บล๊อกของลุง กับป้า ที่ชอบการท่องเที่ยว
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2562
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
2425262728 
 
19 กุมภาพันธ์ 2562
 
All Blogs
 
คชุราโห (Khajuraho) ทิพยพิมานของเหล่าเทพยดา

 
เพียง 8 วัน ในอินเดีย การเดินทางของเราได้ผ่านสถานที่สำคัญทางศาสนาถึง 3 แห่งด้วยกัน คือ 

พุทธคยา (ในอำเภอคยา รัฐพิหาร)  เป็นสังเวชนียสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญที่สุด ใน แห่ง

ของพุทธศาสนา  ..สถานที่ ๆ เป็นจุดเริ่มต้นแห่งพระพุทธศาสนา สถานที่ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมา

สัมโพธิญาณแห่งองค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า  เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทาง

สำคัญที่สุดของผู้แสวงบุญชาวพุทธทั่วโลก 
 

สถานที่สำคัญแห่งที่สองคือ เมืองพาราณสี เดิมเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี (Kingdom of

Kashi)  ในสมัยพุทธกาล ปัจจุบันตั้งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ เป็น 1 ใน 7 เมืองศักดิ์สิทธิ์ที่สุดตาม

ความเชื่อของศาสนาฮินดูและเชน เป็นสุทธาวาสที่สถิตแห่งศิวเทพ เมืองอมตะของอินเดีย 

ที่มีประวัติยาวนานกว่า 4,000 ปี และเป็นที่แสวงบุญทั้งของชาวฮินดูและชาวพุทธทั่วโลก 

 

สถานที่สำคัญแห่งที่ 3 คือ เมืองคชุราโห (Khajuraho - อีโรติกสถาน - ตามที่เว็บไซต์ของ

สถานฑูตไทยในกรุงเดลีที่ขึ้นหัวข้อเอาไว้)  จากพาราณสีใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟเกือบ 11 ชม.   

(453 กม.) ก็จะถึงเมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อ คชุราโห (ในอำเภอฉัตรปุระ - Chhatapur รัฐมัธยประเทศ) 

กลุ่มเทวาลัยในคชุราโห ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลกทางโบราณสถาน มีชื่อเสียงจากประติ

มากรรมอีโรติค ที่มหัศจรรย์ใจและงดงาม เทวาลัยส่วนใหญ่เป็นเทวาลัยในศาสนาฮินดู และมี

บางแห่งเป็นวัดในศาสนาเชน (Jain)  ..คชุราโหเป็นเมืองสำคัญอีกเมืองหนึ่งของศาสนาฮินดู

 

  คชุราโหเป็นเมืองที่เกี่ยวพันกับเจ้าเชื้อสายราชบุตร (Rajput) และเชื้อสายจันฑีละ (Chandela)

ที่ปกครองพื้นที่ตอนกลางส่วนหนึ่งของอินเดีย ช่วง ศต. ที่ 913 ราว 400 ปี  เป็นอาณาจักร

เล็ก ๆ  มีคชุราโหเป็นเมืองหลวงทางศาสนา เนื่องจากผู้ปกครองเชื้อสายจันฑีละ ต้องการแยก

กิจกรรมทางศาสนา และวัฒนธรรม จากการเมือง และด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย จึงได้สร้าง

เมืองมโหภะ (Mahoba) เป็นเมืองหลวงด้านการเมือง การปกครอง อยู่ห่างจากคชุราโหไป 60 กม.

 

ช่วงปี คศ. 950 -1050 เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ ได้พัฒนางานสถาปัตยกรรมสมัยกลางของตนขึ้น 

ทั้งความสง่างามของอาคาร และรายละเอียดของประติมากรรม จนบรรลุขั้นสุดยอด มีความงาม

เฉิดฉายอย่างยากจะหาที่ใดมาเทียบได้ เป็นมรดกศิลป์ชิ้นยิ่งใหญ่ของอินเดียสมัยกลาง

 

ในยุครุ่งเรือง คชุราโหมีกำแพงเมืองล้อมรอบ มีประตูเมือง 8 แห่ง แต่ละแห่งจะมีต้นอินทผาลัมทอง

