Metal Gear Solid V : The Phantom Pain (2) Quiet เธอคือตัวปัญหา? (Spoilers Alert)
คำเตือน มีการเปิดเผยเนื้อเรื่องอย่างรุนแรง

**ต่อเนื่องจากบทความที่แล้ว : Metal Gear Solid V : The Phantom Pain (1) พวกคุณคือ "คนขายโลก"! (Spoilers alert!)



“ไควเอท (Quiet)” คือตัวละครเจ้าปัญหาที่ถูกวิจารณ์เรื่องการแต่งตัว ถึงโคจิม่าจะบอกว่าให้รอดูเหตุผลที่เธอต้องโชว์เนื้อโชว์หนังแบบนั้นก่อน จริงอยู่ที่คนเล่นบางคนอาจรับได้ แต่ก็มีบางคนที่ยังมองว่า “โป๊เกินจำเป็น” อยู่ดี



ในมุมของผม

ไม่เห็นจะเป็นปัญหาเลยสักนิด

โคจิม่าสร้าง Metal Gear โดยเอาหนังฮอลลีวู้ดมาผสมกับอนิเมญี่ปุ่นอยู่แล้ว และอย่างที่รู้ๆกันอยู่ อนิเมหรือหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น การมีตัวละครใส่บิกินี่หรือนุ่งเสื้อผ้าน้อยชิ้น เป็นเรื่องปกติจะตายไป

มันเป็นปัญหาตรงไหนหรือ?

ตรงกันข้าม ผมมองว่าเรื่องของไควเอทลงตัวที่สุดในบรรดาซัพพล็อต (สิ่งที่เข้ามาเสริมพล็อตหลัก) ทั้งหลายของเกม The Phantom Pain!

เพื่อให้เข้าใจชัดขึ้น เราจะมาพูดกันถึงตัวสกัลเฟซ, อีไล แล้วก็โรคระบาดก่อนจะพูดถึงไควเอท



Metal Gear Solid V : The Phantom Pain เป็นเกมที่ดี แต่เนื้อเรื่องกลับมีปัญหา ทั้งๆที่เนื้อเรื่องคือจุดขายของ Metal Gear มาเกือบจะทุกๆภาค (ยกเว้น Metal Gear ปี 1987 และ Metal Gear 2 : Solid Snake ปี 1990 ซึ่งเนื้อเรื่องยังไม่ซับซ้อนมากเท่ากับภาคต่อหลังจากนั้น)

หลายคนบอกว่าปัญหาที่ทำให้เนื้อเรื่องแย่คือ “โอเพ่นเวิลด์” 

การที่โลกเปิดอิสระทำให้จังหวะของการเล่าเรื่องเสียไป

แต่ในปีเดียวกัน เรามี The Witcher 3 และ Batman : Arkham Knight ซึ่งเป็นเกมโอเพ่นเวิลด์เหมือนกัน แต่สองเกมนี้กลับเล่าเรื่องได้ดีกว่า The Phantom Pain มาก ดังนั้นปัญหาจึงไม่ใช่เรื่องโอเพ่นเวิลด์

ผมรู้สึกเหมือนโคจิม่าไม่รู้จะเล่าเรื่องยังไงในโลกโอเพ่นเวิลด์มากกว่า ภาพรวมของ The Phantom Pain คือมีการ “เซ็ทอัพ” (Setup - ตั้งประเด็นหรือเงื่อนไขให้กับพล็อต) ได้ดี แต่กลับมีการ “เพย์ออฟ” (Payoff - คลี่คลายประเด็นที่ตั้งขึ้น) ได้แย่ในหลายเรื่องๆ

ใน Ground Zeroes โคจิม่า “เซ็ทอัพ” ให้สกัลเฟซและ XOF คือวายร้ายใหม่ที่น่าสะพรึงกลัว ตั้งใจจะเล่นงานทั้งซีโร่และบิ๊กบอสในเวลาเดียวกัน เป็นคนทำลายฐาน “กองทัพไร้พรมแดน” ของบิ๊กบอสเสียย่อยยับ ซ้ำวางระเบิดในตัวพาซ (Paz) ถึงสองลูกเพื่อระเบิดบิ๊กบอสในระยะประชิด



ภายหลังเฉลยว่าสกัลเฟซมีชีวิตอยู่ได้ด้วยปรสิต ซึ่งเป็นที่มาของพลังพิเศษในหน่วยคอบร้าของ Metal Gear Solid 3 : Snake Eater อย่างพวก The End, The Pain, The Fear, The Fury



ดูแบบนี้แล้วสกัลเฟซน่าจะร้ายกาจสุดยอดเลยใช่ไหมครับ?

