่เธอก็ยิ้มทุกรูปนะ

ทริปนี้ ก็อิ่มบุญ และได้เที่ยวอีกครั้ง

รอดูทริปต่อไปนะคะ ว่าเป็นที่ไหนอีก




 

Create Date : 07 มีนาคม 2555    
Last Update : 7 มีนาคม 2555 18:52:34 น.
Counter : 887 Pageviews.  

1  2  3  
 
 

pieberry
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนคนหนึ่ง ที่มีรักให้กับเค้าคนนั้น ไปเต็มที่ และไม่คิด ไม่เคยจะมีที่ว่างในหัวใจให้กับใครอีกเลย

นอกจากเธอเท่านั้น norparahcav
[Add pieberry's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com