ข้างประตูทั้งสองด้าน มีเทวาลัยอยู่ถึง 85 หลัง ปัจจุบันเหลือเพียง 25 หลัง ที่บูรณะได้ เทวาลัย

ส่วนใหญ่สร้างด้วยหินทรายสีอ่อน เหลือง ชมพู น้ำตาล บางแห่งก็มีหินแกรนิตเป็นส่วนประกอบด้วย

 

 

เทวาลัยที่คชุราโหออกแบบมาให้มองจากระดับพื้นดินไล่สูงขึ้นไป จนถึงระดับทิพยพิมานบนเขาไกลลาส

มีการสลักเสลาลวดลายตกแต่งอย่างสวยงาม สะท้อนให้เห็นถึงอัจฉริยภาพทั้งของช่างฝีมือ และกษัตริย์

ผู้รังสรรค์งานศิลปะเหล่านี้ขึ้นมา

 

คชุราโหโด่งดังจากรูปสลักแนวอีโรติค  ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานระหว่างศาสนาฮินดู

และเชน (Jain)  มีข้อสันนิษฐานว่าการสลักรูปอีโรติคนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองการอภิเษก

สมรสของพระศิวะกับพระนางปารวตี ซึ่งเหล่านางฟ้า เทวดา มนุษย์และสัตว์ ต่างมีเพศสัมพันธ์

ในรูปแบบต่าง ๆ และยังว่ากันว่าเป็น แรงบันดาลใจ ให้เกิดตำรากามสูตรในเวลาต่อมาอีกด้วย...

 

 

รูปสลักแนวอีโรติคนี้ เป็นเพียงเศษเสี้ยวของความรุ่มรวยทางศิลปะของคชุราโห คชุราโหยังมี

รูปแกะสลักอันงดงามอีกมากมาย ทั้งรูปวิถีชีวิตชาวบ้านและชีวิตในราชสำนักยุค ศต. ที่ 10 -11

 

 

เทวาลัยที่คชุราโหความแตกต่างจากเทวาลัยทั่วไป คือ องค์วิหารยืนตะหง่าน ปราศจากกำแพง 

ล้อมรอบ ตั้งอยู่บนฐานอิฐสูงแข็งแรง

 

 

เป็นสถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างรวมกันเป็นหมู่อย่างมีเอกภาพ เพดานแกะสลักลวดลายประณีต

 

 

เพดานเทวาลัยกานดาริยะ มหาเทพ

 

 

มีเสาค้ำยันหลังคา 4 ต้น บัวหัวเสาแกะสลักอย่างพิถีพิถัน  ด้านบนและฐานล่างของเสาแกะสลัก

เป็นรูปคนแคระ และสัตว์ในเทพนิยาย ตรงกลางเสาเป็นรูปนางอัปสรประดับรอบวิหารทุกหลัง

  แสดงอารมณ์ออกทางสีหน้า สะท้อนจินตนาการ และความสามารถในการถ่ายทอดของศิลปิน

 ถือเป็นงานศิลปกรรมชิ้นเอกชาวอินเดียในสมัยนั้น 

 

กำแพงหินด้านนอกของวิหารประดับประดาด้วยงานแกะสลักหินแบบนูนสูง บรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับ

เทพเจ้าและเทวี ได้แก่ พระศิวะ และนางปาวรตี-ชายา พระวิษณุ และพระนางลักษมี-ชายา 

พระพิฆเนศวรในท่วงท่าร่ายรำ รูปแกะสลักนักดนตรีและนางรำ แสดงอารมณ์รู้สึกออกมาให้เห็น 

ดูลักษณะเหมือนจริง

 

คชุราโหเคยเป็นศูนย์กลางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ มีการเฉลิมฉลองงานศิวะราตรี (Shivaratri) อย่าง 

ยิ่งใหญ่อลังการ ชาวเมืองทั้งใกล้เคียง และจากแคว้นอื่น ๆ มาร่วมงาน แต่เมื่ออาณาจักรจันฑีละ

ย้ายไปยังเมืองมโหภะ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยนั้น ชาวเมืองคชุราโหซึ่งนอกจากจะย้าย

