พฤษภาคม 2549

 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
แรงผลักดันการกระทำของตัวละคร
ไม่ได้เขียนห้องเรียนนิยายมานาน เพราะเท่าที่ลองดูในเจเจแล้ว หลักๆก็มีคนพูดกันไปหมดแล้ว แต่ทีนี้มันมีแรงบันดาลใจให้ต้องมาเขียนน่ะ

ขอเกริ่นก่อนว่า ช่วงนี้หนิงอ่านเรื่องในเนทนับเรื่องได้ ส่วนมากจะอ่านคนเขียนที่ตัวเองคุ้นเคย หรือบางทีเรื่องไหนเขียนยังไม่จบก็ยังไม่อ่าน (ทั้งที่ตัวเองก็มีเรื่องดองไว้เหมือนกัน แหะ แหะ ) แต่ก็จะมีบางช่วงเช่นวันนี้ ก็ออกโรงล่าเรื่องที่ตัวเองไม่เคยเห็นชื่อคนเขียนมาก่อน แล้วก็ช่วยคอมเมนต์ในบางจุด ได้เห็นเรื่องสำคัญบางอย่างที่มีร่วมกัน ก็เลยเอามาเขียนเสียเลย

เรื่องที่ว่าก็คือ "แรงหรือสิ่งผลักดัน" ของตัวละคร

อันนี้ไม่น่าจะมีอยู่ในศาสตร์การเขียนหนังสือนะ หนิงขอประยุกต์มาจากศาสตร์ของการแสดงน่ะ (อาจรวมการเขียนบทละครหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะไม่ได้ศึกษาเกี่ยวกับละครลึกซึ้งนัก)

คือคนทุกคนจะมีเหตุผลเบื้องหลังของการกระทำทุกอย่าง และเหตุผลนั้นต้องมากพอที่จะผลักดันให้ทำอะไรเสียด้วย

ตัวอย่างง่ายสุดเช่น

เขาเดิน

ทำไมเขาถึงเดิน? ไม่มีใครจู่ๆจะก้าวขาสลับกันไปโดยไม่มีสิ่งผลักดันในใจแน่ๆ (อันนี้เป็นคำถามที่นักแสดง หรือคนเขียนจะต้องตอบให้ได้)

คำตอบที่เป็นไปได้
1. เขามีจุดหมายที่จะต้องไปให้ถึง (สถานที่ จุด ที่ตั้ง)
2. เขาไม่ต้องการอยู่นิ่งเวลากำลังคิด (เคยเห็นคนเดินวนไปวนมา ไม่รู้ว่ามันจะเดินไปทำซากอะไรไหม)
3. เขาออกกำลังกายโดยการเดิน
(อาจมีอีกแต่เอาเท่านี้พอ)

ตัวอย่างต่อมา ---> โปรดสังเกตคำตอบที่เป็นไปได้ข้างบน ทั้งข้อหนึ่งถึงสาม มีกริยาอยู่ทั้งสามข้อ กริยาก็เท่ากับการกระทำ ดังนั้น ขอยกข้อสามมาเป็นตัวอย่างถัดไปเนื่องจากมีกริยาตัวเดียว

เขาออกกำลังกายโดยการเดิน

ทำไมเขาต้องออกกำลังกาย?

คำตอบที่เป็นไปได้
1. ร่างกายเขาอ่อนแอ
2. ร่างกายเขาไม่ฟิตพอ (อยากหุ่นดีว่างั้น)
3. มีจุดประสงค์แอบแฝง (เช่น อยากรู้จักคนหนึ่งที่เดินออกกำลังกาย)
4. เป็นกิจวัตรของเขา (ตอนแรกอาจใช้เหตุผลข้อหนึ่งหรือสอง แต่พอต่อมาเป็นความเคยชินมากกว่า)
(อาจมีมากกว่านี้ แต่พอก่อน)

ตัวอย่างถัดไป ---> เช่นเดิม ขอหยิบยกข้อหนึ่งจากสี่ข้อข้างบนมา (เพราะมีกริยาตัวเดียว)

ร่างกายเขาอ่อนแอ

ทำไมร่างกายเขาอ่อนแอ?

