Con Air (1997) : เห่ยแต่เจ๋ง?

(ตัวอย่างหนัง Con Air ปี 1997)


คนดูหนังแอ็กชั่นต้องการอะไรจากหนังแอ็กชั่น?

ผมเป็นแฟนหนังแอ็กชั่น ผมรักหนังแอ็กชั่น แต่มันก็มีหนังแอ็กชั่นที่ดูเป็นสิบๆรอบก็ยังเจ๋ง เช่น Terminator 2, The Rock,  Mad Max : Road Warrior, Mad Max : Fury Road, Captain America : Winter Soldier, Borne Trilogy, Die Hard 1-3 ฯลฯ พวกนี้คือหนังแอ็กชั่นที่ไม่ได้สักแต่จะอัดฉากแอ็กชั่นเพียงอย่างเดียว แต่มันมีการเล่าเรื่องที่ดีและตัวละครที่น่าสนใจด้วย

ในขณะเดียวกัน มันก็มีหนังแอ็กชั่นที่ดูแล้วจะหลับทั้งที่ระเบิดกันตูมตามตูมตาม อย่างเช่น The Long Kiss Goodnight, A Good Day to Die Hard, Speed 2… โอเค เนื่องจากหนังที่ไม่ชอบผมจะไม่ค่อยจำเท่าไหร่ ก็เลยอาจจะลืมๆไปแล้ว แต่หนังแอ็กชั่นพวกนี้มีการเล่าเรื่องที่ไม่ค่อยดี ตัวละครที่ไม่น่าสนใจ นอกจากระเบิดแล้วไม่ค่อยได้อะไร

สรุปแล้วในฐานะแฟนหนังแอ็กชั่น ผมต้องการหนังแอ็กชั่นที่นอกจากจะบู๊กันแล้ว ยังต้องมีการเล่าเรื่องที่ดี มีตัวละครที่น่าสนใจด้วย

Con Air (1997) เป็นหนังแอ็กชั่นที่ไม่ได้เรียกว่า “แย่” แต่ก็ไม่ได้ถึงกับต้องร้องว่า “โว้ว สุดยอดว่ะ” 

พอมาดูอีกรอบรู้สึกเลยว่ามุมกล้องและจังหวะการตัดต่อมีบางจุดยังไม่รู้สึกว่า “สะใจ” เช่น ฉากที่พวกโจรต่อสู้กับตำรวจในสนามบิน หรือฉากไล่ล่ารถดับเพลิงในไคลแม็กซ์ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องบท การเขียนบทไม่ได้เรียกว่าดี และมีตัวละครที่โวยวายจนน่าเบื่อเกินจำเป็น (อย่าง เจ้าหน้าที่ดีอีเอที่มีรถหรู) 

แต่มันมีอะไรที่แม่งเจ๋งๆอยู่ว่ะ!

ถึง Con Air จะไม่ใช่หนังแอ็กชั่นระดับคลาสสิค กระนั้นมันก็ยังมีสิ่งแฟนหนังแอ็กชั่นอย่างผมต้องการอยู่



อันดับแรก

ผมชอบตัวละครคาเมรอน โพของนิโคลาส เคจ

นิโคลาส เคจเป็นหนังแสดงโอเวอร์แอ็กติ้งที่มีผลงานดีๆและผลงานแย่ๆอยู่มากมาย ยิ่งพักหลังๆก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ 

ส่วนตัวผมคิดว่านิโคลาส เคจใน Con Air “ค่อนข้างเวิร์ก”



คาเมรอน โพเป็นนายทหารที่มีเมียกำลังตั้งครรภ์ แต่แล้ววันที่เขาได้กลับมาหาเธอ มีกลุ่มชายที่คิดจะทำร้ายเขากับเมีย เขาก็เลยปกป้องตัวเอง แต่การปกป้องตัวเองทำให้หนึ่งในกลุ่มชายต้องตาย ตามปกติเขาจะถูกจำคุกหนึ่งปี แต่เนื่องจากเขาเป็นทหารที่ถูกฝึกมาให้เป็นเครื่องจักรสังหาร จึงถูกจำคุก 7 ปีแทน!