ตามไปด้วยแล้ว ยังเห็นว่าการจัดกิจกรรม หรือการเฉลิมฉลองใดทางศาสนา อาจดึงดูดกองทัพ

มุสลิม และทำลายศาสนสถานเสีย  เมืองจึงถูกละเลย และปล่อยทิ้งร้าง สถาปัตยกรรมเสื่อมโทรม

ลงตามกาลเวลา และบางส่วนก็ถูกทำลายโดยกองทัพมุสลิม ช่วงปี คศ. 1494 -1495

 

หลายร้อยปีต่อมา ในค.ศ. 1838 กัปตัน T.S. Burt แห่งกองทัพอังกฤษจึงได้มาพบหมู่บ้านเล็ก ๆ 

แห่งนี้ ...  เทวาลัยแห่งคชุราโหจึงเป็นที่รู้จัก และประจักษ์แก่สายตาคนทั่วโลก


เทวาลัยคชุราโห ศาสนสถานที่กลายเป็นหนึ่งในมรดกโลก อันเกิดจากการสร้างสรรค์เพื่อบูชาต่อ

เทพเจ้าเมื่อพันกว่าปีมาแล้ว ด้วยความศรัทธาและจิตที่มุ่งมั่นในการหลุดพ้นจากกิเลสทั้งปวง

  ....ปัจจุบันยังคงเป็นภาพสะท้อนความศักดิ์สิทธิ์ และความเป็นที่เคารพบูชาของศาสนาฮินดู 

ผ่านวิถีชีวิตของชาวเมืองคชุราโห

Matangeshvara temple

 

ที่เทวาลัย Matangeshvara temple  อุทิศแก่พระศิวะ ตั้งอยู่ในกลุ่มวัดตะวันตก เป็นเพียงวัดเดียวที่

 

เป็นสถานที่สำหรับพิธีกรรมทางศาสนาถึงทุกวันนี้  วันที่ไปเห็นมีการบูชาทั้งวัน เหมือนมีการเฉลิมฉลอง

 

 

ตอนเย็นก็มีการเต้นเป็นกลุุุ่ม ๆ ผู้คนมากมาย ทั้งผู้เต้นและผู้ชม

 

 

เทวาลัย สำคัญในคชุรโหแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มทางตะวันตก กลุ่มทางตะวันออก และกลุ่มทางใต้

กลุ่มเทวาลัยทางตะวันตก มีทั้งหมด 12 หลัง เทวาลัยใหญ่ ๆ ที่สำคัญอยู่ในกลุ่มนี้ ได้แก่ เทวาลัย

กานดาริยะมหาเทพ.. ลักษมัน...วิศวนาถ และ เทวีชัคธัมภะ

 

เทวาลัยกานดาริยะมหาเทพ  (Kandariya Mahadev)  หมายถึง "the Great God of the Cave"

เป็นเทวาลัยที่เป็นจุดเด่น ใหญ่ที่สุด น่าอัศจรรย์ที่สุดในคชุราโห สร้างช่วงปี 1022 - 1050 โดยราชา

Dhandaveva กษัตริย์แห่งจันฑีละ อุทิศแก่พระศิวะ 

 

 

ตัวเทวาลัยแบ่งออกเป็น 5 ชั้น ไล่ลำดับกันขึ้นไป ครอบคลุมพื้นที่ถึง 6,500 ตร.ฟุต และสูง 117 ฟุต

 จากระดับพื้นดิน หันหน้าไปทางทิศตะวันออก สร้างบนฐานยกสูง ประกอบด้วยโครงสร้างที่สำคัญ คือ

มหามณฑพ (Maha Mandapa)  มีเสาหินที่สลักลายตกแต่งอย่างงดงาม และ สิงขร (Shikhara)

สูงสุดถึง 30 เมตร  มีสิงขรขนาดเล็กรายรอบ ตามความสูงที่ลดหลั่นกัน ถึง 84 ยอด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์

แทนเขาไกรลาศ ที่ประทับของพระศิวะ เทพสูงสุดของศาสนาฮินดู

 

ทางขึ้นเป็นบันได้ชัน ผ่านไปยังห้องชุดที่เชื่อมต่อกัน  นำไปสู่โถงกลาง ที่ตรงกับมณฑพเบื้องบน