คำตอบที่เป็นไปได้
1. เขามีโรค
2. เขาอายุมาก
3. ลักษณะทางกายภาพผิดปกติ
(อาจมีมากกว่านี้ เอาเท่านี้พอ)

โอ้...แตกระแหงออกไปเรื่อยๆเลย ขอนำมารวมกันดังนี้นะ

เขามีโรค ---> ออกกำลังกายโดยการเดิน ---> เขาเดิน

ดังนั้น นักแสดงที่เดินโดยไม่มีเหตุผลในใจ จะต่างกับนักแสดงที่รู้เหตุผลของการกระทำตัวละคร การเดินของทั้งคู่จะต่างกัน (นึกภาพดูก็ได้ว่าคนเดินแบบเรื่อยเปื่อย กับคนเดินออกกำลังกายท่าเดินเขาไม่เหมือนกันอย่างไร)

(อ้อ เหตุผลในใจต้องสัมพันธ์ไปกับสิ่งที่คนเขียนบทต้องการ ฉากหรือนักแสดงตีความนะ ไม่ใช่บทบอกว่าเดินกลับบ้าน ไพล่ไปเดินแบบออกกำลังกายน่ะ)

เช่นเดียวกันกับการเขียนหนังสือ คนเขียนที่รู้ว่าตัวละครของตัวเองมีเหตุผลอะไรในการกระทำ มิติของตัวละคร รวมทั้งเรื่องของเขาก็จะดูสมเหตุสมผล และเป็นจริงเป็นจังมากขึ้น

(ที่ต้องยกตัวอย่างการแสดงควบคู่กันจะได้มองเห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น)

ทีนี้ขอเล่ากรณีศึกษาที่ไปเจอมานะ (จำได้อยู่เรื่องเดียว แอบขอโทษเขาอยู่ในใจก็แล้วกันนะ ^^")

ผู้หญิงคนหนึ่งเบื่อ อกหัก เลยออกไปเดินที่ห้าง เจอแฟนเก่ามากับผู้หญิงคนอื่นเข้าพอดี (คุ้นๆว่าผู้หญิงคนนี้จะถูกผู้ชายคนนี้หลอก) พอลับตัวแฟนก็ร้องไห้ ผู้ชายคนหนึ่งโผล่มาจากไหนไม่รู้ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ บอกว่าตัวเองก็อกหักเหมือนกัน ดังนั้นเรามาเป็นแฟนกันเถอะ (ตัดตอนมาจ้ะ ขี้เกียจเล่าหมด)

อ่านแล้ว ฟังดูเป็นไงบ้าง?

กรณีที่ 1 ---> ผู้หญิงคนนี้มีเหตุผลพอจะออกไปเดินห้างหรือไม่ (เหตุผลก็คือ เบื่อ อกหัก)

กรณีที่ 2 ---> อีผู้ชายคนนี้มีเหตุผลพอจะที่เสนอหน้ายื่นผ้าเช็ดหน้ามาให้หรือเปล่า (เหตุผลคือ ตัวเองมีประสบการณ์เดียวกัน)

กรณีที่ 3 ---> ผู้หญิงคนนี้มีเหตุผลร้องไห้หรือไม่ (เหตุผลคือ เจอแฟนเก่าที่หลอกตัวเองควงมากับผู้หญิงคนอื่น)

กรณีที่ 4 ---> สองคนนี้มีเหตุผลพอที่จะตกลงเป็นแฟนกันไหม (เหตุผลคือ อกหักเหมือนกัน)

อันนี้ขอพูดโดยความเห็นส่วนตัวซึ่งอาจไม่ตรงกับคนอื่นในที่นี้ก็ได้นะคะ

สำหรับหนิงแล้ว กรณีแรกพอกล้อมแกล้มไปได้ แต่ก็ยังตะหงิดๆอยู่ คือขอเน้นว่า เหตุผลของ 'ตัวละคร' ที่จะไป ไม่ใช่เหตุผลของ 'คนเขียน' ที่จะให้ตัวละครไป เพราะเหตุผลของคนเขียนก็คือ จะให้ยายนี่ไปเจอแฟนเก่าที่ห้างน่ะ (ตัวละครมันไม่ได้อยากไปเองสักหน่อย)

กรณีที่สอง หนิงว่าเหตุผลอ่อนไปในแง่ความสมจริง ขอไม่พูดถึงก็แล้วกันนะ หลายคนอ่านคงเข้าใจว่าหนิงต้องการบอกอะไร

กรณีที่สาม หนิงว่าโอเค เจอแฟนเก่าก็แย่แล้ว มันทิ้งเราไปเพราะมีใหม่อีกต่างหาก แถมเจอคาตาเสียด้วย สมควรร้องไห้อยู่

กรณีที่สี่ อันนี้ไม่ต้องพูดกันเลย จบข่าว

มีเรื่องมากมายที่มีลักษณะแบบนี้ หนิงก็ขี้เกียจคอมเมนท์มันทุกเรื่อง ก็เลยเก็บมาเขียนให้ทุกคนดูกัน เป็นอีกก้าวหนึ่งของการพัฒนางานเขียน