ไม่ครับ ไม่เลย The Phantom Pain ไม่ได้ขุดความร้ายกาจของสกัลเฟซออกมาให้เห็นเท่าไหร่เลย

ภารกิจในเกม The Phantom Pain มีถึง 50 ภารกิจ แต่ภารกิจที่เป็นส่วนในการขับเคลื่อนเนื้อหาหลักกลับมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เป็นภารกิจแบบเกี่ยวข้องเนื้อเรื่องพอหอมปากหอมคอ เช่น “บอส เรารู้ว่าไอ้ xxx นี่จะต้องเกี่ยวพันกับไซเฟอร์ บอสไปจับมันแม่งที!” หรือ “บอส เรารู้ว่าไอ้ yyy เกี่ยวข้องกับสกัลเฟซ ไปรอบฆ่ามันแม่งที!” หรือ “บอส เรารู้ว่าไอ้ zzz มันเกรียนแตก ไปดีดไข่มันที!” เป็นต้น



ปัญหาคือภารกิจพวกนั้นไม่ได้ช่วยทำให้สกัลเฟซในฐานะ “คาแร็กเตอร์ผู้ร้าย” ดูแข็งแกร่งขึ้นมาเลยสักนิด! เรียกว่าขาดการพัฒนาคาแร็กเตอร์อย่างรุนแรง

หนำซ้ำเมื่อมาถึงจุดคลี่คลายเรื่องราวของสกัลเฟซ บทจะจบเห่ก็จบกันแบบง่ายๆ โดนเมทัลเกียร์ที่ตัวเองสร้างแล้วถูกคนอื่นควบคุม อาละวาดจนเสาเหล็กทับใส่ตัว ก่อนจะโดนบิ๊กบอสกับคาซยิงกระหน่ำชำระแค้น!



แต่ก็ไม่ตาย ดันมาตายด้วยมือของฮิวอี้ เอมเมอริช นักวิทยาศาสตร์ที่เป็นหนอนบ่อนไส้อีก!



อะไรกันวะ!? อุตส่าห์ “เซ็ทอัพ” มาอย่างเจ๋ง แต่สุดท้ายไม่มีอะไรในก่อไผ่ แล้วก็จบเห่ลงง่ายๆ!! ไอ้ความร้ายกาจที่เหมือนจะมีมันหายไปไหนหมด!?

นี่คือ Chapter 1 เนื้อเรื่องอันแสนจะบางเบา... ผู้ร้ายน่าผิดหวัง 


ใน Chapter 1 มีการ “เซ็ทอัพ” เรื่องของเด็กชายสวมหน้ากาก (ไซโคแมนทิส) และเด็กชายที่ชื่ออีไล ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหน แต่ในอนาคตเขาจะเป็น “ลิควิด สเน็ค” ตัวร้ายสำคัญของเกม Metal Gear Solid ปี 1998!



อารมณ์ในช่วงท้ายของ Chapter 1 เหมือนคู่นี้จะมีความสำคัญมากถึงมากที่สุด ทำให้เกิดความคาดหวังว่าจะมีอะไรเข้มข้นขึ้นใน Chapter 2

เรากำลังจะได้สำรวจถึงความสัมพันธ์และความขัดแย้งระหว่างอีไล (ลิควิด), เด็กชายสวมหน้ากาก (ไซโคแมนทิส) และบิ๊กบอสใช่ไหม?



เปล่าเลย!

Chapter 2 เนื้อหาเบาบางเสียยิ่งกว่า Chapter แรกอีก! เนื้อหาที่จับต้องได้เป็นชิ้นเป็นอันมีน้อยมาก ส่วนใหญ่แล้วจะเป็น “ภารกิจเก่าที่เพิ่มเงื่อนไขให้ยากกว่าเดิม” อย่างพวก [Extreme] หรือ [Total Stealth] ทั้งหลาย! ไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักของ Chapter นี้เลย ฮ่วย!



ตอนที่อีไลกับเด็กชายสวมหน้ากากร่วมมือกันขโมยเมทัลเกียร์ไป ผมรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกว่า ไอ้นี่แหละน่าจะเป็นการ “เซ็ทอัพ” ไปสู่ไคลแม็กซ์ของเกม!




ผมคิดถูก มันนำไปสู่ไคลแม็กซ์ของเกมจริง...

แต่มัน “ถูกตัด” ครับพี่น้อง!