 จากโถงนี้ก็จะไปสู่พื้นที่ด้านในสุดที่มืดมิด ศักดิ์สิทธิ์ และสำคัญที่สุด เรียกว่า ครรภคฤหะ

(Garbhagriha) หรือ womb chamber (ครรภ์) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานศิวลึงค์ที่ทำด้วยหินอ่อน

 

 

 

เทวาลัยนี้สลักลวดลายอย่างวิจิตรทั้งภายนอกและภายใน มีรูปสลักอันงดงามบนทับหลังประตู

ทางเข้าด้านตะวันออก

 

 

 

รูปนางฟ้าอัปสรนานาอิริยาบถตามมุมเสาต่าง ๆ  ....ส่วนที่เลื่องลือและสำคัญที่สุด  ก็คือ รูปแกะสลัก

แนวอีโรติค ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือและใต้ด้านนอกของสิงขร

 

 

 

 

รูปแกะสลักนางรำและสตรีในราชสำนัก

 

รูปสลักอันงดงามที่เทวาลัยกานดาริยะมหาเทพนี้  แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาไปถึงขั้นสมบูรณ์ 

และสูงสุดของคชุราโห เห็นได้จากรูปแกะสลักมนุษย์จะมีเค้าโครงหน้าต่าง ๆ กัน ส่วน

นางอัปสรก็มีรูปร่างเพรียวและสูงขึ้น ทั้งแสดงท่าทางต่าง ๆ ที่หลากหลายมากที่สุด 

 

เทวาลัยลักษมัณ สร้างในคติพระวิษณุ (Vaikuntha Vishnu - พระวิษณุตามศาสนาฮินดู

ที่มี 4 เศียร  เป็นสัญญลักษณ์ของเทพสูงสุด เศียรมนุษย์ สิงโต หมูป่า และปีศาจ) เป็นที่

ประดิษฐานพระ Vaikuntha-Vishnu ที่นำมาจากทิเบต เทวาลัยลักษมัณเป็น 1 ใน 3 ของ

เทวาลัยที่ใหญ่ที่สุดในคชุราโห เข้าใจว่าเป็นหลังแรกที่สร้างโดยอาณาจักรจันฑีละ ปี 954

โดยพระเจ้ายโสวรมัน ใช้แรงงาน 16,000 คน แล้วเสร็จในเวลา 7 ปี เป็นเทวาลัยที่เก่าแก่ที่สุด

ในกลุ่มตะวันตก

 

 

สร้างบนฐานสูง มีด้านยาวและกว้างเท่ากัน ประมาณ 25.9 เมตร

 

 

รูปแกะสลักก่อนขึ้นบันได ที่น่าสนใจ คือ ขบวนแห่ของราชวงค์ และฉากในราชสำนัก

 

 

หากเดินตามเข็มนาฬิกาไปรอบวิหาร จะเห็นกลุ่มของประติมากรรมที่แผ่ออกมา ราวกับภาพ

ที่เลื่อนไหลไม่สิ้นสุด

 

 

ทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ มีรูปสลักนักดนตรีที่ดูมีชีวิตชีวา เด็กเต้นรำต่อหน้าพระราชา การล่าสัตว์

ที่กวางได้รับบาดเจ็บขณะที่พรานถือลูกศรและธนู มีรูปขนวนแห่ของทหาร พร้อมช้างและม้า

 

 

 

รูปสลักแนวอีโรติคอยู่ทางด้านเหนือและใต้ เช่นเดียวกับเทวาลัยอื่น ๆ ในคชุราโห นับว่าเป็น

สถาปัตยกรรมอินเดียยุคกลางที่บริสุทธิ์  (คือ ช่วงที่มีการสร้างศาสนสถานด้วยหิน โดยเฉพาะ 

ศต. ที่ 9 - 11) เทวาลัยมีการตกแต่งเยี่ยมยอด  ปกคลุมเกือบสมบูรณ์ด้วยภาพกว่า 600 เทพฮินดู 

 

