มิถุนายน 2551
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
22 มิถุนายน 2551
 
 

อาการพาร์กินสันไม่จำเป็นต้องสั่น

กระท่อมปากเกร็ด

พี่ที่รัก

วันนี้ ไปพบหมอตามกำหนดนัดทุก 2 เดือน ระหว่างรอพบคุณหมอก็เหลียวมองไปรอบๆ ดูสิว่าจะได้พบกับคนที่ได้พบเมื่อ 2 เดือนก่อนบ้างหรือไม่ ปรากฏว่าไม่พบเลย ในขณะที่ครั้งก่อนๆ จะพบบ้าง 2 - 3 ราย หรือไม่ก็ 3 - 4 ราย น่าจะเป็นเพราะคุณหมอนัดยาวกว่า 2 เดือน หรือไม่ก็อาการไม่มากไม่ต้องมาพบหมออีกก็เป็นได้นะครับ

ระหว่างรอเรียกพบคุณหมอ ผมพยายามนั่งทบทวนว่า หลังจากที่พบคุณหมอครั้งสุดท้ายเมื่อ 2 เดือนก่อน พาร์กินสันออกอาการตอบสนองหรือปฏิเสธยาที่คุณหมอจัดให้มากน้อยเพียงใด เพื่อเรียนให้คุณหมอใช้เป็นข้อมูลในการสั่งยาไห้ต่อไป

ขณะที่นั่งทบทวนอยู่นั้น พลันเกิดความสงสัยขึ้นมาว่า คนที่ป่วยไข้ด้วยโรคอื่นๆ เขามีอาการอย่างพวกเราที่มีอาการพาร์กินสันกันบ้างหรือไม่
“ยาหมดฤทธิ์” ก็มีอาการแข็งเกร็ง เคลื่อนไหวไม่ได้”
“ยาออกฤทธิ์มากไป ร่างกายก็จะโยกไปทั้งตัว จนกว่ายาจะอ่อนฤทธิ์ลงไปจนหมดฤทธิ์ อาการแข็งเกร็งก็จะเข้ามาเยี่ยมเยือนอีก”
หากให้ยาในขนาดที่เหมาะสมพอดีคนมีอาการพาร์กินสันเช่นพวกเราจึงจะรู้สึกสบายๆ
แต่มันก็ไม่ง่ายอย่างนั้น ผมคิดว่าพาร์กินสันมีอาการแปรปรวนไม่แน่นอนเช่นทีผ่านมา ในขณะที่ก่อนพบหมอยาออกฤทธิ์ได้นาน 1.5 - 2 ชม. เวลาที่เหลืออีก 1 - 1.5
เป็นช่วงที่ยาหมดฤทธิ์ ซึ่งจะมีลักษณะจากน้อยไปหามาก ในขณะที่คุณหมอจัดยาให้ครั้งละ 1/2 เม็ด ห่างกัน 3 ชม. วันละ 5 เวลา เราก็บอกหมอไปตามความเป็นจริง คุณหมอสั่งยาเพิ่มให้อีกครั้งละ 1/4 เม็ด 3 เวลา คือเวลาที่ 1 - 3 - 5 ส่วนเวลาที่ 2 และ 4 ครั้งละ 1/2 เม็ดตามเดิมซึ่งดูแล้วไม่มาก

ที่ไหนได้ หลังจากกินยาตามที่คุณหมอสั่งใหม่ได้ประมาณ 3 วัน อาการโยกทั้งตัวที่ไม่เคยเป็นมาก่อน (ก่อนหน้านี้เมื่อยาหมดฤทธิ์จะมีอาการขยับเนื้อขยับตัวเล็กน้อยไม่ถึงกับโยก) เริ่มโยกตั้งแต่หลังกินยาประมาณ 40 นาทีเรื่อยไปจนฤทธิ์ยาอ่อน อาการโยกจึงค่อยทุเลาเบาลงเริ่มเข้าสู่ความสบายเนื้อสบายตัวซึ่งมีไม่มากนัก ก่อนจะถึงเวลายาครั้งต่อไปสักครึ่งชั่วโมง อาการแข็งเกร็งก็เริ่มเข้ามาเยี่ยมเยือนอีกเพียงแต่ว่าอาการไม่รุนแรงมากนัก อาการนี้เกิดหลังจากให้ยา 3/4 เม็ด