ฉากต่อสู้โคตรจะอีพิคใน Episode 51 : “Kingdom of the Flies” กลับเหลือเป็นแค่มูวี CG ที่ไม่มีเกมเพลย์ เป็นช่วงที่ “เวน่อม สเน็ค” ต้องไปตามเคลียร์กับอีไล และ “เวน่อม” กับไดมอนด็อกส์จะต้องรวมพลังกันปราบเมทัลเกียร์ชนิดถอนรากถอนโคน

นี่ควรจะเป็นไคลแม็กซ์ของเกม

อีไลควรจะเป็นตัวร้ายหลักของ Chapter 2 โดยมีฮิวอี้ เอมเมอริชเป็นตัวร้ายรอง ในฐานะคนปล่อยโรคระบายกลายพันธุ์ ซึ่งฮิวอี้ร่วมมือกับอีไล

คือไอ้ไคลแม็กซ์ใน Episode 51 มันไม่ได้ทำให้เนื้อเรื่องโดยรวมของ The Phantom Pain ดีเท่ากับภาคอื่นๆหรอก แต่มันรับประกันว่าจะลงท้ายได้ดีกว่าที่เป็นอยู่แน่

แต่มันถูกตัด!

ผลสุดท้ายคือ เกมนี้ไม่มีภารกิจที่เป็นฉากไคลแม็กซ์ของเรื่องเหมือนเกมอื่นๆ!

การ “เซ็ทอัพ” ที่น่าตื่นเต้นเกี่ยวกับ “บิ๊กบอส VS ลิควิดวัยเด็ก” กลับกลายเป็นส่วนถูกทิ้งค้างไว้โดยสิ้นเชิง! เหลือเพียงแค่มูวี CG ที่ยังทำไม่เสร็จ ปากของอีไลไม่ขยับเลยสักนิด!

บ้าที่สุด!


นอกจากนั้น ใน Chapter 1 ยังมีการ “เซ็ทอัพ” เรื่องโรคระบาดที่เกิดจากปรสิตของสกัลเฟซ 

การเซ็ทอัพเกี่ยวกับปรสิตนั้นมาค่อนข้างช้า เรารับรู้เกี่ยวกับมันหลัง Episode 20 เป็นต้นไป หากรวมซับพล็อตหลักๆทั้งหมดเข้าด้วยกัน ถือว่ากลางเรื่องเข้าไปแล้ว

เรื่องปรสิตนับได้ว่าเป็นกุญแจหลักที่เชื่อมโยงเรื่องราวทุกเรื่องเข้าด้วยกัน น่าจะเรียกว่าเป็น "พล็อตดีไวซ์ (Plot Device - ตัวขับเคลื่อนพล็อต) สำคัญของเกมได้เลย ยิ่งกว่าเมทัลเกียร์ อาวุธสงครามที่เป็นชื่อเรื่องอีก

จริงๆมันคือโปรเจคท์ “ล้างเผ่าพันธุ์” ด้วยปรสิตของ Philosophers ฝ่ายอเมริกา แต่โครงการนี้พับไป สกัลเฟซเลยเอามาสานต่อแทน ผลิตปรสิตที่โจมตีโดยใช้ “ภาษา” เป็นตัวเปิดกลไกในการระเบิด เช่น ถ้าคนติดเชื้อพูดภาษาคิคองโก คนอื่นๆที่พูดคิคองโกก็จะติดโรคไปด้วย เป้าหมายหลักของสกัลเฟซคือ “ภาษาอังกฤษ” 



การเชื่อมโยงกันของบรรดาซัพพล็อตที่เกี่ยวกับตัวปรสิต ทำให้พล็อตหลักของ The Phantom Pain ถูกร้อยเป็นเนื้อเดียวกันจะออกมาตามนี้

1. คือมันเป็นจุดกำเนิดของตัวสกัลเฟซและแผนการของเขาอย่างที่ว่ามาข้างต้น
2. คือจุดกำเนิดของตัวไควเอท 
3. มันถูกส่งต่อไปถึงตัวอีไล กลายเป็นอีกหนึ่งในสามของผู้ถือครองปรสิตสายพันธุ์ภาษาอังกฤษ
4. ทำให้เกิดศัตรูอย่างพวกหน่วยพาราไซต์ยูนิต
5. เป็นภัยคุกคามที่ "เวน่อม" ต้องรับมือนอกจากเมทัลเกียร์
6. เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงพล็อตระหว่าง Chapter 1 กับ Chapter 2 และระหว่างตัวร้ายหลักของสอง Chapter คือสกัลเฟซกับอีไล

เพราะฉะนั้นมันถึงได้สำคัญมาก โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับข้อ 5!