โอเค... พล็อตตรงส่วนนี้มีปัญหามาก หลายคนสงสัยว่า เฮ้ย ทำไมโพถึงต้องถูกจำคุกตั้งขนาดนั้นวะ เอาจริงๆทำไมถึงต้องถูกจำคุกในเมื่อมันเป็นการป้องกันตัวเอง? 

หรือว่าทนายห่วย?

เอาเป็นว่าสาเหตุนั้นทำให้หนังมีการปูพื้นสิ่งที่สำคัญเกี่ยวกับตัวโพใน Con Air

เขาเป็นนายทหารที่สามารถสู้กับคนด้วยมือเปล่า

เขาเป็นคนดีที่พลั้งเผลอฆ่าคน เป็นชายชาติทหารที่แม้ทำผิดก็ไม่หลบหนี ยอมให้จับแต่โดยดี

เขาเป็นนักโทษที่ดี ดูแลเพื่อนพ้องตัวเอง ไม่ก่อปัญหาอะไร

เขาติดต่อกับเมียและลูกตลอด 7 ปี สิ่งที่รอคอยคือวันที่เขาจะได้พ้นโทษและโผล่ออกไปเจอหน้าลูกเป็นครั้งแรกในชีวิต

ทว่าไปๆมาๆเครื่องบินขนย้ายนักโทษกลับถูกไซรัส กริสซั่มหรือเดอะไวรัสยึด 

ถึงแม้จะมีโอกาสได้ออกจากเครื่องบินไปเจอหน้าลูก แต่โพกับเลือกที่จะอยู่บนเครื่องบินต่อเพราะไม่อาจจะทิ้งเพื่อนร่วมห้องขังที่ต้องการได้รับการฉีดอินซูลิน กับเจ้าหน้าที่หญิงที่จะอาจจะโดนนักโทษคนหนึ่งข่มขืนได้ทุกเมื่อ

ในความเห็นของผม นี่คือหัวใจหลักในความสนุกของ Con Air 

มันทำให้คนดูต้องเอาใจช่วยให้โพช่วยเหลือเพื่อนของเขากับเจ้าหน้าที่หญิงได้สำเร็จ รวมถึงสามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้กลับไปเจอหน้าเมียกับลูกสาวได้ด้วย





อันดับสอง


ส่วนสนุกอีกอย่างของ  Con Air คือตัวร้ายอย่างไซรัสหรือจอห์น มัลโควิช 

ไซรัสเป็นฆาตกรโหดที่ค่อนข้างนิ่ง ฉลาดใช้ได้สำหรับหนังแอ็กชั่นที่ต้องการความบันเทิงอย่างเดียว บทนึกจะฆ่าก็ฆ่า แต่บทจะมีเหตุผลก็มีเหตุผล เป็นวายร้ายที่ให้อารมณ์ประมาณว่า “ขืนพระเอกทำอะไรพลาดไปนิดเดียว... คงได้เละตุ้มเป้ะกันแน่” 

ผมรู้สึกเลยว่าถ้าผู้ร้ายไม่ใช่อย่างที่ปรากฏให้เห็น หนังก็คงไม่ออกมาสนุกแบบนี้ นี่แหละคือหนึ่งในรสชาติของหนังแอ็กชั่น!



ส่วนพวกนักโทษคนอื่นๆก็สร้างสีสันพอประมาณ ทำนองว่ามีเพื่อให้ตัวละครมันดูลุ้นยิ่งขึ้น เช่น จอห์นนี่-23 (แดนนี่ เทรโจ) ที่จ้องจะข่มขืนเจ้าหน้าที่หญิงท่าเดียวเลย,  ไดมอนด์ ด็อก (วิง เรมส์) จอมบ้าระห่ำที่โพเข้าไปขัดแย้งด้วยเป็นระยะๆ หรือบิลลี่ เบดลัม นักโทษอีกคนที่คอยสงสัยนิโคลาส เคจตลอดเวลา