***อ้อ...ประเด็นสำคัญก็คือ ตัวละครต้องการเคลื่อนไหวนะ ไม่ใช่คนเขียนต้องการให้มันไป***

นักแสดงถึงจะรู้บท แต่มีเหตุผลผลักดันอ่อน ก็สักแต่ว่าจะทำเพียงเพราะบทมันมาแบบนั้น ขนาดคนแสดงไม่เชื่อ แล้วคนดูผู้ชมทั้งหลายจะเชื่อได้ยังไงกัน ก็เหมือนกับตัวละครในหนังสือของเรา ตัวละครของเราไม่มีสิ่งผลักดันเพียงพอ ไม่น่าเชื่อถือ แล้วคนอ่านเขาจะมาเชื่อในสิ่งที่เราเขียนได้ยังไง

แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันก็คือ คนเขียนต้องการให้อยากไปนั่นแหละ แต่จำทำยังไงให้มันดูสมจริงเท่านั้นเอง

เทคนิคก็ง่ายๆ ก็คือ เราจำเป็นต้องใส่เหตุผลเข้าไปเยอะๆ เอาให้มันเปลี่ยนจากที่คนเขียนต้องการให้เป็นตัวละครต้องการให้ได้ แล้วความสมจริงจะบังเกิดขึ้นมา แค่นั้นเอง

แต่ไอ้ที่ยากขึ้นหน่อยก็คือ การหาเหตุผลที่จะนำมาสนับสนุนนั่นแหละ อันนี้ทางใครทางมันจ้า

ส่วนมากเรื่องนี้จะไม่ค่อยเกิดขึ้นกับคนที่มีประสบการณ์ชีวิตพอควร หรือคนที่เป็นนักอ่านตัวยง แต่มักจะเกิดกับคนมีประสบการณ์น้อยสักหน่อย

อีกเรื่องก็คือ บางทีการกระทำของตัวละคร คนเขียนต้องมีเหตุผลในใจ ข้อนั้นแน่นอนอยู่แล้ว แต่บางครั้งก็ไม่จำเป็นต้องนำเสนอออกมาทั้งหมดก็ได้ และบางทีคนอ่านจะสังเกตเห็นได้เองว่า การกระทำของตัวละครมีจิตวิญญาณของมันเอง ผิดกับคนเขียนที่ไม่มีเหตุผลในใจ หรือมีแต่อ่อน ทั้งที่บอกเหตุผลแล้ว คนอ่านก็ยังรู้สึกว่า การกระทำนั้นมันขัดหูขัดตาเหลือเกิน (เช่นตัวอย่างข้างบน คนเขียนเขาบอกเหตุผลแล้วนะ เรายังอ่านแล้ว ตะหงิดๆเลย)

ตอนแรกนึกว่าจะไม่ต้องมีห้องเรียนนิยายแล้ว แต่ที่ไหนได้มันยังอุตส่าห์จะโผล่มาอีก หาเรื่องเก่งจริงวุ้ย



Create Date : 18 พฤษภาคม 2549
Last Update : 18 พฤษภาคม 2549 21:43:54 น.
Counter : 1148 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

BlogGang Popular Award#17



peiNing
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 45 คน [?]



เป็นเด็กกรุงเทพแท้ๆ แต่อยู่บ้านนอกของกรุงเทพน่ะนะ ไม่ได้ชอบอะไรเป็นพิเศษนอกจากแกล้งสัตว์เลี้ยงที่บ้าน นั่นคือนกฮู้ผู้มีอายุ 10 ปีได้ (นกแก่มีหนวด) (แต่ตอนนี้ในที่สุดนกฮู้ก็จากไปอย่างสงบ ไม่รู้อายุรวมเท่าไรแต่มาอยู่ที่บ้านได้ 11 ปี ขอไว้อาลัยปู่ฮู้ ขอให้ไปสู่สุขคตินะ T^T)

ขอชี้แจงอีกอย่าง ชื่อ peiNing นี้ เป็นชื่อที่พี่กะน้องใช้ร่วมกันสองคน ดังนั้นอย่างงว่าเดี๋ยวก็แทนตัวว่ารุ้งบ้างหนิงบ้าง ก็มันคนละคนนิ (รุ้งน่ะคนพี่ หนิงน่ะคนน้อง)

FB สำหรับคนชอบงานเขียน peiNing ค่ะ

FB สำหรับคนชอบบทความสอนห้องเรียนนิยายค่ะ

  •  Bloggang.com