มาเธอร์เบสของบิ๊กบอสมีการติดโรคระบาดจากปรสิตที่ว่าจนต้องสร้าง “ฐานกักกันเชื้อ” ขึ้นมาแยกย่อยอีกหนึ่งฐาน แล้วก็ต้องไปค้นหาทางแก้ไขซึ่งคนที่จะแก้ไขได้ก็คือชายแก่ชื่อ “โค้ดทอล์คเกอร์”



อุตส่าห์แก้ไขเรื่องโรคระบาดได้ทั้งที แต่ใน Chapter 2 โรคระบาดกลับมาอีกครั้งพร้อมกับการกลายพันธุ์!

จนบิ๊กบอสต้องถึงกับลงมือฆ่าลูกน้องตัวเองทั้งตึก!



ผมชอบอารมณ์ตรงนี้นะ จริงๆแล้วเรื่องอีไลกับโรคระบาดควรจะต้องเป็นเนื้อหาหลักที่ขับเคลื่อน Chapter 2 ไปจนถึงขั้นที่บิ๊กบอสหรือ “เวน่อม” ถูกต้อนจมมุมแล้วเข้าสู่ “ความบ้าคลั่ง” เหมือนอย่างที่มีการโปรโมทกันในตอนต้นมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่อย่างว่า... เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นและจบลงแค่มิชชั่นสั้นๆมิชชั่นเดียว คือ Episode 43 : “Shining Lights, Even in Death” แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้ถูกขุดมาเล่นอีกเลย พัฒนาการของ "เวน่อม" หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ก็เหมือนไม่ได้ส่งผลอะไรต่อพล็อตหลักเป็นพิเศษ

และแล้วบทสรุปเกี่ยวกับปรสิตและโรคระบาด ซึ่งเป็นพล็อตดีไวซ์สำหรับเชื่อมโยงจิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจายเข้าด้วยกัน ก็ "ขาดหายไป" พร้อมกับ Episode 51 ที่ถูกตัดทิ้งเหมือนกับอีไล...

เสียของ...



เท่านั้นยังไม่พอ!

แล้วไซเฟอร์ล่ะ? แล้วซีโร่ล่ะ? โอเซอล็อตล่ะ? ซีโร่กับโอเซอล็อตวางแผนอะไร? สกัลเฟซทำอะไรกับซีโร่? ฯลฯ เนื้อหาพวกนี้น่าสนใจมากถึงที่สุด 

อย่างตอนที่สกัลเฟซโทรคุยกับซีโร่ แล้วแอบวางแผนทำให้ซีโร่ต้องกลายเป็นอัมพาตเหมือนอย่างที่เห็นใน Metal Gear Solid 4 : Gun of the Patriots น่ะ จริงๆแล้วตรงนั้นถ้าทำเป็นคัตซีนจะดีมาก! จะทำให้สกัลเฟซดูน่าสนใจมากขึ้น! เอามันไปใส่ไว้ในตอนช่วงกลางๆเรื่องของ Chapter 1 ที่จะโยงอารมณ์ไปถึงฉากไคลแม็กซ์ได้เลย!

แต่เปล่าเลย! ไม่มีคัตซีนฉากเจ๋งๆที่ว่านี่เลย เรารู้สิ่งเหล่านั้นได้จากการฟังเทปครับพี่น้อง! แค่การฟังเทปเท่านั้น!



ยิ่งไม่ต้องพูดถึงบุคลิกของโอเซอล็อตที่ไม่เข้ากับภาคอื่นๆเลย ดูนิ่งผิดหูผิดตาไปจริงๆ



แต่ในบรรดาซัพพล็อตทั้งหมด 

ผมพึงพอใจที่สุดคือเรื่องของ “ไควเอท” ตัวละครที่มีคนถกเถียงกันมากที่สุด

หลายคนมองว่าไควเอทเป็นบัดดี้ที่เจ๋ง เป็นตัวละครที่เท่ แต่การแต่งชุด “โป๊ๆ” ทำให้คุณค่าของตัวละครลดลง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการโพสท่ายั่วๆในเฮลิคอปเตอร์ต่อหน้าบิ๊กบอส...