เทวาลัยวิศวนาถ (Vishvanatha Temple)  สร้างถวายพระศิวะ หรือวิศวนาถ ที่หมายถึง Lord 
of the Universe (พระเจ้าแห่งจักรวาล)  เข้าใจว่าสร้างโดยพระเจ้า Dhanga แห่งราขวงศ์จันฑีละ 
เสร็จสมบูรณ์ ในปี 999 หรือ 1002  มีรูปแบบคล้ายคลึงกับเทวาลัยลักษมัณที่เก่ากว่า ผังเป็นรูป
สี่เหลี่ยมผืนผ้า มีขนาดโดยประมาณ 27.5 เมตร x 13.7 เมตร
 
 
เทวาลัยมีลักษณะแบบอินเดียกลาง เริ่มต้นจากเทวาลัยลักษมัณ (ปี 930 - 950) แล้วก็เป็นวิศวนาถ
 (ปี 999 -1002)  ตามด้วยกานดาริยะ มหาเทพ (ปี 1030)  ... เทวาลัยทั้ง 3 แห่งนี้ แสดงถึง
การพัฒนาเต็มรูปแบบของสถาปัตยกรรมแห่งคชุราโห 
 
เทวาลัยวิศวนาถ ออกแบบเป็น แบบปัญชาญาธนะ (Panchayatana) ซึ่งประกอบด้วย วิหารหลัก 
ล้อมรอบ ด้วยวิหารรองที่เล็กกว่า 4 หลัง ... ปัจจุบันวิหารรองเหลืออยู่ 2 หลัง วิหารหลักหันไป
 ทางทิศตะวันออก
 
 

 

ฐานของวิหารมีการแกะสลักเข้าไปในซอกหินหลายแห่ง  มีประติมากรรมของ Saptamatrikas 
(เทพธิดาทั้งเจ็ด)  พระมเหสีของพระศิวะ ปาราวตี  (Parvati)   และพระพิฆเนศที่ร่ายรำอยู่  ...
ด้านนอก เหนือฐานมีรูปปั้นเทพต่าง ๆ surasundaris (ภาพหญิงสาว)  เช่น นางอัปสรและ
สัตว์ในตำนาน  ภาพหญิงสาวทำกิจกรรมประจำวัน เช่น แต้มผงดินสอที่หน้าผาก และดวงตา  
สางผมหลังอาบน้ำ.. เป่าขลุ่ย ดึงหนามออกจากเท้า ..เต้นรำ ..มองกระจก .. แต่งกาย หรือ
เพียงทำท่ายั่วยวน  รูปแกะสลักนี้โดดเด่นทั้งหน้าตา เครื่องประดับ เสื้อผ้าและทรงผม
 
ทางเดินภายในถ้ำ ได้รับการยกย่องว่าเป็น "most striking carvings of females in 
Khajuraho" (ภาพแกะสลักสตรีที่โดดเด่นประทับใจมากที่สุดในคชุราโห)  รูปหนึ่งเป็น
หญิงสาวกำลังเป่าขลุ่ย ร่างเอียงเล็กน้อย  รูปอื่นซึ่งเสียหายบางส่วน เป็นหญิงสาวในท่าเต้นรำ 
รูปแม่กำลังอุ้มทารก..นั่งเอียง  เพื่อให้ลูกนั่งตักได้ รูปหญิงสาวกำลังยกเท้าซ้ายขึ้นมาเพื่อแต้มสี  
อีกคนพยายามผูกชุดชั้นในไว้ด้านหลัง ทำให้เน้นส่วนโค้ง ทางกำแพงด้านเหนือและใต้เป็น
ภาพอีโรติค คล้ายกับเทวาลัยกานดาริยะ
 
เทวาลัยเทวีชัคธัมภะ - เทพธิดาแห่งจักรวาล (Devi Jagadambi Temple)  สร้างโดย
กษัตริย์ราชวงศ์จันฑีละ  ระหว่าง ศต. 11 - 12   เดิมอุทิศแก่พระวิษณุ  ต่อมาอุทิศแก่พระนางปารวตี
 และพระนางทุรคา (เจ้าแม่กาลี) ในเวลาต่อมา
 
 
 
 
 
 
 
เทวาลัยเทวีชัคธัมภะเป็นเทวาลัยขนาดเล็ก มีเพียงระเบียงและมณฑพเดียว สร้างอยู่บนฐานยกสูง 
มีความสมดุลประนีตด้วยรูปแกะสลักมากมายที่กำแพงวัด  มีชื่อเสียงด้านความงาม และเป็น
รูปเชิงสัญลักษณ์ รูปแกะสลักมี 3 ชั้น ชั้น 3 ที่อยู่บนสุด มีรูปแกะสลักที่อีโรติคมาก
 
 
 
รูปแกะสลักยังแบ่งเป็น 3 ภาค ภาคแรกเป็นรูปพระผู้สร้าง - พระพรหม (creator - Brahma)
ภาค 2 เป็นรูปแกะสลักพระศิวะ - ผู้ทำลาย และภาคสุดท้ายอุทิศให้แก่พระวิษณุ - ผู้พิทักษ์ ทั้งยังมี
ภาพแกะสลักและประติกรรมที่แตกต่างกัน ที่เล่าเรื่องราวต่างกัน เช่น การรวมเป็นหนึ่งเดียว 
สงครามและสันติภาพ
 
 
 
 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
ภายในประดิษฐานรูปปั้นเทพธิดาแห่งจักรวาล บ้างกล่าวว่าเป็นรูปพระนางปารวตี แต่ทาสีดำให้
ดูเหมือนเจ้าแม่กาลี
 
เทวาลัยเทวีชัคธัมภะ มีลักษณะคล้ายคลึงกับเทวาลัยจิตราคุปต์ แต่มีรายละเอียดน้อยกว่า
จึงเข้าใจว่าสร้างก่อนเทวาลัยจิตราคุปต์
 
 
 
 
 
 
 
เทวาลัยจิตราคุปต์ (Chitragupta Temple)
 
ล่วงเวลานี้ก็บ่ายแก่ ๆ แล้ว นักท่องเที่ยวชาวยุโรปก็หายไปหมด  ส่วนใหญ่จะมาจากเดลีโดย
เครื่องบินเช้า แล้วกลับไปช่วงสาย ๆ เที่ยง ๆ ของวันเดียวกัน  ตอนบ่ายจึงเห็นแต่นักท่องเที่ยว
ท้องถิ่น และ 3 สว. ที่เป็นคนแปลกหน้า ..... แล้วลุงกับน้านีก็มาดังเอาตอนเย็น ๆ นี่แหละค่า
 
 
หลาย ๆ คนขอถ่ายรูปด้วย มีทั้งเดี่ยว กลุ่ม และครอบครัว
 
 
ดูเหมือนเวลาที่คชุราโหผ่านไปอย่างรวดเร็ว เป็นวันที่สบาย ๆ วันหนึ่ง ไม่เร่งรีบ ชมเทวาลัยไป เมื่อยก็พัก
 แล้วก็เดินต่อไปเรื่ิอย ๆ บริเวณพี้นที่ในกลุ่มโบราณสถานตะวันตกนี้ ดูสวยงามมาก มองไปทางไหน ก็เห็น
เทวาลัยไกลบ้าง ใกล้บ้าง งดงามอย่างน่าอัศจรรย์ ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น สนามกว้าง มีที่นั่งพัก อากาศกำลัง
 สบาย  เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ทั้งวัน ให้คุ้มกับที่ดั้นด้นมา เป็นอีกวันที่รู้สึกอิ่มเอม  และจดจำไปอีกนานค่ะ
 
 เป็นถึง สว. มีความพยายามแบกเป้จนมาถึง คชุราโห - ทิพยพิมานเของเหล่าเทวดา แล้ว
 
ขอขอบคุณข้อมูลจากวิกิพีเดีย และ
https://newdelhi.thaiembassy.org/th/
https://www.taraarryatravel.com/info_page.php?id=642&category=34

https://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2007/03/K5182920/K5182920.html

https://www.khajuraho-india.org/

 




Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2562
Last Update : 19 มีนาคม 2562 16:24:22 น. 0 comments
Counter : 93 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สมาชิกหมายเลข 1920579
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 8 คน [?]




New Comments
Friends' blogs
[Add สมาชิกหมายเลข 1920579's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.