พูดง่ายๆคือลำพังแค่ตัวไซรัสก็แย่อยู่แล้ว ยังมีไอ้พวกนี้จะมาเป็นอุปสรรคให้โพต้องเหนื่อยเพิ่มขึ้นมาอีก พอถึงตรงนี้คนดูก็เหมือนเหยื่อที่ติดเบ็ดผู้กำกับไปเรียบร้อยแล้ว





อันดับสาม

ผมเห็นว่า Con Air มีการเล่าเรื่องที่สนุก

ผมคิดว่าโดยรวมแล้ว Con Air มีฉากแอ็กชั่นที่ค่อนข้างจะ “โอเค” ไม่ดีไม่แย่ มุมกล้อง การตัดต่อ และเพลงประกอบไม่ถึงกับเป๊ะมาก แต่ด้วยการเล่าเรื่องของ Con Air อย่างน้อยๆก็สามารถทำให้คนดูต้องคอยติดตามเหตุการณ์ไปตั้งแต่ต้นยันจบ 

เอาจริงๆแล้วสิ่งที่นักวิจารณ์เกลียดส่วนใหญ่จะเป็นฉากแอ็กชั่นไล่ล่ารถดับเพลิงตอนท้ายที่มันเกินความจำเป็นเสียมากกว่า

ส่วนตัวผมไม่ได้คิดว่ามันเป็นส่วนเกินอะไร แต่ก็เห็นด้วยว่าไม่ได้ถึงกับจำเป็นอะไรมาก มีให้ดูก็โอเค จะตัดไปก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันขาดอะไร

อย่างที่ผมบอกไปตอนต้น ความสนุกของหนังแอ็กชั่นในความคิดของผมไม่ได้อยู่แค่ที่ ปังๆๆๆ ตูมๆๆๆๆ เพียงอย่างเดียว แต่มันมีเรื่องของจังหวะจะโคนในการเล่าเรื่องหรือตัวละครด้วย เนื้อหาไม่จำเป็นต้องซับซ้อนอะไร เช่น Mad Max : Fury Road เนื้อเรื่องง่ายมากถึงมากที่สุด แต่สิ่งที่ทำให้คนดูรู้สึกว่า “แม่งโคตรเจ๋ง” คือจังหวะการเล่าเรื่องที่ไหลลื่น ฉากแอ็กชั่นที่มัน การตัดต่อและเพลงประกอบที่ลงตัว รวมถึงตัวละครที่น่าสนใจโดยที่ไม่จำเป็นต้องบอกเล่าประวัติอะไรมากมาย ก็เข้าใจได้ว่าแม็กซ์กับฟูริโอซ่าล้วนมีความรู้สึกผิดในใจ

ในกรณีของ Con Air การเล่าเรื่องที่สนุกไม่ได้อยู่ที่ฉากแอ็กชั่นเจ๋งๆ แต่อยู่ที่ตัวพระเอกน่าเอาใจช่วย ฝ่ายตัวร้ายที่เป็นนักโทษที่มีบุคลิกแบบแปลกๆ ล้วนเป็นตัวอันตราย และการหาอุปสรรคให้พระเอกต้องฝ่าฟันเป็นระยะๆตั้งแต่ฉากเครื่องบินถูกยึดไปจนถึงฉากไคลแม็กซ์



ด้วยการเล่าเรื่องที่สนุก ตัวละครที่น่าเอาใจช่วย พอมาถึงฉากสุดท้ายที่โพได้พบลูกสาวพร้อมเพลง How Do I Live อันโคตรจะคลาสสิค (ยิ่งกว่าตัวหนังเสียอีก) ของ Trisha Yearwood ดังขึ้น มันจึงกลายเป็นฉากที่ให้อารมณ์ซึ้งๆแม้กระทั่งน้ำตาลูกผู้ชายยังต้องออกมาปริ่มเล็กน้อย...

เอ่อ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก แต่ก็ซึ้งใช้ได้น่ะนะ!

นี่แหละ เขาถึงจะเรียกว่า "ความบันเทิง"!


บทความที่พูดถึงหนังเก่า





Create Date : 26 สิงหาคม 2558
Last Update : 26 สิงหาคม 2558 22:09:27 น.
Counter : 641 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หมาหัวโจก
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 18 คน [?]



All Blog