ที่สำคัญคือ เนื้อเรื่องของไควเอทนั้น แตกต่างจาก “เดอะบอส” กับ “อีวา” ใน Snake Eater อย่างสิ้นเชิง 

เอาจริงๆแล้วไควเอทจะตัดออกไปจากเกม The Phantom Pain เลยก็ได้ เนื้อหาของเธอไม่ได้มีส่วนสำคัญต่อเนื้อเรื่องโดยรวมเหมือนตัวละครหญิงสองคนที่ว่ามาข้างต้น



แต่อย่างน้อยที่สุด!

อย่างน้อยที่สุดเรื่องของไควเอทก็มี “เซ็ทอัพ” และ “เพย์ออฟ” ที่น่าพึงพอใจที่สุดในเกมแล้ว!

ใช่ มันดีกว่าเรื่องของสกัลเฟซ ดีกว่าเรื่องของอีไลกับเด็กชายสวมหน้ากาก!

สกัลเฟซมี "เซ็ทอัพ" ที่แข็งแรง แต่ขาดการพัฒนาคาแร็กเตอร์ที่ดีก่อนจะจบลงอย่างน่าผิดหวัง

อีไลมี "เซ็ทอัพ" ที่น่าสนใจเหมือนกัน แต่กลับขาดบทสรุปชนิดที่เรียกว่าถูกปล่อยให้ค้างคาไว้โดยสิ้นเชิง (ต้องไปดูมูวี CG ง่าวๆแทน)

ปรสิตและโรคระบาด มีการ "เซ็ทอัพ" ช้า แต่มีพัฒนาการที่น่าสนใจ อย่างไรก็ตาม มันถูกทอดทิ้งไปพร้อมกับอีไล

ส่วนเรื่องของไควเอทกลับมีพัฒนาการที่ดีและมีบทสรุปที่ลงตัว!

เมื่อตอนเริ่มเกม ไควเอทเป็นนักฆ่าของ XOF ที่ส่งมาฆ่าบิ๊กบอสที่นอนรักษาในโรงพยาบาล ในคืนที่เธอบุกจะฆ่าบิ๊กบอส (เวน่อม) กลับถูกชายพันหน้า (บิ๊กบอสตัวจริง) จุดไฟเผาจนไหม้ไปทั้งตัว สกัลเฟซช่วยเธอเอาไว้ด้วยการใส่ปรสิตเข้าไป



ไควเอทมีชีวิตอยู่ ทว่ากลับไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้ เพราะปอดของเธอพังไปหมดแล้ว เธอหายใจและดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยปรสิต



จริงๆแล้วไควเอทเหมือน “ดิเอนด์” ใน Snake Eater คือเป็นมือสไนเปอร์ที่ดำรงอยู่ด้วยการสังเคราะห์แสงผ่านผิวกายเหมือนกัน โค้ดทอล์กเกอร์ศึกษาเรื่องปรสิตจาก “ดิเอนด์” นี่เอง ดังนั้นไควเอทจึงเป็นเหมือน “ดิเอนด์” เวอร์ชั่นผู้หญิง



มีคนเถียงว่า เฮ้ย ไม่เห็น “ดิเอนด์” จะต้องแก้ผ้าเพื่อดำรงชีวิตอยู่เลย

แต่ก็มีคนตอกกลับว่า เอ่อ “ดิเอนด์” ยังมีปอดอยู่โว้ย แต่ไควเอทไม่มีปอดแล้วนะ!

สรุปคือฝ่ายที่ไม่ชอบเรื่องไควเอทโป๊ก็ยังยอมรับเหตุผลเรื่องที่ไควเอทต้องนุ่งน้อยชิ้นเพื่อดำรงชีวิตไม่ได้อยู่ดี... แต่นั้นมันเรื่องของคนๆนั้นว่ะ  ไม่เกี่ยวกับผม

ตอนท้ายมีการเปิดเผยว่าจริงๆแล้วไควเอทเป็นผู้ครอบครองหนึ่งในสามปรสิต "สายพันธุ์ภาษาอังกฤษ" นอกเหนือจากสกัลเฟซ (และอีไลในภายหลัง) ถ้าเธอพูดภาษาอังกฤษออกมา จะเป็นการปล่อยโรคระบาดออกมาทันที

ดูเหมือนจะเป็นแผนการของสกัลเฟซที่ส่งไควเอทมาทำงานกับบิ๊กบอส ทำให้บิ๊กบอสเชื่อใจแล้วก็หาทางปล่อยโรคระบาดด้วยการพูดภาษาอังกฤษออกมาซะเลย



แต่ในระหว่างที่ทำงาน ดูเหมือนว่าไควเอทจะเกิดมีใจให้กับเวน่อม...