ครั้งต่อไปเป็นเวลายาเพียงครึ่งเม็ดเท่าเดิม 3 วันแรก หลังจากกินยาก็อยู่ได้ประมาณ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นก็เริ่มเกร็งแข็งโดยเริ่มจากน้อยไปสู่มาก ถ้าอาการอยูในระดับนี้ก็พอทนได้ แต่ที่ไหนได้ผ่านพ้นไปประมาณ 10 วันหลังเพิ่มยา ไม่ว่าจะเป็นช่วงเวลาไหนอาการโยกจะเกิดขึ้นเกือบทั้งวัน จากครั้งแรกๆ โยกแต่เพียงเล็กน้อย นานวันไปมากขึ้นรุนแรงขึ้น ในที่สุดตัดสินใจลดยาลงเป็น 1/2 วันละ 3 เวลา และ 3/4 วันละ 2 เวลา อาการโยกค่อยดีขึ้นบ้างในระยะแรกๆ ผ่านพ้นไปได้ 10 วัน 15 วัน อากาโยกอย่างรุนแรงก็เกิดขึ้นอีก ตัดสินใจลดอีก โดยให้ยา 3/4 เพียงวันละครั้งเดียว อาการโยกจึงลดลงตาก็ยังมีถึงจะไม่นานทั้งวันแต่ก็ยาวนานพอสมควร

เมื่อพบคุณหมอครั้งต่อมา คุณหมอต้องลดยาหลักจากที่เคยให้ครั้งละครึ่งเม็ดทุก 3 ชั่วโมง วันละ 5 ครั้ง ซึ่งอยู่ไม่ได้ ลงเหลือครั้งละครึ่งเม็ดเพียงวันละ 3 ครั้ง และครั้งละ 1/4 เม็ด อีก 2 ครั้ง และเพิ่มยาที่ช่วยให้ยาหลักออกฤทธได้นานขึ้นวันละครึ่งเม็ด ซึ่งทำให้อาการสั่นโยกหายไปเกือบหมดมาจนถึงกำหนดนัดครั้งต่อมา

ที่เขียนมายืดยาวไม่ได้ต้องการเรียกร้องขอความเห็นใจจากท่านใดๆ ทั้งสิ้น แต่เล่าไว้เผื่อว่ามีเพื่อนสมาชิกที่ไม่มีอาการพาร์กินสันแวะมาอ่านแล้วจะเกิดความสงสัยว่า ทำไมหมอจึงจัดยาไม่เหมาะสมกับอาการของคนป่วย แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นอย่างที่เล่ามาครับ ไม่รู้ว่าพี่มีลักษณะเช่นผมหรือเปล่า

พี่ครับ ผมว่าเราสองคนมีอะไรหลายๆ อย่างที่เหมือนกัน เช่น การให้ยามากไปเมื่อยาออกฤทธิ์ ร่างกายเราจะโยก และบิดไปบิดมา มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณยาที่เรากินเข้าไปเพื่อกระตุ้นเซลล์สมองส่วนที่เสื่อมไปให้ลุกขึ้นมาทำงาน เมื่อสมองได้รับการกระตุ้นจากยามาก จึงสั่งงานมายังร่างกายให้ขยับเขยื้อนเคลื่อนย้ายมากจนเหนื่อย บางครั้งถึงกับตกจากเก้าอี้ก็มี

ที่กล่าวมาไม่ได้เป็นคำอธิบายของคุณหมอนะครับ เป็นแต่เพียงผมคิดเองเล่นๆ ว่า ก็เมื่อเจ้าพาร์กินสันเกิดจากการเสื่อมของเซลล์สมอง ทำให้ร่างกายบางส่วนแข็ง เกร็ง ต้องให้ยาเข้าไปกระตุ้นเซลล์สมองส่วนที่เสื่อมให้ลุกขึ้นมาทำงาน ดังนั้น การที่มันทำงานมากเกินไปจึงน่าจะเกิดจากการที่เราให้ยากระตุ้นมากไป พี่เห็นด้วยไหมครับ

ขณะเดียวกัน เมื่อยาหมดฤทธิ์ที่จะไปปลุกสมองให้ลุกขึ้นมาทำงาน ร่างกายของเราก็จะสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ หรือเคลื่อนไหวช้า อันเนื่องมาจากการแข็ง เกร็ง แถมด้วยอาการปวดบริเวณที่แข็งเกร็ง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดที่แขนและขาข้างใดข้าหนึ่ง หรือบางคนอาจจะทั้งสองข้าง