มีหลายคนรู้สึกว่าฉากคัทซีนของไควเอทอย่างเช่น ฉากอาบน้ำ หรือฉากเล่นน้ำเป็นคัทซีนไร้สาระ เป็นแค่แฟนเซอร์วิส




อย่างไรก็ตาม...

ไควเอทไม่ได้มีซีนเพื่อที่จะเซอร์วิสอย่างเดียว แต่กลับมีซีนดีๆหลายฉากที่ขับเคลื่อนเรื่องราวเกี่ยวกับตัวเธอด้วย

อย่างเช่น 

ตอนที่เธอเกิดอาละวาดจะเลาะฟันสต๊าฟของไดมอนด็อกส์โดยไม่ได้อธิบายสาเหตุ ก่อนจะเฉลยทีหลังว่าเธอรู้ว่าโรคระบาดกำลังจะเกิดขึ้นในฐาน



หรือตอนที่เสี่ยงลงไปเก็บของสำคัญให้เด็กจนต้องบาดเจ็บ




หรือ ฉากถูกคาซสอบปากคำโหดเรื่องปรสิตในตัวเธอ แต่ยังเลือกจะหุบปาก



ไควเอทพูดได้ แต่เธอเลือกจะไม่พูดแม้แต่นิดเดียว เพราะกลัวว่าจะปล่อยโรคระบาดออกมา จริงอยู่ที่ของเธอเป็นสายพันธุ์ภาษาอังกฤษ ถ้าพูดภาษาอื่นก็คงไม่มีปัญหา แต่โค้ดทอล์กเกอร์เคยบอกว่า ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าปรสิตจะไม่พัฒนาไปยังภาษาอื่นด้วย แค่การไม่พูดภาษาอังกฤษภาษาเดียวไม่ได้รับประกันว่าโรคระบาดจะไม่ทำงาน ดังนั้นไควเอทจึงเลือกพูดภาษานาวาโฮแทน และคนที่ฟังภาษานาวาโฮได้ ทั้งฐานมีแค่คนเดียวคือโค้ดทอล์กเกอร์ (ซึ่งมีปรสิตอยู่ในตัวเหมือนกัน)




โอเค มันอาจจะไม่มีเหตุผล เช่น ทำไมไควเอทถึงไม่สื่อสารด้วยวิธีอื่น อย่างการพิมพ์หรือเขียนแทน หรือไม่ก็ไปศึกษาภาษาใบ้มาก็ได้ ไม่ใช่เงียบอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม เมื่อไควเอทตัดสินใจหนีออกจากฐาน แล้วถูกพวกโซเวียตจับตัว “เวน่อม” ตามไปช่วยเธอจนกลายเป็นฉากโหดๆหนึ่งฉาก 




ทว่าผลจากการต่อสู้นั้นทำให้ไควเอทบาดเจ็บ “เวน่อม” จึงต้องช่วยอุ้มเธอไปยังจุดนัดพบกับเฮลิคอปเตอร์ แต่ฮ.ยังไม่ทันจะมารับ “เวน่อม” ก็ต้องถูก “งูพิษกัด” ขณะซ่อนตัวจากพวกศัตรู (“งูพิษ---เวน่อม สเน็ค” จะตายเพราะ "พิษงู"!)



เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เพื่อช่วยชีวิต “เวน่อม” ไควเอทจึงต้องยอมพูด... เธอเลือกพูด “นาวาโฮ” แต่ฮ.ฟังไม่รู้เรื่อง (ไม่มีโค้ดทอล์กเกอร์อยู่ด้วย) เธอจึงจำใจต้องพูดภาษาอังกฤษ เพื่อให้ฮ.มารับเวน่อมได้ถูกต้อง

เมื่อพูดภาษาอังกฤษ ปรสิตก็เริ่มทำงาน 

ดังนั้นหลังช่วย “เวน่อม” ได้แล้ว เธอจึงเลือกที่จะเดินจากไป... ไปใช้ชีวิตกลางทะเลทรายเพียงลำพัง...



อารมณ์ของฉากนี้เยี่ยมมาก

ผมเกลียดบทของโคจิม่าตรงที่ โคจิม่าจะชอบให้ทุกอย่างสื่อมาเป็นคำพูดหมด เมโลดราม่าของโคจิม่าส่วนใหญ่จึงเป็นการพูด พูด แล้วก็พูด

แต่ไควเอทแตกต่างจากตัวละครตัวอื่นๆของโคจิม่าที่ผ่านมา เธอเป็นตัวละครที่ไม่พูดเลย

ดังนั้นเมื่อเธอพูด มันจึงมีความสำคัญเหลือหลาย

วินาทีที่ไควเอทกำลังตัดสินใจหนักว่าจะพูดเพื่อช่วย “เวน่อม” ดีหรือไม่ สีหน้าท่าทางตอนนั้นมันสื่อออกมาอย่างชัดเจน ชนิดที่เรียกว่าไม่ค่อยได้เห็นในซีรีส์ Metal Gear 





เรียกว่า “ท่าทางหน้าตาสื่ออารมณ์ทุกอย่างเป็นหลัก”

แม่เจ้า! โคจิม่าทำฉากดราม่าทรงพลังที่ไม่ต้องพูดอะไรมากก็ได้ด้วยเว้ยเฮ้ย!

หลังจากฮ.ลงมาช่วย “เวน่อม” ไว้ได้ “เวน่อม” ออกตามหาไควเอท แต่กลับเจอเทปบันทึกเสียงแทน คำพูดของไควเอทมีเพียงไม่กี่ประโยค แต่มันกลับสื่ออารมณ์ได้ดียิ่งกว่าคำพูดร่วมสิบนาทีของภาคอื่นๆ

แบบนี้เขาเรียกว่า “น้อยนิดแต่ได้มหาศาล” เราไม่รู้เหตุผลเบื้องหลังของเธอมากมาย ว่าทำไมเธอถึงต้องตัดสินใจอย่างนู้นอย่างนี้อย่างนั้น แต่การเปิดเผยไม่ใช่การสร้างตัวละครที่ดีเสมอไป บางครั้งการทิ้งช่องว่างให้คนดู (คนเล่น) ได้ลงไปต่อเติมเองบ้าง กลับจะส่งพลังยิ่งกว่า

เรื่องของไควเอท ถ้าไปอยู่ใน Metal Gear Solid ภาคอื่นๆอาจจะถือว่าด้อย ไม่ได้มีความจำเป็นต่อพล็อตโดยรวม แต่พอมาอยู่ใน The Phantom Pain ที่เต็มไปด้วย “การเซ็ทอัพเจ๋งๆ แต่เพย์ออฟได้น่าผิดหวัง” แล้ว... 

ผมถือว่ามันสวยงามมาก!! 



Create Date : 26 กันยายน 2558
Last Update : 26 กันยายน 2558 11:09:28 น.
Counter : 17600 Pageviews.

11 comments
  
เจ็บสุดคือโดน ตัด Episode 51 กับ Chapter3 ออกนี้แหละ แค้น
โดย: amot IP: 183.89.57.110 วันที่: 28 กันยายน 2558 เวลา:23:31:17 น.
  
ใครจะสนเนื้อเรืองล่ะ เกมส์เพลย์สุดยอดขนาดนี้ ไม่จำเป็นต้องมีเนื้อเรื่อง เราเล่นเกมส์ต้องสนุกกับเกมส์เพลย์ถึงจะเรียกว่าเล่นเกมส์ ไม่ใช่เล่นเกมส์แล้วสนุกกับเนื้อเรื่อง อย่างนั้นเขาไม่เรียกว่าเล่นเกมส์หรอก
โดย: TeeYai IP: 119.76.69.196 วันที่: 6 ตุลาคม 2558 เวลา:17:28:35 น.
  
ไควเอทหายทางผิวหนังครับ เลยต้องใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้น ดูจากใน side ops 111 โอเซลอทพูดไว้
โดย: 11 IP: 118.175.224.214 วันที่: 7 ตุลาคม 2558 เวลา:17:18:43 น.
  
อืม พอจะเข้าใจประเด็นที่ว่าเกมเพลย์สุดยอด เนื้อเรื่องไม่จำเป็นต้องสนใจก็ได้ แต่...

Metal Gear Solid มันโดดเด่นด้านเนื้อเรื่องมาตั้งแต่ภาคแรกเลยนะครับ ฮะๆๆ
โดย: หมาหัวโจก วันที่: 17 ตุลาคม 2558 เวลา:20:48:27 น.
  
สรุปเรื่องราวได้ดีมากครับ ผมคิดคล้ายคนเขียนมาก
โดย: ธร IP: 49.228.94.1 วันที่: 19 ตุลาคม 2558 เวลา:4:38:51 น.
  