ที่เหมือนกันอีกคงจะเป็นอาการปวดหลังหลังจากตื่นนอน ปวดมากปวดจนแทบจะขยับตัวไม่ได้ ต้องหาที่เกาะพยุงคัวลุกขึ้นให้ได้ หากไม่เช่นนั้นแล้วอาการปวดจะรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ระหว่างการโยกทั้งตัว กับแข็งเกร็งเคลื่อนไหวช้า พี่เลือกอย่างไหนครับ สำหรับผมแล้วผมเลือกที่จะแข็งเกร็งดีกว่า เมื่อเคลื่อนไหวไม่ได้ก็ไม่ต้องเคลื่อนไหว จนกว่าจะถึงเวลายาในครั้งต่อไป ส่วนการสั่นโยกทั้งตัวนั้น ขณะที่สั่นโยกก็ทำอะไรได้ไม่มากนัก และยังเหนื่อยอีกด้วย มีอยู่ช่วงหนึ่งผมสั่นโยกทั้งวันแทบจะไม่มีเวลาหยุดนิ่งเลย

บางรายขณะที่เดินอยู่นั้น พอที่จะก้าวขาเดินได้อยู่ แต่ถ้าขณะใดมีความจำเป็นต้องหยุดเดิน เช่นจะเดินข้ามถนน พอจะก้าวเดินใหม่ขาเจ้ากรรมก็ไม่ยอมก้าวเดินเสียเฉยๆ อย่างนั้นแหละ ต้องใช้มือช่วยยกขาขึ้นให้ก้าวเดินอีกครั้งหนึ่งก่อน หลังจากนั้นก็พอจะพากันไปได้ กรณีเช่นนี้พี่และผมยังไปไม่ถึงขั้นนั้น จึงยังนับว่าดีกว่าอีกหลายๆ คน

แต่เอะ ถึงแม้อาการขาก้าวไม่ออกจะยังไม่เกิดกับผม แต่ก็เกิดขึ้นกับมือหรือแขนของผมแล้วนะครับ คือเวลากินข้าว ถ้าเป็นช่วงที่ยาหมดฤทธิ์ ซึ่งมักจะเป็นมื้อเย็น มือขวาผมจะตักข้าวแล้วยกไม่ขึ้นต้องใช่มือซ้ายช่วยยกประคอง ช้อนที่ตักอาหารไว้แล้วเข้าปากอีกทีหนึ่ง ซึ่งก็ดีไปอย่างที่เป็นที่มือ ถึงอย่างไรก็ต้องหาทางเอาข้าวเข้าปากให้ได้ ไม่เช่นนั้นท้องจะร้องเรียกหาแต่ข้าวๆๆๆๆๆ ถ้าเป็นที่ขาแล้วคงจะอดไปเดินคลองถม หรือห้างพันทิพบางลำพูเป็นแน่แท้ … ..แหะ ... แหะ

เมื่อพูดถึงพาร์กินสัน หลายคนยังเข้าใจว่า คนที่มีอาการสั่นเท่านั้น หรือคนที่มีอาการสั่น เป็นพาร์กินสัน

จากเอกสารของชมรมพาร์กินสัน และการบรรยายของคุณหมอทำให้รู้ว่า คนที่มีอาการสั่นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นพาร์กินสันหรือไม่ จนกว่าจะตรวจพบว่า มีอาการแข็งเกร็ง และเคลื่อนไหวช้า (อาการหลักของพาร์กินสัน) จึงจะสรุปได้ว่า คนนั้นเป็นพาร์กินสัน

ทางที่ดี เมื่อพบว่าญาติสนิทมิตรสหายคนใดมีอาการ เคลื่อนไหวช้าลงจากเดิม และมีอาการแข็งเกร็ง ควรแนะนำหรือนำไปพบคุณหมอเป็นการด่วนเพื่อตรวจวินิจฉัยต่อไป พาร์กินสันหากได้รับการรักษาเร็ว จะช่วยให้การพัฒนาของโรคช้าลงได้

สำหรับคนที่มีพาร์กินสันเป็นเพื่อนคู่ชีวิตมานานคนละ 10 ปีเช่นพี่และผมผ่านอาการพาร์กินสันที่มีอยู่มากมายหลากหลายอาการมามากพอสมควร และยังไม่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะมีอาการเช่นไรเกิดขึ้นอีก คงต้องช่วยกันดูแลตัวเองด้วยการกินยาให้เป็นเวลาสม่ำเสมอ สังเกตอาการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเยี่ยมเยือนแล้วนำมาแลกเปลี่ยนกันเพื่อไม่ให้อาการดื้อยาเกิดขึ้นเร็วเกินไป

ก่อนจบเมล์อันยืดยาวฉบับนี้ ผมขอเรียนยืนยันต่อท่านที่แวะมาเยี่ยมเยือนทุกท่านว่า
1. อาการที่เขียนมาทั้งหมดเป็นอาการที่เกิดขึ้นจริงกับตัวผมเอง เขียนขึ้นเพื่อให้ท่านที่ไม่เคยรู้ไม่เคยสัมผัสกับคนที่มีอาการพาร์กินสันได้รับรู้เพื่อที่จะได้ไม่ต้องตกใจกลัวเมื่อประสบพบเห็น หรือจำเป็นต้องเข้าใกล้คนที่มีอาการพาร์กินสันอีกต่อไป
2. เขียนอย่างละเอียดด้วยคาดคิดว่า อาจจะมีท่านที่มีอาการพาร์กินสันผ่านมาพบเข้า อยากจะนำข้อมูลที่เกิดกับตัวของท่านมาแลกเปลี่ยนเพื่อการเรียนรู้ร่วมกันต่อไป
3. ไม่มีเจตนา ไม่มีความปรารถนาที่จะเรียกร้องความเห็นใจจากท่านใดทั้งสิ้น เพราะผมมีความเชื่อ และความมั่นใจว่า หากเราไม่นั่งเป็นทุกข์กังวลกับโรคภัยไข้เจ็บที่เบียดเบียนเราอยู่, หากเราไม่มัวแต่นั่งโอดครวญรำพึงรำพันถึงเหตุการณ์และวันเวลาที่ผ่านไป, และหากเราไม่มัวเพ้อฝันถึงอนาคตที่มองไม่เห็น ขอเพียงเรามีความพึงพอใจอยู่กับความเป็นจริงในวันนี้ ชีวืตเราก็จะมีความสุขอย่างมากมายมหาศาลแล้ว ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับเรา
สุดท้ายต้องขออภัยทุกท่านที่มีความปรารถนาดี ขอทุกท่านจงมีความสุขกับการมีชีวิตอยู่ในวันนี้
Kasawan
21-06-51




 

Create Date : 22 มิถุนายน 2551
19 comments
Last Update : 22 มิถุนายน 2551 1:37:54 น.
Counter : 1952 Pageviews.

 

ขอบคุณที่มาให้ความรู้ใหม่ค่ะ เพราะเข้าใจว่าจะมีอาการสั่นอย่างเดียว

 

โดย: superss 22 มิถุนายน 2551 4:59:16 น.  

 

-*-

ขอบคุณสำหรับเม้นท์ ค่ะ

ดิฉันมีคู่แข่งที่สำคัญ คือคุณ kasawan แล้วแหล่ะ

คอยดูนะคะ ดิฉันต้องมีบันทึกเนื้อเยื่ออักเสบทั้งตัว Fibromyalgia มาอวดคุณแน่ ๆ

เพราะตอนที่ป่วยหนัก เขียนบันทึกไว้เป็นเล่มเลย

 

โดย: yaky_zaa 22 มิถุนายน 2551 10:20:30 น.  

 

ขอบคุณ คุณ superss ที่แวะมาเยี่ยมเยือนครับ
อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอนะครับ
ขอบคุณฯ คุณ yaky-zaa ที่แวะมาทักทาย
ดีครับช่วยกันเผยแพร่โรคร้ายให้ทุกคนได้รับรู้
ป้องกันได้ก็ควรป้องกัน ป้องกันไม่ได้ก็พอจะมีความรู้ความเข้าใจที่จะอยู่กับโรคร้ายนั้นอย่างมีความสุข
หากมีเวลาว่างแล้วอย่ารอช้านะครับ รีบนำออกมาเผยแพร่เลยครับ
และอย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอนะครับ

ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาครับ

kasawan

 

โดย: kasawan (kasawan ) 22 มิถุนายน 2551 10:42:28 น.  

 

คุณลุงมีอาการของอัลไซเมอร์และพาร์กินสันอย่างละครึ่ง ก็เลยศึกษาไว้ค่ะ กลัวมาถึงตัวเองเนื่องจากในตระกูลไม่มีใครเป็น ไม่เคยรู้จักโรคทั้ง2มาก่อน ไม่มีที่มาที่ไป เวลาสงสัยอะไรก็อ่านข้อมูลจากตำรา-หมอ หรือถามเอาในเน็ต เพิ่งจะทราบจากผู้ป่วยจริงๆนี่แหละค่ะ เป็นประโยชน์ดีมาก ยังไงก็ส่งกำลังใจขอให้อาการดีขึ้นนะคะ

 

โดย: superss 22 มิถุนายน 2551 12:42:23 น.  

 

อ่านแล้วอยากร้องดังๆ ว่ารอให้พวกเราอายุสัก70ก่อนไม่ได้เหรอ อยากทำงานสร้างฐานะให้มั่นคง เพื่อลูกก่อน พาร์กินสันที่jaisuเป็นมันไม่เจ็บไม่ปวดแต่รบกวนด้านการทำงานมากเดินช้าเหมือนลากขาซ้าย ต้องระวังมาก ไม่งั้นสะดุดหกล้มแน่ๆ แขนก็ไม่แกว่งหยิบจับไม่สะดวกช้าไปหมด เสียงก็เริ่มมีปัญหาเวลาคุยกับใครเขาจะถามซ้ำๆ เหนื่อยมาก น่องเกร็งขับรถลำบากแต่ต้องขับไปทำงาน แต่ครอบครัวให้กำลังใจมาก ตอนนี้ต้องออกกำลังกายเพิ่มเป็น 2 เท่ากำลังสะสมเครื่องออกกำลังกาย หมอบอกว่าถ้าร่างกายแข็งแรงก็จะชลออาการได้ดี ขอเป็นกำลังใจสำหรับคนที่เป็นพาร์กินสันด้วยนะ สู้สู้

 

โดย: Jaisu IP: 222.123.29.171 22 มิถุนายน 2551 21:44:20 น.  

 

คุณ superss ครับ
น่าเห็นใจอย่างมากสำหรับคุณลุงของคุณ และคนที่ทำหน้าที่ดูแล คงจะเหนื่อยและยุ่งยากใจพอสมควรกับการดูแลคนที่มีอาการพาร์กินสันและอัลไซเมอร์
แค่เพียงโรคใดโรคหนึ่งก็ยุ่งยากหนักหนาพอมควรแล้ว นี่เป็นทั้ง 2 โรค
แต่ก็ยังดีที่เป็นอย่างละครึ่งตามที่คุณ superss บอกมา
ไม่ว่าในตัวคนๆ หนึ่งจะมีกี่โรค ก็ต้องอยู่กับเขาให้ได้ แล้วต้องอยฆู่อย่หางมีความสุขด้วย
ผมเองก็มีทั้งภูมิแพ้ถึงขั้นหอบ เป็นมานานแล้ว แล้วมีพาร์กินสันมาร่วมแจมอีกหนึ่ง
ทำอย่างไรได้ฆ่าก็ไม่ตาย ไล่ก็ไม่ไป เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ใช้ชีวิตร่วมกันเสียเลยหมดเรื่อง
ฝากกำลังใจไปยังคุณลุง และผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลคุณลุงด้วยนะครับ (เข้าใจว่าจะเป็นคุณป้า) ขอให้แข็งแรงและเข้มแข็งเข้าไว้
พาร์กินสันและอัลไซเมอร์ก็ทำอะไรเราไม่ได้
ส่วนคุณ superss เองอย่าไปกลัวครับถึงแม้จะเคยได้ฟังมาบ้างว่า ในทางการแพทย์ยังไม่พบว่า พาร์กินสัน เกิดได้โดยกรรมพันธ์ก็ตาม
แต่ถ้าเราเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่จะวิ่งทะยานเข้าหาเราแล้ว ผมเชื่อว่าชีวิตนี้จะมีความสุขมากๆ เพราะ
ไม่มีความลำบากอันใดเลย ที่ได้เคยขวางกั้นทางเราไว้ ขอแต่เรายืนหยัดสู้ต่อไป ก็คือชัยเราหมายจะได้มา
ขอให้เข้มแข็งและแข็งแรงครับ
kasawan

 

โดย: kasawan IP: 210.203.178.114 22 มิถุนายน 2551 22:40:39 น.  

 

ขอบคุณคุณ Jaisu มากครัีบ ที่แวะมาแลกเปลี่่ยน
ดีใจที่ที่มีเพื่อนร่วมชะตากรรมเดียวกันเข้ามาพูดคุยด้วย ด้วยอารมณ์อันเบิกบาน
ช่างเขาเถอะครับเขาจะมาตอนเราอายุเท่าไร เราก็ไม่หวั่น
เมื่อเราจะทำงานเขามากวนใจก็เอาหลังมือใส่ไปัสักเปี๊ยะหนึ่ง อย่าแรงนะครับเดี๋ยวจะเจ็บ
จริงๆ แล้วคุณ Jaisu ก็ยังทำงานเลี้ยงลูกสร้างฐานะได้ดีอยู่นะครับ
เพียงแต่ว่ามีอะไรมาคอยสะกิดคอยจับขาไม่ให้ไปเร็วนักเท่านั้นเอง
นอกจากการออกกำลังกายแล้ว พยายามกินยาให้ตรงเวลานะครับ
ผมมีความรู้สึกว่าการกินยาให้ตรงเวลาช่วยให้เราสบายได้มาก
ผมเองมีปัญหาเรื่องการขับรถมาก เนื่องจากว่า เวลาขับรถแขนขวาที่มีอาการเกร็งแข็งจะดึงพวงมาลัยให้ไปทางขา ต้องใช้มือซ้ายคอยขืนอยู่ ขณะเดียวกันเท้าขวาที่ใช้เหยียบเบรคก็จะปฏิบัติหน้าที่ช้าประมาณ 3-5 วินาทีหลังจากได้รับคำสั่ง จึงต้องทิ้งห่างรถคันหน้าให้มากเข้าไว้ สนุกดีครับ
หากคุุณ Jaisu มีอาการเหมือนผมเวลาขับรถขอให้ระวังให้มากนะครับ
ขอให้แข็งแรงนะครับ หวังว่าจะได้แลกเปลี่ยนสิ่งที่จะเป็นประโยชน์แก่พวกเราทุกคนกันอีกนะครับ

kasawan

 

โดย: kasawan IP: 210.203.178.114 22 มิถุนายน 2551 23:06:02 น.  

 

คุณป้าก็ไม่สบายเช่นกันค่ะ นอนใส่ท่ออ๊อกซิเจนเพราะหายใจไม่สะดวก มีอาการถุงลมโป่งพอง ความดันสูง ดังนั้นคนที่ดูแลคือลูกสาวคนเล็ก ซึ่งไม่มีครอบครัวแต่โลว์เทค หมอว่าอะไรก็ว่าตาม ดิฉันจึงต้องเป็นที่ปรึกษาไปโดยอัตโนมัติค่ะ ขอบคุณสำหรับกำลังใจทั้งหลายที่ส่งมา ก็ขอให้ย้อนกลับไปให้คุณได้รับเพิ่มอีก 10 เท่าค่ะ

 

โดย: superss 23 มิถุนายน 2551 17:03:01 น.  

 

คุณ superss ครับ
ก่อนอื่นขอเรียนว่า ตัวคุณเองต้องเข้มแข็งไว้นะครับ
การมีชีวิตอยู่ท่ามกลางคนป่วยเช่นนี้ หากไม่เข้มแข็งไม่ช้า่ไม่นานจะกลายเป็นคนป่วยไปด้วย
ไม่ทราบว่า คุณลุงและคุณป้าพอจะช่วยตัวเองได้หรือไม่
ถ้าพอจะช่วยตัวเองได้ คนดูแลก็เบาหน่อย หากช่วยตัวเองไม่ได้ก็หนักคนดูแล
น่าเห็นใจนะครับ สำหรับคนดูแล อย่างน้อยที่สุดก็รับผิดชอบดูแลพ่อแม่
น่ายกย่องครับ สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นลูกที่ดี
คุณเองก็สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นคนดี ที่คอยให้คำแนะนำช่วยเหลือ
ทำเถอะครับทำไป ช่วยเหลือใครได้ช่วยไป ทำแล้วเราจะมีความสุขใจที่มีโอกาสได้ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้พ้นจากความเจ็บปวดทุกข์ยาก แม้แต่เพียงน้อยนิดก็ยังดี
ฝากกำลังใจไปถึงคุณป้า คุณลุง บอกท่านทั้งสองว่า ท่านไม่ได้มีเพียงลูกหลานที่ตอยดูแลท่านอยู่เท่านั้น แต่ยังมีมิตรร่วมโลกที่มีความห่วงใยในการเจ็บป่วยของท่านทั้งสองอยู่
ขอให้ท่านดูแลรักษาสุขภาพของท่านด้วย ขอให้แข็งแรงเข้มแข็งโดยเร็ว

ขอบคุณมากครับ แล้วอย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเหองด้วยนะครับ

kasawan

 

โดย: kasawan IP: 118.174.98.214 23 มิถุนายน 2551 21:04:05 น.  

 

 

โดย: superss 26 มิถุนายน 2551 3:05:07 น.  

 

คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ

[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]
ขอบคุณมากครับสำหรับดอกบัวงาม ที่แสดงถึง ความสะอาด สงบ
ขอฝากความคึกคัก สดชื่น กระชุ่มกระัชวย มายังคุณลุง คุณป้าด้วยนะครับ
หากผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะครับ

kasawan

 

โดย: kasawan (kasawan ) 26 มิถุนายน 2551 21:23:02 น.  

 

ขอบคุณที่แอด, thank for add, ขอบคุณ, comment hi5
[widget.sanook.com - *More Feel*]


ขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำอวยพรค่ะ

 

โดย: superss 27 มิถุนายน 2551 8:53:25 น.  

 

แวะมาเยี่ยมค่ะ.....

สบายดีหรือเปล่าคะ

 

โดย: superss 24 กรกฎาคม 2551 22:54:56 น.  

 

ขออภัยเป็นอย่างมาก และขอบคุณมากๆ ครับ สบายดีครับมัวแต่วุ่นวายอยู่กับการซ่อมแซมบ้านที่ใช้บังแดดหลบฝนมานาน 20 ปี เลยไม่ค่อยจะมีโอกาสเปิดเครื่องมากนัก
คุณลุงคุณป้าเป็นอย่าไรบ้างครับ แข็งแรงดีหรือเปล่า
ขอบคุณอีกครั้งครับ
kasawan

 

โดย: kasawan (kasawan ) 16 สิงหาคม 2551 3:18:19 น.  

 

ขอแจมด้วยคน
ได้อ่านข้อความต่างๆ แล้วน้ำตามันก็ไหลออกมา มันสะท้อนความรู้สึกของคนเป็นพาร์กินสัน ใครไม่เป็นไม่รู้หรอกว่า มันทรมานแค่ไหน ทั้งตอนยาออกฤทธิ์หรือยาหมดฤทธิ์
ให้กำลังใจกับคนที่โรคนี้แวะมาพักอาศัย นึกเสียว่าเขาเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตที่ต้องดูแล และเขาจะอยู่กับเราอย่างมีความสุขตลอดชีวิต ดูแลเขาให้ดีน่ะ
แล้วจะแวะมาทักทายใหม่

 

โดย: GUNG IP: 58.8.145.169 25 สิงหาคม 2551 15:55:32 น.  

 

ซ่อมแซมบ้านใกล้เสร็จหรือยังคะ ตอนนี้ยังสบายดีอยู่นะ

คะ ส่วนคุณลุงคุณป้าอาการทรงๆเหมือนเดิมค่ะ ก็ได้แต่

ภาวนาไม่ให้แย่ลงเท่านั้นค่ะ เปิดเครื่องเมื่อไหร่ขอให้

ทราบด้วยว่าเพื่อนทางบล๊อคเป็นห่วง หวังว่าจะรักษา

สุขภาพให้แข็งแรงนะคะ

 

โดย: superss 31 สิงหาคม 2551 19:36:14 น.  

 

ขอเป็นกำลังใจให้คุณ Kasawan นะคะ
สิ่งที่คุณKasawan เล่ามาเป็นประโยชน์อย่างมาก
ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อนะคะ
ขอบคุณค่ะ

 

โดย: admin IP: 10.0.0.134, 180.183.164.14 15 กรกฎาคม 2554 18:08:00 น.  

 

เราเป็นเส้นเลือดในสมองตีบค่ะอยากถามว่าอาการข้างเคียงมันจะชานิ้วนางและบวมตึงๆกะดูกดัวย ใช่อาการข้างเคียงรึเปล่าค่ะ เรากินยาระลายลิ้มเลือดเม็ดสีชมภูค่ะคือก่อนหน้านี้เมื่อ3ปีกว่าๆๆอาการเริ่มแรกแแแของอาการคือแขนสั่นกะตุกแล้วเริ่มพูดสั่นต่อมาก็ขาลากและเขียนหนังสือตัวใหญ่และเล็กลงไปหาหมอๆบอกเป็นพาร์กิมสันให้ยามากินแต่ก็ไม่มั่นใจกับโรคที่ว่าก็หาหมอในโรงพยาบาลเดียวกันหมอคนที่2บอกหนูไม่ได้เป็นเราถามหมอแล้วเราเป็นอะไรหมอบอกไม่รู้นี่คือคำตอบของหมอโรงพยาบาลกรุงเทพ เราอายุตอนที่เป็น38ค่ะแต่เราก็ไม่ได้ทานยานะค่ะเพราะกินยาแล้วน่อยหดหุ่อยากตายก็เลยกลัวกินแค่1เดือนเองเป็นได้ขนาดนีก็เลยเลิกกินก็ไปเล่ยโยคะก็ดีขึ้นอย่างมากแต่พอสมาชิกหมดก็อดเล่นประมาน1ปีอาการก็กับมาเป็นหนักกว่าเดิมทุกอย่างชัดเจนดูเป็นคนพิการเลยค่ะคราวนี้ใจสั่นขาสั่นขับรถเริ่มกลัวทุกอย่างคราวนี้เริ่มเหยียบคั่นเร่งอย่างเดียวเหยียบเบรกไม่ได้ตกใจมากๆขาชาไปหมดและตัวเริ่มแข็งแล้วติดยุ่บนทางด่วนพระราม6ก็เลยเข้าโรงพยาบาลวิชัยยุทธ์หมอที่นี้ก็บอกเป็นพาร์กินสันอีกแล้วก็ให้ยามาแต่เป็นคนละตัวเพราะหมอรู้อาการเราแล้วเค้าก็จับเราเข้าเครื่องอีกซึ่งเหมื่อนเดิมหาอะไรไม่เจอแต่ตรวจตามอาการที่เห็นและบอกเล่าไปหาหมอยุ่2เดือนอาการแบบเดิมก็ออกคืออยากตายก็เลิกยา คราวนี้ก็หาหมอทุกอย่างทุกสายแม้แต่หมอจิตแพทย์ใกล้เคียงกับโรคคือแพนิคกินยาก็ดีในบางส่วนคือใจและตัวสั่นน้อยลงขับรถได้หมอบอกไม่ได้เป็นพาร์กินสันเลยสักนิคถ้าเป็นคุณมาหาผมไม่ได้หรอกก็ผ่านมาสักพักก็มาเจอหมอแมะหมอบอกเราว่าๆเราเป็นเส้นเลือดในสมองตีบซีกขวาแกลงกลางซีกขวาและเป็นแพนิคอนาคตจะเป็นไทรอยด์และจะเป็นอัมพาตในอีก5ปีเค้าจบมหิดลแต่ลงตรวจที่หมาลัยรังสิตกินยาแล้วดีขึ้นมากแต่อยากทราบอาการข้างเคียงเรื่องนิ้วนางข้างขวาชาบวมกะดูกตึงปวดขอบพระคุณมาก

 

โดย: นาริยา IP: 110.168.149.221 12 มีนาคม 2559 19:31:24 น.  

 

เราไม่เคยเห็นคนที่เป็นพาร์กินสันและอาการเริ่มต้นของโรคนี้เป็นไง แต่อาการของพาร์กินสันและเส้นเลือดในสมองตีบมันมีอาการเหมือนกันอย่างมากเท่าที่เช็คในกูเกอร์แต่เรากลัวการขับรถร่วมด้วยคือสั่นและคิดไปเองก่อนก็จะสั่นรอแล้วเราเลยไม่รู้ว่าเราจะเป็นโรคอะไรดีนะถ้าเลือกได้ไม่เอาโรคอะไรเลย. แต่เราไม่นั่งโยกนะทั้งตอนกินยารึไม่กินยามีแต่ออกไปไหนไม่ได้หนักหัวและอยากอาเจียนและซึมเซ้าและไม่เคยเป็นลมและล้ม ถ้าเราคิดเยอะไปก่อนตัวเราจะเกร็งและแข็งออกกำลังกายเยอะก็ไม่ได้ตัวแข็งเลยละและชอบเป็นตะคิวที่น่องและฝ่าเท้าด้วยเราเป็นซีกขวาชอบตึงที่คอบ่าไหล่เพราะเราเกร็งตอบคำถามเราด้วยนะ

 

โดย: นาริยา IP: 110.168.149.221 12 มีนาคม 2559 19:48:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 

kasawan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




[Add kasawan's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com