มีคนกล่าวว่า เล่นเกมส์ไม่เสพเนื้อหาหรือการฟฟิก

ก็ไม่ต่างอะไรกับการดูหนังโป๊ โดยไม่เสพเนื้อเรื่อง
โดย: gg IP: 192.99.14.36 วันที่: 19 ตุลาคม 2558 เวลา:15:14:34 น.
  
ก็..นั่งฟังเขาคุยกัน สนุกดีครับ ได้ความรู้มากมาย ประมาณว่า ขอแล้วจะได้..หาแล้วจะพบ..เคาะแล้วประตูจะเปิด..ชอบครับๆๆๆ บล็อกนี้
โดย: โต้ง ipro IP: 125.25.42.114 วันที่: 25 ตุลาคม 2558 เวลา:13:21:31 น.
  
ยอดเยี่ยมมากครับเข้าใจเนี้อเรื่องเพราะที่นี่เลย
โดย: strone snake IP: 58.8.151.154 วันที่: 31 ตุลาคม 2558 เวลา:23:38:19 น.
  
อ่า นอกจาก เวน่อม สเนค ที่ สปอย ไปแล้ว
(แม่ง เล่นสปอยกันตั้งแต่คำอธิบายเกมตามแหล่งต่างๆที่ขายเกม เช่น ตามเว็บไซต์) เลยรู้หมดเลยว่า ใครคือ วีน่อมสเนค

ผมอ่านหน้านี้ผ่านๆครับ กลัวสปอย

วันก่อนเจอสปอยอีกว่า ไควเอท ไม่พูด เพราะอะไร เปิดพันทิพดู ปรสิตเส้นเสียงนี่มันเชี่ยอะไร โดนเลย

ไม่ทราบว่า มีตรงไหนอีกบ้าง ที่ยังเหลือความสนุกหลังจากที่ทราบเรื่องราวเหล่านี้แล้วไหมครับ
โดย: เแก IP: 192.99.14.34 วันที่: 11 มกราคม 2559 เวลา:12:16:24 น.
  
ฉากที่ไควเอทถูกจับไป ทหารมันรู้มั้ยว่ามันกำลังจะข่มขืนปรสิต 555
โดย: hello IP: 49.228.241.218 วันที่: 20 พฤษภาคม 2560 เวลา:11:42:02 น.
  
เราชอบเนื้อหาเรื่องนี้ทั้งที่มันยังขาดอะไรไปนี่แหละ ปกติเราไม่อินกับความรักในเกมแตเรื่องนี้มันผิดกัน สองคนนี้ไม่พูดสักนิดแต่สายตากับการกระทำมันดูหวานมากๆ พระเอกภาคนี้ไม่พูดมากแต่สีหน้าสายตาดูซับซ้อนมาก เฮียแกเลือกที่จะฟังทุกคนก่อนตัดสินใจทุกครั้งทำให้ดูเป็นคนซื่อบื้อไม่มีลูกเล่นแบบBBภาคก่อน(จากคอมเม้นส่วนมากที่เป็นผู้ชาย)แต่เรากลับคิดว่าเพราะเค้าอ่อนไหวง่ายมากกว่าไม่เด็ดขาดจะเลือกทางที่ซอฟต์ที่สุดคือไม่ฆ่าแต่เนรเทศเอา แม้กระทั่งตอนที่บอกEliว่า"อย่าโทษตัวเองให้โทษฉัน" แล้วให้ปืนกับกระสุนหนึ่งนัดนั่นคือความปราณีสุดท้ายที่จะให้แล้ว เฮียรู้ว่าไอ้เด็กนี่ไม่ยอมแพ้ถ้ายังเหลือวิธี เฮียเปิดช่องให้ยิงด้วยซำ้นะ เสียดายที่ยังสร้างไม่เสร็จจริงไม่งั้นเนื้อเรื่องคงepicกว่านี้ ชอบตอนquietเหมือนกันค่ะประทับใจมากที่บอกประมาว่าฉันไม่ได้อยากเงียบ ถ้าเราพูดภาษาเดียวกันก็คงดี นำ้ตาไหลเลย พอฉากจบที่ทุบกระจกแล้วกลายเป็นเดมอนบอสตามคำสั่งแล้วแบบโห เรื่องนี้เท่ห์มากจริงๆ อยากได้นิยายเรื่องนี้เลย ว่าแล้วก็ไปฟัง sins of the Father ต่อในเทลเลอร์directer cutแล้วฟินเว่อร์
โดย: Beebaka IP: 182.232.183.66 วันที่: 30 กันยายน 2560 เวลา:13:10:26 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog